Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
 41 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 11, มิถุนายน, 2569, 06:05:15 PM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 
ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

มณฑล จำเริญพฤกษ์

     เป็นไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดิน จนสิ้นใจ
พัฒนา ประชาไทย ให้สุขสม
ตอบสนอง พระคุณฟ้า ค่านิยม
ชนชื่นชม ด้วยรู้รัก สามัคคี
     เพราะใจภักดิ์ กษัตรา ธิราชเจ้า
เทิดเหนือเกล้า ให้ได้เห็น เป็นสักขี
ทำลายล้าง รุกไล่ เหล่าไพรี
พระภูมี เลื่องลือ คือหลักชัย
     สนองคุณ องค์ราชา ราชดำริ
หวังยุติ ทำร้ายไพร ไร้สดใส
คืนสมดุล สมศักดิ์ศรี ชีวาลัย
คงคู่ไทย ก้องนาม สยามชน
     จักรักษา ให้ดำรง ทรงคุณค่า
ปวารณา กายจิต สมิทธิผล
สร้างอุดม จำเริญพฤกษ์ ทั่วมณฑล
สยามชน รู้สำนึก รฤกคุณ

คนเรียนไพร
๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙

 42 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 11, มิถุนายน, 2569, 06:03:43 PM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 
ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

ไพรคู่ฟ้า

     แต่ครั้งยัง หนุ่มสาว คราววัยรุ่น
เคยว้าวุ่น ทุ่มใจกาย หมายรักษา
ร่วมปกปัก พลิกฟื้น ผืนวนา
ทรงคุณค่า ผืนป่า คู่ฟ้าไทย
     ครั้นก้าวหน้า เติบใหญ่ ในหน้าที่
กายใจพลี สร้างป่า พาสดใส
ให้งดงาม สมนาม ความเป็นไพร
สุขละไม ในแหล่งหล้า สู่สากล
     เมื่อถึงครา ชราวัย ไม้ใกล้ฝั่ง
ยังมุ่งหวัง ไพรสมสุข ทุกแห่งหน
เช้ายันค่ำ ตอกย้ำ สยามชน
ด้วยหวังผล ผู้สืบสาน เจตนา
     จนถึงวัน สุดท้าย ในชีวิต
ทั้งกายจิต ฝากไว้ ใฝ่รักษา
ดำรงอยู่ เคียงคู่ไว้ ไทย-วนา
ตราบดินฟ้า ไม่สลาย มลายไป

คนเรียนไพร
๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๙

 43 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 11, มิถุนายน, 2569, 03:54:54 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๑๐) ประมวลธรรม : ๗๐.โปตลิยสูตร

    ๑๑๖.ภาษิตดล"คห์บดี"............................มีความกระจ่างรู้
ประดุจหงายของกู้......................................แจ่มแจ้งมองเห็น

    ๑๑๗.แสงเจาะสว่างวิกาล.........................ก็ภวพานซิเด่น
นยะประกาศมิเร้น........................................พระอภิธรรม

    ๑๑๘.คำ"คห์บดี"แล..................................แฉขอถึงพุทธ์เจ้า
คราพระธรรม,สงฆ์เกล้า...............................พึ่งแท้ตลอดกาล ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๔. โปตลิยสูตร ว่าด้วยโปตลิยคฤหบดี: [เล่มที่ ๒๐] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
https://share.google/6ptl3yfWVAnA34NdM

โปตลิยสูตร (ว่าด้วยโปตลิยคฤหบดี)
อังคุตตราปชนบท, อังคุตตราปะ = ชื่อแคว้นหนึ่งในชมพูทวีปครั้งพุทธกาล มีเขตติดต่อกับแคว้นอังคะ ที่อยู่ทางตะวันออกของมคธ เมืองหลวงเป็นเพียงนิคมชื่อ อาปณะ
โปตลิยคฤหบดี = โปตลิยะ เคยเป็นคฤหบดีที่มั่งคั่ง
[ก] ธรรมเครื่องตัดโวหาร ๘ ประการ
-> พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี ธรรม ๘ ประการนี้ย่อมเป็นไปเพื่อตัดขาดโวหารในวินัยของพระอริยะ เป็นไฉน
(๑) ปาณาติบาต - พึงละได้เพราะอาศัยการไม่ฆ่าสัตว์
(๒) อทินนาทาน - พึงละได้เพราะอาศัยการถือเอาแต่ของที่เขาให้
(๓) มุสาวาท - พึงละได้เพราะอาศัยวาจาสัตย์
(๔) ปิสุณาวาจา - พึงละได้เพราะอาศัยวาจาไม่ส่อเสียด
(๕) ความโลภจากความกําหนัด - พึงละได้เพราะอาศัยความไม่โลภจากความกําหนัด
(๖) ความโกรธจากการนินทา - พึงละได้เพราะความไม่โกรธด้วยการนินทา
(๗) ความคับแค้นด้วยความโกรธ - พึงละได้เพราะอาศัยความไม่คับแค้นจากความโกรธ
(๘) ความดูหมิ่นท่าน - พึงละได้เพราะอาศัยความไม่ดูหมิ่นท่าน
-> ดูก่อนคฤหบดี ธรรม ๘ ประการนี้แล เรากล่าวโดยย่อ ยังมิได้จําแนกโดยพิสดาร ย่อมเป็นไปเพื่อตัดขาดโวหารในวินัยของพระอริยะ
-> ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความกรุณา จําแนกธรรม ๘ ประการนี้ โดยพิสดารแก่ข้าพเจ้าเถิด
[ข] ธรรมเครื่องตัดโวหาร ๘ ประการ โดยพิสดาร
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี
(๑) ปาณาติบาต - พึงละได้เพราะอาศัยการไม่ฆ่าสัตว์ = เพราะอาศัยอะไร
-> เห็นว่า เราพึงทําปาณาติบาตเพราะเหตุแห่งสังโยชน์เหล่าใด เราจะปฏิบัติเพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์เหล่านั้น
-> อนึ่ง เราพึงทําปาณาติบาต แม้ตนเองพึงติเตียนตนได้ = เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย
-> เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย เมื่อตายไปทุคติเป็นอันหวังได้
-> เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย ปาณาติบาตนี้นั่นแหละ เป็นตัวสังโยชน์ เป็นตัวนิวรณ์
-> อนึ่ง อาสวะที่เป็นเหตุคับแค้นและกระวนกระวายเหล่าใด พึงเกิดขึ้นเพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย
-> เมื่อบุคคลงดเว้นจากปาณาติบาตแล้ว อาสวะที่เป็นเหตุคับแค้นและกระวนกระวายเหล่านั้น ย่อมไม่มี
คําที่เรากล่าวดังนี้ว่า ปาณาติบาตพึงละได้เพราะอาศัยการไม่ฆ่าสัตว์ เรากล่าวเพราะอาศัยข้อนี้
(๒) เรากล่าวว่า อทินนาทานพึงละได้ = เพราะอาศัยการถือเอาแต่ของที่เขาให้ เรากล่าวเพราะอาศัยอะไร
-> ดูก่อนคฤหบดี อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า เราพึงถือเอาของที่เขามิได้ให้ เพราะเหตุแห่งสังโยชน์เหล่าใด เราปฏิบัติเพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์เหล่านั้น
-> อนึ่ง เราพึงถือเอาของที่เขามิได้ให้ แม้ตนเองพึงติเตียนตนได้ เพราะอทินนาทานเป็นปัจจัย
-> วิญญูชนพิจารณาแล้วพึงติเตียนได้ = เพราะอทินนาทานเป็นปัจจัย เมื่อตายไป ทุคติเป็นอันหวังได้
-> เพราะอทินนาทานเป็นปัจจัย อทินนาทานนี้นั่นแหละ เป็นตัวสังโยชน์ เป็นตัวนิวรณ์
-> อนึ่ง อาสวะที่เป็นเหตุคับแค้นและกระวนกระวายเหล่าใด พึงเกิดขึ้น = เพราะอทินนาทานเป็นปัจจัย
-> เมื่อบุคคลงดเว้นจากอทินนาทานแล้ว อาสวะที่เป็นเหตุคับแค้นและกระวนกระวายเหล่านั้น ย่อมไม่มี
คําที่เรากล่าวว่า อทินนาทานพึงละได้ เพราะอาศัยการถือเอาแต่ของที่เขาให้ เรากล่าวเพราะอาศัยข้อนี้

 44 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 10, มิถุนายน, 2569, 07:42:08 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์

 

   #"คู่ชีวิต"


    ผ่านเลยไปพ้นปีที่ฟันฝ่า
    คู่ชีวิตนำพามาถึงฝั่ง
    ขอบคุณหูสองข้างคอยรับฟัง
    ร่วมทุกข์กันหลายครั้ง อุปการะคุณ

    ขอบคุณมือซ้ายขวาทั้งสองข้าง
    ยามเคว้งคว้างคราใดแชร์ไออุ่น
    โอบกอดกายคลายหนาวคราวเจือจุน
    ไอละมุนมือสองปกป้องกัน

    ขอบคุณตาทั้งสองช่วยมองเห็น
    ใช่ประเด็นข้างหนึ่งซึ่งเอียง~สั้น
    เปิดโลกกว้างสร้างตรรกะสารพัน
    วิเคราะห์ทันเท็จ~จริงสิ่งพบพาน

    ขอบคุณเท้าสองข้างย่างเดินก้าว
    สู่หนทางทอดยาวหนาว~ร้อนผ่าน
    ข้ามอดีตของฉันจากวันวาน  
    ทุกสถานเท้าขวา~ซ้ายพาไป

    ทุก~ทุกครั้งช่วยเหลือคอยเกื้อหนุน
    ขอขอบคุณคำนี้ที่มอบให้
    คู่ชีวิตเคียงข้างเส้นทางไกล  
    คอยรับใช้ ไ ม่ เ ก เ ร ทุกเวลา

    กันต์กรีนซี
    ๑๐/๖/๒๕๖๙



 45 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 10, มิถุนายน, 2569, 09:42:22 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๑๐) ประมวลธรรม : ๗๐.โปตลิยสูตร

    ๙๑.พุทธะสิตรัสพระสงฆ์.......................เหมาะจะตริบ่งคุณา
ก็ผิวะ"กาม"สิหนา......................................ประดุจะผล

    ๙๒.ยล"ผล"เปรียบทุกข์มาก...................ยากเข็ญแลคับแค้น
"กาม"โทษกระวนแร้น................................จุ่งแท้โทษเห็น

    ๙๓.ปัญญะลุแจ้งพระสงฆ์.......................เจาะมละตรงประเด็น
พหุ"อุเบกขะ"เร้น.......................................ลุภว"เอก"

    ๙๔.เฉก"อุเบกขา"แล..............................แฉอารมณ์เดี่ยวพร้อม
เป็นที่"ดับยึด"ค้อม.....................................ห่างแล้"กาม"หนา

    ๙๕.พุทธะสิตรัสพระสงฆ์........................ลุสติบ่งพลา
เหมาะเจาะ"อุเบกขะ"กล้า...........................เพราะอภิธรรม

    ๙๖.ธรรมสำคัญ"วิชชา"..........................มีสามพาเยี่ยมแผ้ว
"ระลึกปุพเพฯ"แล้ว.....................................แม่นรู้จริงแฉ หลายชาติ

    ๙๗.ภพสิปะทุกข์คณา.............................ระยะสุขาซิแล้
มรณะ,จุติแฉ..............................................ลุภวหลาย

    ๙๘.พุทธองค์ฉายวิชชา..........................."จุตูปาฯ"กำหนดรู้
การเกิด,ตายกู้............................................จุ่งด้วยผลกรรม ติดตาม

    ๙๙.สงฆ์ประลุจักษุทิพย์...........................มรณะลิบระกำ
และอุปบัติถลำ............................................ปจยะหนา

    ๑๐๐.คราสงฆ์ทราบสัตว์ชิด......................ทุจริตนำแน่แท้
ทำชั่วกาย,ใจแล้..........................................พูดพร้อมติเตียน อริยะ

    ๑๐๑.เขาเจาะลุ"ทิฏฐิ"ผิด.........................มรณะชิดซิเบียน
ทุคติไวเฉวียน.............................................ประลุอบาย

    ๑๐๒.กรายสัตว์สุจริตนำ..........................กระทำดีซึ่งหน้า
กาย,พูด,ใจเลิศกล้า.....................................ไม่แล้ติติง อริยะ

    ๑๐๓.ด้วยพละ"สัมมะทิฏ-.........................ฐิ"ประลุกิจเจาะจริง
มรณะแล้วจะสิง..........................................สุคติแฉ

    ๑๐๔.แลพุทธองค์ตรัส.............................ชัดสงฆ์เจริญเปี่ยมล้น
อุเบกขา,สติด้น...........................................สะอาดแล้มิมี ธรรมเหนือ

    ๑๐๕.สงฆ์ลุจะแจ้ง"วิมุต-..........................ติ"ทวิรุดรุจี
เจาอนะ"อาส์วะ"ลี้.......................................มละกิเลส

    ๑๐๖.พิเศษ"อาสวักฯ"..............................จักมีญาณตรัสรู้
"วิมุตติเจโต"จู้............................................."วิมุตต์แล้ปัญญา" กิเลสวาย

    ๑๐๗.พุทธะริตรัสพิเศษ............................มละกิเลสซิกล้า
อริยะตัดและฆ่า...........................................มุภิทะผอง

    ๑๐๘.พุทธองค์ตรองถามมี........................คหบดีเด่นชี้
อริยะตัดลี้...................................................ท่านแจ้งหรือไฉน

    ๑๐๙.โดยคหบ์ดีสิทูล...............................ก็มิพิบูลย์อะไร
เพราะขณะก่อนซิไกล..................................เจาะพหิรา

    ๑๑๐.คราเป็นเดียร์ถีย์เผย........................เคยเข้าใจผิดแท้
เดียรถีย์ฉลาดแล้.........................................ทราบล้นทุกที

    ๑๑๑.เขาก็ปะคบและเทิด..........................มทะประเสริฐทวี
ก็ภวเดียรถีย์................................................จะมิเฉลียว

    ๑๑๒.เปรียว"คหบดี"ทูล.............................คิดพูนสงฆ์เก่งแล้
ยลผิดมิทราบแท้..........................................ไม่น้อมคลุกคลี

    ๑๑๓.ทราบขณะนี้สิหนา............................"ก็ปริพาฯ"มิชี้
เจาะภวรู้รุจี..................................................มิเหมาะจะคบ

    ๑๑๔.เดียร์ถีย์นบพระสงฆ์.........................คงปัญญาเก่งกล้า
จะเทิดทูนฉลาดหล้า.....................................รอบรู้ครูเผย

    ๑๑๕.โดย"คหบ์ฯ"ทูลพระองค์....................ลุคุณะบ่งนะเอย
เจาพละ"ศรัทธะ"เชย.....................................กะตนุตน

 46 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ฟื้นใจด้วยมือตน
 เมื่อ: 10, มิถุนายน, 2569, 08:36:19 AM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม




ฟื้นใจด้วยมือตน

แผลรอยเก่ากรีดลึกจนนึกหวั่น
ใจดวงนั้นบอบช้ำเกินคำไข
ความผิดหวังกระหน่ำซ้ำรอยใน
เหมือนโลกไร้แสงส่องเฝ้ามองทาง

หยาดน้ำตาไหลรินท่วมถิ่นห้อง
เสียงคร่ำครวญกึกก้องในความว่าง
เศษความรักพังยับจับใจจาง
ทิ้งรอยแผลอ้างว้างอย่างเดียวดาย

พอกันทีความช้ำที่ย่ำยี
เริ่มต้นใหม่นาทีที่เลือนหาย
เก็บเศษใจแหลกลาญกระจัดกระจาย
มาเรียงร้อยความหมายด้วยมือเรา

หยิบความรักร้อยเช่นเป็นเส้นไหม
ถักเย็บแผลดวงใจเลิกโศกเศร้า
ชุบชีวิตทุกวันเพื่อบรรเทา
หัวใจเก่าคลายช่วยด้วยตัวเอง

 AddEmoticons00918
ฝาตุ่ม


 47 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ♥.♥.สมิหลาราตรี.♥.♥
 เมื่อ: 08, มิถุนายน, 2569, 04:25:59 PM 
เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร


♥.♥.สมิหลาราตรี.♥.♥
♥.♥
สมิหลาราตรีนี้เศร้านัก
คนเคยรักพักพิงอิงอกอุ่น
มาห่างหายกลายไปไม่การุณย์
เราหมดบุญหนุนนำช้ำชีวา
♥.♥
รักเราเอ๋ยเคยหวานปานน้ำผึ้ง
หวานสุดซึ้งตรึงใจไห้ร่ำหา
ยามเคียงคู่ดูดาวพราวนภา
สมิหลาราตรีนี้เปลี่ยนไป
♥.♥
คืนฟ้างามยามนี้มีเพียงฉัน
พร่ำรำพันถึงเขาเศร้าหวั่นไหว
แว่วเสียงไก่ใกล้สางอ้างว้างใจ
รุ่งวันใหม่ไกลเขาเฝ้ากังวล
♥.♥
ทะเลงามยามเช้าเขาอยู่ไหน
เขารู้ไหมใครเหงาเศร้าหมองหม่น
ยามไร้คู่อยู่เดียวเปลี่ยวกมล
มองทิวสนทนฝืนกลืนน้ำตา
♥.♥
ฝูงวิหคนกผกผินบินเคียงคู่
จู้ฮุกกรูกู่ก้องร้องเรียกหา
ตะวันแจ้งแสงทองส่องนภา
สกุณาพาคู่จู๋จี๋กัน
♥.♥
สมิหลาฟ้างามยามเช้าตรู่
นกคลอคู่จู๋จี๋มีสุขสันต์
เราไร้คู่อยู่เดียวเปลี่ยวชีวัน
สุริยันดั้นฟ้าว้าเหว่ใจ
♥.♥
ชลนา  ทิชากร



 48 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 08, มิถุนายน, 2569, 09:28:41 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๑๐) ประมวลธรรม : ๗๐.โปตลิยสูตร

    ๖๙.พุทธะจะเปรียบก็"กาม"......................อนลลามระเริง
เจาะทุษะ,ทุกข์สิเจิ่ง....................................มุลิสลาย

    ๗๐.กรายปัญญาเลิศยาตร.......................ตัดขาด"อุเบกฯ"พร้อม
"อุเบกขา"หลายค้อม...................................มุ่งแล้เหลือไข เอกเดียว

    ๗๑.เพียรมุ"อุเบกขะ"หนึ่ง.........................จะมละถึงซิไว
ลิธุวมั่นไถล................................................เจาะอนะ"กาม"

    ๗๒.ความพุทธองค์เปรียบดี......................มีหลุมเพลิงถ่านใกล้
ลึกกว่าตัวคนไซร้........................................ฉุดแท้ลากคน ลงหลุม

    ๗๓.คนก็จะคิดซิแท้.................................มรณะแน่ผจญ
ก็ภวเหตุสิดล..............................................อนลหลุม

    ๗๔."กาม"รุมก็หลุมเพลิง...........................บันเทิงใจยิ่งแล้
โทษ,ทุกข์มิเห็นแท้.......................................เร่งเว้นขาดไว อุเบกขา

    ๗๕.ชนมุ"อุเบกขะ"หลาย..........................มุวตะกลายวิไล
มนะ"อุเบกฯ"สิไข.........................................ลุภว"เอก"

    ๗๖.เฉกเอก"อุเบกขา"...............................อารมณ์เดียวมุ่งแท้
ปลงดับมิยึดแล้............................................ปราศพร้อม"กาม"แฉ

    ๗๗.พุทธะตริเปรียบสิดั้น...........................เพราะนรฝันและแปร
"สระ"และ"วนา"มิแล.....................................ขณะอรุณ

    ๗๘.อดุลย์สงฆ์พิจารณ์.............................กราน"กาม,ฝัน"ดุจแท้
กาม,โทษ,ทุกข์มากแล้..................................คับแค้นใจหนา

    ๗๙.ปัญญะตริจริงฉะนี้..............................ผละมละชี้ กล้า
พหุ"อุเบกฯ ณ หล้า.......................................เจาะประลุ"เอก"

    ๘๐.เฉก"อุเบกขา"มี...................................ดีอารมณ์หนึ่งแท้
เจริญเดี่ยวอารมณ์แล้...................................จุ่งพร้อมดับปลง มิยึด

    ๘๑.พุทธะตริเปรียบสิตน...........................เจาะธนล้นประสงค์
กะเหมาะจะยืมและบ่ง...................................แหละก็จะคืน

    ๘๒.เขาขืนไปเดินโชว์................................คุยโขในตลาดแท้
ชนจุ่งบอกคืนเขาแล้......................................ไม่พริ้งของตน

    ๘๓."กาม"ดุจะทรัพย์มิใช่............................ซิดนุไซร้สกล
จะธุวะคืนยะยล.............................................เพราะธนเขา

    ๘๔.เพราอริยสาวก.....................................จกปัญญายิ่งกล้า
"กาม"เด่นของยืมแจ้ว.....................................ทุกข์แท้โทษหลาย

    ๘๕.เห็นทุษะ,ทุกข์ลุขาด.............................ภวฉลาดซิกราย
พหุ"อุเบกขะ"คลาย........................................เจาะประลุ"เอก"

    ๘๖.เฉกเจริญอุเบกขา.................................อารมณ์เดียวหนึ่งแท้
พาดับเลิก"กาม"แล้.........................................ตัดทิ้งหมดไว

    ๘๗.พุทธะจะเปรียบพิสณฑ์.........................เลาะมหิผลไม้
รสะอร่อยตะไร้..............................................มิชิระหล่น

    ๘๘.มีคนคิดเก็บผล.....................................ปีนกินจนอิ่มแปล้
ครันห่อพกเก็บแท้..........................................กลับบ้านสบาย

    ๘๙.คนประลุสองซิชัด.................................ตะมิถนัดตะกาย
ริภิทะ"โคน"ทลาย...........................................เจาะลุประสงค์

    ๙๐.พุทธ์องค์ตรัสผิเขา................................ตัดทอนเอากิ่งต้น
คนอยู่บนแลด้น..............................................พลาดพลั้งเจ็บพา เหตุพฤกษ์

 49 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 07, มิถุนายน, 2569, 09:00:57 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๓/๑๐) ประมวลธรรม : ๗๐.โปตลิยสูตร

    ๔๖.โลดมิโกรธ,นินทา..............................."อาสวะ"เหตุคับแค้น
ความวุ่นวายใจแร้น......................................ปราศแล้เลยหนา

    ๔๗.แค้นเพราะมุโกรธ,พระพุทธ์ฯ...............วจนะรุดลุกล้า
จะมุละได้คณา.............................................เพราะเจาะละ"โกรธ"

    ๔๘.ขัดเคืองโลดเพราะโกรธ......................ความโกรธโฉดนี่แท้
สังโยชน์,นิวรณ์แล้........................................ผูก,กั้นสัตว์ผล ลุธรรม

    ๔๙."อาสวะ"ก่อสิแค้น.................................หทยะแน่นกระวน
เพราะปะทุ"โกรธ"ถอน...................................ริมละผลาญ

    ๕๐.กรานละความโกรธแล..........................แฉ"อาสวะ"เกิดไร้
ความขัดเคืองใจไซร้......................................จุ่งสิ้นไปเผย

    ๕๑.พุทธะสิตรัสก็"หมิ่น"..............................ตริผละสิ้นนะเอย
เพราะเจาะ"มิหมิ่น"เฉลย.................................จะอวสาน

    ๕๒.กรานเหยียดหยามดูถูก.........................ปลูกปัจจัยเหตุแท้
ดูหมิ่นหยามเขาแท้.........................................ชีพสิ้นจะกราย ทุคติ

    ๕๓."อาสวะ"เหตุทุรน...................................หทยะด้นกระวาย
เพราะภว"หมิ่น"กระจาย..................................ปจยะเผย

    ๕๔.เปรย"ความดูถูก"แล..............................แฉตัวสังโยชน์ดั้น
ตัวนิวรณ์ปิดกั้น..............................................ผูกแล้ปิดขวาง ลุธรรม

    ๕๕.ชนมิลุ"หมิ่น"สิหนา................................ก็อนะ"อาส์วะ"วาง
ภวลุ"แค้น"จะพราง.........................................ปะเหมาะสลาย

    ๕๖.พุทธ์องค์ขยายความแล........................แฉอันธรรมแปดนี้
ยังไม่ตัดหมดชี้..............................................สิ่งทั้งมวลของ อริยะ

    ๕๗.พุทธะเจาะอุปมา..................................ลุภวกล้าและตรอง
วทะก็สัตตะผอง.............................................มิเจาะซิหาย

    ๕๘.ปรายตาสุนัขหิว...................................เดินปลิวโรงฆ่าแท้
นายฆาตโยนกระดูกแล้..................................ปราศเนื้อเลือดมี

    ๕๙.หิวจะยะยงสุนัข...................................จะทุขะจักทวี
และภว"แค้น"จะพี..........................................จะมิมลาน

    ๖๐.กรานอริยสาวก....................................จกพิจารณ์กระดูกแท้
เปรียบเช่น"กาม"ทุกข์แล้................................โทษ,แค้นมากจริง

    ๖๑.สงฆ์ริพิจารณ์ฉลาด..............................ลิปะทะขาดกะสิ่ง
มุเจาะ"อุเบกขะ"ดิ่ง.........................................พหุเจริญ

    ๖๒.เดิน"อุเบกขา"แล..................................แฉดำรงหนึ่งแท้
จงมุ่งอารมณ์แล้.............................................ดับดิ้นยึดถือ

    ๖๓.เปรียบดุจะ"แร้ง,ตะกรุม"........................จะปะทะรุมซิยื้อ
กะอนุเนื้อกระพือ............................................ซิขณะบิน

    ๖๔.อินทรีย์ยินยลหนา.................................ถลาบินแย่งแกล้ว
หากไม่รีบคายแล้ว..........................................จุ่งม้วยมรณา

    ๖๕.พุทธะตริ"กามก็เนื้อ"..............................เจาะทุขะเบื่อระอา
ลุทุษะ,แค้นคณา.............................................มุริพิจารณ์

    ๖๖.ราน"อุเบกขา"หลาย...............................กรายเจริญมากพร้อม
ตัดอุเบกฯ"เหลือน้อม.......................................หนึ่งแท้อารมณ์ ยึดดับ

    ๖๗.พุทธะสิตรัสเจาะครือ.............................ก็นฤถืออุดม
อนลเพลิงเจาะบ่ม............................................รุจิไสว

    ๖๘.ไฟหากมิวางแล......................................แฉเพลิงจะลุกไหม้
ไฟลวกมือ,แขนไซร้..........................................จึ่งม้วยเพราะเพลิง เหตุแล

 50 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / เวลาของชีวิต - โสภณ ศุภมั่งมี
 เมื่อ: 06, มิถุนายน, 2569, 06:30:19 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช





เมื่อวานมีสองเรื่องเกิดขึ้น เป็นเรื่องของชีวิตทั้งคู่ แต่เป็นสองเรื่องของชีวิตที่อยู่คนละขั้ว
.
ตอนเช้าเพื่อนคนหนึ่งทักมาบอกข่าวดีว่าภรรยาของเขากำลังจะมีลูกคนที่สอง ผมแสดงความยินดีกับเขาและยังจำความรู้สึกตอนอ่านข้อความนั้นได้ มันเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้นของชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น
.
แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง ผมก็ได้รับข่าวการจากไปของคนใกล้ตัวอีกคนหนึ่งที่จากไปอย่างกะทันหัน ในวัยที่ยังไม่มากนัก อาการใจหายวูบลงไปตาตุ่มนี่ทำให้รู้สึกโหวงในอกไปพักใหญ่เลย
.
ชีวิตหนึ่งกำลังจะเดินเข้ามา อีกชีวิตหนึ่งเพิ่งเดินทางออกไป
.
ทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นในวันธรรมดาวันเดียวกัน ราวกับใครบางคนตั้งใจวางมันไว้ข้างกันเพื่อให้ผมได้มองเห็นทั้งสองด้านของเหรียญพร้อมกัน
.
เรารู้กันอยู่แล้วว่าจุดจบของชีวิตจะมาถึงเราทุกคนในสักวันหนึ่ง แต่พอมันเกิดขึ้นจริงกับคนที่อยู่ใกล้ตัว ความรู้ที่เคยมีอยู่ในหัวก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย มันยังใจหายอยู่ดี ชีวิตของเราเปราะบางกว่าที่เราชอบนึกถึงมาก และความจริงที่ยากที่สุดข้อหนึ่งคือ เราไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่
.
เข้าใจว่ามันจะเกิด ไม่ได้หมายถึงเราพร้อมเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริงๆ
.
เพื่อนคนหนึ่งเคยเล่าภาพเปรียบที่ผมไม่เคยลืม เขาบอกว่าพระเจ้าสร้างเรามาบนโลกใบนี้เหมือนรถยนต์คันหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่พระองค์ไม่ได้บอกเรา นั่นคือแต่ละคนมีน้ำมันเหลืออยู่ในถังเท่าไหร่ เราต่างขับรถของตัวเองออกไปข้างหน้าทุกวันโดยไม่รู้ว่าเข็มจะตกถึงขีดแดงตอนไหน บางคันวิ่งได้ยาวนาน บางคันดับลงกลางทางโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
.
ในวันที่มีถังน้ำมันใบใหม่กำลังถูกเติมให้เต็มเพื่อพร้อมออกเดินทาง ก็มีอีกใบหนึ่งที่น้ำมันหมดลงอย่างเงียบ ๆ
.
มันทำให้เห็นว่าชีวิตช่างเปราะบางและแสนสั้นเหลือเกิน
.
"ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ถึงอายุแปดสิบปี คุณจะมีเวลาอยู่บนโลกนี้ราวสี่พันสัปดาห์เท่านั้น"
.
โอลิเวอร์ เบิร์กแมน (Oliver Burkeman) นำความความสั้นของชีวิตมาแปลงเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ในหนังสือ Four Thousand Weeks
.
สี่พันสัปดาห์ ฟังเผิน ๆ เหมือนเยอะ แต่พอเอาไปเทียบกับสิ่งที่เราอยากทำทั้งหมดในชีวิต มันกลับน้อยจนน่าตกใจ และอย่าลืมนะว่านั่นคือกรณีที่เราโชคดีพอจะมีชีวิตอยู่ถึงแปดสิบ ในขณะที่สุขภาพยังแข็งแรงพอที่จะทำอะไรที่อยากทำด้วย
.
คนใกล้ตัวของผมที่เพิ่งจากไปไม่ได้มีครบสี่พันสัปดาห์ด้วยซ้ำ ถังน้ำมันของเขาหมดลงก่อนที่ใครจะคาดคิด
.
สิ่งที่เบิร์กแมนชี้ให้เห็นต่อจากนั้นน่าสนใจมาก เขาบอกว่าเมื่อเรารู้ว่าเวลามีน้อย ปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่คือพยายามอัดให้ได้มากที่สุด เราหาวิธีทำงานให้เร็วขึ้น จัดตารางให้แน่นขึ้น ไล่ตามรายการสิ่งที่ต้องทำที่ยาวไม่มีวันจบ เราเชื่อว่าถ้าขยันมากพอ สักวันเราจะจัดการทุกอย่างได้หมดแล้วค่อยมีความสุข
.
แต่ตรงนี้แหละคือกับดัก เพราะวันที่เราจัดการทุกอย่างได้หมดนั้นไม่มีวันมาถึงครับ
.
ยิ่งเราทำเสร็จเร็วเท่าไหร่ งานใหม่ก็ยิ่งไหลเข้ามาแทนที่เร็วเท่านั้น ยิ่งพยายามควบคุมเวลาให้อยู่หมัด เรากลับยิ่งรู้สึกว่าชีวิตเร่งรีบกว่าเดิม เรากลายเป็นคนที่ติดเครื่องรถทิ้งไว้ตลอดเวลา เผาผลาญน้ำมันไปกับการเร่งเครื่องอยู่กับที่ โดยไม่เคยหยุดถามว่าจริง ๆ แล้วเราอยากขับไปไหนกันแน่
.
แต่ผมว่าเหตุผลที่ทำให้ผมชอบหนังสือเล่มนี้คือการพลิกมุมมองของเบิร์กแมนที่ชวนให้เรามองความจำกัดของเวลาเสียใหม่ แทนที่จะเห็นมันเป็นปัญหาที่ต้องกำจัดให้พ้นทาง เขาเสนอว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมายตั้งแต่ต้น
.
ลองคิดดูว่าถ้าเรามีเวลาไม่จำกัด มีสัปดาห์ให้ใช้ได้ไม่รู้จบ การเลือกทำอะไรสักอย่างก็จะไม่มีน้ำหนักอะไรเลย เพราะทุกสิ่งที่เราเลื่อนออกไป เราก็ยังทำได้อยู่ดีในอนาคตที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด ความหมายของการเลือกเกิดขึ้นได้ก็เพราะเวลามีจำกัดนี่เอง ทุกครั้งที่เราหยิบสัปดาห์หนึ่งไปใช้กับสิ่งหนึ่ง เรากำลังบอกลาสิ่งอื่นอีกนับไม่ถ้วนไปพร้อมกัน และการบอกลานั้นเองที่ทำให้สิ่งที่เราเลือกมีค่าขึ้นมา
.
น้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัดในถังคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เราต้องคิดให้ดีว่าจะขับไปทางไหน
.
ถ้าเติมได้ไม่อั้น เราคงขับวนไปเรื่อยโดยไม่ต้องเลือกปลายทางใดเลย
.
เมื่อมองแบบนี้ คำถามสำคัญก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เราถามว่าจะทำยังไงให้อัดทุกอย่างลงในชีวิตได้หมด กลายเป็นคำถามที่ตรงและสำคัญกว่าว่า มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นแหละที่สมควรได้รับเวลาสัปดาห์อันมีค่าของเราจริง ๆ ถูกไหม?
.
เบิร์กแมนบอกว่าการยอมรับว่าเราจะพลาดเรื่องส่วนใหญ่ในโลกนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น (เพราะยังไงเราก็มีเวลาไม่มากพอ) แท้จริงแล้วคืออิสรภาพอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อเราเลิกพยายามไขว่คว้าทุกอย่าง เราถึงจะมีพื้นที่พอจะอยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุดได้อย่างเต็มหัวใจ
.
ผมกลับมานึกถึงสองเรื่องของเมื่อวานอีกครั้ง เด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกคนนั้นกำลังจะได้รับถังน้ำมันใบใหม่ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเต็มแค่ไหน ส่วนคนที่เพิ่งจากไปได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเข็มน้ำมันตกถึงขีดแดงได้เร็วกว่าที่เราคาดเสมอ และระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดนั้น เราทุกคนที่กำลังขับรถของตัวเองอยู่ โดยไม่มีใครได้เห็นมาตรวัดของตัวเอง
.
ความจริงข้อนี้ไม่ได้มีไว้ให้เรากลัวหรือรีบเร่งทำทุกอย่างเพราะความกลัว มันมีไว้เตือนเราต่างหากว่า ในเมื่อเราเติมน้ำมันเพิ่มไม่ได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหลืออีกเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่อยู่ในมือเราจริง ๆ ก็คือการเลือกว่าจะขับสัปดาห์ที่เหลืออยู่นี้ไปทางไหน และจะขับมันไปกับใคร
.
สี่พันสัปดาห์อาจเป็นตัวเลขที่เราไม่มีทางไปถึง หรืออาจมากกว่าที่เราจะได้จริง แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเหลือเท่าไหร่ สัปดาห์ที่สำคัญที่สุดก็คือสัปดาห์นี้ และวันที่สำคัญที่สุดก็คือวันนี้ วันที่เรายังมีน้ำมันพอจะออกรถ และยังมีคนให้เราขับไปหาได้
.
"ชีวิตของเรานั้น ด้วยความที่มันมีจุดสิ้นสุด” เบิร์กแมนอธิบาย “ย่อมเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เรากำลังทำมันเป็นครั้งสุดท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับที่จะต้องมีครั้งสุดท้ายที่ผมได้อุ้มลูกชายขึ้นมา ความคิดนี้ทำให้ผมขนลุก แต่ก็ยากจะปฏิเสธ เพราะผมคงไม่ได้อุ้มเขาอีกแล้วตอนที่เขาอายุสามสิบ และก็จะต้องมีครั้งสุดท้ายที่คุณได้กลับไปเยือนบ้านในวัยเด็ก ได้ลงเล่นน้ำทะเล ได้ร่วมรัก หรือได้พูดคุยอย่างลึกซึ้งกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แต่โดยมากแล้ว ในวินาทีนั้นเองเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเรากำลังทำมันเป็นครั้งสุดท้าย […] ด้วยเหตุนี้เราจึงควรปฏิบัติต่อทุกประสบการณ์เหล่านี้ด้วยความเคารพแบบเดียวกับที่เราจะมอบให้ หากรู้ว่านี่คือครั้งสุดท้ายของมัน และในความหมายหนึ่ง ทุกขณะของชีวิตก็คือครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว เมื่อมันมาถึงแล้ว คุณจะไม่มีวันได้มันกลับมาอีก และเมื่อมันผ่านพ้นไป จำนวนขณะที่คุณยังเหลืออยู่ก็จะน้อยลงกว่าเดิมไปอีกหนึ่ง การปฏิบัติต่อทุกขณะเหล่านี้ราวกับเป็นเพียงก้อนหินให้เหยียบข้ามไปสู่ขณะใดขณะหนึ่งในอนาคต คือการแสดงออกถึงความไม่รับรู้สถานการณ์ที่แท้จริงของเราในระดับที่น่าตกตะลึง และคงจะน่าตกตะลึงจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะว่าเราทุกคนต่างก็ทำแบบนี้กันอยู่ตลอดเวลา"
.
- โสภณ ศุภมั่งมี



หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.148 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...