Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / โลกดิจิตัล
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:34:18 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




ผมเห็นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสามารถรื้อเกียร์รถทั้งลูกได้แม้ปิดตา ถูกทำให้อับอายโดยแคชเชียร์วัยรุ่น เพียงเพราะเรื่องไข่หนึ่งแผง ความผิดของเขาเหรอ? เขาไม่มีสมาร์ตโฟน
มันเป็นเวลา 5 โมง 15 นาทีเย็น วันศุกร์ ที่เมก้ามาร์ตใกล้บ้าน กลิ่นไก่อบหมุนกับความตึงเครียดลอยปะปนกันในอากาศ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงหึ่งต่ำ ๆ แบบที่เหมือนจะเจาะเข้าไปถึงขมับ โดยเฉพาะหลังจากทำงานที่โรงงานมา 10 ชั่วโมงเต็ม
ผมยืนอยู่ในแถวแคชเชียร์ช่องสี่ ช่องเดียวที่ยังมีพนักงานเป็นมนุษย์อยู่ ตะกร้าผมมีเบียร์แพ็กหนึ่งกับพิซซ่าแช่แข็งหนึ่งถาด รองเท้าบู๊ตของผมเปื้อนน้ำมันไฮดรอลิก และความอดทนก็แทบจะหมดถัง
ข้างหน้าผมคือชายชราคนหนึ่ง เรียกเขาว่าแฟรงก์ก็แล้วกัน
แฟรงก์เป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่หดเล็กลงตามวัย เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตที่ผ่านการซักมานับไม่ถ้วนจนลายแทบเลือนหาย หมวกทรักเกอร์ที่มีโลโก้สหภาพแรงงานท้องถิ่นซึ่งยุบไปแล้วกว่ายี่สิบปี มือของเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมด ข้อนิ้วบวมจากโรคข้ออักเสบ ผิวหนังเหมือนหนังฟอกแดด และรอยแผลเป็นสีขาวจาง ๆ ที่บอกเล่าหลายทศวรรษของแรงงานใช้มือ
เขาค่อย ๆ วางของลงบนสายพาน นมหนึ่งแกลลอน ขนมปังยี่ห้อร้าน ไข่หนึ่งโหล และอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมถุงใหญ่ แบบแพง ๆ แบบที่ทุกวันนี้แพงกว่าสเต๊กดี ๆ มื้อหนึ่งเสียอีก
ยอดรวมขึ้นมา 42.50 ดอลลาร์
แฟรงก์กะพริบตา เขาล้วงกระดาษโฆษณายับยู่ยี่จากกระเป๋าเสื้อด้านหน้า คลี่มันออกบนเคาน์เตอร์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“หนูครับ” เขาพูดด้วยเสียงแหบแต่สุภาพ “ในใบปลิวนี้บอกว่าไข่ราคา 3.99 แล้วผงซักฟอกก็ลดราคา แต่เครื่องคิด 7.00”
แคชเชียร์สาวที่ดูเหมือนอยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้ยกเว้นตรงนี้ เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วชี้นิ้วที่ตกแต่งเล็บสวยไปยังป้ายเล็ก ๆ ที่แปะอยู่บนแผ่นพลาสติกใส
“นั่นเป็นดีลดิจิทัลค่ะ คุณต้องกดคูปองในแอป”
แฟรงก์มองป้าย แล้วมองกลับมาที่เธอ
“แอป?”
“ค่ะ ต้องดาวน์โหลดแอปเมก้ามาร์ต สมัครบัญชี สแกนคิวอาร์โค้ดที่ชั้น แล้วกดคูปอง จากนั้นสแกนไอดีดิจิทัลที่แคชเชียร์ ไม่งั้นต้องจ่ายราคาเต็มค่ะ”
แฟรงก์ล้วงโทรศัพท์ออกมา มันไม่ใช่สมาร์ตโฟน แต่เป็นโทรศัพท์ฝาพับ สีดำ เก่า ๆ ที่ติดเทปไฟฟ้าไว้
“เครื่องนี้เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ครับหนู ผมมีแค่… โทรศัพท์ แต่ผมมีกระดาษนี่นะ มันเขียนว่า 3.99”
“หนูเปลี่ยนราคาเองไม่ได้ค่ะ ระบบล็อกไว้ ต้องใช้แอปเท่านั้น”
ความเงียบที่ตามมาหนักอึ้ง ผมเห็นไหล่ของแฟรงก์ตกลง มันไม่ใช่เรื่องเงินสามดอลลาร์ แต่มันคือการตระหนักว่าโลกได้สร้างกำแพงที่เขาปีนไม่ไหว และล็อกมื้อเย็นของเขาไว้หลังมัน
ด้านหลังผม ผู้ชายในสูทพอดีตัวถอนหายใจ เขามองนาฬิกา Apple Watch แล้วกระทืบเท้า จังหวะสากลของคำว่า “เวลาฉันสำคัญกว่านาย”
“เอาน่า” ชายในสูทพึมพำดังพอให้ได้ยิน “ไม่กี่เหรียญเอง ลุง จ่ายไปเถอะหรือไม่ก็หลบไป คนอื่นเขารีบ”
แฟรงก์นิ่งไป ความอับอายแผ่ออกมาจากตัวเขาเหมือนความร้อน เขามองกระเป๋าสตางค์ ผมเห็นธนบัตรใบหนึ่ง ใบห้า เรียงอย่างเป็นระเบียบ เขากำลังคำนวณในหัว และผลลัพธ์มันไม่ลงตัว
“โอเค” แฟรงก์กระซิบ เขาเอื้อมมือไปหยิบนม “งั้นเอานมออก แล้วก็ไข่”
เขาเก็บอาหารสุนัขไว้
ตอนนั้นเองที่เลือดผมเริ่มเดือด ไม่ได้โกรธแคชเชียร์ เธอก็แค่เด็กที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้โกรธชายในสูทเป็นหลักด้วย แม้เขาจะน่ารำคาญ แต่ผมโกรธระบบอัตโนมัติอันเย็นชาทั้งหมดนี่
ขณะที่แฟรงก์กำลังจะส่งนมคืน ผมก้าวออกไปข้างหน้า
“เอาไว้เถอะ” ผมพูด เสียงดังเกินกว่าที่ตั้งใจ
ผมเดินไปยืนข้างแฟรงก์ หยิบสมาร์ตโฟนของผมออกมา อุปกรณ์ที่ควบคุมชีวิตผม ติดตามตำแหน่งผม และดูเหมือนจะเป็นตัวตัดสินว่าใครได้กินไข่ราคาย่อมเยาหรือไม่ ผมเปิดแอปงี่เง่านั่น
“สแกนของผม” ผมบอกแคชเชียร์
เธอสแกนโทรศัพท์ผม ยอดรวมบนจอเปลี่ยนจาก 42.50 เหลือ 28.00
สิบสี่ดอลลาร์ พวกเขาคิดราคาเกินเขาไปสิบสี่ดอลลาร์ เพียงเพราะเขาไม่อยากแลกข้อมูลส่วนตัวกับส่วนลด
“ที่เหลือผมจัดการเอง” ผมพูด พลางวางธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ลงบนเคาน์เตอร์ ครอบคลุมของผมและส่วนต่างที่เหลือของเขา
แฟรงก์มองผมด้วยดวงตาสีฟ้าอ่อนที่คลอ “ลูกเอ๋ย ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้—”
“ผมไม่ได้ทำเพื่อการกุศลครับ” ผมพูด พร้อมมองไปที่ชายในสูทด้านหลัง “ผมทำเพราะระบบมันไม่ยุติธรรม”
ผมหยิบพิซซ่าของตัวเอง แล้วรอให้แฟรงก์เก็บถุงของเขา ชายในสูทไม่ยอมสบตาผม เขาหันไปสนใจฉลากโภชนาการบนหมากฝรั่งอย่างจริงจังขึ้นมาทันที
ผมเดินไปส่งแฟรงก์ที่ลานจอดรถ พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงสีส้มทอดเงายาวบนพื้นยางมะตอย เขาเดินกะเผลก แบบที่ได้มาจากการกระโดดลงจากท่าโหลดของมานานสามสิบปี
เขาหยุดที่รถ Ford F-150 รุ่นเก่า ตัวถังเหลี่ยม มีสนิมรอบซุ้มล้อ แต่เครื่องยนต์สะอาดพอจะกินข้าวจากมันได้
“ขอบคุณนะ” แฟรงก์พูด มือวางบนประตูรถ “ผมจ่ายราคาเต็มได้ แต่… ผมมีรายได้ตายตัว เงินประกันสังคมไม่ค่อยขึ้น แต่ของทุกอย่างขึ้นหมด”
“ผมเข้าใจ” ผมพูด “ทำไมถึงคืนแต่นมกับไข่ ไม่คืนอาหารหมาล่ะ คุณกินอาหารหมาไม่ได้นะ”
แฟรงก์ยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มเศร้าแต่สวยงาม
“บัสเตอร์” เขาพูดเบา ๆ “บัสเตอร์เป็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อายุสิบสองแล้ว เป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม”
แฟรงก์ก้มมองรองเท้าบู๊ตของตัวเอง
“เมียผม มาร์ธา… เธอเสียเมื่อพฤศจิกาปีก่อน มะเร็ง ช่วงท้าย ๆ ตอนที่เธอลุกจากเตียงไม่ได้ บัสเตอร์ไม่เคยไปไหนจากข้างเตียงเลย มันเฝ้าเธอตลอด เลียมือเธอเวลาเธอเจ็บ ตอนเธอจากไป ผมสัญญากับเธอว่าจะดูแลหมาตัวนี้เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของเราเอง”
เขาลูบถุงอาหารหมาราคาแพงนั้น
“ผมดื่มน้ำก๊อกได้ ผมงดไข่ได้ แต่บัสเตอร์ต้องได้กินของดี นั่นคือข้อตกลง ลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด”
ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ในคอใหญ่เท่าผลเกรปฟรุต
นี่คือผู้ชายที่ถูกสังคมลงโทษเพียงเพราะเขา “ล้าสมัย” อัลกอริทึมของบริษัทมองเขาเป็นความไร้ประสิทธิภาพ ชายในสูทมองเขาเป็นสิ่งกีดขวาง
แต่เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาผู้ล่วงลับ มากกว่าความหิวของตัวเอง เขาเป็นคนที่ขับรถที่ซ่อมเองได้ เพราะไม่ไว้ใจเครื่องจักรที่เขาไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนแบบคุณแล้วนะ แฟรงก์” ผมพูด
“ใช่” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะปีนขึ้นรถ “และบางทีนั่นอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ผมใช้แอปไม่เป็น แต่ผมรู้วิธีทำงาน”
เขาสตาร์ตรถ เสียงมันไม่ใช่เสียงนุ่ม ๆ แต่มันคำราม เป็นเสียงกลไกจริง ๆ เขาโบกมือแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่
ผมยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง มองไฟท้ายรถเขาค่อย ๆ หายไปกับการจราจร ผมก้มมองสมาร์ตโฟนของตัวเอง มันสั่นแจ้งเตือนขึ้นมา
“ให้คะแนนประสบการณ์ช็อปปิ้งของคุณ!”
ผมยัดมันกลับลงกระเป๋า
เรากำลังสร้างโลกที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเชื่อมต่อถึงกัน เรามีแอปซื้อของ แอปหาคู่ แอปติดตามการนอน แต่ในความเร่งรีบที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นดิจิทัล เรากำลังทิ้งคนที่สร้างรากฐานให้โลกใบนี้ไว้ข้างหลัง
เรากำลังแทนที่การจับมือด้วยข้อตกลงผู้ใช้ แทนที่คุณค่าคนด้วยเครดิตสกอร์ และแทนที่ความมีน้ำใจธรรมดา ๆ ด้วย “ข้อเสนอพิเศษเฉพาะดิจิทัล”
ครั้งหน้าถ้าคุณยืนต่อแถวอยู่หลังผู้สูงอายุที่กำลังนับเหรียญ หรือกำลังงงกับเครื่องอ่านบัตร อย่าถอนหายใจ อย่ากลอกตา
จงจำไว้ว่ามือที่สั่นเหล่านั้น อาจเคยเชื่อมเหล็กในสะพานที่คุณขับรถผ่าน อาจเคยถือปืนในป่า เพื่อปกป้องอิสรภาพที่ทำให้คุณยืนอยู่ตรงนั้นอย่างใจร้อน
เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเร็วขึ้น แต่มีเพียงความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น ที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย
อย่าปล่อยให้แสงจากหน้าจอสว่างจนมันทำให้หัวใจของคุณมืดลง
Weird_World
Ramet Tanawangsre ถอดความ


 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / เรื่องของครอบครัว ปาเตล ในอินเดีย
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:30:52 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




พ่อของเธอขายผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ
เพื่อให้ลูกสาวได้แตะขอบฟ้า
และเมื่ออายุเพียง 19 ปี
เธอกลายเป็นนักบินพาณิชย์ที่อายุน้อยที่สุดของอินเดีย
นี่คือเรื่องราวที่การเสียสละของชาวนา
เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล

โอลปัด (Olpad), รัฐคุชราต
หมู่บ้านเกษตรกรรมเล็ก ๆ
ที่ความฝันของผู้คนส่วนใหญ่มักไปไม่ไกลกว่า “ฤดูกาลเก็บเกี่ยวครั้งหน้า”

กันติลาล ปาเตล
ยืนอยู่กลางทุ่งนา มองเครื่องบินที่บินผ่านศีรษะ
มุ่งหน้าไปยังสนามบินสุรัต

เขาเป็นชาวนา
เป็นพนักงานเทศบาล
และเป็นคนขับรถรับส่งผู้โดยสารไปสนามบินเพื่อหารายได้เสริม

ตลอดชีวิตของเขา
เขาอยู่บนผืนดิน
เฝ้ามองความฝันของคนอื่นทะยานขึ้นฟ้า

แต่เมื่อเขามองลูกสาววัยแปดขวบของตน
ไมตรี ปาเตล เขาเห็นบางสิ่ง
ที่ไม่เคยกล้าฝันให้ตัวเองมาก่อน
เขาเห็นเธอ…
นั่งอยู่ในห้องนักบิน

ปี 2013  สนามบินสุรัต
เด็กหญิง ไมตรี ปาเตล วัย 8 ขวบ
ได้เห็นเครื่องบินอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก

เธอมองดูมันเคลื่อนตัวบนรันเวย์
มองดูมันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่น่าเชื่อ
และมองดูมันหายลับไปในก้อนเมฆ

แล้วเธอก็หันไปหาพ่อ และพูดว่า
“หนูอยากทำแบบนั้น หนูอยากบิน”

พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจยิ้ม
ลูบหัวลูก แล้วบอกว่าเป็นความฝันน่ารักของเด็กผู้หญิงจากครอบครัวชาวนา แต่กันติลาล ปาเตล
มองลูกสาวแล้วคิดว่า

“ฉันจะทำให้มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

และนี่คือราคาที่ต้องจ่าย

ค่าเรียนหลักสูตรนักบินพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกา
ประมาณ 40–50 แสนรูปี
หรือราว 50,000–60,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ต่อปีของชาวนาและพนักงานเทศบาลอย่างเขา
เทียบกันแทบไม่ได้

ตัวเลขนี้…
เป็นไปไม่ได้
ไม่มีทางเป็นไปได้

แต่กันติลาลใช้ชีวิตทั้งชีวิต
เฝ้ามองเครื่องบินบินผ่าน
ขับรถส่งผู้โดยสารไปสนามบิน
ช่วยยกกระเป๋า
มองดูพวกเขาเดินทางไปยังที่ที่เขาไม่มีวันได้ไป

เขายอมรับข้อจำกัดของตัวเองมานานแล้ว
แต่เขาไม่ยอมรับข้อจำกัดนั้นสำหรับลูกสาว

ไมตรีเติบโตขึ้น
พร้อมความฝันที่จะเป็นนักบินที่ลุกโชนอยู่ในใจ

เธอเรียนอย่างหนัก
โดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์
ที่โรงเรียน Metas Adventist ในสุรัต

เธอค้นคว้าหลักสูตรนักบิน
รู้ชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง

เหลือเพียงปัญหาเดียวคือ  เงิน

เมื่อเธอเรียนจบมัธยมปลาย
และพร้อมจะเข้าเรียนการบิน
กันติลาลเดินเข้าไปหาธนาคาร
เพื่อขอสินเชื่อแต่

ทุกแห่ง…ปฏิเสธ

ชาวนาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ
จะส่งลูกสาวไปอเมริกา เพื่อเป็นนักบิน?

เจ้าหน้าที่สินเชื่อหัวเราะ บอกว่าไม่สมจริง
เสี่ยงเกินไป แพงเกินไป

คำตอบคือ..ไม่

กันติลาลมองลูกสาว
หญิงสาวเก่งกาจ
ที่ไม่เคยละทิ้งความฝัน
และตัดสินใจครั้งหนึ่ง
ที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล

เขาขายที่ดินบรรพบุรุษ

ผืนดินที่ครอบครัวทำกินมาหลายชั่วอายุคน
ผืนดินที่ควรเป็นมรดกให้ลูกหลาน

เขาขายมัน เพื่อจ่ายค่าเรียนการบินให้ลูกสาว

ปี 2020 ไมตรี ปาเตล วัย 18 ปี
ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกา

ครั้งนี้ ไม่ใช่ในฐานะผู้โดยสาร
แต่ในฐานะ นักบินในอนาคต

เธอเดินทางไปพร้อมน้ำหนักของการเสียสละของพ่อ
เธอรู้ว่าที่ดินผืนนั้นมีค่าแค่ไหน
รู้ว่าพ่อเจ็บปวดเพียงใดเมื่อปล่อยมันไป

เธอจะล้มเหลวไม่ได้
และเธอจะไม่ยอมล้มเหลว

หลักสูตรนักบินพาณิชย์โดยปกติใช้เวลา 18 เดือน
นักเรียนส่วนใหญ่ยังเรียนไม่จบตามกำหนด
หลายคนต้องขยายเวลาออกไปอีก

แต่ไมตรี ปาเตล เรียนจบทั้งหลักสูตรในเวลา 11 เดือน
11 เดือนแห่งการเรียนอย่างไม่หยุดยั้ง
11 เดือนของเช้าตรู่และค่ำคืนยาวนาน
การฝึกจำลองการบิน
การสอบภาคพื้น
การสอบภาคปฏิบัติ
การผลักตัวเองจนถึงขีดสุด
เธอไม่มีเวลาจะเสีย
เพราะพ่อขายที่ดินเพื่อสิ่งนี้

วันที่เธอสอบผ่านใบรับรองขั้นสุดท้าย
ไมตรีโทรกลับไปหาพ่อที่คุชราต

“พ่อ หนูทำได้แล้ว หนูจะมาบินให้พ่อนั่ง”

กันติลาล ปาเตล
ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิต
เป็นครั้งแรกที่ออกจากอินเดีย

และลูกสาววัย 19 ปีของเขา
พาเขาบินอยู่เหนือพื้นดินอเมริกา
ที่ระดับความสูง 3,500 ฟุต

ลองจินตนาการภาพนั้น

ชาวนาจากหมู่บ้านโอลปัด
นั่งอยู่ในเครื่องบินเล็ก
ที่ควบคุมโดยลูกสาว
เด็กผู้หญิงที่เขาเลี้ยงดูมาในทุ่งนา
เด็กผู้หญิงที่เขายอมเสียทุกอย่างเพื่อเธอ

เธอกำลังบิน
และเขาก็ได้อยู่บนท้องฟ้ากับเธอในที่สุด

“มันเหมือนฝันที่เป็นจริง” ไมตรีกล่าวในภายหลัง
“ไม่ใช่แค่ของหนู แต่เป็นของเราทั้งคู่”

ปี 2021 ไมตรีกลับอินเดีย
ครอบครัวต้อนรับเธอที่สนามบินอย่างยิ่งใหญ่
ป้ายผ้า ดอกไม้ น้ำตาแห่งความภูมิใจ

สื่อท้องถิ่นพาดหัวข่าว
ลูกสาวชาวนา กลายเป็นนักบินพาณิชย์ที่อายุน้อยที่สุดของอินเดีย เธอทำลายสถิติเดิม
ที่เคยเป็นของอาเยชา อาซิซ (อายุ 21 ปี)

ไมตรีอายุเพียง 19 ปี

อดีตมุขมนตรีรัฐคุชราต
วิชัย รูปานี เข้าพบและแสดงความยินดี
เรียกเธอว่า “ความภาคภูมิใจของคุชราต”

แต่สำหรับไมตรีและพ่อ ชัยชนะที่แท้จริง
ไม่ใช่สถิติ ไม่ใช่ชื่อเสียง
มันคือการรักษาสัญญา
ที่ให้ไว้เมื่อสิบเอ็ดปีก่อน
ในวันที่เด็กหญิงวัยแปดขวบ
มองเครื่องบินแล้วพูดว่า
“หนูอยากบิน”

เรื่องราวนี้สำคัญ
ไม่ใช่แค่เพราะความสามารถหรือความมุ่งมั่นของไมตรี
แม้เธอจะมีทั้งสองอย่างอย่างเหลือล้น

แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อพ่อแม่เชื่อในความฝันของลูก
มากกว่าคำว่า “เป็นไปไม่ได้”

กันติลาลอาจพูดว่า
“เรามันชาวนา เรื่องนี้ไม่สมจริง เลือกอย่างอื่นเถอะ”

พ่อแม่ส่วนใหญ่คงทำเช่นนั้น

แต่เขากลับขายที่ดินบรรพบุรุษ
การเสียสละสูงสุดในวัฒนธรรมเกษตรของอินเดีย
และเดิมพันทุกอย่างกับความฝันของลูกสาว
และเธอไม่ทำให้เขาผิดหวัง

วันนี้ ไมตรียังต้องสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ของอินเดีย เพื่อบินภายในประเทศ เธอยังฝึกต่อ
ยังไม่หยุด

เพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การได้สถิติ หรือได้ตำแหน่ง
แต่มันคือการให้เกียรติพ่อ
ที่ขายผืนดินของเขา

มันคือการพิสูจน์ว่า
เด็กผู้หญิงจากหมู่บ้านเกษตรเล็ก ๆ
สมควรได้บิน ไม่ต่างจากใครที่เกิดมาพร้อมความมั่งคั่ง
และมันคือการบอกเยาวชนอินเดียทุกคน
โดยเฉพาะผู้หญิงจากครอบครัวธรรมดา
ว่า

ต้นกำเนิดไม่ได้กำหนดเพดานของคุณ
ความกล้า ความพยายาม
และการไม่ยอมรับคำว่า “ไม่ได้” ต่างหากที่กำหนด

จงจำชื่อ ไมตรี ปาเตล
จำเด็กหญิงวัยแปดขวบที่ไม่ยอมปล่อยความฝัน
จำพ่อที่ขายที่ดินเพื่อให้ลูกสาวบิน
จำว่าเธอเรียนจบ 11 เดือนใน 18 เดือน
เพราะรู้ว่ามันต้องแลกด้วยอะไร

และจำไว้ว่า ที่ไหนสักแห่งในคุชราต
ยังมีเด็กอีกหลายคน เงยหน้ามองเครื่องบิน
และตั้งคำถามว่า “เราจะบินได้ไหม”

เพราะไมตรี ปาเตล
พวกเขารู้แล้วว่า
คำตอบคือ ได้

ไม่ง่าย ไม่ไร้การเสียสละ
และไม่เกิดขึ้นหากไม่พยายามสุดชีวิต

แต่…ได้

พ่อของเธอขายผืนดิน
เพื่อให้ลูกสาวแตะขอบฟ้า
และทุกครั้งที่เธอบิน
เธอพาการเสียสละของพ่อ
ขึ้นไปกับเธอเสมอ

เพราะบางความฝัน
คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่เรามีให้จริง ๆ

The Curiosity Curator
เจาะเวลาหาอดีต ถอดความ

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / หนี้ 12 ดอลลาร์
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:22:42 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




" หนี้ 12 ดอลลาร์ "

ฉันยอมรับตามตรง
ตอนนั้นฉันคิดว่าเขากำลังจะควักอาวุธออกมา
.
เวลา 19.15 น. ของคืนวันอังคาร เหลืออีกเพียงสิบห้านาทีก่อนห้องสมุดจะปิด  ภายในเงียบงัน มีแค่เสียงฮัมของเครื่องทำความร้อน กับกลิ่นกระดาษเก่า ๆ ที่คุ้นเคย
.
แล้วจู่ ๆ ประตูอัตโนมัติก็ส่งเสียง ฟู่ เปิดออก  เขาเดินเข้ามา สวมฮู้ดต่ำ มือทั้งสองข้างล้วงลึกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทำงานสีซีด ที่เปื้อนคราบน้ำมัน
ดูอายุเขา ไม่เกิน 20 ปี
.
เขาหยุดยืนตรงทางเข้า สายตากวาดมองไปรอบห้อง ก่อนเหลือบมองกล้องวงจรปิดเป็นระยะ  ลักษณะแบบนี้ คุณต้องอ่านภาษากายให้ขาด
.
เราไม่ใช่แค่บรรณารักษ์ เราเป็นยามรักษาความปลอดภัยด้วย
.
ฉันวางมือข้างหนึ่งไว้ใกล้ปุ่มสัญญาณเตือนใต้โต๊ะ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“มีอะไรให้ช่วยไหมลูก?”
.
เขาสะดุ้งเล็กน้อย
เดินเข้ามาหาฉัน ไม่ได้ก้าวร้าว แต่เป็นก้าวที่อืดอาด ราวกับแบกทั้งโลกไว้บนบ่า
.
เขาหยุดที่เคาน์เตอร์ยืมคืน มองไปทุกทาง.. ยกเว้นหน้าฉัน
“ผม…ต้องเอาของมาคืนครับ”  เขากระซิบ เสียงสั่นจนแตก เขาค่อย ๆ ดึงมือออกจากเสื้อ  ส่วนฉัน.. เตรียมใจรับสิ่งเลวร้ายที่สุด
แต่มันไม่ใช่อาวุธ
มันคือ หนังสือ
เขาเลื่อนมันมาบนเคาน์เตอร์
.
เป็นนิยายแฟนตาซีปกแข็งเล่มหนา เล่มแรกของชุดดัง เกี่ยวกับพ่อมดและเวทมนตร์  แต่สภาพแทบจำไม่ได้
.
สันปกถูกรัดด้วยเทปผ้าสีเงิน มุมยับยู่ยี่ ปกซีดขาวตามขอบ หน้ากระดาษบวมพอง ราวกับเคยเปียกน้ำแล้ว แห้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
ฉันสแกนบาร์โค้ด  เครื่องส่งเสียง ปี๊บ สีแดงฉาน  สถานะ : สูญหาย!
วันที่เรียกเก็บ : 12 พฤศจิกายน 2019
“ผมขโมยมันมา” เขาพูดรวดเดียว
“ห้าปีก่อน ผมใส่มันลงกระเป๋าแล้วเดินออกไปเลย เซ็นเซอร์ไม่ดังเพราะผมลอกแท็กออก ในห้องน้ำ”
.
ฉันมองหน้าจอ แล้วมองเด็กตรงหน้า
“แล้วทำไมถึงเอามาคืนตอนนี้ล่ะ”
“ผมเพิ่งอายุสิบแปดเมื่ออาทิตย์ก่อน”
เขาล้วงกระเป๋าอีกครั้ง คราวนี้หยิบเงินยับยู่ยี่ออกมาหนึ่งกำ แบงก์หนึ่ง แบงก์ห้า เหรียญไม่กี่เหรียญ
.
เขาค่อย ๆ คลี่มันบนเคาน์เตอร์ มือสั่น
“ ตอนนี้ ผมทำงานที่อู่ซ่อมรถแถวถนนสายห้า  ผมพยายามจัดการเครดิต
พยายามจะ.. เป็นพลเมืองที่ดี ”
.
เขาชี้ไปที่หนังสือ “นั่นเป็นของชิ้นเดียวที่ผมเคยขโมย  ผมนอนไม่หลับเลย พอคิดถึงมัน”
.
เขาผลักเงินมาทางฉัน  รวมแล้ว 12 ดอลลาร์พอดี
“พอไหมครับ…ค่าปรับ”
ฉันมองหน้าจอคอมพิวเตอร์
หนังสือถูกระบุว่า “สูญหาย”
ค่าทดแทน 28.99 ดอลลาร์
ค่าดำเนินการ 10 ดอลลาร์
ค่าปรับค้างสูงสุด 15 ดอลลาร์
รวมทั้งหมด: 53.99 ดอลลาร์
หรือ 54 ดอลลาร์
.
ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ นั่นคือค่าอาหารทั้งสัปดาห์ของคนคนเดียว  หรือค่าน้ำมันหนึ่งถัง เพื่อไปทำงาน
.
ฉันมองเงิน 12 ดอลลาร์
แล้วมองหนังสือ
ฉันเปิดมันออก
มันไม่ได้แค่อ่าน
มันถูก “กลืนกิน”
.
มีคราบน้ำมันตามขอบกระดาษ คงอ่านตอนพักกลางวันที่อู่
มีรอยวงกลมจาง ๆ จากถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
.
แล้วฉันก็เห็นหน้าปกหลังด้านใน
ลายมือสั่น ๆ เขียนไว้ว่า
“คุณไม่ได้อยู่คนเดียว”
“ตอนนั้นผมไม่มีบ้านครับ”
เขาพูดเบา ๆ เมื่อเห็นฉันจ้องข้อความนั้น
“แม่ผมป่วย เราเสียอพาร์ตเมนต์
เรานอนอยู่ในรถตู้
ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีทีวี
มีแค่.. ความหนาว”
.
เขามองตาฉันเป็นครั้งแรก
“ผมอ่านหนังสือเล่มนั้น 40 รอบ”  เขาว่า
“ทุกครั้งที่คิดจะยอมแพ้
ผมก็อ่านเรื่องเด็กที่อยู่ใต้บันได
ที่ค้นพบว่าตัวเองพิเศษ
มันเป็นที่เดียวที่ผมไปได้
ที่ซึ่งผมไม่ใช่แค่เด็กไร้บ้าน
มันช่วยชีวิตผมไว้ครับ
ผมขอโทษที่เอามันมา
แต่ตอนนั้น.. ผมจำเป็นจริง ๆ”
.
ลำคอฉันตีบแน่น
โลกนี้รักกฎระเบียบ
เรามีนโยบายเรื่องค่าปรับ
ค่าทดแทน บริษัททวงหนี้
.
ระบบถูกสร้างมาเพื่อปกป้องทรัพย์สิน
แต่คำถามคือ
เรามีทรัพย์สินไปเพื่ออะไร
เราไม่ได้วางหนังสือบนชั้นเพื่อให้มันสวยงาม
เราวางมันไว้ เพื่อช่วยชีวิตคน
เพื่อให้เด็กคนหนึ่งในรถตู้
มีเหตุผลจะอยู่รอดต่อไปอีกคืน
.
ฉันมองหน้าจอ
มองปุ่ม “ลบ”
“จริง ๆ แล้ว…”
ฉันโกหก เสียงนิ่ง
“คุณมาได้จังหวะพอดีเลย”
เขากะพริบตา
“เหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ
.
รัฐเพิ่งออกโครงการใหม่สำหรับเยาวชน”
ฉันพิมพ์รัว ๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรสำคัญ แค่ล้างหน้าจอ
“ชื่อว่า ‘Fresh Start Literacy Program’
.
ใครอายุต่ำกว่า 21
ที่นำวัสดุที่ ‘ยืมระยะยาว’ มาคืน
ค่าปรับจะถูกยกเลิกทั้งหมด”
ฉันกด Enter อย่างตั้งใจ
“ยอดค้างศูนย์ค่ะ”
.
เด็กคนนั้นยืนนิ่ง
“แต่…ผมขโมยมันนะครับ”
“คุณยืมมันไปนานมากต่างหาก”
ฉันแก้ให้
“และดูเหมือนว่าคุณจะใช้มันคุ้มค่ามาก”
ฉันผลักเงินยับยู่ยี่กลับไปหาเขา
“เก็บเงินไว้เถอะ
ค่าน้ำมันขึ้นอีกแล้ว
คุณต้องใช้”
.
เขาลังเล มือค้างอยู่เหนือเงิน
“แน่ใจนะครับ ผมไม่อยากติดค้างใคร”
“คุณไม่ติดแล้ว”  ฉันยิ้ม
“แต่มีเงื่อนไขหนึ่ง”
เขาเกร็ง
“อะไรครับ?”
.
ฉันก้มลงใต้โต๊ะ หยิบหนังสือปกอ่อนเล่มหนึ่งขึ้นมา
ใหม่เอี่ยม ปกมันเงาสะท้อนแสงฟลูออเรสเซนต์
.
มันคือเล่มต่อ เล่มที่สองของชุดเดียวกัน
“คุณต้องอ่านเล่มต่อไป”  ฉันบอก
.
“และต้องยืมอย่างถูกต้อง
ด้วยบัตรห้องสมุด”  เขาจ้องหนังสือ
น้ำตาคลอ
.
รีบใช้แขนเสื้อเปื้อนน้ำมัน.. เช็ดมันออก
“ผมทำบัตรได้จริง ๆ เหรอครับ
แม้จะมี…อดีตแบบนั้น”
.
“ห้องสมุดเป็นของทุกคน”
ฉันเลื่อนแบบฟอร์มให้
“โดยเฉพาะคนที่รู้ว่า
หนังสือมีค่าจริง ๆ แค่ไหน”
.
เขากรอกแบบฟอร์ม
รับเงิน 12 ดอลลาร์
รับหนังสือเล่มต่อไป
.
ก่อนออกไป  เขาหันกลับมา
ยืนตัวตรงขึ้น  ฮู้ดไม่คลุมหน้าแล้ว
.
“ขอบคุณครับ  สำหรับการเริ่มต้นใหม่”
“เจอกันอีกสองสัปดาห์นะ”
ฉันตอบ
.
เขาเดินออกไปในคืนอันหนาวเย็น
ไม่ใช่ในฐานะหัวขโมย
แต่ในฐานะ ผู้อ่าน
.
นั่นผ่านมาแล้ว 6 เดือน
เขามาทุกวันอังคารเว้นอังคาร
อ่านไล่ไปตามชั้นแฟนตาซี
ล้างมือก่อนจับหน้ากระดาษทุกครั้ง
.
บางครั้ง
สิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราทำได้
ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมาย
.
แต่คือการรู้ว่า
ควรแหกกฎเมื่อใด
เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์
ห้องสมุดไม่ใช่เรื่องบัญชี
มันคือเรื่องของความหวัง
และความหวัง
ไม่เคยมีราคา
.
The Story Maximalist
Cr. เจาะเวลาหาอดีต

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:15:58 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


ปลาอะไรบอกทีมีกี่ตัว        เราแม่ครัวโขลกพริกขลุกขลิกทา 

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:05:32 PM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

กล้วยไม้แห่งไพรพง

     กล้วยไม้งาม เบ่งบาน เพราะดูแล
ไม่ยอมแพ้ อุปสรรค และขวากหนาม
กลิ่นเกสร หอมหวน ชวนติดตาม
ทั่วเขตคาม แต่งเติม เสริมชีวา
     การศึกษา เปรียบเป็น เช่นกล้วยไม้
ต้องใส่ใจ จึงได้สม ปรารถนา
บูรพาจารย์ สอนสั่ง ตลอดมา
สมคุณค่า การศึกษา ประชาไทย
     ครูวนา เปรียบไป ได้เช่นนั้น
รักษ์อรัญ สอนศิษย์ ทุกสมัย
สร้างศิษย์ดี คือกล้วยไม้ ประดับไพร
จรรโลงใจ เพื่อวนา พาร่มเย็น
     ขอเทิดทูน บูชา พระคุณครู
ศิษย์เรียนรู้ รักษาไพร ให้ได้เห็น
ประโยชน์สุข สาธารณะ พร้อมบำเพ็ญ
พ้นลำเค็ญ ด้วยกล้วยไม้ แห่งไพรพง

คนเรียนไพร
๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
หมายเหตุ วันครูแห่งชาติ

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:42:29 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


โหเครื่องเซ่นเส้นสายมากหลายกล่อง
ใจสลายลอยล่องผองผีเอ๋ย
กินจนพันรัดคอท้อจังเอย
ผีบ่นเฉยว่าขอตายต่อไป

 
ลิตเติลเกิร์ล

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:08:38 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๓/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร

    ๔๕.นิรวาณสิครัน..............................ภว"อนันตะ" ณ หล้า
อนะ"เกิด"ละหนา...................................และจระ"ดับ"มิอุบัติ

    ๔๖.พรหมชัดทูลพุทธ์องค์...................ตรงหายตัวลับแล้
แลพุทธ์องค์ตรัสแท้................................เมื่อพร้อมไปเลย อันตรธาน

    ๔๗.พกพรหมมิหาย.............................เพราะภวกายธุวะเอย
และพระพุทธ์ฯสิเอ่ย................................จะมละกายซิพระองค์

    ๔๘.ทรงดลหายวรกาย.........................มิกรายเห็นแน่ดั้น
แลหมู่พรหมทุกชั้น...................................แน่วแท้ยินเสียง ศาสดา

    ๔๙.และพระองค์สิพา............................วจะ"พระคาถะ"เผดียง
ภย"ภพ"สิเกรียง.......................................ปะทะมนุษย์เจอะเฉวียน

    ๕๐.ควรเรียนมิยึดครัน..........................."ภวตัณหา"อยากแท้
พึงหน่าย"ภพ"เคยแล้.................................ไม่ปลื้ม"ภพ"ครัน

    ๕๑.คณะพรหมอุทาน.............................วะนิรพานสิกระนั้น
ลุมหัศจรรย์...............................................อติพระโคตมะเผย

    ๕๒.เปรยสมณโคดม...............................บรมฤทธียิ่งหล้า
ยังไม่พบใครกล้า........................................เพิกแล้ว"ภพ"อิง

    ๕๓.และพระพุทธ์ฯสิพาน.........................เจอะหินะมารปะทะสิง
เจาะพระพรหมลุดิ่ง.....................................ริวจะ"เว้นนิระสอน"

    ๕๔.มารวอนพุทธ์องค์..............................ทรงงดธรรมแผ่ไซร้
สาวก,ฝูงชนใกล้.........................................อย่าให้เปรมปรีดิ์

    ๕๕.หินะมารสิรุด.....................................จะเสาะพระพุทธะและชี้
นยสอนทวี..................................................มรณะแล้วทุระหนา

    ๕๖.คราสัมมาสัมพุทธ์ฯ............................มิรุดสอนมุ่งรู้
และไม่ยินดีจู้..............................................ชีพคล้อยสุขเผย

    ๕๗.วทะมารสิทูล.....................................ลุสุขะพูนศยะเฉย
เจาะมิพูดมิเอ่ย............................................มินยสอนนฤชน

    ๕๘.พุทธ์องค์ยลมารคิด............................จิตมินึกช่วยกู้
พาลกริ่งเกรงชนรู้........................................หวั่นเปลี้ยพลัง อำนาจ

    ๕๙.เพราะพระองค์สิโข.............................ลุภวโพธิ์วปุยัง
เจาะ"พระสัมมะฯ"ขลัง..................................และตริ"ปฏิญญะ"วะเป็น

    ๖๐.ประเด็นสอนมิสอนธรรม......................แนะนำหรือไม่ดั้น
ทรงจุ่งเป็นดังนั้น...........................................ไม่แล้แปรหนา

    ๖๑.ก็พระองค์สิชี้......................................มิหินะ,ดีประลุคว้า
เพราะตถาฯละกล้า.......................................ระดะกิเลสดับลิประหาร

    ๖๒.พุทธองค์พาน"ภพ"เพิก........................เลิกเกิดวิบากสิ้น
เหมือนดั่งยอดตาลปลิ้น.................................ไม่แล้งอกเผย ฯ|ะ
   
แสงประภัสสร

มจร.๙.พรหมนิมันตนิกสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=49

เชตะฯ = วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย
[ก] ว่าด้วยการเชื้อเชิญของพรหม
“ภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราอยู่ที่โคนต้นสาละใหญ่ในสุภควัน ใกล้เมืองอุกกัฏฐา ในสมัยนั้น พกพรหมมีทิฏฐิชั่วเช่นนี้เกิดขึ้นว่า
(๑) ‘พรหมสถาน นี้เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง มีความไม่เคลื่อนไปเป็นธรรมดา พรหมสถานนี้ ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ก็แลเหตุเครื่องสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่ง นอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี'

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:22:07 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

คนบนฟ้า

     เวียนบรรจบ ครบรอบ อีกครั้งครา
หลายบุคคล บนฟ้า ที่คิดถึง
ทั้งพ่อแม่ ครูอาจารย์ หวนคำนึง
ยังซาบซึ้ง เป็นหนึ่ง ในหทัย
     สามสิบสี่ ปีที่พราก จากไกลกัน
สู่สวรรค์ ครูชุมพล งามผ่องใส
เคยพร่ำสอน การวนา พาสุขใจ
หวังเพียงให้ เชื่อมประสาน งานอรัญ
     ทั้งทุ่มเท ถ่ายทอด องค์ความรู้
พร้อมเชิดชู คุณธรรม อย่างสร้างสรรค์
อนุรักษ์ พงไพร ไว้นิรันดร์
พร้อมยึดมั่น ทำความดี พลีเพื่อไทย
     เหล่าบรรดา สานุศิษย์ จิตสืบสาน
บูรณาการ พงพนา ร่วมสมัย
อุดมการณ์ รักษา เหล่าสัตว์ไพร
ดำรงไว้ เคียงอยู่ คู่ประชา

คนเรียนไพร
๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
หมายเหตุ รำลึกถึงการจากไปของ ผศ.ดร. ชุมพล งามผ่องใส

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ♠.♠.รักเธอทุก พ.ศ.♠.♠
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:02:59 PM 
เริ่มโดย เฒ่าธุลี - กระทู้ล่าสุด โดย เฒ่าธุลี


♠.♠.รักเธอทุก พ.ศ.♠.♠
♠.♠
ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ
บ่ายเย็นย่ำค่ำแล้วแซงแซวโผ
นกกิ้งโครงบินเลาะเกาะหลังโค
คงหิวโซไล่งับจับแมลง
♠.♠

หริ่งเรไรกรีดร้องก้องท้องทุ้ง
เหลือบไรยุงบินว่อนต้อนสิ้นแสง
ตะวันลับภูผาฟ้าสีแดง
ต้นตาลแกว่งพลิ้วลมพรมพัดไกว
♠.♠
วันเดือนปีหมุนเวียนเปลี่ยนพ.ศ.
พี่ยังรอรักน้องปองรักใคร่
ปีจะเคลื่อนเดือนคล้อยลอยลับไป
พ.ศ.ไหนใจพี่นี้รักจริง
♠.♠
วอนสายลมพรมไหวไปบอกน้อง
แม่เนื้อทองของพี่ที่รักยิ่ง
พ.ศ.เปลี่ยนเวียนไปไม่ประวิง
ทุกทุกสิ่งเกิดดับลับตามกาล
♠.♠
พงดอกอ้อริมน้ำฉ่ำเย็นใส
น้ำไหลไปไม่กลับลับเลยผ่าน
มองดอกอ้อล้อลมพรมผลิบาน
คืนวันวานเปลี่ยนไปไม่รั้งรอ
♠.♠
พี่รักน้องยิ่งนักรักที่สุด
ไม่เคยหยุดสักครั้งยังรักต่อ
พ.ศ.เปลี่ยนผันไปไม่ย่อท้อ
ช่าง.พ.ศ.แต่ใจไม่เปลี่ยนตาม
♠.♠
เฒ่าธุลี



 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / ღ ขอบคุณที่ทิ้งกันไป ღ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:23:28 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


        ღ  ขอบคุณที่ทิ้งกันไป  ღ

ขอบคุณความเงียบเหงา ที่เดินเข้ามาทำหน้าที่ครู
ขัดเกลาใจที่เคยฟุ้งซ่าน   ให้กลับมานิ่งสงบ
สอนให้รู้ว่า การไม่มีเธออยู่ข้างกาย ไม่ใช่ความสูญเสีย
แต่มันคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่

ในวันที่เสียงของเธอเงียบหายไป
ฉันกลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจนที่สุด
โลกที่เคยหมุนวนด้วยพายุแห่งความคาดหวัง
บัดนี้เหลือเพียงความเรียบง่าย   ที่แสนจะงดงาม

ขอบคุณที่ทิ้งกันไว้กับความเงียบ
เพราะในความมืดมิดที่ไร้เงาเธอ
ฉันเพิ่งมองเห็น "แสงสว่าง" ในตัวเอง
ความสงบที่แท้จริง...คือการที่ไม่ต้องมีเธออีกต่อไป


       ❁ ลิตเติลเกิร์ล ❁
  
    ° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.251 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...