Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:41:12 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

หมูก็ขอหลบแว้บแอบข้างเสา    ไม่เห็นเงาแม้ว่าหาทั่วบ้าน
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: แนะนำสมาชิกใหม่
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:37:54 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

หมูขอดูห่างห่างอย่างหวั่นหวั่น
มือไม้สั่นนิดหน่อยค่อยถอยหนี
ทองม้วนอาจถูกใจผูกไมตรี
เป็นเพื่อนซี้หายเหงา.. ดูเข้าทาง ฯ
 
มาหวัดดีหนูเจด้าด้วยคน ทองม้วนได้มิตรต่างสายพันธ์ อิอิ

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:34:03 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

รางวัลนี้ขอผ่านท้องบานเพอะ      โอ้โอ๋เนอะนึกว่าไก่รอใส่จาน 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:20:38 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๑๑/๒๗)

    ๑๗๐.แลเข้าใจผิดไซร้........................."มิจฉา- วิมุตติ"
ตนวิมุตติ์จบนา.......................................หลุดพ้น
เป็นเพียงชั่วคราวหนา.............................กิเลสอยู่ มีเหลือ
จิตจ่อกิเลสต้องด้น.................................ถูกทาง

    ๑๗๑."สิบวัตถุมิจฉาทิฏฐ์"....................ก็ประลุคิดซิบิดเบือนพลาง
คิดชั่วมโนกรรมกร่าง..............................เจาะทุษะยิ่งเจริญไร้หนา

    ๑๗๒.ครา"ทาน"ชนจ่อให้.....................มิมี ผลบุญ
การแบ่งปันมิดี........................................ประโยชน์ไร้
"บูชาไม่เกิดผล"พี...................................พระไตรรัตน์
หรือสิ่งใดร้างไซร้...................................ตอบแทน

    ๑๗๓."สักการะ,บวงสรวง"ยล.................จะนิรผลอะไรเป็นแก่น
เห็นว่าประโยชน์แร้นแค้น.........................มรณะแล้วก็สูญเปล่าเผย

    ๑๗๔ เปรยกรรมวิบากพร้อม..................ปราศแล
ผลชั่ว,ดีปลาตแฉ.....................................กฏไร้
"ปฏิเสธการแปร.......................................ตายเกิด เวียนวน"
เห็นว่าโลกนี้ไซร้.......................................ไป่มี

    ๑๗๕.โลกหน้ามิมี,ตายแล้ว.....................จะภวแคล้วมิเกิดอีกชี้
ตายแล้วก็สูญไปดี....................................เพราะอนะภพจะไปเกิดแฉ

    ๑๗๖.แล"ปฏิเสธไซร้..............................พระคุณ  มารดา"
จิตไม่แทนคุณอดุลย์.................................ยิ่งหล้า
"บิดาปราศคุณ"หนุน..................................กรรมชั่ว
จิตคิดผิดแท้กล้า.......................................บาปทุรน

    ๑๗๗.สัตว์"โอปะปาฯ"หลังตาย................จะอนะกรายเจาะผุดเกิดยล
ตายแล้วมิเกิดอีกผล..................................ลุปฏิเสธกับความจริงแล

     ๑๗๘.แฉคิดผิดว่าผู้...............................ลุธรรม สูงสุด
จบแน่วเพราะตนนำ....................................โลกนี้
ยังประกาศชนทราบหนำ............................หาไม่ มีแล
จึงคิดผิดแล้วชี้...........................................พลาดเอย

    ๑๗๙."สิบอันตคาฯ"เห็นสุด.......................จะประลุรุดสิสองข้างเอ่ย
เกี่ยวโลกและอัตตาเผย..............................เจาะภวโลกวะเที่ยง,สูญหนา

    ๑๘๐.คราครรลองเรื่องนี้.........................พุทธ์องค์ มิทาย
เพราะห่อนประโยชน์ตรง............................จุ่งเว้น
บ ทางดับทุกข์ปลง.....................................ลุวิมุตติ
เพียรมุ่งธรรมแท้เฟ้น..................................ยิ่งเผย

    ๑๘๑."เห็นโลกและอัตตาเที่ยง"................ลุฐิติเกรียงตลอดไปเอย
เรียก"ทิฏฐิมิจฉา"เอ่ย..................................ภวมิเที่ยงอนิจจังแฉ

    ๑๘๒.แล"โลกมิเที่ยงแท้...........................ชีวา มิคง"
มีแตกสลายสูญหนา...................................หมดไร้
"เห็นโลกว่าสุด"ครา....................................มีเขต" จำกัด
"โลกไม่สุดกว้างไซร้"..................................จุ่งขยาย

    ๑๘๓.เห็น"ชีวะชีพอย่างเดียวชี้.................วทะ",สรีระ"ตัวร่างกาย
เกิดดับสิพร้อมกันฉาย.................................จะอนะมีซิวิญญาณแฉ

    ๑๘๔.แลคิดเห็นชีพแล้.............................สรีระ,กาย แยกกัน
กายเมื่อตายก็สลาย....................................หมดถ้วน
วิญญาณ,ชีพคงฉาย....................................ไปต่อ
เห็นผิดขันธ์ห้าล้วน......................................แตกผอง

    ๑๘๕.เห็นว่าสิ"หลังตายชัด........................จะอุปบัติซิอัตตา"ครอง
ตัวตนเจาะเที่ยงแท้จอง................................จะจระเวียนและเกิดอีกหนา

    ๑๘๖.ครา"หลังตายคิดแล้.........................ตัวตน มิเกิด"
คิดว่าขาดสูญยล.........................................แน่แล้ว
"ความเห็นว่าตายผล....................................ตนแน่ มีเกิด"
"แลไม่เกิด"คล้อยแคล้ว................................หลากสอง

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:16:14 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

หรือเป็นรางวัลใหญ่ใช้ถูบ้าน     พุงที่บานยุบไปว่าไหมเหอะ 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: แนะนำสมาชิกใหม่
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:14:18 AM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)


คือสัตว์เลี้ยงด้วยไหมก็ไม่รู้
ไฉนปู่เลี้ยงได้ไม่เอาเน่อ
ตะหงิดใจนิดหน่อยยากปล่อยเบลอ
บายก่อนเธอว่าไหมใจไม่ดี

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ค่ะ น้องเจด้า


ไม่ไหวค่ะ ปู่

กุ้งนา

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลบท / ๛ กลบทวิหคคืนคอน - ในวันที่ใจไร้ปีก ๛
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:20:26 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



   - กลบทวิหคคืนคอน -
     - ในวันที่ใจไร้ปีก -

ใจลอยล่วงห้วงหม่นจนเหนื่อยล้า
ดั่งเมฆดำต่ำฟ้าคราหม่นหมอง
เสียงหัวเราะแผ่วหายคล้ายจำจอง
เหลือเสียงก้องร้องครวญชวนใจลอย

เงียบงันจนคนใกล้ไม่อาจรู้
ซ่อนฝนอยู่เต็มฟ้านัยน์ตาหงอย
เหนื่อยจะเล่าเรื่องพร่ำน้ำตาปรอย
จึงแค่ค่อยกอดเข่าเฝ้าเงียบงัน

เฝ้ามองความหมองหม่นจนเห็นชัด
มิเร่งรัดหัวใจให้หายสั่น
เห็นความเศร้าเข้าเยือนเหมือนหมอกควัน
รู้ว่ามันจะผ่านไป…ใจเฝ้ามอง

“หมอกมิได้ขอให้ฟ้าโอบไว้ ความเศร้าก็เช่นกัน”

   ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

กลบท วิหคคืนคอน 

- ข้อบัญญัติ : กำหนดพิเศษเพิ่มจากกลอนทั่วไป คือ

-๐- ภายในแต่ละบท บังคับนำสองคำแรกต้นบท ยกมาเป็น สองคำท้ายปลายบท
 (เฉกเดียวกับวิหคที่เริ่มบินบอกเรื่องราว และกลับคืนสู่คอนเมื่อตอนท้ายนั่นเอง)

กลบทวิหคคืนคอน ถูกคิดประดิษฐ์ขึ้นมาโดย คุณอภินันท์ นาคเกษม
เจ้าของรางวัลบทกวี สพฐ. ปี ๒๕๕๕ (อุทกภัยพิลาป)

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:53:08 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


รางวัลคืออะไรระบุลง    รางวัลใหญ่ก็คงลงกันเยอะ

 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: แนะนำสมาชิกใหม่
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:47:18 AM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


นี่ขนลุกขนพองสยองขวัญ
หัวใจสั่นตุ๊บตั๊บขยับจ่อ
เป็นไรไปปู่เราไม่รู้พอ
ลูกกี่หน่อเลี้ยงไป...ขอไม่เจอ

เอาแล้วพี่หมอ ได้ลูกมาเป็นงูเสียแล้วเรา
หวัดดีจ้า น้องเจด้า

       

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:17:14 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๑๐/๒๗)

    ๑๕๓."ปรุงแต่งวะจักมีจ่อ......................จะประลุต่ออนาคต"เด่น
"ปรุงแต่งวะเกิดดังเช่น.............................เจาะภวสัตว์ซิมีรูป"หนา

    ๑๕๔ "คราจิตปรุงแต่งน้อม...................เกิดคง อรูปภพ"
"ขอมุ่งมีจำตรง........................................คิดได้"
"ขอเกิดไป่คิดยง.....................................เกิดห่าง สัญญา"
"มีคิดหรือไร้ไซร้".....................................ไม่ขาน

    ๑๕๕.ธรรมหมวดประเภทสิบเดช............ปะทุกิเลสซิก่อเศร้าพาน
สิ่งก่อหทัยหมองผลาญ.............................เพราะนฤชนซิร้อนใจกาย

    ๑๕๖.ฉาย"กิเลสวัตฯ"สิบพร้อม...............หทัยหมอง
"โลภ,โกรธ,หลง,ซึม"ครอง.........................ซ่านฟุ้ง
"เห็นผิด,สงสัย"ตรอง.................................มาดหยิ่ง, อหิริกะ"
"อโนตฯ"กลัวไร้สะดุ้ง.................................พินาศไข

    ๑๕๗.ทำชั่วสิสิบทางยล..........................เจาะอกุศลวจี,กาย,ใจ
"ฆ่า,เท็จ,ขโมย,ฆาต"ไว..............................."วจนะหยาบกะส่อเสียด"เผย

     ๑๕๘.เปรยกามฯละเมิดพร้อม.................ในกาม
"สัมผัปปลาฯ"พูดผลาม...............................พล่ามจ้อ
"อภิชฌา"โลภอยากลาม.............................เกิดอยาก ของเขา
เห็นผิดธรรมล้วนคล้อ.................................เสื่อมแฉ

    ๑๕๙.สังโยชน์กิเลสกักสัตว์.....................ศยณะวัฏฏะสงสารแล
"กามราคสังโยชน์".....................................ลุรติเพลินกะตา,หู..เผย

    ๑๖๐.เปรยขัดเคืองยิ่งแล้ว.......................ในใจ "ปฏิฆะ"
"มานะฯ"ถือตนไว........................................จิตล้ำ
"ทิฏฐิ"ผิดยึดไกล........................................โลกเที่ยง  มิคลาด
"พิศวงธรรม"แย้งย้ำ....................................ห่อนพัฒนา

    ๑๖๑."สีลัพพะฯงมงายพรต".....................จะมิจรดพระธรรมเทิดกล้า
"รัดสัตว์ประกบภพหล้า................................ก็ภวราคสังโยชน์"เผย

    ๑๖๒.เปรย"อิสสาฯ"เกิดแล้.......................อิจฉา
"เหนียวแน่น,มัจฉะฯ"หนา.............................ตระหนี่น้อม
"อวิชชาฯ"บ่งหลงพา....................................มิทราบ ความจริง
"อริยสัจ"แจ้งพร้อม......................................จึ่งงม

    ๑๖๓."มิจฉัตตะ"ธรรมสิบผิด.....................นรมิชิดกะมรรคผลชม
พลาดจากพระนิพพานสม............................จะอุปบัติและเวียนวัฏนาน

    ๑๖๔.กราน"มิจฉาทิฏฐิ"ไซร้......................เห็นธรรม ผิดทาง
มิเชื่อบุญ,บาปนำ..........................................จิตแย้ง
"มิจสังกัปปะฯ"คำ.........................................ผิดแน่ว ดำริ
คิดมุ่งเบียนร้ายแกล้ง....................................ฆาตเขา

    ๑๖๕."มิจฉาวจีฯ"ถ้อยผิด...........................วจนะติดสิ"เท็จ,หยาบ"เนา
"ส่อเสียดและเพ้อเจ้อ"เมา..............................จะนิรใครซิเคารพหนา

    ๑๖๖.คราพฤติกายชั่วไซร้........................."มิจฉา- กัมมันตะ"
"พาลฆ่า,ผิดกาม"หนา..................................."ทรัพย์ปล้น"
"อาชีวะมิจฯ"พา............................................อาชีพ ผิดธรรม
อาวุธ,มนุษย์ค้าด้น........................................สัตว์ขาย

    ๑๖๗."วายามะมิจฉา"ผิด............................พิริยะบิดเพราะพฤติชั่วกราย
มิได้กุศลผลฉาย...........................................เพราะประลุใฝ่ซิทางผิดแล

     ๑๖๘.แฉรำลึกผิดแท้................................."มิจฉา- สติ"
ระลึกอกุศลพา..............................................วิบัติแล้ว
"สมาธิ์มิจฯ"จิตถลา........................................มิมั่น กุศล
กลับมั่นบาปด้อยแคล้ว...................................พลาดเผย

    ๑๖๙.รู้ผิดเพราะ"มิจฉาญาณ".....................จะมิพะพานกะความจริงเลย
เขัาใจสิคลาดเคลื่นเอย..................................มิประลุทางซิหลุดพ้นแฉ

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.441 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...