เดี๋ยวเอาเทปกาวแปะผิวตึงได้ นวัตกรรมยุคใหม่ให้กล่าวขาน

|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:54:58 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
เดี๋ยวเอาเทปกาวแปะผิวตึงได้ นวัตกรรมยุคใหม่ให้กล่าวขาน ![]() |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:54:03 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||
|
|||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:43:07 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ส่ง / เคียง "ส่ง"เข้านอนตอนค่ำประจำอยู่ เพลงกรอกหูปะพรมนอนห่มผ้า คนข้าง"เคียง"ห่วงเหทุกเวลา นอนหลับตาฝันดีนะพี่ชาย ![]() ต้นฝ้าย ส่งต่อค่ะ เปลี่ยน / ตรง |
||
|
4
เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:36:49 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ทุกวันนี้ก็แก่อย่าแก้ตัว ตาฝ้ามัวไม่น้อยผิวห้อยยาน ![]() |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:24:44 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๙/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๑๓๓."สังขารนิโรธฯ"เจาะรู้มละ"อวิชฯ".........................ละสนิทซิ"ปรุง"คระไล สังขารลิปรุงมิเหลือเพราะเจาะไสว..................................อริย์สัจลิดับสลาย ๑๓๔.ทราบกรายนิโรธฯคล้อย.....................................วิธีปลง สังขาร มรรคแปดเจริญคง.........................................................จิตน้อม มรรครวมบ่มตัดตรง.......................................................พานดับ กิเลส "อวิชชา"ดับพรัอม..........................................................หลุดพ้นโลกสาม ๑๓๕.ลำดับ"ปฏิจจ์สมุปฯ"เจาะอุปบัติ...........................ภวชัดซิวนและตาม ในวัฏฏะสิต่อปจยะผลาม................................................ประลุทุกข์ซิเกิดและตาย ๑๓๖.ฉาย"อวิชชา"ไม่รู้...............................................จริง,หลง อริยสัจ กรรมเกิด"สังขาร"ตรง....................................................ก่อแล้ว วิญญาณหกทราบยง......................................................วิญญ์เกิดจักขุวิญญ์,.. "นามรูป"เกิดมิแคล้ว.......................................................ชีพยั้งกายา ๑๓๗.นามรูปเจาะมี"สฬายตนะ"ใน...............................ก็อวัยวะ"ตา,.."ซิครา ตา,หู,จมูก,..กระทบกะพหิรา............................................มติ"รูป,.."กุ"ผัสสะ"แฉ ๑๓๘.แลผัสสะกระทบแล้ว..........................................."เวทนา" เกิดครัน ทุกข์,สุข,เฉยทราบพา.....................................................รับรู้ เกิดชอบมาก"ตัณหา......................................................."อยาก"ยิ่ง จึงยึด"อุปาฯ"กู้................................................................มั่นแล้มิถอน ๑๓๙.ยึดมั่น"อุปาฯ"ลุสันตติกระทำ..............................ภวหนำซิ"ภพ"มิคลอน "ชาติ"จึงลุมีอุบัติปะทะขจร.............................................วปุตนซิเกิดถลา ๑๔๐.ครามี"ชาติ"เกิดแล้ว..........................................เจ็บ,ชรา ตายตาม สายเกิดมีแลหนา..........................................................แน่แล้ "อวิชชา"เหตุจะพา........................................................มีเกิด สังขาร เกิดเนื่องชราจริงแท้.....................................................ส่งน้อมถึงตาย ๑๔๑.สายดับผิสิ่งเจาะดับก็จะผละดับ........................มละลับซิพร้อมทลาย ถ้าดับ"อวิชชา"ก็"สังฯ"เหมาะจะสลาย............................พหุผองก็ดับลิตาม ๑๔๒.ความญาณมีหมวดห้า......................................."สัมมา- สมาธิ" ฌานสี่อาการหนา..........................................................กอปรห้า "ปีติฯอิ่มใจพา................................................................ซาบซ่าน กายา มี"สุขผรณา"กล้าจิต......................................................แผ่ทั้งตัวตน ๑๔๓."เจโตผร์ณา"จะแผ่หทยะรุด...............................บริสุทธิ์ลุกายซิท้น "อาโลกผร์ณา"สว่าง ณ มนะด้น......................................ก็ยะยลนิมิตไสว ๑๔๔.ไว"ปัจจ์เวกฯ"จรดรู้............................................พิจารณ์ คิดดี แทงตลอดปัญญาชาญ..................................................มรรคแล้ คราลุมรรค,ผลกราน......................................................"ปัจจเวก- ญาณฯ"เกิด พินิจหลายวาระแท้........................................................มุ่งช้อยอรหันต์ ๑๔๕."สัมมาสมาธิ"ผิวตะรักษ์......................................จะประจักษ์ซิเบญจะพลัน เกิดญาณกะตนและรู้เจาะสุขะสรรค์..............................เพราะสมาธิสุขลุผล ๑๔๖.สมาธิ์ดลเหยื่อไร้..............................................มิมี อามิส ปราศยึดติดใดดี...........................................................แน่ไซร้ พึงทราบว่าสมาธิ์ลี........................................................คนชั่ว จำไกล ปฏิบัติมิได้...................................................................กิเลสท้นมากหนา ๑๔๗.รู้ว่าสมาธินี้ประลุละเอียด..................................เพราะละเมียดสงบคณา ตัดหมดกิเลสซิลุนะคว้า................................................มนะเกิดซิปัญญะเผย ๑๔๘.เปรยทราบตนมั่นแล้........................................สติมี จะช่วยสมาธิ์วสี...........................................................ออกเข้า มีธรรมอื่นเกิดพี...........................................................มาร่วมทำงาน จิตแน่วฝึกฝนเร้า.........................................................มุ่งขึ้นสูงเผย |
||
|
6
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:53:33 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๘/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๑๑๗.รู้ว่าจะดับ"สฬายตนะ"ครอง............................ก็จะตัองละนามฯมลาน ขันธ์ห้าประกอบสิ"รูป"ก็วปุฉาน..................................จตุนามฯก็เวทนา ๑๑๘.ครา"นามรูป"ดับแล้ว.......................................ทำ"สฬาฯ" ดับตาม จิตจ่อกาย,ใจหนา.......................................................ไป่แล้ เป็นตนเลิกยึดมา........................................................สฬาฯไม่ ทำงาน มิรับใดอีกแท้..............................................................ดับแล้วสฬาฯแฉ ๑๑๙.มรรคแปดจะดับ"สฬายตนะ"เครือ....................นิรเหลือมิเกิดซิแน่ ไม่มี"อุปาฯ"และ"อยาก"อภวแผ่.....................................อนะ"ชาติ"และ"ภพ"คระไล ๑๒๐.ไวมีญาณรอบรู้................................................จิตคือ "นามรูป" นามสี่คิดปรุง..ลือ.........................................................แต่งล้ำ เวทนา,คิด,จำ..ปรือ.......................................................และทราบ "วิญญาณ "รูป"เด่นคือกายย้ำ.......................................................ชีพยั้งมินาน ๑๒๑.รู้เหตุสิ"นามและรูป"เจาะอุปบัติ.........................ก็จะชัดซิวิญญ์ฯลุกราน วิญญาณมิมีก็"สอง"จะนิรขาน.......................................ดุจะไร้มิมีซิครัน ๑๒๒.พลันวิญญาณเหตุแล้........................................อารมณ์ เกิดมี โดยผ่านตา,หู..ชม.........................................................คิดพร้อม นามจึงเกิดจำ..คม.........................................................รวม"รูป" หมุนเวียน ไปสู่"สฬาฯ,ผัสสะ"น้อม..................................................ต่อด้วย"เวทนา" ๑๒๓.ความรู้ผิวิญญ์ฯซิดับอภว"นาม"...........................ก็จะตามลุดับสิหนา วิญญาณจะดับมิเหนี่ยวเจาะอนะกล้า..............................ผิวะนามและรูปก็ปลง ๑๒๔.จงทราบทางดับแล้............................................มิเหลือ นามรูป มรรคแปดทางดับเครือ...................................................จิตพร้อม เห็น"นามรูป"ทุกข์เจือ.....................................................มิเที่ยง อนัตตา นามรูปขันธ์ดับน้อม........................................................จิตแผ้วสะอาดฉาน ๑๒๕.ความรู้ ณ วิญญ์ฯอะรมณ์หทยะชู........................ก็จะรู้ซิผ่านทวาร วิญญาณ ฉ เกิด ณ ตา..และมนะกราน ...........................ภวเกิดและดับเสมอ ๑๒๖.เจอวิญญาณหนึ่งแล้..........................................เบญจขันธ์ องค์ประกอบชีวิตครัน....................................................มุ่งน้อม ใดกระทบตาแสงทัน......................................................จิตทราบ เกิด,จำ เวทนาเกิด,คิดปรุงพร้อม................................................ครบแล้วกระบวนการ ๑๒๗.ความรู้สิทราบอะไรปจยะเกิด.............................ประลุเพริดซิวิญญ์ฯสราญ "สังขาร"สิปรุงมุวิญญ์ฯภวประสาน..................................ปฎิสนธิใหม่ซิหนา ๑๒๘.คราทราบวิญญ์ดับได้........................................เหตุหนา พาไป ดับเหตุเสียวิญญ์ลา.......................................................ลับแล้ว เหตุ"นามรูป,สฬาฯ"ซา....................................................สัมผัส เวทนา เหตุไม่ปรุงอีกแจ้ว..........................................................ดับแท้วิญญาณ ๑๒๙.ความรู้วิธีละวิญญ์ฯก็ประลุมรรค........................เจาะประจักษ์ซิวิญญ์ฯพะพาน ไม่เที่ยงเจาะทุกข์มิใช่สิวปุกราน.....................................ละอุปาฯมิยึดอะไร ๑๓๐.ไวมิยึดมั่นแท้....................................................สังขาร จึงดับ ปรุงแต่งเลิกหมดกราน..................................................ว่างพร้อม วิญญาณจ่อซมซาน......................................................จะอยู่ มิคง จึงดับลงแลน้อม............................................................หลุดพ้นทุกข์ผอง ๑๓๑."สังขารสิญาณ"ไฉนก็เพราะจะปรุง....................ลุผดุงติสามสิปอง "กายสังฯ,วจีฯและจิตตะฯ"ภวจอง...................................อุปบัติและดับมิคง ๑๓๒.จงทราบเหตุเกิดแท้...........................................สังขาร เป็นใด มี"อวิชชา"กราน.............................................................ยึดกล้า อริยสัจมิขาน.................................................................ในจิต จึงก่อกรรมมิล้า..............................................................รุ่มร้อนนิสัย |
||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:18:36 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ค่าแรงจะจ่ายจบเมื่อครบปี เดือนละยี่สิบบาทนี่ขาดตัว เดือนละยี่จิบบาทขาดใจแน่ คงต้องแก่ก่อนหมดกำสรดสลัว ![]() |
||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:43:24 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
ค่าแรงจะจ่ายจบเมื่อครบปี เดือนละยี่สิบบาทนี่ขาดตัว |
||
|
9
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:38:13 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๗/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๑๐๑.ญาณอุปาฯเจาะยึดและธุวะลามรู้....................ภว"กาม"ลุทิฏฐิครัน "สีลัพฯกะอัตวาทุ"วทะดั้น............................................ตริซิเหนือนิกรสกล ๑๐๒.ยลอุปาฯเหตุแท้.............................................."ตัณหา อยาก"แล ระดับอุปาฯหนา...........................................................แน่แล้ว ควรดับ"อยาก"จะพา....................................................อุปาฯดับ ตามเอย จะดับอุปาทานแจ้ว......................................................มรรคพร้อมวิเศษหนา ๑๐๓."ตัณหาสิอยาก"รตีหทยะติด.............................เจาะประชิดกะ"กาม"คณา ตัณหาซิอยากมิอยากจะทุขะกล้า.................................ลุทวีตลอดจิรัง ๑๐๔.ทราบจังเหตุเกิดแล้..........................................ตัณหา "อยาก"เกิดจาก"เวทนา"...............................................ยิ่งรู้ ทุกข์หรือสุขเฉยมา......................................................จึงก่อ ตัณหา ระงับเวทนากู้...............................................................หลุดแท้ตัณหา ๑๐๕.ตัณหานิโรธสิดับภิทะมิเหลือ.............................ภวเครือกิเลสละกล้า ตัณหาซิหยุดมิข้องสละคณา .......................................มละหมดกิเลสมลาน ๑๐๖.พานปฎิบัติมรรคแล้.........................................แปดองค์ ทางดับตัณหาคง.........................................................หมดพ้น ทุกข์ปลงปลดยะยง.....................................................มิเกิด เดินสู่นิพพานท้น..........................................................ห่างแล้วภพสาม ๑๐๗.รู้"เวทนา"ก็คือลุ"สุขะ,ทุกข์"..............................ภวรุกรึ"เฉย"ซิความ "รู้สึก"มิควรจะยึดกะวปุตาม..........................................เพราะมิเที่ยงจะแปรเสมอ ๑๐๘.เจอเวทนาเหตุแล้.............................................จากอะไร "อายตนะนอก-ใน"........................................................กระทบพร้อม จึงเกิด"ผัสสะ"ไว...........................................................ทุกเมื่อ เวทนาเกิดพลันน้อม......................................................รับรู้เชียวหนา ๑๐๙.ปัญญาสิรู้ยะยิ่งปจยะไหน.................................มละไวกะเวทนา เมื่อ"ผัสสะ"ดับก็"เวทนะฯ"มิช้า.......................................ประลุดับสนิทซิพลัน ๑๑๐.มีปัญญายิ่งรู้.....................................................วิธีหนา ดับเวทนา "อริยสัจ"พา..................................................................มรรคถ้วน วงจรกิเลสตัดครา.........................................................จิตปราศ อารมณ์ เวทนาหายล้วน.............................................................ปราบป้องทันแฉ ๑๑๑.รู้"ผัสสะ"จบสิอายตนะใน...................................พหิไซร้กระทบซิแน่ "ตา"เห็นสิ"รูป,จมูก"สุภิระ..แท้........................................ประลุ"จักขุวิญญ์ฯ..เฉลย ๑๑๒.เปรยผัสสะเกิดนั้น.............................................มี"สฬา- ยตนะ" ครันร่วมวิญญาณหนา...................................................หกพร้อม สฬาฯใน-นอก,วิญญ์ฯพา................................................สามก่อ ผัสสะ โยงเกิด"เวทนา"น้อม.....................................................จึ่งรู้สึกเผย ๑๑๓.ปัญญาสิรู้วะ"ผัสสะ"จะละหนา...........................ก็"สฬาฯ"เจาะดับซิเอ่ย คราเมื่อ"สฬายะฯ"ดับลิกิจะเอย......................................นิร"ผัสสะ"เกิดสิหนา ๑๑๔.คราญาณปฏิบัติรู้.............................................ดับแล ผัสสะ เลิกกระทบทวารแบ......................................................หกไร้ มีทางมรรคแปดแฉ.......................................................กิเลสตัด วงจร จิตเกิดปัญญาไซร้........................................................ดับแท้จริงเผย ๑๑๕.รู้เรื่อง"สฬายะฯ"เกิดเหมาะเจาะอะไร..................ก็เจาะในทวารซิเอย "ตา,หู,จมูกกะลิ้นและวปุเลย .........................................มนะหกสถานสิแฉ ๑๑๖.แล"สฬายะฯ"เชื่อมรู้..........................................อารมณ์ หลากนา เหตุเกิด"สฬายะฯ"คม....................................................สภาพแท้ คือ"นามรูป"เจริญชม.....................................................ชีวิต เติบโต จึงก่อ"สฬายะฯ"แล้........................................................สื่อพร้อมทำงาน |
||
|
10
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:24:50 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๖/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๘๕.รู้"หานภาคินี"ลุชิระครัน......................................ภวปัญญะเสื่อมเฉลย ปัญญาสิ"ภาคินีเจาะฐิติฯ"เอ่ย.......................................ดุจะทรงมิก้าวมิถอย ๘๖.คอยปัญญาเลิศล้ำ..............................................พัฒนา "กิเลส" เดินสู่งานสมาธิ์.............................................................เปี่ยมล้น ถึง"นิพเพธปัญญาฯ".....................................................ตัดกิเลส ความหลง นำสู่มรรค,ผลท้น..........................................................ล่วงแล้วนิพพาน ๘๗.แนวทางประพฤติพระธรรมประลุวิมุติ..................ระยะรุดซิช้ากะงาน ง่าย-ยากไฉนจะถึงจตุประสาน......................................ก็จะพ้นติโลกซิแฉ ๘๘.แล"ทุกขาฯ"แน่วพ้น.............................................ทันธา ภิญญา เพียรมากลำบากหนา....................................................ล่วงช้า กิเลสหยาบทุกข์พา.......................................................ใจซ่าน สติถอย จิตไป่คงสมาธิ์ล้า..........................................................อ่อนเปลี้ยอินทรีย์ ๘๙."ขิปปาและทุกเจาะยากปฏิปทา"...........................พิระหนาลุเร็วทวี ด้วยมีกิเลสสิหยาบตะวตะคลี่.........................................สติกล้าสมาธิเผย ๙๐.เปรย"สุขาฯ"เลิศล้น.............................................บรรลุนาน งานสะดวก กิเลส,ทุกข์ซาพาน.........................................................แต่น้อม "สุขาขิปปาฯ"กราน .......................................................ลุง่าย เร็วมาก จากแกร่งอินทรีย์ช้อย....................................................พรั่งพร้อมสมาธิ์แฉ ๙๑."ปัฏฐานสตีฯ"สถานก็สติอยู่...................................ก็ตริชูกะสรรพแท้ เห็นจริงเจริญวิปัสสะจตุแน่.............................................มละไกลกิเลสซิเผย ๙๒.เปรย"กายาฯจิตตั้ง...............................................พิจารณ์กาย ยืน,เดิน มิใช่ตัวเลยฉาย..............................................................ธาตุแล้ "เวทนาฯ"พิศทุกข์กราย..................................................หรือสุข คิดว่า"เกิด"มาแท้...........................................................แม่นแล้ว"ดับ"ปลง ๙๓."จิตตานุปัสสนา"ตริมนะบ่ม...................................ซิอะรมณ์หละหลายพะวง โลภ,โกรธจะรู้สภาวะเจาะประสงค์..................................ฐิติจิตเจาะมั่นและกลาง ๙๔.พลาง"ธัมมาฯ"คิดรู้................................................สภาพธรรม เบญจขันธ์ อริยสัจจตุนำ..................................................................มรรคพร้อม โพชฌงค์เร่งทราบทำ......................................................เพียรมั่น ปัญญา นาม,รูปธรรมจริงน้อม......................................................ไม่แล้ตัวตน ๙๕.ปัญญาสิรู้วะแก่"ชรามรณญาณ".............................ชิระพานซิขันธ์ผจญ ความตายเลาะชีพและภิทะยล ........................................คติสัจจะแน่มิผัน ๙๖.ครัน"ชราสมุทย์ฯรู้.................................................เหตุ"ตาย เกิด"นา ทราบหยั่งชัด"ชาติ"ฉาย..................................................เหตุพร้อม จึงมี"แก่"ตามกราย.........................................................."ตาย"จ่อ ถึงแล มี"ทิฏฐิสัมมา"น้อม...........................................................ทราบได้ปัจจัย ๙๗.ปัญญา"นิโรธ์ชรามรณญาณ"................................เจาะมลานซิดับคระไล เมื่อ"ชาติ"สิดับ"ชรา,และมร"ไซร้......................................ก็จะดับเพราะเหตุมิมี ๙๘.ดับทวี"นิโรธ"แท้...................................................ปฏิปทา ชรา,ตาย ดับไม่เหลือเลยหนา........................................................วิปัสส์ฯน้อม มรรคองค์แปดทางพา.....................................................ดับ",ชาติ" เด็ดขาด ภพต่อไปชาติคัอม..........................................................สุดสิ้นเลยหนา ๙๙."ชาติญาณ"เลาะรู้"ปฏิจจสะฯ"อุบัติ........................ภวชัดและดับ ณ หล้า มี"ชาติอุบัติกะขันธ์,ปจยะ"กล้า.......................................วิธีดับกะ"ชาติ"ซิครัน ๑๐๐.พลัน"ภวญาณ"มุ่งรู้..........................................."ภพ"แล เวียนยึด เหตุ"อยาก"ยึดแฉ..........................................................ภพสร้าง ทราบความ"ดับภพ"แปร.................................................ภพชาติ มิเหลือ ทางดับภพชาติมรรคอ้าง................................................หลุดพ้นฉับพลัน |
||