Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:05:23 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๒/๖๖)
   
    ๕๕๔.เปรย"สัจจะ"แน่แล้ว...............................มีสอง
"นิโรธสัจจะ"ตรอง.............................................ทุกข์ขว้าง
"มัคคสัจ"หวังปอง..............................................ออกจาก วัฏฏะ
ตัดกิเลสหมดร้าง...............................................มุ่งแล้นิพพาน

    ๕๕๕.อินทรีย์สิเก้าลุอุปบัติ..............................เกิดชัดจตุภูมิขาน
มีจิตสิโลกิยะสราญ............................................โลกุตตระมรรคผล

    ๕๕๖.ยล"อาหาร"จุ่งน้อม.................................มีสาม
"โลกุตต์,โลกีย์"ความ..........................................ต่างได้
สภาพ"ผัสสาฯ"ตาม............................................ใจแน่ว "มโนสัญฯ"
สภาพ"วิญญาฯ"ไซร้...........................................จิตแล้ทำงาน

    ๕๕๗.เป็น"โลกิย์ธรรม"ก็ตติภัต........................ร่วมจัดมนะพบพาน
ดี,ชั่ว ณ "รูปะวจะฯ"ชาญ....................................."กามาฯและอรูปาฯ"

    ๕๕๘.คราเป็นโลกุตต์นั้น..................................อาหาร สัมปยุต
กับจิตขณะพาน..................................................มรรคพร้อม
อริยผลสาน........................................................ผลสี่
ภัตช่วยหนุนจิตน้อม............................................สู่ห้วงนิพพาน

    ๕๕๙."หกผัสสะ"โลกิยะลุพลัน..........................ทางปัญจมะ"ตา.."ชาญ
จิตรู้กระทบวสะประสาน......................................ถูกดึงเจาะ ณ โลกีย์

    ๕๖๐.มีธาตุสัมผัสแท้........................................"มโนวิญญ์ฯ"
โลกุตต์,โลกีย์ชิน.................................................เกิดได้
มโนวิญญ์จ่อภพผลิน...........................................มีเกิด สามแล
โลกุตต์เพราะผัสสะไซร้.......................................ร่วมด้วยมรรคผล

    ๕๖๑."หกเจตนา"เพราะมนะไซร้........................จงใจลุอะรมณ์ผล
ยึด"รูปและเสียง.."เจาะฉกะด้น.............................คิดอ่านระบุโลกีย์

    ๕๖๒.มี"มโนวิญญ์ธาตุ"พร้อม............................เป็นสอง
โลกุตต์,โลกีย์ครอง..............................................ต่างแท้
"มโนวิญญ์ธาตุ"ประคอง.......................................เจริญจิต โลกีย์
มีชั่ว,ดีจิตแล้........................................................ภพถ้วนสามกราย

    ๕๖๓.จิตเป็นสิโลกิยะเจาะชี้..............................หน้าที่ภวเกิด,ตาย
ไตร่ตรองอะรมณ์กิริยะฉาย..................................รับรู้ประลุภพสาม

    ๕๖๔.ความ"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นี้...........................เกิดแล อริยมรรค
มรรคสี่โสดาฯ..แฉ................................................เริ่มต้น
จัดโลกุตต์ธรรมแด...............................................เกิดสี่ อริยผล
เกิดนิพพานจิตด้น................................................มุ่งข้ามวัฏแฉ

    ๕๖๕.หัวข้อสิ"ธัมม์หทยะฯ"ย้ำ............................"อารัมมณะ"แจกแล
"เวท์นา,อภิญญะ"อติแน่.........................................เรื่อง"รูป,ลุกุศล หนา

    ๕๖๖.คราเกิด"วิบาก"แท้....................................ผลกรรม
มี"อุปาทานหนำ....................................................ยึดแล้ว
"วิตก"เรื่องคิดถลำ................................................โลกุตต์ โลกีย์
เห็น"ทิฏฐะ"ทราบแจ้ว...........................................พรั่งพร้อมจบเผย ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ : พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้า ๙๖๙ - ๑๐๒๗ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/QDS6sftneCDDIYtTu

๑๘. ธัมมหทยวิภังค์
[ก] สัพพสังคาหิกวาระ = วาระว่าด้วยการรวบรวมธรรมทั้งปวงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้มีหมวดธรรม ๑๒ หมวด เริ่มตั้งแต่ขันธ์เป็นต้นไป
[๑] ขันธ์มีเท่าไร?..อายตนะมีเท่าไร?..ธาตุมีเท่าไร?..สัจจะมีเท่าไร?..อินทรีย์มีเท่าไร?..เหตุมีเท่าไร?..อาหารมีเท่าไร?..ผัสสะมีเท่าไร?..เวทนามีเท่าไร?..สัญญามีเท่าไร?.. เจตนามีเท่าไร?.จิตมีเท่าไร?
(๑) ขันธ์มี ๕...อายตนะมี ๑๒..ธาตุมี ๑๘...สัจจะมี ๔..อินทรีย์มี ๒๒..เหตุมี ๙..อาหารมี ๔..ผัสสะมี ๗..เวทนามี ๗..สัญญามี ๗..เจตนามี ๗..จิตมี ๗
(๒) ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์
(๓) อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน?
คือ จักขายตนะ...รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..ฆานายตนะ..คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:27:06 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

อารมณ์ / ประสาน

อารมณ์รักเรียงร้อยเป็นถ้อยหวาน
ร่วมประสานรักมั่นรับวันใหม่
แม้คืนวันผันผ่านอีกนานไกล
ฝากฤทัยเคียงคู่มิรู้ลา

 
ต้นฝ้าย

ส่งต่อค่ะ

วิกฤติ / อาการ

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: คนรากหญ้าลำบากใจ
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:23:12 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


ค่าครองชีพบีบคั้นวันคืนคล้อย
เงินเหลือน้อยค่าข้าวหาจากไหน
แม้อดออมยอมทนจนทุกข์ใจ
จะหยิบใช้ใจคิดถึงค่ากิน

ข้าวจมน้ำช้ำหนักยากจักฟื้น
ต้องทนฝืนยืนสู้กู้หนี้สิน
เสียงท้องร้องก้องดังหวังใครยิน
ทั่วแผ่นดินสิ้นทุนวุ่นทุกวัน

 AddEmoticons00949
ต้นฝ้าย

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:10:02 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

ช่วยกันพายกันร้องทำนองวาง   ขาชี้กางขึ้นฟ้าน่าอายจัง  

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:00:50 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๑/๖๖)

    ๕๓๖.กราน"มนายะฯ"จิตน้อม........................มีวิจาร ปราศวิตก
เรียก"อวิตักมัตต์ฯ"ชาญ...................................ละเอียดแล้
มนายะฯยาตรกราน........................................."อวิตัก- กาวิจาร"
ปราศวิตก,วิจารแท้...........................................สงบแล้วจิตเผย

    ๕๓๗."ธัมมายะฯ"สิ่งหทยะรู้...........................เลิศชู"สวิตักฯ"เอย
กอปร"ตรึก,วิจาร"กะมนะเชย............................เจตสิกลุปฐมฌาน

    ๕๓๘.พาน"ธัมมาฯ"สิ่งแล้...............................จัดเป็น "อวิตักมัตต์ฯ"
มีแต่"วิจาร"เห็น................................................."วิตก"ไร้
จิต,เจตสิกเย็น..................................................เกิดยิ่ง ฌานสอง
จิตสงบ,ประณีตไซร้..........................................สุขล้ำ ปฐมฯหนา

    ๕๓๙.สามสัจจะคือลุ"สมุทัย"...........................เหตุไซร้ลิ"นิโรธฯ"ครา
"มัคค์สัจ"ก็มรรคอริยะกล้า.................................สามอย่างก็"อรูปธรรม"

    ๕๔๐.คำสมุทัยสัจน้อม....................................ทราบหนา เหตุทุกข์
คือ"อยาก"เกิดตัณหา.........................................เดือดร้อน
"นิโรธสัจ"ดับครา...............................................เหตุทุกข์
ดับเหตุทุกข์หมดจ้อน.........................................จิตแล้สงบเผย

    ๕๔๑.มัคค์สัจสิทางลุปฏิบัติ.............................ด้วยชัดทุขะจริงเอย
ทางกลางก็มรรคอริยะเชย.................................มรรคอัฏฐะลุแจ้งแฉ

   ๕๔๒.แลทุกข์สัจชัดแล้ว.................................."รูปธรรม, อรูปธรรม"
เป็นรูปขันธ์เกิดหนำ...........................................จากแท้
มหาภูตรูปนำ.....................................................ดิน,อุทก.. รูปอาศัย
สภาพเกิด,ดับแล้................................................ไม่ได้คงหนา

    ๕๔๓.ส่วนธรรม"อรูปะฯ"ภวครัน.......................นาม์ขันธ์จตุ"เวท์นา"
"สัญญากะสังขตะ" กล้า......................................"วิญญาณ"ซิเจาะรู้ดี

    ๕๔๔."อินทรีย์สิบสี่"แล้....................................รูปธรรม
มีจิต,มนินทรีย์นำ...............................................รับรู้
อินทรีย์สุข,ทุกข์คลำ..........................................โทมนัส, โสมนัส
เพียร,เชื่อ,สติ,สมาธิ์สู้.........................................กอปรแล้ปัญญินฯ

    ๕๔๕.โลกุตต์ระอินทริยะแจง...........................เพื่อแจ้งอริย์สัจชิน
"อัญญินฯ,อนัญญะฯ"ลุผลิน................................."อัญญาฯ"นิรวาณแฉ

    ๕๔๖.แล"ชีวิตินฯ"ใหญ่แท้...............................มีสอง รูป,นาม
"ชีวิตินฯรูป"ครอง................................................รักษ์ป้อง
"กัมมชรูป"ปอง....................................................เกิดจาก กรรมแล
รูปอยู่คงรอดพร้อง..............................................ชีพย้ำยืนยาน

    ๕๔๗.นาม"ชีวิตินทริยะ"นำ...............................นาม์ธรรมรึ"อรูป"กราน
เป็นเจตสิกจะอนุบาล..........................................นาม์ขันธ์ระยะเกิด,ปลง

    ๕๔๘.คงมีขันธ์สี่น้อม......................................โลกีย์ โลกุตต์
คราจิตเกิดกิเลสมี..............................................เรียกแล้
โลกียธรรมพี......................................................เวียนว่าย วัฏวน
โลกุตตร์มรรคผลแล้...........................................มุ่งก้าวนิพพาน

    ๕๔๙. มี"สองสิอายตนะ"กล้า............................."ธรรมมายะฯ"มนาฯ"กราน
โลกุตต์ระ,โลกิยะลุฉาน.......................................เหนือโลกและ ณ โลกแฉ

    ๕๕๐.แล"มนายะฯ"จิตรู้....................................อารมณ์ รูป..สัมผัส
กิจอยู่โลกีย์ชม....................................................กิเลสท้น
ในโลกุตต์จิตสม..................................................มรรคจิต ผลจิต
กิจฆ่ากิเลสหมดพ้น.............................................หลุดลี้วัฏเผย

    ๕๕๑."ธัมมายะฯ"สิ่งสิมนะรู้..............................."รูป"ชู"นิรวาณ"เชย
เจต์สิกก็มีกิจะเฉลย.............................................อารมณ์เจาะ ณ โลกีย์

    ๕๕๒."ธัมมาฯ"ดี,ชั่วพร้อม.................................เกิดปรุง เวียนเกิด
ยังอยู่โลกีย์ผดุง..................................................เที่ยวแล้
โลกุตต์,นิพพานจรุง.............................................เกิดจิต มรรคผล
กิเลสทลายแท้....................................................ทุกข์พ้นดับแฉ

    ๕๕๓."สองสัจจะ"โลกิยะถนัด............................"ทุกข์สัจและสมุทย์ฯแล
โลกุตต์ก็มรรคลุธุระแน่........................................ดับทุกข์ซิ"นิโรธฯ"เผย

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาประสาสัตว์คำโคลง ๐-...
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:35:21 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

Photo By บ้านกลอนน้อยฯ©
วันประมงน้อมเกล้า 2569 ครั้งที่ 36

-๐ ปลาปีกแดง (ปลาปากหนวด) ๐-

๏   เงินงามห่มหุ้ม              เรือนกาย
ปลาปีกแดงแดงชายครีบกล้า
เวียนว่องคล่องเริงสายน้ำสนุก
ปลอบปลุกใจอ่อนล้าเร่งฟื้นคืนพลัง ๚ะ๛

- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

• กลับสู่สารบัญ นานาประสาสัตว์คำโคลง คลิก

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:31:14 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ชวนยกขาขึ้นเรือเพื่อหนีน้ำ   แล้วพายจ้ำจ๋อมจ๋อมออกคลองกว้าง
 

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: น้ำมันแพง ในวันธรรมดาของฉัน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:53:36 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

ยิ่งเดินตลาดก็ยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น
อาหารกับข้าว ไข่ ผักที่ต้องซื้อกินอยู่ทุกวัน ราคาขึ้นไปมาก
เมื่อก่อนยังพอเลือกได้ว่าอะไรแพงก็ซื้ออย่างอื่นแทน
แต่เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน ก็แทบไม่มีอะไรให้รู้สึกว่าถูกเลยค่ะ

ฉันพยายามประหยัดแล้ว ซื้อเฉพาะที่จำเป็น
แต่ของที่จำเป็นนี่แหละ ที่แพงขึ้นจนเหนื่อยใจ
จะลดอีกก็ไม่รู้จะลดตรงไหน
เพราะทุกคนในบ้านยังต้องกินข้าวทุกวัน

บางวันนั่งคิดว่า ถ้าข้าวของยังแพงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เงินที่มีใช้ยังเท่าเดิม เราจะอยู่กันอย่างไร
วันนี้ยังพอหมุนพอจ่าย แม้จะเหลือติดกระเป๋าน้อยลง
แต่วันข้างหน้า หากมีเรื่องจำเป็นแทรกเข้ามาอีกสักอย่าง
เงินที่เคยพออย่างเฉียดฉิว จะยังพออยู่ไหม

เพื่อนบ้านอื่น คงเจอปัญหาแบบนี้ไม่น้อยเลยนะคะ
คนไทยเรา ชนรากหญ้ามีมากกว่าคนรวย
ขอให้เหตุการณ์แบบนี้ผ่านไปโดยเร็วเถอะนะ

             

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 05:15:19 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๐/๖๖)
   
    ๕๑๘.กรานธาตุสิบสภาพน้อม..........................ตัณหา ยึดครอง
เรียก"อุปาทินฯ"พา.............................................วิบากแท้
อารมณ์เหนี่ยวจิตหนา........................................ยึดมั่น ปัจจุบัน
ธรรมจ่ออุปาทินแล้.............................................พรั่งพร้อมอุปาทาน

    ๕๑๙."สมุทยสัจ"สิเป็นลุ"อนุปาฯ"......................ตัณหามิเจาะยึดกราน
ผลกรรมวิบากลุอนะฉาน.....................................แต่"อยาก"ธุวะยึดแฉ

    ๕๒๐.แลทุกขสัจชัดน้อม..................................ปัญจมขันธ์ นามรูป
เกิดจากกรรมแลครัน...........................................เริ่มต้น
ความ"อยาก"ยึดเกิดพลัน.....................................มีร่วม อารมณ์
เป็นอุปาทานท้น..................................................เรียกพร้อง"อุปาทิน"

    ๕๒๑.อินทรีย์สิเก้าประลุ"อุปาฯ"........................เกี่ยวหนาภวรูปชิน
ผลกรรมเกาะ"อยาก"เจาะธุวะสิ้น..........................อารมณ์ก็จะมีเผย

    ๕๒๒.เปรย"มโนวิญญ์ธาตุ"นั้น...........................สภาพธรรม มีสอง
เป็น"อุปาทินฯ"นำ.................................................ยึดแล้
ผลกรรมเก่า"อยาก"ทำ.........................................คุมจิต มีเผลอ
เป็นธาตุอารมณ์แท้..............................................เกิดซ้ำอุปาทาน

    ๕๒๓."วิญญ์ธาตุมโน"เจาะ"อนุปาฯ"....................ไป่หนาธุวะยึดกราน
แต่เป็นอะรมณ์เพราะวสะฉาน...............................เข้ายึดมนะครอบครอง

    ๕๒๔.ตรอง"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นั้น........................."อนุปา-ทินนาฯ"
"ความอยาก,อารมณ์หนา.......................................ปราศไร้
มโนวิญญ์ฯเด่นเหนือครา.......................................โลกุตตร มรรคผล
แลอุปาทานไซร้....................................................ปราศย้ำยึดเผย

    ๕๒๕.จิตห้าซิผลเจาะลุอุปาฯ..............................ยึดหนา"วสะอยาก"เอย
อารมณ์รตีจะธุวะเคย............................................ยึดต่อเกาะกิเลสฟู

    ๕๒๖.ดู"รูปขันธ์"ไป่แล้ว.....................................วิตก, วิจาร "อวิตักฯ"
เป็นรูปธรรมเห็นพาน.............................................จิตไร้
มิมี"ตรึก,ตรอง"ขาน...............................................เลยแน่
จึงต่างนามข้นธ์ไซร้...............................................มุ่งทั้ง มีสอง

     ๕๒๗."จำ,ปรุงและรู้"ก็เจาะสินาม-........................ขันธ์สามระบุฌานครอง
จิตตรึก,วิจาร"ลุภวปอง...........................................ฌานหนึ่งประลุ"สองแล

    ๕๒๘.แฉนามขันธ์เด่นพร้อม................................"อวิตักกา-วิจารมัตต์ฯ"
จิตไป่วิตกหนา.......................................................จ่อแล้
วิจารอยู่ฌานครา...................................................ระดับ ฌานสอง
จำแนกฌานขยายแท้.............................................มุ่งห้าฌานเผย

    ๕๒๙."ขันธ์สาม"สิจิตลุ"อวิตักฯ"...........................จ่อปักอนะสองเอย
ทั้ง"ตรึกวิจาร"หทยะเชย.........................................ฌานสาม,จตุฌานแฉ

    ๕๓๐.แลสังขารร่วมพร้อม....................................พบพาน จิต,เจตสิก
เป็น"สวิตักวิจาร".....................................................เกิดแล้ว
วิตก,วิจารกราน......................................................กับจิต "กามาวจร"
จิตปฐมฌานแผ้ว....................................................ตรึกทั้งตรองหนา

    ๕๓๑.สังขารและจิตลุ"อวิตัก-..............................มัตต์ฯ"จักมิ"วิตก"ครา
ยังมี"วิจาร"สิตริคณา..............................................ในฌานทุติย์จิตเผย

    ๕๓๒.เปรยสังขารกลุ่มนี้.....................................ทำงาน เจตสิก
"อวิตักวิจาร"..........................................................เลี่ยงพ้น
วิตก,วิจารกราน.....................................................เพิกหมด
ฌานสี่,สามอุบัติท้น................................................ปราศทั้งสองแฉ

    ๕๓๓.สังขารสิอื่นมิภณะเด่น...............................ว่าเป็นตติไหนแล
ตรึก,ตรองสภาพตติยะแล้......................................หรือปราศอนะทั้งสาม

    ๕๓๔.ความสังขารแต่งน้อม................................คิดปรุง สภาพเหมือน
วิตก,วิจารผดุง......................................................คิดไซร้
ดุจเจตสิกจรุง.......................................................ก็กลุ่ม สังขาร
หาร่วมสัมปยุตได้..................................................กล่าวพ้นมิเป็น

    ๕๓๕.ผองจิต"มนายตนะ"ครอง...........................มีสอง"สวิตักฯ"เน้น
มีตรึก,วิจาร"ตริวิเคราะห์เห็น..................................ในกาลซิปฐมฌาน

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:46:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ความเจ็บปวดฝังลึกเฝ้าตรึกตรอง   ใครจะมองความช้ำช่วยนำทาง 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.132 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...