Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
 21 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 08:34:26 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

ปิดไฟครัวเสียก่อนก่อนอย่าช้า     แล้วทำหน้าเหลอหลาหน้าตาเฉย 

 22 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 02:38:48 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๒/๖๖)

(๔๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๔๑.๑) ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ
(๔๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่ กามาวจรเทวดา.. มนุษย์สมัยปฐมกัป..คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
(๔๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๔๒.๑) ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ
(๔๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกัป..คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๔๓) อเหตุกวิบาก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์นอกนี้ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก?
(๔๓.๑) คือ กวฬิงการาหาร..ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร ในกามธาตุ
(๔๓.๒) ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
(๔๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก?
-- คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
(๔๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก?
-- คือ มโนวิญญาณธาตุ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
[๒] รูปธาต
ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ?
(๑) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕..อายตนะ ๕..ธาตุ ๕..สัจจะ ๑..อินทรีย์ ๑๐..เหตุ ๓..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑..ย่อมเกิดปรากฏแก่เทวดาทั้งหลาย เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์
(๒) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์ ในรูปธาตุ
(๓) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ..โสตายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ ในรูปธาตุ
(๔) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..โสตธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ในรูปธาตุ
(๕) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏ?
คือ ทุกขสัจจะ ในรูปธาตุ.. ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ
(๖) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์ ในรูปธาตุ
(๗) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิดเหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ในรูปธาตุ
(๘) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
-- ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร ในรูปธาตุ
(๙) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในรูปธาตุ
(๑๐) ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏ?
-- คือ มโนวิญญาณธาตุ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏ

 23 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 28, ตุลาคม, 2569, 07:36:41 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๑/๖๖)

(๒๙.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
(๓๐) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๐.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์
(๓๐.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา..ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๓๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๑.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ..จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์.. สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
(๓๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
(๓๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน?
(๓๒.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์
(๓๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๓๓) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๓.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
(๓๓.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
(๓๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สั
ตว์จำพวกไหน?
(๓๔.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์
(๓๔.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๓๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๕.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๙ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์
(๓๕.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ
(๓๖) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๖.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือ โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์
(๓๖.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน.. สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๓๗) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๗.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ คือ จักขุนทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์
(๓๗.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๓๘) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๘.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๗ คือ ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์
(๓๘.๒)ย่อมเกิด ปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย.. สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๓๙) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๓๙.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๕ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์..หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์.. อุเปกขินทรีย์
(๓๙.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ
(๔๐) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๔๐.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๔ คือ กายินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..อุเปกขินทรีย์
(๔๐.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นอเหตุกนปุงสกสัตว์ ในกามธาตุ

 24 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / Re: กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:30:24 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ผักพื้นบ้านที่ปู่ย่าตายายปลูกกินกันมาแต่โบร่ำโบราณ
พอถูกนำไปพัฒนาสายพันธุ์ กลับมีเรื่องสิทธิและข้อจำกัดตามมา
จากเคยถามกันว่า “บ้านเธอมีกะเพราไหม” ต่อไปคงต้องถามว่า
“กะเพราบ้านเธอพันธุ์อะไร”

เรื่องนี้จึงตลกตรงที่ กะเพรายังเป็นผักต้นเดิมในสายตาคนทำกับข้าว
แต่กลับกลายเป็นเรื่องซับซ้อนในสายตาคนถือสิทธิ
แล้วจะให้ชาวบ้านแยกแยะกันอย่างไรก่อนขายกะเพราสักกำ
ต้องตรวจประวัติต้นตระกูลเสียก่อนหรือเปล่าคะ

 

ตอนนี้เปิดโซเซียลก็เห็นแต่ข่าวต้นกะเพรา
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ผักพื้นบ้านเป็นข่าวได้


 25 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:20:28 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

หากว่าใหญ่มีเคืองอาจเปลืองตังค์      เบี่ยงตัวบังหมูย่างไว้อย่างไวเลย 

 26 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 03:24:55 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๐/๖๖)

(๒๑) เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๒๑.๑) เหตุ ๒ = อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ และอโทสะที่เป็นวิปากเหตุ
(๒๑.๒) สัตว์จำพวกที่เหตุ ๒ จะเกิดปรากฏ ได้แก่ กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกัป.. และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์)
(๒๑.๓) ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ทวิเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๒) มีสภาพร่างกายและจิตใจเป็นปกติธรรมดาทั่วไป แต่จะมีปัญญาน้อยกว่ากลุ่มแรก
(๒๑.๔) สัตว์ที่ไม่มีเหตุ (อเหตุกสัตว์) บางเหล่า จะมี อเหตุกวิบาก เกิดปรากฏแก่ตนเองแทน ซึ่งเป็นสัตว์นอกเหนือจากกลุ่มที่มีเหตุ ๓ และเหตุ ๒ ข้างต้น
--สัตว์กลุ่มนี้ปฏิสนธิด้วยจิตที่ไม่มีทั้งอโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ เรียกว่า "อเหตุกบุคคล" จิตจึงมีกำลังอ่อนและส่งผลให้สร้างร่างกายได้ไม่สมบูรณ์ แบ่งออกเป็น มนุษย์ที่พิการแต่กำเนิด: เช่น คนที่เป็นบ้า เป็นใบ้ ตาบอด หรือหูหนวกแต่กำเนิด ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันติรณจิต (อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลวิปากจิต) ซึ่งจัดเป็นปฏิสนธิจิตขั้นต่ำที่สุดของมนุษย์ และสัตว์ในอบายภูมิ: ได้แก่ สัตว์นรก, เปรต, อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งปฏิสนธิด้วยอกุศลวิบากจิต
(๒๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๑.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ คือ รูปายตนะ..ฆานายตนะ.. คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฎฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ
(๒๑.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด
(๒๒) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๒.๑) ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ คือ รูปายตนะ..คันธายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ
(๒๒.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ
(๒๓) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๓.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ.. รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๓.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา.. มนุษย์สมัยปฐมกัป..เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ในกามธาตุ
(๒๔) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๔.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ รูปธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ.. ธัมมธาตุ
(๒๔.๒) ย่อม เกิดปรากฏแก่
เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๒๕) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๕.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ.. กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๕.๒) ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรกที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ
(๒๖) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน?
(๒๖.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ คือ รูปธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ.. โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๖.๒) ย่อมเกิดปรากฏ แก่เปรต..อสุรกาย..สัตว์ดิรัจฉาน..สัตว์นรก ที่เป็นโอปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด
(๒๗) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๗.๑) ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ คือ รูปธาตุ..คันธธาตุ..รสธาตุ..กายธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ
(๒๗.๒) ย่อมเกิดปรากฏเเก่คัพภไสยกสัตว์ในกามธาตุ
(๒๘) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก คือ ทุกขสัจจะ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
(๒๙) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์จำพวกไหน?
(๒๙.๑) ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์

 27 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 27, ตุลาคม, 2569, 07:43:00 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๙/๖๖)

(๑๖) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๖.๑) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๖.๒) อินทรีย์ ๘ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี โสตินทรีย์ หรือประสาทหู ปรากฏร่วมด้วย)
(๑๖.๓) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๗) อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๗.๑) ขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ) ในกามธาตุ จะมีจำนวนอินทรีย์ที่เกิดปรากฏแตกต่างกันไปตามประเภท สภาพ และความสมบูรณ์ของสัตว์แต่ละจำพวก
(๑๗.๒) สัตว์จำพวกที่อินทรีย์ ๗ เกิดปรากฏคือใคร?
คือ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉานและสัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ (สัตว์ที่ผุดเกิด) และมีสภาพ "ตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด"
(๑๗.๓) ในกามธาตุ อินทรีย์ ๗ ประการนั้นมีอะไรบ้าง?
ในขณะปฏิสนธิ สัตว์กลุ่มที่มีความบกพร่องดังกล่าวจะมีอินทรีย์ปรากฏเพียง ๗ ประการ ได้แก่
ฆานินทรีย์- อินทรีย์คือจมูก ประสาทรับกลิ่น..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น ประสาทรับรส..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย ประสาทรับสัมผัส..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ การรับรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -ความเป็นหญิง..หรือปุริสินทรีย์ -ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศสภาพของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิตที่คอยอนุบาลรักษาสหชาตธรรม..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความเฉยๆ หรือเวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์
(สัตว์กลุ่มนี้ไม่มีจักขุนทรีย์และโสตินทรีย์เกิดร่วมด้วยในขณะปฏิสนธิ เนื่องจากตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด)
(๑๘) อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๘.๑) ในกามธาตุ ขณะที่เกิดหรือปฏิสนธิ อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์หรือในท้องมารดา)
(๑๘.๒) อินทรีย์ ๕ ประการที่เกิดปรากฏพร้อมกันในขณะปฏิสนธิของคัพภไสยกสัตว์ ได้แก่
กายินทรีย์ -อินทรีย์ คือ กาย หรือความเป็นใหญ่ในการรับรู้สัมผัสทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ใจ หรือความเป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นหญิง..หรือ ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์ คือ ชีวิต หรือความเป็นใหญ่ในการประคองรักษาชีวิตรูป..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์ คือ โสมนัส ความสุขทางใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์ - อินทรีย์ คือ อุเบกขา ความรู้สึกเฉยๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง
(๑๙) อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๙.๑) อินทรีย์ ๕ ย้อนย่นเหลืออินทรีย์ ๔ ในขณะเกิดในกามธาตุ ขณะที่ปฏิสนธิ อินทรีย์ ๔ ประการที่จะเกิดปรากฏ ได้แก่
กายินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทกาย ความรู้สึกทางกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ วิญญาณ..ชีวิตินทรีย์- อินทรีย์คือชีวิตที่รักษาชีวิตรูป..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์
(๑๙.๒) เกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน?
อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่ "คัพภไสยกสัตว์" (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็น "อเหตุกนปุงสกสัตว์" ในกามธาตุ เท่านั้น
~ อเหตุกนปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่เกิดมาโดยไม่มีเพศชายและเพศหญิง และเป็นผู้ที่ปฏิสนธิด้วย
~ อเหตุกจิต = จิตที่ไม่มีเหตุ ๖ ไม่มีโลภะ โทสะ โมหะ หรือกุศลเหตุอย่างอโลภะ อโทสะ อโมหะ มาเป็นตัวประกอบนำเกิดในปฏิสนธิ
~ นปุงสกสัตว์ = สัตว์ที่ไม่ใช่เพศชายและไม่ใช่เพศหญิง
(๑๙.๓) เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้ไม่มีภาวรูป (ไม่มีเพศหญิงหรือเพศชาย) และไม่มีจักขุหรือโสตะปรากฏในขณะแรกเกิดทันทีเหมือนพวกโอปปาติกะ จึงมีอินทรีย์เพียง ๔ อย่างนี้เกิดพร้อมกันในขณะปฏิสนธิ
(๒๐) เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๒๐.๑) ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ ได้แก่
อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โลภที่เป็นผลวิบาก..อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่โกรธที่เป็นผลวิบาก..อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ - ความไม่หลง ปัญญาที่เป็นผลวิบาก
(๒๐.๒) เหตุทั้ง ๓ จะเกิดแก่สัตว์บางพวก ได้แก่
กามาวจรเทวดา..มนุษย์สมัยปฐมกับ..และคัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์)..ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
สัตว์กลุ่มนี้จัดเป็น "ติเหตุกบุคคล" (บุคคลผู้มีเหตุ ๓) ซึ่งถือเป็นกลุ่มปฏิสนธิจิตที่ดีที่สุดของมนุษย์ และเป็นกลุ่มเดียวที่มีอุปนิสัยสามารถบรรลุฌาน อภิญญา และมรรคผลนิพพานได้

 28 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน
 เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 08:28:18 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า


ขออภัยภาพอาจไม่สุภาพนัก ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ


กะเพราต้นเล็ก กับคำถามใหญ่เรื่องสิทธิของประชาชน

กะเพราข้างครัวเคยเป็นความเรียบง่ายของชีวิต
เด็ดสักกำก็ทำกับข้าวได้หนึ่งมื้อ
แบ่งเมล็ดให้เพื่อนบ้าน ก็มีผักกินต่อไปอีกหลายบ้าน
เมื่อพืชที่คุ้นเคยกลายเป็นข่าวเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์
ความกังวลของประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ควรรับฟังอย่างจริงจัง

การพัฒนาพันธุ์พืชย่อมมีคุณค่า
แต่ผู้ถือสิทธิควรรับผิดชอบจัดการพันธุ์ของตน
ป้องกันการกระจายปะปน และอธิบายวิธีแยกแยะให้ชัดเจน
ไม่ผลักภาระให้ชาวบ้านคอยระแวงกะเพราข้างรั้ว
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ

ในฐานะประชาชนที่ยังไม่เข้าใจ จึงอยากถามว่า
แล้วชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้นไหนปลูกขายได้ ต้นไหนมีข้อจำกัด
และใครควรรับผิดชอบทำให้เรื่องนี้ชัดเจน
ผู้ถือสิทธิ หรือชาวบ้านที่ปลูกกะเพรามาทั้งชีวิต?

ขอบคุณพื้นที่บ้านกลอนน้อยค่ะ

 AddEmoticons00918

หยาดฟ้า

 29 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 03:44:59 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

กะละมังของพี่ใหญ่กี่นิ้ว       ขนาดจิ๋ว หรือเปล่า บอกเล่ามั่ง

 30 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 26, ตุลาคม, 2569, 02:06:22 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๔๘/๖๖)

(๑๐.๓) ข้อสังเกต มนุษย์ปฐมกัปที่จุติขึ้นในคราวแรกเริ่มนั้นเป็นโอปปาติกสัตว์ที่ยังไม่มีอินทรีย์แสดงเพศ(ไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์) แต่เนื่องจากเป็นผู้ปฏิสนธิแบบ"ญาณสัมปยุต"จึงมีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วยตั้งแต่ขณะเกิด ทำให้นับยอดรวมแล้วได้อินทรีย์ ๑๓ ประการเช่นเดียวกัน
(๑๑) อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ขณะที่เกิด (อุปปัตติขณะ) ในกามธาตุ
(๑๑.๑) อินทรีย์ ๑๒ นั้น ย่อมเกิดปรากฏแก่ มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
(๑๑.๒) อินทรีย์ทั้ง ๑๒ ประการเกิดปรากฏพร้อมกันในขณะนั้น ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือตา..โสตินทรีย์-อินทรีย์คือหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือจมูก..ชิวหินทรีย์ -อินทรีย์คือลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ หรือ..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความยินดี หรืออินทรีย์คืออุเบกขา อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ
เนื่องจากสัตว์จำพวกนี้เกิดแบบ "ญาณวิปปยุต" (ไม่ประกอบด้วยปัญญา) ในขณะเกิด จึงไม่มีปัญญินทรีย์ ปรากฏร่วมด้วย และเนื่องจากเป็นมนุษย์ในสมัยปฐมกัป ยังไม่มีเพศชายหรือเพศหญิงปรากฏเด่นชัดในขณะแรกเริ่ม) จึงไม่มีอิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ปรากฏในกลุ่มอินทรีย์ ๑๒ นี้ด้วยเช่นกัน
(๑๒) อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
ในขณะที่เกิด (ปฏิสนธิขณะ)  อาจจำแนกได้เป็น ๒ กรณีหลัก ตามภพภูมิและประเภทของสัตว์ดังนี้
(๑๒.๑) อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่
กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์ หรือ..ปุริสินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเพศของสัตว์นั้น)..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์หรือ..อุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่งตามเวทนาที่เกิดร่วมกับปฏิสนธิจิต)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
(๑๒.๒) ในกามธาตุ (กามภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในครรภ์) ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต (คือผู้ที่มีปฏิสนธิจิตประกอบด้วยปัญญาและเหตุที่ดี)
(๑๒.๓) ในรูปธาตุ (รูปภูมิ) อินทรีย์ ๑๐ จะเกิดปรากฏแก่ เทวดาทั้งหลายในรูปภูมิ (รูปพรหม) เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์ (พรหมลูกฟัก)
ซึ่งอินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ได้แก่
จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์ หรืออุเปกขินทรีย์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์
-- ดังนั้น สัตว์บางพวกที่อินทรีย์ ๑๐ เกิดปรากฏในขณะเกิด จึงหมายถึงคัพภไสยกสัตว์ประเภทสเหตุกญาณสัมปยุตในกามภูมิ หรือรูปพรหมที่ไม่ใช่อสัญญสัตว์ในรูปภูมิ
(๑๓) อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๓.๑) อินทรีย์ ๙ ประการนี้ ได้แก่
กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิงหรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชายอย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..โสมนัสสินทรีย์ -อินทรีย์คือความสุขใจ..หรือ อุเปกขินทรีย์- อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง อย่างใดอย่างหนึ่ง..สัทธินทรีย์ -อินทรีย์คือศรัทธา..วิริยินทรีย์ -อินทรีย์คือความเพียร..สตินทรีย์ -อินทรีย์คือสติ..สมาธินทรีย์ -อินทรีย์คือสมาธิ
(๑๓.๒) เกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ (สัตว์ผู้เกิดในครรภ์) ที่เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต (ผู้มีจิตประกอบด้วยเหตุดีหรือชั่ว แต่ไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วยในขณะเกิด) ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๔) อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๔.๑) อินทรีย์ ๙ ประการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย
จักขุนทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทตา..โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์ - อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง) หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง
(๑๔.๒) เกิดปรากฏแก่ เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน และสัตว์นรก ที่เกิดในรูปแบบ อุปปาติกสัตว์ (ผู้ผุดเกิด) ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุ ขณะกำลังเกิด
(๑๕) อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก
(๑๕.๑) อินทรีย์ ๘ ประการนี้ ประกอบด้วย โสตินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทหู..ฆานินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทจมูก..ชิวหินทรีย์-อินทรีย์คือประสาทลิ้น..กายินทรีย์ -อินทรีย์คือประสาทกาย..มนินทรีย์ -อินทรีย์คือใจ..อิตถินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นหญิง หรือ..ปุริสินทรีย์ -อินทรีย์คือความเป็นชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง..ชีวิตินทรีย์ -อินทรีย์คือชีวิต..อุเปกขินทรีย์ -อินทรีย์คือความรู้สึกเป็นกลาง (จะไม่มี จักขุนทรีย์ หรือประสาทตา ปรากฏร่วมด้วย)

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.16 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...