เดียว/หลวง
ความหลงเริง แสงสี แห่งชีวิต
หากพลาดผิด ครั้งเดียว อาจเกี่ยวข้อง
กับโทษภัย ใหญ่หลวง..พ่วงทำนอง
การจำจอง กลืนกิน จิตวิญญาน..
ส่งต่อครับ
ร้าง/ประคอง
|
21
เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 12:32:32 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ | ||
|
22
เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 10:58:17 AM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
|
||
|
23
เมื่อ: 31, กรกฎาคม, 2569, 10:11:41 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร -> อานนท์ สุขอื่นอันดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ เป็นไฉน (๔.๘) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่ นี้แล ~ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน = คือ อรูปฌานขั้นที่ ๔ (ขั้นสูงสุดในบรรดาอรูปฌานทั้ง ๔) หมายถึง ภาวะสมาธิที่ประณีตที่สุด ซึ่งจิตมีความรู้สึก (สัญญา) ก็ไม่ใช่ จะไม่มีความรู้สึกก็ไม่ใช่ โดยผ่านการกำหนดจิตให้ละเอียดจนปล่อยอารมณ์ความรู้สึกหยาบทั้งหมด เหลือเพียงความสงบและประณีตขั้นสูงสุด -> อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ -> ดูก่อนอานนท์ เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง -> ข้อนั้นเพราะเหตุไร ดูก่อนอานนท์ เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ ยังมีอยู่ -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔.๙) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่ นี้แล ~ สัญญาเวทยิตนิโรธ = คือสมาธิขั้นสูงสุดในพุทธศาสนา หรือ "ฌานลำดับที่ ๙" เป็นภาวะที่จิตดับความรู้สึก (เวทนา) และความจำได้หมายรู้ (สัญญา) ลงอย่างสิ้นเชิง เป็นสภาวะที่จิตระงับสังขารทั้งปวง (กาย, วจี, จิต) แต่ยังมีชีวิตอยู่ อริยบุคคลระดับพระอนาคามีและพระอรหันต์เท่านั้นที่เข้าได้ -> อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ (๕) ดูก่อนอานนท์ ข้อที่อัญญเดียรถีย์ปริพาชกจะพึงกล่าวอย่างนี้ว่า -> พระสมณโคดมตรัส สัญญาเวทยิตนิโรธไว้แล้ว แต่บัญญัติลงในสุข ข้อนี้นั้นจะเป็นไฉนเล่า; ข้อนี้นั้นเป็นอย่างไรเล่า; ดังนี้ เป็นฐานะที่จะมีได้ -> ดูก่อนอานนท์ อัญญเดียรถีย์ปริพาชกผู้มีวาทะอย่างนี้ ท่านควรจะกล่าวตอบว่า -> ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้า จะทรงหมายสุขเวทนาอย่างเดียว แล้วบัญญัติไว้ในสุขหามิได้ แต่บุคคลได้สุขในที่ใดๆ พระตถาคตย่อมบัญญัติที่นั้นๆ ไว้ในสุข -> พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว ท่านพระอานนท์ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนี้แล จบพหุเวทนิยสูตรที่ ๙ |
||
|
24
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 10:23:34 PM
|
||
| เริ่มโดย เฟื่องฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย เฟื่องฟ้า | ||
|
ลมแห่งรัก
มีเพียงเสียงสายลมพัดห่มหาว ฝากดวงดาวฝากใจไปเสมอ นานแสนนานแค่ไหนไม่ได้เจอ คำที่เพ้อขอแค่สิทธิ์คิดถึงกัน เธอผู้อยู่ในฝันอันพิสุทธิ์ ไมเคยหยุดเกินห้ามความคิดฝัน เริ่มรู้จักมั่นหมายสายสัมพันธ์ จนถึงวันเราสองต้องห่างไกล อาจเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต นิรมิตขีดเขียนให้ใจใกล้ ได้แนบชิดเคียงทรวงดวงหทัย แล้วเขียนใหม่ให้เหลือเพียงเสียงจำนรรจ์ รักประจักษ์ชัดแจ้งทุกแหล่งที่ วนาลีเบ่งบานทั่วลานสวรรค์ จนเนิ่นนานแม้ตาหลับนับกับกัลป์ นิจนิรันดร์ไม่ห่างหายให้ตรอมตรม ยังยิ่งใหญ่งดงามนะความรัก ถึงเหนื่อยหนักก็พร้อมยอมขื่นขม ไม่ได้อยู่คู่กายหมายชื่นชม เพียงอารมณ์ความคิดถึงซาบซึ้งพอ มีเพียงเสียงสายลมพรมพัดผ่าน ฝากกลอนหวานดลบันดาลรักสานต่อ ถึงไกลตัวหัวใจไม่เคยรอ น้ำตาคลอไหลพร่างในบางครั้ง พ.ฤ.30 ก.ค.2569 |
||
|
25
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 10:06:18 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
จุ๊จุ๊จุ๊ เงียบนะอย่าเสียงดัง เดี๋ยวน้าแจกกะตังให้ทุกคน ![]() |
||
|
26
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 08:58:56 PM
|
||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | ||
|
|
||
|
27
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 08:08:38 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
จีบสาวใดเอาไว้อย่าให้รู้ ว่าน้าหมูเปียกฉี่คงมีหวัง ![]() |
||
|
28
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 01:25:40 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๔/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร [ง] สุขในรูปฌานและอรูปฌาน (๑) ดูก่อนอานนท์ เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า -> สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนี้เพราะเหตุไร (๒) เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่า และประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่ (๓) ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม; สงัดจากอกุศลธรรม (๔.๑) บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกลว่าและประณีตกว่าสุขนี้ -> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร -> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่า และประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่ -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ (๔.๒) บรรลุทุติยฌาน = มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน; เป็นธรรมเอกผุดขึ้น; ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป; มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ -> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร -> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่ -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔.๓) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะและเสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป -> บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข นี้แล อานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ -> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัสมีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุไร -> เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ ยังมีอยู่ -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔.๔) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ -> นี้แลอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ -> เราไม่ยอมรับรู้ถ้อยคําของผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัส มีกามสุขนี้เป็นอย่างยิ่ง -> ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะสุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ยังมีอยู่ -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔.๕) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุอากาสานัญจายตนฌานด้วยมนสิการว่าอากาศไม่มีที่สุด; เพราะล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง; เพราะดับปฏิฆสัญญาได้; เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญาอยู่ นี้แล ~ อากาสานัญจายตนฌาน = คือ อรูปฌานขั้นที่ ๑ ที่กำหนดเอา "อากาศ" หรือ "ช่องว่าง" หาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ผู้ปฏิบัติจะบริกรรมว่า "อากาศไม่มีที่สุด" ~ ปฏิฆสัญญา = การดับปฏิฆสัญญา คือการหยุดความจำในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ทั้งปวง เพื่อเข้าสู่สมาธิที่ประณีตกว่า ~ มนสิการนานัตตสัญญา = คือ สัญญา การจำ ที่ต่างๆ กัน อันหมายถึง สัญญา ความจำ ที่เกิดกับจิตประเภทต่างๆ หลากหลาย แตกต่างกันไป ชื่อว่า นานัตตสัญญา -> ดูก่อนอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้เป็นไฉน (๔.๖) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน ด้วยมนสิการว่า วิญญาณไม่มีที่สุด; เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่ ~ วิญญาณัญจายตนฌาน = คือ อรูปฌานที่ ๒ ซึ่งเป็นสมาธิขั้นสูงที่เพ่ง "วิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุด" เป็นอารมณ์ โดยก้าวล่วงอากาสานัญจายตนฌาน อรูปฌานที่ ๑ มาได้แล้ว ด้วยการบริกรรมว่า "วิญญาณหาที่สุดมิได้" -> นี้แลอานนท์ สุขอื่นที่ดียิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนี้ เป็นไฉน (๔.๗) ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุอากิญจัญญายตนฌานด้วยมนสิการว่า อะไรๆ ก็ไม่มี; เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวงอยู่ นี้แล ~ อากิญจัญญายตนฌาน = คืออรูปฌานขั้นที่ ๓ ในสมาธิ ๙ ระดับ เป็นภาวะจิตที่ตั้งมั่นโดยกำหนดเอา "ความไม่มีอะไรเลย" เป็นอารมณ์ ล่วงอารมณ์ของวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จัดเป็นฌานที่ละเอียดสูงกว่าอากาสานัญจายตนะและวิญญาณัญจายตนะ |
||
|
29
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 11:32:42 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
วิ่งอย่างไวคล้ายแข่งโอลิมปิค เหงื่อแตกซิกผุดกระจายทั่วใบหน้า ![]() หวังจะถึงปลายฝันอันโสภา ดันฉี่ราดเปียกขา น่าอายจัง ไม่ทันเนาะ ![]() |
||
|
30
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 11:11:46 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร หัวใจพัฒนา เพียรอ่านเขียน เสริมสร้าง สติปัญญา สั่งสมมา วันละนิด จิตสดใส หมั่นศึกษา ค้นคว้า ก้าวหน้าไป เปิดโลกกว้าง แสนไกล ให้แก่ตน เรียนให้รู้ ลึกซึ้ง ทุกการงาน ไม่แตกฉาน อย่าเพิ่งท้อ พากเพียรผล ใช้ความคิด ไตร่ตรอง กรองกมล รักษาตน ด้วยเรียนรู้ คู่พัฒนา ดูให้เห็น ความจริง ยิ่งประเสริฐ ปัญญาเลิศ ไม่หลงผิด คิดรักษา มองโลกกว้าง ด้วยใจงาม รู้นำพา ตลอดเวลา แก้ได้ ในทุกคราว ทำให้เป็น เก่งกล้า ประสบการณ์ สร้างผลงาน แต่ครั้ง ยังหนุ่มสาว ลงมือทำ นำชีวิต สู่ดวงดาว เกียรติยศ พร่างพราว อย่างภาคภูมิ คนเรียนไพร ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ |
||




.gif)

