|
1
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:05:23 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๒/๖๖) ๕๕๔.เปรย"สัจจะ"แน่แล้ว...............................มีสอง "นิโรธสัจจะ"ตรอง.............................................ทุกข์ขว้าง "มัคคสัจ"หวังปอง..............................................ออกจาก วัฏฏะ ตัดกิเลสหมดร้าง...............................................มุ่งแล้นิพพาน ๕๕๕.อินทรีย์สิเก้าลุอุปบัติ..............................เกิดชัดจตุภูมิขาน มีจิตสิโลกิยะสราญ............................................โลกุตตระมรรคผล ๕๕๖.ยล"อาหาร"จุ่งน้อม.................................มีสาม "โลกุตต์,โลกีย์"ความ..........................................ต่างได้ สภาพ"ผัสสาฯ"ตาม............................................ใจแน่ว "มโนสัญฯ" สภาพ"วิญญาฯ"ไซร้...........................................จิตแล้ทำงาน ๕๕๗.เป็น"โลกิย์ธรรม"ก็ตติภัต........................ร่วมจัดมนะพบพาน ดี,ชั่ว ณ "รูปะวจะฯ"ชาญ....................................."กามาฯและอรูปาฯ" ๕๕๘.คราเป็นโลกุตต์นั้น..................................อาหาร สัมปยุต กับจิตขณะพาน..................................................มรรคพร้อม อริยผลสาน........................................................ผลสี่ ภัตช่วยหนุนจิตน้อม............................................สู่ห้วงนิพพาน ๕๕๙."หกผัสสะ"โลกิยะลุพลัน..........................ทางปัญจมะ"ตา.."ชาญ จิตรู้กระทบวสะประสาน......................................ถูกดึงเจาะ ณ โลกีย์ ๕๖๐.มีธาตุสัมผัสแท้........................................"มโนวิญญ์ฯ" โลกุตต์,โลกีย์ชิน.................................................เกิดได้ มโนวิญญ์จ่อภพผลิน...........................................มีเกิด สามแล โลกุตต์เพราะผัสสะไซร้.......................................ร่วมด้วยมรรคผล ๕๖๑."หกเจตนา"เพราะมนะไซร้........................จงใจลุอะรมณ์ผล ยึด"รูปและเสียง.."เจาะฉกะด้น.............................คิดอ่านระบุโลกีย์ ๕๖๒.มี"มโนวิญญ์ธาตุ"พร้อม............................เป็นสอง โลกุตต์,โลกีย์ครอง..............................................ต่างแท้ "มโนวิญญ์ธาตุ"ประคอง.......................................เจริญจิต โลกีย์ มีชั่ว,ดีจิตแล้........................................................ภพถ้วนสามกราย ๕๖๓.จิตเป็นสิโลกิยะเจาะชี้..............................หน้าที่ภวเกิด,ตาย ไตร่ตรองอะรมณ์กิริยะฉาย..................................รับรู้ประลุภพสาม ๕๖๔.ความ"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นี้...........................เกิดแล อริยมรรค มรรคสี่โสดาฯ..แฉ................................................เริ่มต้น จัดโลกุตต์ธรรมแด...............................................เกิดสี่ อริยผล เกิดนิพพานจิตด้น................................................มุ่งข้ามวัฏแฉ ๕๖๕.หัวข้อสิ"ธัมม์หทยะฯ"ย้ำ............................"อารัมมณะ"แจกแล "เวท์นา,อภิญญะ"อติแน่.........................................เรื่อง"รูป,ลุกุศล หนา ๕๖๖.คราเกิด"วิบาก"แท้....................................ผลกรรม มี"อุปาทานหนำ....................................................ยึดแล้ว "วิตก"เรื่องคิดถลำ................................................โลกุตต์ โลกีย์ เห็น"ทิฏฐะ"ทราบแจ้ว...........................................พรั่งพร้อมจบเผย ฯ|ะ แสงประภัสสร ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ : พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้า ๙๖๙ - ๑๐๒๗ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/QDS6sftneCDDIYtTu ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ [ก] สัพพสังคาหิกวาระ = วาระว่าด้วยการรวบรวมธรรมทั้งปวงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้มีหมวดธรรม ๑๒ หมวด เริ่มตั้งแต่ขันธ์เป็นต้นไป [๑] ขันธ์มีเท่าไร?..อายตนะมีเท่าไร?..ธาตุมีเท่าไร?..สัจจะมีเท่าไร?..อินทรีย์มีเท่าไร?..เหตุมีเท่าไร?..อาหารมีเท่าไร?..ผัสสะมีเท่าไร?..เวทนามีเท่าไร?..สัญญามีเท่าไร?.. เจตนามีเท่าไร?.จิตมีเท่าไร? (๑) ขันธ์มี ๕...อายตนะมี ๑๒..ธาตุมี ๑๘...สัจจะมี ๔..อินทรีย์มี ๒๒..เหตุมี ๙..อาหารมี ๔..ผัสสะมี ๗..เวทนามี ๗..สัญญามี ๗..เจตนามี ๗..จิตมี ๗ (๒) ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์ (๓) อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ...รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..ฆานายตนะ..คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:27:06 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
อารมณ์ / ประสาน อารมณ์รักเรียงร้อยเป็นถ้อยหวาน ร่วมประสานรักมั่นรับวันใหม่ แม้คืนวันผันผ่านอีกนานไกล ฝากฤทัยเคียงคู่มิรู้ลา ![]() ต้นฝ้าย ส่งต่อค่ะ วิกฤติ / อาการ |
||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:23:12 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ค่าครองชีพบีบคั้นวันคืนคล้อย เงินเหลือน้อยค่าข้าวหาจากไหน แม้อดออมยอมทนจนทุกข์ใจ จะหยิบใช้ใจคิดถึงค่ากิน ข้าวจมน้ำช้ำหนักยากจักฟื้น ต้องทนฝืนยืนสู้กู้หนี้สิน เสียงท้องร้องก้องดังหวังใครยิน ทั่วแผ่นดินสิ้นทุนวุ่นทุกวัน ต้นฝ้าย ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ |
||
|
4
เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:10:02 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ช่วยกันพายกันร้องทำนองวาง ขาชี้กางขึ้นฟ้าน่าอายจัง ![]() |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:00:50 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๑/๖๖) ๕๓๖.กราน"มนายะฯ"จิตน้อม........................มีวิจาร ปราศวิตก เรียก"อวิตักมัตต์ฯ"ชาญ...................................ละเอียดแล้ มนายะฯยาตรกราน........................................."อวิตัก- กาวิจาร" ปราศวิตก,วิจารแท้...........................................สงบแล้วจิตเผย ๕๓๗."ธัมมายะฯ"สิ่งหทยะรู้...........................เลิศชู"สวิตักฯ"เอย กอปร"ตรึก,วิจาร"กะมนะเชย............................เจตสิกลุปฐมฌาน ๕๓๘.พาน"ธัมมาฯ"สิ่งแล้...............................จัดเป็น "อวิตักมัตต์ฯ" มีแต่"วิจาร"เห็น................................................."วิตก"ไร้ จิต,เจตสิกเย็น..................................................เกิดยิ่ง ฌานสอง จิตสงบ,ประณีตไซร้..........................................สุขล้ำ ปฐมฯหนา ๕๓๙.สามสัจจะคือลุ"สมุทัย"...........................เหตุไซร้ลิ"นิโรธฯ"ครา "มัคค์สัจ"ก็มรรคอริยะกล้า.................................สามอย่างก็"อรูปธรรม" ๕๔๐.คำสมุทัยสัจน้อม....................................ทราบหนา เหตุทุกข์ คือ"อยาก"เกิดตัณหา.........................................เดือดร้อน "นิโรธสัจ"ดับครา...............................................เหตุทุกข์ ดับเหตุทุกข์หมดจ้อน.........................................จิตแล้สงบเผย ๕๔๑.มัคค์สัจสิทางลุปฏิบัติ.............................ด้วยชัดทุขะจริงเอย ทางกลางก็มรรคอริยะเชย.................................มรรคอัฏฐะลุแจ้งแฉ ๕๔๒.แลทุกข์สัจชัดแล้ว.................................."รูปธรรม, อรูปธรรม" เป็นรูปขันธ์เกิดหนำ...........................................จากแท้ มหาภูตรูปนำ.....................................................ดิน,อุทก.. รูปอาศัย สภาพเกิด,ดับแล้................................................ไม่ได้คงหนา ๕๔๓.ส่วนธรรม"อรูปะฯ"ภวครัน.......................นาม์ขันธ์จตุ"เวท์นา" "สัญญากะสังขตะ" กล้า......................................"วิญญาณ"ซิเจาะรู้ดี ๕๔๔."อินทรีย์สิบสี่"แล้....................................รูปธรรม มีจิต,มนินทรีย์นำ...............................................รับรู้ อินทรีย์สุข,ทุกข์คลำ..........................................โทมนัส, โสมนัส เพียร,เชื่อ,สติ,สมาธิ์สู้.........................................กอปรแล้ปัญญินฯ ๕๔๕.โลกุตต์ระอินทริยะแจง...........................เพื่อแจ้งอริย์สัจชิน "อัญญินฯ,อนัญญะฯ"ลุผลิน................................."อัญญาฯ"นิรวาณแฉ ๕๔๖.แล"ชีวิตินฯ"ใหญ่แท้...............................มีสอง รูป,นาม "ชีวิตินฯรูป"ครอง................................................รักษ์ป้อง "กัมมชรูป"ปอง....................................................เกิดจาก กรรมแล รูปอยู่คงรอดพร้อง..............................................ชีพย้ำยืนยาน ๕๔๗.นาม"ชีวิตินทริยะ"นำ...............................นาม์ธรรมรึ"อรูป"กราน เป็นเจตสิกจะอนุบาล..........................................นาม์ขันธ์ระยะเกิด,ปลง ๕๔๘.คงมีขันธ์สี่น้อม......................................โลกีย์ โลกุตต์ คราจิตเกิดกิเลสมี..............................................เรียกแล้ โลกียธรรมพี......................................................เวียนว่าย วัฏวน โลกุตตร์มรรคผลแล้...........................................มุ่งก้าวนิพพาน ๕๔๙. มี"สองสิอายตนะ"กล้า............................."ธรรมมายะฯ"มนาฯ"กราน โลกุตต์ระ,โลกิยะลุฉาน.......................................เหนือโลกและ ณ โลกแฉ ๕๕๐.แล"มนายะฯ"จิตรู้....................................อารมณ์ รูป..สัมผัส กิจอยู่โลกีย์ชม....................................................กิเลสท้น ในโลกุตต์จิตสม..................................................มรรคจิต ผลจิต กิจฆ่ากิเลสหมดพ้น.............................................หลุดลี้วัฏเผย ๕๕๑."ธัมมายะฯ"สิ่งสิมนะรู้..............................."รูป"ชู"นิรวาณ"เชย เจต์สิกก็มีกิจะเฉลย.............................................อารมณ์เจาะ ณ โลกีย์ ๕๕๒."ธัมมาฯ"ดี,ชั่วพร้อม.................................เกิดปรุง เวียนเกิด ยังอยู่โลกีย์ผดุง..................................................เที่ยวแล้ โลกุตต์,นิพพานจรุง.............................................เกิดจิต มรรคผล กิเลสทลายแท้....................................................ทุกข์พ้นดับแฉ ๕๕๓."สองสัจจะ"โลกิยะถนัด............................"ทุกข์สัจและสมุทย์ฯแล โลกุตต์ก็มรรคลุธุระแน่........................................ดับทุกข์ซิ"นิโรธฯ"เผย |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:35:21 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:31:14 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ชวนยกขาขึ้นเรือเพื่อหนีน้ำ แล้วพายจ้ำจ๋อมจ๋อมออกคลองกว้าง ![]() |
||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:53:36 PM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก | ||
|
ยิ่งเดินตลาดก็ยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น อาหารกับข้าว ไข่ ผักที่ต้องซื้อกินอยู่ทุกวัน ราคาขึ้นไปมาก เมื่อก่อนยังพอเลือกได้ว่าอะไรแพงก็ซื้ออย่างอื่นแทน แต่เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน ก็แทบไม่มีอะไรให้รู้สึกว่าถูกเลยค่ะ ฉันพยายามประหยัดแล้ว ซื้อเฉพาะที่จำเป็น แต่ของที่จำเป็นนี่แหละ ที่แพงขึ้นจนเหนื่อยใจ จะลดอีกก็ไม่รู้จะลดตรงไหน เพราะทุกคนในบ้านยังต้องกินข้าวทุกวัน บางวันนั่งคิดว่า ถ้าข้าวของยังแพงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เงินที่มีใช้ยังเท่าเดิม เราจะอยู่กันอย่างไร วันนี้ยังพอหมุนพอจ่าย แม้จะเหลือติดกระเป๋าน้อยลง แต่วันข้างหน้า หากมีเรื่องจำเป็นแทรกเข้ามาอีกสักอย่าง เงินที่เคยพออย่างเฉียดฉิว จะยังพออยู่ไหม เพื่อนบ้านอื่น คงเจอปัญหาแบบนี้ไม่น้อยเลยนะคะ คนไทยเรา ชนรากหญ้ามีมากกว่าคนรวย ขอให้เหตุการณ์แบบนี้ผ่านไปโดยเร็วเถอะนะ ![]() |
||
|
9
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:15:19 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๐/๖๖) ๕๑๘.กรานธาตุสิบสภาพน้อม..........................ตัณหา ยึดครอง เรียก"อุปาทินฯ"พา.............................................วิบากแท้ อารมณ์เหนี่ยวจิตหนา........................................ยึดมั่น ปัจจุบัน ธรรมจ่ออุปาทินแล้.............................................พรั่งพร้อมอุปาทาน ๕๑๙."สมุทยสัจ"สิเป็นลุ"อนุปาฯ"......................ตัณหามิเจาะยึดกราน ผลกรรมวิบากลุอนะฉาน.....................................แต่"อยาก"ธุวะยึดแฉ ๕๒๐.แลทุกขสัจชัดน้อม..................................ปัญจมขันธ์ นามรูป เกิดจากกรรมแลครัน...........................................เริ่มต้น ความ"อยาก"ยึดเกิดพลัน.....................................มีร่วม อารมณ์ เป็นอุปาทานท้น..................................................เรียกพร้อง"อุปาทิน" ๕๒๑.อินทรีย์สิเก้าประลุ"อุปาฯ"........................เกี่ยวหนาภวรูปชิน ผลกรรมเกาะ"อยาก"เจาะธุวะสิ้น..........................อารมณ์ก็จะมีเผย ๕๒๒.เปรย"มโนวิญญ์ธาตุ"นั้น...........................สภาพธรรม มีสอง เป็น"อุปาทินฯ"นำ.................................................ยึดแล้ ผลกรรมเก่า"อยาก"ทำ.........................................คุมจิต มีเผลอ เป็นธาตุอารมณ์แท้..............................................เกิดซ้ำอุปาทาน ๕๒๓."วิญญ์ธาตุมโน"เจาะ"อนุปาฯ"....................ไป่หนาธุวะยึดกราน แต่เป็นอะรมณ์เพราะวสะฉาน...............................เข้ายึดมนะครอบครอง ๕๒๔.ตรอง"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นั้น........................."อนุปา-ทินนาฯ" "ความอยาก,อารมณ์หนา.......................................ปราศไร้ มโนวิญญ์ฯเด่นเหนือครา.......................................โลกุตตร มรรคผล แลอุปาทานไซร้....................................................ปราศย้ำยึดเผย ๕๒๕.จิตห้าซิผลเจาะลุอุปาฯ..............................ยึดหนา"วสะอยาก"เอย อารมณ์รตีจะธุวะเคย............................................ยึดต่อเกาะกิเลสฟู ๕๒๖.ดู"รูปขันธ์"ไป่แล้ว.....................................วิตก, วิจาร "อวิตักฯ" เป็นรูปธรรมเห็นพาน.............................................จิตไร้ มิมี"ตรึก,ตรอง"ขาน...............................................เลยแน่ จึงต่างนามข้นธ์ไซร้...............................................มุ่งทั้ง มีสอง ๕๒๗."จำ,ปรุงและรู้"ก็เจาะสินาม-........................ขันธ์สามระบุฌานครอง จิตตรึก,วิจาร"ลุภวปอง...........................................ฌานหนึ่งประลุ"สองแล ๕๒๘.แฉนามขันธ์เด่นพร้อม................................"อวิตักกา-วิจารมัตต์ฯ" จิตไป่วิตกหนา.......................................................จ่อแล้ วิจารอยู่ฌานครา...................................................ระดับ ฌานสอง จำแนกฌานขยายแท้.............................................มุ่งห้าฌานเผย ๕๒๙."ขันธ์สาม"สิจิตลุ"อวิตักฯ"...........................จ่อปักอนะสองเอย ทั้ง"ตรึกวิจาร"หทยะเชย.........................................ฌานสาม,จตุฌานแฉ ๕๓๐.แลสังขารร่วมพร้อม....................................พบพาน จิต,เจตสิก เป็น"สวิตักวิจาร".....................................................เกิดแล้ว วิตก,วิจารกราน......................................................กับจิต "กามาวจร" จิตปฐมฌานแผ้ว....................................................ตรึกทั้งตรองหนา ๕๓๑.สังขารและจิตลุ"อวิตัก-..............................มัตต์ฯ"จักมิ"วิตก"ครา ยังมี"วิจาร"สิตริคณา..............................................ในฌานทุติย์จิตเผย ๕๓๒.เปรยสังขารกลุ่มนี้.....................................ทำงาน เจตสิก "อวิตักวิจาร"..........................................................เลี่ยงพ้น วิตก,วิจารกราน.....................................................เพิกหมด ฌานสี่,สามอุบัติท้น................................................ปราศทั้งสองแฉ ๕๓๓.สังขารสิอื่นมิภณะเด่น...............................ว่าเป็นตติไหนแล ตรึก,ตรองสภาพตติยะแล้......................................หรือปราศอนะทั้งสาม ๕๓๔.ความสังขารแต่งน้อม................................คิดปรุง สภาพเหมือน วิตก,วิจารผดุง......................................................คิดไซร้ ดุจเจตสิกจรุง.......................................................ก็กลุ่ม สังขาร หาร่วมสัมปยุตได้..................................................กล่าวพ้นมิเป็น ๕๓๕.ผองจิต"มนายตนะ"ครอง...........................มีสอง"สวิตักฯ"เน้น มีตรึก,วิจาร"ตริวิเคราะห์เห็น..................................ในกาลซิปฐมฌาน |
||
|
10
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:46:04 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
ความเจ็บปวดฝังลึกเฝ้าตรึกตรอง ใครจะมองความช้ำช่วยนำทาง ![]() |
||






