แรง / ถนอม แรงเพราะลมคารมคอยห่มหน้า ครั้นถึงคราเงียบงำทำอ่อนไหว ถนอมตนจนลืมถนอมใจ จึงเหลือไว้เพียงเปลือกให้เลือกมอง ![]() ลิตเติลเกิร์ล ส่งต่อค่ะ เดียว / หลวง |
|
41
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 02:49:07 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
|
||
|
42
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 02:30:49 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
|
||
|
43
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 08:35:37 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๔/๕) ประมวลธรรม : ๗๔.อภยราชกุมารสูตร (๓) คำถามที่สอง -> อภัยราชกุมาร : แต่ถ้าพระสมณโคดมถูกทูลถามอย่างนี้แล้ว จะทรงพยากรณ์ว่า -> พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร 'ตถาคตไม่พึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น' ดังนี้ไซร้ -> อภัยราชกุมาร : ข้าพระองค์พึงทูลพระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น อย่างไรพระองค์จึงทรงพยากรณ์เทวทัตว่า เทวทัตจักเกิดในอบาย จักเกิดในนรก ตั้งอยู่สิ้นกัปหนึ่ง เป็นผู้อันใครๆ เยียวยาไม่ได้ ดังนี้ เพราะพระวาจาของพระองค์นั้น พระเทวทัตโกรธ เสียใจ -> อภัยราชกุมาร : (นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวกับพระอภัย) ดูก่อนพระราชกุมาร พระสมณโคดมถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้ว จะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้เลย เปรียบเหมือนกระจับเหล็กติดอยู่ในคอของบุรุษ บุรุษนั้นจะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้ ฉันใด ดูก่อนราชกุมาร พระสมณโคดมก็ฉันนั้น ถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้ว จะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้เลย [ค] วาจาที่ประกอบด้วยประโยชน์ (๑) สมัยนั้นแล เด็กอ่อนได้แต่นอน นั่งอยู่บนตักของอภัยราชกุมาร (๒) ลําดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะอภัยราชกุมารว่า (๒.๑) พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร ท่านจะสําคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ถ้ากุมารนี้อาศัยความเผลอของพระองค์ หรือของหญิงพี่เลี้ยง พึงนําไม้หรือก้อนกรวดมาใส่ในปาก พระองค์จะพึงทําเด็กนั้นอย่างไร -> อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันจะพึงนําออกเสีย -- ถ้าหม่อมฉันไม่อาจจะนําออกได้แต่ทีแรก หม่อมฉันก็จะเอามือซ้ายประคองศีรษะแล้วงอนิ้วมือขวา ควักไม้หรือก้อนกรวดแม้พร้อมด้วยเลือดออกเสีย -- ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะหม่อมฉันมีความเอ็นดูในกุมาร (๒.๒) พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร ตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน ต้องเล็งวาจาจริง มิจริง; มีประโยชน์หรือมิมี; พิจารณากาลที่เหมาสมด้วยจึงจะพยากรณ์ มี ๖ ทาง คือ (๒.๒.๑) ย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้, ไม่ประกอบด้วยประโยชน์, และวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น -- ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น (๒.๒.๒) อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้; แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์; และวาจาไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น -- ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น (๒.๒.๓) อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้; และประกอบด้วยประโยชน์; แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น; ในข้อนั้น -- ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น (๒.๒.๔) ตถาคตย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้; ไม่ประกอบด้วยประโยชน์; แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น -- ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น (๒.๒.๕) ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้; ไม่ประกอบด้วยประโยชน์; แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น -- ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น (๒.๒.๖) อนึ่ง ตถาคตย่อมรู้วาจาที่จริง ที่แท้; ประกอบด้วยประโยชน์; และวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ในข้อนั้น -- ตถาคตย่อมรู้กาลที่จะพยากรณ์วาจานั้น (๓) ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะตถาคตมีความเอ็นดูในสัตว์ทั้งหลาย [ง] พุทธปฏิภาณ (๑) อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กษัตริย์ผู้บัณฑิตก็ดี; พราหมณ์ผู้บัณฑิตก็ดี; คฤหบดีผู้บัณฑิตก็ดี; สมณะผู้บัณฑิตก็ดี; ผูกปัญหาแล้วเข้ามาเฝ้าทูลถามพระตถาคต -> การพยากรณ์ปัญหาของบัณฑิตเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรึกด้วยพระหฤทัยไว้ก่อนว่า บัณฑิตทั้งหลายจักเข้ามาเฝ้าเราแล้วทูลถามอย่างนี้ -> เราอันบัณฑิตเหล่านั้นทูลถามอย่างนี้แล้ว จักพยากรณ์อย่างนี้ -> หรือว่าพยากรณ์นั้นมาปรากฏแจ่มแจ้งกะพระตถาคตโดยทันที (๒) พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร ถ้าอย่างนั้น ในข้อนี้ อาตมภาพจักกลับถามพระองค์บ้าง ข้อนี้ควรแก่พระองค์อย่างใด พระองค์พึงพยากรณ์ข้อนั้นอย่างนั้น -> ดูก่อนราชกุมาร พระองค์จะสําคัญความข้อนั้นเป็นไฉน พระองค์เป็นผู้ฉลาดในส่วนน้อยใหญ่ของรถหรือ -> อย่างนั้น พระเจ้าข้า หม่อมฉันเป็นผู้ฉลาดในส่วนน้อยใหญ่ของรถ |
||
|
44
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 06:23:22 AM
|
||
| เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร | ||
![]() ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร มรดกโลก มรดกไทย สุโขทัย ประวัติศาสตร์ ราชพลี อยุธยา เมืองคนดี ถิ่นสยาม ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ระบือนาม ตระการงาม บ้านเชียง โบราณคดี ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ สุขสราญ ป่าแก่งกระจาน ไกลกว้าง ตามวิถี ศรีเทพ เด่นงาม ประเพณี ภูพระบาท สุขฤดี ตระการตา พระมหาธาตุ นครศรี ถิ่นแหลมทอง แสนเรืองรอง สมมาตร ปรารถนา เป็นเก้าแห่ง มรดก แห่งโลกา งามโสภา รักษาไว้ ให้กว้างไกล มรดกโลก มรดกไทย ใจรับรู้ โลกเชิดชู สยาม งามสดใส รู้รักษา มรดก ปวงชาวไทย ให้ปลอดภัย ไร้รุกราน มารผจญ คนเรียนไพร ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ |
||
|
45
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: โคลงสี่สุภาพ...- ๒๘ ก.ค. เฉลิมพระชนมพรรษา ร. ๑๐ -
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 12:00:03 AM
|
|||||||||||||||||||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | |||||||||||||||||||
![]() - ถวายพระพรชัยมงคล - พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร. ๑๐) เนื่องในศุภวารมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๔ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้ดูแลและสมาชิกเว็ปไซต์บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล ประพันธ์ถวาย |
|||||||||||||||||||
|
46
เมื่อ: 27, กรกฎาคม, 2569, 11:33:41 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
รีบวิ่งไปต่อแถวเข้าแนวชะเง้อ หวังเจอะเจอแม่ค้า... เอ๊ยย ผิด ๆๆๆ เอาใหม่ ๆๆ รีบวิ่งไปต่อแถวเข้าแนวชะเง้อ หวังเจอะเจอขนมอร่อยยืนคอยไหว ![]() |
||
|
47
เมื่อ: 27, กรกฎาคม, 2569, 07:35:12 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
เห็นอยู่โน้นร้านเก่าเข้าแถวรอ แม่ค้าก็สวยดีนี่ขนมไทย ![]() |
||
|
48
เมื่อ: 27, กรกฎาคม, 2569, 01:30:00 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๓/๕) ประมวลธรรม : ๗๔.อภยราชกุมารสูตร อภยราชกุมารสูตร ว่าด้วยอภัยราชกุมาร [ก] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ (๑) ครั้งนั้น พระราชกุมารพระนามว่า อภัย เสด็จเข้าไปหานิครนถ์นาฏบุตรถึงที่อยู่ ทรงอภิวาทนิครนถ์นาฏบุตรแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง (๒) นิครนถ์นาฏบุตรได้ทูลอภัยราชกุมารว่า ไปเถิด พระราชกุมาร เชิญพระองค์ทรงยกวาทะแก่พระสมณโคดม กิตติศัพท์อันงามของพระองค์จักระบือไปว่า อภัยราชกุมารทรงยกวาทะแก่สมณโคดมผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ (๓) อภัยราชกุมารตรัสถามว่า ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าจะยกวาทะแก่พระสมณโคดม ผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากอย่างนี้ ได้อย่างไร (๔) นิครนถ์นาฏบุตรทูลว่า จงไปทูลถามพระสมณโคดม ๒ คำถามอย่างนี้ว่า (๔.๑) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตจะพึงตรัสพระวาจาอันไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่นบ้างหรือหนอ -> ถ้าพระสมณโคดมถูกถามอย่างนี้แล้ว จะทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูก่อนราชกุมาร ตถาคตพึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น -> ดังนี้ไซร้ พระองค์พึงทูลพระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น การกระทําของพระองค์จะต่างอะไรจากปุถุชนเล่า เพราะแม้ปุถุชนก็พึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น (๔.๒) ถ้าพระสมณโคดมถูกถามอย่างนี้แล้ว จะทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูก่อนราชกุมาร ตถาคตไม่พึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น -> ดังนี้ไซร้ พระองค์พึงทูลพระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น อย่างไรพระองค์จึงทรงพยากรณ์พระเทวทัตว่า เทวทัตจักเกิดในอบาย จักเกิดในนรก ตั้งอยู่สิ้นกัปหนึ่ง เป็นผู้อันใครๆ เยียวยาไม่ได้ ดังนี้ เพราะพระวาจาของพระองค์นั้น พระเทวทัตโกรธ เสียใจ -> ดูก่อนพระราชกุมาร พระสมณโคดมถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้ว จะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้เลย เปรียบเหมือนกระจับเหล็กติดอยู่ในคอของบุรุษ บุรุษนั้นจะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้ ฉันใด ดูก่อนราชกุมาร พระสมณโคดมก็ฉันนั้น ถูกพระองค์ทูลถามปัญหาสองเงื่อนนี้แล้วจะไม่อาจกลืนเข้า ไม่อาจคายออกได้เลย (๕) อภัยราชกุมารรับคํานิครนถ์นาฏบุตรแล้วเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง -> ครั้นแล้ว ทรงแหงนดูพระอาทิตย์ทรงพระดําริว่า วันนี้มิใช่กาลจะยกวาทะแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า วันพรุ่งนี้เถิด เราจักยกวาทะแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าในนิเวศน์ของเรา ดังนี้แล้ว -> จึงกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระองค์เป็นที่ ๔ จงทรงรับภัตตาหารของหม่อมฉัน เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ -> เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของอภัยราชกุมาร ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้ ลําดับนั้น อภัยราชกุมารทรงอังคาสพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยขาทนียโภชนียะอันประณีต ให้อิ่มหนําเพียงพอด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง [ข] วาจาที่ไม่เป็นที่รัก (๑) อภัยราชกุมาร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตจะพึงตรัสพระวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจของคนอื่นบ้างหรือหนอ -> พระพุทธเจ้า : ในปัญหาข้อนี้ จะวิสัชนาโดยส่วนเดียวมิได้ -> อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะปัญหาข้อนี้ พวกนิครนถ์ได้ฉิบหายแล้ว -> พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร เหตุไฉนพระองค์จึงตรัสอย่างนี้เล่า -> อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่พูดว่า พวกนิครนถ์ได้ฉิบหายแล้ว เพราะนิครนถ์นาฏบุตร แนะข้าพระองค์มายกวาทะแก่พระสมณโคดม เพื่อว่าจะมีกิตติศัพท์ว่ายกวาทะแก่พระสมณโคดม ผู้มีฤทธิ์มากมีอานุภาพมาก โดยนิครนถ์นาฏบุตรได้ตั้งคำถามมาให้ ๒ คำถาม (๒) คำถามแรก -> อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตจะพึงตรัสพระวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่นบ้างหรือหนอ -> พระพุทธเจ้า : แล้วพระสมณโคดม จะทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า 'ตถาคตพึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น' -> อภัยราชกุมาร : ดังนี้ไซร้ พระองค์พึงทูลพระสมณโคดมอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเป็นอย่างนั้น การกระทําของพระองค์จะต่างอะไรจากปุถุชนเล่า เพราะแม้ปุถุชนก็กล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น |
||
|
49
เมื่อ: 27, กรกฎาคม, 2569, 09:15:51 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒/๕) ประมวลธรรม : ๗๔.อภยราชกุมารสูตร ๑๗.ซิเหตุก็กลับลุบริพัตร......................วจะชัดพระพุทธ์ฯกลาย วิสัชนาเลาะพหุหลาย...............................นิรตอบซิหนึ่งเอย ๑๘.เผยมีเด็กอ่อนแล้............................นอนครา บนตักอภัยฯหนา......................................ตื่นแล้ว เด็กซนหยิบกรวดมา.................................อมใส่ ปากเอย พระพุทธ์ฯถามอภัยฯแกล้ว........................จุ่งแก้ไขไฉน ๑๙."อภัยฯ"สิทูลจะรยะล้วง....................ผิมิล่วงวจะควักไว เจาะศีรษะแหงนและมละไส.......................ผิวะเสียซิเลือดแฉ ๒๐.แล"อภัยฯ"ตอบแท้...........................คิดตรอง รักษ์ชีพ เพราะเมตตาเด็กปอง.................................ช่วยพร้อม พุทธ์องค์ตรัสครรลอง................................ดุงดั่ง ตถาคต ตรัสแต่คำประโยชน์น้อม............................เพ่งด้วยเหมาะกาล ๒๑.พระพุทธ์ฯตริ"เลือก ฉ นิรตรัส............วจะชัดเจาะกล่าว"ขาน "วจีมิจริง,ลิหิตะกราน..................................ปิยะไร้มิตรัส"เผย ๒๒.เปรย"วาจาที่แท้................................มีจริง บ ประโยชน์" "ชนเพ่งมิชอบอิง........................................เพิกถ้อย" "วจีจริงเด่นพาดพิง.....................................ประโยชน์มาก" "ชนไม่ชอบใจคล้อย...................................เลือกแล้วกาลสม ๒๓."วจีมิจริงลิคุณะครัน..........................วจะนั้นนิกรชม" "และชอบรตีลุปิยะขรม...............................ก็พระองค์มิเอ่ยหนา ๒๔.ครา"วาจาที่แท้..................................จริงแล บ ประโยชน์" "ชนชื่นวจีแฉ...............................................เพิกถ้อย" "วาจาเด่นจริงแด.........................................ประโยชน์ มากนา" ชนเพ่งรัก,ชอบช้อย.....................................ตรัสพร้อมเหมาะกาล" ๒๕.พระพุทธ์ฯสิเมตตะนฤชัด...................เหมาะเจาะตรัสซิกาลขาน วจีฉะนั้นจะประลุพาน..................................พหุผลเจริญแฉ ๒๖.แล"อภัยฯ"จ่อแท้................................ถามนา บัณฑิต,กษัตริย์หนา....................................มุ่งไซร้ ปัญหาผูกถามมา.........................................หลายหลาก "ทรงจัดเตรียมทำไว้"..................................."ไม่ได้เตรียมหรือ" ๒๗."พระพุทธะ"ถามวะพระอภัยฯ..............ภวไซร้ซิฝึกปรือ กะราชรถเจาะทยะครือ................................ประลุเชี่ยวและชาญเผย ๒๘.พระอภ้ยฯเปรยกล่าวถ้อย...................ชำนาญ ราชรถ พระพุทธ์องค์ถามกราน................................ชื่อไซร้ หากใครสอบถามพาน..................................เตรียมก่อน หรือชื่อคงทราบได้......................................แจ่มแจ้งเร็วหนอ ๒๙.อภัยฯฉลาดภณะ"พระพุทธ์ฯ..............ภวรุดซิรถจ่อ จะถามอะไรก็ประลุขอ.................................ก็จะตอบสิทันควัน ๓๐.ครันตถาคตแล้..................................เหมือนครา อภัยฯ บัณฑิต,กษัตริย์ถามมา................................ตอบได้ มี"ธรรมธาตุ"เกิดหนา...................................สะอาดจิต ปราศกิเลส ถามทุกรายลุไซร้........................................แจ่มแจ้งจริงเผย ๓๑."อภัยฯ"ซิทูลวทะ"พระพุทธ์ฯ"..............รุจิรุดจะแจ้งเอ่ย จะเปรียบสิชี้อนยเสย...................................นฤหลงซิมรรคา ๓๒.คราตามประทีปแล้ว...........................มืดมน หมดไป พระพุทธ์ฯแจงธรรมยล................................หลากแล้ อภัยฯประกาศตน........................................อุบาสก ถึงรัตน์ตรัยโดยแท้......................................ชีพนี้ตลอดหนา ฯ|ะ แสงประภัสสร ๘. อภยราชกุมารสูตร ว่าด้วยอภัยราชกุมาร [เล่มที่ ๒๐] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/haJMC6rUDo8wavQeS |
||
|
50
เมื่อ: 26, กรกฎาคม, 2569, 10:14:03 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
รีบวิ่งหาทันใดไม่เอ้อระเหย หนมแม่เอ๊ยมีขายตรงไหนหนอ ![]() |
||





