ติมรสเผ็ดเด็ดสะระตี่ เชิญพี่วาง มีใครบ้างอยากลองของเขาดี

|
1
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:58:45 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
ติมรสเผ็ดเด็ดสะระตี่ เชิญพี่วาง มีใครบ้างอยากลองของเขาดี ![]() |
||
|
2
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:57:16 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๖/๓๓) อภิธรรมปิฎก : ๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์ ๘๙."เมตตาวิปากะฯ"ภวกล้า........................มุเมตตาลุรูป์ฌาน ขั้นสูงเจาะหนึ่งลุจตุชาญ................................สมาธิ์ภาวนาเผย ๙๐.สงฆ์เชยเจริญมรรคแล้..........................สงัด "กาม" ฌานหนึ่งปฐมผลาม........................................ล่วงแล้ว เมตตากอปรฌานตาม.....................................พาร่วม สัมปยุต "อวิกเขปะ"แผ้ว...............................................จิตแล้มิไหว ๙๑.สงฆ์ทำสิ"รูปะวจะฯ"เทิด.........................วิบากเกิดซิผลไกล จึงผ่านปฐมสหระฯไข.......................................กะเมตตาสะสมแฉ ๙๒.แลปฐมฌานกอปรด้วย............................"วิจาร วิตก" "มีสุข,ปีติพาน..................................................."วิเวก"สร้าง "เมตตาวิมุตฯกราน...........................................รักใคร่ ธรรมที่เหลือคราอ้าง........................................ประกอบแล้เมตตา ๙๓.สงฆ์เพียรสิมรรคลุกิจะครบ.....................เจาะรูป์ภพสว่างจ้า ฌานสองลุพร้อมสหระฯหนา.............................กะเมตตาวิบากพลัน ๙๔.ครันฌานสอง"วิตก"ไร้............................."มีวิจาร ปีติ,สุข" เกิดแต่วิเวกพาน...............................................สงบแท้ ความรักใคร่เรียกขาน.......................................เพรียกว่า เมตตา "วิมุตเจโตฯ"แล้.................................................กล่าวชี้เมตตา ๙๕.สงฆ์บรรลุ"ฌานตติยะ"เดช......................ปะ"ร่วมเมตตะพาคว้า ธรรม์ชาติสิในเจาะรุจิหนา ................................."วิตก"ตัด"วิจาร"ถอน ๙๖.ธรรมเอกจรผุดขึ้น....................................หทัยแล สุข,ปีติ เกิดจากสมาธิ์แด...............................................ท่วมท้น มี"อวิกเขปะ"แฉ.................................................จิตแน่ว สภาพธรรมกุศลล้น...........................................มุ่งแล้ในฌาน ๙๗.สงฆ์ทำสิมรรคลุธุระจบ............................เลาะ"รูป์ภพ"อร่ามพาน มี"ปีติ"คลายหทยะกราน....................................อุเบกขาซิกลางเฉย ๙๘.สงฆ์เชย"สติ"มั่นแล้.................................."สัมปชัญฯ สมบูรณ์ สุขจาก"นามกาย"ครัน.......................................ยิ่งแล้ว ลุฌานสี่ทันควัน.................................................กอปรร่วม เมตตา "อวิกเขปะ"แผ้ว..................................................จิตแล้ฐิติดล ๙๙.สงฆ์"ปีติ"คลายหทยะหนา.........................อุเบกขาอุบัติยล สั่งสมกุศลลุพหุผล.............................................จะเกิดแลวิบากตาม ๑๐๐.ความ"กรุณาวิปากฯ"แท้..........................วิบากผล ของกรุณ ผนวกกับฌานดล...............................................สี่ขั้น เป็นฌานสี่เห็นยล..............................................."มีสุข เอกัคฯ" มีสงบอารมณ์ดั้น................................................ประณีตแล้องค์ฌาน ๑๐๑.ธรรมเป็นไฉนลุกรุณา.............................หทัยพาสิสงสาร มุ่ง"รูปภพ"ละหินะกราน......................................ปฐมฌานลุดังหมาย ๑๐๒.กราย"สหรคต"แล้..................................กับฌาน กรุณา "วิตก,วิจาร"พาน.................................................เกิดพร้อม "ปีติ,สุขมี"ขาน....................................................เพราะวิเวก "อวิกเขปะ"จิตน้อม..............................................มั่นแท้กุศลธรรม ๑๐๓.สงฆ์ตัดละ"กาม"ประลุ"ปฐมฯ....................จะร่วมสม"กรุณ"ล้ำ เกิดเป็น"วิบาก"เพราะเจาะกระทำ.........................กุศลส่งจิรังกาล ๑๐๔.ลุฌานสองยิ่งล้ำ......................................กรุณา ประกอบแล ความผ่องใสเกิดหนา...........................................สงบแท้ "วิจาร,วิตกคลาย"พา............................................"ปีติ"จ่อ "สุข"แล "อวิกเขปะ"แล้.....................................................จิตน้อมกุศล ๑๐๕.ฌานสองลุด้วยสหรคต............................"กรุณ"จดวิบากยล "รูปากุศล"ระดะเจาะผล ......................................สะสมไว้จะเกิดแฉ ๑๐๖.แลสงฆ์เจริญมรรคแล้ว.............................ปีติคลาย มีจิต"อุเบกขา"กราย............................................ว่างแล้ "สัมปชัญฯสติ"ฉาย..............................................คงมั่น สุขจาก"นามกาย"แท้...........................................ล่วงล้ำฌานสาม |
||
|
3
เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 10:02:04 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
แค่ตำพริกพริกเปื้อนมือนิดหน่อย ไอติมพริกรสอร่อยไปอีกอย่าง ![]() |
||
|
4
เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 05:53:42 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||
|
5
เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 04:51:35 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ล้างมือก่อนตัดนะอย่าละเลย เพราะเห็นเคยทำไรมือไม่ล้าง |
||
|
6
เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 04:01:16 PM
|
||
| เริ่มโดย Sasi Aksarasrom - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช | ||
|
7
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 14, พฤษภาคม, 2569, 09:32:45 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๓๓) อภิธรรมปิฎก : ๒๐.วิภังค์ : อัปปมัญญาวิภังค์ ๗๑."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................รตีกล้าและชมแล ธรรมเหลือก็"สัมปะฯ"ภวแน่..............................."มุทิตา"ซิร่วมกัน ๗๒.ครันสงฆ์เจริญมรรคแล้...........................ฌานสอง บรรลุ มุทิตากอปรครอง.............................................ร่วมด้วย เกิดธรรมเอกผุดปอง........................................หทัยผ่อง "วิตก,วิจาร"ม้วย..............................................."สุข"พร้อม"ปีติเผย ๗๓."เจโตวิมุตติมุทิตา"..................................เจาะเรียกหนารุจาเอ่ย ธรรมเหลือก็ร่วมปะรติเชย................................มุทีตาประกอบแฉ ๗๔.แลสงฆ์เจริญต่อแล้ว..............................."ปีติ"คลาย จิตอุเบกขากราย.............................................ว่างแท้ ฌานสามลุสติฉาย...........................................เป็นสุข นามกาย ฌานร่วมมุทิตาแล้............................................เกิดน้อมยินดี ๗๕.อีกนัยกุศลเจาะ"มุทิตา"...........................อุบัติหนาแตะฌานสี่ "หนึ่ง,สองและสามเลาะจตุต์ฯ"ชี้ .......................มิถึงปัญจห้าเผย ๗๖.เปรยลุฌานหนึ่งแล้..................................มี"วิจาร" "วิตก" "มีสุข,ปีติ"พาน..................................................แน่แล้ว ฌานสองระงับ"วิตก"ราน...................................เหลือแต่ "วิจาร" กับ"สุข,ปีติ"แผ้ว................................................อยู่ยั้งสบายใจ ๗๗.สงฆ์บรรลุ"ฌานตติยะ"พาน......................"วิจาร"รานสงบไกล เหลือ"ปีติ,สุข"รุจิไสว.........................................ลุธรรมเอก ณ จิตแฉ ๗๘.แลลุฌานสี่น้อม.......................................ประกอบหนา มุทิตา "ปีติ"คลายจิตพา...............................................อุเบกฯแล้ "สัมปชัญฯ,สติ"มา..............................................คงมั่น เสวย"สุข"นาม์กายแท้........................................รูปพร้อมสะอาดใจ ๗๙."ฌานกลางอุเบกขะเจาะกุศล....................หทัยดลสงบไซร้ วางเฉยลุปัญญะวิเคราะห์ไข..............................มิเอนเอียงมิยินดี ๘๐.มีอุเบกขาจ่อแล้ว.....................................เป็นไฉน สงฆ์มุ่งเจริญมรรคไว.........................................เพ่งแล้ ลุฌานสี่คระไล..................................................สัมปยุต อุเบกขา ละทุกข์ละสุขแท้...............................................อุเบกฯได้สติคง ๘๑.วางเฉยกระทำเจาะกิริยา.........................."อุเบกขาวิมุตฯ"บ่ง ธรรมเหลือสิ"สัมปะฯภวตรง................................อุเบกขาก็เช่นกัน ๘๒.ครัน"ฌานวิปากฯ"แล้................................อธิบาย อัปป์มัญฯ มีสี่,เมตตากราย.................................................ยิ่งล้ำ สงฆ์เจริญมรรคสงัดฉาย....................................ฌานหนึ่ง ลุมา "วิบาก,วิจาร"ย้ำ................................................."สุขพร้อมเอมใจ" ๘๓.จิตมั่นมิส่ายละจระเตร่.............................."อวิกเขปะ"นิ่งไว สงฆ์มีสมาธิพละไซร้..........................................สภาพธรรมกุศลเผย ๘๔.เปรยสงฆ์,กามสงัดแล้..............................ทำกุศล รูปาฯ จึงลุปฐมฌานดล...............................................ร่วมน้อม เมตตาเหตุพานผล............................................มี"วิตก วิจาร" "ปีติ,สุข"เกิดพร้อม............................................จากแท้"วิเวก"หนา ๘๕.มีมรรคเจริญ"ทุติยฌาน"..........................ลุร่วมผ่านสิเมตตา ภายในซิผ่องเจาะรุจิกล้า..................................."วิตกตรึก"วิจารผลาญ ๘๖.กรานมีธรรมเอกแล้..................................อุบัติมา "มีสุข,ปีติ"ครา..................................................เปี่ยมล้น สุขเกิดแต่สมาธิ์พา...........................................จิตมั่น "อวิกเขฯ" สภาพธรรมเรียกด้น..........................................ว่าแท้กุศล ๘๗.สงฆ์เพียรสิมรรคละปิติพา........................อุเบกขาอุบัติยล มี"สัมปชัญญะสติ"ผล........................................เสวยสุขเพราะนาม์กาย ๘๘.กราย"ฌานสาม"ล่วงแล้ว..........................เมตตา สัมปยุต "อวิกเขปะพา....................................................เสงี่ยมแล้ "ปีติ"เพิกละหนา................................................จิตจ่อ อุเบกขา "สติ สุข,นามกายแปล้........................................เนื่องด้วยวิบากกราน |
||
|
8
เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:22:06 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
รับติมตัดทันใดอย่าได้ช้า แล้วตั้งท่าเช็ดน้ำอย่าทำเฉย ![]() |
||
|
9
เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 11:19:32 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช | ||
|
10
เมื่อ: 13, พฤษภาคม, 2569, 10:35:54 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
ปากกาพร้อมลงชื่อยกมือไว เห็นของจ้างถูกใจแหมใช่เลย ![]() |
||