Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ตาเบบูญ่า
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 03:22:07 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย ปลาย อักษร


เมื่อสีทองต้องมนต์บนกิ่งก้าน
ต่างพร้อมสะพรั่งบานตระการก่อ
กลีบดอกพวงพ่วงรักที่ถักทอ
ข้ามขอบฟ้ามาพะนอ รอเรียงราย

แว่วสำเนียงเรียกร้องของอีกฝั่ง
ทวนความหลังเก่าเตือนมิเลือนหาย
เหลืองระยับวับวาวราวประกาย
เตือนจิตหมายมอบไว้สู่ปลายทาง

จะย้อนกลับคืนทุ่งมุ่งสู่ฝัน
หยุดคืนวันของเราแนบเนาข้าง
เมื่อเจ้าส่งใจสั่งความหวังวาง
พี่จะขอก่อสร้างสะพานใจ


.........ปลาย อักษร


 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:57:50 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ปลาย อักษร


แมวบ้านน้อยมากมายคงใช้ได้
ตะกูลไข่สามไข่อยู่ในบ้าน
นอนทั้งวันเช้าค่ำไม่ทำงาน
เอ่ยขอวานเขาช่วยด้วยยินดี

 AddEmoticons00921

........ปลาย อักษร

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:51:03 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ปลาย อักษร


เพิ่งเข้ามาต๊กใจได้แต่มอง     ดูพี่น้องว้าวุ่นกันวุ่นวาย
 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:58:21 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์

-> ปธานสังขาร = ความปรารภความเพียร เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ; ความขะมักเขม้น; ความพยายาม; ความอุตสาหะ; ความทนทาน; ความเข้มแข็ง; ความหมั่นความก้าวไปอย่างไม่ท้อถอย; ความไม่ทอดทิ้งฉันทะ ความไม่ทอดทิ้งธุระ; ความประคับประคองธุระไว้ด้วยดี; วิริยะ; วิริยินทรีย์; วิริยพละ; สัมมาวายามะ; อันใดนี้เรียกว่า ปธานสังขาร
ด้วยเหตุดังกล่าวนั้น จึงเรียกว่า ประกอบด้วย ฉันทสมาธิ ปธานสังขาร ด้วยประการฉะนี้
(๑)  = ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร = เป็นอย่างไร
(๑.๑) ถ้าภิกษุทำฉันทะให้เป็นอธิบดีแล้วได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต นี้เรียกว่า ฉันทสมาธิ
(๑.๒) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดมิให้เกิด
(๑.๓) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
(๑.๔) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด
(๑.๕) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร  ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย; ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
ธรรมเหล่านี้เรียกว่า ปธานสังขาร
[ข] วิริยิทธิบาท
(๒) วิริยสมาธิ และ ปธานสังขาร
 = ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร
(๒.๑) ถ้าภิกษุทำวิริยะให้เป็นอธิบดีแล้วได้สมาธิ, ได้เอกัคคตาจิต นี้เรียกว่าวิริยสมาธิ
(๒.๒) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อ
-> ป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดมิให้เกิด
-> เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
-> เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด
-> ภิกษุนั้นสร้างฉันทะพยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย; ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
-> ธรรมเหล่านี้เรียกว่า ปธานสังขาร
-> ประมวลย่อ วิริยสมาธิและปธานสังขารเข้าเป็นอย่างเดียวกัน จึงนับได้ว่าวิริยสมาธิและปธานสังขาร ด้วยประการฉะนี้
(๒.๓) วิริยะ = เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ; สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า วิริยะ
(๒.๔) สมาธิ = เป็นไฉน
-> ความดำรงอยู่; ความตั้งมั่น; ความไม่ฟุ้งซ่าน
แห่งจิต ภาวะที่จิตไม่ซัดส่าย; สมถะ; สมาธินทรีย์; สมาธิพละ; สัมมาสมาธิ นี้เรียกว่า สมาธิ
-> ปธานสังขาร = เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ; สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ปธานสังขาร
-> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขารนี้ จึงเรียกว่า ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร
[ค] จิตติทธิบาท
(๓) จิตตสมาธิ และ ปธานสังขารภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร
-> คำว่า อิทธิ = ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี; กิริยาที่สำเร็จ กิริยาที่สำเร็จด้วยดี; ความได้ ความได้เฉพาะ ความถึง ความถึงด้วยดี; ความถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; ความเข้าถึงธรรมเหล่านั้น;
-> คำว่า อิทธิบาท = อธิบายว่า เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และ วิญญาณขันธ์ของบุคคลผู้เป็นอย่างนั้น
-> คำว่า เจริญอิทธิบาท = อธิบายว่า ภิกษุเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งธรรมเหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท
(๓.๑) ถ้าภิกษุทำจิตให้เป็นอธิบดีแล้วได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต นี้เรียกว่า จิตตสมาธิ
(๓.๒) ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อ
(๓.๓) ป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดมิให้เกิด
(๓.๔) ฯลฯ เพื่อละบาปอกุศลธรรมอันเกิดแล้ว
(๓.๕) ฯลฯ เพื่อทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด
(๓.๖) ฯลฯ ภิกษุนั้นสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย; ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว; ธรรมเหล่านี้เรียกว่า ปธานสังขาร
ประมวลย่อจิตตสมาธิและปธานสังขารเข้าเป็นอย่างเดียวกัน จึงนับได้ว่าจิตตสมาธิและปธานสังขาร

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ตาเบบูญ่า
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:29:56 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


ตาเบบูญ่า

ตาเบบูญ่าบาน ผ่านอีกคราว
ไอหมอกขาวเช้าหนึ่งคิดถึงเสมอ
ตาเบบูญ่าผลิดอกอยากบอกเธอ
รักแรกเจอลืมได้อย่างไรกัน

เหลืองตระการดอกช่อรอเธออยู่
ยังพรั่งพรูทรงจำ สำหรับฉัน
เริ่มเบ่งบานแล้วหนอเพื่อรอวัน
หวังเธอนั้นแวะมาอย่าลืมเลือน

สายลมร้อนพัดพาแทนคำบอก
กิ่งต้านลมเย้าหยอกดอกร่วงเกลื่อน
ตาเบบูญ่าแย้มบานดอกแค่บอกเตือน
รอเธอเยือนเหมือนก่อนตอนพบพา

ดอกสีเหลืองเรืองรอง สองข้างฝั่ง
ลมพัดสั่งซังเซ ตาเบบูญ่า
เฝ้าแต่คอยแค่หวังอย่างตั้งตา
แวะเยือนมาหากัน"ฉั น ยั ง ร อ"

กันต์กรีนซี




 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ พันธนาการที่รู้ตัว ღ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:21:56 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



ღ  พันธนาการที่รู้ตัว  ღ

เมื่อวัยผ่านนานพ้นจนประจักษ์
เลิกร้องทักเรื่องชนะละเหลวไหล
ไม่จำเป็นต้องฝืนกลืนก้อนไฟ
เรื่องหนักใจวางลงตรงที่เดิม

หากไม่ใช่ทางเราเราก็หยุด
เพื่อสิ้นสุดแรงดันอันคอยเสริม
ชีวิตสั้นเกินกว่าควรมาเติม-
ความสุขเพิ่มให้เก่งอย่าเกรงกลัว

.✧・゚: *✧・゚:*

รู้ทั้งรู้ทฤษฎีที่แจ้งชัด
แต่ยังมัดพันธนาการรัดพันทั่ว
ยังแบกโลกทั้งใบไว้กับตัว
ท่ามกลางเงาสลัวที่มัวมน

ยังก้าวเท้าไม่ออกแอบห่วงหา
ติดในบ่วงศรัทธาที่สับสน
รู้ว่าหนักแต่ยังแบก อย่างอดทน
เป็นเพียงคนเก่งทฤษฎี ที่อ่อนแอ

"ความเจ็บปวดที่งดงามที่สุด คือการรู้ว่าควรปล่อย...
แต่ใจยังยอมจำนนที่จะแบก"

       ღ ลิตเติลเกิร์ล ღ

✧・゚: *✧・゚:*✧・゚: *✧・゚:*

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: หนีรักไม่พ้นใจ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:20:35 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


เมื่อใจยังเวียนวนบนทางเก่า
อย่าดึงเอาเงาอดีตมากรีดเสริม
ในเมื่อหนีไม่พ้นต้องต่อเติม
ก็อย่าเพิ่มสิ่งกั้นบั่นทอนแรง

หากศิลาดื่นดาษไม่อาจกั้น
ก็ปล่อยมันผ่านแง่อย่าแสแสร้ง
กลับมาเรียนรู้รักและปรับแปลง
ร่วมปรุงแต่งรักต่อเคล้าคลอกัน

เมื่อยิ่งหนียิ่งใกล้อย่าไปฝืน
ตั้งจุดยืนอยู่ที่ใจอย่าได้หวั่น
สวมกอดรักนี้ไว้ให้นานวัน
ให้พระจันทร์อิจฉาน่ายินดี

 

ลิตเติลเกิร์ล

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:41:49 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์

    ๙๒.เปรยอิทธิบาลแล.......................แฉมิประกอบด้วย
"อาสวะ"เลยม้วย.................................ร่วมไร้อารมณ์

    ๙๓.ภว"จิตติฯ"ชิด............................ลุภณะ"จิต"คม
สามประลุเหลือก็สม.............................เจาะนิร"จิต"เผย

    ๙๔.เปรย"จิตติท์ธิบาทฯ"...................พลาด"เจตสิก"ห่างแล้
สามแน่เจตสิกแท้.................................เกิดพร้อมจิตหนา

    ๙๕.ภวอิทธิบาท...............................ตติยะยาตรกล้า
ที่เจาะอุบัติประดา................................หทยะ"จิต"แฉ

    ๙๖.แล"จิตติท์ธิบาท"........................วาดมิมีจิตตั้ง
เป็นสมุฏฐานยั้ง....................................ไม่แล้ยืนกราน

    ๙๗."จตุอิทธิฯ"หนา............................อนะ"อุปาทาน"
ไม่เจาะกิเลสพะพาน.............................ประลุวิมุติหนา

    ๙๘.คราอิทธิบาทชาญ.......................มิประหาณฆ่าพร้อม
มรรคโสดาบันน้อม................................มรรคชั้นสูงเหนือ

    ๙๙.จตุอิทธิบาท................................ประลุระดาษเอื้อ
กับสุขะร่วมก็เครือ.................................มิอนะร่วมยง

    ๑๐๐.คงอิทธิบาทพา..........................อุเบกขาร่วมพร้อม
อุเบกฯมินบน้อม.....................................หยั่งแล้วมิมี

    ๑๐๑.จตุอิทธิบาท...............................ริอนะพลาดหนี
วัฏฏ์ทุขะวนทวี.......................................ภววิมุติแฉ

    ๑๐๒.แลอิทธิบาทนา...........................เหตุพาออกวัฏฏ์ลี้
มิว่ายวนทุกข์นี้.......................................หลุดพ้นนิพพาน

    ๑๐๓.จตุอิทธิบาท...............................จะประลุนาถขาน
มีธุวะผลละลาน......................................เจาะนิรธรรมเหนือ

    ๑๐๔.เครืออิทธิบาทพราก....................วิบากเหตุห่างไซร้
เหตุไม่ทำสัตว์ให้.....................................ร่ำไห้เลยหนา ฯ|ะ
   
แสงประภัสสร

มจร. อิทธิบาท ๔ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
วิภังคปกรณ์ https://share.google/9Cf0czhn8xcTnaXX0

อิทธิปาทวิภังค์
พระภควา = ชื่อเรียกพระพุทธเจ้า แปลว่าผู้ทรงมีโชคดีที่ได้บรรลุธรรม และทรงเป็นผู้จำแนกธรรมให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ รวมถึงหมายถึงผู้ที่ทำลายกิเลสได้สิ้นเชิงแล้ว และเป็นคำยกย่องผู้ประเสริฐสูงสุด
โคตมะ = พระโคตมพุทธเจ้า ชื่อขานตามราชสกุลฝ่ายพระบิดา และ พระโคดมพุทธเจ้า ตามราชสกุลฝ่ายพระมารดา
สุตตันตภาชนีย์ = แจกธรรมแบบพระสูตร
อิทธิปาท หรือ อิทธิบาท ๔ = คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย ได้แก่
(๑) ฉันทะ = ความพอใจ คือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป
(๒) วิริยะ = ความเพียร หมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ท้อถอย
(๓) จิตตะ = ความคิดมุ่งไป คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด; เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป; อุทิศตัวอุทิศใจให้แก่สิ่งที่ทำ
(๔) วิมังสา = ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผลและตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง
[ก] ฉันทิทธิบาท
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วย
(๑) ฉันทสมาธิ และ ปธานสังขาร
-> ฉันทสมาธิ = เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต; ความมั่นอยู่แห่งจิต; ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต; ความสงบ; สมาธินทรีย์; สมาธิพละ; สัมมาสมาธิ; อันใด นี้เรียกว่า ฉันทสมาธิ

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์, 2569, 07:59:37 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


ในตู้เย็นก็หมดไม่มีเหลือ      เราอยากเกื้ออำนวยช่วยเก็บของ 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: วันนี้ต้องรวย
 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์, 2569, 07:55:19 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


พี่หมูโดนเหมือนกันสองวันผ่าน
น่าสงสารพี่หมูเป็นนักหนา
ก้มมองถ้วยเศร้าหมองทั้งสองตา
เมื่อมาม่าหมดแบ๋เหลือแต่น้ำ

 
ฝาตุ่ม

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.142 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...