Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: วันนี้ต้องรวย
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:08:24 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ถูกกินหมดอดรวยหวยไม่ถูก
ตั้งขุดปลูกสวนผักกักต้นกล้า
รอฝนหลั่งรดน้ำซับน้ำตา
กินผักหญ้าแทนข้าวปวดร้าวใจ

 
ฝาตุ่ม

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:04:14 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ของเราเป็นเอ็กซ์แอลบอกแล้วเขิล     ทั้งวันกินจนเพลินเจริญใหญ่ 

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:54:19 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์



#"น้ำค้างกับดอกหญ้า"



 น้ำค้างฝากคำบอกถึงดอกหญ้า
 คำสัญญาร่างไว้ใต้หมอกม่าน
 ตะวันรุ่งแต้มสีสักขีพยาน
 เกาะเกยบนใบก้านตราบนิรันดร์

 ไอแสงอุ่นอรุณเยือนเคลื่อนสู่ฟ้า
 แวะเวียนมาหาเธอเจอกับฉัน
 ริมไหล่ทางสร้างสุขทุกคนนั้น
 เคียงคู่กันฟันฝ่าคราต้องลม

 เด่นชวนมองดอกหญ้าท้าลมลู่
 เคียงน้ำค้างเช้าตรู่ดูงามสม
 ถึงไร้กลิ่นสิ้นหอมพร้อมชื่นชม
 คนนิยมยามมองสองไหล่ทาง

 ตื่นพบเจอเธอฉันครั้นเช้าตรู่
 ขอเคียงคู่อยู่ใกล้ไม่เหินห่าง
 จนสายเยือนจึงพรากจากน้ำค้าง
 พบกันใหม่รุ่งสาง เ คี ย ง ข้ า ง กั น

กันต์กรีนซี



 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ♠.♠.ใจพี่.♠.♠
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:34:38 PM 
เริ่มโดย เฒ่าธุลี - กระทู้ล่าสุด โดย เฒ่าธุลี


♠.♠.ใจพี่.♠.♠
♠.♠
พ่อแม่คือคุณครูผู้ใกล้ชิด
ลูกคือศิษย์สั่งสอนก่อนใครอื่น
มีเมตตาปราณีที่ยั่งยืน
เฝ้าหยิบยื่นให้ลูกด้วยผูกพัน
♠.♠
เปรียบใจพี่นี้ให้ไว้แด่น้อง
ไม่เป็นสองรองใครอย่าไหวหวั่น
มีเพียงหนึ่งใจพี่นี้เท่านั้น
ยังคงมั่นรักแท้อย่างแน่นอน
♠.♠
เอาไปเถิดใจนี้พี่มอบให้
จงเก็บใจพี่ไว้ที่ใต้หมอน
ยามเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่าตัดรอน
หลับพักผ่อนตอนไหนให้ฝันดี
♠.♠
หากน้องมีเมตตาอย่าทิ้งขว้าง
พี่อ้างว้างหงอยเหงาเศร้าหมองศรี
หวังเพียงน้องเมตตาและปราณี
เก็บใจพี่นี้ไว้ให้ยาวนาน
♠.♠
หากน้องไม่เมตตาและปราณี
ขว้างใจพี่ทิ้งไปไม่สงสาร
ใจพี่คงตกแตกแหลกร้าวราน
ยากประสานคืนกลับลับมลาย
♠.♠
พ่อแม่รักรักแท้แน่นอนนัก
ส่วนพี่รักรักนี้มีความหมาย
รักซื่อตรงคงหมั่นตราบวันตาย
อย่าแหนงหน่ายใจพี่ที่ให้เลย
♠.♠
เฒ่าธุลี



 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:08:38 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๙) ประมวลธรรม : ๖๗.กันทรกสูตร

-> พิจารณา เห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในเวทนา บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือความเสื่อมในเวทนา บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในเวทนา บ้าง
-> สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า เวทนามีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น; เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก
(๓) จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติ; กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
-> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น จิตในจิตภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น จิตในจิตภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น จิตในจิตทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง
-> พิจารณา เห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในจิต บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือความเสื่อมในจิต บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในจิต บ้าง
-> สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า จิตมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น; เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก
(๔) ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติ; กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
-> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น ธรรมในธรรมภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น ธรรมในธรรมภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น ธรรมในธรรมทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง
-> พิจารณา เห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในธรรม บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือความเสื่อมในธรรม บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในธรรม บ้าง
-> สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า ธรรมมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น; เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก
ก็ผู้ใดผู้หนึ่ง = พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่างนี้ ตลอด ๗ ปี เขาพึงหวังผล ๒ ประการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ พระอรหัตผลในปัจจุบัน; หรือเมื่อยังมีอุปาทิเหลืออยู่ เป็นพระอนาคามี
~ อุปาทิ = คือ
๑) สภาพที่ถูกกรรมกิเลสถือครอง, สภาพที่ถูกอุปาทานยึดไว้มั่น, เบญจขันธ์ (รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ) ที่ยังปรากฏอยู่ เป็นสภาวะที่กิเลสเคยถือครองหรืออาศัย
๒) กิเลสเป็นเหตุถือมั่น, ความยึดติดถือมั่น, อุปาทาน
-> ๗ ปี ยกไว้ ผู้ใดผู้หนึ่งพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ อย่างนี้ตลอด ๖ ปี... ๕ ปี... ๔ ปี... ๓ ปี ... ๒ ปี... ๑ ปี... ครึ่งเดือน... เขาพึงหวังผล ๒ ประการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ พระอรหัตผลในปัจจุบัน;  หรือเมื่อยังมีอุปาทิเหลืออยู่ เป็นพระอนาคามี
-> ครึ่งเดือนยกไว้ ผู้ใดผู้หนึ่งพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ อย่างนี้ตลอด ๗ วัน เขาพึงหวังผล ๒ ประการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ พระอรหัตผลในปัจจุบัน; หรือเมื่อยังมีอุปาทิเหลืออยู่ เป็นพระอนาคามี
ญายะ, ญายธรรม = ความถูกต้องชอบธรรม, ความยุติธรรม, สิ่งที่สมเหตุผล, ทางที่ถูก, วิธีการที่ถูกต้อง, ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง หมายถึง อริยอัฏฐังคิกมรรค, ภาวะอันจะลุถึงได้ด้วยข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แก่ นิพพาน
~ อริยอัฏฐังคิกมรรค, อัฏฐังคิกมรรค = “ทางมีองค์ ๘ ประการ อันประเสริฐ”
[ค] บุคคล ๔ จำพวก = มีตนเป็นดังพรหมอยู่ในปัจจุบัน
(๑) ทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายทำตนให้เดือดร้อน.. เช่นเป็นคนเปลือย ทอดทิ้งมารยาท เลียมือ
(๒) ทำผู้อื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายทำผู้อื่นให้เดือดร้อน..เช่นฆ่าแพะเลี้ยงชีวิต เป็นคนเหี้ยมโหด เป็นโจร
(๓) ทำตนให้เดือดร้อน และขวนขวายตนให้เดือดร้อน; ทำผู้อื่นให้เดือดร้อน และขวนขวายทำผู้อื่นให้เดือดร้อน..เช่นทาสก็ดี กรรมกรก็ดี ถูกพระราชาคุกคาม ให้ทำการงานตามกำหนด
(๔) ไม่ทำตนให้เดือดร้อน; ไม่ขวนขวายทำตนให้เดือดร้อน; ไม่ทำผู้อื่นให้เดือดร้อน; ไม่ขวนขวายทำผู้อื่นให้เดือดร้อน .. เช่นคฤหบดี บุตรคฤหบดี ย่อมฟังธรรมนั้น ครั้นฟังแล้วได้ศรัทธาในพระตถาคต เมื่อได้ศรัทธาแล้ว ย่อมเห็นว่า ฆราวาส คับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
บุคคลผู้ไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนนั้น ไม่มีความหิว(ตัณหา) ดับสนิทเป็นผู้เย็นเสวยแต่ความสุข มีตนเป็นดังพรหมอยู่ในปัจจุบัน
[ง] ความถึงพร้อมด้วยสิกขาและสาชีพ
~ สิกขา การศึกษา, การสำเหนียก, การเรียน, การฝึกฝนปฏิบัติ, การเล่าเรียนให้รู้เข้าใจ และฝึกหัดปฏิบัติให้เป็นคุณสมบัติที่เกิดมีขึ้นในตนหรือให้ทำได้ทำเป็น ตลอดจนแก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปจนถึงความสมบูรณ์;
ข้อที่จะต้องศึกษา, ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมพัฒนาบุคคล คือ สิกขา ๓ ได้แก่
(๑) อธิสีลสิกขา = สิกขาคือศีลอันยิ่ง, อธิศีลอันเป็นข้อที่จะต้องศึกษา, ข้อปฏิบัติเพื่อการฝึกอบรมพัฒนาศีลอย่างสูง (ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ เป็นศีล, ปาติโมกขสังวรศีล เป็นอธิศีล; แต่ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ที่รักษาด้วยความเข้าใจ ให้เป็นเครื่องหนุนนำออกจากวัฏฏะ ก็เป็นอธิศีล)

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 19, มีนาคม, 2569, 01:52:11 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๙) ประมวลธรรม : ๖๗.กันทรกสูตร

    ๙๑.ยึดกะ"ทิฏสวะฯ"เจาะคิด..................และผิดทวี
ตาม"อวิชช์สวะ"จะชี้.................................มิรู้ซิหนา อริย์สัจ

    ๙๒."อาสวะสมุทัย"................................เหตุไวเกิดแน่แท้
"ความอยาก,ตัณหา"แล้.............................มากพร้อมเกิดคง กามคุณ

    ๙๓.อยากซิเป็นลุ"ภวตัณฯ"....................เหมาะประสงค์
ไม่ซิ"ตัณฯวิภวะฯ"บ่ง.................................มิเป็นไฉน

    ๙๔.ไกล"อาสวนิโรธ"..............................โทษอาสวะตัดแท้
มิห่อคลุมจิตแล้..........................................สี่น้อมดับเผย "อาสวะ"

    ๙๕.แจ้ง"นิโรธปฏิปทาฯ"..........................เจาะกล้าเฉลย
ทางสิ"สัจอริยะ"เอ่ย....................................ก็มรรคละดับ

    ๙๖.จิตรับสภาพยล.................................ญาณดลจิตหลุดพ้น
ครา"ชาติ,เกิด"จบด้น..................................สุดสิ้นฉับไว "พรหมจรรย์"

    ๙๗.กิจสิกล่าวจะนิรก่อ............................สิต่อคระไล
สงฆ์ลุ"ญาณอสวะฯ"ใส...............................อร์หันต์สิพลัน

    ๙๘.ครันพุทธองค์ตรัสแล........................แฉประพฤตเยี่ยงนี้
มิก่อทำตน-เขาชี้........................................เดือดร้อนเลยหนา

    ๙๙.ชนมิหิว,หทยะจบ..............................สงบคุณา
โดยเสวยสุขะริคว้า.....................................เจาะเหมือนพระพรหม

    ๑๐๐.คำสอนคมพุทธองค์........................ความยงเป็นเลิศแล้ว
สงฆ์ชื่นภาษิตแผ้ว......................................ลึกซึ้งพระธรรม ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๑. กันทรกสูตร สติปัฏฐาน ๔ เป็นธรรมสําหรับผู้ยังต้องศึกษา : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา : [เล่มที่ 20] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑  https://share.googl/LE9GhH8B6xGZQ3qSF

กรุงจัมปา = เป็นพระนครที่น่ารื่นรมย์ เพราะมีต้นจัมปา(จำปา) ๕ สี มีดอกหอม ขึ้นอยู่หนาแน่นตามริมสระโบกขรณี ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในพระนครนั้น
สระโบกขรณี = อยู่ไม่ไกลจากพระนคร มีชื่อว่าคัครา ตามชื่อของพระมเหสี ที่ทรงให้ขุดไว้
นายเปสสะ หัตถาโรหบุตร = นายควาญช้าง เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ช่างสังเกต และได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกับ กันทรกปริพาชก ผู้บุตร โดยเปสสะได้กราบทูลเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการฝึกช้างกับการฝึกคน
กันทรกะ,กันท์ระฯ = กันทรกปริพาชก นักบวชนอกพระพุทธศาสนา
พระโคตมพุทธเจ้า = พระพุทธเจ้าในกาลปัจจุบัน
ขีณาสพ = ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว, ผู้หมดกิเลส, พระอรหันต์
อรหันตขีณาสพ = พระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวะแล้ว ใช้สำหรับพระสาวก
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า = ใช้กับพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ทรงตรัสรู้ชอบเอง ไม่มีใครสอน
[ก] สติปัฏฐาน ๔ = คือ "ที่ตั้งของสติ" หรือการฝึกสติระลึกรู้เท่าทันสภาวะ ๔ ฐานตามความเป็นจริง เพื่อดับทุกข์และเห็นแจ้งตามหลักไตรลักษณ์ หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน มี ๔ ประการ คือ
(๑) กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
-> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น กายในกายภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น กายในกายภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น กายในกาย ทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง
-> พิจารณา เห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกาย บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือความเสื่อมในกาย บ้าง; พิจารณา เห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกาย บ้าง
-> สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น; เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก
(๒) เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน = พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ มีความเพียร; มีสัมปชัญญะ; มีสติ; กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
-> ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาภายใน บ้าง; พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาภายนอก บ้าง; พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาทั้งภายในทั้งภายนอก บ้าง

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: แค่..อยากฟังเพลง
 เมื่อ: 19, มีนาคม, 2569, 01:14:55 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ทำนองเพลงบรรเลงไปสู่ใจเหงา
เหมือนดึงเราจมดิ่งสิ่งย้อนหลัง
ภาพแววตาอาวรณ์ซ้อนประดัง
ประหนึ่งขังความช้ำไว้ซ้ำรอย

คนที่เคยฝากเพลงให้ ไว้กับข้า
กลับหายหน้าเลือนลดใจถดถอย
ทิ้งคำลาค้างคาให้ข้าคอย
เหลือเพียงรอยความจำย้ำน้ำตา

ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

♬  ฟ้าแดง สุนทราภรณ์  ♬



 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 19, มีนาคม, 2569, 10:37:22 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


อยากจะบอกไซค์ให้ใจยังคง      กลัวเขาจงใจแกล้งแบ่งกลุ่มไซค์


 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...ทาสเทวี ღ
 เมื่อ: 19, มีนาคม, 2569, 10:26:04 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



ღ  เสียงเพลงกับรอยปากกา...ทาสเทวี  ღ

บุญฉันมีน้อยนึงไม่ถึงฟ้า
วาสนาน้อยไปใจหม่นหมอง
เฝ้าคอยจันทร์ผันลับดับครรลอง
ไม่ลอยล่องลงใกล้ใจคนคอย

แหงนมองฟ้าพาให้ใจสลาย
จันทร์เคลื่อนคลายลับฟ้าคราสุดสอย
รู้บ้างไหมใจช้ำน้ำตาปรอย
เหลือเพียงรอยโศกกลืนทุกคืนวัน

เปรียบเธอเป็นดอกฟ้าสง่าเลิศ
ฉันกำเนิดต่ำต้อยคอยความฝัน
เป็นดั่งทาสเทวีต่างวงค์วรรณ
ผูกสัมพันธ์เพียงขอรอพึ่งบุญ

ใจวิงวอนอ้อนขอรอรอยยิ้ม
ให้ใจอิ่มเอิบเอื้อด้วยเกื้อหนุน
เพียงเศษเสี้ยวเมตตาเถอะนะคุณ
ขอไออุ่นรักสู่ชื่นชูใจ

 • ☆ . ° .• °:. *₊ ° . ☆

"ขอเพียงแค่ยิ้มสักนิด ให้ชีวิตคนคอยไม่ว่างเปล่า"

₰  ลิตเติลเกิร์ล ₰

ทาสเทวี - ชรินทร์ นันทนาคร

คิดถึงคุณอาชรินทร์ นะคะ




 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 19, มีนาคม, 2569, 10:25:41 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

ภูมิปัญญา

     เพราะหวงแหน แดนไพร ไทยประเทศ
รักษ์นิเวศ เขตสมดุล หนุนสืบสาน
สร้างสังคม แนบชิด จิตชื่นบาน
สุขสมาน นานเนิ่น เกินนิรันดร์
     หากแผ่นดิน สิ้นไร้ ไพรพนา
หลายชีวา ดิ่งนรก ตกสวรรค์
ระอุร้อน แผดเผา ราวโลกันต์
ทุกข์มหันต์ โถมถา ประชาไทย
     น้ำเหือดแห้ง แผ่นดินแล้ง แจ้งประจักษ์
อนุรักษ์ นิยม สมสมัย
เร่งปลูกสร้าง ฟื้นคืน ผืนพงไพร
คืนยิ่งใหญ่ ให้แผ่นดิน ถิ่นแหลมทอง
     เหล่ามัจฉา มฤคา หมู่วิหค
ไพรป้องปก สุขใจ ไร้หม่นหมอง
สานสมดุล สมยุค สุดเรืองรอง
ไม่เป็นสอง รองใคร ในโลกา
     สามัคคี ชุมนุม ขุมพลัง
พาหยุดยั้ง ทำลาย ไพรพฤกษา
ร่วมเรียนรู้ เคียงคู่ บูรณา
ภูมิปัญญา สรรพศาสตร์ แห่งชาติไทย
     โภชนา เภสัช วัฒนธรรม
สุดลึกล้ำ ในแดนดิน ถิ่นอาศัย
เป็นภูมิรู้ สืบสาน นานกว้างไกล
ดำรงไว้ ตราบฟ้าดิน ไม่สิ้นไพร
     เพื่อลูกหลาน ภายหน้า ได้อยู่สุข
ชนในยุค ปัจจุบัน สมสมัย
ต้องยืนยง คงมั่น รักษาไว้
ผืนพงไพร ไร้หมองมัว ทั่วมณฑล
     เยาวชน รู้รักษ์ ภักดีชาติ
เก่งสามารถ สร้างไพร ให้เกิดผล
อุดมการณ์ สืบสาน เพื่อปวงชน
ทั้งกมล มอบไว้ ให้วนา

คนเรียนไพร
๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.159 วินาที กับ 19 คำสั่ง
กำลังโหลด...