|
1
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:52:11 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๙) ประมวลธรรม : ๖๗.กันทรกสูตร ๙๑.ยึดกะ"ทิฏสวะฯ"เจาะคิด..................และผิดทวี ตาม"อวิชช์สวะ"จะชี้.................................มิรู้ซิหนา อริย์สัจ ๙๒."อาสวะสมุทัย"................................เหตุไวเกิดแน่แท้ "ความอยาก,ตัณหา"แล้.............................มากพร้อมเกิดคง กามคุณ ๙๓.อยากซิเป็นลุ"ภวตัณฯ"....................เหมาะประสงค์ ไม่ซิ"ตัณฯวิภวะฯ"บ่ง.................................มิเป็นไฉน ๙๔.ไกล"อาสวนิโรธ"..............................โทษอาสวะตัดแท้ มิห่อคลุมจิตแล้..........................................สี่น้อมดับเผย "อาสวะ" ๙๕.แจ้ง"นิโรธปฏิปทาฯ"..........................เจาะกล้าเฉลย ทางสิ"สัจอริยะ"เอ่ย....................................ก็มรรคละดับ ๙๖.จิตรับสภาพยล.................................ญาณดลจิตหลุดพ้น ครา"ชาติ,เกิด"จบด้น..................................สุดสิ้นฉับไว "พรหมจรรย์" ๙๗.กิจสิกล่าวจะนิรก่อ............................สิต่อคระไล สงฆ์ลุ"ญาณอสวะฯ"ใส...............................อร์หันต์สิพลัน ๙๘.ครันพุทธองค์ตรัสแล........................แฉประพฤตเยี่ยงนี้ มิก่อทำตน-เขาชี้........................................เดือดร้อนเลยหนา ๙๙.ชนมิหิว,หทยะจบ..............................สงบคุณา โดยเสวยสุขะริคว้า.....................................เจาะเหมือนพระพรหม ๑๐๐.คำสอนคมพุทธองค์........................ความยงเป็นเลิศแล้ว สงฆ์ชื่นภาษิตแผ้ว......................................ลึกซึ้งพระธรรม ฯ|ะ แสงประภัสสร ๑. กันทรกสูตร สติปัฏฐาน ๔ เป็นธรรมสําหรับผู้ยังต้องศึกษา : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา : [เล่มที่ 20] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ https://share.googl/LE9GhH8B6xGZQ3qSF กรุงจัมปา = เป็นพระนครที่น่ารื่นรมย์ เพราะมีต้นจัมปา(จำปา) ๕ สี มีดอกหอม ขึ้นอยู่หนาแน่นตามริมสระโบกขรณี ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในพระนครนั้น สระโบกขรณี = อยู่ไม่ไกลจากพระนคร มีชื่อว่าคัครา ตามชื่อของพระมเหสี ที่ทรงให้ขุดไว้ นายเปสสะ หัตถาโรหบุตร = นายควาญช้าง เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ช่างสังเกต และได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกับ กันทรกปริพาชก ผู้บุตร โดยเปสสะได้กราบทูลเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการฝึกช้างกับการฝึกคน กันทรกะ,กันท์ระฯ = กันทรกปริพาชก นักบวชนอกพระพุทธศาสนา พระโคตมพุทธเจ้า = พระพุทธเจ้าในกาลปัจจุบัน ขีณาสพ = ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว, ผู้หมดกิเลส, พระอรหันต์ อรหันตขีณาสพ = พระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวะแล้ว ใช้สำหรับพระสาวก อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า = ใช้กับพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ทรงตรัสรู้ชอบเอง ไม่มีใครสอน [ก] สติปัฏฐาน ๔ = คือ "ที่ตั้งของสติ" หรือการฝึกสติระลึกรู้เท่าทันสภาวะ ๔ ฐานตามความเป็นจริง เพื่อดับทุกข์และเห็นแจ้งตามหลักไตรลักษณ์ หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน มี ๔ ประการ คือ (๑) กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ -> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น กายในกายภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น กายในกายภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น กายในกาย ทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง -> พิจารณา เห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกาย บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือความเสื่อมในกาย บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกาย บ้าง -> สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น; เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก (๒) เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติ; กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ -> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง |
||
|
2
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:14:55 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
3
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:37:22 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
อยากจะบอกไซค์ให้ใจยังคง กลัวเขาจงใจแกล้งแบ่งกลุ่มไซค์ ![]() |
||
|
4
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:26:04 AM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
5
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:25:41 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร ภูมิปัญญา เพราะหวงแหน แดนไพร ไทยประเทศ รักษ์นิเวศ เขตสมดุล หนุนสืบสาน สร้างสังคม แนบชิด จิตชื่นบาน สุขสมาน นานเนิ่น เกินนิรันดร์ หากแผ่นดิน สิ้นไร้ ไพรพนา หลายชีวา ดิ่งนรก ตกสวรรค์ ระอุร้อน แผดเผา ราวโลกันต์ ทุกข์มหันต์ โถมถา ประชาไทย น้ำเหือดแห้ง แผ่นดินแล้ง แจ้งประจักษ์ อนุรักษ์ นิยม สมสมัย เร่งปลูกสร้าง ฟื้นคืน ผืนพงไพร คืนยิ่งใหญ่ ให้แผ่นดิน ถิ่นแหลมทอง เหล่ามัจฉา มฤคา หมู่วิหค ไพรป้องปก สุขใจ ไร้หม่นหมอง สานสมดุล สมยุค สุดเรืองรอง ไม่เป็นสอง รองใคร ในโลกา สามัคคี ชุมนุม ขุมพลัง พาหยุดยั้ง ทำลาย ไพรพฤกษา ร่วมเรียนรู้ เคียงคู่ บูรณา ภูมิปัญญา สรรพศาสตร์ แห่งชาติไทย โภชนา เภสัช วัฒนธรรม สุดลึกล้ำ ในแดนดิน ถิ่นอาศัย เป็นภูมิรู้ สืบสาน นานกว้างไกล ดำรงไว้ ตราบฟ้าดิน ไม่สิ้นไพร เพื่อลูกหลาน ภายหน้า ได้อยู่สุข ชนในยุค ปัจจุบัน สมสมัย ต้องยืนยง คงมั่น รักษาไว้ ผืนพงไพร ไร้หมองมัว ทั่วมณฑล เยาวชน รู้รักษ์ ภักดีชาติ เก่งสามารถ สร้างไพร ให้เกิดผล อุดมการณ์ สืบสาน เพื่อปวงชน ทั้งกมล มอบไว้ ให้วนา คนเรียนไพร ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙ |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:23:11 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร เมื่อถึงครา... ด้วยหลงใหล ใจรัก อักษรา ภูมิปัญญา บรรพชน คนสยาม เพียงมุ่งหวัง สร้างชื่อ ระบือนาม ชวนติดตาม นามปากกา คนเรียนไพร ร่ำเรียนรู้ ศาสตร์วนา อนุรักษ์ ด้วยใจภักดิ์ ธรรมชาติ ร่วมสมัย เมื่อถึงครา อำลา ต้องจากไกล แสนอาลัย ด้วยสิ้นแสง แห่งศรัทธา เป็นไม้ซีก ไม่อาจ งัดไม้ซุง เคยหมายมุ่ง ไพรอุดม สมปรารถนา ไ้ด้แต่เพียง ร้อยกรอง ส่องมรรคา หวังวันหน้า วันหนึ่ง ได้พึงใจ หลายสิบปี ไม่มี สิ่งใดเปลี่ยน เพียงขีดเขียน กาพย์กลอน สะท้อนไหว ไม่อาจสร้าง แรงกระตุ้น หนุนนำไพร ดวงหทัย สิ้นสุข ทุกข์ตรอมตรม ขอสร้างสรรค์ วรรณกรรม ทำให้คิด เป็นลิขิต ยากแค้น แสนขื่นขม คนเรียนไพร ขออำลา ค่านิยม หมดอารมณ์ สร้างนวัต พัฒนา แม้นไม่เป็น บทสุดท้าย ในชีวิต แต่ดวงจิต สิ้นแรง แสวงหา หวังวันหนึ่ง คงได้ หวนกลับมา ด้วยพลา ที่เข้มแข็ง แกร่งกมล หากได้เคย สร้างความ รำคาญใจ ขออภัย ทุกท่าน ทุกแห่งหน คนเรียนไพร จำจาก วนาชน สำนึกล้น ด้วยห่วงหา อนาทร แม้นเคยสร้าง ประทับใจ ไว้ประดับ เพียงจำรับ ไว้เป็น อนุสรณ์ เพื่อเป็นเครื่อง เตือนใจ พึงสังวรณ์ ใจร้าวรอน ก่อนปลง อนิจจัง คนเรียนไพร ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๙ |
||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:28:23 AM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
8
เมื่อ: 18, มีนาคม, 2569, 10:37:41 AM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ที่กล่าวมาไม่ถูกผูกใจเจ็บ เลขออกเหน็บหกสี่ที่เฉลย ถูกกินเรียบสิ้นหวัทหมือนดั่งเคย เอาละเหวยมาม่าเรียวหน้ามา ![]() ต้นฝ้าย |
||
|
9
เมื่อ: 18, มีนาคม, 2569, 10:33:18 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
หากตกลงตามนี้พรุ่งนี้จัด ประตูตัดใหม่ไซค์ตามบ่ง ![]() |
||
|
10
เมื่อ: 18, มีนาคม, 2569, 09:03:03 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๔/๙) ประมวลธรรม : ๖๗.กันทรกสูตร ๖๙.สงฆ์ลุ"ศีล"อริยะชี้......................"สตี"เจาะกล้า "สัมปชัญญะ"จระหนา..........................วนายะยง ๗๐.สงฆ์มิเอา"ฉันทะ"ยาตร...............ปราศสิ่งในโลกแท้ สติแน่วมิเล็งแล้....................................จิตน้อมสะอาดคุณ ๗๑.ตัดนิวรณ์"มิประลุฆาต"...............เจาะยาตรกรุณ สัตว์สกลลุสุขะผลุน.............................ประทุษซิหาย ๗๒.คลาย"ถีนะมิทธะ"......................ปะหมายแสงสว่างล้ำ สติจุ่งสัมปชัญฯย้ำ...............................จิตพ้นซึมเหงา ๗๓.สงฆ์ละฟุ้งภวกระวน....................ผจญมิเพรา "กุจจะฯ"คลายหทยะเนา.......................สงบประสงค์ ๗๔.ชนคงพิจารณ์ธรรม.....................คำสงสัยไป่แล้ ธรรมมุ่งทราบดีแล้................................จิตลี้หนีไกล "วิจิฯ" ๗๕.สงฆ์,นิวรณ์สิมละครัน..................เจาะปัญญะไว "กาม"สงัดลิหินะไข...............................ลุ"ฌานปฐม" ๗๖.ชมมีองค์ปัญจมะ.........................ปะครบ"วิตก,ตรึก"แล้ "วิจาร"มุ่ง"ปีติ"แท้.................................."สุขด้วยวิเวก" ถึง"เอกัคฯ" ๗๗.สงฆ์ลุ"ฌานทุติยะ"นำ..................ลุธรรมซิหนึ่ง "ตรึก,วิจาร"ลิทวิจึง................................ซิ"ปีติ"เหลือ ๗๘.เจือสุขเกิดจากสมาธิ์...................."อุเบกขา"แน่วพร้อม "สติ"ก่อ"สัมปชัญญ์ฯ"น้อม......................สุขพริ้งจิตหนา "นามกาย" ๗๙.สงฆ์ลุ"ฌานตติยะ"รุก....................เจาะ"สุข"ซิกล้า มี"อุเบกขะ",สติคว้า.................................และได้ลุเสริญ ๘๐.เดินลุ"จตุตถฌาน".........................มิพานทุกข์,สุขแล้ว มี"อุเบกขา"แกล้ว....................................."ผ่องแผ้วสติ"แฉ ๘๑.สงฆ์ฤทัยลุศุจิกล้า..........................สมาธิแล ไร้กิเลสเจาะธุวะแน่..................................ลุ"บุพนุญาณฯ" ๘๒.กรานระลึกชาติมาก........................หลากหลายชาติหนึ่งคล้อย "กัปเสื่อมสังวัฏฯ"จ้อย...............................ล่วงแล้วถึงเจริญ "วิวัฏกัป" ๘๓.สงฆ์อุบัติซิภวรุด.............................มนุษย์เผชิญ "เกิดตระกูลสิพหุเพลิน"............................."รึสัตว์ระกำ" ๘๔.จำ"สังวัฏวิวัฏ".................................ชัด"กัปพินาศ"แล้ว ถึง"กัปเจริญ"แจ้ว......................................เกิดแท้เป็นใคร ทุกข์สุข ๘๕."ฌานจุตูปตะฯ"ลุบ่ง.........................เพราะสงฆ์ซิไว ตัดกิเลสหทยะใส......................................และมั่นยะยง ๘๖.สงฆ์ทราบจุติ,เกิดแล........................แฉสัตว์หลายเกิดแล้ เหตุก่อกรรมดีแผ้ว.....................................ชั่วพร้อมมิหนี "อบาย" ๘๗."ทิพยจักษุ"ภวนำ..............................ผิทำซิ"ดี" "กาย,วจี,มนะ"จะชี้.....................................ลุสู่สวรรค์ ๘๘.ครันถึง"อาสวักญาณฯ".....................ราน"อุปกิเลส"แล้ จิตมั่นบริสุทธิ์แปล้......................................ยิ่งรู้ความจริง "อริยสัจ" ๘๙.หมักสิ"อาสวะ"กิเลส..........................พิเศษซิสิง อยู่เจาะลึกหทยะดิ่ง....................................เลาะสี่ประสงค์ ๙๐.คง"กามาสวะ"แล...............................แฉ"กามคุณ"ยึดแท้ "ภพ,ภวาส์วะ"แล้.........................................ติดพร้อมยินดี |
||




