Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:40:19 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

ยอดมนุษย์

     โลกจะรอด ปลอดภัย ในครานี้
เพราะยังมี ยอดมนุษย์ ทุกแห่งหน
คอยปกปักษ์ ไล่ล่า อริชน
ให้หลุดพ้น หมู่มาร พาลโลกา
      ยอดมนุษย์ อุลตร้าแมน โดเรม่อน
ดราก้อนบอล อาราเร่ เสน่หา
ไอ้มดแดง กาโม่ เต็มอัตรา
ถึงเวลา รวมพลัง ยับยั้งภัย
     หนุมาน สังข์ทอง พิฆเณศ
พระไชยเชษฐ์ อิเหนา ร่วมขานไข
พระอิศวร ราม-ลักษณ์ ภักดิ์ด้วยใจ
องค์ดาไล ลามะ พระพุทธคุณ
     ร่วมอำนาจ บุญญา บารมี
สร้างโลกนี้ มีสุข สันติหนุน
เสริมคุณค่า วาสนา ใช้เป็นทุน
โลกหยุดหมุน สู่วิบัติ กำจัดมาร

คนเรียนไพร
๒ มีนาคม ๒๕๖๙

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:39:04 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

หยุดเถิดหนา

     เพราะความชื้น แสงสว่าง กลางแมกไม้
ผืนพงไพร สืบชะตา พาขับขาน
สร้างสมดุล หนุนชีวา พาชื่นบาน
ร่วมสืบสาน ธรรมชาติ บันดาลดล
     จากใบอ่อน เสริมงาม ตามครรลอง
เข้าครอบครอง ผืนวนา ป่าไพรสณฑ์
เขียวขจี ปรากฎตัว ทั่วมณฑล
สร้างสุขล้น ทรงคุณค่า มหาคุณ
     มวลสัตว์ป่า น้อยใหญ่ ใช้ประโยชน์
สร้างผลโภชน์ ทุกชีวา พาเกื้อหนุน
ร่วมรักษา นิเวศ เขตสมดุล
พร้อมเจือจุน ทุนมนุษย์ สุดบรรยาย
     ภัยละโมบ ผลาญล้าง สร้างเคืองขุ่น
เหล่านายทุน ทำร้ายไพร ใจสลาย
สังคมไทย รับรู้ ใกล้วอดวาย
หากไม่หยุด ทำลาย ไพรพนา

คนเรียนไพร
๑๒ มีนาคม ๒๕๖๙

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:49:46 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๕) ประมวลธรรม : ๖๖.มารตัชชนียสูตร

(๓) สังฆาฏมหานรก = นรกบดขยี้ : สำหรับผู้ไร้ความเมตตา ทารุณสัตว์ ถูกภูเขาเหล็กแดงบดขยี้ร่าง
(๔) โรรุวมหานรก = นรกเสียงคร่ำครวญ : สำหรับคนโลภ โกงทรัพย์ ถูกไฟไหม้จนร้องคร่ำครวญ
(๕) มหาโรรุวมหานรก = นรกเสียงคร่ำครวญอย่างยิ่ง : สำหรับคนจิตใจโหดเหี้ยม อำมหิต
(๖) ตาปนมหานรก = นรกแห่งความร้อนรุ่ม : สำหรับคนทำบาปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ ถูกไฟเผาร้อนระอุ
(๗) มหาตาปนมหานรก = นรกแห่งความร้อนรุ่มอย่างยิ่ง : สำหรับคนฆ่าคนหรือสัตว์เป็นหมู่มาก ถูกไฟนรกเผาผลาญตลอดเวลา
(๘) อเวจีมหานรก = นรกอันแสนสาหัส : ขุมล่างสุด ลึกที่สุด และใหญ่ที่สุด สำหรับผู้ทำอนันตริยกรรม (ฆ่าพ่อแม่, ฆ่าพระอรหันต์, ทำสงฆ์แตกกัน, ทำพระพุทธเจ้าห้อเลือด) ทรมานตลอดเวลาไม่มีว่างเว้น
แต่ละมหานรกยังมีนรกขุมย่อย อุสสทนรกอีก
อุสสทนรก = เป็นนรกขุมย่อยที่ทำหน้าที่รับช่วงต่อจากการทรมานที่หนักหน่วงที่สุดในมหานรก แต่ยังคงแสนสาหัส โดยเป็นสถานที่ใช้เศษกรรมต่อหลังจากพ้นจากมหานรกแล้ว ก่อนจะไปสู่ยมโลกเพื่อตัดสินบุญ,บาป
นรกขุมย่อยมีทั้ง ๔ ทิศ แต่ละทิศมีขุมย่อย อีก ๔ ดังนั้น มหานรก ๘ ขุม จึงมีนรกขุมย่อย ๑๒๘ ขุม (๘ × ๔× ๔ = ๑๒๘)
ประเภทของ อุสสทนรก :
(๑) คูถนรก = นรกที่เต็มไปด้วยอุจจาระเน่าเหม็น และหมู่หนอนปากแหลมกัดกินเนื้อ
(๒) กุกกุฬนรก = นรกที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านร้อนจัดแผดเผาร่างกาย
(๓) อสิปัตตนรก = นรกที่ใบไม้เป็นดาบ หอกทิ่มแทง มีสุนัขและแร้งปากเหล็กฉีกทึ้งเนื้อ
(๔) เวตรณีนรก = นรกที่ถูกเครือหวายเหล็กบาดร่างกาย และถูกนายนิรยบาลทรมาน
ระยะเวลา: สัตว์นรกที่ได้รับทัณฑ์ทรมานจนกรรมเบาบางลงแล้ว เพื่อรับโทษในส่วนที่เหลือ ก่อนจะถูกส่งไปยมโลกเพื่อตัดสินบุญบาปอีกครั้ง
สุธรรมฯ = สุธรรมสภา มีบนสวรรค์ทุกชั้น และมีบนพรหมโลกด้วย โดยเป็นสถานที่สำหรับประชุมของพรหมทั้งหลาย มีการประชุมแสดงธรรม ฟังพระธรรมใน วันพระ วันขึ้น ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ
ภูเขามหาเนรุ = พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ในสัตตสุริยสูตรว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พญาเขาสิเนรุยาว ๘๔,๐๐๐ โยชน์ กว้าง ๘๔,๐๐๐ โยชน์ หยั่งลงในมหาสมุทร ๘๔,๐๐๐ โยชน์ ขึ้นไปจากมหาสมุทร ๘๔,๐๐๐ โยชน์.”
~ ๑ โยชน์ = ๑๖ กม. ความยาว ๘๔,๐๐๐ โยชน์ = ๑,๓๔๔,๐๐๐ กิโลเมตร
ข้อมูลจากไตรภูมิพระร่วง = ภูเขามหาเนรุ หรือ เขาสิเนรุ มี ทวีปต่างๆ ๔ ทวีปในแต่ละทิศ
(๑) ทิศใต้ = ชมพูทวีป
-> มีธาตุมรกต อยู่ทางทิศใต้ของเขาสิเนรุ แสงสะท้อนของธาตุมรกต ทำให้ท้องฟ้าและมหาสมุทรของชมพูทวีป มีสีน้ำเงินแกมเขียว มีทวีปน้อยเป็นบริวาร ๕๐๐ ทวีป
-> มนุษย์ที่ชมพูทวีป มีความสูง ๔ ศอก มีอายุประมาณ ๑๐๐ ปี
~ ๑ ศอก = ๕๐ เซนติเมตร
-> มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ อายุยิ่งหย่อนขึ้นอยู่กับคุณธรรม ไม่แน่นอน
-> สมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่า "พระวิปัสสี" มนุษย์ในชมพูทวีปมีอายุถึง ๘๐,๐๐๐ ปี
-> สมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่า "พระเรวะตะ" มนุษย์ในชมพูทวีปมีความสูงถึง ๘๐ ศอก
-> แต่เมื่อคุณธรรมเสื่อมลง จิตใจหยาบช้าลง อาหารเลวลง อายุก็ลดลง ร่างกายก็เตี้ยลง
-> ต่อไปภายภาคหน้า มนุษย์ในชมพูทวีป จะมีอายุเพียง ๑๐ ปี เท่านั้น และตัวจะเตี้ยถึงขนาดต้องสอยมะเขือกิน เรียกยุคนั้นว่า "ยุคทมิฬ" เป็นยุคที่เสื่อมที่สุดของ "ชมพูทวีป"
-> ดอกไม้ประจำชมพูทวีปคือ "ชมพู (ไม้หว้า)" เพราะเหตุนี้ ถึงเรียกว่า "ชมพูทวีป"
-> ชมพูทวีป เป็นทวีปเดียวที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ต้องมาตรัสรู้ที่ทวีปนี้เท่านั้น
(ในอรรถกถากล่าวไว้ว่า ชมพูทวีปประกอบด้วยส่วนที่เป็นมหาสมุทร ๔ ส่วน เป็นแผ่นดิน ๓ ส่วน และเป็นพื้นที่ของป่าหิมพานต์ ๓ ส่วน รวมกันได้เป็น ๑๐ ส่วน)

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:48:18 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

เดี๋ยวขยายตู้ให้ใหญ่กว่าเก่า     ทุกคนเข้าพร้อมได้ใหญ่เบ้อเร่อ
 

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนดอกสร้อย -
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:47:39 AM 
เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ค่ำเอ๋ยค่ำแล้ว
เรี่ยวแรงแผ่วโรยหายให้ย่อหย่อน
หยากจะหลับตานักเข้าพักนอน
แต่ก็ร้อนเหลือใจไม่คลายจาง
ทั้งอาบน้ำก็แล้วไม่แผ่วร้อน
จำต้องนอนอาบเหงื่อเรื่อทั้งร่าง
หวังพรุ่งนี้ร้อนเร่าคงเบาบาง
จะนอนรับลมกลาง.. นอกชานเอย ฯ
 
- Black Sword -
 (หมู มยุรธุชบูรพา)

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: วันนี้ต้องรวย
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:45:52 AM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

อีกไม่นานความหวังจะมาใหม่
เตรียมเลขไว้ให้ดีที่ลือร่ำ
เลขไหนดีจดไว้ได้เป็นกำ
แล้วค่อยคลำลุ้นหยิบ.. สิบหกมีนาฯ
 
- Black Sword -
 (หมู มยุรธุชบูรพา)

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:48:16 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

บานตู้ใหญ่มากไหมถามตรงตรง     หุ่นนี้คงเข้าได้ใช่ไหมเธอ 

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:13:42 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๓/๕) ประมวลธรรม : ๖๖.มารตัชชนียสูตร

พระมหาโมคคัลลานะ = พระอัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เป็นเลิศในทางมีฤทธิ์ ของพระโคตมะพุทธเจ้า
เภสกฬาวัน = สถานที่ให้อภัยแก่หมู่เนื้อ เขตกรุงสุงสุมารคิระ ในแคว้นภัคคะ ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำคงคา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นมคธ
พระกกุสันธพุทธเจ้า = เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๒๒ ในพุทธวงศ์ แต่เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัปนี้
-> ทรงเป็นพราหมณ์โดยพระชาติในเขมนคร
-> พุทธบิดานามว่า อัคคิทัตตะ
-> พุทธมารดานามว่า วิสาขา
-> บุตรชายนามว่า อุตระ
-> ออกบวช บำเพ็ญเพียร ตรัสรู้ และประกาศธรรมจักร
-> พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกผนวชด้วยรถอันเป็นยานพาหนะ ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม ก็ได้ตรัสรู้พระสัมโพธิญาณ
-> พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร ณ มฤคทายวัน
-> พระอัครสาวก : พระวิธุรเถระและพระสัญชีวนามเถระ
-> พระอุปัฏฐาก : พระพุทธิชะเถระ
-> ทรงมีพระชนมายุ ๔๐,๐๐๐ ปี; สูง ๔๐ ศอก เปรียบเสมอด้วยเสาทอง; พระรัศมีสีเปล่งปลั่งดังทองคำ เปล่งออกไป ๑๐ โยชน์โดยรอบ
-> พระกกุสันธพุทธเจ้าเสด็จนิพพาน ณ เขมาราม พระสถูปของพระองค์สูงคาวุตหนึ่ง ประดิษฐานอยู่ ณ เขมาราม
-> พระพุทธพยากรณ์พระโคตมพุทธเจ้า
สมัยนั้น พระพุทธเจ้าโคดมเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า เขมะ ได้ถวายทานมิใช่น้อยแด่พระกกุสันธพุทธเจ้าและพระสาวก ได้ถวายบาตร จีวร ยาหยอดตา ชะเอมเครือ ถวายของดี ๆ ทุกอย่างตามที่ภิกษุสงฆ์ปรารถนา พระกกุสันธพุทธเจ้าทรงประทานพยากรณ์ว่า ในภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก
เมื่อได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้นไป เมื่อแสวงหาพระสัพพัญญุตญาณจึงออกบวชในสำนักของพระกกุสันธพุทธเจ้า
-> พระพุทธเจ้าในภัทรกัปป นี้ ๕ พระองค์ได้แก่
(๑) พระกกุสันธพุทธเจ้า
(๒) พระโกนาคมนพุทธเจ้า
(๓) พระกัสสปพุทธเจ้า
(๔) พระโคตมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน)
(๕) พระศรีอริยเมตไตรย (องค์ที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต)
ทูสีมาร = เมื่อครั้ง พระมหาโมคคัลลานะ เกิดเป็นมารชื่อ ทูสี
พระมหาโมคคัลลานะ บำเพ็ญบารมีมาหลายกัปป์จนได้เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายแห่งพระโคดมพุทธเจ้า แต่นอกจากการบำเพ็ญความดี ในบางอดีตชาติแล้ว บางชาติยังกระทำความชั่วไว้อีกด้วย ท่านได้กระทำกรรมหนักไว้หลายครั้ง เช่น สังหารบิดามารดา และครั้งที่เกิดเป็นมาร เรื่องอดีตชาติที่เคยเกิดเป็นมาร ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายนัก จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ทุกท่านเห็นถึงความจริงของกฎแห่งกรรม
ครั้งพระมหาโมคคัลลานะเกิดเป็นมารมีนามว่า “ทูสี” ตรงกับสมัยของอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า ” กกุสันธะ” ทูสีมารชอบดลใจให้คนพูดจาเสียดสีกัน ดุด่าว่าพระสงฆ์ เมื่อคนเหล่านั้นถึงแก่กรรม ก็ตกนรกชดใช้ผลกรรมจากการเบียดเบียนพระสงฆ์ทางวาจา พระพุทธเจ้าทรงทราบว่า คนเหล่านั้นไม่ได้ตกใจกระทำวจีกรรมต่อพระสงฆ์ จึงทรงขอร้องให้พระสงฆ์ทั้งหลายแผ่เมตตาไปถึงคนเหล่านั้น
ทูสีมารจึงดลใจมนุษย์ทั้งหลายให้กราบไหว้ เคารพพระสงฆ์ด้วยเครื่องสักการะต่าง ๆ คนเหล่านั้นพอสิ้นบุญก็ไปเกิดบนสวรรค์
พระพุทธเจ้าทรงเกรงว่าพระสงฆ์จะติดในเครื่องลาภสักการะจึงทรงสอนให้พระสงฆ์ไม่ยินดีในโลก และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง เพื่อให้พระสงฆ์ไม่ยึดมั่นในลาภสักการะ
เมื่อทูสีมารไม่สามารถทำให้พระสงฆ์หลงไหลในลาภสักการะได้ จึงเข้าสิงเด็กชายคนหนึ่ง แล้วขว้างหินใส่พระอัครสาวกของพระพุทธเจ้ามีนามว่า “วิธุระ” จนศีรษะแตก ผลกรรมที่ทูลสีมารได้รับคือการตกนรกอเวจี เนื่องจากก่อกรรมหนักคือทำร้ายพระอรหันต์
มหานรก = นรกแห่งนี้มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ๓ ชื่อตามลักษณะความทุกข์ที่เกิดขึ้น ได้แก่:
(๑) สังกุสมาหตะ = หมายถึง นรกที่สัตว์นรกถูกตอกด้วยหลาวเหล็ก (สังกุ แปลว่า หลาว หรือ ตะปูว์)
(๒) ฉผัสสายตนิกะ = นรกที่เป็นที่ประชุมแห่งผัสสะทั้ง ๖ (อายตนะ) ที่น่ากลัวและเป็นทุกข์
(๓) ปัจจัตตเวทนียะ = นรกที่สัตว์นรกต้องเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์เฉพาะตน
มหานรก ๘ ขุม = คือนรกขุมใหญ่ที่สุดที่ใช้ลงโทษผู้ทำบาปหนัก แบ่งเป็นชั้นๆ เรียงจากโทษเบาไปหาหนัก ได้แก่
(๑) สัญชีวมหานรก = นรกไม่มีวันตาย : สำหรับผู้เบียดเบียนผู้อื่น ถูกนายนิรยบาลฆ่าตายแล้วฟื้นขึ้นมาถูกทรมานซ้ำ
(๒) กาฬสุตตมหานรก = นรกเส้นด้ายดำ : สำหรับผู้ทำร้ายผู้มีพระคุณ หรือฆ่าสัตว์ ถูกตีเส้นดำบนร่างแล้วเฉือนด้วยเลื่อยเหล็กไฟ

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 05:08:49 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์




#"รักที่ต่างมุมมอง"

ฝืนรักไปไขว่คว้า   มาครอง
เธอต่างใจมุมมอง   หม่นไหม้
สมหวังแห่งเราสอง   คืนสู่
คงยากหวนเคียงใกล้   เกี่ยวก้อยใจกัน ฯ

ถึงคราวฉันพ่ายแพ้   เพียงเธอ
ขอเก็บใจไผลเผลอ    พักบ้าง
ทางฝันภาพมัวเบลอ   เบนเบี่ยง
ไกลฝั่งคงแรมร้าง    รักสิ้นสมปอง ฯ

มุมมองรักต่างนั้น    ใจสลาย
ทนอย่างคนเดียวดาย   เจ็บช้ำ
คำแปลต่างความหมาย   เธอมอบ
เป็นบาดแผลคอยย้ำ  เช่นนี้รักเจอ ฯ

เธอคงยังไม่รู้       คำแปล
ความรักมิดูแล      พบเศร้า
เวลาลบรอยแผล    วันพ่าย
ลืมทุกข์สุมรุมเร้า  เลิกคว้าใฝ่ฝัน ๚ะ๛

กันต์กรีนซี



 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ♥.♥.ฝากใจไปกับลม.♥.♥
 เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 04:32:11 PM 
เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร



♥.♥.ฝากใจไปกับลม.♥.♥
♥.♥
ร้อยลิขิตคิดคำลำนำถึง
ใครคนหนึ่งซึ้งนักรักห่วงหา
เป็นลำนำคำหวานผ่านดารา
ดวงจันทราฟ้าครามยามราตรี
♥.♥
หริ่งเรไรในพงดงดอกอ้อ
กรีดปีกคลอล้อดาวพราวแสงสี
คิดถึงเธอเพ้อพร่ำคำกวี
เอ่ยวจีนี้ตามความในใจ
♥.♥
ถึงรอยยิ้มนิ้มนวลชวนจุมพิต
แนบสนิทชิดชายกายเคลียงใกล้
กลางแสงดาวพราวฟ้าจ้าอำไพ
ด้วยรักใคร่ไม่คลายหน่ายร้างรา
♥.♥
ฝากลมวอนอ้อนจันทร์ดั้นฟ้าใส
เขาอยู่ไหนใจฉันนั้นห่วงหา
วอนแสงดาวพราวพร่างกลางนภา
ฝากวาจาว่าฉันนั้นเฝ้าคอย
♥.♥
เรืองแสงจันทร์วันก่อนนอนหนุนตัก
ยามหมดรักผลักไสไห้เหงาหงอย
เหม่อมองฟ้าคราช้ำน้ำตาปรอย
จันทร์เคลื่อนคล้อยลอยผ่านกาลเวลา
♥.♥
เขาได้ยินสิ้นเสียงเพียงลมวอน
ใจโอนอ่อนย้อนคืนชื่นหรรษา
นอนหนุนตักพักตร์งามยามสบตา
เอ่ยวาจาว่ารักปักดวงใจ
♥.♥
ชลนา  ทิชากร



หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.169 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...