สักวาว่าจะลดงดของหวาน
เห็นขนมเต็มจานจะทานไหม
ตอบตัวเองชิ้นเดียวไม่เกี่ยวใคร
แล้วหยิบใส่จานเพิ่มมาเริ่มกิน
พอกระโปรงตัวเก่ารัดเอวแน่น
โทษว่าแฟนซักหดเสียหมดสิ้น
เปลี่ยนผ้าถุงนุ่งสบายได้ชาชิน
ขออิ่มลิ้นก่อนสวยด้วยเถิดเอย

FaTum
|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:38:01 PM
|
||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
สักวาว่าจะลดงดของหวาน เห็นขนมเต็มจานจะทานไหม ตอบตัวเองชิ้นเดียวไม่เกี่ยวใคร แล้วหยิบใส่จานเพิ่มมาเริ่มกิน พอกระโปรงตัวเก่ารัดเอวแน่น โทษว่าแฟนซักหดเสียหมดสิ้น เปลี่ยนผ้าถุงนุ่งสบายได้ชาชิน ขออิ่มลิ้นก่อนสวยด้วยเถิดเอย ![]() FaTum |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:30:56 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
หลอกเบาหวานไปว่ากินกาแฟ ช่างขมแท้กาแฟสดกินหมดเลย ![]() |
||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:21:28 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
![]() รอยร้าวในความรู้สึก เหมือนบางสิ่งพังลงตรงเบื้องหน้า เมื่อรู้ว่าความจริงยิ่งสับสน ภาพงดงามยามช่วยเหลือผู้คน กลับหมองหม่นเพียงข่าวที่ร้าวราน มิใช่เพียงเงินทองของผู้ให้ แต่กระเทือนลึกไปถึงรากฐาน ความศรัทธาสั่งสมมาเนิ่นนาน คล้ายสะพานทอดข้ามแล้วทรุดลง อยากเก็บรักเอาไว้ให้ครบถ้วน เฝ้าทบทวนความดีที่ลุ่มหลง ทุกสิ่งล้วนแปรไปไม่มั่นคง รู้จักปลงยอมรับกับความจริง ![]() FaTum ![]() |
||
|
4
เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:42:24 PM
|
||
| เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร | ||
![]() ♥•♥.เหมือนเคย.♥•♥...? ♥•♥ คำว่ารักภักดีมีความหมาย มันมากมายหลายหลากยากจะเอ่ย คนที่เราเฝ้าฝันมั่นรักเอย จึงจะเปรยเผยคำพร่ำวาจา ♥•♥ เพราะรักเธอเพ้อพร่ำคำคำนี้ เผยท่าทีมีใจใฝ่ฝันหา จึงเอื้อนเอ่ยเผยคำย้ำสัญญา ปรารถนาว่ารักปักดวงใจ ♥•♥ ใต้แสงดาวพราวผ่องส่องเวหา ลมโชยมาป่าอ้อล้อลมไหว ขอยอมตนบนบานผ่านเทพไท ด้วยครั่งใคร่ใฝ่ภักดิ์รักยุพิน ♥•♥ รักนะย้ำคำนี้พี่ขอบอก เป็นทางออกบอกใบ้ใจถวิล คำว่ารักภักดีที่ได้ยิน ใช่ปลายลิ้นสิ้นคำพร่ำวาจา ♥•♥ ให้เธอเห็นเป็นจริงสิ่งที่พูด ขอพิสูจน์พูดไปใช่มุสา มีความหมายหลายหลากจากอุรา เป็นสัญญาว่ารักปักชีวิน ♥•♥ คำว่ารักปักใจใฝ่ฝันหา ดังฝูงปลาหาแต่กะแสสินธุ มอบใจภักดิ์รักไว้ในดวงจินต์ ตราบแดดิ้นสิ้นสลายหายใจเป็นเธอ ♥•♥ ชลนา ทิชากร ![]() |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:23:48 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๖๕/๖๖) (๑๐) ทุกขสัจ เป็นรูปธรรมก็มี.. เป็นอรูปธรรมก็มี (๑๐.๑) ทุกขสัจที่เป็นรูปธรรม = รูปขันธ์ หรือสภาพร่างกายและสัจธรรมส่วนที่เป็นรูป (เช่น มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป (๑๐.๒) ทุกขสัจที่เป็นอรูปธรรม (นามธรรม) = นามขันธ์ ๔ คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์..และวิญญาณขันธ์ ตลอดจนสภาวะจิตใจที่เป็นความทุกข์ ความโศกเศร้า ความคับแค้นใจ หรืออุปาทานขันธ์โดยย่อ (๑๑) อินทรีย์ ๗ เป็นรูปธรรม (๑๒) อินทรีย์ ๑๔ เป็นอรูปธรรม ~ อินทรีย์ ๑๔ = มนินทรีย์ (จิต/การรู้แจ้งอารมณ์)..สุขินทรีย์..ทุกขินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..โทมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ (๑๓) ชีวิตินทรีย์ เป็นรูปธรรมก็มี..เป็นอรูปธรรมก็มี (๑๔) กวฬิงการาหาร เป็นรูปธรรม (๑๕) อาหาร ๓ เป็นอรูปธรรม (๑๖) ผัสสะ ๗ เป็นอรูปธรรม (๑๗) เวทนา ๗ เป็นอรูปธรรม (๑๘) สัญญา ๗ เป็นอรูปธรรม (๑๙) เจตนา ๗ เป็นอรูปธรรม (๒๐) จิต ๗ เป็นอรูปธรรม [๕] โลกิยทุกะ [๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นโลกิยธรรม ขันธ์ไหนเป็นโลกุตตรธรรม ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหนเป็นโลกิยธรรม จิตไหนเป็นโลกุตตรธรรม? ~ โลกิยธรรม = ธรรมที่เนื่องด้วยโลก หรือสภาพธรรมที่ยังเกี่ยวข้องกับกิเลส ความยึดมั่นถือมั่น และยังอยู่ในวัฏสงสาร ~ โลกุตตรธรรม = ธรรมอันเหนือโลก หรือสภาวะที่หลุดพ้นแล้วจากโลกิยธรรม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกาม ตัณหา ทิฏฐิ และอวิชชาอีกต่อไป ช่วยให้ผู้ปฏิบัติหลุดพ้นจากกองทุกข์และการเวียนว่ายตายเกิดอย่างถาวร (๑) รูปขันธ์ เป็นโลกิยธรรม (๒) ขันธ์ ๔ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี ~ ขันธ์ ๔ (นามขันธ์ ๔) = เวทนา..สัญญา..สังขาร..วิญญาณ (๓) อายตนะ ๑๐ เป็นโลกิยธรรม (๔) อายตนะ ๒ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี ~ อายตนะ ๒ = มนายตนะ -ใจ..ธัมมายตนะ - สิ่งที่ใจรู้ (๕) ธาตุ ๑๖ เป็นโลกิยธรรม (๖) ธาตุ ๒ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี (๗) สัจจะ ๒ เป็นโลกิยธรรม (๗.๑) ทุกขสัจจะ = ตัวสภาวะที่ทนได้ยาก ได้แก่ ขันธ์ ๕ ทั้งหมดที่เป็นไปในภูมิทั้งสาม (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ) (๗.๒) สมุทัยสัจจะ (สมุทัย) = เหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ๓ (กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา) (๘) สัจจะ ๒ เป็นโลกุตตรธรรม ความจริงในระดับที่เหนือโลก นำไปสู่การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ได้แก่ (๘.๑) นิโรธสัจจะ (นิโรธ) = ความดับทุกข์ คือ พระนิพพาน (๘.๒) มรรคสัจจะ = หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ ได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ที่เกิดร่วมกับโลกุตตรจิต (๙) อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยธรรม (๑๐) อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตรธรรม (๑๑) อินทรีย์ ๙ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี ~ อินทรีย์ ๙ = มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ (๑๒) อกุศลเหตุ ๓ เป็นโลกิยธรรม (๑๓) เหตุ ๖ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี (๑๔) กพฬิงการาหาร เป็นโลกิยธรรม (๑๕) อาหาร ๓ เป็นโลกิยธรรมก็มี..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี ~ อาหาร ๓ = ผัสสาหาร - ความถูกต้องสัมผัส..มโนสัญเจตนาหาร - ความจงใจหรือเจตนา และ วิญญาณาหาร - ความรู้แจ้งหรือจิต ทำหน้าที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงนามรูป (๑๖) ผัสสะ ๖ เป็นโลกิยธรรม ~ ผัสสะ คือการกระทบกันขององค์ประกอบ ๓ สิ่ง คือ อายตนะภายใน (ประสาทสัมผัสของเรา) + อายตนะภายนอก (อารมณ์หรือสิ่งที่มากระทบ) + วิญญาณ (ความรับรู้ทางช่องทางนั้นๆ) ประกอบด้วย (๑๖.๑) จักขุสัมผัส: ตา + รูป + จักขุวิญญาณ (การเห็น) (๑๖.๒) โสตสัมผัส: หู + เสียง + โสตวิญญาณ (การได้ยิน) (๑๖.๓) ฆานสัมผัส: จมูก + กลิ่น + ฆานวิญญาณ (การได้กลิ่น) (๑๖.๔) ชิวหาสัมผัส: ลิ้น + รส + ชิวหาวิญญาณ (การลิ้มรส) (๑๖.๕) กายสัมผัส: กาย + โผฏฐัพพะ (การถูกต้องสัมผัส) + กายวิญญาณ (การรับรู้ทางกาย)(๑๖.๖) มโนสัมผัส: ใจ + ธรรมารมณ์ (ความคิด/ความรู้สึก) + มโนวิญญาณ (การรับรู้ทางใจ) (๑๗) มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็นโลกิยธรรมก็มี ..เป็นโลกุตตรธรรมก็มี |
||
|
6
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:14:35 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
แอบกินก่อนนะน้าหาคนป้อน รอเบาหวานเผลอก่อนซ่อนความแก่ |
||
|
7
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:11:25 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๖๔/๖๖) [๔] วิตักกติกะ [๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นสวิตักกสวิจารธรรม ขันธ์ไหนเป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ขันธ์ไหนเป็นอวิตักกาวิจารธรรม ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน เป็นสวิตักกสวิจารธรรม จิตไหน เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม จิตไหนเป็นอวิตักกาวิจารธรรม ~ สวิตักกสวิจารธรรม = ธรรมะหรือสภาพจิตใจที่มีทั้ง วิตก (ความนึกคิด การตรึก การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์) และ วิจาร (ความตรอง การพิจารณา การเคล้าคลึงอารมณ์นั้นต่อเนื่องอยู่) ~ อวิตักกวิจารมัตตธรรม = หมายถึง สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก (ความตรึก) แต่มีเพียงวิจาร (ความตรอง) เท่านั้น ~ อวิตักกาวิจารธรรม = สภาวธรรมหรือสภาพจิตใจที่ไม่มีวิตก (การตรึก การนึกถึงอารมณ์ครั้งแรก) แต่มีวิจาร (การตรอง การประคับประคองจิตให้อยู่กับอารมณ์นั้นต่อเนื่อง) (๑) รูปขันธ์ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒) ขันธ์ ๓ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี ~ ขันธ์ ๓ = เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์ (๓) สังขารขันธ์ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี..กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสวิตักกสวิจารธรรม..หรืออวิตักกวิจารมัตตธรรม..หรืออวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๔) อายตนะ ๑๐ เป็น อวิตักกาวิจารธรรม (๕) มนายตนะ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นเป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๖) ธัมมายตนะ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี..กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสวิตักกสวิจารธรรม..หรือเป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม..หรือเป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๗) ธาตุ ๑๕ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๘) มโนธาตุ เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๙) มโนวิญญาณธาตุ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๐) ธัมมธาตุ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี.. งกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสวิตักกสวิจารธรรม.. หรือเป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม..หรือเป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๑) สมุทยสัจ เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๑๒) นิโรธสัจ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๑๓) มัคคสัจ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี.. งเป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๔) ทุกขสัจ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี..กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสวิตักกสวิจารธรรม.. หรือเป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม..หรือเป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๕) อินทรีย์ ๕ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๑๖) โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๑๗) อุเปกขินทรีย์ เป็นสวิตกักสวิจารธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๘) อินทรีย์ ๑๑ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๑๙) อกุศลเหตุ ๓ เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๒๐) เหตุ ๖ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๒๑) กพฬิงการาหาร เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒๒) อาหาร ๓ เป็นสวิตกักสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๒๓) ผัสสะ ๕ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒๔) มโนธาตุสัมผัส เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๒๕) มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี.. เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี (๒๖) เวทนา ๖ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒๗) สัญญา ๖ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒๘) เจตนา ๖ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๒๙) จิต ๖ เป็นอวิตักกาวิจารธรรม (๓๐) มโนธาตุ เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (๓๑) มโนวิญญาณธาตุ เป็นสวิตักกสวิจารธรรมก็มี..เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมก็มี..เป็นอวิตักกาวิจารธรรมก็มี [ญ] รูปทุกวาระ = จำแนก รูปธรรมและ อรูปธรรม [๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นรูปธรรม..ขันธ์ไหนเป็นอรูปธรรม ฯลฯ บรรดาจิต ๗..จิตไหนเป็นรูปธรรม..จิตไหนเป็นอรูปธรรม? (๑) รูปขันธ์ เป็นรูปธรรม (๒) ขันธ์ ๔ เป็นอรูปธรรม (๓) อายตนะ ๑๐ เป็นรูปธรรม (๔) มนายตนะ เป็นอรูปธรรม (๕) ธัมมายตนะ เป็นรูปธรรมก็มี..เป็นอรูปธรรมก็มี (๖) ธาตุ ๑๐ เป็นรูปธรรม (๗) ธาตุ ๗ เป็นอรูปธรรม (๘) ธัมมธาตุ เป็นรูปธรรมก็มี..เป็นอรูปธรรมก็มี (๙) สัจจะ ๓ เป็นอรูปธรรม ~ สัจจะ ๓ = สมุทยสัจ - เหตุแห่งทุกข์..นิโรธสัจ- ความดับทุกข์..มรรคสัจ - หนทางดับทุกข์ |
||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:07:48 PM
|
||
| เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ผัวเมียคู่หนึ่งมาเที่ยวฟาร์มจระเข้ เมีย : ทางเดินสะพานไม้นี่น่ากลัวจังเลย ถ้าชั้นเผลอตกลงไปในบ่อ คุณว่าชั้นจะรอดมั๊ย ผัว : รอดแหละคุณ ปกติจระเข้มันกลัวฮิปโปจะตายไป ![]() |
||
|
9
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:00:15 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
หวานอร่อยดีนะจะว่าไป มะเร็งไม่ถามหามาวอแว ![]() |
||
|
10
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:58:33 PM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า | ||
![]() งานบ้านไม่มีวันเสร็จ เคยไหม ตั้งใจว่าวันนี้จะทำงานบ้านให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วนั่งพักสบาย ๆ สักหน่อย แต่พอล้างจานหมด หันไปเห็นผ้ารอซัก พอเอาผ้าไปตาก เดินกลับเข้าบ้านก็เหยียบเศษอะไรไม่รู้ ต้องหยิบไม้กวาดอีกแล้ว อยู่บ้านทั้งวัน ใครถามว่าทำอะไรบ้าง บางทีก็นึกไม่ออกจะเล่าตรงไหน เพราะทำแต่เรื่องเล็ก ๆ ต่อกันไปเรื่อย จนหมดวัน คนที่กลับมาเห็นบ้านสะอาด มีข้าวให้กิน ก็อาจไม่ทันนึกว่ากว่าจะเรียบร้อย คนอยู่บ้านได้นั่งพักกี่โมง ที่ขำก็คือ งานพวกนี้ทำแล้วไม่ค่อยมีใครเห็น แต่ลองเว้นสักวันสิ จานเต็มอ่าง ผ้าเต็มตะกร้า คราวนี้เห็นกันทั้งบ้านเลย เดี๋ยวนี้ฉันเลยคิดว่า ทำเท่าที่ไหวก็พอ เหนื่อยก็นั่งพักบ้าง ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างเสร็จถึงจะยอมพัก เพราะแค่เรานั่งลง คนในบ้านก็อาจเดินมาถามแล้วว่า “เย็นนี้กินอะไร” นั่นไง มื้อใหม่มาอีกแล้ว จานมื้อเก่าเพิ่งจะแห้งเอง ![]() หยาดฟ้า |
||