Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:48:20 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

เราหน้าแหลมรอหน่อยเดี๋ยวค่อยไป      ศัลยกรรมใบหน้าก่อนผ่อนเวลา 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:05:43 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๖/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๔๑๕.ที่เจ็ดลุ"เนวะสัญยตนะฯ"กล้า................เจาะสมาธิ์ประณีตซิแล
จิตอยู่สิกลางกะ"จำ"และอนะแน่........................มิละดับสนิทซิคง

    ๔๑๖.ยลวิโมกข์แปดแท้................................."สัญญา- เวท์ยิตฯ"
"นิโรธสมาบัติ"พา.............................................ดับแล้
ขันธ์สองสิ่งดับหนา..........................................."จำ"แน่ "เวทนา"
จิต,ร่างกายสงบแท้...........................................ชีพย้ำยังคง

    ๔๑๗.พุทธ์เจ้าระลึกสิชาติลุพหุกัป..................เจาะซินับมิถ้วนประสงค์
ภพโน้นจะชื่ออะไรศยณะบ่ง..............................ก็สถานซิไหนเฉลย

    ๔๑๘.เปรยตถาคตแท้....................................ทราบแล จุติ,เกิด
สัตว์หลากหลายไปแฉ.......................................สู่น้อม
สุคติ สุขแด.......................................................กุศลส่ง สวรรค์
ไปทุคติพร้อม....................................................ชั่วช้าสามานย์

    ๔๑๙.พุทธ์เจ้าสิรู้พระญาณสกะพระองค์..........ภวบ่งลิ"อาสวา"มลาน
ทรงทราบสิ"อาสวา"ปจยะพาน............................อริย์สัจเจาะดับเฉลย

    ๔๒๐.เปรยหทัยหลุดพ้น..................................อาสวา
พลังยิ่งของปัญญา.............................................ยอดแท้
"เจโตฯ"อำนาจหนา............................................สมาธิ์ช่วย
พบ"ทิฏฐิธรรม"แท้..............................................ชาตินี้นิพพาน ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๑๖. ญาณวิภังค์ : [เล่มที่ 78] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/fOWM5QEjfm77QdZpr

๑๖. ญาณวิภังค์
มาติกา
เอกกมาติกา
[ก] ญาณวัตถุหมวดละ ๑ คือ วิญญาณ ๕
~ วิญญาณ ๕ = จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ
(๑) เป็นอเหตุกะ = สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุ
(๓) เป็นเหตุวิปปยุต = สภาวธรรมที่วิปปยุตจากเหตุ
(๔) เป็นสัปปัจจยะ =  สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง
(๕) เป็นสังขตะ = สิ่งที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้น หรือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น มีจุดเริ่มต้น ดำรงอยู่ และดับไปตามหลักธรรมชาติ ในทางพุทธศาสนา เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า สังขตธรรม ซึ่งครอบคลุมถึง รูปธรรมและนามธรรมทั้งหมดในสังสารวัฏ
(๖) เป็นอรูป = สภาวะที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีสัณฐาน ไม่มีการกำหนดขอบเขต และไม่ใช่วัตถุที่สัมผัสได้ด้วยตาหรือกาย
(๗) เป็นโลกิยะ = สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะ
(๘) เป็นสาสวะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
(๙) เป็นสัญโญชนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์
(๑๐) เป็นคันถนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะ
(๑๑) เป็นโอฆนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของโอฆะ
-- ที่ตั้งแห่งการเกิดโอฆะกิเลส ทั้ง ๔ ประการ ดังนี้ (๑๑.๑) กาโมฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความใคร่ (๑๑.๒) ภโวฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความติดใจในภพ (๑๑.๓) ทิฏโฐฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความเห็นผิด (๑๑.๔) อวิชโชฆะ: กิเลสดุจห้วงน้ำคือความไม่รู้จริง
(๑๒) เป็นโยคนิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของโยคะ
-- กิเลส (โยคะ ๔) อันได้แก่ กาม, ภว, ทิฏฐิ และอวิชชา
(๑๓) เป็นนีวรณิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์
-- สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ทั้ง ๕ รูปารมณ์ (รูป); อารมณ์ทางตา; สัททารมณ์ (เสียง) อารมณ์ทางหู; คันธารมณ์ อารมณ์ทางจมูก; รสารมณ์ อารมณ์ทางลิ้น;โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ทางกาย
(๑๔) เป็นปรามัฏฐะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาส
(๑๕) เป็นอุปาทานิยะ = สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
(๑๖) เป็นสังกิเลสิกะ = สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส
(๑๗) เป็นอัพยากตะ = สภาพธรรมที่เป็นกลางๆ ไม่จัดเป็นฝ่ายดี (กุศล) และไม่จัดเป็นฝ่ายชั่ว (อกุศล) เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติแต่ไม่มีผลทางกรรม (วิบาก) ให้สุขหรือทุกข์ในตัวเอง
(๑๘) เป็นสารัมมณะ = สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้
~ สารัมมณธรรม: สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ ได้แก่ จิตทั้งหมด (รวมถึงวิญญาณ ๕) และเจตสิกทั้งหมด

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:56:11 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รวมกลุ่มแก๊งค์หน้าบานที่บ้านน้อย      รบกวนเซ็นชื่อหน่อยอย่าเฉไฉ
 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:21:00 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๕/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๓๙๘.มีสัตว์เลวชั่วนั้น.....................................แนะนำ สอนยาก
สัตว์ยากทราบเลยหนำ......................................ไม่รู้
สัตว์"ดี"แน่สอนจำ.............................................ทราบง่าย
องค์ประกอบหนุนสู้...........................................ยิ่งพร้อมเร็วหนา

    ๓๙๙.สัตว์ภาวะตรัสรู้จะมิเหมาะดั้น................ภวกั้นและขวางคณา
สัตว์พลาดเพราะ"กรรม,กิเลสะ"พหุกล้า.............เจาะวิบากและปัญญะทราม

    ๔๐๐.ลาม"ศรัทธา"ไป่แล้...............................หามี "ฉันทะ"
มิหยั่ง"สัมมัตฯ"ดี..............................................ถูกต้อง
"สัมญาณะฯ"มิพี...............................................มิหยั่ง ทราบหนา
"วิมุตติสัมมาฯ"ฟ้อง...........................................ตรัสรู้มิควร

    ๔๐๑.สัตว์ควรจะตรัสรู้อภวะกั้น.....................นิรครัน"กิเลสะ"ตรวน
ไร้"กรรม,วิบาก"เกาะ"ฉันทะ"รติถ้วน..................ภว"ศรัทธะปัญญะ"แฉ

    ๔๐๒.แลฌานทราบ"ผ่องแผ้ว"........................"จิตหมอง"
"การออกจากณานตรอง...................................แน่วน้อม
"สมาธิ์,วิโมกข์"ครอง........................................."สมาบัติ"
จริงยิ่งแลทราบพร้อม.......................................แม่นแล้วเป็นไฉน

    ๔๐๓."ฌายี"ก็ผู้เจริญจตุประเภท...................มติเจตน์ซิผิดกระไร
"ได้ฌานก็คิดวะยังมิประลุ"ไซร้........................."มิลุเลยตะคิดวะเสย"

    ๔๐๔.เปรยเจริญธรรมพินิจแล้ว.....................ถูกหนา
"ตนจ่อฌานลุมา...............................................แน่แท้"
"ตนคิดไป่ลุนา".................................................รอก่อน
สติเท่าทันธรรมแท้............................................จริงรู้ถูกแฉ

    ๔๐๕.มีผู้เจริญสิฌานจตุประเภท...................."ลฆุเดช ฤ ช้า"ซิแล
"เข้าช้าตะออกซิเร็วจะทมะแน่...........................กะนิวรณ์กิเลสลุซา

    ๔๐๖.ครา"บุคคลดิ่งเข้า.................................ฌานเอย รวดเร็ว"
"ออกจากฌานแลเผย.......................................เชื่องช้า"
จิตลงสู่ฌานเชย...............................................เร็วรี่ ชำนาญ
"ออกค่อยคลายสมาธิ์ล้า...................................เร่งไร้"เวลา

    ๔๐๗.เข้า-ออกสิฌานจะเร็วเพราะลุวสี............มนะรี่สมาธิกล้า
เมื่อออกก็เร็วซิถอนหทยะหนา...........................ภวธรรมดาซิเผย

    ๔๐๘.เปรยชนหมายมุ่งแท้..............................ฌานมา
เจริญสมาธิ์นานหนา..........................................กว่าเข้า
เวลาออกฌานครา.............................................ถอนจิต มิเร็ว
เพลินเพริดในณานเฝ้า.......................................ไม่ตั้งกาลไข

    ๔๐๙.ผู้ได้สิรูปฌานเจาะวตะเด่น.....................ก็จะเห็นซิรูป ณ ใน
เกศา,นขา,ตโจ..เจาะภณะไซร้............................ลุวิโมกข์ซิหนึ่งเฉลย

    ๔๑๐.เปรยชนถึงแน่แล้วมี...............................รูปฌาน บริกรรม
ณ รูปนอกกายพาน............................................เด่นแท้
ทราบง่าย
เห็นรูปนอกหลายชาญ.......................................นิมิต ภายนอก
วิโมกข์ที่สองเกิดแล้...........................................มุ่งพ้นยาวไกล

    ๔๑๑.ที่สามวิโมกข์ก็น้อมหทยะล้ำ...................สุภะธรรมนิมิตวิไล
จิตเป็นสมาธิแน่วลุชระใส...................................ลุปลาตกิเลสซิหมอง

    ๔๑๒.ครองวิโมกข์สี่แล้ว.................................จากลา รูปฌาน
เพราะดับ"ปฏิฆะ"มา...........................................โกรธไร้
กำหนด"อากาศ"หนา..........................................มิสุด
บรรลุ"อากาฯไซร้...............................................เสร็จสิ้นมิหนี

    ๔๑๓.ที่ห้าวิโมกข์ก็น้อมตบะผลิน.....................ภววิญญะสุดมิมี
"วิญญายะฌานฯ"ลุแผ่สิพหุคลี่............................นิรขอบและขตกระไร

    ๔๑๔.ไวลุวิโมกข์หกแล้ว..................................บริกรรม วิญญาณ
นิดหนึ่งมิมีนำ......................................................สิ่งไร้
"อากิญฯ"แนบจิตจำ............................................บ รูป คงมี
นามธรรมจิตไซร้................................................แค่นั้นเลยแฉ

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:08:36 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๔/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๓๘๑.พุทธ์เจ้าสิรู้กะ"อินทริยะญาณ".............เจาะลุกรานซิสัตว์พลา
อินทรีย์สิอ่อน ฤ กล้าเหมาะจะลุคว้า.................กะพระธรรมระดับไฉน

    ๓๘๒.ไวพุทธ์องค์รอบรู้................................."อาสยะ"พา จิตยึด
มี"อนุสัย"กิเลสครา..........................................นิ่งซ้อน
สัตว์มี"จริต"ชอบมา.........................................มีเหตุ มีผล
"อัธยาศัย"จิตช้อน...........................................มุ่งต้องการใด

    ๓๘๓.จิตสัตว์สภาพเจาะ"อาสยะ"ซิมั่น"..........คติครันกะโลกกระไร
"ไม่เที่ยง ฤ เที่ยง,สุดมิสุด,"มระก็ไซร้.................จะลุเกิด,มิเกิด.."ซิแฉ

    ๓๘๔.แล"อนุสัย"สัตว์แล้...............................กิเลสนอน สันดาน
จะซ่านอารมณ์จร............................................กระทบได้
มีเจ็ดเช่น"ทิฏฐิ"ยอน........................................เห็นผิด
"วิจิกิจฉา"ไซร้.................................................จิตน้อมสงสัย

    ๓๘๕.สัตว์มีจริตสภาพหทยะปรุง...................เจาะจรุงถนัดวิไล
จำแนกวิถีกะชีพเจาะประลุไกล.........................ปฏิสนธิต่างมิเหมือน

    ๓๘๖.เยือน"ปุญญาฯ"แต่งแท้.........................บุญ,กุศล ศีล,สมาธิ์
ปรุงจิต"สุคติ"ยล...............................................เกิดน้อม
"กามาวจรภูมิ"ดล..............................................มนุษย์มุ่ง โลกสวรรค์
หรือลุ"รูปาวะฯ"พร้อม........................................สู่ชั้น"รูปพรหม"

    ๓๘๗.ปรุงแต่ง"อปุญภิสังฯ"หทยะด้น..............อกุศลกิเลสระดม
จิตต่ำเจาะนำลุภูมิ"ทุคติ"ตรม............................เจาะ"นรก"ณ "กามะ"เผย

    ๓๘๘.เปรย"อาเนญฯ"แน่แล้ว..........................ปรุงกุศล อรูปฌาน
นำเกิด"อรูปาวะ"ดล...........................................หวั่นไร้
รวมสามแบบทำยล............................................ยังจ่อ วัฏฏะ
วนว่ายเวียนเกิดไซร้..........................................ภพแล้สามหนา

    ๓๘๙.ความชอบนิสัยกระทำเจาะประลุชัด.......ปฏิบัติซิชินมิซา
สัตว์ทรามลุต่ำกิเลสและหินะกล้า.......................ผิประณีตเจาะสูงกุศล

    ๓๙๐.ยลอัธยาศัยชั่วพร้อม.............................คบหา สัตว์ทราม
อดีต,อนาคตครา...............................................ดุจแล้
สัตว์ประณีตพบพา............................................ประณีต เหมือนกัน
อดีต,อนาคตแท้.................................................เช่นนี้จริงเอย

    ๓๙๑.สัตว์มีธุลีกิเลสเจาะพหุจด.......................ภณะทศวัตถุเอ่ย
สิบวัตถุก่อกิเลสลุรวะเกย...................................ภวเศร้าหทัยทุรน

    ๓๙๒.ยล"กิเลสวัตฯ"แล้...................................โลภ,หลง โกรธ,ทิฏฐิ
"อุทธัจจะ"จิตคง.................................................พล่านฟุ้ง
"มิอายต่อบาป"พง...............................................จึงเพิ่ม บาปนา
"อโนตตัปปะ"คลุ้ง...............................................ไป่ไซร้กล้วเลย

    ๓๙๓."ทำมาก"กิเลสกะวัตถุ"ภณะชี้...................เจาะธุลีกิเลส"ซิเอ่ย
"เรียกน้อยธุลีกิเลสอภวะ"เผย..............................นิรเพิ่ม ฤ เสพอะไร

    ๓๙๔.ไวอินทรีย์เก่งห้า.....................................ศรัทธา
"วิริยินฯเพียร"หนา..............................................มุ่งแล้ว
"สตินทรีย์"แน่วคร้นพา........................................สมาธิ์มั่น
เกิดก่อ"ปัญญินฯ"แผ้ว.........................................กิจแล้เสร็จงาน

    ๓๙๕.อินทรีย์สิอ่อนมิเสพเจาะอนะฝึก...............มนะตรึกมิมากละลาน
เสพมากและเสริมเจาะฝึกลุนยะกราน...................ภณะกล้าซิอินทะรีย์

    ๓๙๖.มีอาการชั่วช้า.........................................เลวหลาย เป็นใด
"อาสยะ"จิตกราย................................................อยู่นั้น
กิเลส"อนุสัย"พราย..............................................นอนนิ่ง สันดาน
จริต,อินทรีย์ดั้น...................................................อ่อนแท้กิจราน

    ๓๙๗."อาการสิดี"จะมีเจาะอติไซร้....................."อนุสัย,จริต"พะพาน
"มืดีนิสัย,ธุลีสิอณุ"กราน......................................ลุ"ฉกาจกะอินทะรีย์"

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 15, สิงหาคม, 2569, 03:25:54 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๓/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

     ๓๖๔.มี"กัมมะ"บาปแท้.................................อาศัย อุปธิ
กรรมชั่วอดีตผลไว...........................................ต่อผู้
กายบกพร่องเหตุไข.........................................โอกาส
กรรมเก่าแสดงออกกู้........................................เพิ่มซ้ำเติมหนา

    ๓๖๕.กรรมชั่วอดีตเพราะ"กาลสมบัติ"............จะเจาะปัดซิผลถลา
บ้านเมืองวิบัติเหมาะ"กาลวิฯ"กล้า......................จะกระตุ้นวิบากเจาะผล

    ๓๖๖.ยล"กัมมะ"บาปซ้อง...............................การกระทำ ความผิด
ทำชั่วอดีตชาตินำ.............................................หยั่งแคล้ว
ปัจจุบันก่อบาปหนำ...........................................บาปอดีต หนุนแล
"ปโยควิบัติ"แจ้ว................................................วิบากแท้เกิดพลัน

    ๓๖๗.เกิดในอบายจะขวางผิวะกุศล................จระด้นอดีตซิครัน
เรียกว่า"คตีวิบัติ"มิหิตะสรรค์.............................ภวบุญซิสุขคุณา

    ๓๖๘.ครากุศลประกอบไว้..............................อดีตนา
บุญไป่นำผลมา.................................................ส่งให้
"อุปธิวิบัติ"หนา..................................................ขวางแน่ ผลบุญ
"สภาพกายทรามไซร้.........................................ร่างพริ้งมิพาน

    ๓๖๙.ทำดีกุศลตะบุญอนะเจาะผล...................เพราะผจญวิบัติกะกาล
เกิด"กาลวิบัติ"บุรีลุทุขะฉาน...............................ลุระงับซิบุญชลอ

    ๓๗๐.คลอ"กัมมะฯ"แน่แล้ว...............................บุญเอย มิหนุน
มี"ปโยควิบัติ"เฉย................................................มุ่งห้าม
ดำเนินชีพผิดเปรย..............................................บกพร่อง
เพียรผิดวิธีข้าม..................................................ไม่แก้เกิดผล

    ๓๗๑.พุทธ์เจ้าซิทราบกระจ่างปฏิปทา...............จระหนานรกผจญ
ด้วยพฤติสิกรรมะบทลุอกุศล...............................ฤ เจาะกาย,มโน,วจี

    ๓๗๒.ดีพุทธ์องค์ทราบแล้.................................เดียรฉาน กำเนิด
พฤติชั่ว"กรรมบถฯ"กราน.....................................สิบท้น
"มิจฉาทิฏฐิ"พาล..................................................เดรัจฯ วิชา
อาชีพขวางมิด้น...................................................ห่างลี้นิพพาน

    ๓๗๓.พุทธ์เจ้าเจาะญาณสิพาลุอุปบัติ.................ภวชัดก็"เปรต"ทะยาน
พฤติชั่วก็ทศกรรมะเลาะประหาร...........................เพราะตระหนี่และ"โลภะ"แฉ

    ๓๗๔.แลพุทธ์องค์ทราบแล้ว..............................มนุษย์หนา อุบัติ
"กรรมบถกุศลสิบ"พา...........................................จิตน้อม
"ปัญจ์ศีล"รักษ์,"ทาน"ครา.....................................คุณพ่อ มารดา
จิตมุ่งแทนคุณพร้อม............................................ช่วยเอื้ออาทร

    ๓๗๕.พุทธ์เจ้าสิทราบกะทางจระสวรรค์.............ประลุดั้นกุศลขจร
กรรม์บถสิทศน้อมเจาะ"หิริ"ชัอน...........................มุละอายกะบาปเฉลย

    ๓๗๖.เปรย"โอตตัปปะ"เพิ่มแล้ว.........................เกรงกลัว บาปแล
"ทาน,รักษ์ศีล,สมาธิ์ฯ"รัว.......................................แน่วน้อม
จิตสงบผ่องมิมัว....................................................บริสุทธิ์
จิตมั่นรัตนตรัยพร้อม............................................มุ่งแม้นเมตตา

    ๓๗๗.พุทธ์เจ้าเจาะทราบสิทางลุ"นิรวาณ"...........ตริพิจารณ์ซิเห็นวรา
"ไตรลักษณ์และอัฏฐะมรรค"อริยะคว้า...................มละ"อาสวะ"สิ้นและสูญ

    ๓๗๘.ทรงจรูญธรรมรอบรู้..................................เป็นหนา ปัญจ์ขันธ์
ใน-นอก"อายตน"พา..............................................เกี่ยวข้อง
ความเป็นธาตุหลากครา.........................................อเนกธาตุ
ทรงหยั่งชีพกอปรคล้อง.........................................ต่างแล้ธาตุหลาย

    ๓๗๙.พุทธ์เจัาสิทราบวะสัตว์เจาะลุนิสัย..............ภวไซร้ซิต่างและกราย
ด้วยธาตุมิเหมือนจะต่างกิริยะฉาย..........................คติพฤติกรรมเจาะทราม

    ๓๘๐.ความประณีตต่างแล้.................................อัธ์ยาศัย มิเหมือน
ทรามคบกับทรามใจ.............................................แน่วคล้าย
ประณีตกับประณีตไว...........................................คบมุ่ง สหายครา
ในอดีต,อนาฯละม้าย.............................................มาตรแม้นแลหนา

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 15, สิงหาคม, 2569, 08:34:23 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๒/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

    ๓๔๗.พุทธ์เจ้าเจาะรู้"อฐานะ"ประลุพุทธฯ.........ภวรุดสิสองมิพาน
พุทธ์เจ้าสิหนึ่งเจาะ"ฐานะ"ตริลุขาน.....................ลุ ณ โลกธาตุสิเดียว

    ๓๔๘.เฉลียวพุทธ์องค์ทราบแล้ว......................ภาวะสตรี พุทธะ
สภาพ"อฐานะ"มี.................................................ก่อได้
"ฐานะ"แน่ชายดี.................................................เกิดเด่น เฉพาะ
"บารมีกำหนดไซร้..............................................ตรัสรู้เชียวหนา

    ๓๔๙.พุทธ์เจ้าสิรู้สตรีจะอุปบัติ.........................ภวปัดพระอินทร์ซินา
เป็นพรหมมหา"อฐานะ"จะลุกล้า...........................นิรปัจจ์ยะเหตุเฉลย

    ๓๕๐.พุทธ์องค์เปรยทราบถ้วน........................."ฐานะ"ชาย พึงเกิด
เป็นพระอินทร์,พรหมกราย..................................แน่วแล้
บารมีหากสูงฉาย................................................พึงจ่อ
ตำแหน่งโลกธาตุแท้...........................................บุรุษล้วนเหมาะสม

    ๓๕๑.พุทธ์เจ้าซิรู้วะ"กาย"เจาะทุจริต................มิประชิดรตีและชม
จะเป็น"อฐานะ"ที่จะสุขะบ่ม..................................เพราะจะทุกข์ซิแน่ละหนา

    ๓๕๒.คราพุทธ์องค์ทราบแล้.............................ทุจริตกาย ผลทราม
มิน่าพอใจกราย...................................................แน่แล้ว
เป็น"ฐานะ"แลฉาย...............................................จริงแน่ว เป็นแล
ทำชั่ว,ผลทุกข์แจ้ว..............................................วิบากล้วนรับเอา

    ๓๕๓.ทรงตรัส"วจี,มโน"ลุสุจริต.........................เจาะประชิดรตีมิเพรา
เป็น"ฐานะ"หาและมีจะเหมาะเจาะเรา....................ภวบุญกุศลพะพาน

    ๓๕๔.กรานพุทธ์องค์ทราบพร้อม.......................มโน,วจี สุจริต
จะเกิดผลมิรตี......................................................ไม่แล้
"อฐานะ"จะมี........................................................บ เหตุ ปัจจัย
หากแต่จะรตีแท้...................................................ชื่นแล้สุขเผย

    ๓๕๕.ญาณรู้วิบากก็"กัมมะวิฯ"ลุนำ....................ก็กระทำสิกรรมนะเอย
ดี,ชั่ว ณ กาล,เจาะเหตุปจยะเสย...........................จะเจาะผล ฤ ไม่เจาะผล

    ๓๕๖.ยลพุทธ์องค์ทราบแล้..............................."กัมมสมาฯ" บาปแล
มิก่อผลเลยนา......................................................ถูกห้าม
"คติสมบัติ"ขวางหนา.............................................ผลบาป มิแจง
เพราะเกิดภพดีคร้าม.............................................ไม่ให้ผลหนา

    ๓๕๗.บาป"กัมมสาฯ"มิให้สิพละผล....................."อุปะชี้"ล้นซิมากพลา
สมบูรณ์สิกายจะห้ามลุภวกล้า...............................ขณะภพกระนี้สิเผย

    ๓๕๘.เปรยคนทำบาปแล้...................................วิบากผล พิการ
หากกุศลเกิดผล...................................................ร่างพริ้ง
เพราะ"อุปธิฯ"ดล..................................................ขวางแน่
มิอาจเกิดผลทิ้ง....................................................ชาตินี้เลยหนา

    ๓๕๙.บาป"กัมมสาฯ"สิ"กาลสมะ"ขจัด.................เจาะสลัดเพราะรอซินา
จนกว่าสภาพจะเอื้อลุภวกล้า..................................หินะชั่วจะเกิดลุผล

    ๓๖๐.ดล"กาลสมบัติ"แท้....................................เมืองเจริญ ศีลธรรม
กษัตริย์ครองธรรมเผชิญ......................................ทั่วหล้า
ความดีจ่อขวางเผดิน............................................กรรมประเภท เบาแล
หาส่งผลตามกล้า.................................................ชาตินี้เพิกยล

    ๓๖๑.บาป"กัมมสาฯ"กระทำเจาะขณะนี้.............ภวชี้มิให้ซิผล
พฤติดี"ปโยคสมฯ"ปจยะดล..................................เจาะระงับวิบากกะกรรม

    ๓๖๒.ชนทำดีพฤฒิพร้อม..................................ศีลเพียร ภาวนา
ประกอบกุศลเวียน................................................ปิดกั้น
มิทำชั่วอีกเตียน....................................................กรรมเลื่อน
มิมุ่งดี,บาปนั้น.......................................................ส่งแล้ทุกข์ทน

    ๓๖๓.บาปกรรมอดีตสิน้อยตะศยะจบ.................เจาะ ณ ภพมิดีทุรน
เปรต,เดียรฉานเจาะเป็น"คติวิฯ"ดล........................ลุวิบัติซิมากทวี

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 14, สิงหาคม, 2569, 07:55:32 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

เด็กเด็กเห็นหันมองโลกต้องจำ     เป็นผู้นำเรื่องบานสำราญใจ 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 14, สิงหาคม, 2569, 07:27:18 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


 

   "ชุ ม พ ร "


    อากาศแสนสดใสใจชุ่มชื่น
    ระลอกคลื่นครวญเพลงบรรเลงเห่
    กระทบฝั่งดังครืนยามคลื่นเท
    ใจซัดเซดั้นด้นคนสัญจร
 
    ไม้ทะเลลมโลมเล้า เจ้าเกิดเสียง
     เริงระบำสำเนียงเพียงหมายอ้อน
    ใบไม้ปลิวเอนส่ายคล้ายแง่งอน
    เพียงเว้าวอนผ่อนแรงยามแกว่งใบ
 
    เรือตังเกลำน้อยลอยเท้งเต้ง
    แสนครื้นเครงคลื่นทะเลซัดเซใส่
    เสียงกังวาลกระทบฝั่งก้องดังไกล
    ปริ่มเปรมใจเป็นปลื้ม จนลืมเวลา

    มองฟ้าครามยินเสียงคลื่นสดชื่นนัก
    คนไร้หลักพักพิงทิ้งปัญหา
    หัวใจคนสัญจรแสนอ่อนล้า
    ขอหลับตาลงนั่งฟังคลื่นทะเล

    กันต์กรีนซี
    ๑๔/๘/๒๕๖๙




 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / ๛ วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา ๛
 เมื่อ: 14, สิงหาคม, 2569, 02:47:48 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่อยุธยา มีเจดีย์องค์หนึ่ง ที่มีคนใส่ชุดไทยไปยืนถ่ายรูปข้าง ๆ แทบทุกวัน
โดยไม่มีใครบอกพวกเขาเรื่องความเชื่อว่า...



เชื่อกันว่าในเจดีย์องค์นั้นคือเถ้ากระดูกของเจ้าชายที่ถูกเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์
เขาไม่ได้ก่อกบฏ เขาไม่ได้ฆ่าใคร ความผิดข้อเดียวของเขาคือรักผิดคน
และคนสั่งลงโทษเขา คือพระราชบิดาของเขาเอง



ปี 2258 มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งประสูติในกรุงศรีอยุธยา พระนามว่า
"เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์" แต่คนทั้งแผ่นดินเรียกพระองค์สั้น ๆ ว่า "เจ้าฟ้ากุ้ง"
พระองค์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศและได้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล
พูดง่าย ๆ คือเป็นรัชทายาท คนถัดไปที่จะได้ครองกรุงศรีอยุธยา



แต่สิ่งที่ทำให้คนจำพระองค์ได้จนถึงวันนี้ ไม่ใช่ตำแหน่ง
พระองค์คือกวีที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่แผ่นดินนี้เคยมี
กาพย์เห่เรือที่ยังใช้เห่ในพระราชพิธีมาจนถึงทุกวันนี้ พระองค์เป็นคนแต่ง
"สุวรรหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ " บรรทัดนี้อายุเกือบสามร้อยปีแล้ว
คนไทยยังได้ยินกันทุกครั้งที่มีขบวนเรือ คนที่เขียนมันขึ้นมาตายในที่คุมขังตอนอายุ 40 ปี



ในวังเดียวกันนั้น มีสตรีพระองค์หนึ่งพระนามว่า "เจ้าฟ้าสังวาลย์"
เป็นพระสนมเอกของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และเป็นพระญาติของเจ้าฟ้ากุ้งเอง
ในวังที่ทุกคนจับจ้องมองกันตลอดเวลา ความลับมีอายุสั้นเสมอ



ปี 2298 เรื่องนี้ถึงพระกรรณพระราชบิดา โปรดให้ชำระความ ทั้งสองพระองค์ยอมรับ
คำพิพากษามีสามอย่าง ถอดจากเจ้าฟ้าลงเป็นไพร่ นาบพระนลาฏ
และเฆี่ยนเจ้าฟ้ากุ้ง 180 ครั้ง ยังไม่ทันครบ พระองค์ก็สิ้นพระชนม์
เจ้าฟ้าสังวาลย์ โดนเฆี่ยน 30 ครั้ง แล้วสิ้นในสามวันต่อมา


เรื่องนี้ไม่ใช่ตำนาน ไม่ใช่เรื่องเล่าปากต่อปาก มันถูกจดไว้ในพระราชพงศาวดาร
วันนั้นกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เสียแค่คนสองคน มันเสียรัชทายาทไปด้วย
อีกสิบสองปีต่อมา กรุงแตก ไม่มีใครพิสูจน์ได้หรอกว่า ถ้าเจ้าฟ้ากุ้งยังอยู่
อะไรจะต่างออกไป แต่คนรุ่งหลังก็อดคิดถึงมันไม่ได้ทุกครั้ง



ที่วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่พระเจ้าปราสาททองสร้างไว้ตั้งแต่ปี 2173
มีเจดีย์เล็กสององค์ตั้งอยู่ใกล้กัน เชื่อกันตามหลักฐานและป้ายของทางราชการว่า
องค์หนึ่งบรรจุพระอัฐิของเจ้าฟ้ากุ้ง อีกองค์คือของเจ้าฟ้าสังวาลย์
วันนี้เหลือให้เห็นชัดองค์เดียว อีกองค์พังลงไปแล้ว



ทุกเย็นวันหยุดลานวันนี้เต็มไปด้วยคนใส่ชุดไทย ทุกคนยิ้ม ทุกคนถ่ายรูปสวย
ไม่มีใครรู้ว่ากำลังยืนอยู่ตรงไหน คนเฝ้าวัดรุ่งเก่าบอกว่า ช่วงที่นักท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว
ถ้าได้ยินเสียงคนอ่านกลอนเบา ๆ แถวเจดีย์สององค์นั้น อย่าขานรับ
เพราะเรื่องของสองคนนั้น ยังไม่เคยมีใครตัดสินให้จบจริง ๆ สักที
เชื่อหรือไม่ อยู่ที่คุณ

°:. *₊ ° . ☆   °:. *₊ ° . ° .•

ขอบคุณเพจ คำภีร์สยาม กับเรื่องราวในอดีต

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.213 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...