|
1
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:49:45 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๘/๖๖) [๓] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ จิตไหนไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ (๑) รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ เพราะในอรูปพรหม ไม่มีรูปกาย มีแต่นามขันธ์ (๑.๑) ขันธ์ ๔ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี คือ นามขันธ์ ๔ (จิตและเจตสิก) ที่เกิดขึ้นในอรูปภูมิ หรืออรูปฌาน ย่อมจัดว่าเป็นอรูปธาตุ (๑.๒) ขันธ์ ๔ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี คือ นามขันธ์ ๔ ที่เกิดขึ้นใน กามวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ หรือที่เป็นโลกุตตระ ซึ่งไม่ได้จัดเข้าในอรูปธาตุของอรูปภูมิ ย่อมไม่นับเนื่องในอรูปธาตุนั้น (๒) อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ คือ โอฬาริกายตนะ ๑๐ (อายตนะหยาบ) ซึ่งได้แก่:อายตนะภายใน ๕ (จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ) อายตนะภายนอก ๕ (รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ) อายตนะทั้ง ๑๐ นี้เป็นรูปธรรมทั้งสิ้น แต่ใน อรูปธาตุ (หรืออรูปภูมิ) นั้น เป็นภูมิที่ไม่มีรูปธรรมอยู่เลย มีเพียงนามธรรม (จิตและเจตสิก) เท่านั้น ดังนั้น อายตนะ ๑๐ เหล่านี้จึงไม่นับเนื่องหรือมีอยู่ในอรูปธาตุได้เลย (๒.๑) อายตนะ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี -- อายตนะ ๒ คือ มนายตนะ (จิตทั้งหมด) และ ธัมมายตนะ (เจตสิก, รูปบางส่วน, นิพพาน) ซึ่งอายตนะทั้งสองนี้มีสภาวะแยกเป็นสองส่วนตามภูมิ ดังนี้ -- ส่วนที่นับเนื่องในอรูปธาตุ = จิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นในอรูปภูมิ (เช่น อรูปวิปากจิต ๔, อรูปกุศลจิต ๔, อรูปกิริยาจิต ๔ และเจตสิกที่ประกอบ) รวมถึงโลกุตตรจิตและโลกุตตรธัมมายตนะบางส่วนที่เข้าถึงได้จากภูมินั้น (๒.๒) อายตนะ ๒ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี = ได้แก่ จิตและเจตสิกที่เป็นไปในกามภูมิและรูปภูมิ (เช่น กามาวจรจิต รูปาวจรจิต) รวมถึงรูปธรรมที่สงเคราะห์เข้าในธัมมายตนะ (สุขุมรูป ๑๖) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดและไม่มีอยู่ในอรูปธาตุ (๓) ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ จึงไม่สามารถเกิดขึ้นในอรูปธาตุได้เลย ได้แก่ --กลุ่มตา: จักขุธาตุ (ประสาทตา), รูปธาตุ (สี), จักขุวิญญาณธาตุ (การเห็น) --กลุ่มหู: โสตธาตุ (ประสาทหู), สัททธาตุ (เสียง), โสตวิญญาณธาตุ (การได้ยิน) --กลุ่มจมูก: ฆานธาตุ (ประสาทจมูก), คันธธาตุ (กลิ่น), ฆานวิญญาณธาตุ (การได้กลิ่น) --กลุ่มลิ้น: ชิวหาธาตุ (ประสาทลิ้น), รสธาตุ (รส), ชิวหาวิญญาณธาตุ (การรู้รส) --กลุ่มกาย: กายธาตุ (ประสาทกาย), โผฏฐัพพธาตุ (สัมผัสทางกาย), กายวิญญาณธาตุ (การรู้สัมผัส) -- มโนธาตุ: จิตที่ทำหน้าที่รับอารมณ์ทางปัญจทวาร (ทวารทั้ง ๕) ซึ่งเมื่อไม่มีทวารทั้ง ๕ มโนธาตุก็เกิดขึ้นไม่ได้ (๓.๑) ธาตุ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุที่เหลือจากในธาตุ ๑๘ คือ มโนวิญญาณธาตุ และ ธรรมธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ คือ จิตอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รับรู้ทางใจ -- ธรรมธาตุ คือ นามเจตสิก (เวทนา สัญญา สังขาร), สุขุมรูป (รูปละเอียด) และพระนิพพาน สภาวธรรมทั้ง ๒ ธาตุนี้ "นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี" (๓.๑.๑) ส่วนที่นับเนื่องในอรูปธาตุ = มโนวิญญาณธาตุ และธรรมธาตุ ที่เป็น อรูปาวจรธรรม ซึ่งได้แก่ จิตและเจตสิก (นามขันธ์ ๔) ของสิ่งมีชีวิตที่กำเนิดในอรูปภพ (จตุโวการภพ) หรือของผู้ที่เข้าอรูปสมาบัติ (๓.๑.๒) ส่วนที่ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ = คือ มโนวิญญาณธาตุ และธรรมธาตุ ที่เป็นธรรมในภูมิอื่นนอกเหนือจากอรูปภูมิ ได้แก่ กามาวจรธรรม (ธรรมเนื่องด้วยกามธาตุ/กามภพ); รูปาวจรธรรม (ธรรมเนื่องด้วยรูปธาตุ/รูปภพ); โลกุตรธรรม (เช่น โลกุตรจิต เจตสิกที่ประกอบร่วม และพระนิพพาน ซึ่งพระนิพพานเป็นอสังขตธรรมจัดเป็นธรรมธาตุ มีสภาวะเป็นธรรมที่พ้นจากภพ ๓ จึงไม่จัดนับเนื่องในอรูปธาตุ) (๔) สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ คือ อริยสัจที่เหลือเมื่อแยกทุกขสัจจะออกไปแล้ว ได้แก่ สมุทยสัจจะ (ตัณหา), นิโรธสัจจะ (พระนิพพาน), และ มรรคสัจจะ (อริยมรรคมีองค์ ๘) ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน คือ -- นิโรธสัจจะ และ มรรคสัจจะ จัดเป็นโลกุตรธรรม ซึ่งสภาวธรรมเหล่านี้ล่วงพ้นจากสังสารวัฏและภพภูมิทั้ง ๓ (กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ) ไปแล้ว -- สมุทยสัจจะ (ตัณหา) จะจำแนกเฉพาะใน กามธาตุ เท่านั้น จึงไม่อาจนับเนื่องในอรูปธาตุได้ (๔.๑) ทุกขสัจจะ ที่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ทุกขสัจจะ โดยสภาวะคือ อุปาทานขันธ์ ได้แก่ นามขันธ์ ๔ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์) ที่เป็น อรูปาวจรธรรม ซึ่งก็คือจิตและเจตสิกของสัตว์ผู้เกิดในอรูปภพ หรือของผู้ที่เข้าอรูปสมาบัติ |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:29:47 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
เขาเรียกอวบใช่อ้วนทบทวนที่ เชฟบ๊ะบ๊ะของแท้หนุ่มแก่มอง |
||
|
3
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:53:16 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๗/๖๖) [๒] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในรูปธาตุ จิตไหน ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ~ รูปธาตุ = หมายถึง รูปารมณ์ หรือ "แสง สี และรูปร่างสัณฐาน" ที่กระทบกับตา มีหน้าที่เป็นอารมณ์หรือสิ่งที่ถูกรู้โดยตา (จักขุวิญญาณ)ตัวอย่าง: สีแดง สีเขียว แสงสว่าง ความมืด รูปทรงกลม ทรงเหลี่ยม ที่ปรากฏต่อสายตา (๑) รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ~ รูปขันธ์ = คือ กองรูป คือหมวดหมู่ของรูปธรรมทั้งหมด ๒๘ ชนิด (ได้แก่ มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๒๔) -- ขันธ์ ๔ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๒) อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ(ประสาทตา);..โสตายตนะ..สัททายตนะ; ฆานายตนะ(ประสาทจมูก)..คันธายตนะ; ชิวหายตนะ(ประสาทลิ้น).. รสายตนะ; กายายตนะ(ประสาทกาย)..โผฏฐัพพายตนะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) -- อายตนะ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มีธาตุ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี อายตนะ ๒ ที่นับเนื่องได้ คือ มนายตนะ และ ธัมมายตนะ (เพราะรูปภูมิยังมีจิตและเจตสิกบางส่วนเกิดขึ้นได้) (๓) ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ คือจักขุธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..ชิวหาธาตุ..กายธาตุ..สัททธาตุ..คันธธาตุ..รสธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ (ดิน, ไฟ, ลม ที่กระทบกาย)..จักขุวิญญาณธาตุ (จิตเห็น)..โสตวิญญาณธาตุ (จิตได้ยิน)..ฆานวิญญาณธาตุ (จิตรู้กลิ่น)..ชิวหาวิญญาณธาตุ (จิตรู้รส)..กายวิญญาณธาตุ (จิตรู้สัมผัส)..มโนธาตุ (จิตรับรู้อารมณ์เบื้องต้น)..และธาตุธัมมธาตุ (อารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ เช่น เจตสิก ๕๒, สุขุมรูป ๑๖, นิพพาน) -- ธาตุ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๔) สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ คือ สมุทัยสัจจะ (ตัณหา)..นิโรธสัจจะ (นิพพาน) และ มรรคสัจจะ (องค์มรรค ๘) ทั้ง ๓ สัจจะนี้เป็น นามธรรม ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือนับเนื่องในรูปธาตุ (๔.๑) ทุกขสัจจะ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ได้แก่ รูป ๒๘ ทั้งหมดเช่น กาย, ตา, หู, จมูก, ลิ้น, และสิ่งกระทบต่าง ๆ (๔.๒) ทุกขสัจจะ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ได้แก่ โลกียจิต และเจตสิก ซึ่งเป็นนามธรรมที่เป็นทุกขสัจจะ (๕) อินทรีย์ ๑๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ คือเป็น นามธรรม (จิตและเจตสิก) ทั้งหมด จึงไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวเนื่องด้วยรูปธรรมเลยได้แก่ สุขินทรีย์..ทุกขินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..โทมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์ (ศรัทธา)..วิริยินทรีย์ (ความเพียร)..สตินทรีย์ (สติ)..สมาธินทรีย์ (สมาธิ).. ปัญญินทรีย์ (ปัญญา).. อนัญญาตัญญัสสามิตินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ (๕.๑) อินทรีย์ ๙ ที่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ได้แก่รูป ๕ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์ (๕.๒) อินทรีย์ ๙ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี คือ ในความหมายของภูมิ (เช่น ในอรูปภูมิ ไม่มีรูปเหล่านี้อยู่เลย) ได้แก่ (๕.๒.๑) ภาวรูป ๒ ความเป็นหญิง ความเป็นชาย อิตถินทรีย์..ปุริสินทรีย์นับเนื่องในรูปธาตุ เพราะเป็นรูปธรรมที่แสดงลักษณะเพศ แต่ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ในภูมิที่ไม่มีเพศ (เช่น พรหมโลก หรืออรูปภูมิ) (๕.๒.๒) ชีวิตินทรีย์ (อินทรีย์ที่รักษาชีวิต) นับเนื่องในรูปธาตุ เมื่อหมายถึง รูปชีวิตินทรีย์ (ที่หล่อเลี้ยงรูปกาย) -- ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ เมื่อหมายถึง นามชีวิตินทรีย์ (เจตสิกที่หล่อเลี้ยงนามธรรม) (๕.๒.๓) มนินทรีย์ (จิต) -- มุมมองนับเนื่องในรูปธาตุ ในแง่ที่ต้องอาศัยรูป (หทัยวัตถุ) ในการเกิดขึ้น (สำหรับภูมิที่มีทั้งรูปและนาม) -- ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ โดยตัวสภาวะของมันเองที่เป็นนามธรรม หรือเมื่อเกิดในอรูปภูมิ (๖) อกุศลเหตุ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ -- เหตุ ๖ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๗) กพฬิงการาหาร ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ -- อาหาร ๓ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๘) ผัสสะ ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๙) เวทนา ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๑๐) สัญญา ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี (๑๑) เวทนา ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ (๑๒) จิต ๖ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ |
||
|
4
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:11:05 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
อย่าคิดมากเลยนะอย่าว้าวุ่น ความหมายหุ่นและเชฟสุดเซฟตี้ ![]() |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:55:24 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๖/๖๖) (๕) อินทรีย์ ๑๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน คือ มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์.. สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ ~ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ = อินทรีย์คือการรู้ธรรมที่ยังไม่เคยฟังมาก่อน (ในโสดาปัตติมรรค) ~ อัญญินทรีย์ = อินทรีย์คือการรู้อริยสัจที่ยิ่งๆ ขึ้นไป (ในมรรคเบื้องบน ๓ และผลเบื้องต่ำ ๓) ~ อัญญาตาวินทรีย์ = อินทรีย์คือความเป็นพระอรหันต์ผู้รู้จบสิ้นแล้ว (๖) เหตุ ๖ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ (๖.๑) บรรดาเหตุ ๖ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุคือ อโลภะ..กุศลเหตุคืออโทสะ.. กุศลเหตุคืออโมหะ (๖.๒) อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ อโลภะ..อโทสะ..อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย (๗) อาหาร ๓ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร (๘) ผัสสะ ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้ (๙) เวทนา ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๑๐) สัญญา ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๑๑) เจตนา ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๑๒) จิต ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ [ค] ปริยาปันนาปริยาปันนวาระ = คือ วาระว่าด้วยการแสดงธรรมที่นับเนื่องกันและไม่นับเนื่องกัน ในกามธาตุเหล่านั้น [๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในกามธาตุขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในกามธาตุ ฯลฯ..บรรดาจิต จิตไหน นับเนื่องในกามธาตุ..จิตไหน ไม่นับเนื่องในกามธาตุ? (๑) รูปขันธ์ นับเนื่องในกามธาตุ -- ขันธ์ ๔ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๒) อายตนะ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ -- อายตนะ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๓) ธาตุ ๑๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- ธาตุ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๔) สมุทยสัจจะ นับเนื่องในกามธาตุ -- สัจจะ ๒ ไม่นับเนื่องในกามธาตุ -- ทุกขสัจจะ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๕) อินทรีย์ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ เป็นสภาพธรรมที่เป็นอัพยากตะ (ไม่ใช่กุศลหรืออกุศล เป็นวิบากหรือกิริยา) เป็นไปในกามโลก ได้แก่ จักขุนทรีย์- ตา..โสตินทรีย์ -หู..ฆานินทรีย์- จมูก..ชิวหินทรีย์ -ลิ้น..กายินทรีย์-กาย..อิตถินทรีย์ -ความเป็นหญิง..ปุริสินทรีย์ -ความเป็นชาย..สุขินทรีย์ -สุขกาย..ทุกขินทรีย์-ทุกข์ลำบากทางกาย..อัญญาตาวินทรีย์- ปัญญาของผู้ปฏิบัติได้ญาณในอรหัตตผล -- อินทรีย์ ๓ ไม่นับเนื่องในกามธาตุ คือ อนัญญาตินทรีย์= อินทรีย์คือสภาพที่เป็นใหญ่ เป็นตาเห็นแจ้งในธรรมที่ยังไม่เคยรู้ (โสดาปัตติมรรคจิต)..อัญญินทรีย์ = อินทรีย์คือความเป็นผู้รู้แจ้ง (เสขปาฏิปทา/มรรคเบื้องกลางและผลเบื้องต่ำ)..อัญญาตาวินทรีย์ = อินทรีย์คือความเป็นผู้รู้จบแล้ว (อรหัตตผลญาณของพระอรหันต์) -- อินทรีย์ ๙ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี คือ สัทธินทรีย์ = ความเชื่อ, ศรัทธาที่เป็นใหญ่..วิริยินทรีย์ = ความเพียรที่เป็นใหญ่..สตินทรีย์ = ความระลึกได้, สติที่เป็นใหญ่..สมาธินทรีย์ = ความตั้งมั่น, สมาธิต่าง ๆ ที่เป็นใหญ่..ปัญญินทรีย์ = ความรู้แจ้ง, ปัญญาที่เป็นใหญ่..มนินทรีย์ = จิตหรือใจที่รับรู้อารมณ์..สุขินทรีย์ = ความรู้สึกสบายกาย..โสมนัสสินทรีย์ = ความรู้สึกสบายใจ, ความยินดี..อุเปกขินทรีย์ = ความรู้สึกเฉย ๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ (๖) อกุศลเหตุ ๓ นับเนื่องในกามธาตุ -- เหตุ ๖ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๗) กพฬิงการาหาร นับเนื่องในกามธาตุ -- อาหาร ๓ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๘) ผัสสะ ๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๙) เวทนา ๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๑๐) สัญญา ๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๑๑) เจตนา ๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี (๑๒) จิต ๖ นับเนื่องในกามธาตุ -- มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในกามธาตุก็มี..ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:23:49 PM
|
||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
สักวาน้ำท่วมไม่ยอมลด เงินก็หมดอดมื้อใครถือสา ข้าวสารพร่องมองน้ำช้ำอุรา ทุกข์ประดังถั่งมาทุกนาที จะหยิบยืมผู้ใดก็ใจฝ่อ น้ำยังรอระบายไร้ทางหนี เงินติดตัวซื้อข้าวยังไม่มี ใครปรานีเห็นใจบ้างไหมเอย ![]() ต้นฝ้าย |
||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:15:36 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
เหมือนโดนว่าอย่างไรไม่รู้นะ ใครพอจะอธิบายความหมายนี้ ![]() |
||
|
8
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:25:46 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๕/๖๖) (๒.๙) ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุสัมผัส..โสตสัมผัส..มโนธาตุสัมผัส.. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๒.๑๐) เวทนา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ.. มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๑) สัญญา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๒) เจตนา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ.. มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๓) จิต ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ [๓] อรูปธาตุ (๓.๑) ในอรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในอรูปธาตุ มีขันธ์ ๔..อายตนะ ๒..ธาตุ ๒.. สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๑๑..เหตุ ๘..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑ (๓.๒) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์ (๓.๓) อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มนายตนะ..ธัมมายตนะ ~ มนายตนะ = ได้แก่ จิตทั้งหมดในอรูปภูมิ ~ ธัมมายตนะ = ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ (เจตสิกที่ประกอบกับจิต) (๓.๔) ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ~ มโนวิญญาณธาตุ = ธรรมชาติที่เป็นตัวจิตหรือวิญญาณที่ทำหน้าที่รับรู้เรื่องราวทางใจ คิดนึก และรู้อารมณ์ต่างๆ ในอรูปภูมิ ~ ธัมมธาตุ = ธรรมชาติที่เป็นเจตสิก (ความรู้สึก ความคิดปรุงแต่งต่างๆ ที่ประกอบกับจิต) และสุขุมรูปหรือธรรมารมณ์ที่จิตรู้ได้ในภูมิเหล่านั้น (๓.๕) สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ ~ มัคคสัจจะ ในอรูปธาตุ = มีแค่ ๕ (ไม่ครบแปดเหมือนใน รูปธาตุ) โดยเกี่ยวในหมวดศีล จะไม่เกิดขึ้นในโลกุตตรมรรคของอรูปภูมิ ได้แก่ สัมมาวาจา (วาจาชอบ)..สัมมากัมมันตะ (การงานชอบ)..สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) เนื่องจากในอรูปภูมิไม่มีทวารกายและทวารวาจาให้ต้องงดเว้นจากกายทุจริตหรือวจีทุจริต (๓.๖) อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์.. สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ (๓.๗) เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๒..อัพยากตเหตุ ๓ (๓.๘) อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร (๓.๙) ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๓.๑๐) เวทนา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๑) สัญญา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๒) เจตนา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๓) จิต ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ [๔] โลกุตตระ [๑] ในโลกุตตระ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในโลกุตตระ มีขันธ์ ๔..อายตนะ ๒..ธาตุ ๒.. สัจจะ ๒..อินทรีย์ ๑๒..เหตุ ๖..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑ (๑) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์ (๒) อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มนายตนะ..ธัมมายตนะ ~ ขณะที่เกิดโลกุตตรธรรม มนายตนะ จะทำหน้าที่เป็นผู้รู้ ~ โดยมี ธัมมายตนะ (พระนิพพาน) เป็นสิ่งที่ถูกรู้ และมี ธัมมายตนะ (เจตสิก ๓๖) เป็นกำลังสนับสนุนร่วมกัน ทำงานพร้อมกันในขณะจิตเดียวเพื่อทำลายอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป (๓) ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ~ มโนวิญญาณธาตุ = หมายถึง โลกุตตรจิต (จิตที่พ้นจากโลก ออกจากวัฏสงสาร ได้แก่ มรรคจิต ๔ และผลจิต ๔) ทำหน้าที่เป็นธาตุรู้แจ้งอารมณ์อันประณีต คือพระนิพพาน ~ ธัมมธาตุ = ธรรมารมณ์ที่ประกอบร่วมและรองรับ ได้แก่ เจตสิกธรรมที่เกิดร่วมกับโลกุตตรจิต (เช่น สติ ปัญญา ศรัทธา) และพระนิพพาน (นิโรธสัจจะ) (๔) สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มัคคสัจจะ..นิโรธสัจจะ |
||
|
9
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 09:45:07 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ตีลังกาพาพลาดเรืออาจล่ม แต่หุ่นกลมลอยล่องตุ๊บป่องจ้ะ ![]() |
||
|
10
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 04:08:10 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๔/๖๖) [ข] อุปปัตตานุปปัตติวาระ = คือ วาระว่าด้วยการแสดงความเกิดขึ้นและความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมทั้งหลาย ในกามธาตุเป็นต้น ~ กามธาตุ = สภาวะหรือธาตุคือกาม ความตรึก ความดำริ หรือความอยากในกาม รวมถึงภพภูมิที่เป็นที่อยู่ของสัตว์ผู้ยังเกี่ยวข้องด้วยกาม [๑] กามธาตุ (๑) ในกามธาตุมีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร? ในกามธาตุ มีขันธ์ ๕..อายตนะ ๑๒..ธาตุ ๑๘.. สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๒๒..เหตุ ๙..อาหาร ๔..ผัสสะ ๗..เวทนา ๗..สัญญา ๗..เจตนา ๗..จิต ๗ (๑.๑) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์ ฯลฯ..วิญญาณขันธ์ (๑.๒) อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ; โสตายตนะ..สัททายตนะ; ฆานายตนะ..คันธายตนะ; ชิวหายตนะ.. รสายตนะ; กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ; มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๑.๓) ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..ฯลฯ มโนธาตุ.. ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๑.๔) สัจจะ ๓ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ (๑.๕) อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์..ฯลฯ..อัญญาตาวินทรีย์ (๑.๖) เหตุ ๙ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๓..อัพยากตเหตุ ๓ (๑.๗) อาหาร ๔ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ กพฬิงการาหาร..ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร (๑.๘) ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุสัมผัส.. ฯลฯ..มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๙) เวทนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส...เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส...เวทนาเกิดแต่ฆานสัมผัส...เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส...เวทนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...เวทนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๐) สัญญา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส...สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส...สัญญาเกิดแต่ฆานสัมผัส...สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส... สัญญาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๑) เจตนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส...เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส...เจตนาเกิดแต่ฆานสัมผัส...เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส...เจตนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...เจตนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๒) จิต ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..ฯลฯ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ ในกามธาตุ (๑.๑๓) ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..ฯลฯ มโนธาตุ.. ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ [๒] รูปธาตุ (๒.๑) ในรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในรูปธาตุ มีขันธ์ ๕..อายตนะ ๖..ธาตุ ๙..สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๑๔..เหตุ ๘..อาหาร ๓..ผัสสะ ๔.. เวทนา ๔..สัญญา ๔..เจตนา ๔..จิต ๔ (๒.๒) ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์..ฯลฯ..วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ (๒.๓) อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๒.๔) ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ; โสตธาตุ..สัททธาตุ..โสตวิญญาณธาตุ; มโนธาตุ..ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๒.๕) สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ (๒.๖) อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์.. วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์..อัญญินทรีย์.. อัญญาตาวินทรีย์ (๒.๗) เหตุ ๘ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๒..อัพยากตเหตุ ๓ (๒.๗.๑) บรรดาเหตุ ๘ ในรูปธาตุนั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุคืออโลภะ..กุศลเหตุคืออโทสะ.. กุศลเหตุคืออโมหะ (๒.๗.๒) อกุศลเหตุ ๒ เป็นไฉน? คือ อกุศลเหตุคือโลภะ..อกุศลเหตุคือโมหะ (๒.๗.๓) อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ อโลภะ..อโทสะ..อโมหะ..ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย..หรือ ในกิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย (๒.๘) อาหาร ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร...วิญญาณาหาร |
||



