Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:11:32 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

นอนไม่หลับจับวงนั่งลงคอย    เล่นเพลงฉ่อยประยุกตร์สนุกดี 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:44:44 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๗/๗) ประมวลธรรม : ๖๙.เสขปฏิปทาสูตร

-> ส่วนสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมาทิฏฐิ ยึดถือการกระทําด้วยอํานาจสัมมาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์ ดังนี้
-> เธอย่อมเห็นหมู่สัตว์กําลังจุติ กําลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม ด้วยประการฉะนี้ นี้ก็เป็นวิชชาของเธอประการหนึ่ง
-> แม้ข้อที่อริยสาวกทําให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ซึ่งปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ นี้ก็เป็นวิชชาของเธอประการหนึ่ง
คาถาสนังกุมารพรหม = เป็นผู้กล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ทั้งในหมู่เทวดาและมนุษย์
-> ดูก่อนมหานาม อริยสาวกนี้ บัณฑิตสรรเสริญว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาแม้เพราะเหตุนี้; เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจรณะแม้เพราะเหตุนี้; เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะแม้เพราะเหตุนี้; แม้สนังกุมารพรหมก็ได้กล่าวคาถาไว้ว่า
~ วิชชา = ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ; มีวิชชา ๓ วิชชา ๘ ดังนี้
>วิชชา ๓ คือ (๑) ปุพเพนิวาสานุสติญาณ - ความรู้ที่ระลึกชาติได้ (๒) จุตูปปาตญาณ - ความรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย (๓) อาสวักขยญาณ - ความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้น
>วิชชา ๘ คือ
(๑) วิปัสสนาญาณ - ญาณในวิปัสสนา (๒) มโนมยิทธิ - ฤทธิ์ทางใจ (๓) อิทธิวิธิ - แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ (๔) ทิพพโสต - หูทิพย์ (๕) เจโตปริยญาณ - รู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้ (๖) ปุพเพนิวาสานุสติ (๗) ทิพพจักขุ - ตาทิพย์ (= จุตูปปาตญาณ) (๘) อาสวักขยญาณ
~ จรณะ = ความประพฤติ, ปฏิปทา, ข้อปฏิบัติอันเป็นทางบรรลุวิชชา หรือนิพพาน มี ๑๕ คือ
(๑) สีลสัมปทา = ความถึงพร้อมด้วยศีล คือ ประพฤติถูกต้องดีงาม สำรวมในพระปาติโมกข์ มีมารยาทเรียบร้อย ประพฤติเคร่งครัดในสิกขาบททั้งหลาย
(๒) อปัณณกปฏิปทา ๓ = ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด, ปฏิปทาที่เป็นส่วนแก่นสารเนื้อแท้ ซึ่งจะนำผู้ปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม เป็นผู้ดำเนินอยู่ในแนวทางแห่งความปลอดพ้นจากทุกข์อย่างแน่นอนไม่ผิดพลาด ได้แก่
(๒.๑) อินทรียสังวร - การสำรวมอินทรีย์ คือระวังไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ เมื่อรับรู้อารมณ์ด้วยอินทรีย์ทั้ง ๖
(๒.๒) โภชเนมัตตัญญุตา - ความรู้จักประมาณในการบริโภค คือรู้จักพิจารณารับประทานอาหาร เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายใช้ทำกิจให้ชีวิตผาสุก มิใช่เพื่อสนุกสนานมัวเมา
(๒.๓) ชาคริยานุโยค - การหมั่นประกอบความตื่น ไม่เห็นแก่นอน คือขยันหมั่นเพียร ตื่นตัวอยู่เป็นนิตย์ ชำระจิตมิให้มีนิวรณ์ พร้อมเสมอทุกเวลาที่จะปฏิบัติกิจให้ก้าวหน้าต่อไป
(๓) สัปปุริสธรรม ๗
(๔) ฌาน ๔
~ ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ = พระพุทธเจ้าจึงถึงพร้อมด้วยคุณ ที่เรียกว่า วิชชา และ จรณะ คือ วิชชาที่เป็นปัญญาสูงสุด และ จรณะ คือ การเจริญฌาน จนสามารถแสดงฤทธิ์ได้ ไม่มีใครที่จะเปรียบเหนือกว่าพระองค์ เพราะคุณความดีที่ได้อบรมมานับชาติไม่ถ้วนทำให้พระชาติสุดท้าย ก็ถึงพร้อมด้วยความสามารถต่างๆ สูงสุด ตามเหตุที่ได้สะสมมา
-> ในชุมชนที่ยังรังเกียจกันด้วยโคตร กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด ในหมู่เทวดาและมนุษย์; ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐสุด
-> ดูก่อนมหานาม คาถานั้น สนังกุมารพรหมขับดีแล้ว มิใช่ขับชั่ว; กล่าวดีแล้ว มิใช่กล่าวชั่ว; ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์; พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุมัติแล้ว
-> ลําดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลุกขึ้นแล้ว ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า สาธุๆ อานนท์ เธอได้กล่าวเสขปฏิปทาแก่พวกเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ดีแล
-> ท่านพระอานนท์ได้กล่าวภาษิตนี้จบลงแล้ว พระศาสดาทรงยินดี พวกเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ ชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระอานนท์ ดังนี้แล
จบเสขปฏิปทาสูตรที่ ๓

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:01:29 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ถึงยามค่ำโอเลี้ยงค่อยออกฤทธิ์     คงจะปิดตายากกันสักหน่อย
 

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:01:08 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


อำนาจแห่งความคิดถึง

สักวาความคิดถึงตรึงดวงจิต
เนรมิตภาพรักสลักเด่น
ผูกพันใจไม่คลายไม่วายเว้น
ความห่วงใยไหวเอนตามสายลม
แม้ห่างไกลใจยังเฝ้าประคองรัก
คิดถึงหนักหน่วงใจให้ขื่นขม
แต่กลับเป็นพลังใจให้ชื่นชม
ความคิดถึงแอบบ่มรื่นรมย์เอย
 AddEmoticons00942
ฝาตุ่ม

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / หยาดพิรุณโปรยปราย
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:54:06 AM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม




หยาดพิรุณโปรยปราย

ท้องนภาหม่นแสงด้วยแรงฟ้า
หมู่เมฆาเคลื่อนคล้อยลอยสับสน
ลมกรรโชกโบกพริ้วหิ้วละอองชล
พรมร่างคนล้าแรงกลางแสงเลือน

เสียงหยาดฝนหล่นรินชะดินแห้ง
ปลุกความแล้งหลบเร้นไม่เป็นเพื่อน
ความเหงาโชยโปรยปรายคล้ายมาเตือน
ภาพพร่าเลือนในใจไม่อาจจาง

กระแสธารหลั่งไหลไปตามทิศ
เหมือนชีวิตต้องสู้ใจอยู่ข้าง
ความเหนื่อยอ่อนทอนใจให้เบาบาง
ท่ามกลางสายหมอกลางที่ขวางตา

ฟ้าหลังฝนย่อมใสในวันใหม่
ความหม่นใดหายวับลับทิวหา
ความสดชื่นคืนฟื้นตื่นขึ้นมา
หวังที่ปรารถนายังคงเดิม

ฝาตุ่ม

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:43:33 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


แก้วโอเลี้ยงแจกไปถือไว้ชน    ไชโยกันท่วมท้นคนบ้านน้อย  AddEmoticons00941

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:19:06 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๗) ประมวลธรรม : ๖๙.เสขปฏิปทาสูตร

(๕.๕) เป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อละอกุศลธรรม เพื่อถึงพร้อมแห่งกุศลธรรม มีความเข้มแข็ง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในอกุศลธรรมทั้งหลาย
(๕.๖) เป็นผู้มีสติ = คือ ประกอบด้วยสติและปัญญาเครื่องรักษาตนอย่างยิ่ง ระลึกได้ ตามระลึกได้ แม้ซึ่งกิจการที่ทําไว้แล้วนาน แม้ซึ่งถ้อยคําที่พูดไว้แล้วนาน
(๕.๗) เป็นผู้มีปัญญา = คือ ประกอบด้วยปัญญา อันเห็นความเกิดและความดับ อันเป็นอริยะ ชําแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ
[๖] ดูก่อนมหานาม อย่างไร อริยสาวกจึงจะชื่อว่าเป็นผู้ได้ฌานทั้ง ๔ อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลําบาก คือ
~ ทิฏฐธรรม, ทิฏฐธัมม์ = สิ่งที่มองเห็น, สภาวะหรือเรื่องซึ่งเห็นได้ คือ ปัจจุบัน, ชีวิตนี้, ชาตินี้, ทันเห็น, เรื่องรูปธรรม, จำพวกวัตถุ, ด้านรูปกาย
(๖.๑) อริยสาวก สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติ และสุข เกิดแต่วิเวกอยู่
(๖.๒) บรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป
(๖.๓) บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข
(๖.๔) บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู
[ค] เสขปฏิปทา
-> ดูก่อนมหานาม เพราะอริยสาวกเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้; คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายอย่างนี้; รู้จักประมาณในโภชนะอย่างนี้; ประกอบความเพียรเครื่องตื่นอย่างนี้; ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ อย่างนี้; เป็นผู้ได้ฌานทั้ง ๔ อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรมตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลําบาก อย่างนี้
-> บัณฑิตจึงกล่าวอริยสาวกนี้ว่า เป็นผู้มีเสขปฏิปทา ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมซึ่งเป็นดุจฟองไก่ที่ไม่เน่า; ควรจะชําแรกกิเลส; ควรจะตรัสรู้; ควรจะบรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากกิเลสเครื่องประกอบ; ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
-> ดูก่อนมหานาม เปรียบเหมือนฟองไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ฟองไก่เหล่านั้น แม่ไก่นอนทับ กก อบให้ได้ไออุ่นดีแล้ว ถึงแม่ไก่นั้นจะไม่เกิดความปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอลูกไก่เหล่านี้พึงทําลายเปลือกไข่ด้วยปลายเล็บเท้า หรือด้วยจงอยปาก ออกได้โดยสะดวกเถิด ดังนี้ ลูกไก่ภายในเปลือกไข่นั้น ก็คงทําลายเปลือกไข่ออกได้โดยสวัสดี ฉันใด
-> ดูก่อนมหานาม อริยสาวกก็ฉันนั้น เพราะท่านเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้; คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายอย่างนี้; รู้จักประมาณในโภชนะอย่างนี้; ประกอบความเพียรเครื่องตื่นอย่างนี้; ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ อย่างนี้; เป็นผู้ได้ฌานทั้ง ๔ อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลําบาก อย่างนี้; บัณฑิตจึงกล่าวอริยสาวกนี้ว่า เป็นผู้มีเสขปฏิปทา ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมซึ่งเป็นดุจฟองไก่ที่ไม่เน่า ควรจะชําแรกกิเลส ควรจะตรัสรู้ ควรจะบรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากกิเลสเครื่องประกอบ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
-> ดูก่อนมหานาม อริยสาวกนั้นอาศัย จตุตถฌาน มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งอื่นยิ่งกว่านี้อย่างเดียว ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือ ระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง สามชาติบ้าง สี่ชาติบ้าง ห้าชาติบ้าง สิบชาติบ้าง ยี่สิบชาติบ้าง สามสิบชาติบ้าง สี่สิบชาติบ้าง ห้าสิบชาติบ้าง ร้อยชาติบ้าง พันชาติบ้าง แสนชาติบ้าง ตลอดสังวัฏกัปเป็นอันมากบ้าง ตลอดวิวัฏกัปเป็นอันมากบ้าง ตลอดสังวัฏวิวัฏกัปเป็นอันมากบ้าง ว่าในภพโน้นเรามีชื่ออย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น มีอาหารอย่างนั้น เสวยสุขเสวยทุกข์อย่างนั้นๆ มีกําหนดอายุเพียงเท่านั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในภพโน้น แม้ในภพนั้น เราก็ได้มีชื่ออย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น มีอาหารอย่างนั้น เสวยสุขเสวยทุกข์อย่างนั้นๆ มีกําหนดอายุเพียงเท่านั้น ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้มาเกิดในภพนี้ เธอย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศ ด้วยประการฉะนี้
~ สังวัฏฏกัป = กัปที่กำลังเสื่อมลง มี ๓
~ วิวัฏฏกัป = กัปที่กำลังเจริญขึ้น
~ สังวัฏวิวัฏกัป = ช่วงเวลารวมที่โลกและจักรวาลมีการพินาศ (สังวัฏฏะ) และเจริญขึ้นใหม่ (วิวัฏฏะ) เป็นวัฏจักรยาวนานนับไม่ถ้วน (อสงไขย) ซึ่งประกอบด้วย ๔ ช่วงเวลาหลักคือ โลกกำลังพินาศ, โลกพินาศแล้ว, โลกกำลังเจริญ, และโลกเจริญเต็มที่ รวมกันเป็น ๑ มหากัป
-> ข้อนี้เป็นความแตกฉานแห่งฌานข้อที่หนึ่งของอริยสาวกนั้น เปรียบเหมือนลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออกฉะนั้น; เสวยทุกข์อย่างนั้นๆ; มีกําหนดอายุเพียงเท่านั้น; ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้มาเกิดในภพนี้ เธอย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทศ ด้วยประการฉะนี้ นี้ก็เป็นวิชชาของเธอประการหนึ่ง
-> แม้ข้อที่อริยสาวกเห็นหมู่สัตว์ที่กําลังจุติ กําลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ ผู้เป็นไปตามกรรมว่า สัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ยึดถือการกระทําด้วยอํานาจมิจฉาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:50:53 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม

ช่วยกันยันเสร็จสรรพสำรับพร้อม  มานั่งล้อมวงนับขยับก้น 

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 02, พฤษภาคม, 2569, 10:49:06 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

นึกว่าใช้ท่อไม้ตับไตพัง     ใช้ใจยังรับได้ไม่กังวล
 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 02, พฤษภาคม, 2569, 04:06:22 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

ใช้ใจยันซิจ๊ะพูดมาได้    คิดว่าใช้สิ่งไหนในเบื้องหลัง 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.145 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...