Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:41:39 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ไม่มีเรื่องซับซ้อนหรือซ่อนซุก      เตะบอลช้างให้สนุกดีกว่าไหม
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:53:54 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๐/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๔๘) คำว่า จตุตถะ = ที่ชื่อว่าเป็นที่ ๔ โดยลำดับแห่งการนับ; ชื่อว่าจตุตถะ เพราะโยคาวจรบุคคลเข้าถึงฌานนี้เป็นที่ ๔;
(๔๘.๑) คำว่า ฌาน = อุเบกขา สติ และเอกัคคตา
(๔๘.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุจตุตถฌาน
(๔๘.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่ จึงเรียกว่า อยู่
(๔๘.๔) ในคำว่า เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง นั้น
~ รูปสัญญา = คือ สัญญาที่เกิดขึ้นยึดรูปเป็นอารมณ์
(๔๘.๕) รูปสัญญา = เป็นไฉน
ความจำได้; กิริยาที่จำได้; ภาวะที่จำได้ของโยคาวจรบุคคลผู้เข้ารูปาวจรสมาบัติ; ผู้อุบัติในรูปภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน; เหล่านี้เรียกว่า รูปสัญญา
~ รูปาวจรสมาบัติ = จิตที่ท่องเที่ยวนับเนื่องในรูปภูมิ หรือจิตที่ได้ฌานอันเป็นไปในรูปภพ
~ รูปภูมิ = แดนที่อยู่ของพรหมที่มีรูป เป็นภูมิที่ประณีตและมีสุขอันไม่มีเรื่องกามปน (สุคติภูมิ) เป็นที่เกิดของผู้ที่บำเพ็ญสมถภชาวนาจนได้บรรลุฌานระดับสูง (รูปฌาน ๑-๕ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น)
(๔๘.๖) ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งรูปสัญญาเหล่านี้; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง
(๔๘.๗) ในคำว่า เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา นั้น = ปฏิฆสัญญาเป็นไฉน
~ ปฏิฆสัญญา = ปฏิฆะสัญญา คือความจำในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นอารมณ์ชั้นกามาวจร
-> รูปสัญญา สัททสัญญา คันธสัญญา รสสัญญา และโผฏฐัพพสัญญา เหล่านี้เรียกว่า ปฏิฆสัญญา
-> ปฏิฆสัญญาเหล่านี้เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา
(๔๘.๘) ในคำว่า เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญา นั้น = นานัตตสัญญาเป็นไฉน
-> ความจำได้; กิริยาที่จำได้; ภาวะที่จำได้ของบุคคล ผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยมโนธาตุ; หรือผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณธาตุซึ่งไม่ได้เข้าสมาบัติ; เหล่านี้ เรียกว่า นานัตตสัญญา
-> ภิกษุไม่มนสิการนานัตตสัญญาเหล่านี้ จึงเรียกว่า เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญา
(๔๙) ในคำว่า อากาศไม่มีที่สุด นั้น = อากาศ เป็นไฉน
อากาศ ธรรมชาติที่นับว่าอากาศ; ความว่างเปล่า; ธรรมชาติที่นับว่าความว่างเปล่า; ช่องว่าง ธรรมชาติที่นับว่าช่องว่างซึ่งมหาภูตรูป ๔ ถูกต้องไม่ได้; นี้เรียกว่าอากาศ
(๔๙.๑) ภิกษุตั้งจิตไว้; ตั้งจิตไว้ด้วยดี; แผ่ไปไม่มีที่สุดในอากาศนั้น; จึงเรียกว่า อากาศไม่มีที่สุด
(๔๙.๒) คำว่า อากาสานัญจายตนะ = อธิบายว่า ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าอากาสานัญจายตนะ; ผู้อุบัติในอากาสานัญจายตนภูมิ หรือพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๔๙.๓) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุอากาสานัญจายตนะ
(๔๙.๔) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๔๙.๕) คำว่า เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง = ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งอากาสานัญจายตนะนี้; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง
(๕๐) คำว่า วิญญาณไม่มีที่สุด = ภิกษุมนสิการอากาศนั้นนั่นแหละที่วิญญาณถูกต้องแล้ว แผ่ไปไม่มีที่สุด; จึงเรียกว่า วิญญาณไม่มีที่สุด
(๕๐.๑) คำว่า วิญญาณัญจายตนะ = ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าวิญญาณัญจายตนะ; ผู้อุบัติในวิญญาณัญจายตนภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๕๐.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุวิญญาณัญจายตนะ;
(๕๐.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๕๐.๔) คำว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง = ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งวิญญาณัญจายตนะ; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง
(๕๑) คำว่า อะไรๆ สักน้อยหนึ่งก็ไม่มี = ภิกษุทำวิญญาณนั้นนั่นแหละไม่ให้มี; ให้เสื่อมไป; ให้อันตรธานไป; พิจารณาเห็นว่า น้อยหนึ่งก็ไม่มี;จึงเรียกว่า อะไรๆ สักน้อยหนึ่งก็ไม่มี
(๕๑.๑) คำว่า อากิญจัญญายตนะ = ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าอากิญจัญญายตนะ; ผู้อุบัติในอากิญจัญญายตนภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๕๑.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุอากิญจัญญายตนะ
(๕๑.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๕๑.๔) คำว่า เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดพอากิญจัญญายตนะ; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวง

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:18:54 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

น่าจะจริงอย่างบอกบอลไม่พัง     แต่ก็ยังคาจิตติดคาใจ 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:16:40 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๙/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๔๕.๑๐) ในคำว่า มีสติสัมปชัญญะ
-> สติ = เป็นไฉน
สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ; นี้เรียกว่า สติ
-> สัมปชัญญะ = เป็นไฉน
ปัญญา; กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ; ความไม่หลงงมงาย; ความเลือกเฟ้นธรรม; สัมมาทิฏฐิ; นี้เรียกว่า สัมปชัญญะ
-> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยสตินี้และสัมปชัญญะ; จึงเรียกว่า มีสติสัมปชัญญะ
(๔๕.๑๑) ในคำว่า เสวยสุขด้วยนามกาย นั้น = สุข เป็นไฉน
ความสำราญทางใจ; ความสุขทางใจ; ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า สุข
(๔๕.๑๒) กาย =เป็นไฉน
สัญญาขันธ์; สังขารขันธ์; และวิญญาณขันธ์ นี้เรียกว่า กาย
(๔๕.๑๓) ภิกษุเสวยสุขนี้ด้วยกายนี้ จึงเรียกว่า เสวยสุขด้วยนามกาย
(๔๖) ในคำว่า ที่พระอริยะทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ นั้น พระอริยะทั้งหลาย = เป็นไฉน
-> พระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระอริยะทั้งหลาย; พระอริยะเหล่านั้น กล่าวสรรเสริญ; แสดง; บัญญัติ; แต่งตั้ง; เปิดเผย จำแนก; ทำให้ชัดเจน; ประกาศบุคคลผู้ได้บรรลุนี้ จึงเรียกว่า ที่พระอริยะทั้งหลายกล่าวสรรเสริญ
(๔๖.๑) ในคำว่า มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข นั้น อุเบกขา = เป็นไฉน
-> อุเบกขา; ความวางเฉย; กิริยาที่เพ่งเฉย; ความเป็นกลางแห่งจิต; นี้เรียกว่า อุเบกขา
-> สติ = เป็นไฉน
สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ; นี้เรียกว่า สติ
-> สุข = เป็นไฉน
ความสำราญทางใจ; ความสุขทางใจ; ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า สุข
(๔๖.๒) ภิกษุประกอบด้วยอุเบกขา สติและสุขนี้ สืบเนื่องกันอยู่; ดำเนินไปอยู่; รักษาอยู่; เป็นไปอยู่; ให้เป็นไปอยู่; เที่ยวไปอยู่; พักอยู่; ด้วยประการฉะนี้ จึงเรียกว่า เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข
(๔๗) คำว่า ตติยะ = ชื่อว่าตติยะ โดยลำดับแห่งการนับ; ชื่อว่าตติยะ เพราะโยคาวจรบุคคลเข้าถึงฌานนี้เป็นที่ ๓
(๔๗.๑) คำว่า ฌาน = อุเบกขา สติ สัมปชัญญะ สุข และเอกัคคตา
(๔๗.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง;การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุตติยฌาน
(๔๗.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่ จึงเรียกว่า อยู่
(๔๗.๔) คำว่า เพราะละสุขและทุกข์ได้ อธิบายว่า
-> สุข = เป็นไฉน
ความสำราญทางกาย; ความสุขทางกาย; ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่กายสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่กายสัมผัส; นี้เรียกว่า สุข
-> ทุกข์ = เป็นไฉน
ความไม่สำราญทางกาย; ความทุกข์ทางกาย; ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่กายสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่กายสัมผัส; นี้เรียกว่า ทุกข์
-> สุขและทุกข์นี้เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า เพราะละสุขและทุกข์ได้
(๔๗.๕) คำว่า เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว = อธิบายว่า
-> โสมนัส = เป็นไฉน
ความสำราญทางใจ; ความสุขทางใจ; ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า โสมนัส
-> โทมนัส = เป็นไฉน
ความไม่สำราญทางใจ; ความทุกข์ทางใจ; ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า โทมนัส
(๔๗.๖) โสมนัสและโทมนัสนี้เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; ด้วยประการฉะนี้ จึงเรียกว่า เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว
(๔๗.๗) คำว่า ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข = ความสำราญทางใจก็ไม่ใช่; ความไม่สำราญทางใจก็ไม่ใช่; ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; จึงเรียกว่า ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข
~ เจโตสัมผัส = การรับรู้ทางใจ เกิดจากใจ กระทบกับอารมณ์ที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ (ธรรรมารมณ์) จึงเกิดเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุข หรือทุกข์
(๔๗.๘) ในคำว่า มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา นั้น อุเบกขา = เป็นไฉน
-> อุเบกขา ภาวะที่วางเฉย; กิริยาที่เพ่งเฉย; ความวางตนเป็นกลางแห่งจิต; นี้เรียกว่า อุเบกขา
-> สติ = เป็นไฉน
สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ; นี้เรียกว่า สติ
-> สตินี้เป็นอันเปิดเผย; บริสุทธิ์; ผุดผ่อง; เพราะอุเบกขานี้ จึงเรียกว่ามีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 10, เมษายน, 2569, 09:20:56 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword
อ้างจาก: ฝาตุ่ม ที่ 10, เมษายน, 2569, 01:03:49 PM

บอลเขาจะแตกไหมยังไม่เคย     วานเฉลยให้หน่อยนั่งคอยฟัง 

บอลสำหรับช้างเตะไม่แตกง่าย    ออกแรงเตะตามสบายดั่งใจหวัง
 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 10, เมษายน, 2569, 01:03:49 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

บอลเขาจะแตกไหมยังไม่เคย     วานเฉลยให้หน่อยนั่งคอยฟัง 

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 10, เมษายน, 2569, 08:30:31 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๘/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๔๓.๑) คำว่า ปีติ และ สุข = อย่างไร
-> ปีติ = เป็นไฉน
ความอิ่มเอิบ; ความปราโมทย์; ความยินดีอย่างยิ่ง; ความบันเทิง; ความร่าเริง; ความรื่นเริง; ความปลื้มใจ; ความตื่นเต้น; ความที่จิตชื่นชมยินดี; นี้เรียกว่า ปีติ
-> สุข = เป็นไฉน
ความสำราญทางใจ; ความสุขทางใจ; ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า สุข
-> สุขนี้สหรคต; เกิดพร้อม; ระคน; และประกอบด้วยปีตินี้; จึงเรียกว่า มีปีติและสุขๆ
(๔๔) คำว่า ปฐม = ชื่อว่าปฐม โดยลำดับแห่งการนับ ชื่อว่าปฐม เพราะโยคาวจรบุคคลเข้าถึงฌานนี้เป็นที่ ๑
(๔๔.๑) คำว่า ฌาน = วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา
(๔๔.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึงความถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุปฐมฌาน
(๔๔.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่; ฯลฯ พักอยู่; จึงเรียกว่าอยู่
(๔๔.๔) คำว่า เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว = เป็นไฉน
-> วิตก = เป็นไฉน
ความตรึก; ความตรึกโดยอาการต่างๆ; ฯลฯ สัมมาสังกัปปะ; นี้เรียกว่า วิตก
-> วิจาร = เป็นไฉน
ความตรอง; ความพิจารณา; ความตามพิจารณา; ความเข้าไปพิจารณา; ความที่จิตสืบต่ออารมณ์; ความที่จิตเพ่งอารมณ์; นี้เรียกว่า วิจาร
(๔๔.๕) วิตกและวิจารดังกล่าวนี้ เป็นอันสงบ; ระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว
(๔๔.๖) คำว่า ภายในตน =  เป็นภายในตน; มีเฉพาะตน
(๔๔.๗) คำว่า ผ่องใส = ศรัทธา; กิริยาที่เชื่อ; ความปักใจเชื่อ; ความเลื่อมใสยิ่ง
(๔๔.๘) คำว่า มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น = อธิบายว่า ความตั้งอยู่แห่งจิต;ฯลฯ สัมมาสมาธิ
(๔๔.๙) คำว่า ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร = อย่างไร
-> วิตก = เป็นไฉน
ความตรึก; ความตรึกโดยอาการต่างๆ ฯลฯ; สัมมาสังกัปปะ; นี้เรียกว่า วิตก
-> วิจาร = เป็นไฉน
ความตรอง; ความพิจารณา; ความตามพิจารณา; ความเข้าไปพิจารณา; ความที่จิตสืบต่ออารมณ์; ความที่จิตเพ่งอารมณ์; นี้เรียกว่า วิจาร
(๔๔.๑๐) วิตกวิจาร ที่กล่าวมานี้ เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร
(๔๔.๑๑) คำว่า เกิดจากสมาธิ = ความผ่องใส; ปีติ และสุข; ธรรมเหล่านั้นเกิดแล้ว; เกิดพร้อมแล้ว; บังเกิดแล้ว; บังเกิดเฉพาะแล้ว; ปรากฏแล้วในสมาธินี้; จึงเรียกว่า เกิดจากสมาธิ
(๔๔.๑๒) คำว่า มีปีติและสุข = อย่างใด
-> ปีติ = เป็นไฉน
ความอิ่มเอิบ; ความปราโมทย์ ฯลฯ; ความที่จิตชื่นชมยินดี; นี้เรียกว่า ปีติ
-> สุข = เป็นไฉน
ความสำราญทางใจ ฯลฯ; กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส; นี้เรียกว่า สุข
-> สุขนี้สหรคต; เกิดพร้อม; ระคน; ประกอบด้วยปีตินี้; จึงเรียกว่ามีปีติและสุข
(๔๕) คำว่า ทุติยะ = ชื่อว่าทุติยะ โดยลำดับแห่งการนับ ชื่อว่าทุติยะ เพราะโยคาวจรบุคคลเข้าถึงฌานนี้เป็นที่ ๒
(๔๕.๑) คำว่า ฌาน = ความผ่องใส ปีติ สุข และเอกัคคตา
(๔๕.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; ความถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุทุติยฌาน
(๔๕.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่าอยู่
(๔๕.๖) ในคำว่า เพราะปีติจางคลายไป = ปีติ เป็นไฉน
ความอิ่มเอิบ; ความปราโมทย์; ความยินดีอย่างยิ่ง; ความบันเทิง; ความร่าเริง; ความรื่นเริง ; ความปลื้มใจ; ความตื่นเต้น; ความที่จิตชื่นชมยินดี; นี้เรียกว่า ปีติ
-> ปีตินี้เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า เพราะปีติจางคลายไป
(๔๕.๗) ในคำว่า มีอุเบกขา = เป็นไฉน
อุเบกขา ภาวะที่วางเฉย; กิริยาที่เพ่งเฉย, ความวางตนเป็นกลางแห่งจิต; นี้เรียกว่า อุเบกขา
(๔๕.๘) ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยอุเบกขานี้; จึงเรียกว่า มีอุเบกขา
(๔๕.๙) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 09, เมษายน, 2569, 09:54:11 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

แสดงว่าขาแข้งแข็งแรงสุด     ตั้งทีมฟุตบอลดีกว่าอย่านิ่งเฉย
 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 09, เมษายน, 2569, 03:15:26 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์




   #"ด า ว ก ร ะ ด า ษ"


   ฉันเก็บทุกเรื่องราวความทรงจำ
   พับกระดาษที่ทำนำมาใส่
   ดาวร้อยพันฉันสื่อคือแทนใจ
   บรรจุขวดที่ใช้ค่าใช่แพง

   กำลังใจ จากนี้ที่เชื่อมั่น
   ตราบตะวันเปี่ยมพลังสาดส่งแสง
   มิตรภาพคงยากหากเปลี่ยนแปลง
   พร้อมปันแบ่งเพื่อเธอเสมอมา

   นึกถึงกันเฝ้ารอขอแค่นี้
   เห็น ด า ว ก ร ะ ด า ษ หลากสีที่ตรงหน้า
   แทนตัวฉันยามไกลสุดสายตา
   เพียง…รู้ว่านึกถึงซึ้งใจพอ

   แจ่มชัดความทรงจำ ยามนึกถึง
   กาลครั้งหนึ่งเคยมีที่เกิดก่อ
   เมื่อทุกคราวดาวกระดาษสาดแสงทอ
   หนึ่งคำขอ แค่ว่าอย่าลืมกัน

   กันต์กรีนซี







 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 09, เมษายน, 2569, 11:39:06 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

เห็นไม้ซุงตั้งตอหนูขอบาย    นึกอับอายซุงจ๋าเท่าขาเลย 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.094 วินาที กับ 15 คำสั่ง
กำลังโหลด...