|
51
เมื่อ: 02, มีนาคม, 2569, 07:51:41 PM
|
||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
52
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 02, มีนาคม, 2569, 07:59:29 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๙/๑๖) อภิธรรมปิฎก : ๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์ ๑๔๓.มรรคแปดสภาวะสิพระธรรม...............ทวินำริสองคระไล "โลกุตต์ระ,โลกิยะ"เจาะไซร้............................คติเอ่ยจะแย้งละหนา ๑๔๔.พาองค์มรรคแปดชี้............................."กามาฯ" มิเป็น จิตยกเหนือ"กาม"นา.......................................โลกแล้ เจริญแกร่งแรงหนา.........................................แปดครบ องค์มรรค เป็นหนึ่งเดียวรวมแท้.......................................กิเลสพ้นสงสาร ๑๔๕.มรรคแปด บ "รูปะวจะฯ"สม..................ภวพรหมเจาะ"รูป"พะพาน มรรคแปดมิเกิดศยนะขาน...............................ซิ ณ "โลกิยาฯ"เฉลย ๑๔๖.เกยเหมือนมรรคแปดแล้......................มิเป็น "อรูปาฯ" พรหมรูปมิมีเห็น..............................................เพ่งได้ พรหมขาด"วิตก"ประเด็น.................................จึงไป่ "สังกัปปะ" มรรคไม่ครบอีกไซร้........................................ไม่พร้องเพรียกหนา ๑๔๗.มรรคแปด บ "วัฏฏะทุขะ"ชัด................อุปบัติและตายมิซา แต่เป็น"วิวัฏฏะ"ภวกล้า.....................................จะผละหนีละเวียนและวน ๑๔๘.ยลมรรคแปดเหตุแท้............................ทุกข์หาย ถาวร นำออกวัฏฏทุกข์วาย........................................ห่างพ้น ถึงโลกุตร์มรรคกราย........................................เหนือโลก อวิชชาประหารด้น............................................สู่ห้วงนิพพาน ๑๔๙.มรรคแปดสิ"โลกิยะ"ลุผล......................นิรดลซิแน่และกราน บุคคลเจาะมรรคมิประลุฉาน.............................บริพัตรจะเสื่อมและถอย ๑๕๐.คอย"โลกุตรมรรคชี้..............................มีผล ถาวร ในจิตอริยะดล..................................................เปี่ยมล้น มรรคแปดผนวกยล...........................................รวมหนึ่ง "สมังคีฯ" สังโยชน์ตัดวายพ้น...........................................ทุกข์สิ้นนิรวาณ ๑๕๑.มรรคแปด บ ธรรมสิอติกว่า....................มรคาซิกลางพะพาน ตึงหย่อนมิเป็นลุเหมาะเจาะขาน.........................นิรทุกข์เพราะมรรคเฉลย ๑๕๒.เชยองค์มรรคแปดไซร้..........................มิทำ โศกใจ ทางฝ่ายกุศลกรรม............................................ทุกข์พ้น ธรรมประกอบ"ศีล"นำ........................................"สมาธิ์"เร่ง "ปัญญา" มีสุข,สงบล้น.....................................................ทุกผู้สราญรมย์ ฯ|ะ แสงประภัสสร มจร.อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์ https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=35&siri=41 สุตตันตภาชนีย์ [ก] อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ (๑) สัมมาทิฏฐิ - เห็นชอบ = เป็นไฉน ความรู้ในทุกข์; ความรู้ในทุกขสมุทัย; ความรู้ในทุกขนิโรธ; ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา; นี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ (๒) สัมมาสังกัปปะ - ดำริชอบ = เป็นไฉน ความดำริในการออกจากกาม; ความดำริในการไม่พยาบาท; ความดำริในการไม่เบียดเบียน; นี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ (๓) สัมมาวาจา - เจรจาชอบ = เป็นไฉน เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดเท็จ; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดส่อเสียด; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดคำหยาบ; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ; นี้เรียกว่า สัมมาวาจา (๔) สัมมากัมมันตะ - กระทำชอบ = เป็นไฉน เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการฆ่าสัตว์; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการลักทรัพย์; เจตนาเป็นเหตุงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม; นี้เรียกว่า สัมมากัมมันตะ (๕) สัมมาอาชีวะ - เลี้ยงชีพชอบ = เป็นไฉน พระอริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ละมิจฉาอาชีวะแล้ว; เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยสัมมาอาชีวะ; นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ (๖) สัมมาวายามะ - เพียรชอบ = เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ; พยายาม; ปรารภความเพียร; ประคองจิตมุ่งมั่น -> เพื่อป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น -> เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว -> เพื่อทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น -> เพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย ภิยโยภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว นี้เรียกว่า สัมมาวายามะ |
||
|
53
เมื่อ: 01, มีนาคม, 2569, 09:03:23 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
54
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 01, มีนาคม, 2569, 09:12:17 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๘/๑๖) อภิธรรมปิฎก : ๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์ ๑๒๕.มรรคแปดจะมีททยะเป็น..................ภวเด่นกะเหตุซิพลัน เจต์สิกและจิตจะมุขยัน................................เจาะเจริญกะมรรคลุผล ๑๒๖.ยลมรรคแปดเกิดพร้อม....................หฤทัย แปดมรรค,จิตเกิดไว.....................................ร่วมพร้อม ขณะจิตเดียวใส...........................................เรียก"มรรค- สมังคี" พลันฆ่ากิเลสค้อม.........................................มุ่งคล้อยนิพพาน ๑๒๗.มรรคแปดมิตามหทยะฟัง...................จะมิสั่งอุบัติทะยาน จิตต้องเจริญพิริยะฉาน..................................ธุวะมั่นกิเลสเจาะปลง ๑๒๘.มรรคแปดคง"ไม่ได้............................ดำรง อุปาทาน" จะไม่ยึดถือยง...............................................แน่น้อม มรรคแปดจุ่งเป็นตรง.....................................โลกุต- ตระธรรม จะมุ่งละยึดพร้อม..........................................สู่ห้วงนิพพาน ๑๒๙.มรรคแปดมิถูกเจาะ"ภิทะโซ...............นิรโสดะบันประหาณ" หรือมรรคสิเหนือตติยะกราน..........................เพราเจาะกิจเจริญเยอะหนา ๑๓๐.ครา"สัมสังกัปฯ"ชี้.............................."มิมี วิตก" ปราศวิตกคิดดี..............................................สงบแล้ ความคิดชั่วทวี...............................................จิตปราศ อกุศล จิตว่าง"อาสวะ"แท้..........................................บ่ายหน้านิพพาน ๑๓๑.มรรคแปดละ"สังปะฯ"ตริลิหนึ่ง............ดุจะถึงสิสัตตะกราน มรรคเจ็ด"วิตกลุภวะขาน"...............................ขณะฌานปฐมเฉลย ๑๓๒.เปรย"สัมสังกัปฯ"แล้...........................มิวิจาร คิดตรอง จิตคิดครองประสาน.......................................ต่อแล้ว กุศลจุ่งละเอียดงาน........................................ใจมั่น สังกัปปะฯเกิดแผ้ว..........................................อยู่ยั้งปฐมยาม ๑๓๓.มรรคแปดละ"สังปะฯ"ตริลิหนึ่ง............ก็จะถึงสิสัตตะพาน มรรคเจ็ด"วิจารเจาะภว"ฉาน...........................ทุติย์ฌานก็มีแจรง ๑๓๔.แสดงมรรคเจ็ดนี้................................"มิมี วิจาร" จิตไม่มีตรองพี...............................................ดับแล้ ภาวะจิตละเอียดดี..........................................คงมั่น ลุสู่"ตติย์ฌาน"แท้...........................................ยิ่งหล้าประสงค์ ๑๓๕."สังกัปฯ"ลุ"ปีติ"หฤทัย.........................รติไซร้สงบวรงค์ มรรคเจ็ดเจาะ"ปีติรึมิ"บ่ง.................................ภว"เป็นและมีซิสอง" ๑๓๖."สังกัปฯ"ครองร่วมด้วย........................"ปีติมี" เอมใจ "คิดชอบกอปรสุข"พี.......................................ผ่องแล้ว คิด"สังกัปฯ"ผนวกลี........................................เกิดร่วม ปีติ คิดออกจาก"กาม"แผ้ว....................................ปราศแท้กิเลสผลาญ ๑๓๗."มรรคเจ็ดเจาะปีติ"รุจิใจ.....................ภวไซร้จะซาบและซ่าน มรรคเจ็ดสิ"ปีติ"มิผสาน..................................เพราะลุฌานซิสี่และสาม ๑๓๘.ตามแปดตัดหนึ่งแล้............................"สัมสมาธิ์ฯ" เหลือเจ็ด มรรคเจ็ด"ปีติ"หนา.........................................ร่วมด้วย บังเกิดอิ่มเอมครา...........................................ฌานหนึ่ง สอง-สาม เจ็ดไป่"ปีติ"ม้วย..............................................สี่-ห้าฌานหนา ๑๓๙."สังกัปปะฯ"ร่วมเจาะสุขะชัด................ขณะตัดละ"กาม"ซิพา "สังกัปฯ"มิร่วมสหระฯกล้า...............................กะ"อุเบกขะ"ว่างเฉลย ๑๔๐.เปรยองค์มรรคแปดชี้.........................สัมสมาธิ์ฯ ตัดออก "เหลือเจ็ดผนวกสุข"มา...................................ร่วมแท้ "มรรคเจ็ดไป่สุข"หนา.....................................มิร่วม มรรคจิต"อุเบกฯ"แล้.......................................สี่น้อมฌานแฉ ๑๔๑.มรรคแปดละ"สัมสะฯ"ภวเจ็ด..............สหะฯเด็ด"อุเบกขะ"แล สุข,ทุกข์มิมีและภวแน่....................................ประลุฌานซิสี่นะเผย ๑๔๒.เกยองค์มรรคเจ็ดนี้............................มิมี อุเบกขา สภาพโสมนัสดี..............................................ผ่านแล้ว ลุฌานหนึ่ง-สองลี...........................................เจริญมุ่ง ฌานสาม รู้สึกสุขใจแผ้ว...............................................ปลาบปลื้มกาย,ใจ |
||
|
55
เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 08:11:46 PM
|
||
| เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย เฒ่าธุลี | ||
![]() ![]() ღ.ღ.ฉันยังอยู่.ღ.ღ ღ.ღ แม้อยู่ใกล้ความจริงสิ่งซ่อนเร้น มองไม่เห็นหรือใครไม่แลเหลียว พยายามเคียงคู่อยู่ถ่ายเดียว แค่เศษเสี้ยวห้องใจเธอไม่แล ღ.ღ พยายามชิดใกล้ใหม่อีกครั้ง เธอก็ยังหลีกไกลไม่แยแส คอยเฝ้าดูอยู่ห่างห่างอย่างพ่ายแพ้ รักจริงแท้แปรไปไม่แน่นอน ღ.ღ ตื่นจากฝันความจริงสิ่งหวังไว้ ไกลแสนไกลห่างไกลใครหลอกหลอน หรือฉันเป็นวิญญาณผ่านกองฟอน ถูกความร้อนเผาไหม้ไร้แม้เงา ღ.ღ ღ.เฒ่าธุลี.ღ ![]() |
||
|
56
เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 02:02:08 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
![]()
|
|||
|
57
เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 12:24:33 PM
|
|||
| เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
58
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 28, กุมภาพันธ์, 2569, 09:04:33 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๗/๑๖) อภิธรรมปิฎก : ๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์ ๑๐๗.มรรคแปดมิกอปรกะภว"อา-.................สวะ"หนาเพราะจิตจะหน่าย สำรอกกิเลสมิยุรกราย....................................นิรวาณซิหมายประสงค์ ๑๐๘.องค์มรรคแปดกิเลสไร้........................มิเป็น สังโยชน์ มิใช่"คันถะ"เข็ญ.............................................รัดร้อย "โอฆะ"ไป่ประเด็น...........................................มิใช่ ชลธาร หาใช่"โยคะ"ห้อย............................................ประกอบถ้วนสัตว์ยล ๑๐๙.ไม่เป็น"นิวรณ์"พิระสกัด.......................ขณะสัตว์กระทำกุศล "ปรามาส"มิใช่เจาะมทะตน...............................ภวยึดเพราะทิฏฐิเผย ๑๑๐.มรรคแปดเชยรับรู้...............................อารมณ์ "สัมทิฏฯ,สังกัปฯ"ชม.........................................กิจพร้อม ทุกข์,เหตุทุกข์จริงคม.......................................ตามที่ เป็นจริง จิตเก็บอารมณ์น้อม..........................................กระทบไร้มิหลง ๑๑๑."สัมวาจะฯ,มันตะฯ"กิจะเกรียง...............ชิวิเลี้ยง"อะชีวะฯ"คง ศีลคุมอะรมณ์เจาะลุยะยง................................นิร"โทสะ,โลภะ"เบียน ๑๑๒."เพียร,วายาฯ"เร่งแท้............................."สติสัมฯ" ระลึกชอบ "สัมสมาธิฯ"นำ.................................................จิตยั้ง นึกเท่าทันอะรมณ์งำ........................................ปรุงแต่ง มิทำ กำหนดทุกข์,เหตุตั้ง.........................................ระงับแล้กิเลสหนา ๑๑๓.มรรคแปดมิเป็นหทยะจิต......................ภวชิดรึตนซินา แต่เป็นเจาะ"เจตสิกะ"จ้า...................................กิจะช่วยซิเจาะเหมาะปรุง ๑๑๔.จรุงองค์มรรคแปดชี้.............................เป็นหนา เจตสิก ปรุงแต่งกับจิตพา.............................................เกิดพร้อม มีแปดเจตสิกครา..............................................ดับทุกข์ กิเลสตัณหาค้อม..............................................ต่ำสิ้นทุกข์รอน ๑๑๕."ปัญญาลุเจตสิกะ"นำ............................ก็เพราะ"สัมมะทิฏฐิ"จร มิจฉาเพราะทิฏฐิมละถอน.................................ภวเห็นจะถูกและตรง ๑๑๖.คง"สัมสังกัปฯ"นี้...................................ดำริตรอง "วิตกเจตสิก"ครอง............................................คิดแท้ คิดออกแน่"กาม"ผอง........................................มิฆาต มิเบียน ตัด"มิจฉาสังฯ"แล้.............................................คิดล้นกุศล ๑๑๗."สัมมาวะจา"วจนะด้น............................ตริกุศลละเว้นทุรน "มิจฉาวะจา"ริหินะผล.......................................ทุจริตวจีมิทำ ๑๑๘.คำ"กัมมันฯ"ชอบแท้..............................การงาน ถูกตรง พฤติแต่กุศลกราน............................................ยิ่งแจ้ว มิจฉาฯแน่วรอนราน..........................................ตรองฆ่า, ลักขโมย พฤติล่วง"กาเมฯ"แล้ว........................................มุ่งเว้นเลยแฉ ๑๑๙."สัมมาอะชีวะฯ"ภวชอบ..........................อสุนอบซิถูกมิแปร "มิจฉาอะชีวะ"มละแน่........................................บริสุทธิ์ซิชีพคะนึง ๑๒๐.พึง"วายาฯ"แม่นแล้ว..............................เพียรหนา เจตสิก "สติปัฏฯ,วิปัสสนา"............................................รอบรู้ เพียรตัด"มิจฉาวาฯ"..........................................ทำผิด ทำบาป มิเพิ่มอกุศลคู้....................................................อย่าให้เกิดเผย ๑๒๑.ความจำก็"สัมมะสติ"นำ.........................เจาะพระธรรมซิถูกนะเอย คิดผิดก็"มิจฉะสติ"เปรย.....................................จระลีลุผิดสิทาง ๑๒๒.พลาง"สัมสมาธิ์ฯ"แน่วไซร้......................ยืนยง "เอกัคคตาฯ"ทรง...............................................หนึ่งแล้ "สติปัฏฯ,วิปัสส์ฯ"ตรง.........................................จิตมั่น อารมณ์ ละ"มิจฉาสมาธิ์"แท้............................................จิตพร้อมทำงาน ๑๒๓.มรรคอัฏฐะ"สัมปะฯ"ภวจิต.....................เจาะประชิดกิเลสประหาณ จิตสัมปยุตลุจตุพาน..........................................ๆนิรวาณสิพึงประสงค์ ๑๒๔.คงมรรคแปดร่วมแท้.............................กุศล นำจิต คิดถูกเจริญธรรมดล........................................มั่นตั้ง มรรคแปด,จิตระคน..........................................มีเพิ่ม ปัญญา ตัดกิเลสเพราะมรรคยั้ง....................................แปดพร้อมรวมกัน |
||
|
59
เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 08:13:18 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
60
เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 07:37:55 PM
|
||
| เริ่มโดย ชลนา ทิชากร - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร | ||
![]() ♥.♥๐ ฉัน..ยังอยู่ ๐♥.♥ ♥.♥ ฉันยังอยู่คู่เธอเพ้อใฝ่ฝัน มีดวงจันทร์ดั้นดาวพราวเวหา ฉันจึงมีที่หวังตั้งอุรา อยู่บนฟ้าผาสุกทุกข์จางคลาย ♥.♥ โลกสวรรค์ชั้นฟ้าน่าอยู่นัก เพราะมีรักปักจิตรคิดหมั่นหมาย คิดทุกครั้งหวังอยู่คู่ใจชาย แม้ไกลกายสายใยใจผูกพัน ♥.♥ อยู่กับความงามผ่องมองแล้วซึ้ง เพียงภาพหนึ่งซึ่งเธอเพ้อใฝ่ฝัน มอบฝากฝังสั่งลาคราจากกัน ใต้แสงจันทร์วันนั้นสัญญาใจ ♥.♥ ผ่านร้อนหนาวยาวนานกาลวิโยค ใต้เงาโสกโยกโยนโอนเอนไหว ไม่มีเธอเพ้อพร่ำร่ำพิไร เจ็บป่วยไข้ไม่ละชะตาคน ♥.♥ พบพลัดพรากจากไกลใจเหน็บหนาว เดือนไร้ดาวพราวพร่างกลางเวหน เธอกับฉันฝันใฝ่ในกมล ไม่กังวลสนใจในความจริง ♥.♥ หลับแล้วตื่นชื่นใจในฝันเจอ นอนละเมอเพ้อฝันนั้นสุขยิ่ง ยามเหน็ดเหนื่อยเมื่อยใจได้พักพิง ซุกอกหญิงอิงฝันฉันรออยู่ ♥.♥ ชลนา ทิชากร ![]() |
||







