Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:55:32 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

เด็กเด็กเห็นหันมองโลกต้องจำ     เป็นผู้นำเรื่องบานสำราญใจ 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:27:18 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


 

   "ชุ ม พ ร "


    อากาศแสนสดใสใจชุ่มชื่น
    ระลอกคลื่นครวญเพลงบรรเลงเห่
    กระทบฝั่งดังครืนยามคลื่นเท
    ใจซัดเซดั้นด้นคนสัญจร
 
    ไม้ทะเลลมโลมเล้า เจ้าเกิดเสียง
     เริงระบำสำเนียงเพียงหมายอ้อน
    ใบไม้ปลิวเอนส่ายคล้ายแง่งอน
    เพียงเว้าวอนผ่อนแรงยามแกว่งใบ
 
    เรือตังเกลำน้อยลอยเท้งเต้ง
    แสนครื้นเครงคลื่นทะเลซัดเซใส่
    เสียงกังวาลกระทบฝั่งก้องดังไกล
    ปริ่มเปรมใจเป็นปลื้ม จนลืมเวลา

    มองฟ้าครามยินเสียงคลื่นสดชื่นนัก
    คนไร้หลักพักพิงทิ้งปัญหา
    หัวใจคนสัญจรแสนอ่อนล้า
    ขอหลับตาลงนั่งฟังคลื่นทะเล

    กันต์กรีนซี
    ๑๔/๘/๒๕๖๙




 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / ๛ วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา ๛
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:47:48 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่อยุธยา มีเจดีย์องค์หนึ่ง ที่มีคนใส่ชุดไทยไปยืนถ่ายรูปข้าง ๆ แทบทุกวัน
โดยไม่มีใครบอกพวกเขาเรื่องความเชื่อว่า...



เชื่อกันว่าในเจดีย์องค์นั้นคือเถ้ากระดูกของเจ้าชายที่ถูกเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์
เขาไม่ได้ก่อกบฏ เขาไม่ได้ฆ่าใคร ความผิดข้อเดียวของเขาคือรักผิดคน
และคนสั่งลงโทษเขา คือพระราชบิดาของเขาเอง



ปี 2258 มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งประสูตรในกรุงศรีอยุธยา พระนามว่า
"เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์" แต่คนทั้งแผ่นดินเรียกพระองค์สั้น ๆ ว่า "เจ้าฟ้ากุ้ง"
พระองค์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศและได้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล
พูดง่าย ๆ คือเป็นรัชทายาท คนถัดไปที่จะได้ครองกรุงศรีอยุธยา



แต่สิ่งที่ทำให้คนจำพระองค์ได้จนถึงวันนี้ ไม่ใช่ตำแหน่ง
พระองค์คือกวีที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่แผ่นดินนี้เคยมี
กาพย์เห่เรือที่ยังใช้เห่ในพระราชพิธีมาจนถึงทุกวันนี้ พระองค์เป็นคนแต่ง
"สุวรรหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ " บรรทัดนี้อายุเกือบสามร้อยปีแล้ว
คนไทยยังได้ยินกันทุกครั้งที่มีขบวนเรือ คนที่เขียนมันขึ้นมาตายในที่คุมขังตอนอายุ 40 ปี



ในวังเดียวกันนั้น มีสตรีพระองค์หนึ่งพระนามว่า "เจ้าฟ้าสังวาลย์"
เป็นพระสนมเอกของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และเป็นพระญาติของเจ้าฟ้ากุ้งเอง
ในวังที่ทุกคนมองกันตลอดเวลา ความลับมีอายุสั้นเสมอ



ปี 2298 เรื่องนี้ถึงพระกรรณพระราชบิดา โปรดให้ชำระความ ทั้งสองพระองค์ยอมรับ
คำพิพากษามีสามอย่าง ถอดจากเจ้าฟ้าลงเป็นไพร่ นามพระนลาฏ
และเฆี่ยนเจ้าฟ้ากุ้ง 180 ครั้ง ยังไม่ทันครบ พระองค์ก็สิ้นพระชนม์
เจ้าฟ้าสังวาลย์ โดนเฆี่ยน 30 ครั้ง แล้วสิ้นในสามวันต่อมา


เรื่องนี้ไม่ใช่ตำนาน ไม่ใช่เรื่องเล่าปากต่อปาก มันถูกจดไว้ในพระราชพงศาวดาร
วันนั้นกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เสียแค่คนสองคน มันเสียรัชทายาทไปด้วย
อีกสิบสองปีต่อมา กรุงแตก ไม่มีใครพิสูจน์ได้หรอกว่า ถ้าเจ้าฟ้ากุ้งยังอยู่
อะไรจะต่างออกไป แต่คนรุ่งหลังก็อดคิดถึงมันไม่ได้ทุกครั้ง



ที่วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่พระเจ้าปราสาททองสร้างไว้ตั้งแต่ปี2173
มีเจดีย์เล็กสององค์ตั้งอยู่ใกล้กัน เชื่อกันตามหลักฐานและป้ายของทางราชการว่า
องค์หนึ่งบรรจุพระอัฐิของเจ้าฟ้ากุ้ง อีกองค์คือของเจ้าฟ้าสังวาลย์
วันนี้เหลือให้เห็นชัดองค์เดียว อีกองค์พังลงไปแล้ว



ทุกเย็นวันหยุดลานวันนี้เต็มไปด้วยคนใส่ชุดไทย ทุกคนยิ้ม ทุกคนถ่ายรูปสวย
ไม่มีใครรู้ว่ากำลังยืนอยู่ตรงไหน คนเฝ้าวัดรุ่งเก่าบอกว่า ช่วงที่นักท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว
ถ้าได้ยินเสียงคนอ่านกลอนเบา ๆ แถวเจดีย์สององค์นั้น อย่าขานรับ
เพราะเรื่องของสองคนนั้น ยังไม่เคยมีใครตัดสินให้จบจริง ๆ สักที
เชื่อหรือไม่ อยู่ที่คุณ

°:. *₊ ° . ☆   °:. *₊ ° . ° .•

ขอบคุณเพจ คำภีร์สยาม กับเรื่องราวในอดีต

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:44:16 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๑/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๓๓๐.จูงปัญญาเกิดล้น...................................."ปฐมฌาน- สมาบัติ"
จิตมั่นปราศนิวรณ์ตน.........................................ดับห้า
"วิตก,ตรึก"วิจาร.................................................ตรองแน่ว อารมณ์
ปีติ,สุขเจอกล้า...................................................หนึ่งแท้จิตครอง

    ๓๓๑.ปัญญาวิปัสสนา"ทุติยฌาน"....................มละพาน"วิตกและตรอง"
"เอกัคคตากะปีติ,สุขะ"จอง.................................ภวเหลือพิจารณ์พระธรรม

    ๓๓๒.คำ"อนิจจัง"เที่ยงไร้................................เหตุปรุง ปีติ,สุข
เกิด-ดับธรรม์ดาพยุง..........................................เช่นนั้น
ทุกข์,อนัตตาผดุง...............................................สภาพจิต ถูกบีบ
จะเปลี่ยน,บังคับดั้น............................................ไม่ได้เลยหนา

    ๓๓๓.ปัญญาก็"สัมปชัญฯ"ตติยฌาน.................ดนุพานซิรู้คุณา
"เอกัคคตา,และสุข"ก็ทวิพา.................................มนะเย็นและซ่านซิกาย

    ๓๓๔.กรายวิปัสฯมุ่งแท้....................................พิจารณ์ ไตรลักษณ์
เป็นทุกข์มิคงพาน...............................................เปลี่ยนได้
ตัวตนไม่เป็นขาน................................................จิตแน่ว ตรึกขันธ์
ทราบสิ่งตามจริงไซร้...........................................ถ่องถ้วนกาย,ใจ

    ๓๓๕.ปัญญาลุยิ่งจะถึงจตุตถ์ฌาน....................ชระมานและมั่นไสว
"เอกัคฯ"สิหนึ่ง"ลิสุขละทุขะ"ไกล..........................ลุ"อุเบกขะ"วางซิเฉย

    ๓๓๖.เปรยถึงฌานสี่ท้น...................................."อภิญญา" ปัญจะ
สภาพเป็นจริงพา.................................................หน่ายแท้
"สังสารวัฏ"ขังหนา...............................................พาสู่ อริยสัจ
เจริญมรรคสมังคีแล้............................................ล่วงแล้วนิพพาน

    ๓๓๗.ปัญญา ณ "อากะสายตนะฯ"แจ้ง...............มนะแจง"อรูปฯ"และกราน
อากาศมิสุดอะรมณ์หทยะชาญ.............................ภวปรุงมิเที่ยงจะแปร

    ๓๓๘.แลปัญญาเกิดแท้......................................"วิญญา- นัญจาฯ"
จิตจ่อวิญญาณพา................................................ตรึกรู้
วิญญาณสุด"อนิจฯ"หนา.......................................มิเที่ยง ถูกปรุง
จึงดับธรรมดากู้....................................................มุ่งขึ้นสูงแฉ

    ๓๓๙.ปัญญา ณ "อากิญฯ"พินิจ"เจาะอนะใด".......ภวไซร้เจาะ"ว่าง"ซิแล
จิตเกิดสงบ,ประณีตหทยแน่...................................ริเจริญวิปัสสนา

    ๓๔๐.พาวิจารณ์ถ่องแท้......................................สภาพแปร ไตรลักษณ์
ธรรมหลากหลายปรุงแล........................................เที่ยงไร้
ความทุกข์ไม่คงแฉ................................................มิใช่ ตัวตน
เห็นโทษแลจิตไซร้.................................................มุ่งสิ้นกิเลสเผย

    ๓๔๑.ปัญญา ณ "เนวสัญฯ"มนะละเอียด...............ประลุเฉียดวะ"จำ"เฉลย
"สัญญาเจาะมี,มิมี"มิภณะเอ่ย..................................มละสัญญะทำคระไล

    ๓๔๒.ไว"ปัจจเวกฯ"แล้.........................................ฌานทวน ธรรมลุ
ทวนมรรคญาณลุควร.............................................ถั่งถ้อย
พินิจกิเลสละขวน...................................................ยังไป่ ละแล
พิศนิพพานมรรคช้อย.............................................พรั่งพร้อมแจงผล

    ๓๔๓.หมวดสิบพระธรรมสิ"ฐานะ"ภวรัว.................หินะชั่วลุเลวซิยล
ญาณรู้"อฐานะ"ไร้เจาะอนะดล................................."ลุกระทำตะบาปจะดี"

    ๓๔๔.พุทธ์องค์ลีทราบแล้ว...................................โสดาฯ มรรคทิฏฐิ
จะยึดสังขารครา.....................................................เที่ยงแล้
"อฐานะ"จะมีหนา.....................................................เหตุไป่ ปัจจัย
ปุถุชน"ฐานะ"แท้......................................................เกิดได้มิเหมือน

    ๓๔๕.พุทธ์เจ้าเจาะทราบ"อฐานะ"ประลุโร่...............โสดะบันจะเฉือน
ฆ่าพ่อ,อร์หันต์,พระพุทธะ,พหุเกลื่อน..........................อนะปัจจ์ยะ,เหตุซิหนา

    ๓๔๖.คราพุทธ์องค์ทราบด้วย................................ปุถุชน "ฐานะ"
ภพที่แปดเกิดยล......................................................อีกแท้
โสดาฯแค่เจ็ดหน......................................................ก็ล่วง อรหันต์
จริงแน่โสดาฯแล้......................................................แปดน้อมเกิดมลาน

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:04:57 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๐/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๓๑๓.ตาทิพย์"จุตูปปาฯ"เจาะพหุสัตว์................ภวชัดจะ"จุติ"นา
หรือ"เกิด"เพราะทำ"กุศล ฤ หินะ"คว้า...................ก็จะวนติภพซิแฉ

    ๓๑๔.แล"อาสวักฯ"มุ่งสิ้น..................................อาสวะแฉ กิเลสเฮย
จิตมั่นสะอาดแล..................................................กิเลสลี้
อาสวะกิเลสแช...................................................หมดมุ่ง
จิตอิสระหลุดชี้...................................................วัฏพ้นอรหันต์

    ๓๑๕.นิทเทสกะสัตตะแจังปะทุ"ชรา"................"มรณา"จะเกิดประชัน
แม้ในอดีตก็"ชาติ"ปจยะครัน...............................ตริ"ปฏิจจ์สมุปะฯ"เผย

    ๓๑๖.เปรยญาณวัตถุเจ็ดแล้............................เป็นไฉน
มี"แก่,มรณะ"ไว..................................................."ชาติ"น้อม
ครา"ชาติ"ไม่มีไกล..............................................ตาย,แก่ มิมี
ทราบ,แก่,ตายก็พร้อม.........................................."ชาติ"แท้เหตุหนา

    ๓๑๗.แม้กาลอดีตผิ"ชาติ"จะอนะมี....................."มระชี้ชรามิมา"
แม้นกาละหน้า"ชราและมรณา".............................อุปบัติเพราะ"ชาติ"เฉลย

    ๓๑๘.เปรยอนาคตแล้.......................................มิมี"ชาติ"
ตาย,แก่ บ เห็นทวี................................................เช่นนั้น
ตราบใด"ชาติ"มีกลี..............................................อนาคต ชรา,ตาย
จะเกิดสุดหลีกดั้น................................................มุ่งหน้าไปแฉ

    ๓๑๙.ชนรู้เจาะธรรมวะตั้งลุฐิติดิ่ง......................ภวสิ่งอุบัติซิแน่
อาศัยสิเหตุและปัจจยะเหมาะแล้...........................ประลุเกิดสิต่อพิไล

    ๓๒๐.ปัญญาไวทราบแล้...................................."ฐิติธรรม"
"ปฏิจจ์สมุปฯหนำ.................................................รอบรู้
มีไตรลักษณ์คุมนำ...............................................ความดับ
มีเสื่อม,มีคลายสู้...................................................จบสิ้นธรรมดา

    ๓๒๑.ญาณวัตถุหมวดละแปดก็จตุมรรค.............อริย์จักก็สี่คุณา
ปัญญา ณ ผลเจาะสี่ก็ภวกล้า................................จะเจาะโลกุตต์ระธรรมซิเผย

    ๓๒๒.เปรยปัญญาส่งน้อม.................................."โสดา- ปัตติมรรค"
จิตดับกิเลสครา....................................................แรกแท้
ตัดสังโยชน์สามพา...............................................ผลจิต โสดาฯ
เสวยสุขจิตสงบแล้................................................ปิดกั้นภูมิอบาย

    ๓๒๓.ปัญญา ณ มรรคซิสองลุ"สกทาฯ"...............ภิทะหนากิเลสมลาย
"กามราคะ,เคืองและขัดปฏิฆะ"วาย.........................ภวคลายและบางซิแฉ

    ๓๒๔.แล"สกทาฯ"เกิดขึ้น...................................จิตผล ประณีต
หากไม่ลุธรรมดล..................................................สุดแล้
จะมาเกิดอีกหน.....................................................ในโลก คราวเดียว
ลุอรหัตต์ผลแท้.....................................................แน่แล้วจริงเผย

    ๓๒๕.ปัญญา ณ มรรค"อนาฯ"ประลุวิเศษ.............ลิกิเลสซิเพิ่มเฉลย
สังโยชน์สิห้าละได้ลุชิระเชย..................................มนะเปลี่ยน"อนามิผล"

    ๓๒๖.ดลมรรคเกิดเยี่ยมแล้ว................................"อนาคา-ผล"เกิด
พระอนาคาฯหนา....................................................ออกพ้น
หลังตายจ่อเกิดลา.................................................."พรหมสุท- ธาวาส"
จะล่วงนิพพานด้น...................................................ไม่แล้กลับมา

    ๓๒๗.ปัญญาสิสุดลิ"อาสวะ"เจาะล้น.....................ละสกลซิขาดละนา
สังโยชน์ละสิบลุหยั่งชระคุณา................................."อรหัตตมรรค"เจาะพลัน

    ๓๒๘.ครันปัญญาเปี่ยมแท้....................................เกิดผล อรหัตต์
อวิชชาเหตุกิเลสรน.................................................ตัดไดั
ปัญญาสว่างหลุดดล................................................จากวัฏฏ- สงสาร
"ชาติ"จบมิเกิดไซร้..................................................ล่วงด้วยปัญญา

    ๓๒๙.ญาณวัตถุหมวดสิเก้า"อนุวิหารฯ"..................มนะฐานประณีตคุณา
จิตอยู่สิเข้าและออกระยะสมาธิ์................................นวขึ้นซิต่ำเจาะสูง

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 10:43:26 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ก็เป็นคนหน้าบานสำราญจิต     ทั่วทุกทิศเด็กเห็นเป็นต้องขำ
 

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 04:26:12 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

หน้าพี่หมูโผล่มาแหมทำไม   หน้าบานใหญ่กว่าพิซซ่าหน้าส้มตำ 

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 02:45:20 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๙/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๒๙๖.คราแจกญาณหมวดห้า.............................."สัมมา- สมาธิ"
ประกอบปัญจะหนา...............................................เพ่งรู้
เกิดรวมสี่ฌานมา..................................................หลังสุด "ปัจจ์เวกฯ"
ตรองสี่ฌานแรกกู้................................................."ปัจจ์ฯแล้ทวนธรรม

    ๒๙๗."สัมมาสมาธิ"ปัญจะประลุขาน....................จตุฌานฤดีซินำ
ตั้งมั่นเจาะเข้า ณ ญาณลุสติหนำ...........................ภวผลสมาธิแฉ

    ๒๙๘.แลป้ญญาหยั่งแล้......................................"ฌานสอง มีปีติ"
ซาบซ่านอาบกายครอง..........................................แผ่ล้วน
"ฌานสาม"แผ่"สุข"จอง..........................................เอิบอาบ
มีสุขสบายถ้วน......................................................ทั่วทั้งกายา

    ๒๙๙.ปัญญาสิรู้สภาวะมนะเขา............................หินะเบา ฤ มากคณา
"เจโตปรียญาณ"อติสมาธิ์".....................................ภวรู้ซิคิดอะไร

    ๓๐๐.ไวมี"ตาทิพย์"น้อม......................................ปัญญา
เห็นสว่างทางจิตหนา..............................................ละอียดแท้
มี"ปัจจเวกฯ"พา......................................................นิมิตเด่น
คิดทบทวนญาณแล้...............................................เลื่อนขั้นปัญญา

    ๓๐๑."สัมมาสมาธิ"ปัญจมะก็ญาณ.......................จะพะพานเพราะฝึกสมาธิ์
ขั้นสูงเจาะ"อัปปมาณะฯ"ดนุหนา.............................ภวรู้จะแจ้งซิพลัน

    ๓๐๒.ครันมีญาณเกิดขึ้น......................................สุขหนา ปัจจุบัน
จากวิเวกสงบมา......................................................ยิ่งไซร้
สุขเป็นวิบากครา.....................................................เกิดต่อ อนาคต
จิตตัดกิเลสไร้.........................................................สุขแท้นิพพาน

    ๓๐๓.ญาณเกิดกะตนสมาธิจระไกล......................ชระไซร้กิเลสมลาน
"อามิส"มิมีมิหวังลุยศะขาน.......................................ฤ เพราะโลภ,สรรเสริญ

    ๓๐๔.ญาณเจริญเกิดได้.......................................เฉพาะตน
วิปัสสนาดล.............................................................วิมุติแล้ว
ชนมิฝึกจิตยล..........................................................หาอยู่ ยากแล
คนโง่มิอาจแจ้ว........................................................อยู่ได้เลยครัน

    ๓๐๕.ญาณเกิดกะตนสมาธิเจาะละเอียด................ลุละเมียดฤดีซิมั่น
ธรรมเอกจะผุดสงบลุชระสรรค์.................................ละกิเลสซิเองเฉลย

    ๓๐๖.จิตมิเคยข่มค้อม..........................................."นิวรณ์"แล
ความตรึกคุมจิตแฉ...................................................ไม่ต้อง
จิตเป็นอิสระแด........................................................"กลาง"ส่อ อัตโนมัติ
บังคับมิมีจ้อง............................................................มรรคแท้พลังแฉ

    ๓๐๗.ญาณเกิดกะตนจะเข้าและมุสมาธิ์.................สติกล้าเจาะมั่นซิแน่
ออกจากสมาธิ์ก็รู้สติมิแปร........................................มิสะดุ้งหทัยมิหลง

    ๓๐๘.ตรงญาณวัตถุ,หกพร้อม................................ปัญญา อภิญญา
ผลฝึกจิตสูงหนา.......................................................ยิ่งแท้
ปัญจะแรกเจาะโลกา.................................................สภาพจิต โลกีย์
หกสุด"โลกุตต์ฯ"แล้..................................................ฆ่าม้วยกิเลสผลาญ

    ๓๐๙.รู้"อิทธิวิธญาณ"หทยะรุด..............................บริสุทธิ์สมาธิชาญ
มีอิทธิฤทธิ์"เหาะ,หายวปุมิพาน".................................จระสู่นทีมิจม

    ๓๑๐.ชม"โสตธาตุฯ"แน่พร้อม................................เสียงยิน
หูทิพย์ยินไกลชิน.....................................................ยิ่งถ้วน
เกินหูมนุษย์จะผิน.....................................................ยินแน่ว
เสียงต่างภพภูมิล้วน..................................................วิเศษแท้สมาธิ์เพรา

    ๓๑๑.จิตรู้หทัย"ปร์จิตตะฯ"นฤชน...........................ภวก่นซิฟุ้ง ฤ เศร้า
ไร้"โลภะ,โทสะ,หลง" ฤ หินะเขลา...............................ขณะนั้นสิคิดอะไร

    ๓๑๒.ไว"ปุพเพฯ"ระลึกรู้........................................."ชาติตน" จิตฝึก
คนอื่น"เกิด"เห็นยล....................................................ทั่วพร้อม
สถานเกิด,ชื่ออดีตผล................................................ทราบแน่ว
ทราบแต่ละชาติน้อม.................................................มากน้อยพลังสมาธิ์

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 12:51:19 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



หน้าแซ่บแซ่บแบบนี้ซิเราชอบ    แต่เห็นกรอบหน้าคนคิดสงสัย

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 13, สิงหาคม, 2569, 12:47:54 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


❀  คุยกับน้องแตน  ❀

สักวาว่าแค้นโดนแตนต่อย (อีกแล้ว)
เจ็บไม่น้อยเจ้านั้นทำกันได้
แค้นเรานักหนักหนาหนอเหตุใด
เจอทีไรเป็นต้องเข้ามาตี
หรือว่าเราไปทำอะไรผิด
จึงตามติดต่อยเอาต่อยเอาซิ
ถามจริงจริงโกรธเคืองเรื่องใดมี
เจอหน้าทีต้องต่อย...นะแตนเอย

    
ღ ลิตเติลเกิร์ล ღ


หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.494 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...