Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:44:36 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๙/๑๑) อภิธรรมปิฎก :
๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์

เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย
[ข] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์   ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์
ในสภาวธรรมเหล่านั้น =โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน
(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
~ ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา = ข้อปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้า
->ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
~ อวิกเขปะ = ความตั้งมั่นของจิต; ความไม่ฟุ้งซ่าน; ความสงบแห่งจิต; ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสมาธิ
(๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
~ สุญญตะ = สภาวะที่ว่างจากความเป็นตัวตนหรืออัตตา ได้แก่เบญจขันธ์ อายตนะ และธาตุ ซึ่งเป็นอนัตตา เป็นสภาวะที่ว่างหรือปราศจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง คือราคะ โทสะ โมหะ
-> ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ก็เกิดขึ้น
(๓) บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น
(๓.๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> สติ ความตามระลึก ฯลฯ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรคนับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
        ฯลฯ
(๓.๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> อุเบกขา ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง; อุเปกขาสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๓.๘) สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า โพชฌงค์ ๗
(๓.๙) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยโพชฌงค์ ๗
[ค] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น
(๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
(๑.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
(๑.๒) ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
(๑.๓) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
(๑.๔) ในสมัยนั้น สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
(๑.๕) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิริยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปีติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยสมาธิสัมโพชฌงค์
ฯลฯ
(๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
(๗.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานเป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
(๗.๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ซึ่งเป็นวิบาก; เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
(๗.๓) ในสมัยนั้น อุเบกขา; ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง อุเปกขาสัมโพชฌงค์ นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๗.๔) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยอุเปกขาสัมโพชฌงค์
อภิธรรมภาชนีย์ จบ

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:27:32 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


หากว่าแมวไม่มองต้องคิดหนัก    แมวไม่ทักต้องไวตรวจใบหน้า


 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:14:12 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



สักวาคืนบ้านมาขานรับ
ที่นานนับล่วงลาผ่านมานั่น
ประกายไฟในอกสุมอนันต์
กลับมาปลุกความฝันอันพร่างพราย
ถึงวันคืนเลื่อนลับนับนานนี้
รสกวีมิได้เลือนหรือเหือดหาย
เปรียบเพชรดีที่ฝังดั่งคมคาย
จะกรีดกรายฉายแสงแห่งใจเอย

 AddEmoticons00918

ลิตเติลเกิร์ล


 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:44:48 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๘/๑๑) อภิธรรมปิฎก :
๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์

อภิธรรมภาชนีย์
เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย
[ก] โพชฌงค์ ๗ คือ
(๑) สติสัมโพชฌงค์ (๒) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (๓) วิริยสัมโพชฌงค์ (๔) ปีติสัมโพชฌงค์ (๕) ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (๖) สมาธิสัมโพชฌงค์ (๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๑) ในสภาวธรรมเหล่านั้น โพชฌงค์ ๗ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม; ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ก็เกิดขึ้น
~ ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา = ข้อปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้า
(๒) บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> สติ ความตามระลึก ฯลฯ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
(๓) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> ปัญญา; กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ; ความไม่หลงงมงาย; ความเลือกเฟ้นธรรม; สัมมาทิฏฐิ; ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
(๔) วิริยสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ; สัมมาวายามะ; วิริยสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า วิริยสัมโพชฌงค์
(๕) ปีติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> ความอิ่มเอิบ; ความปราโมทย์; ความยินดีอย่างยิ่ง; ความบันเทิง; ความร่าเริง; ความรื่นเริง; ความปลื้มใจ; ความตื่นเต้น; ความที่จิตชื่นชมยินดี; ปีติสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า ปีติสัมโพชฌงค์
(๖) ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> ความสงบ; ความสงบระงับ; กิริยาที่สงบ; กิริยาที่สงบระงับ; ภาวะที่สงบระงับ; แห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์; ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
(๗) สมาธิสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> ความตั้งมั่นแห่งจิต ฯลฯ; สัมมาสมาธิ, สมาธิสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรคนับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สมาธิสัมโพชฌงค์
(๘) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> อุเบกขา; ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง, อุเปกขาสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๙) สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า โพชฌงค์ ๗ = สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยโพชฌงค์ ๗
ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัย = เจาะจง (ปาฏิเยก) เพื่ออธิบายรายละเอียดของธรรมที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น
[ข] โพชฌงค์ ๗ คือ
(๑) สติสัมโพชฌงค์ (๒) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (๓) วิริยสัมโพชฌงค์   (๔) ปีติสัมโพชฌงค์ (๕) ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (๖) สมาธิสัมโพชฌงค์
(๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๑) บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น
 = สติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา; อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น สติ; ความตามระลึกฯลฯ; สัมมาสติ; สติสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่าสติสัมโพชฌงค์
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิริยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปีติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยสมาธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
(๒) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด;
-> ในสมัยนั้น อุเบกขา; ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง; อุเปกขาสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยอุเปกขาสัมโพชฌงค์

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: ~คิดถึง~
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:44:08 AM 
เริ่มโดย นายใบชา - กระทู้ล่าสุด โดย นายใบชา


เส้นทางชีวิตขีดให้เราไม่ได้อยู่เคียงใกล้
มีโค้งขอบฟ้าแสนไกล .. คอยปิดกั้น
แต่คุณรู้ไหม? .. ทุกบทกวีที่ส่งถึงกัน
แม้ในราตรีมืดมิดเงียบงัน .. ยังมีแสงประกายจากจันทรา



ความรักของฉันยังคงอยู่ที่เก่า
ไม่เชื่อ? ..ลองยื่นมือมาแตะหัวใจผมเบา~เบา .. ช้า~ช้า
ยิ้มหวาน~หวานก่อนนะ .. แล้วค่อยสบตา
ซบตรงไหล่นี้ . ของชายธรรมด๊า~ธรรมดา

.. เห็นมั้ยละว่า ..

~ผมคิดถึงคุณนะ .. จริง~จริง~




~นายใบชา~






 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
 เมื่อ: 16, กุมภาพันธ์, 2569, 08:16:17 PM 
เริ่มโดย เปลวเพลิง - กระทู้ล่าสุด โดย เปลวเพลิง


ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

บนใบหน้าเปื้อนแย้มแต้มรอยยิ้ม
นำสุขพิมพ์พร้อยใจผู้ได้เห็น
ยิ้มน้อยน้อยยิ้มกว้างกว้างสร้างโลกเย็น
แม้ผู้เป็นเจ้าของยิ้มยังปริ่มใจ

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มสู้ทุกข์ที่รุกล้อม
ให้ยิ้มพร้อมพาข้ามพงหนามไหน่
ตาที่หยียิงฟันอยู่นั่นไง
จะลบภัยพ่ายพับลงกับมือ

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มยียวนกวนโอ๊ยบ้าง
ยักคิ้วพลางหลิ่วตาประสาซื่อ
กับเสือที่ยิ้มยากหากฝึกปรือ
ยิ้มจะสื่อไมตรีดีต่อกัน

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มในวารสำราญเหลือ
ยิ้มแผ่เผื่อเพื่อนมนุษย์จุดแรงฝัน
ยิ้มดับไฟในอารมณ์ที่โรมรัน
ยิ้มทุกวันขึ้งเครียดไม่เฉียดกราย

ยิ่งไทยมีสมญาว่าเมืองยิ้ม
ทุกเรียวริมปากจึงขึงยิ้มง่าย
ยิ่งหวานคาวข้าวปลาหาสบาย
ยิ่งแจกจ่ายยิ้มกันทุกชั้นชน

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มยิ้มร่าหน้าแห้งแห้ง
ฝืนยิ้มแกล้งเศร้าบ้างนะบางหน
กับยักษ์ที่ยิ้มและแสยะปน
อย่าหลงกลรอยแยกเขี้ยวไปเชียวนะ

................

เปลวเพลิง
๑๗ มีนาคม ๒๕๖๗

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / แด่...ทุกข์อันเป็นครู
 เมื่อ: 16, กุมภาพันธ์, 2569, 08:06:32 PM 
เริ่มโดย เปลวเพลิง - กระทู้ล่าสุด โดย เปลวเพลิง


แด่...ทุกข์อันเป็นครู

จำได้ว่า
วันนั้นฟ้าแดงฉานปานเลือดแต้ม
เห็นเพื่อนนั่งโหยสะอื้นรอคืนแรม
ทั้งสองแก้มร้อนระอุอัสสุชล

เราจับมือเพื่อนนั้นโดยมั่นไว้
อยากปลอบใจเพื่อนบ้างอย่างทุกหน
ด้วยบ่าเพื่อนนั้นมีแอกแบกกับตน
ความทุกข์ทนก็เป็นครูคู่กายมา

เพื่อนรัก
หนามทุกข์ปักเป็นเสี้ยนเจ็บเจียนบ้า
ใช่ไหมเพื่อน เกินสะกดหยดน้ำตา
อย่าเพื่อนอย่าเก็บแววหมอง ร้องไห้เลย

ปล่อยกระแสเสียใจไหลผ่านแก้ม
ปลุกรอยแย้มบรรเจิดให้เปิดเผย
ถึงเคล้าคลุกทุกข์ท้นเสียจนเคย
เพื่อนก็เงยหน้าสู้อยู่ทุกคราว

ปลดภาระยิ่งใหญ่ไหล่สองข้าง
ค่อยค่อยวางทีละน้อยค่อยค่อยก้าว
ทางที่ทอดเบื้องหน้ายาวกว่ายาว
มีเรื่องราวรอเพื่อนเพียรเขียนอีกไกล

ชีวิตที่ผิดพลั้งอย่างนั้นหรือ?
โบราณถือว่าเป็นครูรู้หรือไม่
กับทุกบททุกระบอบทดสอบใจ
เพื่อนสอบไล่ผ่านทุกคาบอันปราบเซียน

เพื่อนรัก
อุปสรรคดาษดื่นชวนคลื่นเหียน
ผ่านร้อยทบพันถมสะสมเวียน
มันจะเปลี่ยนเพื่อนให้กล้าแกร่งกว่าครู

.............

เปลวเพลิง



 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 16, กุมภาพันธ์, 2569, 07:56:39 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย เปลวเพลิง
สักวาหลายปีที่หายลับ
วันนี้กลับเข้ามาหาผองเพื่อน
มิได้ร้อยถ้อยวรรคฝากรักเตือน
จนแทบเลือนคมคำเคยจำนรรจ์
มาหวนนึกความหลังครั้งกระโน้น
เราเคยโชนโชติช่วงดวงใจฝัน
แม้ไฟเคยมอดเชื้อเหลือแต่ควัน
บัดนี้มันได้สกาวอีกคราวเอย

...............

เปลวเพลิง

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: แค่..อยากฟังเพลง
 เมื่อ: 16, กุมภาพันธ์, 2569, 01:48:33 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


สายลมแผ่วรำเพยเผยความนัย
ฝากหัวใจลอยฟ่องล่องเวหา
คิดถึงเธอทุกนาทีที่จากลา
"แม้นแผ่นฟ้ากั้นไว้ใจยังคอย"


ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

   ✧・゚: *✧・゚:*

ลมรำเพย พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ



 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: ~คิดถึง~
 เมื่อ: 16, กุมภาพันธ์, 2569, 01:10:02 PM 
เริ่มโดย นายใบชา - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


ขอส่งกำลังใจ
ปราศจากช่อดอกไม้มอบให้กับเธอนั้น
ความปรารถนา ดี-ดี ส่งให้เธอทุก-ทุกวัน
เ เ ค่ อย่าลืมฉัน ก็พอขอร้องเธอ


กันต์กรีนซี




หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.161 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...