Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:01:02 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร
อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๒๓/๒๗)

(๗.๖) สมณะหรือพราหมณ์อื่นกล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้ไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เข้าถึง อากิญจัญญายตนฌาน โดยกำหนดว่า อะไร ๆ ก็ไม่มี เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะเสียได้โดยประการทั้งปวง ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้วย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก เพราะเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง
-> สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์อย่างนี้
(๗.๗) สมณะหรือพราหมณ์อื่นกล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้ไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เข้าถึง เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะเสียได้โดยประการทั้งปวง ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น
-> เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้ว ย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก
-> เพราะเหตุเพียงเท่านี้แลอัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง
-> สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์อย่างนี้
เหล่านี้ชื่อว่าทิฏฐิ ๗
สัตตกมาติกา จบ
[๘] อัฏฐกมาติกา
(๑) กิเลสวัตถุ = สิ่งก่อความเศร้าหมอง ๘
(๑.๑) โลภะ - ความโลภ (๑. ๒) โทสะ -ความคิดประทุษร้าย (๑.๓) โมหะ - ความหลง (๑.๔) มานะ - ความถือตัว (๑.๕) ทิฏฐิ - ความเห็นผิด (๑.๖) วิจิกิจฉา - ความลังเลสงสัย (๑.๗) ถีนะ - ความหดหู่ท้อแท้ (๑.๘) อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่าน
(๒) กุสีตวัตถุ = เหตุเกิดความเกียจคร้าน ๘
(๒.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีการงานที่ต้องทำ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้องทำการงาน แต่เมื่อเรากำลังทำการงานอยู่จักลำบากกาย เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
-> ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๑
(๒.๒) ภิกษุทำการงานแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้ทำการงานแล้ว เมื่อเรากำลังทำการงานอยู่กายก็ลำบาก เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๒
(๒.๓) ภิกษุต้องเดินทาง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราจักต้องเดินทางแน่ เมื่อเรากำลังเดินทางกายจักลำบาก เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๓
(๒.๔) ภิกษุเดินทางแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้เดินทางแล้วนะ เมื่อเรากำลังเดินทางอยู่กายก็ลำบาก เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๔
(๒.๕) ภิกษุเที่ยวไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ไม่ได้โภชนะหยาบหรือประณีตเพียงพอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราเที่ยวไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ก็ไม่ได้โภชนะหยาบหรือประณีตเพียงพอแก่ความต้องการกายของเรานั้นเหน็ดเหนื่อย ไม่ควรแก่การงาน เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๕
(๒.๖) ภิกษุเที่ยวไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ได้โภชนะหยาบหรือประณีตเพียงพอแก่ความต้องการ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เรานะเที่ยวไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคมได้โภชนะหยาบหรือประณีตเพียงพอแก่ความต้องการแล้ว กายของเราหนัก ไม่ควรแก่การงาน จะเป็นเหมือนถั่วหมักเอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๖
(๒.๗) ภิกษุเกิดอาพาธขึ้นเล็กน้อย เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราเกิดอาพาธขึ้นเล็กน้อย มีข้ออ้างที่จะนอน เอาละ เรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๗
๘. ภิกษุหายไข้แล้วแต่หายยังไม่นาน เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า เราหายไข้แล้ว แต่หายยังไม่นาน กายของเรานั้นยังอ่อนเพลีย ไม่ควรแก่การงาน เอาละเรานอนดีกว่า เธอจึงนอน
->ไม่เริ่มความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง
นี้ชื่อว่ากุสีตวัตถุข้อที่ ๘

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:05:53 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รีบซื้อไข่ตุนก่อนก่อนเงินจม     แบบนิยมทำกันที่ผ่านมา
 

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:44:03 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๒๒/๒๗)

(๓) ปริยุฏฐาน = กิเลสเครื่องกลุ้มรุมใจ ๗
(๓.๑) กามปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือกาม (๓.๒) ปฏิฆปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือปฏิฆะ (๓.๓) มานปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือมานะ (๓.๔) ทิฏฐิปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือทิฏฐิ (๓.๕) วิจิกิจฉาปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือวิจิกิจฉา (๓.๖) ภวราคปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือภวราคะ ( ๓.๗) อวิชชาปริยุฏฐานะ - กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคืออวิชชา
(๔) อสัทธรรม = ธรรมของคนพาล ๗
 (๔.๑) เป็นผู้ไม่มีศรัทธา (๔.๒) ไม่มีหิริ (๔.๓) ไม่มีโอตตัปปะ (๔.๔) มีสุตะน้อย (๔.๕) เกียจคร้าน (๔.๖) หลงลืมสติ (๔.๗) มีปัญญาทราม
เหล่านี้ชื่อว่าอสัทธรรม ๗
(๕) ทุจริต = ความประพฤติชั่ว ๗
(๕.๑) ปาณาติบาต - ฆ่าสัตว์ (๕.๒) อทินนาทาน - ลักทรัพย์ (๕.๓) กาเมสุมิจฉาจาร - ประพฤติผิดในกาม (๕.๔) มุสาวาท - พูดเท็จ (๕.๕) ปิสุณวาจา - พูดส่อเสียด (๕.๖) ผรุสวาจา - พูดคำหยาบ (๕.๗) สัมผัปปลาปะ -พูดเพ้อเจ้อ
(๖) มานะ = ความถือตัว ๗
(๖.๑) มานะ - ความถือตัว (๖.๒) อติมานะ - ความถือตัวจัด (๖.๓) มานาติมานะ - ความเย่อหยิ่ง (๖.๔) โอมานะ - ความดูหมิ่นตนเอง (๖.๕) อธิมานะ - ความสำคัญว่าได้บรรลุ (๖.๖) อัสมิมานะ - ความสำคัญว่ามีตัวตน (๖.๗) มิจฉามานะ - ความถือตัวผิด
(๗) ทิฏฐิ = ความเห็นผิด ๗
(๗.๑) สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> เพราะอัตตานี้มีรูปสำเร็จมาจากมหาภูตรูป ๔ เกิดจากบิดามารดา หลังจากตายแล้วย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก เพราะเหตุเพียงเท่านี้ อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง
-> สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดขึ้นอีกของสัตว์อย่างนี้
(๗.๒) สมณะหรือพราหมณ์อื่น กล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้จะไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เป็นทิพย์ มีรูปเป็น กามาวจร บริโภคข้าวเป็นอาหาร ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น
~ อัตตาที่เป็นทิพย์ = หมายถึงอัตตาที่เกิดในเทวโลก
~ กามาวจร  = เทวดาชั้นกามาวจร ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัสดี
-> เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้วย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก
-> เพราะเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์ อย่างนี้
(๗.๓) สมณะหรือพราหมณ์อื่นกล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้ไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เป็นทิพย์มีรูปสำเร็จด้วยใจ มีอวัยวะครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่องมีอยู่จริง ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น
-> เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้วย่อมขาดสูญพินาศไป ไม่เกิดอีก
-> เพราะเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์อย่างนี้
(๗.๔) สมณะหรือพราหมณ์อื่นกล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้ไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เข้าถึง อากาสานัญจายตนฌาน โดยกำหนดว่า อากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่กำหนด นานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น
-> เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้ว ย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก
-> เพราะเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์อย่างนี้
(๗.๕) สมณะหรือพราหมณ์อื่นกล่าวกับสมณะหรือพราหมณ์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ
-> อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนี้มีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อัตตานี้ไม่ใช่ขาดสูญโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุเพียงเท่านี้
-> ยังมีอัตตาอื่นที่เข้าถึง วิญญาณัญจายตนฌาน โดยกำหนดว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วง อากาสานัญจายตนะเสียได้โดยประการทั้งปวง ท่านยังไม่รู้ไม่เห็น แต่เรารู้เห็น
-> เพราะอัตตานั้นแล หลังจากตายแล้วย่อมขาดสูญ พินาศ ไม่เกิดอีก
-> เพราะเหตุเพียงเท่านี้แล อัตตานี้จึงขาดสูญโดยสิ้นเชิง สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่งบัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ และความไม่เกิดอีกของสัตว์อย่างนี้

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ♥.....ดอกสร้อย....วันละนิด....?
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:13:18 PM 
เริ่มโดย Sasi Aksarasrom - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




แกงเอ๋ยแกงเขียวหวาน
เป็นเมนูอาหารช่วงน้ำท่วม
ปกติมีมะเขือใส่หั่นไก่รวม
มะกรูดสวมบทบาทห้ามขาดเธอ

เพิ่มพิเศษกระเจี๊ยบเขียวฝักเรียวยาว
เปลี่ยนเรื่องราวเสียใหม่ไปเสนอ
เพราะน้ำท่วมผักเสียหายหาไม่เจอ
ชวนเพื่อนเกลอนั่งลงตั้งวงเอย ฯ

-๐-๐-๐-

มะเขือเปราะ ๓ ผล
มะเขือพวง ๓ หน่วย (เน้นว่า ๓ หน่วย)
กระเจี๊ยบเขียว ๔ ฝัก
ใบมะกรูด ๒ ใบ
โหระพา ๓ ยอด
เนื้ออกไก่สด ๑๕๐ กรัม

ได้ แกงเขียวหวานไก่ใส่กระเจี๊ยบเขียว ๑ ถ้วย

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:58:55 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

พอต้นเดือนก็ฟื้นปลุกคืนชีพ     อย่ามัวรีบหลบซ่อนผ้าหมอนห่ม 

เขียนเอง งง เอง 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:13:41 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๒๑/๒๗)

(๑๑) เคหสิตโสมนัส = โสมนัสที่อาศัยกามคุณ ๖
(๑๑.๑) ความสำราญทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในรูปอันเป็นที่ชอบใจ (๑๑.๒) ความสำราญทางใจ ฯลฯ ในเสียงอันเป็นที่ชอบใจ (๑๑.๓) ความสำราญทางใจ ฯลฯ ในกลิ่นอันเป็นที่ชอบใจ (๑๑.๔) ความสำราญทางใจ ฯลฯ ในรสอันเป็นที่ชอบใจ (๑๑.๕) ความสำราญทางใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ชอบใจ (๑๑.๖) ความสำราญทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในธรรมารมณ์ อันเป็นที่ชอบใจ
(๑๒) เคหสิตโทมนัส = โทมนัสที่อาศัยกามคุณ ๖
(๑๒.๑) ความไม่สำราญทางใจ ความทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาที่เสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในรูปอันไม่เป็นที่ชอบใจ (๑๒.๒) ความไม่สำราญทางใจ ฯลฯ ในเสียงอันไม่เป็นที่ชอบใจ (๑๒.๓) ความไม่สำราญทางใจ ฯลฯ ในกลิ่นอันไม่เป็นที่ชอบใจ (๑๓.๔) ความไม่สำราญทางใจ ฯลฯ ในรสอันไม่เป็นที่ชอบใจ (๑๓.๕) ความไม่สำราญทางใจ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันไม่เป็นที่ชอบใจ (๑๓.๖) ความไม่สำราญทางใจ ความทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาที่เสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในธรรมารมณ์อันไม่เป็นที่ชอบใจ
(๑๓) เคหสิตอุเบกขา = อุเบกขาที่อาศัยกามคุณ ๖
(๑๓.๑) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ความไม่สำราญทางใจก็มิใช่ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในรูปอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา (๑๓.๒) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ฯลฯ ในเสียงอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา (๑๓.๓) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ฯลฯ ในกลิ่นอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา (๑๓.๔) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ฯลฯ ในรสอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา (๑๓.๕) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ฯลฯ ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา (๑๓.๖) ความสำราญทางใจก็มิใช่ ความไม่สำราญทางใจก็มิใช่ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัสที่อาศัยกามคุณในธรรมารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา
(๑๔) ทิฏฐิ = ความเห็นผิด ๖
(๑๔.๑) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเรามีอยู่
(๑๔.๒) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเราไม่มี (๑๔.๓) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า เรารู้จักอัตตาได้ด้วยอัตตา (ความมีตัวตน) (๑๔.๔) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า เรารู้จักอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) ได้ด้วยอัตตา (ความมีตัวตน) (๑๔.๕) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า เรารู้จักอัตตาได้ด้วยอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) (๑๔.๖) ความเห็นเกิดขึ้นแก่ผู้นี้โดยแน่แท้มั่นคงว่า อัตตาของเรานี้นั้น เป็นผู้กล่าว เป็นผู้รู้ เสวยผลแห่งกรรมดีแลกรรมชั่วในภพนั้น ๆ สิ้นกาลนาน
-> อัตตานั้นไม่เกิด ไม่มีมาแล้วในอดีต
-> อัตตานั้นไม่เกิด จักไม่มีในอนาคต
-> อัตตาเป็นสภาวะที่เที่ยงยั่งยืน มั่นคง มีความไม่แปรผันไปเป็นธรรมดา
เหล่านี้ชื่อว่าทิฏฐิ ๖
ฉักกมาติกา จบ
[๗] สัตตกมาติกา
(๑) อนุสัย = กิเลสที่นอนเนื่อง ๗
(๑.๑) กามราคานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือกามราคะ (๑.๒) ปฏิฆานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือปฏิฆะ (๑.๓) มานานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือมานะ (๑.๔) ทิฏฐานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือทิฏฐิ (๑.๕) วิจิกิจฉานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือวิจิกิจฉา (๑.๖) ภวราคานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือภวราคะ (๑.๗) อวิชชานุสัย - กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคืออวิชชา
(๒) สังโยชน์ = กิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้ในภพ ๗
(๒.๑) กามราคสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือกามราคะ (๒.๒) ปฏิฆสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือปฏิฆะ (๒.๓) มานสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือมานะ (๒.๔) ทิฏฐิสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือทิฏฐิ (๒.๕) วิจิกิจฉาสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไ.ว้ในภพคือวิจิกิจฉา (๒.๖) ภวราคสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือภวราคะ (๒.๗) อวิชชาสังโยชน์ - กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคืออวิชชา

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 28, กันยายน, 2569, 10:01:31 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

พูดเรื่องเงินเวียนหัวขึ้นทันใด    ยิ่งตอนใกล้สิ้นเดือนเหมือนเป็นลม
 

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: ๛ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด พี่หมู Black Sword ๛
 เมื่อ: 28, กันยายน, 2569, 10:00:13 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword


ขอบคุณทุก ๆ คนครับผมสำหรับคำพรทุกคำ
ปิยมิตรบ้านน้อยฯ ทุก ๆ ท่าน
ผ่านไปอีกปีแล้ว เร็วจริง ๆ
ขอให้ทุก ๆ พบแต่สิ่งที่ดี ๆ เช่นกันครับ
ทั้งน้องหญิง คุณรังรอง คุณแสงประภัสสร
น้องต้นฝ้าย ข้าวหอม หยาดฟ้า กุ้งนา ฝาตุ่ม ปู่กด
ขอให้มีโชคด้านการงาน มีลาภด้านการเงิน
มีความสุขทั้งกายและใจ มีแต่มิตรรอบล้อมตลอดไปครับผมมม
(ว่าแต่เห็นหน้าแล้วคงไม่ฝันร้ายกันนะครับ ฮ่าๆๆๆ)
 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: ๛ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด พี่หมู Black Sword ๛
 เมื่อ: 28, กันยายน, 2569, 09:12:42 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




พรใดประเสริฐล้วน  อวยพร
ทรัพย์นับมิหมดวอน  แบ่งข้อย
เขียนโคลงแต่งอักษร  มาส่ง
ผองเพื่อนเรือนกลอนน้อย  ต่างล้วนยินดี

-๐-๐-๐-

ดอกไม้ของคุณกุ้งนาสวย
ขอยืมมาอวยพรน้าหมูด้วยคนครับ

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 28, กันยายน, 2569, 08:03:56 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)


สักวาน้ำหลากเข้าฟากฝั่ง
เสียงฝนหลั่งทั้งคืนสะอื้นไห้
ห่วงคนกรุงมุ่งหวังพลังใจ
ส่งแรงใจเคียงข้างมิร้างกัน
แม้น้ำท่วมร่วมแรงมิแล้งรัก
ขอภัยหนักคลายลงคงมิ่งขวัญ
ขอปลอดภัยทั่วหน้าสารพัน
ให้ทุกวันคืนสุขสิ้นทุกข์เอย

AddEmoticons00916
กุ้งนา

บางพื้นที่ น้ำอาจลดลงแล้ว เพิ่งมาเขียนกลอนลง
เพราะทางบ้านเรายังวิดน้ำอยู่เลยค่ะ 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.169 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...