บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล

คำประพันธ์ แยกตามประเภท => นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: ลิตเติลเกิร์ล ที่ 13, มกราคม, 2559, 08:22:59 PM



หัวข้อ: เจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่
เริ่มหัวข้อโดย: ลิตเติลเกิร์ล ที่ 13, มกราคม, 2559, 08:22:59 PM

(https://i.ibb.co/3CMNJXV/e2633434-0.jpg) (https://imgbb.com/)

เจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่

มีภาดาและภคินีตามลำดับต่อไปนี้

1. เจ้าอุดรการโกศล (น้อยสุขเกษม)
2. เจ้าหญิงบัวทิพย์
3. เจ้าราชบุตร (วงษ์ตะวัน) (ลำดับ 1-3 เกิดแต่แม่เจ้าจามรี)
4. เจ้าพงษ์อิน
5. เจ้าหญิงศิริประกาย
6. เจ้าอินทนนท์ (ลำดับ 4-6 เกิดแต่หม่อมเขียว)

ตอนนั้นเชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม ทางเชียงใหม่ส่ง เจ้าดารารัศมี
ซึ่งเป็นเจ้าอาของเจ้าน้อย ไปอภิเษกกับ ร. 5 เป็นการผูกสัมพันธ์
ตอนนั้นเจ้าดารารัศมีอายุแค่ 13 ปี

เจ้า อินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สิ้นชีวิตในปี 2440 (119 ปีที่แล้ว)
ลูกสาวที่ถูกเรียกลงเป็นเจ้าจอมที่บางกอกเมื่ออายุได้ 13 ปี (พ.ศ. 2430)
คือเจ้าดารารัศมีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเผาศพพ่อ
และแผ่นดินเชียงใหม่ก็ไม่มีเจ้าผู้ครองนครเพราะสยามไม่แต่งตั้งผู้ใด
นั่นคือช่วงปี พ.ศ. 2441 - 2442

(https://i.ibb.co/MBNmn7J/922-2.jpg) (https://imgbb.com/)

พ.ศ. 2441 เจ้าน้อยถูกส่งไปเรียนที่ รร.เซนต์แพทริก เป็น รร.แคธอลิกของฝรั่งที่พม่า
โดยแอบส่งไป ขี่ช้างไป เพราะตอนนั้นพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีเรื่องกับไทยอยู่

เจ้าน้อยไปตอนอายุ 15 เพราะทางบ้านต้องการให้ได้ภาษาอังกฤษ เพราะค้าขายกับอังกฤษในพม่า

เจ้าน้อยได้พบมะเมียะแม่ค้าสาวสวย ซึ่งเพิ่งมาจากตองอู
เจ้าน้อยอายุ 19 มะเมียะอายุ 15 ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน

จนอายุ 20 เจ้าน้อยเรียนจบถูกเรียกกลับเชียงใหม่ เจ้าน้อยเลยเอาเมียกลับมาด้วย
โดยให้ปลอมเป็นเด็กรับใช้ชาย เอาเมียไปแอบในเรือนเล็ก
โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้หมั้นเจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้าสุริยวงษ์ (คำตัน สิโรรส)
ให้เป็นคู่หมั้นของเจ้าน้อยฯ เป็นการภายในตั้งแต่ปีที่เจ้าน้อยฯ
เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในเมืองพม่า

เจ้าน้อยไม่ยอมแต่งงาน เลยเปิดเผยว่ามีเมียแล้วคือมะเมียะ
เอามะเมียะมากราบเจ้าพ่อเจ้าแม่แต่ไม่ได้รับการยอมรับ
ปัญหา ใหญ่ในขณะนั้น คือเจ้าน้อยเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่า
จะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวงองค์ถัดไป จากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ ซึ่งเป็นพระเจ้าลุง

เรื่องนี้ไปถึง สยาม ร. 5 กับพระราชชายาเจ้าดารารัศมีเห็นว่าไม่ควร
เลยส่งผู้สำเร็จราชการมาเจรจา บอกว่าเจ้าน้อยจะมีเมีย กี่คนไม่ใช่ปัญหาแต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า
เพราะว่าคนพม่า ถือสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวอังกฤษจะถือโอกาสแทรกแซง
ว่าแต่งงานกับพม่า ก็ต้องถือว่าเป็นพม่าด้วย
(ช่วงนั้นมีการต่อสู้กันเรื่องดินแดนฝั่งซ้าย-ขวาแม่น้ำโขง)

ที่สำคัญเจ้าน้อย เป็นเจ้าชายของเชียงใหม่ ถูกวางตัวไว้ให้เป็นเจ้าอุปราชเชียงใหม่
เท่ากับว่าสยามอาจต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ ก็เลยบังคับส่งมะเมียะกลับพม่า (ไปส่งกันที่ประตูหายยา)
เจ้าน้อยฯ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ภายในเดือนจะกลับไปหามะเมียะให้จงได้
นางจึงคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้า สยายผมออกเช็ดเท้าเจ้าน้อยฯ ด้วยความอาลัยหา
ก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนกูบช้าง

เมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่ง
(ซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและเจ้าแม่จามรีมอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบ ขวัญ) แก่พ่อแม่และน้อง

จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนด
เดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใดๆ

มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชี
เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษม

หลังจากที่มะเมียะทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส
ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล (ยศของเจ้าน้อยฯ ในขณะนั้น)
กับเจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่ (เจ้าหญิงบัวนวลถอนหมั้นไปแล้ว)

แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย
เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ องค์อดีตสวามีผู้เป็นที่รัก
ก่อนที่ตนจะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต

แต่เจ้าน้อยศุขเกษมผู้ยึดสุราเป็นที่พึ่งดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจากความรัก
อาลัยในตัวมะเมียะ ชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส
ท่านไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้
จึงไม่ยอมลงไปพบแม่ชีมะเมียะตามคำขอร้อง
เพียงแต่มอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน ๘๐ บาท
ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ
พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่ง
เป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะ

เจ้าน้อยหลังจากกันกับแม่ชีคราวนั้น.....ก็เอาแต่กินเหล้าไม่มีใจรักเจ้าบัวชุม
ในที่สุดก็ตรอมใจตายหลังจากแต่งงานได้ไม่กี่ปีในขณะที่อายุแค่ 33 ปี

ในบันทึกบอกว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพิษสุรา อีก 6 ปีต่อมาหลังจากพบแม่ชีมะเมี้ยครั้งสุดท้าย
ส่วนแม่ชีมะเมี้ยะ... บวชจนสิ้นอายุขัยเสียชีวิตในวัย 75 ปี ใน พ.ศ.2505
รูปเจ้าบัวนวล ณ เชียงใหม่ค่ะ

(https://i.ibb.co/1dxJRD8/631601-topic-ix-4.jpg) (https://imgbb.com/)

ผู้บันทึกเรื่องนี้คือ เจ้าบัวนวล คู่หมั้นคนแรกที่ถอนหมั้นไปหลังจากรู้ว่าเจ้าน้อยมีมะเมี้ยะ...
ส่วนเจ้าบัวชุมไม่ผิดอะไรเลย แต่สามีไม่รักก็อยู่เป็นข้าบาทจาริกาจนอายุ 81 ปี

รูปเจ้าบัวชุมค่ะ

(https://i.ibb.co/NFbp3w0/631601-topic-ix-5.jpg) (https://imgbb.com/)

เจ้าบัวนวลกล่าวไว้ว่า ตลอดชีวิตเจ้าน้อยรักผู้หญิงคนเดียวจนสิ้นลม คือ มะเมี๊ยะ

หลังจากนั้นเรื่องของเจ้าน้อยกับมะเมียะก็ถูกสั่งห้ามพูดถึงไปหลายปี
เพราะเป็นเรื่องทางการเมือง ต้องปิดบัง รายละเอียดเลยหายไป

(https://i.ibb.co/vcd6BPs/suan12.jpg) (https://imgbb.com/)

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือ สุสานราชตระกูล ณ เชียงใหม่
เป็นสุสานหลวงที่ เจ้าดารารัศมี
พระราชชายาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ ของผู้ครองนครเชียงใหม่
มาประดิษฐานรวมกัน ณ บริเวณลานวัดสวนดอกวรมหาวิหาร แห่งนี้
ซึ่งรวมถึงกู่ของเจ้าน้อยศุขเกษมด้วย

(เคยเข้าไปดู เพราะ อ.ธเนศวร์เคยบอกว่า กู่เล็กๆ ที่ไม่มีชื่อ ในบริเวณนี้คือกู่ของมะเมียะ)

รูปของมะเมี๊ยะ ตอนอายุ ๒๐ ปี

(https://i.ibb.co/nC4rbhq/0maxresdefault.jpg) (https://imgbb.com/)

หมายเหตุ :

- "หมะเมียะ" ภาษาพม่าแปลว่ามรกต; หมะ คือคำนำหน้านาม เมียะ คือชื่อ ค่ะ

- เจ้าเมืองเชียงใหม่สมัยราชวงศ์กาวิละ (เจ้าเจ็ดตน)

ที่มาbloggang.com

78GN7nDgYCg

Sd9jsR9cUgs



หัวข้อ: Re: เจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่
เริ่มหัวข้อโดย: hort39 ที่ 13, มกราคม, 2559, 11:18:34 PM
รักของคนต่างชนชั้นถูกกั้นขวาง
ต้องวายวางห่างเหินเมินหน้าหนี
รักต้องห้ามตามธรรมเนียมประเพณี
รักจึงมีแต่เศร้าสะเทือนใจ

 :a020:


หัวข้อ: Re: เจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่
เริ่มหัวข้อโดย: ลิตเติลเกิร์ล ที่ 14, มกราคม, 2559, 08:35:30 AM

มอบรักเดียวทั้งแดแค่แม่หญิง
คือตำนานรักจริงที่ยิ่งใหญ่
ด้วยจารีตขีดกดกำหนดใน
จำพักวางรักไว้ในกฎเกณฑ์

ลิตเติลเกิร์ล

(http://upic.me/i/yg/ha_flowers012.png) (http://upic.me/show/20140240)