Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:09:37 AM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


กระเทียมมีหรือเปล่าเขาว่าดี
พวกคุณผีหนีสุดหยุดกลัวได้
จะเป็นผีกี่ผีผีอะไร
เขาจะไม่กล้าเข้าเรานี่รู้

 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:49:57 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒/๔) ประมวลธรรม : ๖๔.โกสัมพิยสูตร

    ๒๓.ถึง"ญาณสี่"ลุอะบัติพระสงฆ์ตริภณะไซร้
เปิดเผยและทอนไว.........................................ระวัง

   ๒๔.ดัง"ปัญจญาณ"สงฆ์คิด...........................มีทิฉฐิทำกิจพร้อม
เพียรมั่น"ศีลฯ,จิตฯ"น้อม..................................เปี่ยมล้น"ปัญญา"

   ๒๕."ญาณที่หก"ก็พระสงฆ์เจาะยิ่งลุ"พละ"กล้า
จิตฟ้งพระธรรมหนา........................................พิจารณ์

    ๒๖."ญาณเจ็ด"มี"ทิฏฐิ,คิด"...........................สฤษดิ์"พละ"เด่นแท้
ทราบอรรถธรรมชัดแท้....................................ล่วงพร้อมเปรมปรีดิ์

    ๒๗.พุทธ์เจ้าตรัสนฤชนลุเจ็ดเจาะภวะชี้
โสดาฯเมลืองศรี..............................................นะเอย

    ๒๘.เผยสงฆ์หลายชมแล..............................แฉภาษิตประโยชน์ล้น
พึงมุ่งจดจำท้น................................................เร่งก้าวเพียรหนา ฯ|ะ

แสงประภัสสร

มจร. ๘. โกสัมพิยสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ https://share.google/WahQn1ApBFbPOOjwu

อังคีรส = แปลว่า “มีพระรัศมีเปล่งจากพระองค์” เป็นพระนามอย่างหนึ่ง ในบรรดาพระนามของพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน หรือพระพุทธเจ้าพระองค์ใดก็ได้
โฆสิตาราม = ชื่อวัดสำคัญในกรุงโกสัมพี ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าเคยประทับหลายครั้ง เช่น คราวที่ภิกษุชาวโกสัมพีแตกกัน เป็นต้น
โมฆบุรุษ = คือบุคคลที่ว่างเปล่า ไม่มีแก่นสาร
(๑) ว่างเปล่าจากกุศลธรรมในขณะนั้น เพราะขณะนั้นเป็นอกุศลที่มีกำลัง
(๒) ว่างเปล่าจากความเห็นถูกคือเป็นผู้มีความเห็นผิด
(๓) ว่างเปล่าเพราะไม่มีอุปนิสัยที่จะได้บรรลุมรรคผลในชาตินั้น
(๔) ว่างเปล่าแม้จะมีอุปนิสัยจะได้บรรลุในชาตินั้นและท้ายที่สุดได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่ขณะนั้นเป็นอกุศลจึงว่างเปล่าจากการบรรลุในขณะนั้น ขณะนั้นก็ชื่อว่าเป็นโมฆบุรุษ
[ก] สาราณียธรรม ๖  = ธรรมเป็นเหตุให้ เป็นที่รัก, ระลึกถึงกัน, ทำให้เป็นที่เคารพ, เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กัน, เพื่อความไม่วิวาทกัน, เพื่อความสามัคคีกัน, เพื่อความเป็นอันเดียวกัน
~ เพื่อความเป็นอันเดียวกัน = ความเป็นเอกภาพ ไม่ก่อความแตกแยก
สาราณียธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง
(๑) ตั้งมั่นเมตตากายกรรม ในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายทั้งต่อหน้าและลับหลัง
~ เมตตากายกรรม = กายกรรมที่พึงทำด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา
(๒) ตั้งมั่นเมตตาวจีกรรม ในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายทั้งต่อหน้าและลับหลัง
~ เมตตาวจีกรรม = วจีกรรมที่พึงทำด้วยจิตที่เมตตา
(๓) ตั้งมั่นเมตตามโนกรรม ในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายทั้งต่อหน้าและลับหลัง
~เมตตามโนกรรม = มโนกรรมที่พึงทำด้วยจิตที่เมตตา
(๔) สาธารณโภคิตา = ได้ของสิ่งใดมาก็แบ่งปันกัน คือ เมื่อได้สิ่งใดมาโดยชอบธรรม แม้เป็นของเล็กน้อย ก็ไม่หวงไว้ผู้เดียว นำมาแบ่งปันเฉลี่ยเจือจาน ให้ได้มีส่วนร่วมใช้สอยบริโภคทั่วกัน
(๕) สีลสามัญญตา = มีศีลบริสุทธิ์เสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ มีความประพฤติสุจริตดีงาม ถูกต้องตามระเบียบวินัย ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารังเกียจของหมู่คณะ
(๖) ทิฏฐิสามัญญตา = เป็นผู้มีทิฏฐิอันประเสริฐ เป็นนิยยานิกธรรม เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแก่ผู้ทำตาม เสมอกันกับเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายทั้งต่อหน้าและลับหลัง
~ นิยยานิกธรรม = คือ ธรรมที่ตัดมูลรากแห่งวัฏฏะ ทำนิพพานให้เป็นอารมณ์ แล้วนำสัตว์ออกจากวัฏฏะ
-> ภิกษุทั้งหลาย สาราณียธรรม ๖ ประการนี้ ทำให้เป็นที่รัก ทำให้เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กัน เพื่อความไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อความเป็นอันเดียวกัน ทิฏฐิอันไกลจากกิเลสที่เป็นข้าศึก เป็นนิยยานิกธรรม นำบุคคลผู้ทำตามนั้นออกไป เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ นี้เป็นธรรมชั้นยอดที่ยึดคุมสาราณียธรรม ๖ ประการนี้ไว้
-> ภิกษุทั้งหลาย ยอดอันเป็นส่วนสูงสุดเป็นที่ยึดคุมเรือนยอด แม้ฉันใด ทิฏฐิอันไกลจากกิเลสที่เป็นข้าศึก เป็นนิยยานิกธรรมนำบุคคลผู้ทำตามนั้นออกไป เพื่อ
ความสิ้นทุกข์โดยชอบนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นธรรมชั้นยอดที่ยึดคุมสาราณียธรรม ๖ ประการนี้ไว้

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:47:33 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

โดดเดี่ยว-เปล่าเปลี่ยว-เดียวดาย

     แม้โดดเดี่ยว ไม่เปล่าเปลี่ยว หรือเดียวดาย
ใจยังคง สุขสบาย ไม่หน่ายหนี
ไม่อ้างว้าง ไร้ขื่นขม สมฤดี
ทุกชีวี มีสุขสันต์ ทั้งวันคืน
     แม้เปล่าเปลี่ยว ไม่เดียวดาย หรือโดดเดี่ยว
ยังกลมเกลียว เหนียวแน่น ไร้ขัดขืน
สันติภาพ สันติสุข ยังยั่งยืน
ทั้งแผ่นผืน แดนดิน ถิ่นขวานทอง
     แม้เดียวดาย ไม่โดดเดี่ยว หรือเปล่าเปลี่ยว
ใจแน่นเหนียว รักไทย ไม่เป็นสอง
บูรณา สร้างสมดุล บุญประคอง
ตามครรลอง รักชาติ ตราบนิรันดร์
     หากโดดเดี่ยว อีกเปล่าเปลี่ยว พร้อมเดียวดาย
ความสบาย ตามกระบวน ล้วนแปรผัน
จักทุกข์ยาก กายจิต สารพัน
ทั้งชีวัน ขื่นขม ตรมหทัย

คนเรียนไพร
๑๑ มกราคม ๒๕๖๙

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:03:36 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รีบค้นหาทันใดไม่รอรี      แบ่งแจกใบแจ้งหนี้ช่วยช่วยกัน
 

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: เก็บตก..ยกมาเล่า
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:40:17 PM 
เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า

วันนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมาก
จะโพสรูปตัวเองตอนเป็นเด็ก
และเปลี่ยนโปรไฟล์ตัวเองเป็นรูปตอนเด็ก

 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:31:02 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม : ๖๔.โกสัมพิยสูตร (ว่าด้วยภิกษุชาวกรุงโกสัมพีวิวาทกัน)

สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙/โคลงสามสุภาพ

    ๑."อังคีรส"อรหันต์พระองค์ลุกรุณา
เหล่าสงฆ์,นิกรหนา.......................................อดุลย์

    ๒.บุญของชนเรียนธรรม............................ทรงนำสอนสั่งแท้
โอกาสลุธรรมแล้..........................................ห่างลี้ทุกข์ครัน

    ๓.พุทธ์เจ้าทรงศยะ"โฆสิตาฯ"ก็ขณะนั้น
มีสงฆ์วิวาทกัน..............................................เจาะเถียง

    ๔.มีสงฆ์เกรียงทูลแจง...............................แถลงพุทธ์องค์ทราบแท้
ทรงเรียกฃปหาแล้........................................สอบรู้ความจริง

    ๕.ทรงถามสงฆ์กรุณาและเมตตะฐิติดิ่ง
กาย,ใจ,วจียิ่ง...............................................ลุไหม   
   
    ๖.สงฆ์หลายไวกราบทูล............................มิจำรูญเช่นนั้น
ทรงตรัสวิวาทดั้น..........................................ไม่ย้ำในธรรม ปรองดอง

    ๗.ตรัสเรียก"โมฆะบุรุษ"จะก่อลิหิตะล้ำ
เกิดทุกข์กะตนหนำ.......................................จิรัง

    ๘.ตรัสดังเรียกสงฆ์มา................................"สาราณีย์ฯ"ระลึกล้น
มีหก,สงเคราะห์ท้น........................................ร่วมพร้อมสมาน

    ๙."หนึ่ง,พฤติกาย"กรุณาสิมั่นหทยะพาน
เมตตาลุยิ่งขาน.............................................เสมอ

   ๑๐.เออ"สองพูดจริง"หนา............................เมตตาปวงเพื่อนพ้อง
ทุกที่วจีซ้อง..................................................ต่อหน้าลับหลัง

   ๑๑."สาม,เมตตาหฤทัย"ซิมั่นหิตะพลัง
มองกันสิดีหวัง...............................................ละไม

   ๑๒."สี่"ไวมีของบิณฑ์...................................จินต์เจือจานแบ่งให้
มิเก็บคนเดียวใช้............................................ร่วมช้อยโดยธรรม

   ๑๓."ห้า"มีศีลบริสุทธิ์เสมอกะสขิล้ำ
พฤติตนสิดีหนำ..............................................วินัย

   ๑๔."หก"คิดไวประเสริฐ................................เลิศตัดทุกข์หมดทิ้ง
ประพฤติธรรมเคียงพริ้ง..................................เพื่อนแกล้วเสมอ

   ๑๕."สารานีย์ฯ"ก็พระธรรมมุชนลุปิยะเกลอ
เกื้อกูลประโยขน์เลอ......................................ลุหมาย

    ๑๖.เป็นธรรมคลายกิเลส............................เฉดไปไกลทุกข์พ้น
ธรรมที่ยอดนำด้น..........................................มุ่งสิ้นทุกข์หนา

    ๑๗.ความคิดอันประเสริฐก็ญาณเจาะอติกล้า
เจ็ดญาณลิทุกข์พา.........................................สลาย

    ๑๘.กรายญาณแรกสงฆ์ชาญ.......................ตรึกกรานกิเลสเร้า
"ราคะ,โกรธ,ฆาต,ซึม"เฝ้า................................"จิตฟุ้ง,สงสัย"

    ๑๙.ขวนขวายเรื่องลิกิเลสมิคิดกะภวใด
"โลกหน้า,วิวาท"ไหน.......................................มิงำ

    ๒๐.ทำสมถะ,วิปัสส์ฯ...................................ตัดกิเลสงำอยู่ล้น
จิตทราบความจริงพ้น.....................................กิเลสหุ้มหมดไส

    ๒๑."ญาณสอง"สงฆ์ประลุคิดกระทำสิพหุไว
ดับคลายกิเลสไกล.........................................สงบ

    ๒๒."ญานสาม"จบ"ทิฏฐิ,คิด"........................ชาญประชิดเลิศแท้
กิเลสวายมากแล้............................................จึ่งแคล้วนิกายไหน


 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:23:15 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 
ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

แกล้งไพร

     เป็นไม้หลัก ปักเลน เดนมนุษย์
ไม่ยั้งหยุด ทุจริต คิดสับสน
หวังขูดรีด เลือดเนื้อ ประชาชน
อลวน ทั่วทั้ง สังคมไทย
     เพราะโกงกิน แทบหมดสิ้น ถิ่นวนา
แผ้วถางป่า ล่าสัตว์ จนหวั่นไหว
ดินอุดม กลับแห้งแล้ง เหมือนแกล้งไพร
สิ้นสดใส ในสาย ธารธารา
     บรรยากาศ เคยสะอาด ปราศมลพิษ
ทั่วทุกทิศ สั่งสม ปมปัญหา
เพราะป่าไม้ ล่มสลาย ทั้งพารา
ทุกทิวา ราตรี มีทุกข์ตรม
     หยุดเถิดหนา ป่าไม้ ใกล้สูญสิ้น
คืนแผ่นดิน สดใส ไร้ขื่นขม
ร่วมรักษา บูรณา ค่านิยม
สานเกลียวกลม คืนอรัญ ทุกวันคืน

คนเรียนไพร
๑๐ มกราคม ๒๕๖๙

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 09, มกราคม, 2569, 10:32:56 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ทั้งหัวดำหัวขาวทำเราจุก
ทั้งผีดิบผีสุกเวียนมาสู่
อยากซื้อยันต์ก็ว่าแพงน่าดู
ทั้งหัวหูฟูฟ่องต้องทำไง

 
ลิตเติลเกิร์ล

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / ღ กาพย์ยานี ๑๑....ปัญญาชัยเยาวชน ღ
 เมื่อ: 09, มกราคม, 2569, 10:26:35 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


           ღ  ปัญญาชัยเยาวชน  ღ

เยาวชน คนรุ่นกล้า        ทะยานฟ้าสง่างาม
ก้าวล้ำทุกค่ำยาม          ไม่เกรงขามขวากหนามใด

รหัส โลกหันรับ              พลังขับเคลื่อนยุคใหม่
ปัญญาอาวุธชัย             ชนะเภททันเหตุการณ์

ฉลองชัย วัยสดชื่น          ยืนหยัดก้าวอย่างห้าวหาญ
พร้อมนำสร้างตำนาน     ธงไทยโบกให้โลกลือ

องอาจประกาศศักดิ์       แจ้งประจักษ์จากฝีมือ
ให้โลกเลื่องระบือ           เกียรติทั่วถิ่นแผ่นดินไทย

 
               ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ
 
         ≪•◦ ❈ ◦•≫≪•◦ ❈ ◦•≫



 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 09, มกราคม, 2569, 01:38:26 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม


พูดเรื่องผีทีไรใจแทบคว่ำ
ผีหัวดำหัวขาวเราหวาดเสียว
ผีอะไรก็อย่าแวะมาเชียว
ไม่อยากเกี่ยวพันพัวกลัวผมฟู
 AddEmoticons00928
ข้าวหอม

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.182 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...