(ต่อหน้า ๕/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๖.วิภังค์ : อิทธิปาทวิภังค์
๙๒.เปรยอิทธิบาลแล.......................แฉมิประกอบด้วย
"อาสวะ"เลยม้วย.................................ร่วมไร้อารมณ์
๙๓.ภว"จิตติฯ"ชิด............................ลุภณะ"จิต"คม
สามประลุเหลือก็สม.............................เจาะนิร"จิต"เผย
๙๔.เปรย"จิตติท์ธิบาทฯ"...................พลาด"เจตสิก"ห่างแล้
สามแน่เจตสิกแท้.................................เกิดพร้อมจิตหนา
๙๕.ภวอิทธิบาท...............................ตติยะยาตรกล้า
ที่เจาะอุบัติประดา................................หทยะ"จิต"แฉ
๙๖.แล"จิตติท์ธิบาท"........................วาดมิมีจิตตั้ง
เป็นสมุฏฐานยั้ง....................................ไม่แล้ยืนกราน
๙๗."จตุอิทธิฯ"หนา............................อนะ"อุปาทาน"
ไม่เจาะกิเลสพะพาน.............................ประลุวิมุติหนา
๙๘.คราอิทธิบาทชาญ.......................มิประหาณฆ่าพร้อม
มรรคโสดาบันน้อม................................มรรคชั้นสูงเหนือ
๙๙.จตุอิทธิบาท................................ประลุระดาษเอื้อ
กับสุขะร่วมก็เครือ.................................มิอนะร่วมยง
๑๐๐.คงอิทธิบาทพา..........................อุเบกขาร่วมพร้อม
อุเบกฯมินบน้อม.....................................หยั่งแล้วมิมี
๑๐๑.จตุอิทธิบาท...............................ริอนะพลาดหนี
วัฏฏ์ทุขะวนทวี.......................................ภววิมุติแฉ
๑๐๒.แลอิทธิบาทนา...........................เหตุพาออกวัฏฏ์ลี้
มิว่ายวนทุกข์นี้.......................................หลุดพ้นนิพพาน
๑๐๓.จตุอิทธิบาท...............................จะประลุนาถขาน
มีธุวะผลละลาน......................................เจาะนิรธรรมเหนือ
๑๐๔.เครืออิทธิบาทพราก....................วิบากเหตุห่างไซร้
เหตุไม่ทำสัตว์ให้.....................................ร่ำไห้เลยหนา ฯ|ะ
แสงประภัสสร
มจร. อิทธิบาท ๔ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
วิภังคปกรณ์
https://share.google/9Cf0czhn8xcTnaXX0อิทธิปาทวิภังค์
พระภควา = ชื่อเรียกพระพุทธเจ้า แปลว่าผู้ทรงมีโชคดีที่ได้บรรลุธรรม และทรงเป็นผู้จำแนกธรรมให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ รวมถึงหมายถึงผู้ที่ทำลายกิเลสได้สิ้นเชิงแล้ว และเป็นคำยกย่องผู้ประเสริฐสูงสุด
โคตมะ = พระโคตมพุทธเจ้า ชื่อขานตามราชสกุลฝ่ายพระบิดา และ พระโคดมพุทธเจ้า ตามราชสกุลฝ่ายพระมารดา
สุตตันตภาชนีย์ = แจกธรรมแบบพระสูตร
อิทธิปาท หรือ อิทธิบาท ๔ = คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย ได้แก่
(๑) ฉันทะ = ความพอใจ คือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป
(๒) วิริยะ = ความเพียร หมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ท้อถอย
(๓) จิตตะ = ความคิดมุ่งไป คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด; เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป; อุทิศตัวอุทิศใจให้แก่สิ่งที่ทำ
(๔) วิมังสา = ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผลและตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง
[ก] ฉันทิทธิบาท
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วย
(๑) ฉันทสมาธิ และ ปธานสังขาร
-> ฉันทสมาธิ = เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต; ความมั่นอยู่แห่งจิต; ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต; ความสงบ; สมาธินทรีย์; สมาธิพละ; สัมมาสมาธิ; อันใด นี้เรียกว่า ฉันทสมาธิ