จระเข้ว่ายมาท่าจะหิว ใจหวาดหวิวขึ้นแพกันอลหม่าน
|
11
เมื่อ: 25, มกราคม, 2569, 04:14:01 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
จระเข้ว่ายมาท่าจะหิว ใจหวาดหวิวขึ้นแพกันอลหม่าน |
||
|
12
เมื่อ: 25, มกราคม, 2569, 04:06:13 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
หากมองเพียงผิวเผินอาจเพลินจิต แอบสะกิดเพื่อนยาซ้ายขวาหัน เขาล้อมวงหวังร้ายหนี้รายวัน มิใช่ขวัญมาลัยหนีไวเรา ![]() กุ้งนา |
||
|
13
เมื่อ: 25, มกราคม, 2569, 12:24:57 PM
|
|||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||
|
|||
|
14
เมื่อ: 25, มกราคม, 2569, 12:24:04 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
หมูรู้ตัวรีบว่ายออกไปไกล เบี่ยงไหล่ให้พ้นทางอย่างชำนาญ ![]() |
||
|
15
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 25, มกราคม, 2569, 03:11:02 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๑๐) อภิธรรมปิฎก : ๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์ [ซ] ในคำว่า สร้างฉันทะ นั้น = ฉันทะ เป็นไฉน (๑) ความพอใจ การทำความพอใจ ความเป็นผู้ประสงค์จะทำ ความฉลาด ความพอใจในธรรม นี้เรียกว่า ฉันทะ (๒) ภิกษุทำฉันทะนี้ให้เกิด ให้เกิดด้วยดี ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นด้วยดี ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า สร้างฉันทะ [ฌ] ในคำว่า พยายาม นั้น = เป็นไฉน (๑) การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมวายามะ นี้เรียกว่า ความพยายาม -> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้วด้วยความพยายามนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า พยายาม [ญ] คำว่า ปรารภความเพียร นั้น = เป็นไฉน (๑) การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความเพียร (๒) ภิกษุปรารภ ปรารภด้วยดี เสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งความเพียรนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ปรารภความเพียร [ฎ] ในคำว่า ประคองจิต นั้น = จิต เป็นไฉน (๑) จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต (๒) ภิกษุประคอง ประคองด้วยดี อุปถัมภ์ค้ำชูจิตนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าประคองจิต [ฏ] ในคำว่า มุ่งมั่น นั้น = เป็นอย่างไร (๑) การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความมุ่งมั่น (๒) ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้วด้วยการตั้งความเพียรนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า มุ่งมั่น [ฏ] เพียรสร้างกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด (๑) ภิกษุสร้างฉันทะ; พยายาม; ปรารภความเพียร; ประคองจิต; มุ่งมั่นเพื่อทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด เป็นอย่างไร (๒) บรรดาธรรมเหล่านั้น กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เป็นไฉน -> กุศลมูล ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ที่สัมปยุตด้วยกุศลมูลนั้น -> และกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่มีกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน ธรรมเหล่านี้เรียกว่า กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด (๓) คำว่า สร้างฉันทะ ฯลฯ; (๔) คำว่า พยายาม ฯลฯ; (๕) คำว่าปรารภความเพียร ฯลฯ; (๖) คำว่า ประคองจิต ฯลฯ; (๗) คำว่า มุ่งมั่น นั้น = ความมุ่งมั่น เป็นไฉน -> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ; สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความมุ่งมั่น -> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยการตั้งความเพียรนี้; เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า มุ่งมั่น [ฐ] เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดแล้วไม่ให้เสื่อม -> ภิกษุสร้างฉันทะ; พยายาม ปรารภความเพียร; ประคองจิต; มุ่งมั่นเพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย; ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นไฉน ~ ภิยโยภาพ = ความเจริญเต็มที่ของกุศลธรรม หรือความดีที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ -> บรรดาธรรมเหล่านั้น กุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นไฉน (๑) กุศลมูล ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ที่สัมปยุตด้วยกุศลมูลนั้น (๒) และกายกรรม, วจีกรรม, มโนกรรมที่มีกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน ธรรมเหล่านี้เรียกว่า กุศลธรรมที่เกิดแล้ว -> คำว่า เพื่อความดำรงอยู่ อธิบายว่า ความดำรงอยู่อันใด นั้นเป็นความไม่เลือนหาย -> ความไม่เลือนหายอันใด นั้นเป็นความภิยโยภาพ -> ความภิยโยภาพอันใด นั้นเป็นความไพบูลย์ -> ความไพบูลย์อันใด นั้นเป็นความเจริญ -> ความเจริญอันใด นั้นเป็นความบริบูรณ์ (๓) คำว่า สร้างฉันทะ ฯลฯ (๔) คำว่า พยายาม ฯลฯ (๕) คำว่าปรารภความเพียร ฯลฯ (๖) คำว่า ประคองจิต ฯลฯ (๗) คำว่า มุ่งมั่น นั้น = ความมุ่งมั่น เป็นไฉน -> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ; สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความมุ่งมั่น -> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยการตั้งความเพียรนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า มุ่งมั่น สุตตันตภาชนีย์ จบ |
||
|
16
เมื่อ: 24, มกราคม, 2569, 07:06:24 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม | ||
|
เราเตรียมตัวก่อนล่มแพจมน้ำ แพเริ่มคว่ำกระโดดหนีขี่บนไหล่ ![]() |
||
|
17
เมื่อ: 24, มกราคม, 2569, 03:26:39 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
จังหวะรัวกลองเร้าเข้าทีเด็ด พอรำเสร็จรับขวัญสายบัวถอน สะบัดผ้าหน้าเป๊ะเท่ทุกตอน คนแห่ล้อมออนซอนจนอ่อนใจ ![]() ต้นฝ้าย |
||
|
18
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 24, มกราคม, 2569, 06:20:36 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๔/๑๐) อภิธรรมปิฎก : ๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์ ๖๙.วิริยะสี่จะมี......................................ซิ"ปีติ"สม และนิร"ปีติ"ชม.........................................มิไปกะเพียร ๗๐.เนียนสัมมปธาน..............................กรานธรรมขยันยิ่งหล้า ธรรมเดินสัตว์มิคว้า..................................ร่ำไห้เลยหนา ฯ|ะ แสงประภัสสร มจร. สัมมัปปธาน ๔ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์ https://share.google/KeBQBJR5ggFPaj6QQ สุตตันตภาชนีย์ สัมมัปปธาน ๔ = ความเพียรชอบ ได้แก่ (๑) สังวรปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรระวังหรือเพียรปิดกั้น (๒) ปหานปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรละหรือเพียรกำจัด -> คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว (๓) ภาวนาปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรเจริญ หรือเพียรก่อให้เกิด -> คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น (๔) อนุรักขนาปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่น -> คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น และให้เจริญยิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์ [ก] เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น เป็นอย่างไร (๑) อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ในฐานเดียวกับอกุศลมูลนั้น ได้แก่ เวทนาขันธ์ (รู้); สัญญาขันธ์ (จำ) ; สังขารขันธ์ (คิดปรุงแต่ง); และวิญญาณขันธ์ (จิตรู้แจ้ง) ที่สัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น ~ นามขันธ์ ๔ = เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญญาณขันธ์ (๒) และกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่มีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน ธรรมเหล่านี้เรียกว่า บาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด [ข] สร้างฉันทะ นั้น ฉันทะ = เป็นไฉน -> ความพอใจ การทำความพอใจ -> ความเป็นผู้ประสงค์จะทำ -> ความฉลาด -> ความพอใจในธรรม -> ภิกษุทำฉันทะนี้ให้เกิด ให้เกิดด้วยดี ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นด้วยดี ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า สร้างฉันทะ [ค] คำว่า พยายาม นั้น = เป็นไฉน -> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความพยายาม -> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว; เข้าไปถึงแล้วด้วยดี; เข้ามาถึงแล้ว; เข้ามาถึงแล้วด้วยดี; เข้าถึงแล้ว; เข้าถึงแล้วด้วยดี; ประกอบแล้วด้วยควาพยายามนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า พยายาม [ง] คำว่า ปรารภความเพียร นั้น = เป็นไฉน -> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความเพียร -> ภิกษุปรารภ ปรารภด้วยดี เสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งความเพียรนี้ จึงเรียกว่า ปรารภความเพียร [จ] ในคำว่า ประคองจิต นั้น = จิต เป็นไฉน -> จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต -> ภิกษุประคอง ประคองด้วยดี อุปถัมภ์ค้ำชูจิตนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าประคองจิต [ฉ] คำว่า มุ่งมั่น นั้น = เป็นไฉน ~ ความมุ่งมั่น - เป็น สาตัจจกิริยา หมายถึงการกระทำอย่างต่อเนื่อง -> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความมุ่งมั่น -> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยความมุ่งมั่นนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า มุ่งมั่น [ช] เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นอย่าไร (๑) ภิกษุสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตมุ่งมั่นเพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นอย่างไร -> บาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นไฉน (๑.๑) อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะและกิเลสที่ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับอกุศลมูลนั้น ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น ~ นามขันธ์ ๔ = เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญญาณขันธ์ (๑.๒) และกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่มีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน ธรรมเหล่านี้เรียกว่า บาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว ภิกษุสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้วเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้ |
||
|
19
เมื่อ: 23, มกราคม, 2569, 07:53:36 PM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร วิจิตรรงค์ ธงชาติไทย มิใช่ เพียงผืนผ้า กำหนดฟ้า ลิขิตไว้ เป็นสามศรี กษัตรา ศาสนา สามัคคี คุณความดี สั่งสมไว้ ในใจชน สีแดงชาติ องอาจ ไม่ครั่นคร้าม เลือดสยาม รักไทย ทุกแห่งหน รวมเลือดเนื้อ เชื้อชาติ เหล่าปวงชน ทั่วมณฑล สามัคคี มีจรรยา ศาสนา สีขาว บริสุทธิ์ เปรียบประดุจ หลักใจ ปรารถนา สันติภาพ สันติสุข ทั่วอาณา ทรงคุณค่า ศาสนจักร ด้วยภักดี สีน้ำงิน เทิดไท้ องค์กษัตริย์ สุขสวัสดิ์ ร่มเย็น เป็นสุขศรี เย็นศิระ เพราะพระ บารมี พร้อมยอมพลี ถวายองค์ กษัตรา วิจิตรรงค์ มั่นคง กลางหทัย ดำรงไว้ ชาติ-กษัตริย์ ศาสนา สามัคคี หล่อหลอม ปวงประชา เปรียบพัสตรา อาภรณ์ สะท้อนไทย คนเรียนไพร ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ |
||
|
20
เมื่อ: 23, มกราคม, 2569, 01:51:39 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
หนูได้ดูอยู่เหมือนกันคะพี่หมู ไปดูกับแฟน ออกมาตาบวมร้องไห้ไปกับหนัง แฟนใหม่ยังไม่สนิทกันมากด้วย อายก็อาย แต่ยอมรับหนังดีมากจริงๆ ยังจำหลายๆบทติดตาอยู่เลยค่ะ ![]() |
||
.gif)





