เดี๋ยวขยายตู้ให้ใหญ่กว่าเก่า ทุกคนเข้าพร้อมได้ใหญ่เบ้อเร่อ

|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:48:18 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
เดี๋ยวขยายตู้ให้ใหญ่กว่าเก่า ทุกคนเข้าพร้อมได้ใหญ่เบ้อเร่อ ![]() |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:47:39 AM
|
|||
| เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||
|
|||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:45:52 AM
|
|||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||
|
|||
|
4
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:48:16 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
บานตู้ใหญ่มากไหมถามตรงตรง หุ่นนี้คงเข้าได้ใช่ไหมเธอ ![]() |
||
|
5
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:13:42 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๓/๕) ประมวลธรรม : ๖๖.มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะ = พระอัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เป็นเลิศในทางมีฤทธิ์ ของพระโคตมะพุทธเจ้า เภสกฬาวัน = สถานที่ให้อภัยแก่หมู่เนื้อ เขตกรุงสุงสุมารคิระ ในแคว้นภัคคะ ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำคงคา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นมคธ พระกกุสันธพุทธเจ้า = เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๒๒ ในพุทธวงศ์ แต่เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัปนี้ -> ทรงเป็นพราหมณ์โดยพระชาติในเขมนคร -> พุทธบิดานามว่า อัคคิทัตตะ -> พุทธมารดานามว่า วิสาขา -> บุตรชายนามว่า อุตระ -> ออกบวช บำเพ็ญเพียร ตรัสรู้ และประกาศธรรมจักร -> พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกผนวชด้วยรถอันเป็นยานพาหนะ ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม ก็ได้ตรัสรู้พระสัมโพธิญาณ -> พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร ณ มฤคทายวัน -> พระอัครสาวก : พระวิธุรเถระและพระสัญชีวนามเถระ -> พระอุปัฏฐาก : พระพุทธิชะเถระ -> ทรงมีพระชนมายุ ๔๐,๐๐๐ ปี; สูง ๔๐ ศอก เปรียบเสมอด้วยเสาทอง; พระรัศมีสีเปล่งปลั่งดังทองคำ เปล่งออกไป ๑๐ โยชน์โดยรอบ -> พระกกุสันธพุทธเจ้าเสด็จนิพพาน ณ เขมาราม พระสถูปของพระองค์สูงคาวุตหนึ่ง ประดิษฐานอยู่ ณ เขมาราม -> พระพุทธพยากรณ์พระโคตมพุทธเจ้า สมัยนั้น พระพุทธเจ้าโคดมเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า เขมะ ได้ถวายทานมิใช่น้อยแด่พระกกุสันธพุทธเจ้าและพระสาวก ได้ถวายบาตร จีวร ยาหยอดตา ชะเอมเครือ ถวายของดี ๆ ทุกอย่างตามที่ภิกษุสงฆ์ปรารถนา พระกกุสันธพุทธเจ้าทรงประทานพยากรณ์ว่า ในภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก เมื่อได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้นไป เมื่อแสวงหาพระสัพพัญญุตญาณจึงออกบวชในสำนักของพระกกุสันธพุทธเจ้า -> พระพุทธเจ้าในภัทรกัปป นี้ ๕ พระองค์ได้แก่ (๑) พระกกุสันธพุทธเจ้า (๒) พระโกนาคมนพุทธเจ้า (๓) พระกัสสปพุทธเจ้า (๔) พระโคตมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน) (๕) พระศรีอริยเมตไตรย (องค์ที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต) ทูสีมาร = เมื่อครั้ง พระมหาโมคคัลลานะ เกิดเป็นมารชื่อ ทูสี พระมหาโมคคัลลานะ บำเพ็ญบารมีมาหลายกัปป์จนได้เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายแห่งพระโคดมพุทธเจ้า แต่นอกจากการบำเพ็ญความดี ในบางอดีตชาติแล้ว บางชาติยังกระทำความชั่วไว้อีกด้วย ท่านได้กระทำกรรมหนักไว้หลายครั้ง เช่น สังหารบิดามารดา และครั้งที่เกิดเป็นมาร เรื่องอดีตชาติที่เคยเกิดเป็นมาร ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายนัก จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ทุกท่านเห็นถึงความจริงของกฎแห่งกรรม ครั้งพระมหาโมคคัลลานะเกิดเป็นมารมีนามว่า “ทูสี” ตรงกับสมัยของอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า ” กกุสันธะ” ทูสีมารชอบดลใจให้คนพูดจาเสียดสีกัน ดุด่าว่าพระสงฆ์ เมื่อคนเหล่านั้นถึงแก่กรรม ก็ตกนรกชดใช้ผลกรรมจากการเบียดเบียนพระสงฆ์ทางวาจา พระพุทธเจ้าทรงทราบว่า คนเหล่านั้นไม่ได้ตกใจกระทำวจีกรรมต่อพระสงฆ์ จึงทรงขอร้องให้พระสงฆ์ทั้งหลายแผ่เมตตาไปถึงคนเหล่านั้น ทูสีมารจึงดลใจมนุษย์ทั้งหลายให้กราบไหว้ เคารพพระสงฆ์ด้วยเครื่องสักการะต่าง ๆ คนเหล่านั้นพอสิ้นบุญก็ไปเกิดบนสวรรค์ พระพุทธเจ้าทรงเกรงว่าพระสงฆ์จะติดในเครื่องลาภสักการะจึงทรงสอนให้พระสงฆ์ไม่ยินดีในโลก และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง เพื่อให้พระสงฆ์ไม่ยึดมั่นในลาภสักการะ เมื่อทูสีมารไม่สามารถทำให้พระสงฆ์หลงไหลในลาภสักการะได้ จึงเข้าสิงเด็กชายคนหนึ่ง แล้วขว้างหินใส่พระอัครสาวกของพระพุทธเจ้ามีนามว่า “วิธุระ” จนศีรษะแตก ผลกรรมที่ทูลสีมารได้รับคือการตกนรกอเวจี เนื่องจากก่อกรรมหนักคือทำร้ายพระอรหันต์ มหานรก = นรกแห่งนี้มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ๓ ชื่อตามลักษณะความทุกข์ที่เกิดขึ้น ได้แก่: (๑) สังกุสมาหตะ = หมายถึง นรกที่สัตว์นรกถูกตอกด้วยหลาวเหล็ก (สังกุ แปลว่า หลาว หรือ ตะปูว์) (๒) ฉผัสสายตนิกะ = นรกที่เป็นที่ประชุมแห่งผัสสะทั้ง ๖ (อายตนะ) ที่น่ากลัวและเป็นทุกข์ (๓) ปัจจัตตเวทนียะ = นรกที่สัตว์นรกต้องเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์เฉพาะตน มหานรก ๘ ขุม = คือนรกขุมใหญ่ที่สุดที่ใช้ลงโทษผู้ทำบาปหนัก แบ่งเป็นชั้นๆ เรียงจากโทษเบาไปหาหนัก ได้แก่ (๑) สัญชีวมหานรก = นรกไม่มีวันตาย : สำหรับผู้เบียดเบียนผู้อื่น ถูกนายนิรยบาลฆ่าตายแล้วฟื้นขึ้นมาถูกทรมานซ้ำ (๒) กาฬสุตตมหานรก = นรกเส้นด้ายดำ : สำหรับผู้ทำร้ายผู้มีพระคุณ หรือฆ่าสัตว์ ถูกตีเส้นดำบนร่างแล้วเฉือนด้วยเลื่อยเหล็กไฟ |
||
|
6
เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 05:08:49 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||
|
7
เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 04:32:11 PM
|
||
| เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร | ||
![]() ![]() ♥.♥.ฝากใจไปกับลม.♥.♥ ♥.♥ ร้อยลิขิตคิดคำลำนำถึง ใครคนหนึ่งซึ้งนักรักห่วงหา เป็นลำนำคำหวานผ่านดารา ดวงจันทราฟ้าครามยามราตรี ♥.♥ หริ่งเรไรในพงดงดอกอ้อ กรีดปีกคลอล้อดาวพราวแสงสี คิดถึงเธอเพ้อพร่ำคำกวี เอ่ยวจีนี้ตามความในใจ ♥.♥ ถึงรอยยิ้มนิ้มนวลชวนจุมพิต แนบสนิทชิดชายกายเคลียงใกล้ กลางแสงดาวพราวฟ้าจ้าอำไพ ด้วยรักใคร่ไม่คลายหน่ายร้างรา ♥.♥ ฝากลมวอนอ้อนจันทร์ดั้นฟ้าใส เขาอยู่ไหนใจฉันนั้นห่วงหา วอนแสงดาวพราวพร่างกลางนภา ฝากวาจาว่าฉันนั้นเฝ้าคอย ♥.♥ เรืองแสงจันทร์วันก่อนนอนหนุนตัก ยามหมดรักผลักไสไห้เหงาหงอย เหม่อมองฟ้าคราช้ำน้ำตาปรอย จันทร์เคลื่อนคล้อยลอยผ่านกาลเวลา ♥.♥ เขาได้ยินสิ้นเสียงเพียงลมวอน ใจโอนอ่อนย้อนคืนชื่นหรรษา นอนหนุนตักพักตร์งามยามสบตา เอ่ยวาจาว่ารักปักดวงใจ ♥.♥ ชลนา ทิชากร ![]() |
||
|
8
เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 01:30:43 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม | ||
|
ซ่อนดีดีผีเห็นไม่เป็นท่า ตู้เสื้อผ้าดีไหม เอิ้นไล่ส่ง ![]() |
||
|
9
เมื่อ: 11, มีนาคม, 2569, 08:16:16 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒/๕) ประมวลธรรม : ๖๖.มารตัชชนียสูตร ๒๓.ก็เหมาะสิมารภิทะหวัง...................นฤฟังทวี มรณะแล้วจระลี.....................................คติโลกสวรรค์ ๒๔.ครัน"กกุสันธ์พุทธ์ฯ"......................รุดปิดมารเริ่มแก้ "กายไม่งาม"ตรึกแล้................................"ภัตรนี้ปฏิกูล" ๒๕."ตรินิรใดรติ"เกรียง........................"อนะเที่ยง"จรูญ "กะภวกายเจาะเดาะสูญ".........................เพราะจะเสื่อมและแปร ๒๖.แฉ"กกุสันธ์พุทธ์ฯ".........................รุดยาตรบิณฑ์บาตรแล้ สาวก"วิธุระ"แท้.......................................เร่งพร้อมบิณฑ์ตาม ๒๗.ก็ระยะ"ทูสิ"ริเจาะสิง......................ยุวดิ่งริทราม เดาะพหุ"หิน"ปะทะผลาม.........................."วิธุร์ฯ"หัวซิแตก ๒๘.แรก"กกุสันธ์พุทธ์ฯ"........................หยุดชำเลืองคิดแท้ ตรัสว่า"ทูสี"แล้.........................................ไม่รู้ประมาณ การใด ๒๙.มระปะ"ทูสิ"ดุจะตก.........................ซิ"นรก"พะพาน "มหะนรก"ทุษะผลาญ...............................พหุ"หลาว"เจาะใจ ๓๐.คราใด"หลาวเหล็ก"รวม...................สรวมหทัยพึงทราบแล้ จะอยู่ในนรกแปล้......................................เทียบได้พันปี ๓๑.เจาะวจะ"ทูสิ"ปะครัน........................พหุ"พัน"ซิคลี่ จระ ณ "อุสสทะฯ"ชี้...................................ระยะ"หมื่น"สิเสริม ๓๒."ทูสี"เกริมอาฆาต.............................คิดพลาดปองโทษร้าย หลาวเหล็กเสียบอกซ้าย............................ทุกข์แปล้เวทนา หนักเฮย ๓๓.ผิวะ"นรก"อริย์ชู...............................ก็จะรู้ซิหนา ดุจะวิมานรุจิหล้า.......................................ณ สวรรค์ก็ยล ๓๔.ดลวิมานคงตลอดกัป........................รัศมีจับสว่างแล้ สีเปรียบไพฑูรย์แท้....................................พรั่งพร้อมพะพาน อัปสร ๓๕.ผิวะพระสงฆ์ประลุฤทธิ์.....................เตะสะกิดวิมาน สุรพระอินทร์เดาะสะท้าน............................คณะเทพสลด ๓๖.สงฆ์จดถาม"พรหม"ไข......................ใน"สุธรรมฯ"เกี่ยวข้อง "มีทิฏฐิ"ยึดจ้อง...........................................จ่อแท้ประภัสสร หรือนา ๓๗.วทะพระพรหม"นิรทิฏ-.......................ฐิ"เพราะจิตซิถอน เจาะธุวะ"คิด"จะตริรอน...............................เพราะ"มิคงและแปร" ๓๘.แลพระพรหมตอบเห็น........................เป็นรัศมีสว่างแล้ว ณ "โลกพรหม"สะอาดแผ้ว...........................ยึดไร้ความเห็น ทิฏฐิ ๓๙.อริยะสงฆ์ลุจะแจ้ง..............................เจาะแจรงซิเด่น ปจยะเหตุสิประเด็น......................................ภิทะสงฆ์ก็โทษ ๔๐.สงฆ์โดด"มหาเนรุ"..............................ปรุเดินถึงยอดแล้ ทวีปสี่เห็นโดยแท้.........................................วิโมกข์แผ้วบันดาล ๔๑.ผิภิทะสงฆ์ทุษะก่อ..............................นฤจ่อพะพาน จระ"นรก"ทรมาน.........................................จิรกาลซิแฉ ๔๒.แลเปรียบคนพาลเผชิญ......................เดินกองไฟพลุ่งแล้ ไฟไม่คิดเผาแท้...........................................แต่ชี้เผาตน เองเทียว ๔๓.ผิจะประทุษ"อธิพุทธ์ฯ".......................จะสะดุด"บาป"ล้น เจาะอนะ"บุญ"จะยะยล................................ภว"บาป"จะลาม ๔๔.คุกคามสงฆ์พินาศ..............................ควรหวาดกลัวอย่าย้ำ สงฆ์รุก,มารคิดช้ำ........................................เกิดรู้เสียใจ หลีกไป ฯ|ะ แสงประภัสสร ๑๐. มารตัชชนียสูตร [เล่มที่ ๑๙] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้า ๔๖๕ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/8mrWrF80y8X6yMvFg |
||
|
10
เมื่อ: 10, มีนาคม, 2569, 10:24:37 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร สัจธรรมเจ็ดวัน หนึ่งสัปดาห์ มีเจ็ดวัน มั่นหทัย แดงสดใส วันอาทิตย์ จิตมุ่งหมาย เหลืองวันจันทร์ เพริศแพร้ว พรรณราย อังคารกลาย สีชมพู ดูเข้าที เขียวขจี สีวันพุธ สะดุดชัด พฤหัส ส้มสด เป็นสุขศรี ศุกร์สีฟ้า งดงาม ตามชีวี เสาร์ม่วงดี สบายตา ค่านิยม เป็นเจ็ดวัน เจ็ดสี ที่กำหนด ไม่เคยลด ละความ สง่าสม ดุจหมุดหมาย สืบสาน ความเกลียวกลม ชนชื่นชม แต่ครั้ง บรรพกาล เป็นสิ่งดี ควรค่า ความคำนึง รำลึกถึง สัจธรรม นำสืบสาน ทุกคืนวัน ผันเปลี่ยน มาเนิ่นนาน สุขสำราญ หากรู้เรียน เพียรปล่อยวาง คนเรียนไพร ๑ มีนาคม ๒๕๖๙ |
||