|
1
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:44:03 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๑๔) อภิธรรมปิฎก : ๒๑.วิภังค์ : สิกขาปทวิภังค์ ๗๑.ศีลเป็น"ปริตตะ"ภวธรรม..................ด้อยนำธุระ"กามาฯ" เป็นจิตกุศลแวะจระฝ่า..............................กาม์โลกปุถุชนแฉ ๗๒.แลสิกขาบทห้า..............................."เนวา- เสกขาฯ" คือปุถุชนหนา..........................................ไม่แล้ "เสกขะจ่อโสดาฯ.....................................ถึงแค่ "อนาคาฯ "อเสกฯ"อรหันต์แท้...................................ไป่ต้องศึกษา ๗๓.ศีลห้า"ปริตตะฯ"ภวสม.....................อารมณ์ลุกุศลกล้า ที่ตั้ง ณ "กามวจระ"หนา.............................ขัดเกลาลิกิเลสหยาบ ๗๔.ทราบสิกขาบทห้า............................เป็นกุศล "กามาฯ" มิเกี่ยวกับมรรคยล.....................................ไป่แล้ "มัคค์รมณ์ฯ,มัคค์เหตุฯปน...........................หรือ"มรรค อธิปติ" มรรคสู่นิพพานแท้......................................สิกฯห้า"กาม"หนา ๗๕.ศีลห้าหทัยมุละวิรัติ..........................กาลชัด ณ อดีตลา เจต์นามิเกิดก็ลุ"อนาฯ"...............................กาลนี้ขณะเกิดแฉ ๗๖.แลสิกขาบทห้า................................ยังมี "อุปปันฯ" ศีลเกิดคราจิตทวี.......................................ยกเว้น ศีลยังไม่เกิดดี...........................................เพราะไม่ สมาทาน "มิกล่าวอุปปาฯ"เร้น....................................เกิดขึ้นก็มี ๗๗.ศีลห้า"นรัมณะ"เจาะสม.....................อารมณ์ปะทุมีชี้ คราปัจจุบันลุเฉพาะคลี่...............................ต่อหน้าก็จะสู้แฉ ๗๘.แลสิกขาบทห้า.................................."ภายใน อัชฌัตตะ" ตนจ่องดเองไว............................................แม่นแล้ว "พหิทธา,นอก"ไกล......................................มิชัก นำเขา "อัชฌัตฯ,พหิทธา,แผ้ว.................................งดแล้สองทาง ๗๙.ศีลห้า"พหิทธมณะ"หนา......................ธรรมกล้าเจาะอะรมณ์วาง กับวัตถุนอกพหิระพลาง...............................ไม่ใช่จะปะในตน ๘๐.ยลสิกขาบทห้า..................................เป็นหนา "อนิทัสส์ฯ" คราววิรัติศีลพา...........................................งดเว้น สภาพรูปร่างเลือนซา....................................มิเด่น "อนิทัสส์" กระทบ"อัปป์ฏิฯ"เร้น.....................................ไม่รู้สึกแฉ ๘๑.ศีลห้า,"น เหตุ"ก็เจาะพระธรรม.............คอยย้ำวิรตีแล ไม่เป็นสิเหตุ ฉ ระดะเคย...............................โลภ,โกรธและอโทสา.. ๘๒.คราสิกขาบทห้า..................................เป็นหนอ "สเหตุกะ" เหตุร่วม,เหตุมีคลอ........................................แนบแล้ว เหตุสองฝ่ายดีพอ..........................................ปราศโลภ โกรธ,หลง เหตุชั่วมีโลภ..แป้ว.........................................มุ่งตั้งใจทำ ๘๓.ศีลห้า บ "เหตุตะ"ประกอบ....................เกิดนอบปะทะเหตุนำ เรียก"สัมปยุต"เจาะภวพร่ำ............................."ปัญญา"ประลุเกิดเผย ๘๔.เปรยสิกขาบทห้า................................ความแล "นเหตุสเหตฯ"แบ..........................................เหตุไร้ "เหตุสัมป์ยุตตะฯ"แฉ.....................................ประกอบร่วม เหตุเอย "เหตุเหตุสัมป์ยุตฯ"ไซร้.................................ไม่แล้จิตกุศล ๘๕.ศีลห้าลุ"สัปจยะ"เจาะไซร้....................ปัจจัยภวปรุงยล ศีลเว้นละมีสติระคน......................................เป็นเหตุสุขะชีวี ๘๖.มีสิกขาบทห้า......................................เป็น"สัง- ขตะ" มีปัจจัยปรุงยัง..............................................เกิดแล้ ขันธ์มีเสื่อมแปรผัง........................................ปรากฏ จิตงดบาปเลิกแท้..........................................ดับได้เหตุแฉ ๘๗.ศีลห้า"อรูป"ก็ภวธรรม..........................ถึงคลำมิเจาะเห็นแล เกี่ยวกับหทัยวิรติแน่......................................เว้นชั่วทุจริตหนา ๘๘.คราสิกขาบทห้า...................................ศีลแล "เกนจิวิญเฌยฯ"แฉ........................................ทราบได้ จิตเกิด-ดับเหตุแปร........................................วนเปลี่ยน อีกสิ่ง"เกนจินฯ"ไซร้.......................................ไม่รู้เลยเผย |
||
|
2
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:53:35 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ฟังดูแล้วคงอร่อยมิใช่เบา แบกเสียมเข้าช่วยกันขุดทันที ![]() |
||
|
3
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:14:58 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
หากรอนานไม่ไหวคนใจร้อน ไปขุดถอนเผือกมันแล้วมาเผา |
||
|
4
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:17:13 PM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร คนดีศรีสังคม ทุกเช้าตรู่ ดูข่าว เศร้าใจนัก ไทยที่รัก ครบถ้วน ล้วนขื่นขม ฆาตกรรม คดโกง สร้างโศกตรม ร้าวระทม ขมขื่น ไร้ชื่นใจ ทุจริต ประพฤติผิด คิดมิชอบ สนองตอบ เหล่าจัญไร ไร้ขานไข ใกล้สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน ท้องถิ่นไทย แสนห่างไกล ความจรัส ขัดหูตา นักการเมือง ไร้จรรยา จริยธรรม สร้างบาปกรรม มากมาย หลายปัญหา ทำข้าวยาก หมากแพง ช้ำอุรา ยากนักหนา จักพลิกฟื้น คืนสมบูรณ์ ทั่วแผ่นดิน หมดสิ้น ซึ่งความสุข กลียุค เร่งรีบ ชีพสิ้นสูญ อีกนานไหม แผ่นดินไทย ไร้อาดูร ร่วมเกื้อกูล สร้างคนดี ศรีสังคม คนเรียนไพร ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:59:31 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๔/๑๔) อภิธรรมปิฎก : ๒๑.วิภังค์ : สิกขาปทวิภังค์ ๕๓."กามาวะจิตฯ"สหรคต........................มีจดลุอุเบกขา "ฌานสัมปยุต"เจาะภวหนา..........................ปัญญาอธิจิตเผย ๕๔.เปรย"กามาจิตฯ"แท้..........................มีพาน อุเบกขา สัมป์ยุตรวมกับฌาน....................................เปี่ยมล้น ปัญญายิ่งเกิดขาน......................................คราถูก ชักจูง คิดไตร่ตรองมากท้น...................................คิดช้าลุผล ๕๕."กามาวะจิตฯ"สหรคต........................เกิดจดเลาะอุเบกฯยล "ฌานวิปปยุต"ลุภวผล.................................ไร้ปัญญะเจาะเหตุกรรม ๕๖.ทำจิตอุเบกฯแท้................................ไกลฌาน "วิปปยุต" มีรูป,อารมณ์พาน........................................เด่นพร้อม ปัญญาไม่มีขาน..........................................มีเหนี่ยว ชักจูง "อวิกเขปะ"น้อม..........................................มั่นแล้วจิตคง ๕๗.สิกขาก็สงฆ์ปฏิปทา...........................มุ่งหน้าจระ"ภพ"บ่ง "รูป์ภพ,อรูปฯ"ประลุประสงค์........................โลกุตตระฌานแฉ ๕๘.แลนำหนีโลกแท้................................เดินตรง นิพพาน ละทิฏฐิพะวง...............................................แน่แล้ว สงบจาก"กาม"คง.........................................กรรมชั่ว เดินสู่"ปฐมฌาน"แกล้ว.................................สุขพร้อม"ปีติ"แฉ ๕๙."ปัญหาเจาะปุจฉกะฯ"คณา.................สิกขาก็ปะ"ศีล"แล มีบทสิห้าปะระดะแล้...................................."ปาณาติฯ,อทินนาฯ" ๖๐."กาเมสุมิจฯ"แล้.................................."มุสา- วาทาฯ" คราสุดคือ"สุราฯ"........................................มุ่งเว้น ผองศีลแน่เป็นหนา......................................"ดี,ชั่ว, อัพยาฯ" หวังพึ่ง,"สรณะ"เฟ้น.....................................ไม่ไห้สัตว์เผย ๖๑.สิกขาสิตอบเจาะปะกุศล.....................โดยด้นมิกระทำเกย ชั่วห้าประการมิภิทะเคย................................ลักทรัพย์..วสะเว้นหนา ๖๒.คราจิตกรานมุ่งเว้น..............................สิกขา เบญจศีล การเบียดเบียนไกลหนา.................................ไม่น้อม ตน,คนอื่นสบายพา........................................มิรุ่ม ทุกข์ใด กุศลเกิดในตนพร้อม......................................จิตแผ้วกิเลสคลาย ๖๓.ศีลห้าเจาะเว้นจะสุขะรุด ......................สัมป์ยุตสิประกอบกราย ยังมี"อทุกขะสุขะฯ"ฉาย.................................รู้สึกภว"กลางเฉย" ๖๔.เปรยเบญจศีลจ่อเว้น............................มีผล "วิปากธัมฯ"เกิดดล.........................................แน่ไซร้ เป็นวิบากเห็นยล...........................................รับเด่น ผลดี หากไม่เลิกจะได้...........................................ชั่วน้อมรับผล ๖๕.ศีลห้าสภาวะ"อนุปาฯ"..........................กอปรหนานิรยึดตน ตัณหาและทิฏฐิตะจะด้น................................อารมณ์ซิอุปาทาน ๖๖.พานสิกขาบทห้า..................................มิหมอง "อสังกิฯ" เจตนากุศลครอง...........................................ไม่เศร้า กิเลสห่างไกลผอง.........................................นำสู่ ผลลัพธ์ วิบากประณีตเหย้า........................................สะอาดแท้จิตเผย ๖๗.สิกขาสิห้าลุ"สวิตักฯ"............................พร้อมพรักกะ"วิตก"เกย "ความตรองวิจาร"หทยะเอ่ย...........................คิด,เว้นมิกระทำแฉ ๖๘.แลสิกขาบทห้า...................................."เอมใจ ปีติสหฯ" "จิตสุขสหฯ"ไว..............................................เปี่ยมล้น "มีอุเบกขาฯ"ไกล...........................................ใจมุ่ง งดแล ธรรมชัดกุศลท้น............................................ส่งแล้สุข,เฉย ๖๙.ศีล"เนวะตัพพะฯ"กิจะหนา.....................จักพาน ฤ เว้นเอย ไม่อาจละ"อาสวะ"ผละเผย..............................ด้วย"ทัสสฯรึสมาธิ์"ไหน ๗๐.ไกลสิกขาบทห้า...................................เป็น"อา- จยคามี" "ธรรมก่อเกิด,ตายหนา....................................วัฏฏ์แล้ โลกีย์เหตุเวียนพา...........................................ไปเกิดหลากภพ การรักษ์ศีลนำแท้...........................................ไม่สิ้นภพหนา |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:53:46 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
![]()
|
|||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:32:27 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร สังคมทราม จักมีไหม ชนใด ในโลกหล้า แสนเก่งกล้า สามารถ เกินชาติไหน ทุจริต ติดสินบน อยู่ร่ำไป ไม่มีที่ แห่งใด ไร้โกงกิน ทั้งบนโต๊ะ ใต้โต๊ะ มีนอกใน สินน้ำใจ กำสรวล ชวนติฉิน ทุกวงการ แสนร้าวราน ได้ยลยิน จนชาชิน พฤติกรรม ชอกช้ำใจ แสนชิงชัง สังคม อุปถัมภ์ ชาติต้อยต่ำ ร้าวระบิล สิ้นสดใส สังคมเสื่อม ชุมชนทราม ทุกชั้นวัย อีกนานไกล จึงประสบ พบจำเริญ ต้องริเริ่ม เติมสิ่งดี ศรีสังคม ให้รื่นรมย์ ร่มรื่น ชื่นสรรเสริญ ปฏิรูป วัฒนธรรม อย่าหมางเมิน ขอชวนเชิญ ร่วมด้วย ช่วยสังคม คนเรียนไพร ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ |
||
|
8
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:53:46 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๓/๑๔) อภิธรรมปิฎก : ๒๑.วิภังค์ : สิกขาปทวิภังค์ ๓๕.สิกขาสิสอง"วจระกาม".......................จิตลามเจาะกุศลล้น "ปาณาติปาฯ"หทยะตน................................โสม์นัสเจาะผนวกฌาน ๓๖.พบพานธรรมสี่แท้..............................."ฉันทาฯ พอใจ" จิตหมั่น"วิริยาฯ"...........................................ยิ่งพร้อม "จิตตาฯ"มั่นคงหนา......................................ตรองคิด "วีมังฯ" มีแจก"หยาบ,กลาง"น้อม...............................ประณีตไซร้แยกกัน ๓๗.การงดสิธรรมมิภิทะหนา.....................ปาณาติฯก็เรียกครัน ธรรมเหลือก็"สัมปะฯ"ปะทะพลัน....................เรียกเวรมณี ๓๘.มีหลายความกล่าวถ้อย........................"ปาณา- ติปาฯ" กุศลจิต โสมนัสหนา......................................ร่วมน้อม "สัมปยุตฌาน"พา..........................................จิตยิ่ง "ฉันทา" เพียร,จิต,วีมังฯพร้อม.....................................สภาพแล้หลากกัน ๓๙.มี"หยาบกะกลางและเจาะละเอียด".......จ่อเฉียดเพราะเจาะฌานครัน จงใจละเว้นมิภิทะพลัน...................................ธรรมเหลือก็ผนวก"เจต์นา" ๔๐."ปาณาฯ"อีกแบบแล้.............................เสริมแล "มัคคาฯ" มี"ผัสสะ"เติมแฉ............................................กระทบได้ ชนมี"อวิกเขฯ"แด..........................................จิตแน่ว เรียกว่า"ปาณาฯ"ไซร้....................................งดเว้นบาปเผย ๔๑.ปาณาฯเจาะ"กามวจรจิต".....................ร่วมชิดรตีใจเอ่ย สัมป์ยุตกะฌานลุอธิเชย................................ปัญญาลุเจาะเหนี่ยวนำ ๔๒.คำ"กามาฯ"จิตแล้................................สหรรวม โสมนัส วิปปยุตฌานสรวม.........................................เกิดพร้อม ปัญญาไม่มีกวม.............................................จะเกิด มีชักนำแลน้อม..............................................สุขไซร้ธรรมดา ๔๓."กามาวะจิต"สหรคต ............................คิดจดกะ"อุเบกขา" "สัมป์ยุตกะฌาน"เจาะประลุหนา.....................มีชวนและแนะให้ทำ ๔๔.กามาฯนำร่วมแท้..................................อุเบกขา "วิปป์ยุตฌาน"หนา.........................................เกิดด้อย จึงยังขาดปัญญา...........................................ตรองไตร่ การชักจูงมีถ้อย.............................................ไม่ได้เกิดเอง ๔๕.เป็นจิตกุศลมุรตินำ...............................มีธรรมจตุสี่เผง "ฉันทาฯกะ"เพียร,วิริยะฯ"เพ่ง.........................."จิตตาฯกะวิมังสาฯ" ๔๖.คราธรรมสามอย่างนี้.............................ระดับทำ ความดี "หีนะ,ความหยาบ"นำ......................................ไม่พร้อม "ตรงกลาง,มัชฌิม"จำ......................................มิหย่อน มิตึง "ประณีต"ทำดีน้อม..........................................เลิศแปล้กุศล ๔๗.ปาณาฯละเว้นกิริยะเลิก.........................ฆ่าเพิกปฏิบัติยล ธรรมเหลือเจาะ"สัมปะฯ"ภวผล........................ด้วยเวรมณี ๔๘.มีธรรมเหลือกอปรด้วย..........................เจตนา มี"ผัสสะ,ปัคคาฯ"............................................ครอบแล้ มี"อวิกเขฯ"หนา..............................................ใจมั่น เรียกว่าเขางดแท้............................................ฆาตคล้อยปาณาฯ ๔๙.ศีลเหลือเหมาะสี่ก็วทะกล้า.....................ปาณาฯดุจะครือหนา "ห้ามลักอทินฯ"กะธนคว้า................................."กาเมฯ"มิละเมิดเขา ๕๐.ธรรมเนาไหนเด่นแล้..............................สิกขา กามาฯ ธรรมร่วมโสมนัสหนา.......................................ชัดแล้ว สัมปยุตฌานพา..............................................เห็นรูป อารมณ์ "อวิกเขปะ"แกล้ว............................................เกิดขึ้นจิตตรง ๕๑.สิกขาเจาะธรรม"วจรกามฯ"...................ร่วมตามรติใจบ่ง สัมป์ยุตกะฌานลุภวส่ง...................................ต้องมีธุระชักนำ ๕๒.ธรรมมีโสมนัสล้วน................................ไกลฌาน วิปปยุต ฉลาดมิมีพาน..................................................แน่แท้ จิตเกิดแน่วทะยาน..........................................มีเหนี่ยว ชักจูง คนมุ่งทำบุญแล้..............................................แต่ไร้ปัญญา |
||
|
9
เมื่อ: 25, มิถุนายน, 2569, 09:56:27 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
กว่าเลาะก้างเสร็จนี่มิใช่น้อย คงนั่งคอยหลายเดือนนะเพื่อนเรา ![]() |
||
|
10
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 25, มิถุนายน, 2569, 05:07:58 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒/๑๔) อภิธรรมปิฎก : ๒๑.วิภังค์ : สิกขาปทวิภังค์ ๑๗."กามาวะจิต"สหรจัด............................"โสม์นัส"มนะแกร่งกล้า สัมป์ยุตกะฌานซิพละล้า..............................ชักจูงภวจิตสอง ๑๘.ตรอง"กามาจิตฯ"แปล้.........................ดีใจ สหรคต วิปปยุตฌานไกล..........................................ไม่พริ้ง "กุศลจิตสามไว............................................จะปราศ ปัญญา" พลังจิตมากจึงทิ้ง.........................................ไม่ต้องชักนำ ๑๙."กามาวะจิตฯ"สหรคต..........................ร่วมจดรติใจพร่ำ วิปป์ยุตกะฌานจะอนะหนำ............................ในชนลิพิฆาตเผย ๒๐.เปรย"วิปปยุต"ทิ้ง................................ฌานมลาน หมายว่าคนเขลาซาน....................................จิตล้า จิตดวงสี่ครองพาน........................................การชัก นำแล ผลจิตงดฆาตคว้า..........................................เกี่ยวแท้ปาณาฯ ๒๑."กามวะจิตฯ"สหรเชย...........................วางเฉยเจาะอุเบกขา สัมป์ยุตกะฌานซิพละกล้า.............................ชักจูงอนะมีแฉ ๒๒.แลเป็นดวงจิตห้า.................................อุเบกขา มีฌานเลิศปัญญา..........................................เก่งพร้อม จิตพานว่าง,ปาณาฯ.......................................พรากห่าง เกิดสุขชีพยืนน้อม.........................................เดือดร้อนมิมี ๒๓."กามาวะจิต"สหรหนา...........................ร่วมพาเจาะอุเบกฯชี้ สัมป์ยุตกะฌาน"ลุภวรี่...................................ปัญญาประลุต่ำเผย ๒๔.เปรยจิตดวงหกแล้...............................พลังซา คราเกิดชักจูงหนา.........................................ช่วยจ้อง ปาณาฯจิตรักพาง..........................................ฆาตห่าง ชีวิตเกิดสุขซ้อง.............................................คับแค้นไกลหนา ๒๕."กามาวะจิตฯ"สหรคต...........................ร่วมจดเจาะอุเบกขา วิปป์ยุตกะฌานหทยะกล้า..............................ดวงเจ็ดมิฉลาดแฉ ๒๖.แลปัญญาเกิดไร้..................................จิตพลัง มากเฮย มีชักจูงประดัง...............................................เกิดได้ จิตดวงแปดผนวกจัง......................................อุเบกฯ วิปปยุตฌานไซร้............................................เกิดต้องชักนำ ๒๗.การงดละเว้นมิภิทะใคร.........................ไม่ไฃร้ซิละเมิดทำ "ปาณาติบาต"ปจยะพร่ำ.................................สาเหตุมละหมดเผย ๒๘.เปรยปาณาฯเด่นแท้..............................คือใด "กามวจะจิตฯ"ไว............................................แปดคล้อย เฉยอุเบกขาใส...............................................วิปป์ยุต กับฌาน พลังจิตเกิดมาด้อย.........................................จุ่งต้องนำหนา ๒๙.จงใจละเว้นกิริยะงด..............................เรียกจดซิก็ปาณาฯ ธรรมเหลือก็"สัมปะฯ"ปะทะกล้า.......................เจต์นาประลุเรียกขาน ๓๐.พาน"ปาณาฯ"สิ่งแท้..............................รวมหนา กามาฯ จิตก่ออุเบกขา...............................................แน่แล้ว วิปปยุตฌานซา..............................................มิเกิด ปัญญา จิตที่แปดเกิดแกล้ว.........................................จึ่งต้องชักนำ ๓๑.จิตมั่น"อวิกฯ"ลุภวกล้า..........................."ปัคคาหะฯ"เจาะครองย้ำ ผู้เว้นสิฆ่าลุธุระหนา........................................"ปาณาติฯ"ก็ศีลแฉ ๓๒.แลชนคิดรักษ์น้อม................................ศีลครอง ปาณาฯ มีจิตกามาฯตรอง............................................แปดแท้ สัมป์ยุตฯ,วิปป์ยุตฯจอง...................................ฌานยิ่ง มี,ไม่มีฉลาดแล้..............................................ต่างด้วยฌานเผย ๓๓."ลักทรัพย์อทินนะฯ"ลิมิเตร่ ..................."กาเมฯ"มิละเมิดเอ่ย "พูดปดมุสาฯ"มละเฉลย"................................."งดดื่มกะสุราฯ"หนา ๓๔.คราศีลอีกสี่นั้น.....................................ความเหมือน ปาณาฯ มีจิตแปดดวงเยือน.........................................อยู่แล้ว เบญจ์ศีล,แปดจิตเตือน...................................จิตสี่- สิบดวง โสมนัส,อุเบกฯแกล้ว.......................................ช่วยน้อมจิตกุศล |
||


