ที่บ้านเราเรียกแมวมานานโข
เดี๋ยวนี้โชว์ในตู้คู่คูหา
แต่ก่อนแม่ทำกับข้าวก็เอามา
ครอบกะลาหัวแมวแล้วขูดกัน

กุ้งนา
|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:01:19 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
ที่บ้านเราเรียกแมวมานานโข เดี๋ยวนี้โชว์ในตู้คู่คูหา แต่ก่อนแม่ทำกับข้าวก็เอามา ครอบกะลาหัวแมวแล้วขูดกัน ![]() กุ้งนา |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:58:11 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
แพพุ่งซ้ายพุ่งขวาถลาจอด เกือบบ่รอดแล้วหมูอยู่บ้านไหม ![]() |
||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:13:47 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร วิจิตรรัฐสภา โชคชะตา นำพา ทุกชีวิต อภิสิทธิ์ เหลื่อมล้ำ ทำสับสน หนึ่งสังคม แตกต่าง หลายชั้นชน ทุกมณฑล เดือดร้อน สะท้อนใจ เหล่าเศรษฐี โกยกอบ ชอบเอาเปรียบ เศรษฐกิจ เทียบเคียง ทุกสมัย อีกยาจก ยากจน ทนกว่าใคร หลงเหลือไว้ ช่องว่าง ทางชั้นชน ใกล้เวลา กาบัตร สกัดผิด อย่าคิดผิด ด้วยอามิส เพียงหวังผล ประเทศชาติ ไม่อาจก้าว สู่สากล หากปวงชน ขายชาติ ผ่านสภา เลือผู้แทน เป็นคนดี ศรีสังคม ให้งามสม เพื่อชาติ ปรารถนา เศรษฐกิจ สังคม พัฒนา สร้างสภา ให้งดงาม สยามชัย คนเรียนไพร ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ |
||
|
4
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:13:26 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒/๑๐) อภิธรรมปิฎก : ๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์ ๒๓.ริ"ปธานฯ"ก็เชียร........................หทยะเพียรหนา สงฆ์ประลุเรียกสิว่า.............................."มนะสมาธิ์"แฉ ๒๔.แลคำ"อิทธิ"แปล........................แฉสำเร็จยิ่งแท้ ความถูก,ตรองจริงแล้..........................จึ่งเข้าถึงธรรม ๒๕.ประลุ"อิทธิบาท"........................ก็ชยะยาตรนำ ผู้จระ"รู้และจำ.."..................................รึจตุนามขันธ์ ๒๖.พลัน"ตรึกนึก,เวทนา".................."สัญญา,จำ"ยิ่งพร้อม "ปรุงคิด,สังขาร "น้อม..........................."รับรู้วิญญาณ" ๒๗.ริ"เจริญอิทธิบาท".......................จตุระดาษกราน ธรรมพหุ"ฉันทะ"ชาญ..........................."วิริยะ.."ครบเผย ๒๘.สงฆ์เชยเจริญ"สมาธิ์-..................วิมังสา"ตรึกถ้วน คิด"ปธานสังขาร"ป้วน...........................มุ่งแท้เพียรหนา ๒๙.ผิวะทำ"วิมัง์"...............................เจาะพหุหยั่งคว้า สงฆ์จะสมาธิกล้า..................................หทยะหนึ่งเผย ๓๐.เชยฉันทะ,เพียรจิต......................ประคองชิดมุ่งแม้น "ระวังปกธรรมเลวแร้น...........................ไม่ให้เกิด"มี ๓๑."มละบาปสิเกิด"...........................ลุเตะตะเลิดลี้ "สร้างเสาะกุศลทวี"..............................."ฐิติกุศลผาย" ๓๒.กรายธรรม"วิมังสา"......................ครือปัญญารอบรู้ การเลือกธรรมดีจู้..................................แม่นแท้"สัมมา- ทิฏฐิ" ๓๓.ก็สมาธิใด....................................ธุวะหทัยกล้า "สัมมะสมาธิ"คว้า...................................ซิภณะกล่าวขาน ๓๔."ปธานสังขาร"ไหน........................ใจเพียรบากบั่นแท้ คงมั่นมิเอนแล้........................................เพรียกพร้อม"สัมมา- วายามะ" ๓๕.ลุสมาธิชาญ.................................และเจาะปธานฯคว้า สงฆ์จะลุธรรมคณา................................หิตะประโยชน์หลาย ๓๖.กราย"อิทธิ"แปลตรง.....................สงฆ์ทำสำเร็จได้ จึงดิ่งธรรมตรงไซร้.................................ถูกต้องธรรมครัน ๓๗.ภวอิทธิบาท..................................จะยุรยาตรพลัน มีจตุนามขันธ์.........................................ก็ประลุเกิดผล ๓๘.ยลเจริญอิทธิบาท.........................สงฆ์กาจพฤติเปี่ยมแท้ เสพธรรมมากหลายแล้............................เสร็จล้วนผลหนา ๓๙."อภิธรรมชนีย์ฯ"............................จะเจาะทวีกล้า กับจตุอิทธิฯหล้า.....................................ลุอติสำเร็จ ๔๐.เด็ดแรก"ฉันทสมาธิ์ฯ"....................พา"ปธานสังฯ"ร่วมพร้อม "วิริยสมาธิ์"น้อม......................................มุ่งด้วยเพียรหนา ปธานสังฯ ๔๑.ภวจิตต์สมาธิ์ฯ...............................วิริยะพากล้า ท้ายก็วิมังสมาธิ์.......................................และปะปธานฯแฉ ๔๒.แลแรก"ฉันทสมาธิ์ฯ"......................พาปธานสังฯร่วมกล้า โลกุตต์ฌานเหนือหล้า.............................หลุดพ้นมลาน วัฏฏทุกข์ ๔๓.มละ"กาม"สดมภ์.............................ประลุปฐมฌาน ถึงนิรวาณมิพาน......................................ปะทุขะโลกไหน ๔๔.คราใดสงฆ์เจริญ............................เดินอิทธิบาทแท้ ประกอบฉันทะแล้....................................ร่วมพร้อมปธานสังฯ ๔๕.ภว"ฉันทะ"ไซร้...............................ลุรติใจยัง "สัมมะสมาธิ"ตั้ง.......................................เจาะธุวะจิตเผย |
||
|
5
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:11:36 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร รักษ์สิทธิ์ เมื่อถึงวัน เลือกตั้ง อย่าพลั้งเผลอ ให้กาเบอร์ พลพรรค รักษฺ์ไพรสณฑ์ ธรรมชาติ จักสดชื่น รื่นกมล ทั่วมณฑล เขียวขจี เป็นศรีไพร วิสัยทัศน์ นโยบาย ไม่เพ้อเจ้อ ไม่เลิศเลอ ฟุ้งซ่าน เกินขานไจ พร้อมปกปัก รักษา ให้กว้างไกล ทั่วถิ่นไทย เขียวขจี ศรีอรัญ อย่ให้มัน ผู้ใด เข้าครอบงำ สร้างระกำ พูนเพิ่ม เติมกระสัน ต้องรู้รักษ์ ภักดิ์วนา ให้นานวัน เสริมสร้างสรรค์ ให้อุดม สมเป็นไพร มีบ้างไหม พรรคใด ใส่ใจจริง ทำทุกสิ่ง ร่วมประชา สมาสัย ดุจหัวแหวน งดงาม สราญใจ ให้คงความ ยิ่งใหญ่ ในสากล คนเรียนไพร ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:32:13 PM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร ขุมทรัพย์ โลกใบนี้ มีเรื่องแปลก ไว้บอกเล่า เป็นเรื่องราว สืบสาน นานสมัย บรรพชน หวงแหน ดินแดนไพร รักษาไว้ ให้ลูกหลาน สานชีวัน เป็นสมบัติ มากค่า มหาคุณ ใช้เป็นทุน ทำกิน ถิ่นไพรสัณฑ์ ทั้งพืชสวน ไร่นา ป่าอรัญ สุขมหันต์ สร้างสมดุล หนุนนำใจ ในแดนดิน ท้องถิ่น ธรรมชาติ บริสุทธิ์ สะอาด ปราศเงื่อนไข เขียวขจี สัตว์วนา ถิ่นกว้างไกล สุขสดใส ขุมทรัพย์ นับอนันต์ เป็นสมบัติ ของชาติ ประกาศก้อง ไทยทั้งผอง ค้องร่วมแรง อย่างแข็งขัน ทุรชน ห้อมล้อม พร้อมประจัน ร่วมฝ่าฟัน สมบัติไทย ไพรยืนยง คนเรียนไพร ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙ |
||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:57:38 AM
|
|||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||
|
|||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:56:44 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
เหลือบเห็นแพวิ่งแซงหน้ารถยนต์ ประชาชนอลหม่านจอดบ้านใคร ![]() |
||
|
9
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:24:03 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์ (แจกอิทธิบาท) เกตุมดีฉันท์ ๒๑/โคลงสามสุภาพ ๑.นมะน้อมสิหนา............................"พระภควา"ชู "โคตมะ"ตรัสรู้....................................ซิดนุตนเผย ๒.เปรยทรงพระเมตตา....................กรุณาสอนสั่งแท้ สาวก,ชนเรียนแล้................................ทุกข์สิ้นหรรษา ๓.ก็วิภังค์เจาะความ.........................ตติยะสามพา "สุตฯ"อธิบายคณา...............................คติพระสูตรเผย ๔.เปรย"พระอภิธรรมฯ"....................จำแนกโลกุตต์แล้ จดจ่อ"ปัญหา"แปล้..............................ตอบพร้อมความแฉ ๕.ภว"สุตฯ"วิเศษ..............................เจาะขณะเทศน์แล สี่"อธิปาท"แนะแน่................................ลุชนะเสร็จหมาย ๖.แรกกราย"ฉันทสมาธิ์"...................พาจิตสงบมั่นแท้ "ปธานฯ"กอปรพากเพียรแล้..................ไม่ทิ้งสัมมา- วายามะ ๗.ผิพระสงฆ์สิครัน............................กมละมั่นนา ฉันทะซิใหญ่สมาธิ์................................หทยะหนึ่งหนา ๘.พา"จิตระวังบาป.............................ราบคาบมิเกิดได้" "เพียรจิตตัดบาป"ไซร้............................เกิดแล้วหมดไป ๙.พิระ"ฉันทะ"ด้น...............................ประลุกุศลใส เร่งเจาะกุศลคระไล................................พหุทวีแฉ ๑๐.สองแล "วิริยสมาธิ์".......................พา"ปธานสังฯ"ร่วมพร้อม เพียรยิ่งสมาธิ์จิตน้อม.............................หนึ่งแท้จิตเผย ๑๑.พิระฉันทะดั้น...............................หทยะมั่นเอย "ป้องอกุศลเฉลย...................................นิรอุบัติ"แล ๑๒.แล"ละบาปเกิดมา.........................หมดลงหนา"ดับแป้ว เพียรก่อกรรมดีแผ้ว...............................เกิดแล้วดำรง ๑๓.ประลุเพียรกุศล............................หทยะดลบ่ง จิตพิระมั่นยะยง.....................................อติกุศลเผย ๑๔.เปรย"วิริยะ"หนา..........................."สัมมาวาฯ"จิตเน้น บากบั่นขยันเฟ้น.....................................จิตตั้งใจทำ ๑๕.และสมาธิ์ลุดิ่ง...............................ก็ฐิตินิ่งหนำ จิตเจาะพลังสิย้ำ.....................................และประลุสัมส์มาธิ์ฯ ๑๖.คราปธานสังขาร...........................พานใจเพียรแน่แล้ว เรียก"สัมมาวาฯ"แผ้ว...............................ไม่ทิ้งเพียรแฉ ๑๗.ภวสามก็จิตต์ฯ...............................สมถะชิดแล กับลุ"ปธานฯ"สิแผ่...................................ประลุเจริญธรรม ๑๘.กระทำนามขันธ์.............................ครันถึงสำเร็จแล้ ทำ"จิตสมาธิ์"แปล้....................................หนึ่งพร้อมอารมณ์ ๑๙."พิระฉันทะ"จิต...............................ซิธุวะชิดสม จิตเจาะมุมั่นระดม...................................."หินะพิทักษ์เกิด" ๒๐.ตะเพิดอกุศลธรรม.........................มิกระทำเกิดได้ "พึงก่อกุศลธรรมไซร้".............................."เร่งย้ำ"กุศล ทวี ๒๑.ก็พระธรรมฉะนี้..............................จะภวชี้ยล "จิต"กะ"มโน"ผล......................................ก็ดุจะ"วิญญาณ" ๒๒.พาน"สมาธิ์"คำ...............................ทำจิตคงมั่นตั้ง มิส่ายซัดคงยั้ง........................................มั่นแล้วสัมมา- สมาธิ์ |
||
|
10
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 30, มกราคม, 2569, 09:04:39 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๐/๑๐) อภิธรรมปิฎก : ๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์ (๑๑) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต (๑๒) สัมมัปปธาน ๔ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต (๑๓) สัมมัปปธาน ๔ เป็นภายนอก (๑๔) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป ~ อุปาทายรูป = คือ รูป ๒๔ ก.ปสาทรูป ๕ = รูปที่เป็นประสาทสำหรับรับอารมณ์ (๑๔.๑) จักขุ - ตา (๑๔.๒) โสตะ - หู (๑๔.๓) ฆานะ - จมูก (๑๔.๔) ชิวหา - ลิ้น (๑๔.๕) กาย ข. โคจรรูป หรือ วิสัยรูป ๕ = รูปที่เป็นอารมณ์หรือแดนรับรู้ของอินทรีย์ (๑๔.๖) รูปะ - รูป (๑๔.๗) สัททะ - เสียง (๑๔.๘) คันธะ - กลิ่น (๑๔.๙) รสะ - รส ค. ภาวรูป ๒ = รูปที่เป็นภาวะแห่งเพศ (๑๔.๑๐) อิตถัตตะ, อิตถินทรีย์ - ความเป็นหญิง (๑๔.๑๑) ปุริสัตตะ, ปุริสินทรีย์ - ความเป็นชาย ง. หทัยรูป ๑ = รูป คือ หทัย (๑๔.๑๒) หทัยวัตถุ - ที่ตั้งแห่งใจ, หัวใจ จ. ชีวิตรูป ๑ = รูปที่เป็นชีวิต (๑๔.๑๓) ชีวิตินทรีย์ - อินทรีย์คือชีวิต ฉ. อาหารรูป ๑ = รูปคืออาหาร (๑๔.๑๔) กวฬิงการาหาร - อาหารคือคำข้าว, อาหารที่กิน ช. ปริจเฉทรูป ๑ = รูปที่กำหนดเพศ (๑๔.๑๕) อากาสธาตุ - สภาวะคือช่องว่าง ญ. วิญญัติรูป ๒ = รูป คือการเคลื่อนไหวให้รู้ความหมาย (๑๔.๑๖) กายวิญญัติ - การเคลื่อนไหวให้รู้ความหมายด้วยกาย (๑๔.๑๗) วจีวิญญัติ - การเคลื่อนไหวให้รู้ความหมายด้วยวาจา ฎ. วิการรูป ๕ = รูปคืออาการที่ดัดแปลงทำให้แปลกให้พิเศษได้ (๑๔.๑๘) รูปัสสะ ลหุตา - ความเบา (๑๔.๑๙) รูปัสสะ มุทุตา - ความอ่อนสลวย (๑๔.๒๐) รูปัสสะ กัมมัญญตา - ความควรแก่การงาน, ใช้การได้ ฏ. ลักขณรูป ๔ = รูปคือลักษณะหรืออาการเป็นเครื่องกำหนด (๑๔.๒๑) รูปัสสะ อุปจยะ - ความก่อตัวหรือเติบขึ้น (๑๔.๒๒) รูปัสสะ สันตติ - ความสืบต่อ (๑๔.๒๓) รูปัสสะ ชรตา - ความทรุดโทรม (๑๔.๒๔) รูปัสสะ อนิจจตา - ความปรวนแปรแตกสลาย (๑๕) สัมมัปปธาน ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ [ฉ] อุปาทานาโคจฉกาทิวิสัชนา = คำตอบด้านอุปาทาน (๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ; ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ (๒) สัมมัปปธาน ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๓) สัมมัปปธาน ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๔) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี (๕) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี (๖) สัมมัปปธาน ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี (๗) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี (~ สหรคต =ไปด้วยกัน) (๘) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี (๙) สัมมัปปธาน ๔ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี (๑๐) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นกามาวจร (๑๑) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นรูปาวจร (๑๒) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นอรูปาวจร (๑๓) สัมมัปปธาน ๔ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (๑๔) สัมมัปปธาน ๔ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ (๑๕) สัมมัปปธาน ๔ ให้ผลแน่นอน (๑๖) สัมมัปปธาน ๔ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า (๑๗) สัมมัปปธาน ๔ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ปัญหาปุจฉกะ จบ สัมมัปปธานวิภังค์ จบบริบูรณ์ |
||