ปิดไฟครัวเสียก่อนก่อนอย่าช้า แล้วทำหน้าเหลอหลาหน้าตาเฉย

|
21
เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 08:34:26 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ปิดไฟครัวเสียก่อนก่อนอย่าช้า แล้วทำหน้าเหลอหลาหน้าตาเฉย ![]() |
||
|
22
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 02:38:48 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๒/๖๖) (๔๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๔๑.๑) ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ (๔๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่ กามาวจรเทวดา.. มนุษย์สมัยปฐมกัป..คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ (๔๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๔๒.๑) ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ (๔๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกัป..คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (๔๓) อเหตุกวิบาก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์นอกนี้ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก? (๔๓.๑) คือ กวฬิงการาหาร..ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร ในกามธาตุ (๔๓.๒) ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก (๔๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก? -- คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก (๔๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก? -- คือ มโนวิญญาณธาตุ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก [๒] รูปธาต ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ? (๑) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕..อายตนะ ๕..ธาตุ ๕..สัจจะ ๑..อินทรีย์ ๑๐..เหตุ ๓..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑..ย่อมเกิดปรากฏแก่เทวดาทั้งหลาย เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์ (๒) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์ ในรูปธาตุ (๓) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ..โสตายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ ในรูปธาตุ (๔) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..โสตธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ในรูปธาตุ (๕) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏ? คือ ทุกขสัจจะ ในรูปธาตุ.. ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ (๖) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ ในรูปธาตุ (๗) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิดเหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ในรูปธาตุ (๘) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ? -- ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร ในรูปธาตุ (๙) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ? คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในรูปธาตุ (๑๐) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ? -- คือ มโนวิญญาณธาตุ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ |
||
|
23
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 07:36:41 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๑/๖๖) (๒๙.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ (๓๐) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๐.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์ (๓๐.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (๓๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๑.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ..จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์.. สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ (๓๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ (๓๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน? (๓๒.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์ (๓๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (๓๓) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๓.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ (๓๓.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ (๓๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สั ตว์จำพวกไหน? (๓๔.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์ (๓๔.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (๓๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๕.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์ (๓๕.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ (๓๖) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๖.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือ โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์ (๓๖.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน.. สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ (๓๗) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๗.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือ จักขุนทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์ (๓๗.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ (๓๘) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๘.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๗ คือ ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์ (๓๘.๒)ย่อมเกิด ปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ (๓๙) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๓๙.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์..หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์.. อุเปกขินทรีย์ (๓๙.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ (๔๐) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๔๐.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์ (๔๐.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นอเหตุกนปุงสกสัตว์ ในกามธาตุ |
||
|
24
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:30:24 PM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
ผักพื้นบ้านที่ปู่ย่าตายายปลูกกินกันมาแต่โบร่ำโบราณ พอถูกนำไปพัฒนาสายพันธุ์ กลับมีเรื่องสิทธิและข้อจำกัดตามมา จากเคยถามกันว่า “บ้านเธอมีกะเพราไหม” ต่อไปคงต้องถามว่า “กะเพราบ้านเธอพันธุ์อะไร” เรื่องนี้จึงตลกตรงที่ กะเพรายังเป็นผักต้นเดิมในสายตาคนทำกับข้าว แต่กลับกลายเป็นเรื่องซับซ้อนในสายตาคนถือสิทธิ แล้วจะให้ชาวบ้านแยกแยะกันอย่างไรก่อนขายกะเพราสักกำ ต้องตรวจประวัติต้นตระกูลเสียก่อนหรือเปล่าคะ ![]() ตอนนี้เปิดโซเซียลก็เห็นแต่ข่าวต้นกะเพรา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ผักพื้นบ้านเป็นข่าวได้ |
||
|
25
เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:20:28 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
หากว่าใหญ่มีเคืองอาจเปลืองตังค์ เบี่ยงตัวบังหมูย่างไว้อย่างไวเลย ![]() |
||
|
26
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 03:24:55 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๐/๖๖) (๒๑) เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๒๑.๑) เหตุ ๒ = อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ และอโทสะที่เป็นวิปากเหตุ (๒๑.๒) สัตว์จำพวกที่เหตุ ๒ จะเกิดปรากฏ ได้แก่ กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกัป.. และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) (๒๑.๓) ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ทวิเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๒) มีสภาพร่างกายและจิตใจเป็นปกติธรรมดาทั่วไป แต่จะมีปัญญาน้อยกว่ากลุ่มแรก (๒๑.๔) สัตว์ที่ไม่มีเหตุ (อเหตุกสัตว์) บางเหล่า จะมี อเหตุกวิบาก เกิดปรากฏแก่ตนเองแทน ซึ่งเป็นสัตว์นอกเหนือจากกลุ่มที่มีเหตุ ๓ และเหตุ ๒ ข้างต้น --สัตว์กลุ่มนี้ปฏิสนธิด้วยจิตที่ไม่มีทั้งอโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ เรียกว่า "อเหตุกบุคคล" จิตจึงมีกำลังอ่อนและส่งผลให้สร้างร่างกายได้ไม่สมบูรณ์ แบ่งออกเป็น มนุษย์ที่พิการแต่กำเนิด: เช่น คนที่เป็นบ้า เป็นใบ้ ตาบอด หรือหูหนวกแต่กำเนิด ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันติรณจิต (อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลวิปากจิต) ซึ่งจัดเป็นปฏิสนธิจิตขั้นต่ำที่สุดของมนุษย์ และสัตว์ในอบายภูมิ: ได้แก่ สัตว์นรก, เปรต, อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งปฏิสนธิด้วยอกุศลวิบากจิต (๒๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๒๑.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ คือ รูปายตนะ..ฆานายตนะ.. คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฎฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๒๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด (๒๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน? (๒๒.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ คือ รูปายตนะ..คันธายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๒๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ (๒๓) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน? (๒๓.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ.. รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ (๒๓.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา.. มนุษย์สมัยปฐมกัป..เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ (๒๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๒๔.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ.. ธัมมธาตุ (๒๔.๒) ย่อม เกิดปรากฏแก่ เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ (๒๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๒๕.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาธาตุ..ธัมมธาตุ (๒๕.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ (๒๖) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน? (๒๖.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ คือ รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ.. โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ (๒๖.๒) ย่อมเกิดปรากฏ แก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด (๒๗) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? (๒๗.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ คือ รูปธาตุ..คันธธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ (๒๗.๒) ย่อมเกิดปรากฏเเก่คัพภไสยกสัตว์ในกามธาตุ (๒๘) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก คือ ทุกขสัจจะ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก (๒๙) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์จำพวกไหน? (๒๙.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ |
||
|
27
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:43:00 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๙/๖๖) (๑๖) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๖.๑) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด (๑๖.๒) อินทรีย์ ๘ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี โสตินทรีย์ หรือประสาทหู ปรากฏร่วมด้วย) (๑๖.๓) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด (๑๗) อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๗.๑) ขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ) ในกามธาตุ จะมีจำนวนอินทรีย์ที่เกิดปรากฏแตกต่างกันไปตามประเภท สภาพ และความสมบูรณ์ของสัตว์แต่ละจำพวก (๑๗.๒) สัตว์จำพวกที่อินทรีย์ ๗ เกิดปรากฏคือใคร? คือ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉานและสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (สัตว์ที่ผุดเกิด) และมีสภาพ "ตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด" (๑๗.๓) ในกามธาตุ อินทรีย์ ๗ ประการนั้นมีอะไรบ้าง? ในขณะปฏิสนธิ สัตว์กลุ่มที่มีความบกพร่องดังกล่าวจะมีอินทรีย์ปรากฏเพียง ๗ ประการ ได้แก่ ฆานินทรีย์- อินทรีย์คือจมูก ประสาทรับกลิ่น..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น ประสาทรับรส..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย ประสาทรับสัมผัส..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ การรับรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -ความเป็นหญิง..หรือปุริสินทรีย์ -ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศสภาพของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิตที่คอยอนุบาลรักษาสหชาตธรรม..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความเฉยๆ หรือเวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์ (สัตว์กลุ่มนี้ไม่มีจักขุนทรีย์และโสตินทรีย์เกิดร่วมด้วยในขณะปฏิสนธิ เนื่องจากตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด) (๑๘) อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๘.๑) ในกามธาตุ ขณะที่เกิดหรือปฏิสนธิ อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์หรือในท้องมารดา) (๑๘.๒) อินทรีย์ ๕ ประการที่เกิดปรากฏพร้อมกันในขณะปฏิสนธิของคัพภไสยกสัตว์ ได้แก่ กายินทรีย์ -อินทรีย์ คือ กาย หรือความเป็นใหญ่ในการรับรู้สัมผัสทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ใจ หรือความเป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นหญิง..หรือ ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ชีวิต หรือความเป็นใหญ่ในการประคองรักษาชีวิตรูป..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ โสมนัส ความสุขทางใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์ - อินทรีย์ คือ อุเบกขา ความรู้สึกเฉยๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง (๑๙) อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๙.๑) อินทรีย์ ๕ ย้อนย่นเหลืออินทรีย์ ๔ ในขณะเกิดในกามธาตุ ขณะที่ปฏิสนธิ อินทรีย์ ๔ ประการที่จะเกิดปรากฏ ได้แก่ กายินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทกาย ความรู้สึกทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ วิญญาณ..ชีวิตินทรีย์- อินทรีย์คือชีวิตที่รักษาชีวิตรูป..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ (๑๙.๒) เกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน? อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็น "อเหตุกนปุงสกสัตว์" ในกามธาตุ เท่านั้น ~ อเหตุกนปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่เกิดมาโดยไม่มีเพศชายและเพศหญิง และเป็นผู้ที่ปฏิสนธิด้วย ~ อเหตุกจิต = จิตที่ไม่มีเหตุ ๖ ไม่มีโลภะ โทสะ โมหะ หรือกุศลเหตุอย่างอโลภะ อโทสะ อโมหะ มาเป็นตัวประกอบนำเกิดในปฏิสนธิ ~ นปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่ไม่ใช่เพศชายและไม่ใช่เพศหญิง (๑๙.๓) เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้ไม่มีภาวรูป (ไม่มีเพศหญิงหรือเพศชาย) และไม่มีจักขุหรือโสตะปรากฏในขณะแรกเกิดทันทีเหมือนพวกโอปปาติกะ จึงมีอินทรีย์เพียง ๔ อย่างนี้เกิดพร้อมกันในขณะปฏิสนธิ (๒๐) เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๒๐.๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ได้แก่ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โลภที่เป็นผลวิบาก..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โกรธที่เป็นผลวิบาก..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่หลง ปัญญาที่เป็นผลวิบาก (๒๐.๒) เหตุทั้ง ๓ จะเกิดแก่สัตว์บางพวก ได้แก่ กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกับ..และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์)..ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ติเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๓) ซึ่งถือเป็นกลุ่มปฏิสนธิจิตที่ดีที่สุดของมนุษย์ และเป็นกลุ่มเดียวที่มีอุปนิสัยสามารถบรรลุฌาน อภิญญา และมรรคผลนิพพานได้ |
||
|
28
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 08:28:18 PM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า | ||
![]() ขออภัยภาพอาจไม่สุภาพนัก ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน กะเพราข้างครัวเคยเป็นความเรียบง่ายของชีวิต เด็ดสักกำก็ทำกับข้าวได้หนึ่งมื้อ แบ่งเมล็ดให้เพื่อนบ้าน ก็มีผักกินต่อไปอีกหลายบ้าน เมื่อพืชที่คุ้นเคยกลายเป็นข่าวเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ ความกังวลของประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ควรรับฟังอย่างจริงจัง การพัฒนาพันธุ์พืชย่อมมีคุณค่า แต่ผู้ถือสิทธิควรรับผิดชอบจัดการพันธุ์ของตน ป้องกันการกระจายปะปน และอธิบายวิธีแยกแยะให้ชัดเจน ไม่ผลักภาระให้ชาวบ้านคอยระแวงกะเพราข้างรั้ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ ในฐานะประชาชนที่ยังไม่เข้าใจ จึงอยากถามว่า แล้วชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้นไหนปลูกขายได้ ต้นไหนมีข้อจำกัด และใครควรรับผิดชอบทำให้เรื่องนี้ชัดเจน ผู้ถือสิทธิ หรือชาวบ้านที่ปลูกกะเพรามาทั้งชีวิต? ขอบคุณพื้นที่บ้านกลอนน้อยค่ะ หยาดฟ้า |
||
|
29
เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 03:44:59 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
กะละมังของพี่ใหญ่กี่นิ้ว ขนาดจิ๋ว หรือเปล่า บอกเล่ามั่ง ![]() |
||
|
30
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 02:06:22 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๘/๖๖) (๑๐.๓) ข้อสังเกต มนุษย์ปฐมกัปที่จุติขึ้นในคราวแรกเริ่มนั้นเป็นโอปปาติกสัตว์ที่ยังไม่มีอินทรีย์แสดงเพศ(ไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์) แต่เนื่องจากเป็นผู้ปฏิสนธิแบบ"ญาณสัมปยุต"จึงมีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วยตั้งแต่ขณะเกิด ทำให้นับยอดรวมแล้วได้อินทรีย์ ๑๓ ประการเช่นเดียวกัน (๑๑) อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ขณะที่เกิด (อุปปัตติขณะ) ในกามธาตุ (๑๑.๑) อินทรีย์ ๑๒ นั้น ย่อมเกิดปรากฏแก่ มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ (๑๑.๒) อินทรีย์ทั้ง ๑๒ ประการเกิดปรากฏพร้อมกันในขณะนั้น ประกอบด้วย จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือตา..โสตินทรีย์-อินทรีย์คือหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ หรือ..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความยินดี หรืออินทรีย์คืออุเบกขา อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ เนื่องจากสัตว์จำพวกนี้เกิดแบบ "ญาณวิปปยุต" (ไม่ประกอบด้วยปัญญา) ในขณะเกิด จึงไม่มีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วย และเนื่องจากเป็นมนุษย์ในสมัยปฐมกัป ยังไม่มีเพศชายหรือเพศหญิงปรากฏเด่นชัดในขณะแรกเริ่ม) จึงไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ปรากฏในกลุ่มอินทรีย์ ๑๒ นี้ด้วยเช่นกัน (๑๒) อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ในขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ) อาจจำแนกได้เป็น ๒ กรณีหลัก ตามภพภูมิและประเภทของสัตว์ดังนี้ (๑๒.๑) อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์ หรือ..ปุริสินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น)..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรือ..อุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเวทนาที่เกิดร่วมกับปฏิสนธิจิต)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ (๑๒.๒) ในกามธาตุ (กามภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต (คือผู้ที่มีปฏิสนธิจิตประกอบด้วยปัญญาและเหตุที่ดี) (๑๒.๓) ในรูปธาตุ (รูปภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ เทวดาทั้งหลายในรูปภูมิ (รูปพรหม) เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์ (พรหมลูกฟัก) ซึ่งอินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์ หรืออุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ -- ดังนั้น สัตว์บางพวกที่อินทรีย์ ๑๐ เกิดปรากฏในขณะเกิด จึงหมายถึงคัพภไสยกสัตว์ประเภทสเหตุกญาณสัมปยุตในกามภูมิ หรือรูปพรหมที่ไม่ใช่อสัญญสัตว์ในรูปภูมิ (๑๓) อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๓.๑) อินทรีย์ ๙ ประการนี้ ได้แก่ กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิงหรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชายอย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์คือความสุขใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์- อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ (๑๓.๒) เกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์) ที่เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต (ผู้มีจิตประกอบด้วยเหตุดีหรือชั่ว แต่ไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วยในขณะเกิด) ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด (๑๔) อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๔.๑) อินทรีย์ ๙ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง) หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (๑๔.๒) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เกิดในรูปแบบ อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด (๑๕) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก (๑๕.๑) อินทรีย์ ๘ ประการนี้ ประกอบด้วย โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี จักขุนทรีย์ หรือประสาทตา ปรากฏร่วมด้วย) |
||