Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
 41 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 06:29:17 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


ช่วยกันแกะแคะแป้งค้นหาก่อน     ไม่ต้องนอนกันแหละแคะปลานี่ 

 42 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 06:26:30 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


หวามใจ / เผชิญ

มี "หวานใจ" กล่อมขวัญให้ฝันใฝ่
จะ "เผชิญ" สิ่งใดได้เสมอ
แค่มีคนสบตาพาละเมอ
ได้พบเจอความสุขทุกช่วงตอน

 
ฝาตุ่ม

ส่งต่อค่ะ

อนาคต / คุณค่า

 43 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ღ คืนบัดซบ ღ
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 01:38:03 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ยินเสียงเย้ยเหยาะหยัน จากจันทร์เสี้ยว
หนาวเปล่าเปลี่ยวดวงแดแพ้ทุกสิ่ง
ความเงียบกริบประกบเข้าซบอิง
เหมือนโลกดิ่งเพลิงพวยให้ม้วยมรณ์

สะอื้นอักกักเก็บความเจ็บช้ำ
คืนระกำซ้ำทอดเกินถอดถอน
ซากความรักหักพังดั่งละคร
ถึงบทตอนฟ้างามเอ่ยถามจันทร์

        • • • • • •

ถึงบทตอนบัดซบตบพระจันทร์


     ❀ ลิตเติลเกิร์ล ❀

  ° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

 44 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...เรือนแพ ღ
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 11:55:46 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...เรือนแพ ღ

ลอยละล่องส่องแสงแห่งสายน้ำ
ระลอกคลื่นรินรำระบำไหว
เรือนพักรักสลักอยู่คู่ข้างใจ
ความเหงาใดมิอาจกั้นในชั้นเรือน

เสียงกระแสชลหลั่งดังขับกล่อม
ใจนบน้อมแนบขวัญมิฝันเฝื่อน
เช่นวิมานริมน้ำท่ามดาวเยือน
ภาพไม่เคลื่อนคล้อยไปจากใจเรา

แผ่นไม้เก่าเคล้าคลื่นสะอื้นอ้อน
ยามพักผ่อนพิงพำทุกยามเหงา
โลกภายนอกวุ่นวายได้บรรเทา
เหลือเพียงเงาสองอยู่คู่ประคอง

จะเคียงข้างทางนี้ไม่มีทิ้ง
รักแอบอิงโอบไหล่ในหอห้อง
เรือนแพนี้คือสวรรค์อันเรืองรอง
เป็นที่ปองปลื้มรักพำนักใจ

      ลิตเติลเกิร์ล

° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

☆  เรือนแพ Cover Version คุณชะบา
ต้นฉบับ คุณชรินทร์ นันทนาคร ขับร้องไว้ค่ะ
คำร้อง/ทำนอง : ชาลี อินทรวิจิตร/สง่า อารัมภีร์  ☆


 45 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 08:22:28 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร

(๑๐) เรารู้จักสิ่งทั้งปวงโดยความเป็นสิ่งทั้งปวง; รู้จักนิพพานที่สัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่สิ่งทั้งปวงเป็นสิ่งทั้งปวงแล้วไม่เป็นสิ่งทั้งปวง; ไม่ได้มีในสิ่งทั้งปวง ไม่ได้มีจากสิ่งทั้งปวง; ไม่ได้มีว่าสิ่งทั้งปวงเป็นของเรา; ไม่ได้กล่าวเฉพาะสิ่งทั้งปวง
(๑๑) พรหม เราเทียบกับท่านไม่ได้ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน; โดยที่แท้ เราเท่านั้นเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน
(๑๒) พกพรหมกล่าวกับเราว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าเพราะท่านรู้นิพพานที่สัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่สิ่งทั้งปวงเป็นสิ่งทั้งปวง ถ้อยคำของท่าน อย่าได้ว่าง อย่าได้เปล่าเสียเลย’
(๑๓) นิพพานที่ผู้บรรลุจะพึงรู้แจ้งได้ เป็นอนิทัสสนะ, เป็นอนันตะ (ไม่สิ้นสุด) มีรัศมีกว่าสิ่งทั้งปวง สัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่ดินเป็นดิน; โดยความที่น้ำเป็นน้ำ;โดยความที่ไฟเป็นไฟ; โดยความที่ลมเป็นลม; โดยความที่เหล่าสัตว์เป็นเหล่าสัตว์; โดยความที่เทวดาเป็นเทวดา; โดยความที่ปชาบดีเป็นปชาบดี; โดยความที่พรหมเป็นพรหม; โดยความที่อาภัสสรพรหมเป็นอาภัสสรพรหม; โดยความที่สุภกิณหพรหมเป็นสุภกิณหพรหม; โดยความที่เวหัปผลพรหมเป็นเวหัปผลพรหม; โดยความที่อภิภูพรหมเป็นอภิภูพรหม; โดยความที่สิ่งทั้งปวงเป็นสิ่งทั้งปวง
~ อนิทัสสนะ = หมายถึงสภาวะที่มองไม่เห็นเพราะอยู่เหนือจักขุวิญญาณ
~ อนันตะ หมายถึงไม่มีที่สุด เพราะไม่มีการเกิดขึ้นและการดับไป
(๑๔) พกพรหมกล่าวกับเราว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านจงดู บัดนี้ เราจะอันตรธานไปจากท่าน’ เรากล่าวว่า ‘พรหม หากท่านสามารถ บัดนี้ ก็จงอันตรธานไปจากเราเถิด’ ครั้งนั้น พกพรหมกล่าวว่า ‘เราจักอันตรธานไปจากพระสมณโคดม; เราจักอันตรธานไปจากพระสมณโคดม’; แต่ก็ไม่อาจอันตรธานไปจากเราได้เลย
(๑๕) เมื่อพกพรหมกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวกับพกพรหมว่า ‘พรหม ท่านจงดู บัดนี้ เราจะอันตรธานไปจากท่าน’
(๑๖) พกพรหมกล่าวว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ หากท่านสามารถ บัดนี้ ก็จงอันตรธานไปจากเราเถิด’
(๑๗) ลำดับนั้นเราบันดาลอิทธาภิสังขารเช่นนั้น ด้วยคิดว่า ‘ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พรหมก็ดี พรหมบริษัทก็ดี พรหมปาริสัชชะก็ดี ย่อมได้ยินเสียงเรา แต่มิได้เห็นตัวเรา’ เราอันตรธานไปแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ว่า
-> ‘เราเห็นภัยในภพและเห็นภพของสัตว์
-> ผู้แสวงหาความปราศจากภพแล้ว
->ไม่กล่าวยกย่องภพอะไรเลย
-> ทั้งไม่ยึดมั่นนันทิด้วย
~ อิทธาภิสังขาร = การแสดงฤทธิ์ ในที่นี้พระมหาโมคคัลลานเถระ เข้าอาโปกสิณแล้วอธิษฐานว่าขอให้โอกาส (พื้นที่) อันเป็นที่ตั้งเฉพาะปราสาท จงเป็นน้ำ” แล้วใช้หัวแม่เท้ากดลงที่ช่อฟ้าปราสาท ปราสาทนั้นสั่นสะท้านหวั่นไหวไปมา เหมือนบาตรวางไว้บนหลังน้ำ เอานิ้วเคาะที่ขอบบาตร ก็หวั่นไหวไปมา อยู่นิ่งไม่ได้ฉะนั้น
~ นันทิ = หมายถึงภวตัณหา
(๑๘) ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น พรหมก็ดี พรหมบริษัทก็ดี พรหมปาริสัชชะก็ดี ได้เกิดความแปลกประหลาดมหัศจรรย์จิตว่า ‘ท่านผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ พระสมณโคดมมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ก่อนแต่นี้ เราทั้งหลายไม่ได้เห็นไม่ได้ยินสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เหมือนพระสมณโคดมนี้ ผู้ออกผนวชจากศากยตระกูล ถอนภพพร้อมทั้งรากของหมู่สัตว์ผู้รื่นรมย์ในภพ ยินดีในภพ เพลิดเพลินในภพ’
[ง] มารเข้าสิงกายพรหม
(๑) ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น มารใจบาป เข้าสิงกายพรหมปาริสัชชะผู้หนึ่ง แล้วกล่าวกับเราว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าท่านรู้อย่างนี้ ตรัสรู้อย่างนี้ ก็อย่าแนะนำ อย่าแสดงธรรม อย่าทำความยินดีกับพวกสาวกและพวกบรรพชิตเลย
(๒) ภิกษุ ได้มีสมณพราหมณ์พวกก่อนท่านผู้ปฏิญญาว่า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก สมณพราหมณ์เหล่านั้นแนะนำ แสดงธรรม ทำความยินดีกับพวกสาวกและพวกบรรพชิต หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในพวกที่เลว
(๓) สมณพราหมณ์พวกก่อนท่านผู้ปฏิญญาว่า เป็นพระอรหันตสัมมาพุทธเจ้าในโลก สมณพราหมณ์เหล่านั้น ไม่แนะนำ ไม่แสดงธรรม ไม่ทำความยินดีกับพวกสาวกและพวกบรรพชิต หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในพวกที่ดี
(๔) เพราะฉะนั้น เราจึงกล่าวกับท่านว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ขอท่านอย่ากังวลไปเลย จงหมั่นประกอบธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันอยู่เถิด เพราะการไม่พูดเป็นความดี ท่านอย่าสั่งสอนสัตว์อื่นๆ เลย’
(๕) ภิกษุทั้งหลาย เมื่อมารกล่าวอย่างนี้แล้ว เราจึงกล่าวว่า ‘มาร เรารู้จักท่าน ท่านอย่าเข้าใจว่า ‘พระสมณะไม่รู้จักเรา’ ท่านเป็นมาร ท่านหามีความอนุเคราะห์ด้วยจิตเกื้อกูลไม่ จึงกล่าวกับเราอย่างนี
(๖) ท่านมีความดำริว่า ‘พระสมณโคดม จักแสดงธรรมแก่ชน
เหล่าใด ชนเหล่านั้น จักล่วงวิสัยของเราไป’

 46 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 07:05:25 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

วันกองทัพไทย

     ทหารกล้า ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ครั้งบรรพ์
เข้าประจัน เหล่าริปู ผู้โอหัง
ทั้งหอกดาบ โล่เขน ประเดประดัง
ไม่อาจยั้ง ใจรักชาติ องอาจไทย
     เพราะหยาดเลิอด ทหารกล้า ทาแผ่นดืน
รักษาสิน ให้ลูกหลาน เนิ่นนานสมัย
รักสันติ ไม่คิด รุกรานใคร
ดำรงไว้ สยามชน จนนิรันดร์
     สืบสายใย ใจภักดิ์ รักวงศ์วาน
สืบสันดาน รักชาติ อย่างสร้างสรรค์
สามัคคี เพื่อแผ่นดิน ทุกคืนวัน
ไม่เหหัน ปันใจ เพื่อไทยคง
     ด้วยรฤก นึกถึง คุณทหาร
เหล่าลูกหลาน ยอมตาย ไม่ใหลหลง
รักษาไว้ ให้ไทย อยู่ยืนยง
สุขดำรง สยามชาติ นิราศภัย

คนเรียนไพร
๑๘ มกราคม ๒๕๖๙
หมายเหตุ ๑๘ มกราคม วันกองทัพไทย

 47 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ รอการบันทึก ๛
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 07:48:05 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


จารึกรอยบาดแผลที่แลเห็น
ยะเยือกเย็นเกินกลืนจะฝืนดื่ม
ทิ้งความหวังฝังซากยากหยิบยืม
เหลืออะไรให้ปลื้มเพื่อลืมช้ำ

 

นี่แหละคะ ที่เขาเรียกว่า ทำอะไรไม่มองให้ไกล
ไม่คิดถึงอนาคต เขียนกลอนเอง ลงสระอืม ลืม
แล้วเราจะแต่งเนื้อหาอะไรมาต่อง่าย ๆ ละ
นั่งคลำอยู่เป็นชั่วโมง โสนานา เนาะ ๆ เตง
 
ลิตเติลเกิร์ล

 48 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / ღ เมื่อบทเพลงเล่าตัวตน ღ
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 07:22:39 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ღ  เมื่อบทเพลงเล่าตัวตน  ღ

ในหนึ่งบทเพลงที่ใครบางคนกดฟังซ้ำ ๆ
มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวะที่ถูกใจ
แต่มันคือการ "ฝากความรู้สึกไว้กับทำนอง"
เพราะบางครั้ง ความจริงใจที่พูดออกไปไม่ได้
ถูกเปลี่ยนให้เป็นเนื้อเพลงที่แสนกินใจแทน

การดูนิสัยคนจากเพลงที่เขาชอบ
จึงไม่ใช่การตัดสินว่า เขาเป็นคนอย่างไร
แต่คือการทำความเข้าใจว่า
"เขากำลังโอบกอดความรู้สึกแบบไหนอยู่"

เพลงที่เขาเลือกฟัง คือพื้นที่ปลอดภัย
ที่เขากล้าเปิดเผยความอ่อนแอ ความฝัน
หรือความรักที่ซ่อนเร้นออกมาอย่างหมดเปลือก

หากเธออยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของใคร
ลองขอฟัง "เพลย์ลิสต์" ของเขาดูสักครั้ง
แล้วเธอจะพบว่าในโน้ตดนตรีเหล่านั้น
มีเสียงเต้นของหัวใจเขาซ่อนอยู่ข้างในนั้นเอง

          ✧・゚: *✧・゚:*

เสียงดนตรีคลอเคล้าเป็นเงาคล้าย
สื่อความหมายแทนเฉลยเกินเอ่ยขาน
ทุกตัวโน้ตซ่อนเร้นความเป็นกาล-
ที่ร้อยรินวิญญาณผ่านทำนอง

แม้นปากนิ่งแต่เพลงบรรเลงเรื่อง
ประกายเปรื่องความลับซึมซับหมอง
หนึ่งบทเพลงพึงเขาเฝ้าประคอง
คือกระจกสะท้อนก้อง..ทั้งห้องใจ

          ✧・゚: *✧・゚:*

༒ บทเพลงจึงเป็นเหมือน "จดหมายรักฉบับที่ไม่มีตัวอักษร"
ที่เขาเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนที่พร้อมจะ"ฟังด้วยหัวใจ" ได้เปิดอ่านนะ ༒


       ❀  ลิตเติลเกิร์ล  ❀

     ° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆


 49 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 04:58:47 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


กัดดังกรอบกร๊อบแกร๊บแสบนะเออ    ปลาไม่เจออยู่ไหนใครบอกที  

 50 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 04:56:10 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นพลันใจหาย
จะเยื้องกรายร่ายรำนำวิถี
สลัดความกลัวเก่าที่เผามี
ในราตรีที่หมดภัยสุขใจจัง
 
ต้นฝ้าย

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.137 วินาที กับ 19 คำสั่ง
กำลังโหลด...