Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:10:45 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ



สำเนียง/คลาย



สำเนียงความ อาดูร  กองกูณฑ์หวัง
อาวรณ์หยั่ง ลึกล้ำ ทำไฉน
กับอดีต ที่ทอดทับ กำกับใจ
เถิดอาศัย ทำจิตว่าง จักจาง คลาย..

ส่งต่อครับ..

หมาย/โอกาส


 12 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:36:35 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม : ๗๗.มหาราหุโลวาทสูตร (ว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรใหญ่)

รการวิปุลลาฉันท์ ๓๒/โคลงสี่ดั้นสุภาพ

    ๑.น้อมประณตพุทธ์เจ้าอร์หันต์เทิด..............ศาสดาคุณเลิศประเสริฐแท้
ทรง"กรุณ,เมตตา"นิกรแฉ...............................สอนวิปัสส์นาแผ่เจาะรู้ตาม

    ๒.ความจริงอริย์สัจแท้.................................วิชชา
ชนมุ่งเพียรศึกษา............................................กิเลสพ้น
ตัดขาดทุกข์"หมดพา......................................ออกวัฏฏ์ สงสาร
จบอร์หันต์แผ้วล้น...........................................สงบนิรันดร์

    ๓.คราสมัยพุทธ์เจ้าประทับงาม....................."เชตวันอาราม"ซิใหญ่ครัน
กาลอรุณทรงบิณฑบาตรพลัน.........................มี"พระราหุล"ตามสิข้างหลัง

    ๔."ราหุล"ฟังรับถ้อย.....................................พุทธ์องค์ ทรงสอน
เห็น"รูป"ตามจริงยง..........................................แน่แท้
"รูป"มิใช่"ตน"ตรง.............................................มิใช่ ของเรา
ใน-นอกปราศถ้วนแล้........................................อัตตา

    ๕.ถามพระองค์กลับ"รูป"สิเดี่ยวหรือ..............ตรัสวะเพิ่มสี่ครือเจาะ"เวทนา"
"สัญญะ,สังขาร,วิญญ์ฯเลาะทั้งห้า.....................ครา"มิได้เป็น, บ ตัวตน"

    ๖.ยลราหุลกลับแล้ว.....................................บิณฑ์ฯหนา
รีบเร่งทำสมาธิ์.................................................ร่มไม้
"สารบุตร"เห็นครา............................................แนะเริ่ม "อานาฯ"
เจริญมาก,ผลท้นไซร้........................................ประโยชน์ไข

    ๗.วาระเย็น"ราหุล"ริเฝ้าครา...........................ถาม"อานาปาฯ"เจริญไย
ทำทวีอย่างใดจะมีไซร้......................................อานิสงส์ใดครันสิมากแฉ

    ๘.แลพุทธ์องค์ตรัสถ้อย................................."อุปาทิน- นกรูป"
"กรรม"เหตุจด"รูป"ผลิน.....................................แน่แล้ว
ในตนแกร่งธาตุดิน............................................ขน,กระดูก ปอด,ตับ..
มิใช่เราไซร้แคล้ว..............................................ไป่ตน

    ๙.ทราบสิความจริงปัฐวีดิ่ง..............................ปราศซิตนพึงทิ้งซิหมดพ้น
นอกและในกายสิงจะเกิดผล..............................จิตจะหน่าย,กำหนัดเจาะคลายลง

    ๑๐.คง"อาโปธาตุ"น้ำ.....................................อุปาทิน-นกรูป"
รูปอ่อนของเหลวชิน..........................................เลือด..ไซร้
"กายตน"ไป่เลยผิน...........................................จึงหน่าย
"กำหนัด"คลายแล้วไร้.......................................หมด"เรา"

    ๑๑.ไฟสิ"เตโชธาตุ"เจาะเร่าร้อน.....................ในและนอกกายช้อนและแผดเผา
ช่วยนะอุ่นกาย,ย่อยซิภัตเพรา............................แต่ บ ตน,กำหนัดทลายสม

    ๑๒.ลม"วาโยธาตุ"แล้....................................."อุปาทิน-นกรูป"
ลมพัดในกายชิน...............................................ที่ท้อง
จิตทราบแน่ผลิน...............................................หาใช่ ตนเอง
"กำหนัด"ตัดได้พร้อง.........................................ฉับพลัน

    ๑๓.ช่องเจาะ"อากาสธาตุ" ณ กายพาน............มีสิ"ช่องอาหาร"เจาะโล่งสรรค์
ว่างเหมาะอากาศผ่าน,ฤทัยดั้น............................"ไป่นะตน",กำหนัดทลายผลาญ

    ๑๔.ทรงประทานแจ่มถ้อย..............................ภาวนา
ปัญจ์ธาตุเจริญหนา...........................................จิตแล้
จิตมิหวั่นใดมา...................................................กระทบ อารมณ์
มิถูกครอบล้อมแท้.............................................ปลอดภัย

    ๑๕.ทรงแนะราหุลทำสมาธิ์ปัก........................ปัฐวีเป็นหลักมิหวั่นไหว
ผัสสะเกิด,ไม่ชอบ ฤ ชอบไซร้............................ผลมิครอบงำจิตซิได้เลย

    ๑๖.เผยชนคอยมุ่งทิ้ง....................................หลากหลาย สกปรก
แลแผ่นดินรับพราย...........................................ไม่ร้อง
หากภาวนากราย..............................................."ดิน"แน่ ฐิติ
จิตเปรียบ"ดิน"แกล้วพร้อง..................................มั่นหนา

 13 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 02:19:52 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


คล้อย / ห่วง

ครั้นวัยคล้อยลอยลับกับกาลผ่าน
ใจยังห่วงวันวานอันหวานหอม
เสียงเพลงเก่าผ่านไปจำใจยอม
ได้แต่ย้อมความหลังฝังอาลัย

 
ลิตเติลเกิร์ล

ส่งต่อค่ะ

สำเนียง / คลาย

 14 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:55:43 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


แจกมากน้อยบอกด้วยช่วยกี่บาท     แจกน้อยอาจเป็นได้เขาไม่สน
 

 15 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:19:40 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ
นาน/พบ




แม้กัปกัลป์ เนิ่นนาน พึงหาญกล้า
มิเฉื่อยชา จึงจะ สมประสงค์
ปณิธาน พบธรรม มั่นธำรง
ตั้งจิตตรง ทรงศรัทธา ปัญญาพร้อม


ส่งต่อครับ

คล้อย/ห่วง


 16 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:04:36 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒/๒) ประมวลธรรม : ๗๖.อปัณณกสูตร

    ๒๑.สงฆ์เพียรทำลาย.....................กะนิวรณ์หน่ายเจาะคลายถอน
"พอใจ,ฆาต"อ่อน..............................."วิจิกิจฯ,ง่วงและฟุ้ง"ปลง

    ๒๒.สงฆ์ระวังอินทรีย์.....................มีภัตรเหมาะแน่แล้ว
เพียรตื่นจิตสะอาดแท้.......................มุ่งสิ้นกิเลสแฉ ฯ|ะ

แสงประภัสสร

ว่าด้วยข้อปฏิบัติไม่ผิด [อปัณณกสูตร] : พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/PoQY5S1xGDEizIGSr

๖. อปัณณกสูตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติไม่ผิด
[ก] ธรรมะที่ไม่ผิด
(๑) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา (ข้อปฏิบัติไม่ผิด) และเหตุ แห่งความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ชื่อว่า เป็นอันภิกษุนั้นได้เริ่มแล้วด้วย ธรรม ๓ ประการ
(๒) ธรรม ๓ ประการ คืออะไรบ้าง
(๒.๑) ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแท้ในอินทรีย์ ทั้งหลาย เป็น อย่างไร?
-> ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยตาแล้ว
-> ฟังเสียงด้วย หูแล้ว
-> ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว
-> ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว
-> ถูกต้องโผฏฐัพพะ ด้วยกายแล้ว
-> รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ไม่ถือเอาโดย นิมิต
~ ไม่ถือนิมิต: ไม่ยึดถือเอาภาพรวมของอารมณ์ที่เห็นหรือได้ยินมาเป็นอารมณ์กาม
~ ถือโดยนิมิต = ได้แก่รวบถือเอาทั้งหมดในรูปที่ได้เห็น ฯลฯ ว่างาม ท่านเปรียบด้วยกิริยาที่จระเข้ฮุบเหยื่อ ถือโดยพยัญชนะได้แก่เลือกถือ เอาเป็นอย่างๆ ในรูป ฯลฯ นั้นว่าคิ้วงาม นัยน์ตางามจมูกงาม เป็นต้น ท่านเปรียบด้วยกิริยาที่เป็ดไซ้หาเหยื่อ
-> ไม่ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ อภิชฌา โทมนัส ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาป เป็นอกุศล จะพึงไหลไปตามภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูกลิ้น กาย ใจ อยู่
~ ไม่ถืออนุพยัญชนะ = การไม่ยึดถือหรือปรุงแต่งตามรายละเอียดปลีกย่อยของรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส หรืออารมณ์ที่มากระทบ จนเป็นเหตุให้เกิดความพอใจ (ราคะ) ความกำหนัด หรือกิเลส
-> เพราะเหตุความไม่สำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อันใด
-> ปฏิบัติเพื่อปิดกั้นเสียซึ่งอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น
-> รักษาอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
-> ถึงความสำรวมในอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่างนี้แล
-> ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้ว ในอินทรีย์ทั้งหลาย
(๒.๒) เป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ เป็นอย่างไร
-> ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงกลืน กินอาหาร; มิใช่เพื่อเล่น; มิใช่เพื่อเมา; มิใช่เพื่อประดับ; มิใช่เพื่อประเทืองผิว; เพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้; เพื่อยังชีวิตให้เป็นไป; เพื่อหายความ หิว; เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์
-> ด้วยคิดว่าด้วยการกินอาหารนี้ เราจักระงับเวทนาเก่าเสียได้ด้วย
-> เราจักไม่ยัง เวทนาใหม่ให้เกิดขึ้นด้วย
-> ความสมประกอบ ความไม่มีโทษและความอยู่ผาสุก จักมีแก่เรา อย่างนี้ แล
-> ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชน์อย่างนี้แล
(๒.๓) เป็นผู้หมั่นประกอบความเป็นผู้ไม่ เห็นแก่นอน เป็นอย่างไร
-> ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เวลากลางวัน ชำระจิตจากอาวรณิยธรรม :  ด้วยการจงกรม; ด้วยการนั่ง
-> เวลากลางคืน ตอนยามต้น ชำระจิตจาก อาวรณิยธรรม : ด้วยการจงกรม; ด้วยการนั่ง
-> ตอนยามกลางคืน : สำเร็จสีหไสยา โดยข้างเบื้องขวาซ้อนเท้าให้เหลื่อมกัน ; มีสติสัมปชัญญะ ทำอุฏฐานสัญญา ไว้ในใจ
~ อุฏฐานสัญญา = ความตั้งใจมั่นว่าจะลุกขึ้น, การทำในใจถึงความสำคัญในการที่จะลุกขึ้นอีก, เป็นการกำหนดเวลาตื่นไว้ในใจก่อนนอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมี สติสัมปชัญญะ ในการนอน เพื่อไม่ให้หลับใหลเกินควร
-> ตอนยามปลาย กลับลุกขึ้น ชำระจิตจาก อาวรณิยธรรม : ด้วยการจงกรม; ด้วยการนั่ง อย่างนี้แล
~ อาวรณิยธรรม = อกุศลธรรมที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี หรือกั้นจิตไม่ให้บรรลุสมาธิ/นิพพาน ซึ่งส่วนใหญ่หมายถึง นิวรณ์ ๕ (กามฉันทะ, พยาบาท, ถีนมิทธะ, อุทธัจจะกุกกุจจะ, วิจิกิจฉา) ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องชำระออกจากจิต
(๓) ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ชื่อ ว่าเป็นผู้ปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา และเหตุแห่งความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นอันภิกษุนั้นได้เริ่มแล้วด้วย
จบอปัณณกสูตรที่ ๖

 17 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 10:42:40 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

สงสัย/สว่าง

ทุกคำตอบเริ่มตรงที่สงสัย
นำสู่การตรองไตร่ในทุกด้าน
พบความมืดความสว่างในบางกาล
เพียงสติเป็นฐาน.. สู่ยอดธง ฯ
 AddEmoticons00949
- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

ส่งกันต่อคร้าบผมมม

นาน / พบ

 18 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 07:40:47 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ

ไตร่ตรอง / คำนึง



ไตร่ตรองธรรม ตามจริง ให้ยิ่งแล้ว
ปัญญาแผ้ว ผลงาม มิทรามเขลา
กิเลสนัย คำนึง จึงบางเบา
เพียรขัดเกลา จิตตน ให้พ้นพาล..

ส่งต่อครับ..
สงสัย/สว่าง

 19 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 03:40:15 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ร้าง/ประคอง

ครั้นจิตร้างหลักธรรม คอยค้ำจิต
สุดจักประคองคิด พิศสถาน
กิเลสกล้าคร่าครองหมองดวงมาน
กว่าจะพ้นพันธนาการ แสนนานเนา

 

ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ

ส่งต่อนะคะ

ไตร่ตรอง / คำนึง

 20 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 01:14:33 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม : ๗๖.อปัณณกสูตร (ว่าด้วยข้อปฏิบัติมิผิด)

ธาตุมมิสสาฉันท์ ๑๑/โคลงสามสุภาพ

    ๑.นบน้อมพุทธ์เจ้า.........................อรหันต์เกล้าซิปกชน
ตรัส์รู้ด้วยตน...................................."อริย์สัจสี่"ประเสริฐหนา

    ๒.ทรงเมตตาชน,สงฆ์.....................ผจงสอนธรรมเด่นนี้
ใครเพ่งเพียรเรียนชี้...........................หลุดพ้นทุกข์แฉ ถาวร

    ๓.พุทธ์เจ้าสอนหนา........................ลุ"อปัณณาฯ"ประพฤติแล
ทำไม่ผิดแน่.......................................จะลุตัด"อาสวาฯ"เผย

    ๔.เปรย"ปัณณกะ"แล......................แฉมีสามเลิศพร้อม
จิตมุ่งสะอาดน้อม...............................รุดหน้าเจริญธรรม

    ๕.อินทรีย์สังวร...............................ลุระวังถอนรตีนำ
หรือเสียใจหนำ...................................ณ ทวารหกจมูก,ตา..

    ๖.คราภัตรยังชีพยืน........................เพียงกลืนบริโภคแล้
ภัตรแค่ประมาณแท้............................ไม่ล้นเกินไป

    ๗.หมั่นเพียรหวังตื่น.........................ชระจิตรื่นนิวรณ์ไกล
ทั้งวัน,คืนใส........................................นิรเห็นนอนสิสำคัญ

    ๘.ครันสงฆ์สำรวมแล.......................แฉอินทรีย์หกนี้
"ตา,จมูก,หู"ชี้......................................ร่วม"ลิ้น,ใจ,กาย"

    ๙.ปิดอินทรีย์หก..............................อกุศลปรกมิได้กราย
ไม่ยึดรูปฉาย......................................อนะอารมณ์ซิก่อ"กาม"

    ๑๐.ความ"อนุพยัญฯ".......................ครันมิติดส่วนน้อย
รูปละเอียด,มือช้อย.............................ว่าล้วนงามเผย

    ๑๑.ไม่ปรุงส่วนน้อย.........................ลุกิเลสถ่อยอุบัติเกย
ป้องกันชั่วเสย.....................................นิรกำหนัดกิเลสหนา

    ๑๒.คราสำรวมอินทรีย์.....................มีทวารครองรักษ์แผ้ว
ดุจเต่าหดคอแล้..................................มุ่งป้องภัยผอง

    ๑๓.สงฆ์ตรึกภัตรครัน......................ปริมาณฉันเหมาะครรลอง
เพื่อยังชีพครอง..................................อนุเคราะห์พรหมจรรย์

    ๑๔.สงฆ์คิดไวภัตรนับ......................ดับ"เวทนาเก่า"แท้
คือระงับหิวคลายแล้............................เมื่อยล้า,ปวดหาย

    ๑๕."เวท์นาใหม่"พราก......................อนะฉันมากซิแน่นกราย
การคิดนี้ฉาย......................................วปุกายสมประพฤติธรรม

    ๑๖.สงฆ์จำมินอนนาน......................กรานพากเพียรตื่นพร้อม
จัดแบ่งคืน,วันน้อม..............................เกียจคร้านคลายลง

    ๑๗.กลางวันเพียรบ่ม.......................จระ"จงกรม"ลิง่วงปลง
ตั้งจิตมั่นคง........................................ลุสมาธิ์ปราศนิวรณ์แฉ

    ๑๘.แลกลางคืนยามแรก..................แทรก"จงกรม"จิตรู้
ทำสมาธิ์สติสู้......................................ซ่านฟุ้งสงบหนา

    ๑๙.มัชฌิมยาม,พัก..........................ขณะนอนจักริลุกมา
เพียรต่อไม่ช้า....................................."สติ,สัมป์ชัญญะฯ"ครบฉาย

    ๒๐.ยามปลายลุกมาเดิน...................เพลินจงกรมสลับแล้
ทำสมาธิแท้.........................................จิตพร้อมปราศนิวรณ์

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.419 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...