Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
 51 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 02, มีนาคม, 2569, 07:51:41 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


สักวาคืนนี้พระจันทร์เศร้า
เมื่อถูกเงาโลกบังกลางเวหา
จากสีขาวนวลผ่องละอองตา
ค่อยกลายมาเป็นแดงดั่งแสงไฟ
ผู้คนต่างจ้องมองบนท้องฟ้า
ความมืดช้าช้ากลืนจุดลื่นไหล
เหมือนดวงจิตคนเราเหงาตามไป
แต่แล้วไซร้แสงสว่างก็กลับคืน

 



 52 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 02, มีนาคม, 2569, 07:59:29 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๙/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๑๔๓.มรรคแปดสภาวะสิพระธรรม...............ทวินำริสองคระไล
"โลกุตต์ระ,โลกิยะ"เจาะไซร้............................คติเอ่ยจะแย้งละหนา

    ๑๔๔.พาองค์มรรคแปดชี้............................."กามาฯ" มิเป็น
จิตยกเหนือ"กาม"นา.......................................โลกแล้
เจริญแกร่งแรงหนา.........................................แปดครบ องค์มรรค
เป็นหนึ่งเดียวรวมแท้.......................................กิเลสพ้นสงสาร

    ๑๔๕.มรรคแปด บ "รูปะวจะฯ"สม..................ภวพรหมเจาะ"รูป"พะพาน
มรรคแปดมิเกิดศยนะขาน...............................ซิ ณ "โลกิยาฯ"เฉลย

    ๑๔๖.เกยเหมือนมรรคแปดแล้......................มิเป็น "อรูปาฯ"
พรหมรูปมิมีเห็น..............................................เพ่งได้
พรหมขาด"วิตก"ประเด็น.................................จึงไป่ "สังกัปปะ"
มรรคไม่ครบอีกไซร้........................................ไม่พร้องเพรียกหนา

    ๑๔๗.มรรคแปด บ "วัฏฏะทุขะ"ชัด................อุปบัติและตายมิซา
แต่เป็น"วิวัฏฏะ"ภวกล้า.....................................จะผละหนีละเวียนและวน

    ๑๔๘.ยลมรรคแปดเหตุแท้............................ทุกข์หาย ถาวร
นำออกวัฏฏทุกข์วาย........................................ห่างพ้น
ถึงโลกุตร์มรรคกราย........................................เหนือโลก
อวิชชาประหารด้น............................................สู่ห้วงนิพพาน

    ๑๔๙.มรรคแปดสิ"โลกิยะ"ลุผล......................นิรดลซิแน่และกราน
บุคคลเจาะมรรคมิประลุฉาน.............................บริพัตรจะเสื่อมและถอย

    ๑๕๐.คอย"โลกุตรมรรคชี้..............................มีผล ถาวร
ในจิตอริยะดล..................................................เปี่ยมล้น
มรรคแปดผนวกยล...........................................รวมหนึ่ง "สมังคีฯ"
สังโยชน์ตัดวายพ้น...........................................ทุกข์สิ้นนิรวาณ

    ๑๕๑.มรรคแปด บ ธรรมสิอติกว่า....................มรคาซิกลางพะพาน
ตึงหย่อนมิเป็นลุเหมาะเจาะขาน.........................นิรทุกข์เพราะมรรคเฉลย

    ๑๕๒.เชยองค์มรรคแปดไซร้..........................มิทำ โศกใจ
ทางฝ่ายกุศลกรรม............................................ทุกข์พ้น
ธรรมประกอบ"ศีล"นำ........................................"สมาธิ์"เร่ง "ปัญญา"
มีสุข,สงบล้น.....................................................ทุกผู้สราญรมย์ ฯ|ะ

แสงประภัสสร

มจร.อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=35&siri=41

สุตตันตภาชนีย์
[ก] อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ
(๑) สัมมาทิฏฐิ - เห็นชอบ = เป็นไฉน
ความรู้ในทุกข์; ความรู้ในทุกขสมุทัย; ความรู้ในทุกขนิโรธ; ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา; นี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ
(๒) สัมมาสังกัปปะ - ดำริชอบ = เป็นไฉน
ความดำริในการออกจากกาม; ความดำริในการไม่พยาบาท; ความดำริในการไม่เบียดเบียน; นี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ
(๓) สัมมาวาจา - เจรจาชอบ = เป็นไฉน
เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดเท็จ; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดส่อเสียด; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดคำหยาบ; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ; นี้เรียกว่า สัมมาวาจา
(๔) สัมมากัมมันตะ -  กระทำชอบ = เป็นไฉน
เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการฆ่าสัตว์; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการลักทรัพย์; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม; นี้เรียกว่า สัมมากัมมันตะ
(๕) สัมมาอาชีวะ - เลี้ยงชีพชอบ = เป็นไฉน
พระอริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ละมิจฉาอาชีวะแล้ว; เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยสัมมาอาชีวะ; นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ
(๖) สัมมาวายามะ - เพียรชอบ = เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ; พยายาม; ปรารภความเพียร; ประคองจิตมุ่งมั่น
-> เพื่อป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
-> เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
-> เพื่อทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
-> เพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว นี้เรียกว่า สัมมาวายามะ

 53 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...รอยยิ้มนักสู้ ღ
 เมื่อ: 01, มีนาคม, 2569, 09:03:23 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล




ღ เสียงเพลงกับรอยปากกา...รอยยิ้มนักสู้ ღ

หากเหนื่อยล้าใจนักหยุดพักก่อน
อย่ารีบร้อนฝืนโถมประโคมใส่
ทิ้งเรื่องรักเรื่องงานระรานใจ
ซ่อนน้ำตาอย่าให้ใครรับรู้

ฉันก็เคยอาบน้ำตา มาไม่ต่าง
ผ่านเส้นทางรันทดจนหดหู่
กว่าจะยืนหยัดได้ให้โลกดู
ต้องแกร่งกล้าพร้อมสู้เพื่อชูชัย

"ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบทเรียนที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มที่แข็งแกร่งกว่าเดิม"

     ༭ ลิตเติลเกิร์ล ༭

รอยยิ้มนักสู้ Cover by ออร์แกน
ต้นฉบับ คุณ เสก โลโซ



 54 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 01, มีนาคม, 2569, 09:12:17 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๘/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๑๒๕.มรรคแปดจะมีททยะเป็น..................ภวเด่นกะเหตุซิพลัน
เจต์สิกและจิตจะมุขยัน................................เจาะเจริญกะมรรคลุผล

    ๑๒๖.ยลมรรคแปดเกิดพร้อม....................หฤทัย
แปดมรรค,จิตเกิดไว.....................................ร่วมพร้อม
ขณะจิตเดียวใส...........................................เรียก"มรรค- สมังคี"
พลันฆ่ากิเลสค้อม.........................................มุ่งคล้อยนิพพาน

    ๑๒๗.มรรคแปดมิตามหทยะฟัง...................จะมิสั่งอุบัติทะยาน
จิตต้องเจริญพิริยะฉาน..................................ธุวะมั่นกิเลสเจาะปลง

    ๑๒๘.มรรคแปดคง"ไม่ได้............................ดำรง อุปาทาน"
จะไม่ยึดถือยง...............................................แน่น้อม
มรรคแปดจุ่งเป็นตรง.....................................โลกุต- ตระธรรม
จะมุ่งละยึดพร้อม..........................................สู่ห้วงนิพพาน

    ๑๒๙.มรรคแปดมิถูกเจาะ"ภิทะโซ...............นิรโสดะบันประหาณ"
หรือมรรคสิเหนือตติยะกราน..........................เพราเจาะกิจเจริญเยอะหนา

    ๑๓๐.ครา"สัมสังกัปฯ"ชี้.............................."มิมี วิตก"
ปราศวิตกคิดดี..............................................สงบแล้
ความคิดชั่วทวี...............................................จิตปราศ อกุศล
จิตว่าง"อาสวะ"แท้..........................................บ่ายหน้านิพพาน

    ๑๓๑.มรรคแปดละ"สังปะฯ"ตริลิหนึ่ง............ดุจะถึงสิสัตตะกราน
มรรคเจ็ด"วิตกลุภวะขาน"...............................ขณะฌานปฐมเฉลย

    ๑๓๒.เปรย"สัมสังกัปฯ"แล้...........................มิวิจาร คิดตรอง
จิตคิดครองประสาน.......................................ต่อแล้ว
กุศลจุ่งละเอียดงาน........................................ใจมั่น
สังกัปปะฯเกิดแผ้ว..........................................อยู่ยั้งปฐมยาม

    ๑๓๓.มรรคแปดละ"สังปะฯ"ตริลิหนึ่ง............ก็จะถึงสิสัตตะพาน
มรรคเจ็ด"วิจารเจาะภว"ฉาน...........................ทุติย์ฌานก็มีแจรง

    ๑๓๔.แสดงมรรคเจ็ดนี้................................"มิมี วิจาร"
จิตไม่มีตรองพี...............................................ดับแล้
ภาวะจิตละเอียดดี..........................................คงมั่น
ลุสู่"ตติย์ฌาน"แท้...........................................ยิ่งหล้าประสงค์

    ๑๓๕."สังกัปฯ"ลุ"ปีติ"หฤทัย.........................รติไซร้สงบวรงค์
มรรคเจ็ดเจาะ"ปีติรึมิ"บ่ง.................................ภว"เป็นและมีซิสอง"

    ๑๓๖."สังกัปฯ"ครองร่วมด้วย........................"ปีติมี" เอมใจ
"คิดชอบกอปรสุข"พี.......................................ผ่องแล้ว
คิด"สังกัปฯ"ผนวกลี........................................เกิดร่วม ปีติ
คิดออกจาก"กาม"แผ้ว....................................ปราศแท้กิเลสผลาญ

    ๑๓๗."มรรคเจ็ดเจาะปีติ"รุจิใจ.....................ภวไซร้จะซาบและซ่าน
มรรคเจ็ดสิ"ปีติ"มิผสาน..................................เพราะลุฌานซิสี่และสาม

    ๑๓๘.ตามแปดตัดหนึ่งแล้............................"สัมสมาธิ์ฯ" เหลือเจ็ด
มรรคเจ็ด"ปีติ"หนา.........................................ร่วมด้วย
บังเกิดอิ่มเอมครา...........................................ฌานหนึ่ง สอง-สาม
เจ็ดไป่"ปีติ"ม้วย..............................................สี่-ห้าฌานหนา

    ๑๓๙."สังกัปปะฯ"ร่วมเจาะสุขะชัด................ขณะตัดละ"กาม"ซิพา
"สังกัปฯ"มิร่วมสหระฯกล้า...............................กะ"อุเบกขะ"ว่างเฉลย

    ๑๔๐.เปรยองค์มรรคแปดชี้.........................สัมสมาธิ์ฯ ตัดออก
"เหลือเจ็ดผนวกสุข"มา...................................ร่วมแท้
"มรรคเจ็ดไป่สุข"หนา.....................................มิร่วม
มรรคจิต"อุเบกฯ"แล้.......................................สี่น้อมฌานแฉ

    ๑๔๑.มรรคแปดละ"สัมสะฯ"ภวเจ็ด..............สหะฯเด็ด"อุเบกขะ"แล
สุข,ทุกข์มิมีและภวแน่....................................ประลุฌานซิสี่นะเผย

    ๑๔๒.เกยองค์มรรคเจ็ดนี้............................มิมี อุเบกขา
สภาพโสมนัสดี..............................................ผ่านแล้ว
ลุฌานหนึ่ง-สองลี...........................................เจริญมุ่ง ฌานสาม
รู้สึกสุขใจแผ้ว...............................................ปลาบปลื้มกาย,ใจ

 55 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ♥.♥๐ ฉัน..ยังอยู่ ๐♥.♥
 เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 08:11:46 PM 
เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย เฒ่าธุลี


ღ.ღ.ฉันยังอยู่.ღ.ღ
ღ.ღ
แม้อยู่ใกล้ความจริงสิ่งซ่อนเร้น
มองไม่เห็นหรือใครไม่แลเหลียว
พยายามเคียงคู่อยู่ถ่ายเดียว
แค่เศษเสี้ยวห้องใจเธอไม่แล
ღ.ღ
พยายามชิดใกล้ใหม่อีกครั้ง
เธอก็ยังหลีกไกลไม่แยแส
คอยเฝ้าดูอยู่ห่างห่างอย่างพ่ายแพ้
รักจริงแท้แปรไปไม่แน่นอน
ღ.ღ
ตื่นจากฝันความจริงสิ่งหวังไว้
ไกลแสนไกลห่างไกลใครหลอกหลอน
หรือฉันเป็นวิญญาณผ่านกองฟอน
ถูกความร้อนเผาไหม้ไร้แม้เงา
ღ.ღ
   ღ.เฒ่าธุลี.ღ



 56 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ღ ความรัก... หรือละครบทลับ? ღ
 เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 02:02:08 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ღ  ความรัก... หรือละครบทลับ?  ღ

บางทีก็เหนื่อยนะ ที่ต้องคอยเดาว่าวันนี้เขาเป็นใคร
หรือเขากำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่ สถานะที่เรียกว่า "แฟน"
มันดูปลอมมากในวันที่ฉันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตเขา
เพื่อนเขาคือใคร? งานเขาเป็นอย่างไร? ครอบครัวเขาเป็นแบบไหน?
แม้นกระทั่งเขาเรียนจบอะไร? ชีวิตความเป็นอยู่เขาเป็นแบบไหน?
เขาคิดอะไรอยู่ กำลังจะทำอะไร ทุกสิ่งในตัวเขา เราไม่รู้อะไรเลย
หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยในแต่ละวัน เขาเลือกจะเล่าให้เพื่อนฟัง 
มีปัญหาใด เขาก็เลือกที่จะปรึกษาเพื่อน ไม่ใช่เรา

มันเหมือนเราพยายามวิ่งเข้าหาคนที่วิ่งหนีตลอดเวลา
ยิ่งเราอยากรู้จักเขามากขึ้นเท่าไหร่
เขาก็ยิ่งสร้างกำแพงให้หนาขึ้นเท่านั้น
จนเริ่มสงสัยแล้วว่า ที่เขาให้เรายืนข้าง ๆ นี่คือ "รัก"
หรือแค่เอาไว้ "แก้เหงา" กันแน่?
ถ้าใจไม่เปิดให้กัน แล้วจะดึงฉันไว้ในโลกมืด ๆ ของเขาทำไม?

° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

"คนนอกในนามแฟน"

ตกลงฉันเป็นใครในใจเขา
เป็นแค่เงาคอยรอข้อสงสัย
เรื่องของเธอปิดบังคอยรั้งไว้
มิเคยให้รับรู้ทุกเรื่องราว

ถามเรื่องใดได้แค่คำโกหก
ทุกเรื่องปกปิดหนีทุกฝีก้าว
ความห่วงใยให้ไปในทุกคราว
เหมือนคนง่าวนั่งง้อรอแค่เงา

อยู่ด้วยกันเหมือนแค่คนแปลกหน้า
คงมีค่าได้แค่เพื่อนแก้เหงา
คำว่า"แฟน"จอมปลอมล่อหลอมเรา
เราก็เขลาให้เขาหลอกโลกละคร

เหนื่อยระอาเหลือเกินเดินร่วมทาง
ที่เขาสร้างล้อมคอกที่หลอกหลอน
ระหว่างเราคบกันมันบั่นทอน
คงถึงตอนละครจบ ลบ เลิก รา

"ความจริงใจไม่มีให้ไม่เป็นไร แต่ความเกรงใจควรมีให้คนเคยรักกัน"

    ❃  ลิตเติลเกิร์ล  ❃

  ° . *₊ ☆ ° . ☆ *₊ ☆

 57 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ♥.♥๐ ฉัน..ยังอยู่ ๐♥.♥
 เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 12:24:33 PM 
เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


แม้อยู่ห่างกลางหาวคราวสงัด
ลมสะบัดพัดไหวใจหดหู่
โลกความจริงทิ้งไว้ไม่น่าดู
แต่เชิดชูชู้ชื่นในคืนยล

จะกี่ร้อนกี่หนาวคราววิโยค
แม้พายุโหมกระโชก ทุกแห่งหน
จะกอดภาพสัญญาว่าเวียนวน
จะสู้ทนล้อมรอบเฝ้าปลอบใจ

ตื่นจากฝันเห็นเพียงเงา ช่างเหงานัก
แต่ใจรัก ยังสว่างกลางสมัย
ขอมอบรักภักดีเช่นนี้ไป
หนึ่งชีวิตมอบไว้แค่ชายเดียว

   ღ  ลิตเติลเกิร์ล  ღ



 58 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 09:04:33 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๗/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๑๐๗.มรรคแปดมิกอปรกะภว"อา-.................สวะ"หนาเพราะจิตจะหน่าย
สำรอกกิเลสมิยุรกราย....................................นิรวาณซิหมายประสงค์

    ๑๐๘.องค์มรรคแปดกิเลสไร้........................มิเป็น สังโยชน์
มิใช่"คันถะ"เข็ญ.............................................รัดร้อย
"โอฆะ"ไป่ประเด็น...........................................มิใช่ ชลธาร
หาใช่"โยคะ"ห้อย............................................ประกอบถ้วนสัตว์ยล

    ๑๐๙.ไม่เป็น"นิวรณ์"พิระสกัด.......................ขณะสัตว์กระทำกุศล
"ปรามาส"มิใช่เจาะมทะตน...............................ภวยึดเพราะทิฏฐิเผย

    ๑๑๐.มรรคแปดเชยรับรู้...............................อารมณ์
"สัมทิฏฯ,สังกัปฯ"ชม.........................................กิจพร้อม
ทุกข์,เหตุทุกข์จริงคม.......................................ตามที่ เป็นจริง
จิตเก็บอารมณ์น้อม..........................................กระทบไร้มิหลง

    ๑๑๑."สัมวาจะฯ,มันตะฯ"กิจะเกรียง...............ชิวิเลี้ยง"อะชีวะฯ"คง
ศีลคุมอะรมณ์เจาะลุยะยง................................นิร"โทสะ,โลภะ"เบียน

    ๑๑๒."เพียร,วายาฯ"เร่งแท้............................."สติสัมฯ" ระลึกชอบ
"สัมสมาธิฯ"นำ.................................................จิตยั้ง
นึกเท่าทันอะรมณ์งำ........................................ปรุงแต่ง มิทำ
กำหนดทุกข์,เหตุตั้ง.........................................ระงับแล้กิเลสหนา

    ๑๑๓.มรรคแปดมิเป็นหทยะจิต......................ภวชิดรึตนซินา
แต่เป็นเจาะ"เจตสิกะ"จ้า...................................กิจะช่วยซิเจาะเหมาะปรุง

    ๑๑๔.จรุงองค์มรรคแปดชี้.............................เป็นหนา เจตสิก
ปรุงแต่งกับจิตพา.............................................เกิดพร้อม
มีแปดเจตสิกครา..............................................ดับทุกข์
กิเลสตัณหาค้อม..............................................ต่ำสิ้นทุกข์รอน

    ๑๑๕."ปัญญาลุเจตสิกะ"นำ............................ก็เพราะ"สัมมะทิฏฐิ"จร
มิจฉาเพราะทิฏฐิมละถอน.................................ภวเห็นจะถูกและตรง

    ๑๑๖.คง"สัมสังกัปฯ"นี้...................................ดำริตรอง
"วิตกเจตสิก"ครอง............................................คิดแท้
คิดออกแน่"กาม"ผอง........................................มิฆาต มิเบียน
ตัด"มิจฉาสังฯ"แล้.............................................คิดล้นกุศล

    ๑๑๗."สัมมาวะจา"วจนะด้น............................ตริกุศลละเว้นทุรน
"มิจฉาวะจา"ริหินะผล.......................................ทุจริตวจีมิทำ

    ๑๑๘.คำ"กัมมันฯ"ชอบแท้..............................การงาน ถูกตรง
พฤติแต่กุศลกราน............................................ยิ่งแจ้ว
มิจฉาฯแน่วรอนราน..........................................ตรองฆ่า, ลักขโมย
พฤติล่วง"กาเมฯ"แล้ว........................................มุ่งเว้นเลยแฉ

    ๑๑๙."สัมมาอะชีวะฯ"ภวชอบ..........................อสุนอบซิถูกมิแปร
"มิจฉาอะชีวะ"มละแน่........................................บริสุทธิ์ซิชีพคะนึง

    ๑๒๐.พึง"วายาฯ"แม่นแล้ว..............................เพียรหนา เจตสิก
"สติปัฏฯ,วิปัสสนา"............................................รอบรู้
เพียรตัด"มิจฉาวาฯ"..........................................ทำผิด ทำบาป
มิเพิ่มอกุศลคู้....................................................อย่าให้เกิดเผย

    ๑๒๑.ความจำก็"สัมมะสติ"นำ.........................เจาะพระธรรมซิถูกนะเอย
คิดผิดก็"มิจฉะสติ"เปรย.....................................จระลีลุผิดสิทาง

    ๑๒๒.พลาง"สัมสมาธิ์ฯ"แน่วไซร้......................ยืนยง
"เอกัคคตาฯ"ทรง...............................................หนึ่งแล้
"สติปัฏฯ,วิปัสส์ฯ"ตรง.........................................จิตมั่น อารมณ์
ละ"มิจฉาสมาธิ์"แท้............................................จิตพร้อมทำงาน

    ๑๒๓.มรรคอัฏฐะ"สัมปะฯ"ภวจิต.....................เจาะประชิดกิเลสประหาณ
จิตสัมปยุตลุจตุพาน..........................................ๆนิรวาณสิพึงประสงค์

    ๑๒๔.คงมรรคแปดร่วมแท้.............................กุศล นำจิต
คิดถูกเจริญธรรมดล........................................มั่นตั้ง
มรรคแปด,จิตระคน..........................................มีเพิ่ม ปัญญา
ตัดกิเลสเพราะมรรคยั้ง....................................แปดพร้อมรวมกัน

 59 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ รอการบันทึก ๛
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 08:13:18 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



หยาดน้ำค้างค้างหยดบนบทเศร้า
เพียงภาพเงาเหงาซัดพัดหวั่นไหว
เมื่อตะวันลับลาลาฟ้าไกล
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมดเวลา

หากเหนื่อยนักพักรบสยบก่อน
หยุดอักษรวอนไหวในเวหา
รอแสงทองส่องสว่างกลางดวงตา
คืนพลังเติมศรัทธาสง่างาม

ลิตเติลเกิร์ล


 60 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ♥.♥๐ ฉัน..ยังอยู่ ๐♥.♥
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 07:37:55 PM 
เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร


♥.♥๐ ฉัน..ยังอยู่ ๐♥.♥
♥.♥
ฉันยังอยู่คู่เธอเพ้อใฝ่ฝัน
มีดวงจันทร์ดั้นดาวพราวเวหา
ฉันจึงมีที่หวังตั้งอุรา
อยู่บนฟ้าผาสุกทุกข์จางคลาย
♥.♥
โลกสวรรค์ชั้นฟ้าน่าอยู่นัก
เพราะมีรักปักจิตรคิดหมั่นหมาย
คิดทุกครั้งหวังอยู่คู่ใจชาย
แม้ไกลกายสายใยใจผูกพัน
♥.♥
อยู่กับความงามผ่องมองแล้วซึ้ง
เพียงภาพหนึ่งซึ่งเธอเพ้อใฝ่ฝัน
มอบฝากฝังสั่งลาคราจากกัน
ใต้แสงจันทร์วันนั้นสัญญาใจ
♥.♥
ผ่านร้อนหนาวยาวนานกาลวิโยค
ใต้เงาโสกโยกโยนโอนเอนไหว
ไม่มีเธอเพ้อพร่ำร่ำพิไร
เจ็บป่วยไข้ไม่ละชะตาคน
♥.♥
พบพลัดพรากจากไกลใจเหน็บหนาว
เดือนไร้ดาวพราวพร่างกลางเวหน
เธอกับฉันฝันใฝ่ในกมล
ไม่กังวลสนใจในความจริง
♥.♥
หลับแล้วตื่นชื่นใจในฝันเจอ
นอนละเมอเพ้อฝันนั้นสุขยิ่ง
ยามเหน็ดเหนื่อยเมื่อยใจได้พักพิง
ซุกอกหญิงอิงฝันฉันรออยู่
      ♥.♥
ชลนา  ทิชากร



หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.161 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...