Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:58:45 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

ติมรสเผ็ดเด็ดสะระตี่ เชิญพี่วาง   มีใครบ้างอยากลองของเขาดี 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:57:16 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๓๓) อภิธรรมปิฎก :
๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์

    ๘๙."เมตตาวิปากะฯ"ภวกล้า........................มุเมตตาลุรูป์ฌาน
ขั้นสูงเจาะหนึ่งลุจตุชาญ................................สมาธิ์ภาวนาเผย

    ๙๐.สงฆ์เชยเจริญมรรคแล้..........................สงัด "กาม"
ฌานหนึ่งปฐมผลาม........................................ล่วงแล้ว
เมตตากอปรฌานตาม.....................................พาร่วม สัมปยุต
"อวิกเขปะ"แผ้ว...............................................จิตแล้มิไหว

    ๙๑.สงฆ์ทำสิ"รูปะวจะฯ"เทิด.........................วิบากเกิดซิผลไกล
จึงผ่านปฐมสหระฯไข.......................................กะเมตตาสะสมแฉ

    ๙๒.แลปฐมฌานกอปรด้วย............................"วิจาร วิตก"
"มีสุข,ปีติพาน..................................................."วิเวก"สร้าง
"เมตตาวิมุตฯกราน...........................................รักใคร่
ธรรมที่เหลือคราอ้าง........................................ประกอบแล้เมตตา

    ๙๓.สงฆ์เพียรสิมรรคลุกิจะครบ.....................เจาะรูป์ภพสว่างจ้า
ฌานสองลุพร้อมสหระฯหนา.............................กะเมตตาวิบากพลัน

    ๙๔.ครันฌานสอง"วิตก"ไร้............................."มีวิจาร ปีติ,สุข"
เกิดแต่วิเวกพาน...............................................สงบแท้
ความรักใคร่เรียกขาน.......................................เพรียกว่า เมตตา
"วิมุตเจโตฯ"แล้.................................................กล่าวชี้เมตตา

    ๙๕.สงฆ์บรรลุ"ฌานตติยะ"เดช......................ปะ"ร่วมเมตตะพาคว้า
ธรรม์ชาติสิในเจาะรุจิหนา ................................."วิตก"ตัด"วิจาร"ถอน

   ๙๖.ธรรมเอกจรผุดขึ้น....................................หทัยแล สุข,ปีติ
เกิดจากสมาธิ์แด...............................................ท่วมท้น
มี"อวิกเขปะ"แฉ.................................................จิตแน่ว
สภาพธรรมกุศลล้น...........................................มุ่งแล้ในฌาน

    ๙๗.สงฆ์ทำสิมรรคลุธุระจบ............................เลาะ"รูป์ภพ"อร่ามพาน
มี"ปีติ"คลายหทยะกราน....................................อุเบกขาซิกลางเฉย

    ๙๘.สงฆ์เชย"สติ"มั่นแล้.................................."สัมปชัญฯ สมบูรณ์
สุขจาก"นามกาย"ครัน.......................................ยิ่งแล้ว
ลุฌานสี่ทันควัน.................................................กอปรร่วม เมตตา
"อวิกเขปะ"แผ้ว..................................................จิตแล้ฐิติดล

    ๙๙.สงฆ์"ปีติ"คลายหทยะหนา.........................อุเบกขาอุบัติยล
สั่งสมกุศลลุพหุผล.............................................จะเกิดแลวิบากตาม

    ๑๐๐.ความ"กรุณาวิปากฯ"แท้..........................วิบากผล ของกรุณ
ผนวกกับฌานดล...............................................สี่ขั้น
เป็นฌานสี่เห็นยล..............................................."มีสุข เอกัคฯ"
มีสงบอารมณ์ดั้น................................................ประณีตแล้องค์ฌาน

    ๑๐๑.ธรรมเป็นไฉนลุกรุณา.............................หทัยพาสิสงสาร
มุ่ง"รูปภพ"ละหินะกราน......................................ปฐมฌานลุดังหมาย

    ๑๐๒.กราย"สหรคต"แล้..................................กับฌาน กรุณา
"วิตก,วิจาร"พาน.................................................เกิดพร้อม
"ปีติ,สุขมี"ขาน....................................................เพราะวิเวก
"อวิกเขปะ"จิตน้อม..............................................มั่นแท้กุศลธรรม

    ๑๐๓.สงฆ์ตัดละ"กาม"ประลุ"ปฐมฯ....................จะร่วมสม"กรุณ"ล้ำ
เกิดเป็น"วิบาก"เพราะเจาะกระทำ.........................กุศลส่งจิรังกาล

    ๑๐๔.ลุฌานสองยิ่งล้ำ......................................กรุณา ประกอบแล
ความผ่องใสเกิดหนา...........................................สงบแท้
"วิจาร,วิตกคลาย"พา............................................"ปีติ"จ่อ "สุข"แล
"อวิกเขปะ"แล้.....................................................จิตน้อมกุศล

    ๑๐๕.ฌานสองลุด้วยสหรคต............................"กรุณ"จดวิบากยล
"รูปากุศล"ระดะเจาะผล ......................................สะสมไว้จะเกิดแฉ

   ๑๐๖.แลสงฆ์เจริญมรรคแล้ว.............................ปีติคลาย
มีจิต"อุเบกขา"กราย............................................ว่างแล้
"สัมปชัญฯสติ"ฉาย..............................................คงมั่น
สุขจาก"นามกาย"แท้...........................................ล่วงล้ำฌานสาม

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 10:02:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

แค่ตำพริกพริกเปื้อนมือนิดหน่อย      ไอติมพริกรสอร่อยไปอีกอย่าง
 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 05:53:42 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์







   "สายน้ำ"


    เจ้าพระยายามเช้าคราวแดดส่อง
    เห็นเรือล่องจูงลากออกจากท่า
    เป็นทิวแถวแนวตรงส่งสินค้า
    ระลอกคลื่นนำพาน้ำกระเซ็น

    น่านนทีรวมสี่สายเจ้าพระยา
    มีคุณค่ามากมายมนุษย์มองเห็น
    กระแสสินธุ์รินหลากฝากความเย็น
    สิ่งจำเป็นประโยชน์ล้ำนำมาใช้

    สู่เส้นทางสร้างหลักลงปักฐาน
    เปรียบสายธารนี้เป็นเส้นเลือดใหญ่
    หล่อเลี้ยงมนุษย์มวลชนปลาต้นไม้
    แหล่งพึ่งพาอาศัยสิ่งได้รับ

    ยินเสียงคลื่นหมื่นระลอกย้ำบอกว่า
    เจ้าพระยารินไหลไม่รู้หลับ
    ชั่วกัปชั่วกัลป์เกินกว่าคณานับ
    คลื่นขานขับกระทบทาบตราบนิรันดร์

    กันต์กรีนซี

    ๑๔/๕/๒๕๖๙


 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 04:51:35 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

ล้างมือก่อนตัดนะอย่าละเลย    เพราะเห็นเคยทำไรมือไม่ล้าง 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ♥.....ดอกสร้อย....วันละนิด....?
 เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 04:01:16 PM 
เริ่มโดย Sasi Aksarasrom - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช










ฟักเอ๋ยฟักทอง
สีเหลืองเรืองรองเฉิดฉาย
ปลูกเองดูแลมิเว้นวาย
สุดท้ายเก็บผลได้ชิม
แกงเผ็ดเนื้อวัวคั่วกะทิ
เติมกะปิอีกหน่อยอร่อยอิ่ม
ของหวานบวดฟักทองทิม
ชวนลิ้มรสลำล้ำเลิศเอย ฯ





 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 09:32:45 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๓๓) อภิธรรมปิฎก :
๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์

    ๗๑."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................รตีกล้าและชมแล
ธรรมเหลือก็"สัมปะฯ"ภวแน่..............................."มุทิตา"ซิร่วมกัน

    ๗๒.ครันสงฆ์เจริญมรรคแล้...........................ฌานสอง บรรลุ
มุทิตากอปรครอง.............................................ร่วมด้วย
เกิดธรรมเอกผุดปอง........................................หทัยผ่อง
"วิตก,วิจาร"ม้วย..............................................."สุข"พร้อม"ปีติเผย

    ๗๓."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................เจาะเรียกหนารุจาเอ่ย
ธรรมเหลือก็ร่วมปะรติเชย................................มุทีตาประกอบแฉ

    ๗๔.แลสงฆ์เจริญต่อแล้ว..............................."ปีติ"คลาย
จิตอุเบกขากราย.............................................ว่างแท้
ฌานสามลุสติฉาย...........................................เป็นสุข นามกาย
ฌานร่วมมุทิตาแล้............................................เกิดน้อมยินดี

    ๗๕.อีกนัยกุศลเจาะ"มุทิตา"...........................อุบัติหนาแตะฌานสี่
"หนึ่ง,สองและสามเลาะจตุต์ฯ"ชี้ .......................มิถึงปัญจห้าเผย

   ๗๖.เปรยลุฌานหนึ่งแล้..................................มี"วิจาร" "วิตก"
"มีสุข,ปีติ"พาน..................................................แน่แล้ว
ฌานสองระงับ"วิตก"ราน...................................เหลือแต่ "วิจาร"
กับ"สุข,ปีติ"แผ้ว................................................อยู่ยั้งสบายใจ

    ๗๗.สงฆ์บรรลุ"ฌานตติยะ"พาน......................"วิจาร"รานสงบไกล
เหลือ"ปีติ,สุข"รุจิไสว.........................................ลุธรรมเอก ณ จิตแฉ

    ๗๘.แลลุฌานสี่น้อม.......................................ประกอบหนา มุทิตา
"ปีติ"คลายจิตพา...............................................อุเบกฯแล้
"สัมปชัญฯ,สติ"มา..............................................คงมั่น
เสวย"สุข"นาม์กายแท้........................................รูปพร้อมสะอาดใจ

    ๗๙."ฌานกลางอุเบกขะเจาะกุศล....................หทัยดลสงบไซร้
วางเฉยลุปัญญะวิเคราะห์ไข..............................มิเอนเอียงมิยินดี

    ๘๐.มีอุเบกขาจ่อแล้ว.....................................เป็นไฉน
สงฆ์มุ่งเจริญมรรคไว.........................................เพ่งแล้
ลุฌานสี่คระไล..................................................สัมปยุต อุเบกขา
ละทุกข์ละสุขแท้...............................................อุเบกฯได้สติคง

    ๘๑.วางเฉยกระทำเจาะกิริยา.........................."อุเบกขาวิมุตฯ"บ่ง
ธรรมเหลือสิ"สัมปะฯภวตรง................................อุเบกขาก็เช่นกัน

    ๘๒.ครัน"ฌานวิปากฯ"แล้................................อธิบาย อัปป์มัญฯ
มีสี่,เมตตากราย.................................................ยิ่งล้ำ
สงฆ์เจริญมรรคสงัดฉาย....................................ฌานหนึ่ง ลุมา
"วิบาก,วิจาร"ย้ำ................................................."สุขพร้อมเอมใจ"

    ๘๓.จิตมั่นมิส่ายละจระเตร่.............................."อวิกเขปะ"นิ่งไว
สงฆ์มีสมาธิพละไซร้..........................................สภาพธรรมกุศลเผย

    ๘๔.เปรยสงฆ์,กามสงัดแล้..............................ทำกุศล รูปาฯ
จึงลุปฐมฌานดล...............................................ร่วมน้อม
เมตตาเหตุพานผล............................................มี"วิตก วิจาร"
"ปีติ,สุข"เกิดพร้อม............................................จากแท้"วิเวก"หนา

    ๘๕.มีมรรคเจริญ"ทุติยฌาน"..........................ลุร่วมผ่านสิเมตตา
ภายในซิผ่องเจาะรุจิกล้า..................................."วิตกตรึก"วิจารผลาญ

   ๘๖.กรานมีธรรมเอกแล้..................................อุบัติมา
"มีสุข,ปีติ"ครา..................................................เปี่ยมล้น
สุขเกิดแต่สมาธิ์พา...........................................จิตมั่น "อวิกเขฯ"
สภาพธรรมเรียกด้น..........................................ว่าแท้กุศล
 
    ๘๗.สงฆ์เพียรสิมรรคละปิติพา........................อุเบกขาอุบัติยล
มี"สัมปชัญญะสติ"ผล........................................เสวยสุขเพราะนาม์กาย

    ๘๘.กราย"ฌานสาม"ล่วงแล้ว..........................เมตตา สัมปยุต
"อวิกเขปะพา....................................................เสงี่ยมแล้
"ปีติ"เพิกละหนา................................................จิตจ่อ อุเบกขา
"สติ สุข,นามกายแปล้........................................เนื่องด้วยวิบากกราน

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:22:06 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รับติมตัดทันใดอย่าได้ช้า       แล้วตั้งท่าเช็ดน้ำอย่าทำเฉย
 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: สุขใคร สุขมัน
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:19:32 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช








ลูกสาวมีอาการแลบลิ้นค้าง
พ่อตกใจหาทางรีบแก้ไข
ค้นข้อมูลสาเหตุที่เป็นไป
ข้อสรุปที่ได้ไม่กังวล
อาจเป็นเพราะน้องลืมหดเก็บลิ้น
อาจเป็นเพราะเพิ่งกินและเลียขน
อาจเป็นเพราะร้อนกายไม่สบายตน
พาให้คนอย่างเราคอยเฝ้าดู
ทุกวันนี้เหตุการณ์ปกติ
เลิกทำตัวอุตริให้แปลกหู
เป็นจอมซนตัวแม่ที่แท้ทรู
กระรอกหนูกิ้งก่ามาฝากเรา

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 10:35:54 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

ปากกาพร้อมลงชื่อยกมือไว    เห็นของจ้างถูกใจแหมใช่เลย 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.451 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...