Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:41:03 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ถ้าคุณนายขัดเคืองจะเรื่องใหญ่     ทิชชู่มีเท่าไหร่เลอะทั่วบ้าน
 AddEmoticons00949

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:21:40 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๔/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

(๒) มหัคคตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภมหัคคตธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มหัคคตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "มหัคคตธรรม" (อารมณ์อันยิ่งใหญ่ เช่น รูปาวจรจิต, อรูปาวจรจิต หรือฌานสมาบัติ)
(๓) อัปปมาณารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภอัปปมาณธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อัปปมาณารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "อัปปมาณธรรม" (อารมณ์อันหาประมาณมิได้ เช่น มรรค ๔ ผล ๔ หรือนิพพาน)
[๑๒] แจกลักษณะของปัญญาที่เกิดขึ้นตามอริยมรรค (ทางดับทุกข์)
(๑) มัคคารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภอริยมรรคเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มัคคารัมมณปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นโดยมี "มรรค" (ทางปฏิบัติ) เป็นอารมณ์
(๒) ปัญญา ในมรรค ๔ ชื่อว่า มัคคเหตุกปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นใน "มรรค ๔" (โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค) โดยมีองค์ธรรมของมรรคเป็นเหตุ
(๓) มัคคาธิปตินีปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด กระทำอริยมรรคให้เป็นอธิบดีเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มัคคาธิปตินีปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นโดยมี "มรรค" เป็นอธิบดี คือเป็นธรรมประธานหรือเป็นใหญ่ในการเป็นผู้นำจิตไปสู่การรู้แจ้ง
[๑๓] ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ = จิตและเจตสิกที่เป็นผลของกรรม ในภูมิ ๔ นั้น สามารถจำแนกการเกิดขึ้นได้ตามสภาวธรรม
(๑) เป็นอุปปันนะก็มี = คือ ปัญญาที่เป็นวิบากซึ่งกำลังเกิดขึ้นและตั้งอยู่ ณ ขณะนั้น (ในอดีต อนาคต หรือปัจจุบัน)
(๒) เป็นอุปปาทินีก็มี = คือ ปัญญาที่เป็นผลของกรรมที่จัดให้เกิด (กัมมปัจจัย) ซึ่งจะนำส่งผลให้ปฏิสนธิและก่อให้เกิดความเจริญเติบโตสืบต่อกันไป
(๓) กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอนุปปันนะ = เพราะปัญญาที่เกิดร่วมกับวิปากจิตจัดเป็นสภาพธรรมที่มีอยู่จริง เป็นผลของกรรมที่เกิดและตั้งอยู่ ไม่ใช่สภาพที่ไม่มีหรือยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย
[๑๔] ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓
(๑) เป็นอุปปันนะก็มี
(๒) เป็นอนุปปันนะก็มี
(๓) กล่าว ไม่ได้ว่า เป็นอุปปาทินี
[๑๕] ปัญญาทั้งหมดนั้นแล
(๑) เป็นอตีตปัญญาก็มี
(๒) เป็นอนาคตปัญญาก็มี
(๓) เป็นปัจจุปปันนปัญญาก็มี
[๑๖]
(๑) อตีตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภธรรมอันเป็นอดีตเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อตีตารัมมณปัญญา
(๒) อนาคตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด ปรารภธรรมอันเป็นอนาคตเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อนาคตารัมมณปัญญา
(๓) ปัจจุปันนารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภธรรมอันเป็นปัจจุบันเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัจจุปปันนารัมมณปัญญา
[๑๗] ปัญญาทั้งหมดนั้นแล
(๑) เป็นอัชฌัตตปัญญาก็มี
(๒) เป็นพหิทธาปัญญาก็มี
(๓) เป็นอัชฌัตตพหิทธาปัญญาก็มี
[๑๘] จัดหมวดหมู่ปัญญาตามลักษณะของ "อารมณ์" (สิ่งที่จิตเข้าไปรู้)
(๑) อัชฌัตตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภธรรมอันเป็นไปภายในเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อัชฌัตตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่รู้ชัด ธรรมที่เป็นไปภายใน (อารมณ์ภายในตน)
(๒) พหิทธารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภธรรมอันเป็นภายนอกเกิดขึ้น นี้เรียกว่า พหิทธารัมมณปัญญา - ปัญญาที่รู้ชัด ธรรมที่เป็นภายนอก (อารมณ์ภายนอกตน)

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / ๛ โลกกว้าง ทางของเรา ๛
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:55:52 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


๛ โลกกว้าง ทางของเรา ๛

คราใครเมินหมิ่นให้           ใจหมอง
ใจย่อมเจ็บครามอง           สิ่งร้าย
ยามทุกข์ขุ่นเข้าครอง         คืนค่ำ
อย่าด่วนนำใจคล้าย          แบกถ้อยเกินทน

บางคราวคนย่อมไร้           ไมตรี
แม้หมื่นชนฤๅมี                 รักถ้วน
เพชรงามเด่นยังมี              คนหมิ่น
ยากแน่จักชอบล้วน            ทุกผู้ในสกล

บนโลกโศกย่อมพ้น            เมื่อคลาย
ใจจึ่งเบาทุกข์หาย               จากเศร้า
รอยคุณค่ายังฉาย                เหนืออื่น
ยืนเด่นมิข้องเคล้า                สิ่งด้อยคอยทำลาย

“ผู้ใดมองไม่เห็นความงาม มิได้หมายความว่าความงามนั้นไม่มี”

                    ღ ลิตเติลเกิร์ล ღ

¸.·✩·.¸¸.·¯⍣✩ บ้านกลอนน้อย ✩⍣¯·.¸¸.·✩·.¸


 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ เค้กส้มล้มกลางทาง ๛
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:19:59 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


คำแนะนำดูดีมีเหตุผล
จะต้องทนทำตามคำเสนอ
แต่แปดโลหลายวันนานนะเธอ
ขาก็เง้อแขนก็งอคอก็ค้าง

พอถึงบ้านเค้กทรงยังคงอยู่
แต่มีรูราเกาะกระเทาะข้าง
นานเกินไปอยู่ทนบนหนทาง
ปัญหาบางปัญหาไม่น่ามี

ไหนไหนก็ไหนไหนอย่าไปห่วง
เค้กส้มร่วงยังคงเป็นเค้กที่-
น่าอร่อยอยู่หรอกบอกอีกที
ขอเชิญพี่ และน้อง มาลองกิน

อร่อยน๊าาา



ลิตเติลเกิร์ล

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:37:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

มีใครบ้างกล่องถือลงชื่อมา      หากชักช้าคุณนายเคืองเรื่องจะบาน 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:03:14 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๓/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

[๔] สภาวะของธรรม เกี่ยวกับวิบาก
(๑) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ชื่อว่า วิปากปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้ในผลของกรรม (วิบาก)
(๒) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๔ ชื่อว่า วิปากธัมมธรรมปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล
(๓) ปัญญาในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนววิปากนวิปากธัมมธรรมปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้ในธรรมที่ไม่ใช่วิบากและไม่ใช่เหตุให้เกิดวิบาก (เช่น กิริยาจิตของพระอรหันต์)
[๕] อุปาทินนติกะ = หมวด ๓ เกี่ยวกับความยึดมั่น
(๑) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อุปาทินนุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๓ (วิบากของจิตที่ถูกอุปาทานยึดครอง)
(๒) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อนุปาทินนุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ และในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ (สภาพธรรมที่กรรมไม่ได้ยึดครอง แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานได้)
(๓) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนุปาทินนานุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในมรรค ๔ และผล ๔
[๖] จำแนก "ปัญญา" ตามองค์ฌานคือ วิตก (การตรึก) และ วิจาร (การประคองจิต)
(๑) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยวิตกวิจาร ชื่อว่า สวิตักกสวิจารปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับทั้งวิตกและวิจาร
(๒) ปัญญาอันวิปปยุตด้วยวิตกแต่สัมปยุตด้วยวิจาร ชื่อว่า อวิตักกวิจารมัตตปัญญา - ปัญญาที่ไม่มีวิตก (ปราศจากการตรึก) แต่ยังมีวิจารอยู่
(๓) ปัญญาอันวิปปยุตด้วยวิตกวิจาร ชื่อว่า อวิตักกาวิจารปัญญา - ปัญญาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร (จิตเป็นอุเบกขา)
[๗] จำแนกปัญญาตาม เวทนา (ความรู้สึกที่เกิดร่วมกับจิตในขณะนั้น
(๑) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยปีติ ชื่อว่า ปีติสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับปีติ (ความอิ่มใจ แช่มชื่น)
(๒) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยสุข ชื่อว่า สุขสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับสุข (ความสบายกายหรือสบายใจ)
(๓) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยอุเบกขา ชื่อว่า อุเปกขาสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับอุเบกขา
[๘] จำแนกปัญญา ตามหน้าที่และการส่งผลต่อกิเลสและวัฏสงสาร
(๑) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อาจยคามินีปัญญา - ปัญญาที่เกิดในกุศลธรรมระดับโลกียภูมิ ๓ เป็นปัญญาที่ยังวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร เปรียบเสมือนการสั่งสมหรือเพิ่มพูน
(๒) ปัญญาในมรรค ๔ ชื่อว่า อปจยคามินีปัญญา - ปัญญาในมรรค ๔ ซึ่งเป็นปัญญาทำลายกิเลส เป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน เปรียบเสมือนการตัดละหรือลดทอนกิเลสให้เบาบางลง
(๓) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนวาจยคามินีนาปจยคามินีปัญญา - ปัญญาในวิบากธรรม (ผลของกรรม) และกิริยาอัพยากตธรรม เป็นปัญญาที่เป็นกลางๆ ไม่เป็นไปเพื่อการสั่งสมวัฏสงสาร และไม่ได้เป็นไปเพื่อการตัดละกิเลส
[๙] จำแนกตามบุคคลผู้มีปัญญา
(๑) ปัญญาในมรรค ๔ ในผล ๓ ชื่อว่า เสกขปัญญา - ปัญญาที่เป็นของพระเสกขะ คือ ปัญญาของผู้ที่ยังต้องศึกษาปฏิบัติธรรม (ตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันตมรรค)
(๒) ปัญญาในอรหัตตผลอันเป็นส่วนเบื้องสูง ชื่อว่า อเสกขปัญญา - ปัญญาที่เป็นของพระอเสกขะ คือ ปัญญาของผู้ที่ไม่ต้องศึกษาแล้ว หรือพระอรหันต์ผู้จบกิจในพรหมจรรย์
(๓) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓, ในวิปากธรรมในภูมิ ๓,ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนวเสกขานาเสกขปัญญา - ปัญญาที่ไม่ใช่ของพระเสกขะ และไม่ใช่ของพระอเสกขะ (มักหมายถึง ปัญญาของปุถุชนทั่วไป รวมถึงกิริยาจิตและปัญญาทางโลก)
[๑๐] แจกปัญญาตามระดับภูมิของจิตและการรับรู้
(๑) ปัญญาในกามาวจรกุศลธรรมและกามาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า ปริตตปัญญา -  ปัญญาขั้นต้น เป็นความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการรับรู้ในระดับกามาวจรภูมิ (โลกียปัญญาในระดับกามคุณ)
(๒) ปัญญาในรูปาวจรกุศลธรรม รูปาวจรอัพยากตธรรม อรูปาวจรกุศลธรรม และอรูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า มหัคคตปัญญา - ปัญญาขั้นกลาง ความหยั่งรู้ที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนาในระดับรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ (ระดับฌาน)
(๓) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อัปปมาณปัญญา - ปัญญาขั้นสูงสุด ที่รู้แจ้งในมรรคและผล (โลกุตตรปัญญา) ซึ่งเป็นความรู้ที่หาประมาณมิได้
[๑๑] แจกตาม "อารมณ์" (สิ่งที่จิตรู้) ที่ปัญญาเหล่านั้นเข้าไปรับรู้
(๑) ปริตตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภปริตตธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปริตตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "ปริตตธรรม" (อารมณ์เล็กน้อย เช่น กามาวจรจิต ๕๔, เจตสิก ๕๒, รูป ๒๘)

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 31, สิงหาคม, 2569, 11:19:01 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รีบประกาศเรี่ยไรในบ้านน้อย     คุณนายแมวตัวจ้อยจะเริงร่า
 AddEmoticons00942

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 31, สิงหาคม, 2569, 03:47:48 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๒/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

[ฐ] ติกนิทเทส
ในญาณวัตถุหมวดละ ๓ นั้น
[๑] ปัญญา ๓ = ทางเกิดของปัญญา
(๑) จินตามยปัญญา เป็น ไฉน?
-> ในการงานทั้งหลายที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-> ในศิลปะทั้งหลายที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-> ในวิชาทั้งหลายที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-> บุคคลมิได้ฟังจากผู้อื่น ย่อมได้กัมมัสสกตาญาณ หรือย่อมได้สัจจานุโลมิกญาณ
-- ว่ารูปไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าเวทนาไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าสัญญาไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าวิญญาณไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง -> ย่อมได้อนุโลมิกญาณ ขันติญาณ ทิฏฐิญาณ รุจิญาณ มุติญาณ เปกขญาณ ธัมมนิชฌานขันติญาณอันใด ซึ่งมีลักษณะอย่างนั้น นี้เรียกว่า จินตามยปัญญา
(๒) สุตมยปัญญา เป็นไฉน?
-- ในการงานทั้งหลายที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-- ในศิลปะทั้งหลาย ที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-- ในวิชาทั้งหลายที่ต้องน้อมนำไปด้วยปัญญาก็ดี
-> บุคคลได้ฟังจากผู้อื่นแล้ว จึงได้กัมมัสสกตาญาณ หรือได้สัจจานุโลมิกญาณ
-- ว่ารูปไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าเวทนาไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าสัญญาไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-- ว่าวิญญาณไม่เที่ยง ดังนี้บ้าง
-> ย่อมได้อนุโลมิกญาณ ขันติญาณ ทิฏฐิญาณ รุจิญาณ มุติญาณ เปกขญาณ ธัมมนิชฌานขันติญาณ อันใด ซึ่งมีลักษณะอย่างนั้น นี้เรียกว่า สุตมยปัญญา
(๓) ปัญญาของผู้เข้าสมาบัติแม้ทั้งหมด เรียกว่า ภาวนามยปัญญา
(๓.๑) ทานมยปัญญา เป็นไฉน?
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด ปรารภทานเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ให้ทาน นี้เรียกว่า ทานมยปัญญา
(๓.๒) สีลมยปัญญา เป็นไฉน?
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด ปรารภศีลเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้รักษาศีล นี้เรียกว่า สีลมยปัญญา
-> ปัญญาของผู้เข้าสมาบัติแม้ทั้งหมด เรียกว่า ภาวนามยปัญญา
[๒] ไตรสิกขา
(๑) อธิสีลปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมทิฏฐิ อันใด เกิดขึ้นแก่ผู้สำรวมด้วยปาฏิโมกขสังวรศีล นี้เรียกว่า อธิสีลปัญญา
(๒) อธิจิตตปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด เกิดขึ้นแก่โยคาวจรบุคคลผู้เข้ารูปาวจรสมาบัติ และอรูปาวจรสมาบัติ นี้เรียกว่า อธิจิตตปัญญา
(๓) อธิปัญญาปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ นี้เรียก อธิปัญญาปัญญา
[๓] โกศล ๓ = ความฉลาด หรือความเชี่ยวชาญ
(๑) อายโกศล เป็นไฉน?
(๑.๑) บุคคลผู้มีปัญญาย่อมรู้ชัดว่า เมื่อเราพิจารณาธรรมเหล่านี้ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็จะไม่เกิดขึ้น (๑.๒) และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็จะละได้ (๑.๓) หรือเมื่อเราพิจารณาธรรมเหล่านี้ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้น (๑.๔) และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ก็จะเป็นไปเพื่อความภิญโญยิ่ง เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์ ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในความข้อนั้น อันใด นี้เรียกว่า อายโกศล
(๒) อปายโกศล เป็นไฉน?
-- บุคคลผู้มีปัญญาย่อมรู้ชัดว่า เมื่อเราพิจารณาธรรมเหล่านี้ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็จะไม่เกิดขึ้น
-- และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็จะดับไป
-- หรือเมื่อเราพิจารณาธรรมเหล่านี้ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้น
-- และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นไปเพื่อความภิญโญยิ่ง
-- เพื่อความไพบูลย์ ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในความข้อ นั้น อันใด นี้เรียกว่า อปายโกศล
(๓) อุปายโกศล เป็นไฉน?
ปัญญาแม้ทั้งหมด ที่เป็นอุบายแก้ไขในกิจรีบด่วนหรือภัยที่เกิดขึ้นแล้วนั้น เรียกว่า อุปายโกศล

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ เค้กส้มล้มกลางทาง ๛
 เมื่อ: 31, สิงหาคม, 2569, 11:48:11 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


นึกภาพตามคงยุ่งวุ่นวายมาก
ปัญหาจากเค้กส้มล้มสนั่น
แปดกิโลดูไกลคงหลายวัน
ปัญหานั้นใหญ่ยิ่งจริงนะเออ

 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 31, สิงหาคม, 2569, 11:07:21 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๑/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

(๑๕) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า นีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยปัญญา
(๑๖) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า ปรามัฏฐปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อปรามัฏฐปัญญา
(๑๗) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐปัญญา
(๑๘) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อุปาทินนปัญญา
-- ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนุปาทินนปัญญา
(๑๙) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อนุปาทานิยปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนุปาทานิยปัญญา
(๒๐) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยปัญญา
(๒๑) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า สังกิเลสิกปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อสังกิเลสิกปัญญา
(๒๒) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกปัญญา
(๒๓) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยวิตก ชื่อว่า สวิตักกปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจากวิตก ชื่อว่า อวิตักกปัญญา
(๒๔) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยวิจาร ชื่อว่า สวิจารปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจาก วิจาร ชื่อว่า อวิจารปัญญา
(๒๕) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยปีติ ชื่อว่า สัปปีติกปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจากปีติ ชื่อว่า อัปปีติกปัญญา
(๒๖) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยปีติ ชื่อว่า ปีติสหคตปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจากปีติ ชื่อว่า นปีติสหคตปัญญา
(๒๗) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยสุข ชื่อว่า สุขสหคตปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจากสุข ชื่อว่า นสุขสหคตปัญญา
(๒๘) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยอุเบกขา ชื่อว่า อุเปกขาสหคตปัญญา
-- ปัญญาอันปราศจากอุเบกขา ชื่อว่า นอุเปกขาสหคตปัญญา
(๒๙) ปัญญาในกามาวจรกุศลธรรม และ กามาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า กามาวจรปัญญา
(๓๐) รูปาวจรปัญญา อรูปาวจรปัญญา อปริยาปันนปัญญา ชื่อว่า นกามาวจรปัญญา
(๓๐.๑) รูปาวจรปัญญา = ปัญญาในรูปภูมิ คือ ปัญญาหรือความรู้ชัดที่เกิดร่วมกับจิตในขั้น รูปฌาน ตั้งแต่ปฐมฌาน ถึงจตุตถฌานหรือปัญจมฌาน (๓๐.๒) อรูปาวจรปัญญา = ปัญญาในอรูปภูมิ คือปัญญาหรือความรู้ที่เกิดร่วมกับจิตในขั้น อรูปฌาน ทั้ง ๔ ระดับ ตั้งแต่อากาสานัญจายตนะ จนถึง เนวสัญญานาสัญญายตนะ (๓๐.๓) อปริยาปันนปัญญา = ปัญญาอันไม่นับเนื่องในวัฏฏะ / โลกุตตรปัญญา คือปัญญาที่เกิดร่วมกับ มรรคจิต ๔ และ ผลจิต ๔
(๓๑) ปัญญาในรูปาวจรกุศลธรรม และ รูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า รูปาวจรปัญญา
(๓๒) กามาวจรปัญญา อรูปาวจรปัญญา อปริยาปันนปัญญา ชื่อว่า นรูปาวจรปัญญา
(๓๓) ปัญญาในอรูปาวจรกุศลธรรม และ อรูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า อรูปาวจรปัญญา
(๓๔) กามาวจรปัญญา รูปาวจรปัญญา อปริยาปันนปัญญา ชื่อว่า นอรูปาวจรปัญญา
(๓๕) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า ปริยาปันนปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อปริยาปันนปัญญา
(๓๖) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า นิยยานิกปัญญา
-- ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อนิยยานิกปัญญา
(๓๗) ปัญญาในมรรค ๔ ชื่อว่า นิยตปัญญา
-- ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อนิยตปัญญา
(๓๘) ปัญญาในกุศลธรรมและอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า สอุตตรปัญญา
-- ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนุตตรปัญญา
(๓๙) ในปัญญาเหล่านั้น อัตถชาปิกปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญาที่เป็นกิริยาอัพยากตะในกุศลธรรมในภูมิ ๔ ของพระอรหันต์ ผู้กำลังยังอภิญญาให้เกิดขึ้น, ผู้กำลังยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ชื่อว่า อัตถชาปิกปัญญา
-- ปัญญาที่เป็นกิริยาอัพยากตะในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ของพระอรหันต์ เมื่อขณะที่อภิญญาเกิดขึ้นแล้ว, เมื่อขณะที่สมาบัติเกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่า ชาปิตัตถปัญญา
ญาณวัตถุหมวดละ ๒ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.162 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...