Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:58:56 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์




    #"เสียงจากใบบาง"


    
    ควันสีหม่นครอบคลุมเป็นกลุ่มใหญ่
    ลิบลับไกลสุดตาท้องฟ้าสลัว
    ปีบ กันเกรา มิอาจหยุดหวาดกลัว
    ท้องฟ้ามัวรายรอบคุมครอบเรา

    วานวันฟ้าแต่งแต้มความแจ่มใส
    ปีบ กันเกราต้นใหญ่ใกล้เรือนเหย้า
    ฟากฟ้าเดิมวันนี้เปลี่ยนสีเทา
    ควันสีหม่นสะท้อนเงาคละเคล้าจาง

    มองครั้งใดไม่อาจหยุดหวาดกลัว
    ทั้งวัน-คืนมืดสลัวทั่วฟ้ากว้าง
    เสียงครวญคร่ำร่ำไห้ผ่านใบบาง
    ยังรอคอยแสงสว่างกลับคืนมา

    ฟ้าสีครามความหวังดั่งวันเก่า
    ปีบ กันเกราทั้งสองร่ำร้องหา
    พลิ้วลมผ่านโบกสะบัดช่วยพัดพา
    สว่างทั่วท้องฟ้าตั้งตาคอย

    กันต์กรีนซี
    ๓๐/๗/๒๕๖๙





 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:08:38 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


จีบสาวใดเอาไว้อย่าให้รู้     ว่าน้าหมูเปียกฉี่คงมีหวัง 

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:25:40 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร

[ง] สุขในรูปฌานและอรูปฌาน
(๑) ดูก่อนอานนท์ เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า
-> สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนี้เพราะเหตุไร
(๒) เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่า และประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่
(๓) ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
(๔) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม; สงัดจากอกุศลธรรม
(๔.๑) บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกลว่าและประณีตกว่าสุขนี้
-> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร
-> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่า และประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่
-> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
 ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
(๔.๒) บรรลุทุติยฌาน = มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน; เป็นธรรมเอกผุดขึ้น; ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป; มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้
-> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร
-> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่
-> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
(๔.๓) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะและเสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป
-> บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้
-> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัสมีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร
-> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ ยังมีอยู่
-> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
(๔.๔) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่
-> นี้แลอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้
-> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง
-> ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่
-> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
(๔.๕) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุอากาสานัญจายตนฌานด้วยมนสิการว่าอากาศไม่มีที่สุด; เพราะล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง; เพราะดับปฏิฆสัญญาได้; เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญาอยู่ นี้แล
~ อากาสานัญจายตนฌาน =  คือ อรูปฌานขั้นที่ ๑ ที่กำหนดเอา "อากาศ" หรือ "ช่องว่าง" หาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ผู้ปฏิบัติจะบริกรรมว่า "อากาศไม่มีที่สุด"
~ ปฏิฆสัญญา = การดับปฏิฆสัญญา คือการหยุดความจำในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ทั้งปวง เพื่อเข้าสู่สมาธิที่ประณีตกว่า
~ มนสิการนานัตตสัญญา = คือ สัญญา การจำ ที่ต่างๆ กัน อันหมายถึง สัญญา ความจำ ที่เกิดกับจิตประเภทต่างๆ หลากหลาย แตกต่างกันไป ชื่อว่า นานัตตสัญญา
-> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน
(๔.๖) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน ด้วยมนสิการว่า วิญญาณไม่มีที่สุด; เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่
~ วิญญาณัญจายตนฌาน =  คือ อรูปฌานที่ ๒ ซึ่งเป็นสมาธิขั้นสูงที่เพ่ง "วิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุด" เป็นอารมณ์ โดยก้าวล่วงอากาสานัญจายตนฌาน อรูปฌานที่ ๑ มาได้แล้ว ด้วยการบริกรรมว่า "วิญญาณหาที่สุดมิได้"
-> นี้แลอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ เป็นไฉน
(๔.๗) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุอากิญจัญญายตนฌานด้วยมนสิการว่า อะไรๆ ก็ไม่มี; เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่ นี้แล
~ อากิญจัญญายตนฌาน = คืออรูปฌานขั้นที่ ๓ ในสมาธิ ๙ ระดับ เป็นภาวะจิตที่ตั้งมั่นโดยกำหนดเอา "ความไม่มีอะไรเลย"  เป็นอารมณ์ ล่วงอารมณ์ของวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จัดเป็นฌานที่ละเอียดสูงกว่าอากาสานัญจายตนะและวิญญาณัญจายตนะ

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:32:42 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล
อ้างจาก: Black Sword ที่ เมื่อวานนี้ เวลา 10:07:08 PM

วิ่งอย่างไวคล้ายแข่งโอลิมปิค    เหงื่อแตกซิกผุดกระจายทั่วใบหน้า
 


หวังจะถึงปลายฝันอันโสภา     ดันฉี่ราดเปียกขา น่าอายจัง

ไม่ทันเนาะ


 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:11:46 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 AddEmoticons00928
ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

หัวใจพัฒนา

     ​เพียรอ่านเขียน เสริมสร้าง สติปัญญา
สั่งสมมา วันละนิด จิตสดใส
หมั่นศึกษา ค้นคว้า ก้าวหน้าไป
เปิดโลกกว้าง แสนไกล ให้แก่ตน
     ​เรียนให้รู้ ลึกซึ้ง ทุกการงาน
ไม่แตกฉาน อย่าเพิ่งท้อ พากเพียรผล
ใช้ความคิด ไตร่ตรอง กรองกมล
รักษาตน ด้วยเรียนรู้ คู่พัฒนา
     ​ดูให้เห็น ความจริง ยิ่งประเสริฐ
ปัญญาเลิศ ไม่หลงผิด คิดรักษา
มองโลกกว้าง ด้วยใจงาม รู้นำพา
ตลอดเวลา แก้ได้ ในทุกคราว
     ​ทำให้เป็น เก่งกล้า ประสบการณ์
สร้างผลงาน แต่ครั้ง ยังหนุ่มสาว
ลงมือทำ นำชีวิต สู่ดวงดาว
เกียรติยศ พร่างพราว อย่างภาคภูมิ

คนเรียนไพร
๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: แค่..อยากฟังเพลง
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:58:52 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


รอยสัญญาฝังทรวงทุกห้วงจิต
ครวญคร่ำคิดทุกข์ทนจนใจหาย
พี่ทำเหมือนอย่างเช่นซ่อนเร้นกาย
หรือแหนงหน่ายรักเก่าเฝ้าแรมรา

ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

° :. ° .☆   . ● .° °★

♫  คิดถึงพี่ ♫  วิภา จันทรกูล



 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:39:28 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๓/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร

๙. พหุเวทนิยสูตร
ว่าด้วยช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ
[ก] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวนาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี
~ เชตวนาฯ= วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย
(๑) ครั้งนั้น นายช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ เข้าไปหาท่านพระอุทายี นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
[ข] กถาว่าด้วยเวทนา
(๑) นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กล่าวกะท่านพระอุทายีว่า ท่านพระอุทายี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้เท่าไร
(๒) ท่านพระอุทายีตอบว่า : ดูก่อนคฤหบดี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการ คือ สุขเวทนา ๑; ทุกขเวทนา ๑; อทุกขมสุขเวทนา ๑
(๓) ปัญจกังคะ กล่าว : ข้าแต่ท่านพระอุทายี พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้ ๒ ประการ คือ สุขเวทนา ๑; ทุกขเวทนา ๑; เพราะอทุกขมสุขเวทนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในสุขอันสงบ อันประณีตแล้ว
ปัญจกังคะ : กล่าวยืนคําเป็นครั้งที่ ๒
(๔) ท่านพระอุทายี : ได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๓
(๕) นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ : ได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๓
(๖) ท่านพระอุทายีไม่สามารถจะให้นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะยินยอมได้ นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะก็ไม่สามารถจะให้ท่านพระอุทายียินยอมได้
(๗) ท่านพระอานนท์ได้สดับถ้อยคําเจรจาของท่านพระอุทายีกับนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ
-> จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้กราบทูลถ้อยคําเจรจาของท่านพระอุทายีกับนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะทั้งหมด -> พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของพระอุทายี และพระอุทายีก็ไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ดูก่อน
-> ท่านพระอุทายีได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๒ ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ตรัสเวทนาไว้ ๒ ประการ แต่ตรัสไว้ ๓ ประการ คือ สุขเวทนา ๑, ทุกขเวทนา ๑, อทุกขมสุขเวทนา ๑
(๘) พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกับพระอานนท์
(๘.๑) แม้เวทนา ๒ เราได้กล่าวแล้วโดยปริยาย
-> ถึงเวทนา ๓ เวทนา ๔ เวทนา ๕ เวทนา ๖ เวทนา ๑๘ เวทนา ๓๖ เวทนา ๑๐๘ เราก็กล่าวแล้วโดยปริยาย
(๘.๒) ดูก่อนอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยายอย่างนี้แล ผู้ใดไม่รู้ตามด้วยดี; ไม่สําคัญตามด้วยดี; ไม่ยินดีตามด้วยดี; ซึ่งคําที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกัน ในธรรมที่เราแสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว
-> ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักบาดหมาง ทะเลาะวิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอก คือ ปากอยู่
(๘.๓) ดูก่อนอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยายอย่างนี้ ผู้ใดรู้ตามด้วยดี; สําคัญตามด้วยดี; ยินดีตามด้วยดี ซึ่งคําที่กล่าวดี พูดดี ของกันแลกัน ในธรรมที่เราแสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว
-> ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักพร้อมเพรียง บันเทิง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมระคนกับน้ำ แลดูกันด้วยสายตาเป็นที่รักอยู่
[ค] กามคุณ ๕
(๑) ดูก่อนอานนท์ กามคุณ ๕ นี้เป็นไฉน
-> คือ รูปอันจะพึงรู้ด้วยจักษุ อันสัตว์ปรารถนา ใคร่ พอใจ เป็นที่รัก ประกอบด้วยกามเป็นที่ตั้งแห่งความกําหนัด
-> เสียงอันจะพึงรู้โดยโสตะ...
-> กลิ่นอันจะพึงรู้ด้วยฆานะ..
-> รสอันจะพึงรู้ด้วยชิวหา...
-> โผฏฐัพพะอันจะพึงรู้ด้วยกาย อันสัตว์ปรารถนา ใคร่พอใจ เป็นที่รัก ประกอบด้วยกามเป็นที่ตั้งแห่งความกําหนัด
(๒) ดูก่อนอานนท์ นี้แลกามคุณ ๕
-> สุขโสมนัสอันใดย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามคุณ ๕ นี้ สุขและโสมนัสนี้ เรากล่าวว่ากามสุข
~ กามสุข = สุขโสมนัสที่เกิดขึ้นเมื่อได้เสพ ได้พบเห็น หรือเสวยอารมณ์จากกามคุณ ๕ เหล่านั้น  พระพุทธเจ้าตรัสว่ากามสุขเป็นสุขที่เบาบาง ไม่ยั่งยืน และ ไม่ใช่สุขอย่างยอดเยี่ยม เพราะมีโทษ คือทำให้คนเราต้องเหนื่อยยากในการหาทรัพย์มาปรนเปรอ และยังมีความสุขที่ประณีตกว่าคือกามสุขในทางธรรม เช่น สุขจากการออกจากกาม

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:07:08 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

วิ่งอย่างไวคล้ายแข่งโอลิมปิค    เหงื่อแตกซิกผุดกระจายทั่วใบหน้า
 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:38:47 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

จะโกรธนานอีกไหมรีบไปซี     เดี๋ยวจะมีเรี่ยราดจะบาดตา 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:50:15 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร

    ๒๓.สงฆ์พลันลุ"ปฐมฌาน".......................พลันตรึกกะ"วิจาร"กล้า
อิ่มใจ,สุขะเกิดหนา.....................................แต่สุขซิประณีตเหนือ

    ๒๔.แลพุทธ์องค์ตรัสพลัน........................สุขอันเลิศกว่านี้
มีอยู่ประณีตชี้............................................เหนือแล้เป็นไฉน

    ๒๕.ตรัสสงฆ์ประลุ"ฌานสอง".................."ตรึก,ตรองสละ"โดยไว
ธรรมเอก ณ หทัยไซร้.................................ผ่องใส"ปิติ"เกิดเผย

    ๒๖.เปรยฌานสองสุขเกิด........................เลิศจากสมาธิ์แน่วพร้อม
มากกว่ากาม์สุขน้อม....................................สุขแล้อันเหนือ ยังมี

    ๒๗.สงฆ์ล่วงตติย์ฌานไว..........................อิ่มใจปิติไม่เหลือ
สัมป์ชัญฯสติอยู่เจือ.....................................ใจคง ณ อุเบกขา

    ๒๘.คราฌานสามสุขหลาย........................จาก"นามกาย"แน่แล้ว
มากกว่ากามสุขแป้ว.....................................สุขล้นอันเหนือ ยังมี

    ๒๙.สงฆ์ล่วงจตุฌานฯชุก..........................ทุกข์,สุขสละปลงเถือ
จิตจ่อ ณ อุเบกฯเจือ.....................................เหตุให้สติแผ้วหนา

    ๓๐.คราพุทธ์องค์มิรุก...............................กามสุขจะเลิศได้
สุขประณีตเหนือไซร้....................................ย่อมแท้มีแฉ

    ๓๑.พุทธ์เจ้าภณะอานนท์..........................สุขด้นเจาะประณีตแล
ยิ่งกว่าภวกามฯแท้........................................ยังมีก็"อรูปฌาน"

    ๓๒.สงฆ์พาน"อากาสาฯ"............................ใจตริอากาศแล้
มิสุดเขตโดยแท้...........................................รูปไร้ตรึกเผย

    ๓๓."สัญญาปฏิฆาฯ"เลิก............................"จำ"เพิกสละหมดเอย
"รูป,เสียง,รสะ,กลิ่น"เชย................................"โผฏฐัพฯ"มละทิ้งหนา

    ๓๔.ตัดจำ,"นานัตสัญฯ".............................เกิดครันกับจิตแล้
หลายหลากประเภทแท้................................จึ่งน้อม"อากาฯ"

    ๓๕.อานนท์สุตะให้ดี.................................สุขที่ปะทะเหนือกว่า
กาม์สุขก็จะมีคว้า.........................................คราสงฆ์ประลุ"วิญญาฯ"

    ๓๖.คราสงฆ์จงใจพาน..............................วิญญาณมิสุดแล้
จิตเพ่งทราบโดยแท้.....................................แผ่ไร้เขตเผย

    ๓๗.พุทธ์เจ้าวทะอานนท์...........................สุขดลอภิรมย์เอ่ย
ยังมีสุขะเหนือเชย........................................"อากิญฯ"นิรใดแฉ

    ๓๘.แล"อากิญจัญฯ"หนา...........................หามีใดอยู่พร้อม
"นิด"ก็มิมีน้อม..............................................ปราศแท้อารมณ์

    ๓๙.พุทธ์เจ้าวจะอานนท์............................สุขยลซิประเสริฐชม
ยิ่งกว่าก็ปะมีสม............................................คือ"เนวะนะสัญญาฯ"

    ๔๐.คราเนวสัญญาฯ..................................ภาวะจิตสงบแท้
"จำ"ไม่มี,มีแล้................................................ห่อนเอื้อนแจงหนา

    ๔๑.พุทธ์เจ้าภณะสุขมา.............................ยิ่งกว่าภวะมีกล้า
"สัญเวทยิฯ"ดับหนา......................................เวท์นาและระลึกปลง

    ๔๒.คงระงับจิต,กาย..................................วจีฉาย,ชีพช้อย
ความสุข"อนาฯ"พร้อย...................................พักแท้อรหันต์

    ๔๓."สัญเวทยิฯ"สุขยิ่ง................................ดีจริงเจาะประณีตดั้น
เลิศกว่าสุขะกามฯสรรค์.................................ดับ"จำ"มละเวท์นา

    ๔๔.คราระงับกายสังขาร............................กรานวจี,จิตแล้
เหลือสงบโดยแท้..........................................สุขพร้อม,ฌานไหน มิเทียม

    ๔๕.พุทธ์เจ้าเจาะแนะอานนท์......................หากคนวทะถามไกล
"สัญเวทยิฯ"จัดไซร้.......................................เกิดสุขภวมีแฉ

    ๔๖.แลควรตอบความครบ..........................สงบ,ประณีตพร้อม
หนีห่างทุกข์สุขน้อม......................................สุขแท้เรียกไข

    ๔๗.พุทธ์องค์มิคะเน..................................."สุขเวทะนะ"กาย,ใจ
เพียงหนึ่งตะจรดไซร้.....................................ทุกแห่งสุขะเกิดหนา

    ๔๘.คราพุทธ์องค์ตรัสจบ............................อานนท์นบชื่นน้อม
ภาษิตชัดเจนพร้อม........................................ลึกซึ้งพระธรรม ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๙. พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ : พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/boBD9TLOyIK5K1MM3

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.507 วินาที กับ 19 คำสั่ง
กำลังโหลด...