Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:02:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

แค่ตำพริกพริกเปื้อนมือนิดหน่อย      ไอติมพริกรสอร่อยไปอีกอย่าง
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:53:42 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์







   "สายน้ำ"


    เจ้าพระยายามเช้าคราวแดดส่อง
    เห็นเรือล่องจูงลากออกจากท่า
    เป็นทิวแถวแนวตรงส่งสินค้า
    ระลอกคลื่นนำพาน้ำกระเซ็น

    น่านนทีรวมสี่สายเจ้าพระยา
    มีคุณค่ามากมายมนุษย์มองเห็น
    กระแสสินธุ์รินหลากฝากความเย็น
    สิ่งจำเป็นประโยชน์ล้ำนำมาใช้

    สู่เส้นทางสร้างหลักลงปักฐาน
    เปรียบสายธารนี้เป็นเส้นเลือดใหญ่
    หล่อเลี้ยงมนุษย์มวลชนปลาต้นไม้
    แหล่งพึ่งพาอาศัยสิ่งได้รับ

    ยินเสียงคลื่นหมื่นระลอกย้ำบอกว่า
    เจ้าพระยารินไหลไม่รู้หลับ
    ชั่วกัปชั่วกัลป์เกินกว่าคณานับ
    คลื่นขานขับกระทบทาบตราบนิรันดร์

    กันต์กรีนซี

    ๑๔/๕/๒๕๖๙


 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:51:35 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

ล้างมือก่อนตัดนะอย่าละเลย    เพราะเห็นเคยทำไรมือไม่ล้าง 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ♥.....ดอกสร้อย....วันละนิด....?
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:01:16 PM 
เริ่มโดย Sasi Aksarasrom - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช










ฟักเอ๋ยฟักทอง
สีเหลืองเรืองรองเฉิดฉาย
ปลูกเองดูแลมิเว้นวาย
สุดท้ายเก็บผลได้ชิม
แกงเผ็ดเนื้อวัวคั่วกะทิ
เติมกะปิอีกหน่อยอร่อยอิ่ม
ของหวานบวดฟักทองทิม
ชวนลิ้มรสลำล้ำเลิศเอย ฯ





 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:32:45 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๓๓) อภิธรรมปิฎก :
๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์

    ๗๑."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................รตีกล้าและชมแล
ธรรมเหลือก็"สัมปะฯ"ภวแน่..............................."มุทิตา"ซิร่วมกัน

    ๗๒.ครันสงฆ์เจริญมรรคแล้...........................ฌานสอง บรรลุ
มุทิตากอปรครอง.............................................ร่วมด้วย
เกิดธรรมเอกผุดปอง........................................หทัยผ่อง
"วิตก,วิจาร"ม้วย..............................................."สุข"พร้อม"ปีติเผย

    ๗๓."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................เจาะเรียกหนารุจาเอ่ย
ธรรมเหลือก็ร่วมปะรติเชย................................มุทีตาประกอบแฉ

    ๗๔.แลสงฆ์เจริญต่อแล้ว..............................."ปีติ"คลาย
จิตอุเบกขากราย.............................................ว่างแท้
ฌานสามลุสติฉาย...........................................เป็นสุข นามกาย
ฌานร่วมมุทิตาแล้............................................เกิดน้อมยินดี

    ๗๕.อีกนัยกุศลเจาะ"มุทิตา"...........................อุบัติหนาแตะฌานสี่
"หนึ่ง,สองและสามเลาะจตุต์ฯ"ชี้ .......................มิถึงปัญจห้าเผย

   ๗๖.เปรยลุฌานหนึ่งแล้..................................มี"วิจาร" "วิตก"
"มีสุข,ปีติ"พาน..................................................แน่แล้ว
ฌานสองระงับ"วิตก"ราน...................................เหลือแต่ "วิจาร"
กับ"สุข,ปีติ"แผ้ว................................................อยู่ยั้งสบายใจ

    ๗๗.สงฆ์บรรลุ"ฌานตติยะ"พาน......................"วิจาร"รานสงบไกล
เหลือ"ปีติ,สุข"รุจิไสว.........................................ลุธรรมเอก ณ จิตแฉ

    ๗๘.แลลุฌานสี่น้อม.......................................ประกอบหนา มุทิตา
"ปีติ"คลายจิตพา...............................................อุเบกฯแล้
"สัมปชัญฯ,สติ"มา..............................................คงมั่น
เสวย"สุข"นาม์กายแท้........................................รูปพร้อมสะอาดใจ

    ๗๙."ฌานกลางอุเบกขะเจาะกุศล....................หทัยดลสงบไซร้
วางเฉยลุปัญญะวิเคราะห์ไข..............................มิเอนเอียงมิยินดี

    ๘๐.มีอุเบกขาจ่อแล้ว.....................................เป็นไฉน
สงฆ์มุ่งเจริญมรรคไว.........................................เพ่งแล้
ลุฌานสี่คระไล..................................................สัมปยุต อุเบกขา
ละทุกข์ละสุขแท้...............................................อุเบกฯได้สติคง

    ๘๑.วางเฉยกระทำเจาะกิริยา.........................."อุเบกขาวิมุตฯ"บ่ง
ธรรมเหลือสิ"สัมปะฯภวตรง................................อุเบกขาก็เช่นกัน

    ๘๒.ครัน"ฌานวิปากฯ"แล้................................อธิบาย อัปป์มัญฯ
มีสี่,เมตตากราย.................................................ยิ่งล้ำ
สงฆ์เจริญมรรคสงัดฉาย....................................ฌานหนึ่ง ลุมา
"วิบาก,วิจาร"ย้ำ................................................."สุขพร้อมเอมใจ"

    ๘๓.จิตมั่นมิส่ายละจระเตร่.............................."อวิกเขปะ"นิ่งไว
สงฆ์มีสมาธิพละไซร้..........................................สภาพธรรมกุศลเผย

    ๘๔.เปรยสงฆ์,กามสงัดแล้..............................ทำกุศล รูปาฯ
จึงลุปฐมฌานดล...............................................ร่วมน้อม
เมตตาเหตุพานผล............................................มี"วิตก วิจาร"
"ปีติ,สุข"เกิดพร้อม............................................จากแท้"วิเวก"หนา

    ๘๕.มีมรรคเจริญ"ทุติยฌาน"..........................ลุร่วมผ่านสิเมตตา
ภายในซิผ่องเจาะรุจิกล้า..................................."วิตกตรึก"วิจารผลาญ

   ๘๖.กรานมีธรรมเอกแล้..................................อุบัติมา
"มีสุข,ปีติ"ครา..................................................เปี่ยมล้น
สุขเกิดแต่สมาธิ์พา...........................................จิตมั่น "อวิกเขฯ"
สภาพธรรมเรียกด้น..........................................ว่าแท้กุศล
 
    ๘๗.สงฆ์เพียรสิมรรคละปิติพา........................อุเบกขาอุบัติยล
มี"สัมปชัญญะสติ"ผล........................................เสวยสุขเพราะนาม์กาย

    ๘๘.กราย"ฌานสาม"ล่วงแล้ว..........................เมตตา สัมปยุต
"อวิกเขปะพา....................................................เสงี่ยมแล้
"ปีติ"เพิกละหนา................................................จิตจ่อ อุเบกขา
"สติ สุข,นามกายแปล้........................................เนื่องด้วยวิบากกราน

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:22:06 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รับติมตัดทันใดอย่าได้ช้า       แล้วตั้งท่าเช็ดน้ำอย่าทำเฉย
 

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: สุขใคร สุขมัน
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:19:32 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช








ลูกสาวมีอาการแลบลิ้นค้าง
พ่อตกใจหาทางรีบแก้ไข
ค้นข้อมูลสาเหตุที่เป็นไป
ข้อสรุปที่ได้ไม่กังวล
อาจเป็นเพราะน้องลืมหดเก็บลิ้น
อาจเป็นเพราะเพิ่งกินและเลียขน
อาจเป็นเพราะร้อนกายไม่สบายตน
พาให้คนอย่างเราคอยเฝ้าดู
ทุกวันนี้เหตุการณ์ปกติ
เลิกทำตัวอุตริให้แปลกหู
เป็นจอมซนตัวแม่ที่แท้ทรู
กระรอกหนูกิ้งก่ามาฝากเรา

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 10:35:54 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

ปากกาพร้อมลงชื่อยกมือไว    เห็นของจ้างถูกใจแหมใช่เลย 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 08:46:10 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๓๓) อภิธรรมปิฎก :
๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์

    ๕๓.สงฆ์เพียรเจริญพิริยะชี้...........................เจาะคลาย"ปีติ"ลงยล
มีจิต"อุเบกขะ,สติ"ผล.......................................ลุยิ่งสัมปชัญฯแฉ

    ๕๔.แลสงฆ์เสวยสุขแท้.................................นามกาย
ฌานสี่บรรลุฉาย..............................................เพริศแพร้ว
เมตตาร่วมมีกราย............................................มีจิต อุเบกขา
สติอยู่เป็นสุขแผ้ว............................................เนี่องด้วยเมตตา

    ๕๕.เกิดฌานกุศลกรุณะผลาม......................สงัด"กาม"ลุฌานกล้า
สู่"ฌานปฐม"สหระคว้า ....................................."วิตก"มี"วิจาร"ตรอง

   ๕๖."ปีติ"ครอง"สุข"พร้อม..............................สงบหนา
จดจ่อสงสารพา...............................................เปี่ยมล้น
"เจโตกรุณา-....................................................วิมุตฯ"
ธรรมที่เหลือคอยด้น.........................................ร่วมด้วยกรุณา

    ๕๗.สงฆ์เพียรลุ"ฌานทุติยะ"น้อม...................และร่วมพร้อม"กรุณ"กล้า
ธรรมเอกเจาะเกิด ณ มนะหนา...........................ลุผุดผ่องกระจ่างใส

    ๕๘."วิตก"ไกลห่างแล้.....................................ควบ"วิจาร"มิมี
"มีสุข,ปีติ"พาน..................................................เกิดล้น
การุณเรียกสงสาร............................................."วิมุติ- เจโต"
ธรรมอื่นเหลือกอปรท้น......................................ร่วมแท้กรุณครอง

    ๕๙.สงฆ์มีสิมรรคลุภวครบ..............................เจาะรูป์ภพละคลายปอง
ด้วย"ปีติ"ใจ"ตติยะสอง".....................................กรุณร่วมกะฌานแฉ

    ๖๐.แลสงฆ์อุเบกฯแท้.....................................วางเฉย
สติมั่น,สัมป์ชัญฯเชย..........................................เปี่ยมล้น
เสวย,สุขใจเกย..................................................มีจาก นามกาย
ธรรมอื่นเหลือะกอปรด้น.....................................เกิดพร้อมการุณฯ

    ๖๑.อีกนัยกุศลเจาะกรุณา...............................ลุฌานพาสิสี่กรุ่น
ตั้งแต่ปฐมลุจตุคุณ..............................................มิถึงปัญจะห้าหนา

     ๖๒.คราสงฆ์เจริญมรรคแล้..............................สงัด"กาม" อกุศล
ครันล่วงปฐมยามลาม..........................................แรกช้อย
สหรคต"กรุณ"ตาม.............................................."มีวิตก, วิจาร"
"ปีติ,สุขเกิดพร้อย...............................................วิเวกแท้เหตุแฉ

    ๖๓."เจโตวิมุตติกรุณา"....................................เจาะเปรียบหนา"กรุณ"แล
ธรรมเหลือสิร่วมเจาะภวแน่.................................เพราะสัมปยุตกรุณเผย
ๅ
    ๖๔.เปรยสงฆ์เจริญมรรคท้น...........................ลุฌาน "ทุติย์ฌาน"
เกิดร่วม"กรุณ"ฉาน............................................เพรียบพร้อม
"วิตก"ไป่,มี"วิจาร"..............................................."มีสุข" แล"ปีติ"
วิเวกเกิดมาน้อม.................................................สงบแท้พบพาน

    ๖๕."เจโตวิมุตติกรุณา"....................................ซิกล่าวหนามุสงสาร
ธรรมเหลือสิ"สัมปะฯ"ภวกราน............................."กรุณ"แน่ประกอบกัน

   ๖๖.ครันสงฆ์เจริญมรรคแล้..............................ลุหนา ทุติย์ฌาน
เกิดร่วมกับกรุณา...............................................กอปรพร้อม
หทัยผ่องใสพา...................................................ใจสงบ
วิตก,วิจารค้อม...................................................ไป่แท้มีหนา
 
    ๖๗.สงฆ์มี"สมาธิ,ปิติ"เกิด.................................และสุขเทิดซิมากนา
"เจโตวิมุตติกรุณา".............................................ก็สงสารสิกล่าวขาน

    ๖๘.สงฆ์กรานลุผ่านแล้ว..................................ฌานสาม ตติย์ฌาน
"ปีติ"คลายฤทัยลาม............................................อุเบกฯแท้
"สัมปชัญฯสติ"ผลาม...........................................เสวยสุข นามกาย
ฌานร่วมกรุณาแล้...............................................ประกอบพร้อมวางเฉย

    ๖๙.ฌานเป็นกุศลปะ"มุทิตา".............................อุบัติหนาอะรมณ์เกย
มีแค่"ปฐม-ตติยะ"เชย...........................................เลาะแค่สาม บ สี่แฉ

    ๗๐.แลสงฆ์เจริญมรรคแท้.................................สงัด"กาม" อกุศล
ลุ"ปฐมฌาน"ตาม.................................................ร่วมพร้อม
กับ"มุทิตา"งาม....................................................มีวิตก วิจาร
"ปีติ,สุข"มีน้อม....................................................วิเวกเกื้อมีแฉ

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 12, พฤษภาคม, 2569, 10:25:15 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ไอติมตัดจัดวางค่าจ้างนี้     แถมปีโป้หลากสีก็มีให้
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.483 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...