Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:54:35 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๓/๗)
   
    ๓๔.ยลเป็นแบบอย่างชี้...........................พฤติตาม
ประสกยินศรัทธาลาม................................นอบน้อม
อุบาสิการำลึกผลาม...................................ศีลมุ่ง ปัญญา
สองจุ่งผาสุกพรัอม.....................................ร่วมด้วยธรรมไสว

    ๓๕.พุทธ์เจ้าสิยืนวจนะแน่ว......................มฤตแล้วจะไปไหน
ไม่มุ่งสิลาภ ฤ ยศะใด..................................มิหวังหาประโยชน์หนา

    ๓๖.พยากรณ์ไม่แล้.................................ชนพิศวง
มิกล่อมคนมาหลง.......................................พวกพัอง
มิหวังชื่อเสียงตรง.......................................กระฉ่อน สรรเสริญ
แลสักการะมิจ้อง........................................รับไซร้เลยเผย

    ๓๗.พุทธ์เจ้าสิตรัสกะ"อนิรุทธิ์ฯ"...............นิกรดุจจะมากเอย
ศรัทธา,ประโมทย์,ลุรติเชย..........................ผิชนฟังพยากรณ์

    ๓๘.ชนขจรมีจิตนัอม...............................ศรัทธา พระธรรม
ยังประโยชน์ชนนานหนา.............................ท่วมท้น
พุทธ์องค์ตรัสจบครา..................................."อนุรุทฯ" ยินดี
ภาษิตพระองค์ล้น.......................................ช่วยเกื้อประชาหนอ ฯ|ะ

แสงประภัสสร

โปรแกรมพระไตรปิฎกออนไลน์ : พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ [๒. ภิกขุวรรค] ๘. นฬกปานสูตร : เล่มที่ ๑๓ หน้า ๑๘๕ - ๑๙๔ https://share.google/7w1JqYkeReqQNuWEf

๘. นฬกปานสูตร
ว่าด้วยเหตุการณ์ในหมู่บ้านนฬกปานะ
[ก] กุลบุตรผู้มีชื่อเสียงออกบวช
[๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
(๑) สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในป่าไม้ทองกวาว หมู่บ้านนฬกปานะ แคว้นโกศล สมัยนั้นแล กุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก คือ ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระภัททิยะ ท่านพระกิมพิละ ท่านพระภัคคุ ท่านพระโกณฑัญญะ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอานนท์ และกุลบุตรที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต อุทิศพระผู้มีพระภาค
(๒) สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคมีหมู่ภิกษุแวดล้อมแล้วประทับนั่งอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง ทรงปรารภกุลบุตรเหล่านั้น
(๒.๑) รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตอุทิศเรานั้น ยังยินดีในพรหมจรรย์อยู่หรือ”
(๒.๒) เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นได้พากันนิ่งอยู่ แม้ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓
(๓) ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงดำริว่า “ทางที่ดี เราควรถามกุลบุตรเหล่านั้นดู
(๓.๑) แล้วได้รับสั่งเรียกท่านพระอนุรุทธะมาตรัสว่า “อนุรุทธะ เธอทั้งหลายยังยินดีในพรหมจรรย์อยู่หรือ”
~ อนุรุทธะ = เป็นอาลปนะพหูพจน์ที่พระพุทธเจ้ารับสั่งเรียกท่านพระอนุรุทธะรูปเดียวแทนพระเถระเหล่านั้นทั้งหมด
-> ท่านพระอนุรุทธะกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลายยังยินดีในพรหมจรรย์อยู่”
-> “ดีละ ดีละ อนุรุทธะ การที่เธอทั้งหลายยินดีในพรหมจรรย์นี้แล เป็นการสมควรแก่เธอทั้งหลายผู้เป็นกุลบุตร มีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะเธอทั้งหลาย กำลังหนุ่มแน่น มีผมดำสนิท เจริญอยู่ในปฐมวัยสมควรบริโภคกาม ยังออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตได้
(๓.๑.๑) เธอทั้งหลายนั้นมิใช่ผู้ทำความผิดต่อพระราชาจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
(๓.๑.๒) มิใช่ผู้ถูกตามจับว่าเป็นโจรจึงออกจากเรือนบวช เป็นบรรพชิต
(๓.๑.๓) มิใช่ถูกหนี้สินบีบคั้นจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
(๓.๑.๔) มิใช่เดือดร้อนเพราะภัยจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
(๓.๑.๕) มิใช่ถูกอาชีพบีบคั้นจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต
-> ความจริง เธอทั้งหลายมีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยความคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเป็นผู้ถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ครอบงำแล้ว ตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ประดังเข้ามา ไฉนหนอ การทำกองทุกข์ทั้งหมดนี้ให้สิ้นสุดจะพึงปรากฏ’ มิใช่หรือ”
“ใช่ พระพุทธเจ้าข้า”

 12 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 11:30:09 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ร้องเพลงแขกด้วยนะอย่าเฉยนิ่ง       ชวนกันวิ่งข้ามภูเขาแลเข้าท่า
 

 13 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 07:49:55 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


   ใ น ต่ า ง เ เ ด น


    มองฟากฟ้าราตรีที่ริมระเบียง  
    ฉันแค่เพียงเสี่ยงโชคบนโลกกว้าง
    คนไกลบ้านเหม่อมองเมฆเทาบาง
    เฝ้าบอกตนหนทาง อีกยาวไกล

    ราตรีเยือนเคลื่อนมาเวลาดึก
    ความรู้สึกเคว้งคว้างกลางเมืองใหญ่
    ตามทางเดินตบแต่งด้วยแสงไฟ
    ทว่าหัวใจเกินห้ามความเดียวดาย

    พรุ่งนี้เป็นเช่นไรไม่อาจรู้
    เส้นทางสู่ความฝันฉันมุ่งหมาย
    อาจพบเจออุปสรรคเตรียมทักทาย
    ที่เรียงรายรอเรา ระหว่างทาง

    เสียงแม่คือแรงใจในทุกครั้ง
    "กินข้าวยัง" หนึ่งคำถามยามเราห่าง
    ยิ้มรับความห่วงใยก่อนสายวาง
    ทดแทนคืนเคว้งคว้างในต่างแดน

    กันต์กรีนซี
   ๑๕/๙/๒๕๖๙





 14 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: แค่..อยากฟังเพลง
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 03:30:22 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


มาดูหนังลำพังนั่งใจเหงา
เห็นแฟนเรากับเพื่อนรักอยากหลีกหนี
กอดประคองเคียงกายไร้ปรานี
น้ำตาปรี่เจ็บช้ำเกินจำทน

เดินกลับบ้านน้ำตายังบ่าหน้า
แม่ถามว่า “เหตุใดใจหมองหม่น”
“หนังมันเศร้า” เอ่ยคำอำพรางตน
ซ่อนภาพคนเคยรักหักหัวใจ

ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

♫  Sad Movies (Make Me Cry)  ♫
Sue Thompson (คัฟเวอร์แนวคันทรี่คลาสสิก)


 15 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 03:23:07 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๒/๗)

    ๑๗.ทรงตรัสลิ"อาสวะ"มลาน..................ก็เหมือน"ตาล"ซิรากถอน
ตัดยอดก็ตายมิภวชอน.............................จะเหลือดินมิเกิดไข

    ๑๘.ไวตถาคตแท้..................................ก็เหมือน ตาลตาย
อาสวะตัดหมดเลือน.................................หมดแล้ว
ทรงพิจารณ์"เสพ,อด"เตือน......................."เบา,เลิก" ประโยชน์แล
ตัวอย่างดำรงแผ้ว....................................ชื่นช้อยชีพใส

    ๑๙.พุทธ์เจ้าสิตรัสมิประลุแจ้ว...............วะตายแล้วปะภพไหน
ไม่อวดซิอุตริคระไล.................................มิหวังลาภ ฤ เสริญหนา

    ๒๐.ทรงพยากรณ์เหตุแท้......................สงฆ์เห็น คิดตรอง
เขาพฤติธรรมยวดประเด็น........................มฤตแล้ว
จรถึงภพสูงเย็น........................................แบบอย่าง อันดี
สาวกพฤติตามแพร้ว.................................ประโยชน์เอื้อตลอดกาล

    ๒๑.พุทธ์เจ้าแนะสงฆ์จะสุขะยอน............พยากรณ์ซิทรงขาน
ผู้นั้นสิหลังมรณะพาน................................อร์หัตต์ผลซิเลิศเผย

    ๒๒.สงฆ์คิดเปรยท่านนั้น........................ศีลยง
ธรรมยิ่ง,ปัญญาคง....................................เยี่ยมแล้
สมาธิ์เลิศลุธรรมตรง.................................วิมุตติ
สงฆ์มุ่งศรัทธาแท้......................................สุขน้อมพฤติตาม

    ๒๓.สงฆ์ทราบสิผู้มรณะกล้า...................เจาะ"โอป์ปาติ"ตัดผลาม
สังโยชน์สิห้าจะประลุงาม...........................และนิพพาน ณ ภพหนา

    ๒๔."อนาคาฯ"คือท่านนั้น........................มิหวน คืนโลก
ทราบว่ามีศีล,ธรรมทวน..............................เลิศแท้
ปัญญายิ่ง,สมาธิ์ขวน..................................สังโยชน์ ตัดราน
สงฆ์จุ่งทำตามแท้.......................................สุขปลื้มตลอดกาล

    ๒๕.ทรงทราบสิผู้มรณะคว้า....................."สกทาฯ"ลุถึงกราน
สังโยชน์สิสามลุมละราน.............................และ"โกรธ,ราคะ,หลง"เบา

    ๒๖.จะเนาคืนโลกนี้................................."ชาติ"เดียว
จะนิพพานปราดเปรียว................................แน่แท้
สงฆ์ทราบเร่งพฤติเชียว...............................ตามติด มีพลัง
จิตศรัทธาพฤติแล้.......................................สุขน้อมธรรมพา

    ๒๗.พุทธ์เจ้าเจาะชื่อมรณะแล้ว.................จะไปแน่วซิ"โสดาฯ"
สังโยชน์ละสามลิมละกล้า............................จะไม่ตกอบายแฉ

    ๒๘.แลโสดาฯโชคเอื้อ..............................นิพพาน ลุเอย
กาลอนาคตกราน........................................แน่แท้
สงฆ์ทราบวัตรแลขาน..................................เอาอย่าง
เจริญรุ่งเรืองธรรมแท้...................................ยิ่งก้าวทวี

    ๒๙.คราภิกษุณีหลังมรณะยล....................อร์หัตต์ผลลุพลันชี้
บ้าง"โอปปาติกะ"เพราะปรี่............................ลิสังโยชน์สิห้าราน

    ๓๐.กรานตัดสังโยชน์ได้...........................ละสาม โกรธ..เบา
ลุ"สกทาฯ"ลาม.............................................เพริศแพร้ว
ตัดสังโยชน์สามผลาม..................................จะล่วง "โสดาฯ"
มิต่ำเลยมิแคล้ว............................................มุ่งหน้าโพธิ์ญาณ

    ๓๑.เมื่อภิกษุณีเจาะสุตะแน่ว......................มฤตแล้วลุธรรมพาน
"โสดาฯ,อนาฯ,สกิฯ"สราญ.............................อร์หัตต์ผลมิเกิดเผย

    ๓๒.คิดเปรยรำลึกผู้...................................มรณา ภิกษุณี
ศีลยิ่งธรรมเลิศหนา.......................................หลุดพ้น
ปัญญาส่งสำเร็จครา......................................ควรจ่อ พฤติตาม
จะสุข,หายทุกข์ท้น........................................ภพหน้าจริงแฉ

    ๓๓.หลังตาย"อุบาสิกะ"จรด........................ประสกจดซิเหมือนแล
สู่ผล"อนาฯ,ลุสกิฯ"แน่....................................ฤ"โสดาฯ,อร์หัตต์ผล"

 16 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 03:17:12 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


โอ้อีนี่..นายจ๋าสารพัน       เต็มบ้านกันคราวนี้พุงชี้ตา 


 17 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 03:13:42 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ทา / ลอง

ลองทาสีคลี่ฟ้าคราหมองหม่น
หวังให้พ้นสีเทาเศร้าสลาย
ครั้นวางพู่กันลงตรงข้างกาย
ฟ้ามิคลายความเป็นเช่นฟ้าเดิม


ลิตเติลเกิร์ล

ส่งต่อค่ะ

แย้ม / สัมผัส

 18 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 15, กันยายน, 2569, 09:05:57 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ว่าด้วยเหตุการณ์ในหมู่บ้าน นฬกปานะ)

วสันตปยาตฉันท์ ๑๔/โคลงสี่สุภาพ
   
    ๑.กราบน้อมพระพุทธะอรหันต์................พระคุณดั้นกรุณชัด
ทรงตรัสรู้อริยสัจ.......................................พระองค์เอง บ ใครสอน

    ๒.ศาส์ดาขจรยิ่งแล้ว..............................แนะนำ สาวก
ชนทราบทางประเสริฐทำ............................ทุกข์ลี้
ชน,สาวกเพียรหนำ.....................................ลุล่วง อรหันต์
มิกลับมาเกิดชี้............................................ห่างพ้นภพสาม

    ๓.คราหนึ่งพระพุทธะศยะพราว................ณ "ทองกวาวพนา"นาม
โกศล ณ "บ้านนฬกะฯ"คาม..........................จะมีกุลบุตรหลาย

    ๔.อุทิศถวายบวชแล้................................มากมาย อานนท์
"อนุรุทธะ"กราย..........................................นบน้อม
"พระกิมพิละ"ฉาย........................................เรวตะ, โกณฑัญฯ"
"พระภัคคุ"ขยันพร้อม..................................มุ่งแม้นศึกษา

    ๕.พุทธ์เจ้าเจาะถามกะพหุสงฆ์..................ฤทัยบ่งมุบวชครา
ยังมีรตีกะวตะกล้า.......................................ประพฤติพรหมจรรย์ไหม

    ๖.สงฆ์มิไวนิ่งแล้......................................มิทูล อะไร
ถามใหม่ครบสามพูน....................................เงียบซ้ำ
พุทธ์องค์เรียกเจาะวิทูร................................"อนุรุทธะ"
ทูลตอบพรหมจรรย์ย้ำ.................................เหล่าข้ายินดี

    ๗.พุทธ์เจ้าสิตรัสวะยุวะยาม......................เหมาะเสพกามตะบวชปรี่
หรือเป็นขโมยจะจระหนี...............................รึเป็นหนี้ซิเขาตาม

    ๘.หรือความจริงบวชไซร้..........................คิดหนา ถูก"ชาติ"
ทุกข์,ฆาต,โทมนัสพา...................................รุ่มร้อน
อยากหมดทุกข์ทนครา................................มิใช่ หรือเอย
"อนุรุทธะ"ทูลป้อน.......................................เช่นนั้นเลยแฉ

    ๙.พุทธ์เจ้าสิตรัสก็นรบวช.........................เจาะกิจยวดอะไรแล
ตรัสว่ามิ"ปีติ,สุขะ"ไร้....................................สงบไป่กุศลเลือน

    ๑๐.เตือน"อภิชฌาโลภ"แท้........................"ฆาตมี ซึมเซา"
จิต"อุทธัจฯ"มิดี............................................ซ่านฟุ้ง
"สงสัย,ริษยา"พี............................................จิตไม่ ขยัน
มิสงบ,อกุศลคลุ้ง..........................................กิเลสแท้ตอบผลาม

    ๑๑.ผู้บวชลุ"ปีติ,สุขะ"แล้............................ละเอียดแท้สงัดกาม
"โลภ,ฆาตมิง่วง"เจาะรุจิตาม...........................หทัยนิ่งมิไหวเผย

    ๑๒.เปรยสงสัยปราศแท้.............................ในธรรม
ความอิจฉามิทำ.............................................เด่นพร้อม
ความเกียดไม่มีนำ..........................................ทำยิ่ง สมาธิ์
เกิด"สุข,ปีติ"น้อม...........................................สงัดแท้อกุศล

    ๑๓.พุทธ์เจ้าสิตรัสกะ"อนิรุทธ์ฯ"...................จะคิดผุดอะไรผล
ด้วยทรงละ"อาสวะ"มลน.................................มิมี"ชาติ,ชรา,ตาย"

    ๑๔."อนิรุทธ์ฯ"กรายเหล่าข้า.........................คิดหนา
ทรงตัด"อาสวะ"พา..........................................หมดแล้ว
จะมิทุกข์อีกครา..............................................ภพใหม่ มิมี
บ "ชาติ ชรา,ตาย"แคล้ว...................................ไม่แล้อีกแฉ

    ๑๕.ทรง"เสพ"สิหนึ่งตะประลุ"งด"...................จะไม่จดกะอื่นแล
เสพยังสิชีพมุตบะแล้........................................สกัดกั้นซิอารมณ์

    ๑๖.ทรงมิชม"หนึ่งเว้น".................................."บรรเทา" อีกอัน
โทษเด่นมิทำเนา..............................................เลิกแล้
บรรเทาคิด"เลว"เบา.........................................กับกิเลส ในใจ
อกุศลเลิกแท้...................................................หยุดยั้งมิขจร

 19 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 14, กันยายน, 2569, 10:36:54 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

คงต้องตาชาวแขกเสียเป็นแน่     เขานิยมแท้แท้แบบนี้นั่น
 

 20 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 14, กันยายน, 2569, 10:18:36 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ

วิเวก / งมงาย


อาจฤๅหนอ วางใจ ในวิเวก
ทางสายเอก ใช่เร้น หากเฟ้นหา
สงัดกาย สงัดใจ ใฝ่มรรคา
จงจิตฝ่า เลนหล่ม สิ้นงมงาย

ส่งต่อครับ

ทา/ลอง

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.16 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...