Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
 41 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 11:39:10 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

รอค่อยคิดแผนใหม่อีกหลายวัน     ตอนนี้นั้นกิน-นอน หย่อนสายตา
 

 42 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 09:28:55 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

สักวาเรียกก่อนนอนอยู่ไหน
มาเร็วไวโชว์ตัวอย่ามัวเขิน
เพื่อนบ้านน้อยคอยท่าอย่ามัวเดิน
ยืดยาดเกินไปหน่อยเขาคอยนาน
ชื่ออะไรถามไปก็ไม่ตอบ
ตั้งตามชอบ"ส้มโอ"ดีไหมท่าน
เป็นตัวผู้แสนรู้และชำนาญ
อ้อนมนุษย์ทั้งบ้านสำราญเอย

 

น่าจะเป็นแมวที่มีเจ้าของเลี้ยง แล้วพลัดหลงมานะคะ
เพราะเนื้อตัวสะอาดดี ไม่เหมือนแมวจรเลย
หล่อซะด้วย ไม่รู้จะมาอยู่ด้วยนานไหม อิอิ



 43 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 09:17:37 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

กินประชดหุ่นโอ่งฉลองรุ่ง       ส่วนเรื่องพุงปล่อยก่อนเถอะผ่อนผัน 

 44 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 08:31:19 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์




   " คุ ก กี้ ห น อ น "


    เนยกับนมผสมแป้งบวกแรงปั้น
    รวมตัวกันเกลียวกลมขนมหวาน
    หนึ่งแนวร่วมรุมสกรัมคือน้ำตาล
    สองตู้อบผู้เชี่ยวชาญด้านความร้อน

    ตวงชั่งตามน้ำหนักตักลงใส่
    ภาชนะใหญ่เทแป้งตะแกรงร่อน
    น้ำตาลนม-เนยน้ำตามขั้นตอน
    ดั้มไปก่อนนำแป้งเคล้าคลุกกัน

     ตี-นวด-ตบเต็มแรงแป้งที่ได้
    สาสมใจได้เวลานำมาปั้น
    สับปะรดตามส่วนกวนก่อนนั้น
    ประติมากรรมรังสรรค์ จากใจเรา

    ตู้อบพร้อมปรับอีกครั้งตั้งองศา
    ถึง  เวลาแล้วนะจะโดนเผา
    คุกกี้หนอนนอนเรียงอยู่ในเตา
    หอมอบอวลยั่วเย้าเคล้านมเนย
   
    กันต์กรีนซี
    ๑๑/๙/๒๕๖๙






 45 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 02:39:33 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๗๙ : มหามาลุงกโยวาทสูตร (สูตรว่าด้วยประทานโอวาทแก่พระมาลุงกย สูตรใหญ่)

วสันตภุชงคฉันท์ ๑๔/โคลงสี่สุภาพ

    ๑.กราบพุทธ์เจ้าพระอรหันต์.......................กรุณดั้นประชา,สงฆ์
เป็นศาสดาพิริยะบ่ง.......................................ตริสั่งสอนอดุลย์ธรรม

    ๒.ทรงนำอริยสัจสี่พร้อม.............................แสดงแล
ธรรมผลักทุกข์เข็ญแฉ...................................ล่วงแล้ว
ชน,สาวกทราบแด..........................................ลุแน่ว อรหันต์
มิกลับมาเกิดแป้ว............................................กล่าวทั้งภพสาม

    ๓.คราวพุทธเจ้าลุจระเกร่............................."วิหารเชตวัน"ราม
สาวกลุเฝ้าเจาะสุตะความ................................กะ"โอรัมยะสังฯ"แล

    ๔.แฉพุทธ์องค์มุ่งแท้....................................ถามครา ภิกขุ
ทรงเทศน์"โอรัมภาฯ".......................................ก่อนนี้
มีใครจุ่งจำหนา................................................รายละเอียด
ตอบรี่",มาลุงฯ"ชี้..............................................บ่งห้า"โอรัมฯ"

   ๕."มาลุงฯ"เจาะปัญจมะสิฉาย.........................ลุ"สักกายฯ"ซิยึดทำ
"สีลัพฯ,ระแวง,วิจิฯ"กระหน่ำ..............................ปะ"กามราคะ,ฆาต"เผย

    ๖.พุทธ์องค์เคยกล่าวไว้................................ยึดตน สักกายฯ
เดียรถีย์เถียงยล..............................................เกี่ยงแย้ง
ทารกไม่คิดดล.................................................ยึดมั่น ตัวตน
จะก่อสักกายฯแสร้ง.........................................เกิดได้ไฉน

     ๗.พุทธ์เจ้าสิตรัสผิศิศุชี้................................จะไม่มีตริ"ตน"ได้
แต่มีกิเลสเลาะอนุสัย........................................ณ ตอนโตจะทำงาน

    ๘.พุทธ์องค์กรานถูกต้อง...............................สงสัย "วิจิกิจฯ"
เด็กอ่อนมิคิดใด...............................................นิ่งเฝ้า
กิเลสนิ่งนอนไกล.............................................เฉยอยู่
เติบใหญ่มีเหตุเร้า............................................จึ่งพร้อมแสดงหนา

    ๙.ศีลหลายมิมีกะศิศุฉาย..............................เพราะนอนหงายมิคิดกล้า
"สีลัพฯ"มิเกิดอภวคว้า......................................กิเลสนอนกะเด็กแล

    ๑๐.แฉกามอันอื่นนั้น....................................พอใจ "กามฉันทะ"
เด็กไม่มีรักใด..................................................นิ่งแท้
"กามราคะ"นอนไป...........................................มิตื่น
เติบใหญ่เหตุครบแล้........................................จุ่งพร้อมทำการ

    ๑๑.เด็กอ่อนมิคิดปะทะกะใคร.......................เพราะห่างไกลจะคิดพาล
แต่เชื้อกิเลสศยณะขาน...................................ซินอนแฝงชลอเผย

    ๑๒.อานนท์เปรยพุทธ์เจ้า.............................เทศนา "โอรัมฯ"
ตัดกิเลสถาวรครา...........................................มุ่งห้า
พุทธ์องค์บ่งกิเลสมา........................................ชนไป่ ฟังธรรม
มิชิธรรมขาดล้า..............................................กิเลสท้นตัวตน

    ๑๓."สักกายฯ"สิรุมหทยะชัด.........................อุบายตัดละไม่ยล
"สักกายกิเลสปะปุถุชน....................................จะถูกรัด ณ วัฏเวียน

    ๑๔.จิตคนเถียรรัดด้วย................................."วิจิกิจฉา สงสัย"
"สังโยชน์ฯ"ผูกมัดครา......................................คุดคู้
ลังเลรัตน์ตรัยพา.............................................จิตห่าง โลกธรรม
พลังไม่มีจะสู้...................................................ตัดแลัวขจัดไกล
 
   ๑๕."สีลัพฯ"สิทำหทยะจด..............................เจาะ"ศีล,พรตและงามไข
เชื่อว่าพิธีจะหิตะไซร้.......................................สะอาดทุกข์มลานเผย

    ๑๖.เปรยชนมิห่อนรู้.....................................กับอุบาย สลัดออก
สีลัพฯสังโยชน์ฉาย.........................................ผูกแท้
กำลังแกร่งจะตัดวาย.......................................ควรจ่อ ธรรมสูง
เจริญมรรคแปดครบแล้...................................ตัดสิ้นกิเลสแฉ

 46 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ รอการบันทึก ๛
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 10:04:01 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ครั้นฝนซาฟ้าหม่นก็พ้นผ่าน
เหลือรอยธารพร่างงามยามรุ่งสาง
เงาอดีตเลือนลับกับฟ้าจาง
ครั้นปล่อยวาง ทุกข์เลือนเหมือนฝนซา

〆  ลิตเติลเกิร์ล  〆

° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

 47 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...สัญญาใจ ღ
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 09:43:00 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...สัญญาใจ ღ

คำสัญญาคราฝากจากวันนั้น
ยังอุ่นขวัญประพรมกลางลมหวน
แม้ทางไกลใจนี้มิเรรวน
ยังอบอวลอุ่นรักมิพักวาง

หากรักร้าวคราวเธอเผลอแปรผัน
เหลือเพียงฉันกับเงาเศร้าไม่สร่าง
แม้ดาวเดือนเลื่อนลับกับฟ้าจาง
มิอาจขวางรักคราสัญญาใจ

แม้ความตายหมายพรากจากอ้อมกอด
ยังพร่ำพลอดกอดขวัญมิหวั่นไหว
จะเกิดดับลับร่างสักครั้งใด
ยังเก็บไว้คำมั่นนิรันดร

“คำสัญญาอยู่ในวันนั้น…การรักษามันอยู่ในวันนี้”

     ₰  ลิตเติลเกิร์ล  ₰

✧・゚: *✧・゚:*✧・゚: *✧・゚:*

♬  สัญญาใจ  ♬

ศิลปินต้นฉบับคือ เกศรา สุดประเสริฐ



 48 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 11, กันยายน, 2569, 09:15:53 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๕) ประมวลธรรม : ๗๘.จูฬราหุโลวาทสูตร

(๘) ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘วจีกรรมที่เราทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> วจีกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก’ วจีกรรมเห็นปานนี้ เธอพึงแสดง เปิดเผย ทำให้ง่าย ในศาสดา หรือในเพื่อนพรหมจารีผู้รู้ทั้งหลาย แล้วสำรวมต่อไป
(๙) แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘วจีกรรมที่เราทำแล้วนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> วจีกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก’ เธอพึงมีปีติและปราโมทย์ สำเหนียกในกุศลธรรมทั้งหลาย ทั้งกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยวจีกรรมนั้นแล
[ง] ทรงสอนให้พิจารณามโนกรรม
(๑) ราหุล ถ้าเธอปรารถนาจะทำกรรมใดทางใจ เธอพึงพิจารณามโนกรรมนั้นเสียก่อนว่า
 -> ‘มโนกรรมที่เราปรารถนาจะทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก กระนั้นหรือ’
(๒) ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราปรารถนาจะทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก’ กรรมทางใจเห็นปานนี้ เธออย่าทำเด็ดขาด
(๓) แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราปรารถนาจะทำนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก’ กรรมทางใจเห็นปานนี้เธอควรทำ
(๔) ราหุล เธอแม้เมื่อกำลังทำกรรมทางใจ ก็พึงพิจารณามโนกรรมนั้นแลว่า ‘มโนกรรมที่เราจะทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก กระนั้นหรือ’
(๕) ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราจะทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก’ เธอพึงละมโนกรรมเห็นปานนี้
(๖) แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราจะทำนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก’ เธอพึงเพิ่มพูนมโนกรรมเห็นปานนี้
(๗) ราหุล แม้เธอทำกรรมทางใจแล้ว ก็พึงพิจารณามโนกรรมนั้นแลว่า ‘มโนกรรมที่เราทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก กระนั้นหรือ’
(๘) ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก’ เธอพึงอึดอัด ระอา รังเกียจมโนกรรมเห็นปานนี้ แล้วสำรวมต่อไป
(๙) แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า ‘มโนกรรมที่เราทำแล้วนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่น ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้ง ๒ ฝ่ายบ้าง
-> มโนกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก’ เธอพึงมีปีติและปราโมทย์ สำเหนียกในกุศลธรรมทั้งหลาย ทั้งกลางวันและกลาง. อยู่ด้วยมโนกรรมนั้นแล
(๑๐) ราหุล สมณะหรือพราหมณ์ เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล ได้ชำระ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมแล้ว
-> สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมดพิจารณาดีแล้วจึงได้ชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจึงได้ชำระวจีกรรม พิจารณาดีแล้วจึงได้ชำระมโนกรรม อย่างนี้
-> แม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอนาคตกาล จักชำระกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
-> สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ก็พิจารณาดีแล้ว
จักชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจักชำระวจีกรรม พิจารณาดีแล้วจักชำระมโนกรรมอย่างนี้แล
(๑๑) ถึงสมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในปัจจุบันกาลกำลัง ชำระกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรมอยู่
~ สมณะหรือพราหมณ์ = ในที่นี้หมายถึงพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือสาวกของพระตถาคต
-> สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ก็พิจารณาดีแล้วจึงชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจึงชำระวจีกรรม พิจารณาดีแล้วจึงชำระมโนกรรม อย่างนี้แล
(๑๒) ราหุล เพราะเหตุนั้นแล เธอพึงสำเหนียกในเรื่องนี้อย่างนี้ว่า ‘เราพิจารณาดีแล้วจักชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจักชำระวจีกรรม พิจารณาดีแล้วจักชำระมโนกรรม’ เธอพึงสำเหนียกอย่างนี้แล
(๑๓) พระผู้มีพระภาคได้ตรัสภาษิตนี้แล้ว ท่านพระราหุลมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล
จูฬราหุโลวาทสูตรที่ ๑ จบ

 49 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 10, กันยายน, 2569, 10:27:30 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

สักวาอยากเห็นเจ้าแมวส้ม
รู้ทางลมเข้าหาฝาตุ่มนั่น
รู้ว่าชาวบ้านน้อยรักสัตว์กัน
รีบสร้างความผูกพันขึ้นทันที
จะหล่อเหลาขนาดไหนอยากใคร่รู้
กลมเหมือนหมูหรือว่าหน้าเหมือนหมี
ว่าแมวส้มให้โชคหากเลี้ยงดี
อย่างน้อยมีเพื่อนเพิ่ม.. เสริมสุขเอย ฯ
 AddEmoticons00935
- Black Sword -
 (หมู มยุรธุชบูรพา)

หากมีเวลาหรือสะดวกเมื่อไร ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างน้าา
 

 50 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 10, กันยายน, 2569, 10:25:43 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

คิดมากมากเหนื่อยจังนั่งก่อนซี      หม่ำกันก่อนก็ดีค่อยว่ากัน
 

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.158 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...