ตำแบบเดิมดีไหมจะง่ายกว่า รสชาติน่าอร่อยเหมาะปานเหาะเหิน

|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:30:15 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ตำแบบเดิมดีไหมจะง่ายกว่า รสชาติน่าอร่อยเหมาะปานเหาะเหิน ![]() |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:32:11 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:30:59 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
หน้าส้มตำยำหอยอร่อยนะเออ แจกเพื่อนเกลอคนละชิ้นกินกันเพลิน ![]() |
||
|
4
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:11:11 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๕/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๒๒๙.ปัญญาสิเรียก"นกามวจะฯ"เครือ.....................ภวเหนือซิกามะ"ครัน "รูปาฯ,อรูปะฯกับอปริฯ"ปัญญ์ฯ...................................นิรนับ ณ วัฏฏะแฉ ๒๓๐.แลปัญญา"อัพย์ฯพร้อม..................................กลางเฉย และกุศล เรียก"ปริยาฯ"เอย......................................................เยี่ยมล้น "ทาน,ศีลรักษ์"ดีเชย...................................................กลางแน่ กิริยาจิต ยังอยู่ภพสามด้น........................................................เนื่องแล้วโลกีย์ ๒๓๑.ปัญญา ณ มรรคและผลเจาะจตุหนา..............."นิยยานิฯ"สัตว์จะหนี จากวัฏฏะตัดกิเลสหทยะรี่..........................................นิรวาณสงบจิรัง ๒๓๒.ยังปัญญาอยู่แท้............................................กุศล, อัพยาฯ เวียนวัฏมิออกยล.......................................................ห่างลี้ เรียก"อนิยาฯ"ดล.......................................................เกิดทุกข์ สภาพชนโลกีย์ชี้........................................................สถิตย์แล้ภูมิสาม ๒๓๓.ปัญญา ณ มรรคลุจตุหนา...............................ขณะฆ่ากิเลสลิตาม ธรรมนำผละทุกข์เจาะเรียก"นิยตะฯ"ผลาม.................ภวแน่และเสร็จมิถอน ๒๓๔.ปัญญาจรแน่แท้.............................................มิคง เป็นกลาง "อนิยตปัญญ์ฯ"จง......................................................ไม่ได้ ธรรมมิก่อมรรคตรง....................................................ผลบ่ง จะรับอารมณ์ไซร้........................................................หลากแล้โลกีย์ ๒๓๕.ปัญญาสิ"อัพยากตะฯ"เจาะครัน......................อรหันต์อภิญญะรี่ เรียก"อัตถชาปิฯ"ปัญญะขณะที่..................................อุปบัติสมาธิหนา ๒๓๖.สมาบัติเกิดแล้ว..............................................เรียกแล "ชาปิตัตถ์" พระอรหันต์แด...........................................................สภาพแล้ ปัญญาเกิดมีแฉ..........................................................คราวนิโรธ- สมาบัติ "อัพยาฯ"กลางแท้.......................................................จ่อไร้กิเลสเผย ๒๓๗.ญาณวัตถุหมวดละสามจะเจาะถลัน................ภวปัญญะหลากซิเอ่ย "จินตามย์ปัญฯ"พินิจสกะเฉลย....................................พิเคราะห์เหตุและหาซิผล ๒๓๘.ยลปัญญาเริ่มต้น............................................สดับเรียน จากครู เรียก"สุตมย์ปัญฯ"เพียร..............................................อ่านรู้ ศึกษาจดจำ,เขียน.......................................................ฐานมุ่ง พฤติธรรม ปฏิบัติจริงสู้................................................................หลักแท้บาป,บุญ ๒๓๙."ปัญญ์ภาวนา"เจาะรู้ริปฏิบัติ...........................มนะชัดสมาธิหนุน อบรมฤดี"วิปัสสะ"ลุอดุลย์...........................................อนะแค่คิดและจำ ๒๔๐.คำปัญญามุ่งรู้................................................สิกขา สามแล "อธิศีลปัญญาฯ".........................................................เปี่ยมท้น บริสุทธิ์ใจพา..............................................................ละเอียดกว่า ปกติ "ปาฏิโมกข์สังฯ"ล้น.....................................................กิเลสย้อมซาลง ๒๔๑.ปัญญาสิจิตตะยิ่งประลุสมาธิ์..........................ขณะคว้าสงบประสงค์ "รูปาฯ,อรูปฯสมาธิ์"เจาะอธิบ่ง.....................................ภวสัมมะทิฏฐิแฉ ๒๔๒.แลปัญญาสุดแท้............................................."อธิปัญญา- ปัญญา" "โลกุตต์ระปัญฯ"พา....................................................มรรคท้น เกิดมรรคสี่ตัดครา......................................................จักฆ่า กิเลสวาย ผลสี่เสวยสุขล้น.........................................................ล่วงแล้วนิพพาน ๒๔๓.โกศลสิสามฉลาดริวิเคราะห์ธรรม....................เจาะกระทำซิลึกและชาญ เก่ง",อายโกฯ"ประจักษ์เจาะหินะกราน..........................อกุศลมิเกิดเฉลย ๒๔๔.เปรยธรรมเลวเกิดแล้ว....................................ดับหนี พินิจ"ดี"เกิดมี..............................................................เริ่มต้น "ดี"เดิมเกิดทวี.............................................................มากเพิ่ม "สัมมะทิฏฐิ"ด้น...........................................................มุ่งแล้วเจริญหนา |
||
|
5
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:29:38 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๔/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๒๑๓."ปัญญ์ฯเกนจิวิญญ์ฯ"ปะพหุญาณ....................ประลุชาญซิเหนือจะแล ปัญญานิกร,พระผู้อริยะแล้..........................................จะริรู้ประจักษ์เฉลย ๒๑๔.เปรยปัญญ์ฯสูงส่งแล้......................................."เกนจิน- วิญเญยฯ" จิตต่ำมิทราบชิน..........................................................แน่แล้ว ปัญญาอรหันต์ริน........................................................โลกุตต์ ชนไม่ทราบเลยแคล้ว..................................................หยั่งไร้เชียวหนา ๒๑๕.อัพ์ยา,กุศลเจาะ"สาสวะลุปัญญ์ฯ".....................ภวครันกิเลสคณา โลกียปัญญ์ฯ ณ วัฏฏะอุตุครา......................................นิรพ้นติภพซิแฉ ๒๑๖.แลปัญญาไม่ตั้ง..............................................."อาสวะ"หนา ปราศกิเลส โลกุตตระปัญญ์ฯพา....................................................เปี่ยมล้น "อนาสวปัญญา"..........................................................เรียกพร่ำ อริยมรรค,ผลด้น.........................................................แปดแล้เเสร็จหมาย ๒๑๗.ปัญญ์ฯ"อาสวาเจาะวิปปะฯ"ภวโล-....................กิยะ"โขกิเลสมิกราย ไร้"อาสวา"สิครอบตะศยะฉาย.....................................ลุ ณ "สาสวา"สิฐาน ๒๑๘.กรานปัญญ์ฯโลกุตต์แล้...................................ปราศพา "อาสวะ" "อาสวิปป์อนาฯ...........................................................หลุดพ้น มิประกอบ"อาสวาฯ"....................................................โลกุตต์ มรรคผล อาสวะหมดด้น............................................................ล่วงล้ำนิพพาน ๒๑๙."สัญโญชะปัญญ์ฯ"กิเลสิกะ"จะมัด....................พหุสัตว์ ณ วัฏฏะกราน ปัญญาระดับกะโลกิยะประสาน...................................และเจาะมีกิเลสยะยง ๒๒๐.คง"อสัญโญฯ"แน่แล้ว.....................................จะไกล สัญโญชน์ ปราศเครื่องรัดสัตว์ไส................................................หลุดพ้น ปัญญาอริยะไว..........................................................มรรคจิต ผลจิต "สัญโญชน์สิบตัดด้น..................................................ห่างแล้วัฏฏะแฉ ๒๒๑.ปัญญากุศลเจาะ"คันถนิยะฯ"มัด......................ประลุรัดกะสัตว์ซิแน่ ปัญญากิเลสเกาะ"โลกิยะ"ลุแล....................................ภวตก ณ วัฏเฉลย ๒๒๒.เปรยปัญญาแน่แท้..........................................นิวรณ์ ครอบงำ เรียก"นิวรณิฯจร.........................................................เครื่องกั้น กิเลสกีดขวางรอน......................................................"ดี"แผ่ว เกิดกุศลภพสามดั้น....................................................อัพย์ฯนี้เหมือนหนา ๒๒๓.ปัญญากิเลส"อนีวรณิฯ"เดช............................ลิกิเลสมิเหลือระอา ปัญญา ณ มรรคและผลจตุทกล้า................................ภวสุดอร์หันต์ซิแฉ ๒๒๔.แลปัญญา"วิปากฯ"น้อม..................................ผลกรรม ภูมิสาม เรียก"อุปาทินฯ"นำ.....................................................ยึดแปล้ อุปาทานยึดครองทำ..................................................ถูกครอบ ผลลัพธ์ปัญญาแท้......................................................"ชาติ"คล้อยอดีตแฉ ๒๒๕.ปัญญามิถูกเจาะยึดก็"อนุปาฯ".........................ภวกล้าวิบาก บ แล ปัญญากุศลติภูมิ,อริยะแท้..........................................นิรวาณกิเลสสลาย ๒๒๖.กรายปัญญาที่ตั้ง...........................................โศกหมอง "สังกิเลสิก"ครอง........................................................ก่นเศร้า อารมณ์กิเลสจอง.......................................................เป็นฝ่าย โลกีย์ มีกุศลธรรมเคล้า........................................................"อัพย์ฯแท้กลางเผย ๒๒๗.ปัญญา"อสังกิเลสิกะฯ"เจาะเด่น......................อนะเป็นอะรมณ์จะเอ่ย ไม่หมองและเศร้ากิเลสลิภิทะเกย...............................อจริย์แน่สะอาดซิหนา ๒๒๘."กามาวะฯ"เกิดน้อม.......................................ปัญญา กามภูมิ เกิดร่วมกุศลหนา......................................................ท่องแล้ "กามาอัพยาฯ"..........................................................จิตเด่น เป็นกลาง กิริยาจิตแท้..............................................................คล่องแล้วอรหันต์ |
||
|
6
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:54:24 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
เป็นพิซซ่าหน้าอะไรให้บอกด้วย เผื่อจะช่วยอ้าปากรับนะเอ้อ ![]() |
||
|
7
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:04:13 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
![]() สติเตือนใจตน บางคราวใจไหวตามความรู้สึก จนเผลอนึกปล่อยความคิดจิตเลื่อนไหล เห็นสิ่งหนึ่งก็รีบตัดสินไป แล้วต้องใช้เวลานาน...แก้ความจริง จึงบอกใจให้หยุดก่อนจะก้าว อย่าเพิ่งกล่าวถ้อยคำตามทุกสิ่ง บางเรื่องราวเพียงปล่อยผ่านอย่าประวิง ในความนิ่งอาจมี...สิ่งที่เป็น ฉันมิอาจห้ามโลกให้หยุดหมุน หรือห้ามความว้าวุ่นเมื่อได้เห็น ทำได้เพียงรักษาใจให้เยือกเย็น คือประเด็นความรอด และปลอดภัย ฝาตุ่ม |
||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:52:16 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
พลาด / เห็น แต่บางคราพลาดเห็นเป็นบางสิ่ง เมื่อความจริงซ่อนเร้นเช่นเสมอ แม้ตั้งใจไขว่คว้ามาพบเธอ กลับพบเจอสิ่งล้ำค่า...คราเผลอไป ![]() ส่งต่อค่ะ วิตก / สนุก |
||
|
9
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:47:04 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
สาวชื่นชมหล่องามวิ่งตามไป ขอยืมใส่พิซซ่าบนหน้าเธอ ![]() |
||
|
10
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:53:19 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๓/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์ ๑๙๗.วิญญ์ฯห้าสิเอื้อเหมาะ"คันถนิยะ"มัด.................มนะชัดกิเลสซิปลง อารมณ์ ณ จิตกิเลสเจาะจตุผอง..................................ประลุ"อยาก,พิฆาต.."ระอา ๑๙๘.คราวิญญาณที่ตั้ง...........................................โอฆะแฉ "โอฆนิยะ" ไหลครอบงำใจแด......................................................ท่วมท้น วิญญ์ฯ,ปัญจ์ฯที่ครองแล............................................."กิเลสะ โอฆะ" ผูกสัตว์ในภพด้น........................................................มั่นแล้วยึดครัน ๑๙๙.มีวัตถุคือประสาทฯลุขณะเดียว.......................ภวเปรียวอะรมณ์กระชั้น "ตา,รูป"กระทบกุ"จักขุฯ"ประลุสรรค์............................เหมาะจะเห็น ณ ครา ๒๐๐.มิพาตนรับรู้...................................................กาลไหน อดีต,อนาฯ ทราบปัจจุบันไกล......................................................แค่นั้น "อารมณ์,วัตถุ"ไว.......................................................มาก่อน "วิญญ์ฯเกิดตามหลังดั้น.............................................ถัดแล้ทีหลัง ๒๐๑.มีวัตถุเป็นสิในเจาะลุประสาท.........................ยุรยาตรสิ"ตา.."เจาะดั่ง อารมณ์สินอกกระทบ ณ ชิระหยั่ง..............................ประลุ"จักขุวิญญ์ฯ"ซิพลัน ๒๐๒.ครันวิญญาณร่วมห้า......................................เกิดไว เพราะผัสสะ มากระทบ,กำหนดใจ.................................................คิดถ้วน อารมณ์ไม่รับใด........................................................หรือจิต มิกำหนด มิใส่ใจ,วิญญ์ฯด้วน....................................................เกิดไร้เลยแฉ ๒๐๓.วิญญาณสิห้ามิ"คิด"เพราะประลุรู้...................มนะชูอะรมณ์ซิแล สังขาร ณ ขันธ์จะ"คิด"เจาะธุระแน่.............................อนะวิญญ์ฯก็ยินและเห็น ๒๐๔.ประเด็นวิญญ์ฯร่วมห้า....................................ธรรมอะไร มิทราบ อกุศล,กุศลใด............................................................ไม่แจ้ง วิญญาณสักเป็นไป.....................................................ทางรับ อารมณ์ การคิด,พินิจแท้ง........................................................ไป่แล้กระทำหนา ๒๐๕.บุคคลลุแยก"ประสาท"กะมนะได้......................ภวไซร้สมาธิพา วิญญ์ฯห้า บ เหตุกระทำ"วจะ"ทกล้า.............................ฤ เจาะ"กายกรรม"ซิเผย ๒๐๖.เปรยบุคคลไม่แล้...........................................สมาทาน ดี,เลวทำจากปัญจม์วิญญาณ...................................................................ไม่ได้ เพราะเป็นแค่รับพาน..................................................ดมกลิ่น รีบดับ บุญ,บาปมิแยกไซร้.....................................................กิจแท้มโนวิญญ์ฯ ๒๐๗.เข้า-ออกสมาฯเจาะวิญญ์ฯมิประลุได้...............มนะไซร้ซิรู้ผลิน วิญญ์ฯห้ามิถึงสมาฯตะธุระสิ้น.....................................ก็"มโนฯ"กระทำซิแฉ ๒๐๘.แลบุคคลไป่แท้.............................................เกิด,ตาย "ปัญจม์วิญญ์ฯ เพียงทราบเร็ว,ดับวาย...............................................ต่อหน้า จิตนำเกิดตรงกราย...................................................คือ"ปฏิ- สนธิจิต" "จุติจิต"นำกล้า..........................................................เมื่อครั้งตายแฉ ๒๐๙.หลับ,ตื่นและฝัน บ วิญญ์ฯธุระกระทำ..............ภวย้ำก็รู้ซิแล หน้าที่"มโนฯ"ก็ธาตุจะริตริแน่......................................กิจะปรุงและแต่งซิเผย ๒๑๐.เกยมิหลับ,ฝัน,ตื่นไร้.......................................เพราะ"มโน- ธาตุ"เฮย สภาพ"มโนฯ"มิยึดโข..................................................ไม่รู้ "มโนวิญญ์ธาตุฯ"ปรุงโชว์............................................ฝันเฟื่อง ปรุงเรื่องราวเคยกู้......................................................อดีตย้ำระลึกหนา ๒๑๑.ปัญญา"กุศลและอัพย์กตะ"เจาะนบ.................ตติย์ภพจะจัดซิครา "โลกียะปัญญะ"ตรับลุนยะกล้า....................................ดนุภาวนาและตรอง ๒๑๒.ครองปัญญ์โลกุตต์ฯแท้...................................จิตเห็น อริยสัจ มรรคสี่,ผลตามเห็น.....................................................กิเลสทิ้ง โลกีย์ห่างไกลเย็น.......................................................สามภพ เหนือโลก แดนนิพพานถึงพริ้ง....................................................ออกแล้วัฏฏะแฉ |
||