|
1
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:25:45 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์ (แจกมรรค) วสันต์วงศ์ฉันท์ ๑๕ /โคลงสี่สุภาพ ๑.น้อมกราบพระพุทธะอรหันต์..........................ตนุดั้นเสาะตรัสรู้ ศาส์ดาพระปัญญะอธิชู........................................ลุวิธีมิเกิดซิหนา ๒.ทรงเมตตาเปี่ยมล้น.......................................สอนสงฆ์ เรียนธรรม มีเหล่าชนพฤติตรง...............................................มุ่งย้ำ อริยสัจเพียรยง....................................................มรรคแน่ว แปดมี สาวก,ชนทราบล้ำ.................................................ล่วงแล้วอรหันต์ ๓. โดยมรรควิภังค์จะอธิบาย..............................ตติย์กรายเจาะ"สุตตะฯ"ครัน แจงเลิศพระ"ธรรมอภิฯ"ดั้น....................................คติ"ปัญหะปุจฉะฯ"แฉ ๔.แล"สุตตันฯ"แบ่งแจ้ง.......................................สองนัย มรรคแปด ทางมุ่งดับทุกข์ไกล................................................ห่างพ้น มีแปดทางหลักไว...................................................ศีลกอปร สมาธิ์ มีเลิศปัญญาท้น.....................................................ทุกข์ลี้นิพพาน ๕.หนึ่ง"สัมมะทิฏฐิฯ"ริตริชอบ..............................ทุขะรอบซิรู้วิศาล เหตุทุกข์,นิโรธลิทุขะผลาญ....................................และนิโรธคามินี ๖.ดีทุกข์นิโรธฯแล้..............................................ปฏิปทา มรรคแปด ทางประเสริฐดับทุกข์หนา.......................................ดิ่งกล้า "สัมทิฏฐิฯ"ถูกพา....................................................ฉลาดเพิ่ม ละบาปมิทำแคล้ว...................................................มุ่งพ้นทุกข์เตียน ๗."สังกัปปะฯ"คิดเจาะมละ"กาม"..........................นิรผลามมิฆาตมิเบียน ทำแต่กุศลละหินะเวียน...........................................อนะโลภะ,โทสะ,หลง ๘.คง"วาจา"พูดน้อม............................................คำหวาน มิเท็จ,คำหยาบราน.................................................สะกัดเว้น พูดส่อเสียดเลิกกราน.............................................มิพูด พูดแต่ความจริงเน้น................................................น่าช้อยนับถือ ๙."กัมมันตะฯ"ทำริปฏิบัติ.....................................ตนุชัดมิฆ่ามิยื้อ "ลักทรัพย์,ประเวณินิรดื้อ........................................บริสุทธิ์กะศีลยะยง ๑๐.คง"อาชีวะ"ชีพแล้..........................................ถูกครอง อาชีพมิจฉาผอง.....................................................แน่วทิ้ง ขายมนุษย์,ยาพิษตรอง...........................................มิเลือก สุจริตหมายพริ้ง......................................................สุขล้ำชีพใส ๑๑."วายามะสัมมะฯ"พิระมั่น.................................ภว"ฉันทะ"เพียรหทัย "ป้องบาปอุบัติสินิรได้"............................................."อกุศลกุเกิดขจัด" ๑๒."ชัดทำกุศลเปี่ยมแล้.......................................เกิด"แล "กุศลเกิดพูนแฉ.......................................................มากล้น" พึงคงอยู่มิแปร.........................................................ยืนย่ำ เจริญยิ่งกุศลท้น......................................................จิตดั้นกุศล ๑๓. ทบทวนกะ"สัมมะสติ"นึก................................มนะตรึกซิสี่ยะยล "เห็นกาย ณ กาย"มิรติผล.........................................นิรงามมิใช่ซิเรา ๑๔.เนายืน,เดินนั่งแล้............................................หายใจ ธาตุสี่กายประชุมไว.................................................ไม่พริ้ง งามมิเที่ยงดับไป......................................................จริงแน่ หาใช่ตนควรทิ้ง.......................................................อย่าแย้มหลงหนา ๑๕.มีสัมปชัญญะสติมั่น........................................พิระดั้นขยันคณา เห็นกาย ณ กายละรติกล้า........................................มละโทมนัสลิผอง ๑๖.ตรองเวทนายิ่งรู้..............................................เวทนา ทุกข์,สุข,เฉยเฉยหนา...............................................แค่รู้ มีคงอยู่ดับครา.........................................................ธรรมชาติ มิเที่ยงเป็นทุกข์จู้.....................................................ไป่แท้ตนหนา |
||
|
2
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:52:25 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๑/๑๑) อภิธรรมปิฎก : ๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์ มหันตรทุกาทิวิสัชนา (๑) โพชฌงค์ ๗ รับรู้อารมณ์ได้ (๒) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นจิต (๓) โพชฌงค์ ๗ เป็นเจตสิก (๔) โพชฌงค์ ๗ สัมปยุตด้วยจิต (๕) โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิต (๖) โพชฌงค์ ๗ มีจิตเป็นสมุฏฐาน (๗) โพชฌงค์ ๗ เกิดพร้อมกับจิต (๘)โพชฌงค์ ๗ เป็นไปตามจิต (๙)โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน (๑๐) โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต (๑๑) โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และเป็นไปตามจิต (๑๒) โพชฌงค์ ๗ เป็นภายนอก (๑๓) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอุปาทายรูป (๑๔) โพชฌงค์ ๗ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ (๑๕) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ ปิฏฐิทุกวิสัชนา (๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค (๒) โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ (สกิทาคามิมรรค, อนาคามิมรรค, อรหัตตมรรค) (๓) โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค (๔) โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ (๔) โพชฌงค์ ๗ ที่มีวิตกก็มี; ที่ไม่มีวิตกก็มี (๕) โพชฌงค์ ๗ ที่มีวิจารก็มี; ที่ไม่มีวิจารก็มี (๖) ปีติสัมโพชฌงค์ไม่มีปีติ (๗) โพชฌงค์ ๖ ที่มีปีติก็มี; ที่ไม่มีปีติก็มี (๘) ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคต (ร่วมกัน) ด้วยปีติ (๙) โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี; ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี (๑๐) ปีติสัมโพชฌงค์สหรคตด้วยสุข (๑๑) โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี; ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี (๑๒) ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา (๑๓) โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี; ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี (๑๔) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นกามาวจร (๑๕) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นรูปาวจร (๑๖) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอรูปาวจร (๑๗) โพชฌงค์ ๗ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๑๘) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี; ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี (๑๙) โพชฌงค์ ๗ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี; ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี (๒๐)โพชฌงค์ ๗ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า (๒๑)โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ปัญหาปุจฉกะ จบ โพชฌังควิภังค์ จบบริบูรณ์ สรุป [ก] สภาวะของโพชฌงค์ (๑) ญาณที่ชื่อว่าสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะนำออก (๒) ญาณที่ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะตั้งมั่น (๓) ญาณที่ชื่อว่าธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะเลือกเฟ้น (๔) ญาณที่ชื่อว่าวิริยสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะประคองไว้ (๕) ญาณที่ชื่อว่าปีติสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะแผ่ซ่านไป (๖) ญาณที่ชื่อว่าปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะสงบระงับ (๗) ญาณที่ชื่อว่าสมาธิสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะไม่ฟุ้งซ่าน (๘) ญาณที่ชื่อว่าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะมีสภาวะพิจารณา [ข] ผลานิสงส์ของการเจริญโพชฌงค์ = เมื่อโพชฌงค์ ๗ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้ ผลานิสงส์ ๗ ประการ อันเธอพึงหวังได้ คือ (๑) จะได้บรรลุอรหัตผลโดยพลันในปัจจุบัน ~ อริยบุคคล ๔ =ได้แก่ (๑.๑) โสดาบัน = “ผู้ถึงกระแส”, ท่านผู้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว (๑.๒) สกทาคามี = “ผู้กลับมาอีกครั้งเดียว”, ท่านผู้บรรลุสกทาคามิผลแล้ว (๑.๓) อนาคามี = “ผู้ไม่เวียนกลับมาอีก”, ท่านผู้บรรลุอนาคามิผลแล้ว (๑.๔) อรหันต์ = “ผู้ควร”, “ผู้หักกำแห่งสงสารแล้ว”, ท่านผู้บรรลุอรหัตตผลแล้ว (๒) ถ้าไม่ได้บรรลุในปัจจุบัน จะได้บรรลุในเวลาใกล้ตาย (๓) ถ้าไม่ได้บรรลุอรหัตตผล จะได้เป็นพระอนาคามี อันตราปรินิพพายี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป ~ พระอนาคามี ๕= ท่านผู้บรรลุอนาคามิผลแล้ว, ผู้ไม่เวียนกลับมาอีก แบ่งเป็น ๕ ได้แก่ (๓.๑) อันตราปรินิพพายี = ผู้ปรินิพพานในระหว่าง คือ เกิดในสุทธาวาสภพใดภพหนึ่งแล้ว อายุยังไม่ถึงกึ่ง ก็ปรินิพพานโดยกิเลสปรินิพพาน (๓.๒) อุปหัจจปรินิพพายี = ผู้จวนจะถึงจึงปรินิพพาน คือ อายุพ้นกึ่งแล้ว จวนจะถึงสิ้นอายุจึงปรินิพพาน (๓.๓) อสังขารปรินิพพายี = ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้แรงชักจูง คือ ปรินิพพานโดยง่าย ไม่ต้องใช้ความเพียรนัก (๓.๔) สสังขารปรินิพพายี = ผู้ปรินิพพานโดยใช้แรงชักจูง คือ ปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก (๓.๕) อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี = ผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่อกนิฏฐภพ คือ เกิดในสุทธาวาสภพใดภพหนึ่งก็ตาม จะเกิดเลื่อนต่อขึ้นไปจนถึงอกนิฏฐภพแล้วจึงปรินิพพาน (๔) จะได้เป็นพระอนาคามี อุปหัจจปรินิพพายี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป (๕) จะได้เป็นพระอนาคามี อสังขารปรินิพพายี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป (๖) จะได้เป็นพระอนาคามี สสังขารปรินิพพายี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป (๗) จะได้เป็นพระอนาคามี อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป |
||
|
3
เมื่อ: 20, กุมภาพันธ์, 2569, 08:34:40 PM
|
||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
สักวาหนาวสั่นจนหวั่นจิต ขอใช้สิทธิ์นอนพักเลิกซักถาม มองท้องฟ้าครึ้มไปในทุกยาม ลมพัดตามเย็นเยียบเสียดเข้าไป หลบอยู่แต่ในห้องคงดีกว่า ขอมองฟ้าหลบฝนจนหยุดไหล ฝนอาจจะขังฉันเพียงข้างใน แต่ขังใจฉันไว้ไม่ได้เอย ![]() |
||
|
4
เมื่อ: 20, กุมภาพันธ์, 2569, 08:25:42 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ทำอย่างไรจะได้ไว้ที่บ้าน ช่วยทำงานได้ไหมนะแมวนี่ เก็บกวาดบ้านล้างจานงานมากมี ค่าจ้างให้เต็มที่ปลาสี่ตัว |
||
|
5
เมื่อ: 20, กุมภาพันธ์, 2569, 08:20:45 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
แล้วใจดีด้วยไหมใช่หรือเปล่า ตามข่าวเขาเล่าขวัญทุกวันวี่ ![]() |
||
|
6
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาเครื่องว่าง-ขนมไทย จัดใส่โคลง ๐-...
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 10:24:26 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
7
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 10:20:46 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ชาวบ้านน้อยหน้าตาดีเท่าที่รู้ ยิ่งคนที่ชื่อหมูยิ่งดูดี ![]() |
||
|
8
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 08:50:44 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
พูดเสียจนน่ากลัวไม่กล้าเจอะ กลัวหน้าเลอะจมูกตาผวาอยู่ ![]() |
||
|
9
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 08:45:52 PM
|
|||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
10
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 09:34:56 AM
|
|||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | |||
|
|||





.gif)

