เอาค้อนเคาะก็ได้ให้หน้าสั้น เร็วกว่ากันหลายเท่าดูเข้าท่า

|
1
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:29:32 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
เอาค้อนเคาะก็ได้ให้หน้าสั้น เร็วกว่ากันหลายเท่าดูเข้าท่า ![]() |
||
|
2
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:48:20 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
เราหน้าแหลมรอหน่อยเดี๋ยวค่อยไป ศัลยกรรมใบหน้าก่อนผ่อนเวลา ![]() |
||
|
3
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:05:43 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๖/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๔๑๕.ที่เจ็ดลุ"เนวะสัญยตนะฯ"กล้า................เจาะสมาธิ์ประณีตซิแล จิตอยู่สิกลางกะ"จำ"และอนะแน่........................มิละดับสนิทซิคง ๔๑๖.ยลวิโมกข์แปดแท้................................."สัญญา- เวท์ยิตฯ" "นิโรธสมาบัติ"พา.............................................ดับแล้ ขันธ์สองสิ่งดับหนา..........................................."จำ"แน่ "เวทนา" จิต,ร่างกายสงบแท้...........................................ชีพย้ำยังคง ๔๑๗.พุทธ์เจ้าระลึกสิชาติลุพหุกัป..................เจาะซินับมิถ้วนประสงค์ ภพโน้นจะชื่ออะไรศยณะบ่ง..............................ก็สถานซิไหนเฉลย ๔๑๘.เปรยตถาคตแท้....................................ทราบแล จุติ,เกิด สัตว์หลากหลายไปแฉ.......................................สู่น้อม สุคติ สุขแด.......................................................กุศลส่ง สวรรค์ ไปทุคติพร้อม....................................................ชั่วช้าสามานย์ ๔๑๙.พุทธ์เจ้าสิรู้พระญาณสกะพระองค์..........ภวบ่งลิ"อาสวา"มลาน ทรงทราบสิ"อาสวา"ปจยะพาน............................อริย์สัจเจาะดับเฉลย ๔๒๐.เปรยหทัยหลุดพ้น..................................อาสวา พลังยิ่งของปัญญา.............................................ยอดแท้ "เจโตฯ"อำนาจหนา............................................สมาธิ์ช่วย พบ"ทิฏฐิธรรม"แท้..............................................ชาตินี้นิพพาน ฯ|ะ แสงประภัสสร ๑๖. ญาณวิภังค์ : [เล่มที่ 78] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/fOWM5QEjfm77QdZpr ๑๖. ญาณวิภังค์ มาติกา เอกกมาติกา [ก] ญาณวัตถุหมวดละ ๑ คือ วิญญาณ ๕ ~ วิญญาณ ๕ = จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ (๑) เป็นอเหตุกะ = สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุ (๓) เป็นเหตุวิปปยุต = สภาวธรรมที่วิปปยุตจากเหตุ (๔) เป็นสัปปัจจยะ = สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง (๕) เป็นสังขตะ = สิ่งที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้น หรือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น มีจุดเริ่มต้น ดำรงอยู่ และดับไปตามหลักธรรมชาติ ในทางพุทธศาสนา เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า สังขตธรรม ซึ่งครอบคลุมถึง รูปธรรมและนามธรรมทั้งหมดในสังสารวัฏ (๖) เป็นอรูป = สภาวะที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีสัณฐาน ไม่มีการกำหนดขอบเขต และไม่ใช่วัตถุที่สัมผัสได้ด้วยตาหรือกาย (๗) เป็นโลกิยะ = สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะ (๘) เป็นสาสวะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ (๙) เป็นสัญโญชนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ (๑๐) เป็นคันถนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะ (๑๑) เป็นโอฆนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของโอฆะ -- ที่ตั้งแห่งการเกิดโอฆะกิเลส ทั้ง ๔ ประการ ดังนี้ (๑๑.๑) กาโมฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความใคร่ (๑๑.๒) ภโวฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความติดใจในภพ (๑๑.๓) ทิฏโฐฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความเห็นผิด (๑๑.๔) อวิชโชฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความไม่รู้จริง (๑๒) เป็นโยคนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของโยคะ -- กิเลส (โยคะ ๔) อันได้แก่ กาม, ภว, ทิฏฐิ และอวิชชา (๑๓) เป็นนีวรณิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ -- สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ทั้ง ๕ รูปารมณ์ (รูป); อารมณ์ทางตา; สัททารมณ์ (เสียง) อารมณ์ทางหู; คันธารมณ์ อารมณ์ทางจมูก; รสารมณ์ อารมณ์ทางลิ้น;โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ทางกาย (๑๔) เป็นปรามัฏฐะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาส (๑๕) เป็นอุปาทานิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๑๖) เป็นสังกิเลสิกะ = สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส (๑๗) เป็นอัพยากตะ = สภาพธรรมที่เป็นกลางๆ ไม่จัดเป็นฝ่ายดี (กุศล) และไม่จัดเป็นฝ่ายชั่ว (อกุศล) เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติแต่ไม่มีผลทางกรรม (วิบาก) ให้สุขหรือทุกข์ในตัวเอง (๑๘) เป็นสารัมมณะ = สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ ~ สารัมมณธรรม: สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ ได้แก่ จิตทั้งหมด (รวมถึงวิญญาณ ๕) และเจตสิกทั้งหมด |
||
|
4
เมื่อ: 16, สิงหาคม, 2569, 11:56:11 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
รวมกลุ่มแก๊งค์หน้าบานที่บ้านน้อย รบกวนเซ็นชื่อหน่อยอย่าเฉไฉ ![]() |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 16, สิงหาคม, 2569, 02:21:00 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๕/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๙๘.มีสัตว์เลวชั่วนั้น.....................................แนะนำ สอนยาก สัตว์ยากทราบเลยหนำ......................................ไม่รู้ สัตว์"ดี"แน่สอนจำ.............................................ทราบง่าย องค์ประกอบหนุนสู้...........................................ยิ่งพร้อมเร็วหนา ๓๙๙.สัตว์ภาวะตรัสรู้จะมิเหมาะดั้น................ภวกั้นและขวางคณา สัตว์พลาดเพราะ"กรรม,กิเลสะ"พหุกล้า.............เจาะวิบากและปัญญะทราม ๔๐๐.ลาม"ศรัทธา"ไป่แล้...............................หามี "ฉันทะ" มิหยั่ง"สัมมัตฯ"ดี..............................................ถูกต้อง "สัมญาณะฯ"มิพี...............................................มิหยั่ง ทราบหนา "วิมุตติสัมมาฯ"ฟ้อง...........................................ตรัสรู้มิควร ๔๐๑.สัตว์ควรจะตรัสรู้อภวะกั้น.....................นิรครัน"กิเลสะ"ตรวน ไร้"กรรม,วิบาก"เกาะ"ฉันทะ"รติถ้วน..................ภว"ศรัทธะปัญญะ"แฉ ๔๐๒.แลฌานทราบ"ผ่องแผ้ว"........................"จิตหมอง" "การออกจากณานตรอง...................................แน่วน้อม "สมาธิ์,วิโมกข์"ครอง........................................."สมาบัติ" จริงยิ่งแลทราบพร้อม.......................................แม่นแล้วเป็นไฉน ๔๐๓."ฌายี"ก็ผู้เจริญจตุประเภท...................มติเจตน์ซิผิดกระไร "ได้ฌานก็คิดวะยังมิประลุ"ไซร้........................."มิลุเลยตะคิดวะเสย" ๔๐๔.เปรยเจริญธรรมพินิจแล้ว.....................ถูกหนา "ตนจ่อฌานลุมา...............................................แน่แท้" "ตนคิดไป่ลุนา".................................................รอก่อน สติเท่าทันธรรมแท้............................................จริงรู้ถูกแฉ ๔๐๕.มีผู้เจริญสิฌานจตุประเภท...................."ลฆุเดช ฤ ช้า"ซิแล "เข้าช้าตะออกซิเร็วจะทมะแน่...........................กะนิวรณ์กิเลสลุซา ๔๐๖.ครา"บุคคลดิ่งเข้า.................................ฌานเอย รวดเร็ว" "ออกจากฌานแลเผย.......................................เชื่องช้า" จิตลงสู่ฌานเชย...............................................เร็วรี่ ชำนาญ "ออกค่อยคลายสมาธิ์ล้า...................................เร่งไร้"เวลา ๔๐๗.เข้า-ออกสิฌานจะเร็วเพราะลุวสี............มนะรี่สมาธิกล้า เมื่อออกก็เร็วซิถอนหทยะหนา...........................ภวธรรมดาซิเผย ๔๐๘.เปรยชนหมายมุ่งแท้..............................ฌานมา เจริญสมาธิ์นานหนา..........................................กว่าเข้า เวลาออกฌานครา.............................................ถอนจิต มิเร็ว เพลินเพริดในณานเฝ้า.......................................ไม่ตั้งกาลไข ๔๐๙.ผู้ได้สิรูปฌานเจาะวตะเด่น.....................ก็จะเห็นซิรูป ณ ใน เกศา,นขา,ตโจ..เจาะภณะไซร้............................ลุวิโมกข์ซิหนึ่งเฉลย ๔๑๐.เปรยชนถึงแน่แล้วมี...............................รูปฌาน บริกรรม ณ รูปนอกกายพาน............................................เด่นแท้ ทราบง่าย เห็นรูปนอกหลายชาญ.......................................นิมิต ภายนอก วิโมกข์ที่สองเกิดแล้...........................................มุ่งพ้นยาวไกล ๔๑๑.ที่สามวิโมกข์ก็น้อมหทยะล้ำ...................สุภะธรรมนิมิตวิไล จิตเป็นสมาธิแน่วลุชระใส...................................ลุปลาตกิเลสซิหมอง ๔๑๒.ครองวิโมกข์สี่แล้ว.................................จากลา รูปฌาน เพราะดับ"ปฏิฆะ"มา...........................................โกรธไร้ กำหนด"อากาศ"หนา..........................................มิสุด บรรลุ"อากาฯไซร้...............................................เสร็จสิ้นมิหนี ๔๑๓.ที่ห้าวิโมกข์ก็น้อมตบะผลิน.....................ภววิญญะสุดมิมี "วิญญายะฌานฯ"ลุแผ่สิพหุคลี่............................นิรขอบและขตกระไร ๔๑๔.ไวลุวิโมกข์หกแล้ว..................................บริกรรม วิญญาณ นิดหนึ่งมิมีนำ......................................................สิ่งไร้ "อากิญฯ"แนบจิตจำ............................................บ รูป คงมี นามธรรมจิตไซร้................................................แค่นั้นเลยแฉ |
||
|
6
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 16, สิงหาคม, 2569, 08:08:36 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๔/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๘๑.พุทธ์เจ้าสิรู้กะ"อินทริยะญาณ".............เจาะลุกรานซิสัตว์พลา อินทรีย์สิอ่อน ฤ กล้าเหมาะจะลุคว้า.................กะพระธรรมระดับไฉน ๓๘๒.ไวพุทธ์องค์รอบรู้................................."อาสยะ"พา จิตยึด มี"อนุสัย"กิเลสครา..........................................นิ่งซ้อน สัตว์มี"จริต"ชอบมา.........................................มีเหตุ มีผล "อัธยาศัย"จิตช้อน...........................................มุ่งต้องการใด ๓๘๓.จิตสัตว์สภาพเจาะ"อาสยะ"ซิมั่น"..........คติครันกะโลกกระไร "ไม่เที่ยง ฤ เที่ยง,สุดมิสุด,"มระก็ไซร้.................จะลุเกิด,มิเกิด.."ซิแฉ ๓๘๔.แล"อนุสัย"สัตว์แล้...............................กิเลสนอน สันดาน จะซ่านอารมณ์จร............................................กระทบได้ มีเจ็ดเช่น"ทิฏฐิ"ยอน........................................เห็นผิด "วิจิกิจฉา"ไซร้.................................................จิตน้อมสงสัย ๓๘๕.สัตว์มีจริตสภาพหทยะปรุง...................เจาะจรุงถนัดวิไล จำแนกวิถีกะชีพเจาะประลุไกล.........................ปฏิสนธิต่างมิเหมือน ๓๘๖.เยือน"ปุญญาฯ"แต่งแท้.........................บุญ,กุศล ศีล,สมาธิ์ ปรุงจิต"สุคติ"ยล...............................................เกิดน้อม "กามาวจรภูมิ"ดล..............................................มนุษย์มุ่ง โลกสวรรค์ หรือลุ"รูปาวะฯ"พร้อม........................................สู่ชั้น"รูปพรหม" ๓๘๗.ปรุงแต่ง"อปุญภิสังฯ"หทยะด้น..............อกุศลกิเลสระดม จิตต่ำเจาะนำลุภูมิ"ทุคติ"ตรม............................เจาะ"นรก"ณ "กามะ"เผย ๓๘๘.เปรย"อาเนญฯ"แน่แล้ว..........................ปรุงกุศล อรูปฌาน นำเกิด"อรูปาวะ"ดล...........................................หวั่นไร้ รวมสามแบบทำยล............................................ยังจ่อ วัฏฏะ วนว่ายเวียนเกิดไซร้..........................................ภพแล้สามหนา ๓๘๙.ความชอบนิสัยกระทำเจาะประลุชัด.......ปฏิบัติซิชินมิซา สัตว์ทรามลุต่ำกิเลสและหินะกล้า.......................ผิประณีตเจาะสูงกุศล ๓๙๐.ยลอัธยาศัยชั่วพร้อม.............................คบหา สัตว์ทราม อดีต,อนาคตครา...............................................ดุจแล้ สัตว์ประณีตพบพา............................................ประณีต เหมือนกัน อดีต,อนาคตแท้.................................................เช่นนี้จริงเอย ๓๙๑.สัตว์มีธุลีกิเลสเจาะพหุจด.......................ภณะทศวัตถุเอ่ย สิบวัตถุก่อกิเลสลุรวะเกย...................................ภวเศร้าหทัยทุรน ๓๙๒.ยล"กิเลสวัตฯ"แล้...................................โลภ,หลง โกรธ,ทิฏฐิ "อุทธัจจะ"จิตคง.................................................พล่านฟุ้ง "มิอายต่อบาป"พง...............................................จึงเพิ่ม บาปนา "อโนตตัปปะ"คลุ้ง...............................................ไป่ไซร้กล้วเลย ๓๙๓."ทำมาก"กิเลสกะวัตถุ"ภณะชี้...................เจาะธุลีกิเลส"ซิเอ่ย "เรียกน้อยธุลีกิเลสอภวะ"เผย..............................นิรเพิ่ม ฤ เสพอะไร ๓๙๔.ไวอินทรีย์เก่งห้า.....................................ศรัทธา "วิริยินฯเพียร"หนา..............................................มุ่งแล้ว "สตินทรีย์"แน่วคร้นพา........................................สมาธิ์มั่น เกิดก่อ"ปัญญินฯ"แผ้ว.........................................กิจแล้เสร็จงาน ๓๙๕.อินทรีย์สิอ่อนมิเสพเจาะอนะฝึก...............มนะตรึกมิมากละลาน เสพมากและเสริมเจาะฝึกลุนยะกราน...................ภณะกล้าซิอินทะรีย์ ๓๙๖.มีอาการชั่วช้า.........................................เลวหลาย เป็นใด "อาสยะ"จิตกราย................................................อยู่นั้น กิเลส"อนุสัย"พราย..............................................นอนนิ่ง สันดาน จริต,อินทรีย์ดั้น...................................................อ่อนแท้กิจราน ๓๙๗."อาการสิดี"จะมีเจาะอติไซร้....................."อนุสัย,จริต"พะพาน "มืดีนิสัย,ธุลีสิอณุ"กราน......................................ลุ"ฉกาจกะอินทะรีย์" |
||
|
7
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 15, สิงหาคม, 2569, 03:25:54 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๓/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๖๔.มี"กัมมะ"บาปแท้.................................อาศัย อุปธิ กรรมชั่วอดีตผลไว...........................................ต่อผู้ กายบกพร่องเหตุไข.........................................โอกาส กรรมเก่าแสดงออกกู้........................................เพิ่มซ้ำเติมหนา ๓๖๕.กรรมชั่วอดีตเพราะ"กาลสมบัติ"............จะเจาะปัดซิผลถลา บ้านเมืองวิบัติเหมาะ"กาลวิฯ"กล้า......................จะกระตุ้นวิบากเจาะผล ๓๖๖.ยล"กัมมะ"บาปซ้อง...............................การกระทำ ความผิด ทำชั่วอดีตชาตินำ.............................................หยั่งแคล้ว ปัจจุบันก่อบาปหนำ...........................................บาปอดีต หนุนแล "ปโยควิบัติ"แจ้ว................................................วิบากแท้เกิดพลัน ๓๖๗.เกิดในอบายจะขวางผิวะกุศล................จระด้นอดีตซิครัน เรียกว่า"คตีวิบัติ"มิหิตะสรรค์.............................ภวบุญซิสุขคุณา ๓๖๘.ครากุศลประกอบไว้..............................อดีตนา บุญไป่นำผลมา.................................................ส่งให้ "อุปธิวิบัติ"หนา..................................................ขวางแน่ ผลบุญ "สภาพกายทรามไซร้.........................................ร่างพริ้งมิพาน ๓๖๙.ทำดีกุศลตะบุญอนะเจาะผล...................เพราะผจญวิบัติกะกาล เกิด"กาลวิบัติ"บุรีลุทุขะฉาน...............................ลุระงับซิบุญชลอ ๓๗๐.คลอ"กัมมะฯ"แน่แล้ว...............................บุญเอย มิหนุน มี"ปโยควิบัติ"เฉย................................................มุ่งห้าม ดำเนินชีพผิดเปรย..............................................บกพร่อง เพียรผิดวิธีข้าม..................................................ไม่แก้เกิดผล ๓๗๑.พุทธ์เจ้าซิทราบกระจ่างปฏิปทา...............จระหนานรกผจญ ด้วยพฤติสิกรรมะบทลุอกุศล...............................ฤ เจาะกาย,มโน,วจี ๓๗๒.ดีพุทธ์องค์ทราบแล้.................................เดียรฉาน กำเนิด พฤติชั่ว"กรรมบถฯ"กราน.....................................สิบท้น "มิจฉาทิฏฐิ"พาล..................................................เดรัจฯ วิชา อาชีพขวางมิด้น...................................................ห่างลี้นิพพาน ๓๗๓.พุทธ์เจ้าเจาะญาณสิพาลุอุปบัติ.................ภวชัดก็"เปรต"ทะยาน พฤติชั่วก็ทศกรรมะเลาะประหาร...........................เพราะตระหนี่และ"โลภะ"แฉ ๓๗๔.แลพุทธ์องค์ทราบแล้ว..............................มนุษย์หนา อุบัติ "กรรมบถกุศลสิบ"พา...........................................จิตน้อม "ปัญจ์ศีล"รักษ์,"ทาน"ครา.....................................คุณพ่อ มารดา จิตมุ่งแทนคุณพร้อม............................................ช่วยเอื้ออาทร ๓๗๕.พุทธ์เจ้าสิทราบกะทางจระสวรรค์.............ประลุดั้นกุศลขจร กรรม์บถสิทศน้อมเจาะ"หิริ"ชัอน...........................มุละอายกะบาปเฉลย ๓๗๖.เปรย"โอตตัปปะ"เพิ่มแล้ว.........................เกรงกลัว บาปแล "ทาน,รักษ์ศีล,สมาธิ์ฯ"รัว.......................................แน่วน้อม จิตสงบผ่องมิมัว....................................................บริสุทธิ์ จิตมั่นรัตนตรัยพร้อม............................................มุ่งแม้นเมตตา ๓๗๗.พุทธ์เจ้าเจาะทราบสิทางลุ"นิรวาณ"...........ตริพิจารณ์ซิเห็นวรา "ไตรลักษณ์และอัฏฐะมรรค"อริยะคว้า...................มละ"อาสวะ"สิ้นและสูญ ๓๗๘.ทรงจรูญธรรมรอบรู้..................................เป็นหนา ปัญจ์ขันธ์ ใน-นอก"อายตน"พา..............................................เกี่ยวข้อง ความเป็นธาตุหลากครา.........................................อเนกธาตุ ทรงหยั่งชีพกอปรคล้อง.........................................ต่างแล้ธาตุหลาย ๓๗๙.พุทธ์เจัาสิทราบวะสัตว์เจาะลุนิสัย..............ภวไซร้ซิต่างและกราย ด้วยธาตุมิเหมือนจะต่างกิริยะฉาย..........................คติพฤติกรรมเจาะทราม ๓๘๐.ความประณีตต่างแล้.................................อัธ์ยาศัย มิเหมือน ทรามคบกับทรามใจ.............................................แน่วคล้าย ประณีตกับประณีตไว...........................................คบมุ่ง สหายครา ในอดีต,อนาฯละม้าย.............................................มาตรแม้นแลหนา |
||
|
8
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 15, สิงหาคม, 2569, 08:34:23 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒๒/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๓๔๗.พุทธ์เจ้าเจาะรู้"อฐานะ"ประลุพุทธฯ.........ภวรุดสิสองมิพาน พุทธ์เจ้าสิหนึ่งเจาะ"ฐานะ"ตริลุขาน.....................ลุ ณ โลกธาตุสิเดียว ๓๔๘.เฉลียวพุทธ์องค์ทราบแล้ว......................ภาวะสตรี พุทธะ สภาพ"อฐานะ"มี.................................................ก่อได้ "ฐานะ"แน่ชายดี.................................................เกิดเด่น เฉพาะ "บารมีกำหนดไซร้..............................................ตรัสรู้เชียวหนา ๓๔๙.พุทธ์เจ้าสิรู้สตรีจะอุปบัติ.........................ภวปัดพระอินทร์ซินา เป็นพรหมมหา"อฐานะ"จะลุกล้า...........................นิรปัจจ์ยะเหตุเฉลย ๓๕๐.พุทธ์องค์เปรยทราบถ้วน........................."ฐานะ"ชาย พึงเกิด เป็นพระอินทร์,พรหมกราย..................................แน่วแล้ บารมีหากสูงฉาย................................................พึงจ่อ ตำแหน่งโลกธาตุแท้...........................................บุรุษล้วนเหมาะสม ๓๕๑.พุทธ์เจ้าซิรู้วะ"กาย"เจาะทุจริต................มิประชิดรตีและชม จะเป็น"อฐานะ"ที่จะสุขะบ่ม..................................เพราะจะทุกข์ซิแน่ละหนา ๓๕๒.คราพุทธ์องค์ทราบแล้.............................ทุจริตกาย ผลทราม มิน่าพอใจกราย...................................................แน่แล้ว เป็น"ฐานะ"แลฉาย...............................................จริงแน่ว เป็นแล ทำชั่ว,ผลทุกข์แจ้ว..............................................วิบากล้วนรับเอา ๓๕๓.ทรงตรัส"วจี,มโน"ลุสุจริต.........................เจาะประชิดรตีมิเพรา เป็น"ฐานะ"หาและมีจะเหมาะเจาะเรา....................ภวบุญกุศลพะพาน ๓๕๔.กรานพุทธ์องค์ทราบพร้อม.......................มโน,วจี สุจริต จะเกิดผลมิรตี......................................................ไม่แล้ "อฐานะ"จะมี........................................................บ เหตุ ปัจจัย หากแต่จะรตีแท้...................................................ชื่นแล้สุขเผย ๓๕๕.ญาณรู้วิบากก็"กัมมะวิฯ"ลุนำ....................ก็กระทำสิกรรมนะเอย ดี,ชั่ว ณ กาล,เจาะเหตุปจยะเสย...........................จะเจาะผล ฤ ไม่เจาะผล ๓๕๖.ยลพุทธ์องค์ทราบแล้..............................."กัมมสมาฯ" บาปแล มิก่อผลเลยนา......................................................ถูกห้าม "คติสมบัติ"ขวางหนา.............................................ผลบาป มิแจง เพราะเกิดภพดีคร้าม.............................................ไม่ให้ผลหนา ๓๕๗.บาป"กัมมสาฯ"มิให้สิพละผล....................."อุปะชี้"ล้นซิมากพลา สมบูรณ์สิกายจะห้ามลุภวกล้า...............................ขณะภพกระนี้สิเผย ๓๕๘.เปรยคนทำบาปแล้...................................วิบากผล พิการ หากกุศลเกิดผล...................................................ร่างพริ้ง เพราะ"อุปธิฯ"ดล..................................................ขวางแน่ มิอาจเกิดผลทิ้ง....................................................ชาตินี้เลยหนา ๓๕๙.บาป"กัมมสาฯ"สิ"กาลสมะ"ขจัด.................เจาะสลัดเพราะรอซินา จนกว่าสภาพจะเอื้อลุภวกล้า..................................หินะชั่วจะเกิดลุผล ๓๖๐.ดล"กาลสมบัติ"แท้....................................เมืองเจริญ ศีลธรรม กษัตริย์ครองธรรมเผชิญ......................................ทั่วหล้า ความดีจ่อขวางเผดิน............................................กรรมประเภท เบาแล หาส่งผลตามกล้า.................................................ชาตินี้เพิกยล ๓๖๑.บาป"กัมมสาฯ"กระทำเจาะขณะนี้.............ภวชี้มิให้ซิผล พฤติดี"ปโยคสมฯ"ปจยะดล..................................เจาะระงับวิบากกะกรรม ๓๖๒.ชนทำดีพฤฒิพร้อม..................................ศีลเพียร ภาวนา ประกอบกุศลเวียน................................................ปิดกั้น มิทำชั่วอีกเตียน....................................................กรรมเลื่อน มิมุ่งดี,บาปนั้น.......................................................ส่งแล้ทุกข์ทน ๓๖๓.บาปกรรมอดีตสิน้อยตะศยะจบ.................เจาะ ณ ภพมิดีทุรน เปรต,เดียรฉานเจาะเป็น"คติวิฯ"ดล........................ลุวิบัติซิมากทวี |
||
|
9
เมื่อ: 14, สิงหาคม, 2569, 07:55:32 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
เด็กเด็กเห็นหันมองโลกต้องจำ เป็นผู้นำเรื่องบานสำราญใจ ![]() |
||
|
10
เมื่อ: 14, สิงหาคม, 2569, 07:27:18 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||