Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:03:53 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ใครจะรับลูกเตะนี้กันหนอ      เชิญวิ่งรอเร็วไวไปด้านหน้า
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:06:34 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๔/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

-> เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว ฯลฯ; บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ
(๓) ตติยฌาน
บรรลุตติยฌาน ฯลฯ
(๔) จตุตถฌาน
บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ
(๕) ปัญจมฌาน
-> บรรลุปัญจมฌาน ที่เป็นสุญญตะ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
[ช] รูปาวจรกิริยา = กิริยาจิตที่ท่องเที่ยวไปในรูปภูมิ
กิริยาฌาน จตุกกนัย = ฌาน ๔ คือ
(๑) ปฐมฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญรูปาวจรฌานที่เป็นกิริยา; ไม่เป็นกุศล; ไม่เป็นอกุศล; และไม่เป็นวิบากแห่งกรรม; เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน; สงัดจากกาม ฯลฯ
-> บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
(๒) ทุติยฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญรูปาวจรฌานที่เป็นกิริยา; ไม่เป็นกุศล, ไม่เป็นอกุศล; และไม่เป็นวิบากแห่งกรรม; เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน เพราะวิตกวิจาร สงบระงับไปแล้ว ฯลฯ
-> บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ
(๓) บรรลุตติยฌาน ฯลฯ
(๔) บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ
กิริยาฌาน ปัญจกนัย = ฌาน ๕ คือ
(๑) บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ
(๒) บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ
(๓) บรรลุตติยฌาน ฯลฯ
(๔) บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ
(๕) บรรลุปัญจมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตาก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
[ซ] อรูปาวจรฌานกิริยา = กิริยาจิตที่ท่องเที่ยวในอรูปภูมิ
(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญอรูปาวจรฌานที่เป็นกิริยา; ไม่เป็นกุศล; ไม่เป็นอกุศล; และไม่เป็นวิบากแห่งกรรม; เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้
(๒) บรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯอยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้นนี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
ปัญหาปุจฉกะ
ติกมาติกาวิสัชนา
ฌาน ๔ ได้แก่
(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว
-> บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุข อันเกิดจากวิเวกอยู่
(๒) ฯลฯ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว
-> บรรลุทุติยฌานที่มีความผ่องใสในภายใน มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุข อันเกิดจากสมาธิอยู่
(๓) ฯลฯ เพราะปีติจางคลายไป เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย
-> บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายกล่าวสรรเสริญว่า ผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ฯลฯ
(๔) ฯลฯ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว
-> จึงบรรลุจตุตถฌาน ที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ มีสติบริสุทธิ์ เพราะอุเบกขาอยู่
ทุกมาติกาปุจฉา
(๑) บรรดาฌาน ๔ ฌานเท่าไรเป็นกุศล; เท่าไรเป็นอกุศล; เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ; เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้; เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
ติกมาติกาวิสัชนา
กุสลติกาทิวิสัชนา
(๑) ฌาน ๔ ที่เป็นกุศลก็มี; ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
(๒) เว้นสุขเวทนาที่เกิดในฌานนี้แล้ว ฌาน ๓ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา;
(๓) เว้นอทุกขมสุขเวทนาที่เกิดในฌานนี้แล้ว; จตุตถฌานสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
(๔) ฌาน ๔ ที่เป็นวิบากก็มี; ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี; ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี
(๕) ฌาน ๔ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี; ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี; ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
อภิธรรมภาชนีย์ จบ

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 15, เมษายน, 2569, 08:04:56 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์




   #"ฝ า ก ถึ ง ค น บ า ง ใ ค ร"


   แสงอรุณรุ่งเช้าเข้าวันใหม่
   ฝากถึงคนบางใคร ช่วยนำส่ง
   ผ่านแสงแรกแห่งวันที่มั่นคง
   เพราะทุกครั้งขึ้นลงตรงเวลา

   บางคนเวียนแหวกว่ายสายธารทุกข์
   บางคนสุขจนสำลักชักอิจฉา
   บางคนชินกินอาบคราบน้ำตา
   สองมือคว้ามาเคียงเพียงสายลม

   ทุกข์และสุขมีบ้างทางชีวิต
   สว่างหรือมืดมิด หวานปนขม
   ผันแปรเปลี่ยนเวียนไปโลกใบกลม
   สิ่งคาดหวังพังล่ม แค่ข้ามคืน

   ฝากความถึงบางใคร ให้ก้าวต่อ
   แค่อย่าท้อชะตาคราหยิบยื่น
   เดินต่อเพื่อข้ามผ่านเรื่องวานซืน
   พรุ่งนี้ตื่นเตรียมรับกับสิ่งดี

   กันต์กรีนซี


 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 15, เมษายน, 2569, 08:49:16 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๓/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๕) ปัญจมฌาน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น
-> บรรลุปัญจมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๕
ฌานปัญจกนัย จบ
ฌาน ๔ คือ
(๑) ปฐมฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม ฯลฯ;
-> บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
~ อวิกฺเขป = สภาพที่จิตไม่ซัดส่าย; ความที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน; ความสงบ; สมาธิ
-> ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้สั่งสมรูปาวจรกุศลกรรมนั้นนั่นแหละ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌาน มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
(๒) ทุติยฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว ฯลฯ
-> บรรลุทุติยฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
-> เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว ฯลฯ บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ
(๓) ตติยฌาน
-> บรรลุตติยฌาน ฯลฯ
(๔) จตุตถฌาน
-> บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ
(๕) ปัญจมฌาน
-> บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ บรรลุปัญจมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้สั่งสมรูปาวจรกุศลกรรมนั้นนั่นแหละ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตาก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
[จ] อรูปาวจรวิบาก
(๑) อากิญจัญญายตนะ     
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงอรูปภพ เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวง ฯลฯ
-> บรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
-> เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวง ภิกษุบรรลุจตุตถฌาน ที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้สั่งสม อรูปาวจรกุศลกรรมนั้นนั่นแหละ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้นนี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
[ฉ] โลกุตตรวิบาก
ฌาน ๔ คือ
(๑) ปฐมฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม; ฯลฯ
->  บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
-> ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นสุญญตะ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตาก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
(๒) ทุติยฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้วฯลฯ
-> บรรลุทุติยฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้นผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 14, เมษายน, 2569, 09:54:03 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๒/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

[ข] อรูปาวจรกุศล
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงอรูปภพ
-> เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวง
-> บรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด
> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
[ค] โลกุตตรกุศล
ฌานจตุกกนัย = ฌาน ๔ คือ
(๑) ปฐมฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน
(๒) ทุติยฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้วฯลฯ บรรลุทุติยฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้นฌานมีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๒
(๓) ตติยฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; เพราะปีติจางคลายไป ฯลฯ; บรรลุตติยฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ตติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๓
(๔) จตุตถฌาน = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; บรรลุจตุตถฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ; อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่าจตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๔
[ง] รูปาวจรวิบาก
ฌานปัญจกนัย
(๑) ปฐมฌาน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ;
-> บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๑
(๒) ทุติยฌาน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกามและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลายแล้ว
-> บรรลุทุติยฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดจากวิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๔ คือ วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๒
 (๓) ตติยฌาน     
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว;ฯลฯ
-> บรรลุตติยฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้นฌานมีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ตติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๓
(๔) จตุตถฌาน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; เพราะปีติจางคลายไป ฯลฯ;
-> บรรลุจตุตถฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๔

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 13, เมษายน, 2569, 09:58:33 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

สมองเราคงเพลินคิดเกินไป    งั้นเร็วไวไล่บอลก่อนช้างมา 

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / สุขสันต์วันสงกรานต์
 เมื่อ: 13, เมษายน, 2569, 09:48:11 AM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม




หยาดน้ำปรุงฟุ้งตลบอบอวลหอม
ความโศกยอมคลายคล้อยลอยลับหาย
สาดน้ำเย็นชื่นชุ่มรุมล้อมกาย
รอยยิ้มพรายแต้มใบหน้าพารื่นรมย์

เสียงเพลงดังรัวเร้าเข้าจังหวะ
ร่วมสละความทุกข์ที่ทับถม
มวลมิตรต่างเจอหน้าพาชื่นชม
เราเกลียวกลมเล่นสงกรานต์กลางลานชัย

ประนมมือขอพรผู้ใหญ่รัก
บุญหนุนศักดิ์คงมั่นอันสดใส
สืบสานรอยวัฒนธรรมอันกว้างไกล
เล่นสงกรานต์ด้วยใจที่ชื่นบาน

 
ฝาตุ่ม

ขอบคุณเจ้าของภาพสวย ๆ นะคะ




 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 13, เมษายน, 2569, 07:50:44 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๑/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๕๑.๕) คำว่า ผู้มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ = ภิกษุมนสิการ อากิญจัญญายตนะ นั้นนั่นแหละโดยความเป็นฌานที่สงบ เจริญสมาบัติที่มีสังขารเหลืออยู่ จึงเรียกว่า ผู้มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
(๕๑.๖) คำว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ = ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ; หรือผู้อุบัติในเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๕๑.๗) คำว่า บรรลุ =การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะ
(๕๑.๘) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่; ดำเนินไปอยู่; รักษาอยู่; เป็นไปอยู่; ให้เป็นไปอยู่; เที่ยวไปอยู่; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
สุตตันตภาชนีย์ จบ
อภิธรรมภาชนีย์
[ก] รูปาวจรกุศล
ฌานจตุกกนัย = ฌานแบบที่จัดเป็นหมวด ๔ คือเป็น ฌาน ๔
ฌาน ๔ = เป็นไฉน
(๑) ปฐมฌาน - ฌานที่ ๑ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม ฯลฯ
-> บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๑
(๒) ทุติยฌาน - ฌานที่ ๒ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว ฯลฯ
-> บรรลุทุติยฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๒
(๓) ตติยฌาน - ฌานที่ ๓ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะปีติจางคลายไป ฯลฯ
-> บรรลุตติยฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ตติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๓               
(๔) จตุตถฌาน - ฌานที่ ๔ = เป็นไฉน
-> ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ
-> บรรลุจตุตถฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้นฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๔
ฌานจตุกกนัย จบ
ฌานปัญจกนัย = ฌานแบบที่จัดเป็นหมวด ๕ คือเป็น ฌาน ๕
(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม ฯลฯ
-> บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปฐมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๑
(๒) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกามและสภาวธรรม ที่เป็นอกุศลทั้งหลาย
-> บรรลุทุติยฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร
มีปีติและสุข อันเกิดจากวิเวก อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๔ คือ วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๒
(๓) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว ฯลฯ
-> บรรลุตติยฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ตติยฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๓
(๔) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะปีติจางคลายไป ฯลฯ
-> บรรลุจตุตถฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด
-> ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ สุข และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จตุตถฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๔
(๕) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ เพราะละสุขและทุกข์ได้ ฯลฯ
-> บรรลุปัญจมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ฌานมีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา ก็เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัญจมฌาน
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฌาน ๕
ฌานปัญจกนัย จบ

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 12, เมษายน, 2569, 08:41:39 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ไม่มีเรื่องซับซ้อนหรือซ่อนซุก      เตะบอลช้างให้สนุกดีกว่าไหม
 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 12, เมษายน, 2569, 10:53:54 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒๐/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

(๔๘) คำว่า จตุตถะ = ที่ชื่อว่าเป็นที่ ๔ โดยลำดับแห่งการนับ; ชื่อว่าจตุตถะ เพราะโยคาวจรบุคคลเข้าถึงฌานนี้เป็นที่ ๔;
(๔๘.๑) คำว่า ฌาน = อุเบกขา สติ และเอกัคคตา
(๔๘.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุจตุตถฌาน
(๔๘.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่ จึงเรียกว่า อยู่
(๔๘.๔) ในคำว่า เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง นั้น
~ รูปสัญญา = คือ สัญญาที่เกิดขึ้นยึดรูปเป็นอารมณ์
(๔๘.๕) รูปสัญญา = เป็นไฉน
ความจำได้; กิริยาที่จำได้; ภาวะที่จำได้ของโยคาวจรบุคคลผู้เข้ารูปาวจรสมาบัติ; ผู้อุบัติในรูปภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน; เหล่านี้เรียกว่า รูปสัญญา
~ รูปาวจรสมาบัติ = จิตที่ท่องเที่ยวนับเนื่องในรูปภูมิ หรือจิตที่ได้ฌานอันเป็นไปในรูปภพ
~ รูปภูมิ = แดนที่อยู่ของพรหมที่มีรูป เป็นภูมิที่ประณีตและมีสุขอันไม่มีเรื่องกามปน (สุคติภูมิ) เป็นที่เกิดของผู้ที่บำเพ็ญสมถภชาวนาจนได้บรรลุฌานระดับสูง (รูปฌาน ๑-๕ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น)
(๔๘.๖) ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งรูปสัญญาเหล่านี้; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง
(๔๘.๗) ในคำว่า เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา นั้น = ปฏิฆสัญญาเป็นไฉน
~ ปฏิฆสัญญา = ปฏิฆะสัญญา คือความจำในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นอารมณ์ชั้นกามาวจร
-> รูปสัญญา สัททสัญญา คันธสัญญา รสสัญญา และโผฏฐัพพสัญญา เหล่านี้เรียกว่า ปฏิฆสัญญา
-> ปฏิฆสัญญาเหล่านี้เป็นอันสงบระงับ; สงบเงียบ; ดับไป; ดับสิ้นไป; ถูกทำให้พินาศไป; ให้พินาศย่อยยับไป; ให้เหือดแห้งไป; ให้เหือดแห้งไปด้วยดี; ให้สิ้นไปแล้ว; จึงเรียกว่า เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา
(๔๘.๘) ในคำว่า เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญา นั้น = นานัตตสัญญาเป็นไฉน
-> ความจำได้; กิริยาที่จำได้; ภาวะที่จำได้ของบุคคล ผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยมโนธาตุ; หรือผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยมโนวิญญาณธาตุซึ่งไม่ได้เข้าสมาบัติ; เหล่านี้ เรียกว่า นานัตตสัญญา
-> ภิกษุไม่มนสิการนานัตตสัญญาเหล่านี้ จึงเรียกว่า เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญา
(๔๙) ในคำว่า อากาศไม่มีที่สุด นั้น = อากาศ เป็นไฉน
อากาศ ธรรมชาติที่นับว่าอากาศ; ความว่างเปล่า; ธรรมชาติที่นับว่าความว่างเปล่า; ช่องว่าง ธรรมชาติที่นับว่าช่องว่างซึ่งมหาภูตรูป ๔ ถูกต้องไม่ได้; นี้เรียกว่าอากาศ
(๔๙.๑) ภิกษุตั้งจิตไว้; ตั้งจิตไว้ด้วยดี; แผ่ไปไม่มีที่สุดในอากาศนั้น; จึงเรียกว่า อากาศไม่มีที่สุด
(๔๙.๒) คำว่า อากาสานัญจายตนะ = อธิบายว่า ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าอากาสานัญจายตนะ; ผู้อุบัติในอากาสานัญจายตนภูมิ หรือพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๔๙.๓) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุอากาสานัญจายตนะ
(๔๙.๔) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๔๙.๕) คำว่า เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง = ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งอากาสานัญจายตนะนี้; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง
(๕๐) คำว่า วิญญาณไม่มีที่สุด = ภิกษุมนสิการอากาศนั้นนั่นแหละที่วิญญาณถูกต้องแล้ว แผ่ไปไม่มีที่สุด; จึงเรียกว่า วิญญาณไม่มีที่สุด
(๕๐.๑) คำว่า วิญญาณัญจายตนะ = ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าวิญญาณัญจายตนะ; ผู้อุบัติในวิญญาณัญจายตนภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๕๐.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุวิญญาณัญจายตนะ;
(๕๐.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๕๐.๔) คำว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง = ภิกษุเป็นผู้ก้าวล่วงแล้ว; ก้าวข้ามแล้ว; ก้าวพ้นแล้วซึ่งวิญญาณัญจายตนะ; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง
(๕๑) คำว่า อะไรๆ สักน้อยหนึ่งก็ไม่มี = ภิกษุทำวิญญาณนั้นนั่นแหละไม่ให้มี; ให้เสื่อมไป; ให้อันตรธานไป; พิจารณาเห็นว่า น้อยหนึ่งก็ไม่มี;จึงเรียกว่า อะไรๆ สักน้อยหนึ่งก็ไม่มี
(๕๑.๑) คำว่า อากิญจัญญายตนะ = ธรรมคือจิตและเจตสิกของบุคคลผู้เข้าอากิญจัญญายตนะ; ผู้อุบัติในอากิญจัญญายตนภูมิ; หรือของพระอรหันต์ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
(๕๑.๒) คำว่า บรรลุ = การได้; การได้เฉพาะ; การถึง; การบรรลุถึง; การถูกต้อง; การทำให้แจ้ง; การบรรลุอากิญจัญญายตนะ
(๕๑.๓) คำว่า อยู่ = สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ; พักอยู่; จึงเรียกว่า อยู่
(๕๑.๔) คำว่า เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดพอากิญจัญญายตนะ; จึงเรียกว่า เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวง

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.183 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...