Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:32:13 PM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

ขุมทรัพย์

     โลกใบนี้ มีเรื่องแปลก ไว้บอกเล่า
เป็นเรื่องราว สืบสาน นานสมัย
บรรพชน หวงแหน ดินแดนไพร
รักษาไว้ ให้ลูกหลาน สานชีวัน
     เป็นสมบัติ มากค่า มหาคุณ
ใช้เป็นทุน ทำกิน ถิ่นไพรสัณฑ์
ทั้งพืชสวน ไร่นา ป่าอรัญ
สุขมหันต์ สร้างสมดุล หนุนนำใจ
     ในแดนดิน ท้องถิ่น ธรรมชาติ
บริสุทธิ์ สะอาด ปราศเงื่อนไข
เขียวขจี สัตว์วนา ถิ่นกว้างไกล
สุขสดใส ขุมทรัพย์ นับอนันต์
     เป็นสมบัติ ของชาติ ประกาศก้อง
ไทยทั้งผอง ค้องร่วมแรง อย่างแข็งขัน
ทุรชน ห้อมล้อม พร้อมประจัน
ร่วมฝ่าฟัน สมบัติไทย ไพรยืนยง

คนเรียนไพร
๒๙ มกราคม ๒๕๖๙

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:57:38 AM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

อยู่ในใจทุกผู้ที่อยู่บ้าน
ไม่อยากอยู่ในจานหวั่นใจหลาย
อยู่ในครัวเห็นบ้างอยู่ข้างกาย
เป็นกระต่ายขูดมะพร้าว.. เข้าตำรา ฯ
 
- Black Sword -
 (หมู มยุรธุชบูรพา)

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:56:44 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

เหลือบเห็นแพวิ่งแซงหน้ารถยนต์      ประชาชนอลหม่านจอดบ้านใคร
 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:24:03 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์ (แจกอิทธิบาท)

เกตุมดีฉันท์ ๒๑/โคลงสามสุภาพ

    ๑.นมะน้อมสิหนา............................"พระภควา"ชู
"โคตมะ"ตรัสรู้....................................ซิดนุตนเผย

    ๒.เปรยทรงพระเมตตา....................กรุณาสอนสั่งแท้
สาวก,ชนเรียนแล้................................ทุกข์สิ้นหรรษา

    ๓.ก็วิภังค์เจาะความ.........................ตติยะสามพา
"สุตฯ"อธิบายคณา...............................คติพระสูตรเผย

    ๔.เปรย"พระอภิธรรมฯ"....................จำแนกโลกุตต์แล้
จดจ่อ"ปัญหา"แปล้..............................ตอบพร้อมความแฉ

    ๕.ภว"สุตฯ"วิเศษ..............................เจาะขณะเทศน์แล
สี่"อธิปาท"แนะแน่................................ลุชนะเสร็จหมาย

    ๖.แรกกราย"ฉันทสมาธิ์"...................พาจิตสงบมั่นแท้
"ปธานฯ"กอปรพากเพียรแล้..................ไม่ทิ้งสัมมา- วายามะ

    ๗.ผิพระสงฆ์สิครัน............................กมละมั่นนา
ฉันทะซิใหญ่สมาธิ์................................หทยะหนึ่งหนา

    ๘.พา"จิตระวังบาป.............................ราบคาบมิเกิดได้"
"เพียรจิตตัดบาป"ไซร้............................เกิดแล้วหมดไป

    ๙.พิระ"ฉันทะ"ด้น...............................ประลุกุศลใส
เร่งเจาะกุศลคระไล................................พหุทวีแฉ

    ๑๐.สองแล "วิริยสมาธิ์".......................พา"ปธานสังฯ"ร่วมพร้อม
เพียรยิ่งสมาธิ์จิตน้อม.............................หนึ่งแท้จิตเผย

    ๑๑.พิระฉันทะดั้น...............................หทยะมั่นเอย
 "ป้องอกุศลเฉลย...................................นิรอุบัติ"แล

    ๑๒.แล"ละบาปเกิดมา.........................หมดลงหนา"ดับแป้ว
เพียรก่อกรรมดีแผ้ว...............................เกิดแล้วดำรง

    ๑๓.ประลุเพียรกุศล............................หทยะดลบ่ง
จิตพิระมั่นยะยง.....................................อติกุศลเผย

    ๑๔.เปรย"วิริยะ"หนา..........................."สัมมาวาฯ"จิตเน้น
บากบั่นขยันเฟ้น.....................................จิตตั้งใจทำ

    ๑๕.และสมาธิ์ลุดิ่ง...............................ก็ฐิตินิ่งหนำ
จิตเจาะพลังสิย้ำ.....................................และประลุสัมส์มาธิ์ฯ

    ๑๖.คราปธานสังขาร...........................พานใจเพียรแน่แล้ว
เรียก"สัมมาวาฯ"แผ้ว...............................ไม่ทิ้งเพียรแฉ

    ๑๗.ภวสามก็จิตต์ฯ...............................สมถะชิดแล
กับลุ"ปธานฯ"สิแผ่...................................ประลุเจริญธรรม

    ๑๘.กระทำนามขันธ์.............................ครันถึงสำเร็จแล้
ทำ"จิตสมาธิ์"แปล้....................................หนึ่งพร้อมอารมณ์

    ๑๙."พิระฉันทะ"จิต...............................ซิธุวะชิดสม
จิตเจาะมุมั่นระดม...................................."หินะพิทักษ์เกิด"

    ๒๐.ตะเพิดอกุศลธรรม.........................มิกระทำเกิดได้
"พึงก่อกุศลธรรมไซร้".............................."เร่งย้ำ"กุศล ทวี

    ๒๑.ก็พระธรรมฉะนี้..............................จะภวชี้ยล
"จิต"กะ"มโน"ผล......................................ก็ดุจะ"วิญญาณ"

    ๒๒.พาน"สมาธิ์"คำ...............................ทำจิตคงมั่นตั้ง
มิส่ายซัดคงยั้ง........................................มั่นแล้วสัมมา- สมาธิ์

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 30, มกราคม, 2569, 09:04:39 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๐/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์

(๑๑) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต
(๑๒) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต
(๑๓) สัมมัปปธาน ๔ เป็นภายนอก (๑๔) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป
~ อุปาทายรูป = คือ รูป ๒๔
ก.ปสาทรูป ๕ = รูปที่เป็นประสาทสำหรับรับอารมณ์ 
(๑๔.๑) จักขุ - ตา (๑๔.๒) โสตะ - หู (๑๔.๓) ฆานะ - จมูก (๑๔.๔) ชิวหา - ลิ้น (๑๔.๕) กาย
ข. โคจรรูป หรือ วิสัยรูป ๕ = รูปที่เป็นอารมณ์หรือแดนรับรู้ของอินทรีย์
(๑๔.๖) รูปะ - รูป (๑๔.๗) สัททะ - เสียง (๑๔.๘) คันธะ - กลิ่น (๑๔.๙) รสะ - รส
ค. ภาวรูป ๒ = รูปที่เป็นภาวะแห่งเพศ
(๑๔.๑๐) อิตถัตตะ, อิตถินทรีย์ - ความเป็นหญิง (๑๔.๑๑) ปุริสัตตะ, ปุริสินทรีย์ - ความเป็นชาย
ง. หทัยรูป ๑ = รูป คือ หทัย
(๑๔.๑๒) หทัยวัตถุ - ที่ตั้งแห่งใจ, หัวใจ
จ. ชีวิตรูป ๑ = รูปที่เป็นชีวิต (๑๔.๑๓) ชีวิตินทรีย์ - อินทรีย์คือชีวิต
ฉ. อาหารรูป ๑ = รูปคืออาหาร (๑๔.๑๔) กวฬิงการาหาร - อาหารคือคำข้าว, อาหารที่กิน
ช. ปริจเฉทรูป ๑ = รูปที่กำหนดเพศ
(๑๔.๑๕) อากาสธาตุ - สภาวะคือช่องว่าง
ญ. วิญญัติรูป ๒ = รูป คือการเคลื่อนไหวให้รู้ความหมาย
(๑๔.๑๖) กายวิญญัติ - การเคลื่อนไหวให้รู้ความหมายด้วยกาย
(๑๔.๑๗) วจีวิญญัติ - การเคลื่อนไหวให้รู้ความหมายด้วยวาจา
ฎ. วิการรูป ๕ = รูปคืออาการที่ดัดแปลงทำให้แปลกให้พิเศษได้ (๑๔.๑๘) รูปัสสะ ลหุตา - ความเบา
(๑๔.๑๙) รูปัสสะ มุทุตา - ความอ่อนสลวย
(๑๔.๒๐) รูปัสสะ กัมมัญญตา - ความควรแก่การงาน, ใช้การได้
ฏ. ลักขณรูป ๔ = รูปคือลักษณะหรืออาการเป็นเครื่องกำหนด (๑๔.๒๑) รูปัสสะ อุปจยะ - ความก่อตัวหรือเติบขึ้น
(๑๔.๒๒) รูปัสสะ สันตติ - ความสืบต่อ
(๑๔.๒๓) รูปัสสะ ชรตา - ความทรุดโทรม
(๑๔.๒๔) รูปัสสะ อนิจจตา - ความปรวนแปรแตกสลาย   
(๑๕) สัมมัปปธาน ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
[ฉ] อุปาทานาโคจฉกาทิวิสัชนา = คำตอบด้านอุปาทาน
(๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ; ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ (๒) สัมมัปปธาน ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๓) สัมมัปปธาน ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๔) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี (๕) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี (๖) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี (๗) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี (~ สหรคต =ไปด้วยกัน)
(๘) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี (๙) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี
(๑๐) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นกามาวจร (๑๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นรูปาวจร (๑๒) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอรูปาวจร (๑๓) สัมมัปปธาน ๔ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๑๔) สัมมัปปธาน ๔ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ (๑๕) สัมมัปปธาน ๔ ให้ผลแน่นอน (๑๖) สัมมัปปธาน ๔ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า (๑๗) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
ปัญหาปุจฉกะ จบ
สัมมัปปธานวิภังค์ จบบริบูรณ์

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 29, มกราคม, 2569, 08:25:28 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๙/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์

[ง] อาสวโคจฉกวิสัชนา = คำตอบด้านกิเลส
(๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอาสวะ (๒) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ (๓) สัมมัปปธาน ๔ วิปปยุตจากอาสวะ (๔) สัมมัปปธาน ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ; หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ (๕) สัมมัปปธาน ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ; หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ (๖) สัมมัปปธาน ๔ วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
[จ] สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา = คำตอบเรื่อง "สัญโญชน์ ๑๐" หรือกิเลสที่ผูกสัตว์ไว้ในภพภูมิต่างๆ
(๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ; ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ; ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ;ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ; ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ; ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ;
~ สังโยชน์ = กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, เป็นธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ มี ๑๐ อย่าง คือ
ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ได้แก่
(๑.๑) สักกายทิฏฐิ - ความเห็นว่าเป็นตัวของตน (๑.๒) วิจิกิจฉา - ความลังเลสงสัย (๑.๓) สีลัพพตปรามาส - ความถือมั่นศีลพรต (๑.๔) กามราคะ - ความติดใจในกามคุณ (๑.๕) ปฏิฆะ - ความกระทบกระทั่งในใจ
ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง ๕ ได้แก่
(๑.๖) รูปราคะ - ความติดใจในรูปธรรมอันประณีต (๑.๗) อรูปราคะ - ความติดใจในอรูปธรรม (๑.๘) มานะ - ความถือว่าตัวเป็นนั่นเป็นนี่ (๑.๙) อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่าน (๑.๑๐) อวิชชา - ความไม่รู้จริง
-> พระโสดาบัน ละสังโยชน์ ๓ ข้อต้นได้,
-> พระสกิทาคามี ทำสังโยชน์ข้อ ๔ และ ๕ ให้เบาบางลงด้วย,
-> พระอนาคามี ละสังโยชน์ ๕ ข้อต้นได้หมด,
-> พระอรหันต์ ละสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ข้อ
~ คันถะ = มีความหมายว่า ผูกมัดหรือทำให้เป็นปม หรือหมายความว่า เป็นห่วงที่ร้อยรัดไว้ในระหว่าง จุติ-ปฏิสนธิ ให้เกิดก่อต่อเนื่องกันไม่ให้พ้นไปจากวัฏฏทุกข์ได้ คันถะมี ๔ ประการ คือ
(๑.๑) อภิชฌากายคันถะ - ผูกมัดอยู่กับความยินดี ชอบใจ (๑.๒) พยาปาทกายคันถะ - ผูกมัดอยู่กับความโกรธ จนถึงกับคิดปองร้าย (๑.๓) สีลัพพตปรามาสกายคันถะ - ผูกมัดอยู่ในความชอบใจในการปฏิบัติที่ผิดว่า ปฏิบัติอย่างนี้แหละเป็นทางให้พ้นทุกข์ โดยเข้าใจว่าเป็นการถูกต้องแล้วชอบแล้ว แต่ถ้าหากว่ามีผู้รู้แนะนำสั่งสอนทางที่ถูกต้องให้ ก็สามารถกลับใจได้ (๑.๔) อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ - ผูกมัดอยู่ในความชอบใจในการปฏิบัติที่ผิด แต่ว่ารุนแรงมั่นคงแน่วแน่นมากกว่าในข้อ ๓ นอกจากนั้นแล้วยังดูหมิ่นและเหยียบย่ำ ทับถมวาทะ หรือมติของผู้อื่นด้วย ถึงแม้ว่าจะมีผู้รู้มาชี้แจงแสดงเหตุผลในทางที่ถูกที่ชอบประการใดๆ ก็ไม่ยอมกลับใจได้เลย
~โอฆะ ๔ = สภาวะอันเป็นดุจกระแสน้ำหลากท่วมใจสัตว์, กิเลสดุจน้ำท่วมพาผู้ตกไปให้พินาศ ได้แก่ กาโมฆะ - กาม; ภโวฆะ - ภพ; ทิฏโฐฆะ - ทิฏฐิ; อวิชโชฆะ - อวิชชา
~โยคะ ๔ = คือ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในวัฏฏะ หรือ ผูกตรึงไว้ ประกอบสัตว์ไว้ไม่ให้ผละไป หรือไม่ให้หลุดไปจากวัฏฏะได้ มีด้วยกัน ๔ ประเภท
(๑.๑) กามโยคะ - คือ โลภะ ที่มีความยินดีพอใจ ติดข้อง ใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (๑.๒) ภวโยคะ - คือ โลภะที่มีความยินดีพอใจ ในภพ ในขันธ์ (๑.๓) ทิฏฐิโยคะ (ทิฎฐิ) - คือ ความเห็นผิด (๑.๔) อวิชชาโยคะ (อวิชชา) - คือ ความไม่รู้ อันเป็นกิเลสที่ตรึงไว้ ไม่ให้พ้นจากสังสารวัฏฏ์
~ นิวรณ์ ๕ = สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม, ธรรมที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุคุณความดี, อกุศลธรรมที่ทำจิตให้เศร้าหมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลัง ได้แก่
(๑.๑) กามฉันทะ - ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ (๑.๒) พยาบาท - ความคิดร้าย, ความขัดเคืองแค้นใจ (๑.๓) ถีนมิทธะ - ความหดหู่และเซื่องซึม (๑.๔) อุทธัจจกุกกุจจะ - ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล (๑.๕) วิจิกิจฉา - ความลังเลสงสัย
~ ปรามาส = หมายถึง สีลัพพตปรามาส ซึ่งคือความหลงยึดมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติอย่างงมงายโดยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง หรือยึดถือด้วยความอยากได้ผลทางโลก
(๒) สัมมัปปธาน ๔ รับรู้อารมณ์ได้ (๓) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นจิต (๔) สัมมัปปธาน ๔ เป็นเจตสิก (๕) สัมมัปปธาน ๔ สัมปยุตด้วยจิต (๖) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิต (๗) สัมมัปปธาน ๔ มีจิตเป็นสมุฏฐาน (๘) สัมมัปปธาน ๔ เกิดพร้อมกับจิต (๙) สัมมัปปธาน ๔ เป็นไปตามจิต (๑๐) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / เจาะลึก 5 พฤติกรรมแมว ที่กำลังหลอกเราอยู่
 เมื่อ: 28, มกราคม, 2569, 09:56:18 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช






หยุดคิดว่าคุณเป็นเจ้าของแมวได้เลย เพราะความจริงแล้วคุณอาจกำลังถูก พฤติกรรมแมว และจิตวิทยาอันแยบยลปั่นหัวอยู่ ข้อมูลลับจากเหล่านักวิจัยระบุว่า เจ้าก้อนขน มีวิธีสื่อสารที่ซับซ้อนเพื่อควบคุมมนุษย์โดยที่เราไม่รู้ตัว
.
1. มารยาหน้าชามข้าว
แกล้งทำตัวลีบ หน้าเศร้าเหมือนไม่ได้กินข้าวมานาน ทั้งที่เพิ่งกินไปเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว นี่คือการทดสอบระบบคัดกรองเพื่อหลอกเอาอาหารมื้อที่สองจากทาสที่ใจอ่อน
2. เสียงเมี๊ยวไม่ใช่ภาษาแมว
รู้หรือไม่ว่า แมวโต แทบไม่ร้องเมี๊ยวใส่กันเอง แต่พวกเขาพัฒนาเสียงนี้ขึ้นมาเพื่อ "สั่งการมนุษย์" โดยเฉพาะ เพราะโทนเสียงนั้นจงใจเลียนแบบเสียงทารกร้องไห้เพื่อให้คนสนใจ
3. กับดักพุงนุ่ม
การนอนหงายโชว์พุงคือการแสดงความไว้ใจ แต่ไม่ใช่คำอนุญาตให้จับ หากใครเผลอตัวเข้าไปขยำ พุงนุ่มๆ จะเปลี่ยนเป็นกับดักหมีที่พร้อมกัดและถีบทันที
4. นักวิทยาศาสตร์จอมป่วน
การเขี่ยของตกแตกไม่ใช่ความซุ่มซ่าม แต่เป็น การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทดสอบว่าถ้าทำแบบนี้แล้วมนุษย์จะวิ่งมาหาหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ผลเสมอ
5. แย่งชิงพื้นที่หน้าจอ
การนอนทับคีย์บอร์ดไม่ใช่การช่วยทำงาน แต่เป็นการประกาศอาณาเขตว่าไม่มีอะไรในจอนั้นสำคัญไปกว่าตัวเขาเอง
.
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่ารู้ว่า เสียงครางแมว (Purr) มีความถี่ใกล้เคียงกับเสียงเด็กทารก ซึ่งส่งผลต่อสมองมนุษย์โดยตรง กระตุ้นให้เราเกิดความกังวลและต้องรีบหาอาหารมาปรนเปรอ สรุปสั้นๆ คือเราไม่ได้เลี้ยงแมว แต่แมวต่างหากที่ฝึกให้เรากลายเป็นทาสที่ซื่อสัตย์

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 28, มกราคม, 2569, 08:28:04 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม

จริงอย่างน้าบอกเลยเคยเห็นบ่อย
กระต่ายน้อยเขาแกล้งโดดแรงถี่
อยู่ในใจของใครบอกให้ที
เขาวิ่งทีเราเลื่อนไส้เคลื่อนย้าย

 
ข้าวหอม

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 28, มกราคม, 2569, 08:18:43 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม


ร่วมพลังยามนี้ปฏิหาร     แป๊ปเดียวแพถึงบ้านผ่านถนน 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 28, มกราคม, 2569, 10:38:08 AM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

วิ่งหูชี้เหมือนกระต่ายไงเล่าจ๊ะ
น่ารักนะแบบนี้มีที่ไหน
ก็ที่บ้านน้อยนี้นี่ยังไง
วิ่งเข้าตรงหัวใจ.. พอดี๊พอดี ฯ
 
- Black Sword -
 (หมู มยุรธุชบูรพา)

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.139 วินาที กับ 19 คำสั่ง
กำลังโหลด...