เด็กเด็กเห็นหันมองโลกต้องจำ เป็นผู้นำเรื่องบานสำราญใจ

|
1
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:55:32 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
เด็กเด็กเห็นหันมองโลกต้องจำ เป็นผู้นำเรื่องบานสำราญใจ ![]() |
||
|
2
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:27:18 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||
|
3
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / ๛ วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา ๛
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:47:48 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
![]() วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยุธยา มีเจดีย์องค์หนึ่ง ที่มีคนใส่ชุดไทยไปยืนถ่ายรูปข้าง ๆ แทบทุกวัน โดยไม่มีใครบอกพวกเขาเรื่องความเชื่อว่า... ![]() เชื่อกันว่าในเจดีย์องค์นั้นคือเถ้ากระดูกของเจ้าชายที่ถูกเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์ เขาไม่ได้ก่อกบฏ เขาไม่ได้ฆ่าใคร ความผิดข้อเดียวของเขาคือรักผิดคน และคนสั่งลงโทษเขา คือพระราชบิดาของเขาเอง ![]() ปี 2258 มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งประสูตรในกรุงศรีอยุธยา พระนามว่า "เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์" แต่คนทั้งแผ่นดินเรียกพระองค์สั้น ๆ ว่า "เจ้าฟ้ากุ้ง" พระองค์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศและได้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล พูดง่าย ๆ คือเป็นรัชทายาท คนถัดไปที่จะได้ครองกรุงศรีอยุธยา ![]() แต่สิ่งที่ทำให้คนจำพระองค์ได้จนถึงวันนี้ ไม่ใช่ตำแหน่ง พระองค์คือกวีที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่แผ่นดินนี้เคยมี กาพย์เห่เรือที่ยังใช้เห่ในพระราชพิธีมาจนถึงทุกวันนี้ พระองค์เป็นคนแต่ง "สุวรรหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ " บรรทัดนี้อายุเกือบสามร้อยปีแล้ว คนไทยยังได้ยินกันทุกครั้งที่มีขบวนเรือ คนที่เขียนมันขึ้นมาตายในที่คุมขังตอนอายุ 40 ปี ![]() ในวังเดียวกันนั้น มีสตรีพระองค์หนึ่งพระนามว่า "เจ้าฟ้าสังวาลย์" เป็นพระสนมเอกของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และเป็นพระญาติของเจ้าฟ้ากุ้งเอง ในวังที่ทุกคนมองกันตลอดเวลา ความลับมีอายุสั้นเสมอ ![]() ปี 2298 เรื่องนี้ถึงพระกรรณพระราชบิดา โปรดให้ชำระความ ทั้งสองพระองค์ยอมรับ คำพิพากษามีสามอย่าง ถอดจากเจ้าฟ้าลงเป็นไพร่ นามพระนลาฏ และเฆี่ยนเจ้าฟ้ากุ้ง 180 ครั้ง ยังไม่ทันครบ พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ เจ้าฟ้าสังวาลย์ โดนเฆี่ยน 30 ครั้ง แล้วสิ้นในสามวันต่อมา เรื่องนี้ไม่ใช่ตำนาน ไม่ใช่เรื่องเล่าปากต่อปาก มันถูกจดไว้ในพระราชพงศาวดาร วันนั้นกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เสียแค่คนสองคน มันเสียรัชทายาทไปด้วย อีกสิบสองปีต่อมา กรุงแตก ไม่มีใครพิสูจน์ได้หรอกว่า ถ้าเจ้าฟ้ากุ้งยังอยู่ อะไรจะต่างออกไป แต่คนรุ่งหลังก็อดคิดถึงมันไม่ได้ทุกครั้ง ![]() ที่วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่พระเจ้าปราสาททองสร้างไว้ตั้งแต่ปี2173 มีเจดีย์เล็กสององค์ตั้งอยู่ใกล้กัน เชื่อกันตามหลักฐานและป้ายของทางราชการว่า องค์หนึ่งบรรจุพระอัฐิของเจ้าฟ้ากุ้ง อีกองค์คือของเจ้าฟ้าสังวาลย์ วันนี้เหลือให้เห็นชัดองค์เดียว อีกองค์พังลงไปแล้ว ![]() ทุกเย็นวันหยุดลานวันนี้เต็มไปด้วยคนใส่ชุดไทย ทุกคนยิ้ม ทุกคนถ่ายรูปสวย ไม่มีใครรู้ว่ากำลังยืนอยู่ตรงไหน คนเฝ้าวัดรุ่งเก่าบอกว่า ช่วงที่นักท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว ถ้าได้ยินเสียงคนอ่านกลอนเบา ๆ แถวเจดีย์สององค์นั้น อย่าขานรับ เพราะเรื่องของสองคนนั้น ยังไม่เคยมีใครตัดสินให้จบจริง ๆ สักที เชื่อหรือไม่ อยู่ที่คุณ °:. *₊ ° . ☆ °:. *₊ ° . ° .• ขอบคุณเพจ คำภีร์สยาม กับเรื่องราวในอดีต |
||
|
4
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:44:16 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๑/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๓๐.จูงปัญญาเกิดล้น...................................."ปฐมฌาน- สมาบัติ" จิตมั่นปราศนิวรณ์ตน.........................................ดับห้า "วิตก,ตรึก"วิจาร.................................................ตรองแน่ว อารมณ์ ปีติ,สุขเจอกล้า...................................................หนึ่งแท้จิตครอง ๓๓๑.ปัญญาวิปัสสนา"ทุติยฌาน"....................มละพาน"วิตกและตรอง" "เอกัคคตากะปีติ,สุขะ"จอง.................................ภวเหลือพิจารณ์พระธรรม ๓๓๒.คำ"อนิจจัง"เที่ยงไร้................................เหตุปรุง ปีติ,สุข เกิด-ดับธรรม์ดาพยุง..........................................เช่นนั้น ทุกข์,อนัตตาผดุง...............................................สภาพจิต ถูกบีบ จะเปลี่ยน,บังคับดั้น............................................ไม่ได้เลยหนา ๓๓๓.ปัญญาก็"สัมปชัญฯ"ตติยฌาน.................ดนุพานซิรู้คุณา "เอกัคคตา,และสุข"ก็ทวิพา.................................มนะเย็นและซ่านซิกาย ๓๓๔.กรายวิปัสฯมุ่งแท้....................................พิจารณ์ ไตรลักษณ์ เป็นทุกข์มิคงพาน...............................................เปลี่ยนได้ ตัวตนไม่เป็นขาน................................................จิตแน่ว ตรึกขันธ์ ทราบสิ่งตามจริงไซร้...........................................ถ่องถ้วนกาย,ใจ ๓๓๕.ปัญญาลุยิ่งจะถึงจตุตถ์ฌาน....................ชระมานและมั่นไสว "เอกัคฯ"สิหนึ่ง"ลิสุขละทุขะ"ไกล..........................ลุ"อุเบกขะ"วางซิเฉย ๓๓๖.เปรยถึงฌานสี่ท้น...................................."อภิญญา" ปัญจะ สภาพเป็นจริงพา.................................................หน่ายแท้ "สังสารวัฏ"ขังหนา...............................................พาสู่ อริยสัจ เจริญมรรคสมังคีแล้............................................ล่วงแล้วนิพพาน ๓๓๗.ปัญญา ณ "อากะสายตนะฯ"แจ้ง...............มนะแจง"อรูปฯ"และกราน อากาศมิสุดอะรมณ์หทยะชาญ.............................ภวปรุงมิเที่ยงจะแปร ๓๓๘.แลปัญญาเกิดแท้......................................"วิญญา- นัญจาฯ" จิตจ่อวิญญาณพา................................................ตรึกรู้ วิญญาณสุด"อนิจฯ"หนา.......................................มิเที่ยง ถูกปรุง จึงดับธรรมดากู้....................................................มุ่งขึ้นสูงแฉ ๓๓๙.ปัญญา ณ "อากิญฯ"พินิจ"เจาะอนะใด".......ภวไซร้เจาะ"ว่าง"ซิแล จิตเกิดสงบ,ประณีตหทยแน่...................................ริเจริญวิปัสสนา ๓๔๐.พาวิจารณ์ถ่องแท้......................................สภาพแปร ไตรลักษณ์ ธรรมหลากหลายปรุงแล........................................เที่ยงไร้ ความทุกข์ไม่คงแฉ................................................มิใช่ ตัวตน เห็นโทษแลจิตไซร้.................................................มุ่งสิ้นกิเลสเผย ๓๔๑.ปัญญา ณ "เนวสัญฯ"มนะละเอียด...............ประลุเฉียดวะ"จำ"เฉลย "สัญญาเจาะมี,มิมี"มิภณะเอ่ย..................................มละสัญญะทำคระไล ๓๔๒.ไว"ปัจจเวกฯ"แล้.........................................ฌานทวน ธรรมลุ ทวนมรรคญาณลุควร.............................................ถั่งถ้อย พินิจกิเลสละขวน...................................................ยังไป่ ละแล พิศนิพพานมรรคช้อย.............................................พรั่งพร้อมแจงผล ๓๔๓.หมวดสิบพระธรรมสิ"ฐานะ"ภวรัว.................หินะชั่วลุเลวซิยล ญาณรู้"อฐานะ"ไร้เจาะอนะดล................................."ลุกระทำตะบาปจะดี" ๓๔๔.พุทธ์องค์ลีทราบแล้ว...................................โสดาฯ มรรคทิฏฐิ จะยึดสังขารครา.....................................................เที่ยงแล้ "อฐานะ"จะมีหนา.....................................................เหตุไป่ ปัจจัย ปุถุชน"ฐานะ"แท้......................................................เกิดได้มิเหมือน ๓๔๕.พุทธ์เจ้าเจาะทราบ"อฐานะ"ประลุโร่...............โสดะบันจะเฉือน ฆ่าพ่อ,อร์หันต์,พระพุทธะ,พหุเกลื่อน..........................อนะปัจจ์ยะ,เหตุซิหนา ๓๔๖.คราพุทธ์องค์ทราบด้วย................................ปุถุชน "ฐานะ" ภพที่แปดเกิดยล......................................................อีกแท้ โสดาฯแค่เจ็ดหน......................................................ก็ล่วง อรหันต์ จริงแน่โสดาฯแล้......................................................แปดน้อมเกิดมลาน |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:04:57 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๐/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๑๓.ตาทิพย์"จุตูปปาฯ"เจาะพหุสัตว์................ภวชัดจะ"จุติ"นา หรือ"เกิด"เพราะทำ"กุศล ฤ หินะ"คว้า...................ก็จะวนติภพซิแฉ ๓๑๔.แล"อาสวักฯ"มุ่งสิ้น..................................อาสวะแฉ กิเลสเฮย จิตมั่นสะอาดแล..................................................กิเลสลี้ อาสวะกิเลสแช...................................................หมดมุ่ง จิตอิสระหลุดชี้...................................................วัฏพ้นอรหันต์ ๓๑๕.นิทเทสกะสัตตะแจังปะทุ"ชรา"................"มรณา"จะเกิดประชัน แม้ในอดีตก็"ชาติ"ปจยะครัน...............................ตริ"ปฏิจจ์สมุปะฯ"เผย ๓๑๖.เปรยญาณวัตถุเจ็ดแล้............................เป็นไฉน มี"แก่,มรณะ"ไว..................................................."ชาติ"น้อม ครา"ชาติ"ไม่มีไกล..............................................ตาย,แก่ มิมี ทราบ,แก่,ตายก็พร้อม.........................................."ชาติ"แท้เหตุหนา ๓๑๗.แม้กาลอดีตผิ"ชาติ"จะอนะมี....................."มระชี้ชรามิมา" แม้นกาละหน้า"ชราและมรณา".............................อุปบัติเพราะ"ชาติ"เฉลย ๓๑๘.เปรยอนาคตแล้.......................................มิมี"ชาติ" ตาย,แก่ บ เห็นทวี................................................เช่นนั้น ตราบใด"ชาติ"มีกลี..............................................อนาคต ชรา,ตาย จะเกิดสุดหลีกดั้น................................................มุ่งหน้าไปแฉ ๓๑๙.ชนรู้เจาะธรรมวะตั้งลุฐิติดิ่ง......................ภวสิ่งอุบัติซิแน่ อาศัยสิเหตุและปัจจยะเหมาะแล้...........................ประลุเกิดสิต่อพิไล ๓๒๐.ปัญญาไวทราบแล้...................................."ฐิติธรรม" "ปฏิจจ์สมุปฯหนำ.................................................รอบรู้ มีไตรลักษณ์คุมนำ...............................................ความดับ มีเสื่อม,มีคลายสู้...................................................จบสิ้นธรรมดา ๓๒๑.ญาณวัตถุหมวดละแปดก็จตุมรรค.............อริย์จักก็สี่คุณา ปัญญา ณ ผลเจาะสี่ก็ภวกล้า................................จะเจาะโลกุตต์ระธรรมซิเผย ๓๒๒.เปรยปัญญาส่งน้อม.................................."โสดา- ปัตติมรรค" จิตดับกิเลสครา....................................................แรกแท้ ตัดสังโยชน์สามพา...............................................ผลจิต โสดาฯ เสวยสุขจิตสงบแล้................................................ปิดกั้นภูมิอบาย ๓๒๓.ปัญญา ณ มรรคซิสองลุ"สกทาฯ"...............ภิทะหนากิเลสมลาย "กามราคะ,เคืองและขัดปฏิฆะ"วาย.........................ภวคลายและบางซิแฉ ๓๒๔.แล"สกทาฯ"เกิดขึ้น...................................จิตผล ประณีต หากไม่ลุธรรมดล..................................................สุดแล้ จะมาเกิดอีกหน.....................................................ในโลก คราวเดียว ลุอรหัตต์ผลแท้.....................................................แน่แล้วจริงเผย ๓๒๕.ปัญญา ณ มรรค"อนาฯ"ประลุวิเศษ.............ลิกิเลสซิเพิ่มเฉลย สังโยชน์สิห้าละได้ลุชิระเชย..................................มนะเปลี่ยน"อนามิผล" ๓๒๖.ดลมรรคเกิดเยี่ยมแล้ว................................"อนาคา-ผล"เกิด พระอนาคาฯหนา....................................................ออกพ้น หลังตายจ่อเกิดลา.................................................."พรหมสุท- ธาวาส" จะล่วงนิพพานด้น...................................................ไม่แล้กลับมา ๓๒๗.ปัญญาสิสุดลิ"อาสวะ"เจาะล้น.....................ละสกลซิขาดละนา สังโยชน์ละสิบลุหยั่งชระคุณา................................."อรหัตตมรรค"เจาะพลัน ๓๒๘.ครันปัญญาเปี่ยมแท้....................................เกิดผล อรหัตต์ อวิชชาเหตุกิเลสรน.................................................ตัดไดั ปัญญาสว่างหลุดดล................................................จากวัฏฏ- สงสาร "ชาติ"จบมิเกิดไซร้..................................................ล่วงด้วยปัญญา ๓๒๙.ญาณวัตถุหมวดสิเก้า"อนุวิหารฯ"..................มนะฐานประณีตคุณา จิตอยู่สิเข้าและออกระยะสมาธิ์................................นวขึ้นซิต่ำเจาะสูง |
||
|
6
เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 10:43:26 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ก็เป็นคนหน้าบานสำราญจิต ทั่วทุกทิศเด็กเห็นเป็นต้องขำ ![]() |
||
|
7
เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 04:26:12 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
หน้าพี่หมูโผล่มาแหมทำไม หน้าบานใหญ่กว่าพิซซ่าหน้าส้มตำ ![]() |
||
|
8
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 02:45:20 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๙/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๒๙๖.คราแจกญาณหมวดห้า.............................."สัมมา- สมาธิ" ประกอบปัญจะหนา...............................................เพ่งรู้ เกิดรวมสี่ฌานมา..................................................หลังสุด "ปัจจ์เวกฯ" ตรองสี่ฌานแรกกู้................................................."ปัจจ์ฯแล้ทวนธรรม ๒๙๗."สัมมาสมาธิ"ปัญจะประลุขาน....................จตุฌานฤดีซินำ ตั้งมั่นเจาะเข้า ณ ญาณลุสติหนำ...........................ภวผลสมาธิแฉ ๒๙๘.แลป้ญญาหยั่งแล้......................................"ฌานสอง มีปีติ" ซาบซ่านอาบกายครอง..........................................แผ่ล้วน "ฌานสาม"แผ่"สุข"จอง..........................................เอิบอาบ มีสุขสบายถ้วน......................................................ทั่วทั้งกายา ๒๙๙.ปัญญาสิรู้สภาวะมนะเขา............................หินะเบา ฤ มากคณา "เจโตปรียญาณ"อติสมาธิ์".....................................ภวรู้ซิคิดอะไร ๓๐๐.ไวมี"ตาทิพย์"น้อม......................................ปัญญา เห็นสว่างทางจิตหนา..............................................ละอียดแท้ มี"ปัจจเวกฯ"พา......................................................นิมิตเด่น คิดทบทวนญาณแล้...............................................เลื่อนขั้นปัญญา ๓๐๑."สัมมาสมาธิ"ปัญจมะก็ญาณ.......................จะพะพานเพราะฝึกสมาธิ์ ขั้นสูงเจาะ"อัปปมาณะฯ"ดนุหนา.............................ภวรู้จะแจ้งซิพลัน ๓๐๒.ครันมีญาณเกิดขึ้น......................................สุขหนา ปัจจุบัน จากวิเวกสงบมา......................................................ยิ่งไซร้ สุขเป็นวิบากครา.....................................................เกิดต่อ อนาคต จิตตัดกิเลสไร้.........................................................สุขแท้นิพพาน ๓๐๓.ญาณเกิดกะตนสมาธิจระไกล......................ชระไซร้กิเลสมลาน "อามิส"มิมีมิหวังลุยศะขาน.......................................ฤ เพราะโลภ,สรรเสริญ ๓๐๔.ญาณเจริญเกิดได้.......................................เฉพาะตน วิปัสสนาดล.............................................................วิมุติแล้ว ชนมิฝึกจิตยล..........................................................หาอยู่ ยากแล คนโง่มิอาจแจ้ว........................................................อยู่ได้เลยครัน ๓๐๕.ญาณเกิดกะตนสมาธิเจาะละเอียด................ลุละเมียดฤดีซิมั่น ธรรมเอกจะผุดสงบลุชระสรรค์.................................ละกิเลสซิเองเฉลย ๓๐๖.จิตมิเคยข่มค้อม..........................................."นิวรณ์"แล ความตรึกคุมจิตแฉ...................................................ไม่ต้อง จิตเป็นอิสระแด........................................................"กลาง"ส่อ อัตโนมัติ บังคับมิมีจ้อง............................................................มรรคแท้พลังแฉ ๓๐๗.ญาณเกิดกะตนจะเข้าและมุสมาธิ์.................สติกล้าเจาะมั่นซิแน่ ออกจากสมาธิ์ก็รู้สติมิแปร........................................มิสะดุ้งหทัยมิหลง ๓๐๘.ตรงญาณวัตถุ,หกพร้อม................................ปัญญา อภิญญา ผลฝึกจิตสูงหนา.......................................................ยิ่งแท้ ปัญจะแรกเจาะโลกา.................................................สภาพจิต โลกีย์ หกสุด"โลกุตต์ฯ"แล้..................................................ฆ่าม้วยกิเลสผลาญ ๓๐๙.รู้"อิทธิวิธญาณ"หทยะรุด..............................บริสุทธิ์สมาธิชาญ มีอิทธิฤทธิ์"เหาะ,หายวปุมิพาน".................................จระสู่นทีมิจม ๓๑๐.ชม"โสตธาตุฯ"แน่พร้อม................................เสียงยิน หูทิพย์ยินไกลชิน.....................................................ยิ่งถ้วน เกินหูมนุษย์จะผิน.....................................................ยินแน่ว เสียงต่างภพภูมิล้วน..................................................วิเศษแท้สมาธิ์เพรา ๓๑๑.จิตรู้หทัย"ปร์จิตตะฯ"นฤชน...........................ภวก่นซิฟุ้ง ฤ เศร้า ไร้"โลภะ,โทสะ,หลง" ฤ หินะเขลา...............................ขณะนั้นสิคิดอะไร ๓๑๒.ไว"ปุพเพฯ"ระลึกรู้........................................."ชาติตน" จิตฝึก คนอื่น"เกิด"เห็นยล....................................................ทั่วพร้อม สถานเกิด,ชื่ออดีตผล................................................ทราบแน่ว ทราบแต่ละชาติน้อม.................................................มากน้อยพลังสมาธิ์ |
||
|
9
เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 12:51:19 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
หน้าแซ่บแซ่บแบบนี้ซิเราชอบ แต่เห็นกรอบหน้าคนคิดสงสัย ![]() |
||
|
10
เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 12:47:54 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||