Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:30:24 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ผักพื้นบ้านที่ปู่ย่าตายายปลูกกินกันมาแต่โบร่ำโบราณ
พอถูกนำไปพัฒนาสายพันธุ์ กลับมีเรื่องสิทธิและข้อจำกัดตามมา
จากเคยถามกันว่า “บ้านเธอมีกะเพราไหม” ต่อไปคงต้องถามว่า
“กะเพราบ้านเธอพันธุ์อะไร”

เรื่องนี้จึงตลกตรงที่ กะเพรายังเป็นผักต้นเดิมในสายตาคนทำกับข้าว
แต่กลับกลายเป็นเรื่องซับซ้อนในสายตาคนถือสิทธิ
แล้วจะให้ชาวบ้านแยกแยะกันอย่างไรก่อนขายกะเพราสักกำ
ต้องตรวจประวัติต้นตระกูลเสียก่อนหรือเปล่าคะ

 

ตอนนี้เปิดโซเซียลก็เห็นแต่ข่าวต้นกะเพรา
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ผักพื้นบ้านเป็นข่าวได้


 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:20:28 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

หากว่าใหญ่มีเคืองอาจเปลืองตังค์      เบี่ยงตัวบังหมูย่างไว้อย่างไวเลย 

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 03:24:55 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๐/๖๖)

(๒๑) เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๒๑.๑) เหตุ ๒ = อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ และอโทสะที่เป็นวิปากเหตุ
(๒๑.๒) สัตว์จำพวกที่เหตุ ๒ จะเกิดปรากฏ ได้แก่ กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกัป.. และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์)
(๒๑.๓) ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ทวิเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๒) มีสภาพร่างกายและจิตใจเป็นปกติธรรมดาทั่วไป แต่จะมีปัญญาน้อยกว่ากลุ่มแรก
(๒๑.๔) สัตว์ที่ไม่มีเหตุ (อเหตุกสัตว์) บางเหล่า จะมี อเหตุกวิบาก เกิดปรากฏแก่ตนเองแทน ซึ่งเป็นสัตว์นอกเหนือจากกลุ่มที่มีเหตุ ๓ และเหตุ ๒ ข้างต้น
--สัตว์กลุ่มนี้ปฏิสนธิด้วยจิตที่ไม่มีทั้งอโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ เรียกว่า "อเหตุกบุคคล" จิตจึงมีกำลังอ่อนและส่งผลให้สร้างร่างกายได้ไม่สมบูรณ์ แบ่งออกเป็น มนุษย์ที่พิการแต่กำเนิด: เช่น คนที่เป็นบ้า เป็นใบ้ ตาบอด หรือหูหนวกแต่กำเนิด ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันติรณจิต (อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลวิปากจิต) ซึ่งจัดเป็นปฏิสนธิจิตขั้นต่ำที่สุดของมนุษย์ และสัตว์ในอบายภูมิ: ได้แก่ สัตว์นรก, เปรต, อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งปฏิสนธิด้วยอกุศลวิบากจิต
(๒๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๑.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ คือ รูปายตนะ..ฆานายตนะ.. คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฎฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ
(๒๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด
(๒๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๒.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ คือ รูปายตนะ..คันธายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ
(๒๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ
(๒๓) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๓.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ.. รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๓.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา.. มนุษย์สมัยปฐมกัป..เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ
(๒๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๔.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ.. ธัมมธาตุ
(๒๔.๒) ย่อม เกิดปรากฏแก่
เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๒๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๕.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๕.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๒๖) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๖.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ คือ รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ.. โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๖.๒) ย่อมเกิดปรากฏ แก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด
(๒๗) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๗.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ คือ รูปธาตุ..คันธธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๗.๒) ย่อมเกิดปรากฏเเก่คัพภไสยกสัตว์ในกามธาตุ
(๒๘) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก คือ ทุกขสัจจะ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
(๒๙) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๙.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:43:00 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๙/๖๖)

(๑๖) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๖.๑) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๖.๒) อินทรีย์ ๘ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี โสตินทรีย์ หรือประสาทหู ปรากฏร่วมด้วย)
(๑๖.๓) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๗) อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๗.๑) ขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ) ในกามธาตุ จะมีจำนวนอินทรีย์ที่เกิดปรากฏแตกต่างกันไปตามประเภท สภาพ และความสมบูรณ์ของสัตว์แต่ละจำพวก
(๑๗.๒) สัตว์จำพวกที่อินทรีย์ ๗ เกิดปรากฏคือใคร?
คือ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉานและสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (สัตว์ที่ผุดเกิด) และมีสภาพ "ตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด"
(๑๗.๓) ในกามธาตุ อินทรีย์ ๗ ประการนั้นมีอะไรบ้าง?
ในขณะปฏิสนธิ สัตว์กลุ่มที่มีความบกพร่องดังกล่าวจะมีอินทรีย์ปรากฏเพียง ๗ ประการ ได้แก่
ฆานินทรีย์- อินทรีย์คือจมูก ประสาทรับกลิ่น..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น ประสาทรับรส..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย ประสาทรับสัมผัส..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ การรับรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -ความเป็นหญิง..หรือปุริสินทรีย์ -ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศสภาพของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิตที่คอยอนุบาลรักษาสหชาตธรรม..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความเฉยๆ หรือเวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์
(สัตว์กลุ่มนี้ไม่มีจักขุนทรีย์และโสตินทรีย์เกิดร่วมด้วยในขณะปฏิสนธิ เนื่องจากตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด)
(๑๘) อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๘.๑) ในกามธาตุ ขณะที่เกิดหรือปฏิสนธิ อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์หรือในท้องมารดา)
(๑๘.๒) อินทรีย์ ๕ ประการที่เกิดปรากฏพร้อมกันในขณะปฏิสนธิของคัพภไสยกสัตว์ ได้แก่
กายินทรีย์ -อินทรีย์ คือ กาย หรือความเป็นใหญ่ในการรับรู้สัมผัสทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ใจ หรือความเป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นหญิง..หรือ ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ชีวิต หรือความเป็นใหญ่ในการประคองรักษาชีวิตรูป..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ โสมนัส ความสุขทางใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์ - อินทรีย์ คือ อุเบกขา ความรู้สึกเฉยๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง
(๑๙) อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๙.๑) อินทรีย์ ๕ ย้อนย่นเหลืออินทรีย์ ๔ ในขณะเกิดในกามธาตุ ขณะที่ปฏิสนธิ อินทรีย์ ๔ ประการที่จะเกิดปรากฏ ได้แก่
กายินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทกาย ความรู้สึกทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ วิญญาณ..ชีวิตินทรีย์- อินทรีย์คือชีวิตที่รักษาชีวิตรูป..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์
(๑๙.๒) เกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็น "อเหตุกนปุงสกสัตว์" ในกามธาตุ เท่านั้น
~ อเหตุกนปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่เกิดมาโดยไม่มีเพศชายและเพศหญิง และเป็นผู้ที่ปฏิสนธิด้วย
~ อเหตุกจิต = จิตที่ไม่มีเหตุ ๖ ไม่มีโลภะ โทสะ โมหะ หรือกุศลเหตุอย่างอโลภะ อโทสะ อโมหะ มาเป็นตัวประกอบนำเกิดในปฏิสนธิ
~ นปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่ไม่ใช่เพศชายและไม่ใช่เพศหญิง
(๑๙.๓) เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้ไม่มีภาวรูป (ไม่มีเพศหญิงหรือเพศชาย) และไม่มีจักขุหรือโสตะปรากฏในขณะแรกเกิดทันทีเหมือนพวกโอปปาติกะ จึงมีอินทรีย์เพียง ๔ อย่างนี้เกิดพร้อมกันในขณะปฏิสนธิ
(๒๐) เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๒๐.๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ได้แก่
อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โลภที่เป็นผลวิบาก..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โกรธที่เป็นผลวิบาก..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่หลง ปัญญาที่เป็นผลวิบาก
(๒๐.๒) เหตุทั้ง ๓ จะเกิดแก่สัตว์บางพวก ได้แก่
กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกับ..และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์)..ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ติเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๓) ซึ่งถือเป็นกลุ่มปฏิสนธิจิตที่ดีที่สุดของมนุษย์ และเป็นกลุ่มเดียวที่มีอุปนิสัยสามารถบรรลุฌาน อภิญญา และมรรคผลนิพพานได้

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:28:18 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า


ขออภัยภาพอาจไม่สุภาพนัก ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ


กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน

กะเพราข้างครัวเคยเป็นความเรียบง่ายของชีวิต
เด็ดสักกำก็ทำกับข้าวได้หนึ่งมื้อ
แบ่งเมล็ดให้เพื่อนบ้าน ก็มีผักกินต่อไปอีกหลายบ้าน
เมื่อพืชที่คุ้นเคยกลายเป็นข่าวเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์
ความกังวลของประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ควรรับฟังอย่างจริงจัง

การพัฒนาพันธุ์พืชย่อมมีคุณค่า
แต่ผู้ถือสิทธิควรรับผิดชอบจัดการพันธุ์ของตน
ป้องกันการกระจายปะปน และอธิบายวิธีแยกแยะให้ชัดเจน
ไม่ผลักภาระให้ชาวบ้านคอยระแวงกะเพราข้างรั้ว
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ

ในฐานะประชาชนที่ยังไม่เข้าใจ จึงอยากถามว่า
แล้วชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้นไหนปลูกขายได้ ต้นไหนมีข้อจำกัด
และใครควรรับผิดชอบทำให้เรื่องนี้ชัดเจน
ผู้ถือสิทธิ หรือชาวบ้านที่ปลูกกะเพรามาทั้งชีวิต?

ขอบคุณพื้นที่บ้านกลอนน้อยค่ะ

 AddEmoticons00918

หยาดฟ้า

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:44:59 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

กะละมังของพี่ใหญ่กี่นิ้ว       ขนาดจิ๋ว หรือเปล่า บอกเล่ามั่ง

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:06:22 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๘/๖๖)

(๑๐.๓) ข้อสังเกต มนุษย์ปฐมกัปที่จุติขึ้นในคราวแรกเริ่มนั้นเป็นโอปปาติกสัตว์ที่ยังไม่มีอินทรีย์แสดงเพศ(ไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์) แต่เนื่องจากเป็นผู้ปฏิสนธิแบบ"ญาณสัมปยุต"จึงมีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วยตั้งแต่ขณะเกิด ทำให้นับยอดรวมแล้วได้อินทรีย์ ๑๓ ประการเช่นเดียวกัน
(๑๑) อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ขณะที่เกิด (อุปปัตติขณะ) ในกามธาตุ
(๑๑.๑) อินทรีย์ ๑๒ นั้น ย่อมเกิดปรากฏแก่ มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๑๑.๒) อินทรีย์ทั้ง ๑๒ ประการเกิดปรากฏพร้อมกันในขณะนั้น ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือตา..โสตินทรีย์-อินทรีย์คือหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ หรือ..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความยินดี หรืออินทรีย์คืออุเบกขา อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ
เนื่องจากสัตว์จำพวกนี้เกิดแบบ "ญาณวิปปยุต" (ไม่ประกอบด้วยปัญญา) ในขณะเกิด จึงไม่มีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วย และเนื่องจากเป็นมนุษย์ในสมัยปฐมกัป ยังไม่มีเพศชายหรือเพศหญิงปรากฏเด่นชัดในขณะแรกเริ่ม) จึงไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ปรากฏในกลุ่มอินทรีย์ ๑๒ นี้ด้วยเช่นกัน
(๑๒) อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ในขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ)  อาจจำแนกได้เป็น ๒ กรณีหลัก ตามภพภูมิและประเภทของสัตว์ดังนี้
(๑๒.๑) อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่
กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์ หรือ..ปุริสินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น)..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรือ..อุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเวทนาที่เกิดร่วมกับปฏิสนธิจิต)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
(๑๒.๒) ในกามธาตุ (กามภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต (คือผู้ที่มีปฏิสนธิจิตประกอบด้วยปัญญาและเหตุที่ดี)
(๑๒.๓) ในรูปธาตุ (รูปภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ เทวดาทั้งหลายในรูปภูมิ (รูปพรหม) เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์ (พรหมลูกฟัก)
ซึ่งอินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่
จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์ หรืออุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
-- ดังนั้น สัตว์บางพวกที่อินทรีย์ ๑๐ เกิดปรากฏในขณะเกิด จึงหมายถึงคัพภไสยกสัตว์ประเภทสเหตุกญาณสัมปยุตในกามภูมิ หรือรูปพรหมที่ไม่ใช่อสัญญสัตว์ในรูปภูมิ
(๑๓) อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๓.๑) อินทรีย์ ๙ ประการนี้ ได้แก่
กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิงหรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชายอย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์คือความสุขใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์- อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ
(๑๓.๒) เกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์) ที่เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต (ผู้มีจิตประกอบด้วยเหตุดีหรือชั่ว แต่ไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วยในขณะเกิด) ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๔) อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๔.๑) อินทรีย์ ๙ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง) หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง
(๑๔.๒) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เกิดในรูปแบบ อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๕) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๕.๑) อินทรีย์ ๘ ประการนี้ ประกอบด้วย โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี จักขุนทรีย์ หรือประสาทตา ปรากฏร่วมด้วย)

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:23:55 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๗/๖๖)

(๔) ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๔.๑) ธาตุ ๑๐ ได้แก่ รูปธาตุ.. โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ.. ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ.. โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ และธัมมธาตุ..(ไม่มีจักขุธาตุ)
(๔.๒) เกิดปรากฏแก่อุปปาติกสัตว์ เช่น เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..หรือสัตว์นรก ที่ตาบอดมาแต่กำเนิด
(๕) ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดแก่สัตว์บางพวก
(๕.๑) ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นนี้ ได้แก่จักขุธาตุ..รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..และธัมมธาตุ (ไม่มีโสตธาตุ)
(๕.๒) เกิดปรากฏแก่ อุปปาติกสัตว์ เช่น เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..หรือสัตว์นรก ที่หูหนวกมาแต่กำเนิด
(๖) ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๖.๑) สัตว์บางพวกที่ธาตุทั้ง ๙ นี้จะเกิดปรากฏขึ้นในขณะเกิด ได้แก่
-- เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก
-- ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (สัตว์ที่ผุดเกิดโตทันที)
-- และเป็นผู้ที่ ตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๖.๒) ธาตุ ๙ ที่ปรากฏขึ้นในขณะเกิด มีอะไรบ้าง?
รูปธาตุ (สภาวะที่เป็นรูปสีต่าง ๆ)..ฆานธาตุ-ประสาทจมูก..คันธธาตุ-กลิ่น..ชิวหาธาตุ-ประสาทลิ้น..รสธาตุ-รส..กายธาตุ-ประสาทกาย..โผฏฐัพพธาตุ-สภาวะที่ถูกต้องกาย เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง..มโนวิญญาณธาตุ-จิตที่รู้แจ้งอารมณ์ทางใจ..ธัมมธาตุ-สภาวะธรรมที่รู้แจ้งได้ด้วยใจ เช่น เจตสิก หรือรูปละเอียด
(๖.๓) สภาวะของอายตนะและประสาทรับรู้ของสัตว์ในขณะปฏิสนธินั้นจะแตกต่างกันไปตามกรรมและประเภทการกำเนิด โดยสัตว์กลุ่มที่ตาบอดและหูหนวกมาตั้งแต่เกิดนี้จะไม่มีจักขุธาตุ (ประสาทตา) และโสตธาตุ (ประสาทหู) ปรากฏขึ้นในขณะเกิด จึงมีธาตุเพียง ๙ ประการนี้เท่านั้นที่ปรากฏขึ้นพร้อมกัน
(๗) สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
(๗.๑) คือ ทุกขสัจจะ ที่ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกในกามธาตุในขณะที่เกิด
(๗.๒) นอกจากนี้ แม้ในอสัญญสัตตภูมิ (พวกเทวดาอสัญญีสัตว์) ในขณะที่เกิด ก็มีสัจจะเกิดปรากฏขึ้นเพียง ๑ อย่าง ซึ่งก็คือ ทุกขสัจจะ เช่นเดียวกัน
~ เทวดาอสัญญีสัตว์ (อสัญญสัตตาพรหม หรือ พรหมลูกฟัก) คือ พระพรหมในรูปภพ ที่มีแต่ร่างกาย แต่ไม่มีจิตใจ แต่ยังมีทุกขสัจจะ ซึ่งเป็นสภาพแปรปรวนจึงจัดว่ามีทุกขสัจจะ อยู่ แม้จะไม่มีความรู้สึก ความจำ หรือการรับรู้ใด ๆ
(๘) อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๘.๑) อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏในขณะที่เกิด (ปฏิสนธิกาล) ในกามธาตุแก่สัตว์จำพวก กามาวจรเทวดา ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต
(๘.๒) โดยอินทรีย์ ๑๔ ประการที่เกิดปรากฏร่วมกันในขณะเกิด  ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -ประสาทตา..โสตินทรีย์-ประสาทหู..ฆานินทรีย์-ประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์-ประสาทลิ้น..กายินทรีย์-ประสาทกาย..มนินทรีย์-ใจ..อิตถินทรีย์-ความเป็นหญิง..หรือ ปุริสินทรีย์-ความเป็นชาย..ชีวิตินทรีย์-ชีวิต..โสมนัสสินทรีย์-ความสบายใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์- ความรู้สึกเฉย ๆ..สัทธินทรีย์-ศรัทธา..วิริยินทรีย์-ความเพียร..สตินทรีย์-สติ..สมาธินทรีย์-สมาธิ..ปัญญินทรีย์-ปัญญา
(๙) อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๙.๑) อินทรีย์กลุ่มนี้ เกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (เทวดาชั้นกามาวจรที่เกิดพร้อมด้วยเหตุ แต่ไม่มีปัญญาประกอบร่วมด้วย)
(๙.๒) อินทรีย์ ๑๓ ประการในกลุ่มนี้ ได้แก่
จักขุนทรีย์-ประสาทตา..โสตินทรีย์-ประสาทหู..ฆานินทรีย์-ประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์-ประสาทลิ้น..กายินทรีย์-ประสาทกาย..มนินทรีย์-ใจ..อิตถินทรีย์ หรือ ปุริสินทรีย์- ความเป็นหญิงหรือความเป็นชายอย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์-ชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ หรือ อุเปกขินทรีย์-ความสุขทางใจหรือความรู้สึกเฉย ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์-ศรัทธา..วิริยินทรีย์-ความเพียร..สตินทรีย์-สติ..สมาธินทรีย์-สมาธิ
(๙.๓) เทวดากลุ่มนี้ปฏิสนธิแบบ "ญาณวิปปยุต" จึงไม่มีปัญญินทรีย์ (ปัญญา) ปรากฏร่วมด้วยในขณะเกิด แต่เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีเพศ จึงมีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ปรากฏอยู่
(๑๐) อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๐.๑) อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
อินทรีย์กลุ่มนี้ย่อมเกิดปรากฏแก่ มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ (มนุษย์ในยุคแรกเริ่มของโลกที่เกิดแบบโอปปาติกะและปฏิสนธิด้วยจิตที่มีปัญญาประกอบร่วม)
(๑๐.๒) อินทรีย์ ๑๓ ประการในกลุ่มนี้ ได้แก่
จักขุนทรีย์-ประสาทตา..โสตินทรีย์-ประสาทหู..ฆานินทรีย์-ประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์- ประสาทลิ้น..กายินทรีย์-ประสาทกาย)..มนินทรีย์-ใจ..ชีวิตินทรีย์-ชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ หรือ อุเปกขินทรีย์-ความสุขทางใจหรือความรู้สึกเฉย ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์-ศรัทธา..วิริยินทรีย์-ความเพียร..สตินทรีย์- สติ..สมาธินทรีย์-สมาธิ..ปัญญินทรีย์-ปัญญา

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 25, ตุลาคม, 2569, 11:29:33 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

แบ่งหมูย่างหน่อยแนะแม่เนื้อกลอย     เพียงเล็กน้อยชิ้นเท่ากะละมัง
 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 25, ตุลาคม, 2569, 03:37:00 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ชุดเล่นแสงสำแดงฤทธิ์ปิดตาไว้    เราจะได้กินหมู่ย่างอย่างอร่อย 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.136 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...