Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:31:52 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รีบตะโกนออกไปเสียงไกลดัง     หมากฝรั่งเรามีมาแลกกัน
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 04:30:55 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๕/๖๖)

(๖) อายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๑,๖๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี,
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน,
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี,
-- ๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
-- นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๙๒๑ โกฏิ ๖ ล้านปี
-> พวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น เพียบพร้อมไปด้วยกามคุณทั้งปวง อายุของพวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น นับรวมกันทั้งหมดเป็นเท่าไร เป็น ๑,๒๒๘ โกฏิ ๕ ล้านปี โดยนับอย่างปีมนุษย์
[๕] ประมาณแห่งอายุของรูปพรหม
(๑) ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน?
(๑.๑) ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นพรหมปาริสัชชา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณเท่าส่วนที่ ๓ ที่ ๔ แห่งกัป (คือ ๑ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๔ แห่งกัป)
~ ๑ กัป หรือ ๑ มหากัป เป็นระยะเวลายาวนานมากจนไม่สามารถนับเป็นปีธรรมดาได้ เปรียบเทียบตามหลักพระพุทธศาสนาคือ : มีภูเขาหินกว้าง ๑ โยชน์ สูง ๒ โยชน์ ทุกๆ ๑๐๐ ปี มีเทวดาเอาผ้าทิพย์เนื้อละเอียดมาลูบครั้งหนึ่ง จนกว่าภูเขาหินนั้นจะสึกกร่อนหมดสิ้น ระยะเวลานี้ยังน้อยกว่า ๑ กัปเสียอีก
(๑.๒) ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นพรหมปุโรหิตา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณกึ่งกัป
(๑.๓) ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นมหาพรหมา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๑ กัป
(๒) ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน?
(๒.๑) ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นปริตตาภา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๒ กัป
(๒.๒) ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอัปปมาณาภา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๔ กัป
(๒.๓) ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอาภัสสรา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๘ กัป
(๓) ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน?
(๓.๑) ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นปริตตสุภา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๑๖ กัป
(๓๒) ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอัปปมาณสุกา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๓๒ กัป
(๓.๓) ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน?
-- ไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นสุภกิณหา
-- อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๖๔ กัป
(๔) ผู้เจริญจตุตถฌาน บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาเหล่าอสัญญสัตว์
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นเวหัปผลา
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอวิหา
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอตัปปา
-- บางคนไปเกิดพวก เทวดาชั้นสุทัสสา
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นสุทัสสี
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาชั้นอกนิฏฐา
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ
-- บางคนไปเกิดเป็นพวก เทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ
-- บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึง เนวสัญญานาสัญญายตนภพ
-> เพราะอารมณ์ต่างกัน..เพราะมนสิการต่างกัน..เพราะฉันทะต่างกัน..เพราะปณิธิต่างกัน.. เพราะอธิโมกข์ต่างกัน..เพราะอภินีหารต่างกัน.. เพราะปัญญาต่างกัน
~ มนสิการ = การทำไว้ในใจ  การพิจารณาไว้ในใจ
~ ปณิธิ = ความตั้งใจแน่วแน่ , การตั้งจิตอธิษฐาน
~ อธิโมกข์ = สภาพจิตใจที่ทำหน้าที่ ตัดสินใจ โดยไม่มีความลังเลสงสัย
~ อภินิหาร = อำนาจแห่งความดี หรือบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ได้สั่งสมไว้ ส่งผลให้เกิดพลังเหนือปกติธรรมดา

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:27:00 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

ผู้ใหญ่ คนรวย ตำแหน่งสูง มักจะทำอะไรก็ได้ทึ่นี่
ใครจะกล้าไปขัดพวกท่าน จริงป่ะ
คิดแล้วเซ้งจิต เหมือนกันค่ะ


 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:13:44 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

เขาซ่อนไว้อย่างมิดปิดจนหมด   ใช่พูดปดเลยนะอย่าได้หวัง 

 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:07:21 AM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


พูดแล้วน่าโมโหเนาะ รวยเป็นพันหมื่นล้าน อายุก็ปูนนี้แล้ว
ยังไม่........เอาทุกอย่างที่ประชาชนรากหญ้าเขาใช้ทำรายได้
ชาวบ้านขายอะไร He ก็ขนหามาขาย ชาวบ้านขายกับข้าว ข้าวกล่อง
He ก็ทำขาย แปลกที่ ชาวบ้านก็ยังเข้าไปอุดหนุนเนืองแน่นอยู่
นี่หรือที่เขาเรียก นักธุระกิจ
เป็นอิหยังน้อ

 

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:23:26 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๔/๖๖)

(๖) ธรรมที่ไม่ใช่อรูปาวจร เป็นไฉน?
คือ ธรรมที่เป็นกามาวจร..ธรรมที่เป็นรูปาวจร.. ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
(๗) ธรรมที่เป็นโลกิยะ เป็นไฉน?
-- คือ กุศลธรรม..อกุศลธรรม..อัพยากตธรรม ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
-- อันเป็นกามาวจร..รูปาวจร..อรูปาวจร ได้แก่ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์
(๘) ธรรมที่เป็นโลกุตตระ เป็นไฉน?
คือ มรรค ผลแห่งมรรค และอสังขตธาตุ (คือนิพพาน) เหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
[ฉ] อุปปาทกัมมอายุปมาณวาระ = วาระว่าด้วยกรรมเป็นเหตุให้เกิดและประมาณอายุของสัตว์
[๑] คำว่า เทวดา ได้แก่ เทวดา ๓ จำพวก คือ สมมติเทวดา อุปปัตติเทวดา วิสุทธิเทวดา
(๑.๑) พระราชา..พระเทวี..พระราชกุมาร เรียกว่า สมมติเทวดา
(๑.๒) เหล่าเทวดาชั้นบน นับแต่เหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราชขึ้นไป เรียกว่า อุปปัตติเทวดา
(๑.๓) พระอรหันต์ทั้งหลาย เรียกว่า วิสุทธิเทวดา
[๒] กรรมที่เป็นเหตุให้เกิดเป็นมนุษย์และเทวดา
(๑) คนทั้งหลาย ให้ทาน..สมาทานศีล..ทำอุโบสถกรรมแล้ว เกิดที่ไหน?
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งกษัตริย์ผู้มหาศาล
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งพราหมณ์ผู้มหาศาล
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งคหบดีผู้มหาศาล
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นยามา
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นดุสิต
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี
-- บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่ง เหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
[๓] ประมาณแห่งอายุของมนุษย์
(๑) อายุของเหล่ามนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
คือ ประมาณ ๑๐๐ ปี ต่ำกว่าบ้าง เกินกว่าบ้างก็มี
[๔] ประมาณแห่งอายุของเทวดาเทียบกับมนุษย์
(๑) อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๕๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน,
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี, ๕๐๐ ปีทิพย์ โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช
-- นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๙ ล้านปี
(๒) อายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๑๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์,
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน,
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี,
-- ๑,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์
-- นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๓ โกฏิ ๖ ล้านปี
~ ๑ โกฏ เท่ากับ ๑๐ ล้านปี
(๓) อายุของเหล่าเทวดาชั้นยามา มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๒๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นยามา
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็น ๑ เดือน,
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี,
-- ๒,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นยามา
--นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๑๔ โกฏิ ๔ ล้านปี
~ จตุททสะ = สิบสี่
(๔) อายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๔๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต,
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน,
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี,
-- ๔,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต
-- นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๕๗ โกฏิ ๖ ล้านปี
(๕) อายุของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี มีประมาณเท่าไร?
-- คือ ๘๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี
-- ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน
-- ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี,
-- ๘,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้น นิมมานรดี
-- นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร?
มีประมาณ ๒๓๐ โกฏิ ๔ ล้านปี

 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / มณีในแววตา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:48:40 PM 
เริ่มโดย เฟื่องฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย เฟื่องฟ้า
มณีในแววตา

ทอประกายระยิยยับกับยอดหญ้า
ยามท้องฟ้าหมุนเวียนรอเปลี่ยนสี
ผ่านพ้นความหลับไหลในราตรี
ชุบชีวีพสุธาที่ล้าโรย

ให้ชุ่มชื้นชื่นเย็นเป็นรูปร่าง
ลมเบาบางพัดแว่วเพียงแผ่วโผย
รอตะวันผันผายปรายแสงโปรย
อ่อนระโหยสาดแสงแดงส้มทอ

เช้าวันนี้มณีแก้วดูแพรวพร่าง
ทั่วทุ่งกว้างเริงไหวไกลจริงหนอ
ยิ้มพยักทักทายขึงข่ายทอ
เหมือนหยอกล้อพ้อห่วงในดวงตา

เธอคือคนสำคัญฉันฝันถึง
เนตรคู่หนึ่งงดงามยามฝันหา
เพียงมณีเพชรรัตน์รัตนา
ชะลอมาจากสรวงร่วงสู่ดิน

ได้ชื่นชมสมมาดปราถนา
ช่วยชีวาถนอมไว้ใฝ่ถวิล
ประดับสร้อยประคำรักสลักจินต์
เติมแผ่นดินเต็มฟ้าอ่าอำไพ

มณีแก้วในแววตามีค่านัก
คือความรักแทนคำตอบเธอมอบให้
ถึงห่างกันแค่ไหนไกลแสนไกล
คิดครั้งใดยังตราตรูตาคู่นั้น

พฤ.30 ต.ค 2569



 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:10:45 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๓/๖๖)

(๑๑) ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมปรากฏ แก่เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์?
(๑๒) ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๑ คือ รูปขันธ์ ย่อมเกิดปรากฏแก่เหล่า เทวดาอสัญญสัตว์
(๑๓) อายตนะ ๒ คือ รูปายตนะ..ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏ
(๑๔) ธาตุ ๒ คือ รูปธาตุ..ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏ
(๑๕) สัจจะ ๑ คือ ทุกขสัจจะ ย่อมเกิดปรากฏสัจจะ ๑ คือ ทุกขสัจจะ ย่อมเกิดปรากฏ
(๑๖) อินทรีย์ ๑ คือ รูปชีวิตินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏ
(๑๗) เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์ ไม่มีเหตุ ไม่มีอาหาร ไม่มีผัสสะ ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีเจตนา ไม่มีจิต ย่อมเกิดปรากฏ
[๓] อรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ?
(๑) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด.. ขันธ์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏ..อายตนะ ๒ ย่อมเกิดปรากฏ..ธาตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏ..สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏ.. อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏ..เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏ..อาหาร ๓ ย่อมเกิดปรากฏ..ผัสสะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏ..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑.. จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏ
(๒) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์ ในอรูปธาตุ
(๓) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มนายตนะ.. ธัมมายตนะ ในอรูปธาตุ
(๔) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มโนวิญญาธาตุ..ธัมมธาตุ ในอรูปธาตุ
(๕) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ ทุกขสัจจะ ในอรูปธาตุ
(๖) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์.. ปัญญินทรีย์ ในอรูปธาตุ
(๗) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ในอรูปธาตุ
(๘) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหารในอรูปธาตุ
(๙) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในอรูปธาตุ
(๑๐) ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มโนวิญญาณธาตุ ในอรูปธาตุ
[จ] ภุมมันตรวาระ = วาระว่าด้วยการแสดงธรรมจำแนกตามภูมิหรือระหว่างภูมิ" เพื่อแสดงความสัมพันธ์และความเกี่ยวเนื่องของสภาวะธรรมในภูมิภพต่างๆ
[๑] ธรรมที่เป็นกามาวจร..ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร..ธรรมที่เป็นรูปาวจร..ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจร.. ธรรมที่เป็นอรูปาวจร..ธรรมที่ไม่ใช่อรูปาวจร.. ธรรมที่เป็นโลกิยะ..ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
กามาวจรภูมิ
(๑) ธรรมที่เป็นกามาวจร เป็นไฉน?
คือขันธ์..ธาตุ..อายตนะ..รูป..เวทนา..สัญญา.. สังขาร..วิญญาณ..อันใด อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้
-- อันนับเนื่องอยู่ในระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาอเวจีนรกเป็นที่สุด
-- เบื้องบนกำหนดเอาเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีเป็นที่สุด
(๒) ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร เป็นไฉน?
คือ ธรรมที่เป็นรูปาวจร..ธรรมที่เป็นอรูปาวจร.. ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
รูปาวจรภูมิ
(๓) ธรรมที่เป็นรูปาวจร เป็นไฉน?
-- คือ จิตและเจตสิกธรรม ของบุคคลผู้เข้าสมาบัติ หรือผู้เกิดแล้ว..หรือผู้อยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้
~ ทิฏฐธรรม = ชาตินี้ หรือ เวลาปัจจุบัน
-- อันนับเนื่องอยู่ในระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาพรหมโลกเป็นที่สุด..เบื้องบนกำหนดเอาเหล่าเทวดาชั้นอกนิฏฐาเป็นที่สุด
~ เทวดาชั้นอกนิฏฐาภูมิ เป็นพรหมชั้นสูงสุดในรูปภพและเป็นยอดสุดของสุทธาวาสภูมิ ๕ ชั้น เป็นดินแดนของพระอนาคามีผู้บำเพ็ญจนบรรลุเป็นพระอรหันต์และดับขันธ์เข้าสู่นิพพานในภูมินี้
(๔) ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจร เป็นไฉน?
คือ ธรรมที่เป็นกามาวจร..ธรรมที่เป็นอรูปาวจร.. ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
อรูปาวจรภูมิ
(๕) ธรรมที่เป็นอรูปาวจร เป็นไฉน?
คือ จิตและเจตสิกธรรม ของบุคคลผู้เข้าสมาบัติ..หรือผู้เกิดแล้ว..หรือผู้อยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม
-- อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้ อันนับเนื่องอยู่ในระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพเป็นที่สุด เบื้องบนกำหนดเอาเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นที่สุด
~ อากาสานัญจายตนภพ = ที่อยู่ของอรูปพรหม ผู้ที่ได้อรูปฌานขั้นที่ ๑
~ เนวสัญญานาสัญญายตนภพ = ที่อยู่ของพระพรหมผู้ได้ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอรูปภูมิ อรูปพรหมชั้นที่ ๔

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:17:28 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ถือกะมังซักผ้ามาไวเอย     อะไรเอ่ยที่ซ่อนไว้ จงใส่กะละมัง
 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:14:43 AM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword


เห็นด้วยนะ คิดแบบบ้าน ๆ เลยนะ เรื่องกะเพรานี่ (นึกถึงเรื่องภาษีผักบุ้งสมัยพระเจ้าเอกทัศน์เลย)
ถ้าจะดัดแปลงสายพันธุ์แล้วประกาศสิทธิ์ ก็ไม่เป็นไร
แต่ก็น่าจะทำให้ลักษณะทางกายภาพภายนอกให้ต่างกับกะเพราทั่วไปให้เห็นด้วยตาชัด ๆ ไปเลย
เช่น ให้ลักษณะใบเป็นรูปมือรูปตีน หรือใบเป็นรูปหัวใจ เป็นวงกลมอะไรก็ได้
ชาวบ้านจะได้รู้และแยกออกได้ง่าย ๆ
เหมือนมะม่วงกะล่อนป่ากับกะล่อนทอง พริกขี้หนูกับพริกหยวก หอมแดงกับหอมใหญ่ ฯลฯ อะไรงี้น่ะ

ถ้าจะอ้างวิทยาศาสตร์บอกว่าโครโมโซมต่างกัน เราหรือชาวบ้านจะไปรู้เห็นชัด ๆ ได้ไง
ต้องไปหาเครื่องตรวจสแกนมาตรวจไหม
(หรือคุณท่านจะลงทุนแจกเครื่องตรวจสแกนให้ชาวบ้านคนละเครื่องทั่วประเทศก็ดีนะ)

และอันไหนที่เป็นกะเพราคุณ ก็ควรเก็บไว้ในอาณาเขตของคุณไม่ให้หลุดสู่โลกภายนอกซะ
จะได้ไม่เป็นปัญหา  ถ้าหลุดมาสู่โลกภายนอก ก็คือคนของคุณนำมาแพร่เอง
ชาวบ้านทั่วไปนำมาไม่ได้หรอก (ไม่สนใจด้วยซ้ำ)

แบบนี้เป็นเหมือนการโยนหินถามทางมากกว่า
ภายหน้าอาจหาทางแทรกซึมรวบอ้างว่าทั่วแผ่นดินเป็นกะเพราคุณก็ได้ ใครจะไปรู้

ขิงข่าตะไคร้ กะเพรา หอม กระเทียม เป็นสิ่งพื้น ๆ ที่อยู่ในครัวเรือนประจำวันของทุกชนชั้น
ผู้ใดผูกขาดหรือครอบครองสิ่งพื้น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้ คือประโยชน์มหาศาลเลยแหละ

คิดแล้วเซ็งจิต

 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.154 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...