Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
 51 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาเครื่องว่าง-ขนมไทย จัดใส่โคลง ๐-...
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 12:37:09 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ขอบคุณรูปภาพต้นแบบจาก Internet


-๐ ขนมกรุบ ๐-

๏   ขนมกรุบกรุบกรอบเคี้ยว      หวานหอม
พ่ายแต่หวานพะยอมแยกยิ้ม
หอมกลกลิ่นแก้มจอม-สุรางค์สวาท
อิ่มอกอิ่มใจพริ้มเพริศแจ้งกลางใจ ๚ะ๛

- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

• กลับสู่สารบัญ เครื่องหวาน-เครื่องว่างไทย จัดใส่โคลง คลิก

 52 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 12:34:42 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ชุบแป้งพอกให้หนาเท่าปลาช่อน     ทอดน้ำมันร้อนร้อนขอเสนอ
 

 53 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 09:25:10 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร

(๒) สมณพราหมณ์พวกก่อนท่านได้มีแล้วในโลก อายุของท่านทั้งสิ้นมีประมาณเท่าใด; กรรมที่ทำด้วยตบะของสมณพราหมณ์เหล่านั้นก็มีประมาณเท่านั้น; สมณพราหมณ์เหล่านั้น จะพึงรู้การสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นซึ่งมีว่า ‘การสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นมี’ หรือจะพึงรู้การสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นซึ่งไม่มีว่า ‘การสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นไม่มี’
(๓) เพราะเหตุนั้นเราจึงกล่าวกับท่านอย่างนี้ว่า ‘ท่านจักไม่เห็นการสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นเลย แม้ว่าท่านจักเป็นผู้มีความลำบากและความคับแค้นใจก็ตาม
(๔) ภิกษุถ้าท่านจักกลืนกินแผ่นดิน ท่านก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้เรา นอนในที่อยู่ของเรา
เราพึงทำได้ตามประสงค์ เราพึงห้ามได้ ถ้าท่านกลืนกินน้ำ ... ถ้าท่านกลืนกินไฟ ...ถ้าท่านกลืนกินลม ... ถ้าท่านกลืนกินเหล่าสัตว์ ... ถ้าท่านกลืนกินเทวดา ... ถ้าท่านกลืนกินปชาบดี ... ถ้าท่านกลืนกินพรหม ท่านก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้เรา นอนในที่อยู่ของเรา เราพึงทำได้ตามประสงค์ เราพึงห้ามได้’
(๕) เรากล่าวว่า ‘พรหม แม้เราก็รู้อย่างนี้ว่า ‘ถ้าเราจักกลืนกินแผ่นดิน เราก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้ท่าน นอนในที่อยู่ของท่าน ท่านพึงทำได้ตามประสงค์ ท่านพึงห้ามได้ และถ้าเราจักกลืนกินน้ำ ... ถ้าเราจักกลืนกินไฟ ... ถ้าเราจักกลืนกินลม ...ถ้าเราจักกลืนกินเหล่าสัตว์ ... ถ้าเราจักกลืนกินเทวดา ... ถ้าเราจักกลืนกินปชาบดี ...ถ้าเราจักกลืนกินพรหม เราก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้ท่าน นอนในที่อยู่ของท่าน ท่านพึงทำได้ตามประสงค์ ท่านพึงห้ามได้ ใช่แต่เท่านั้น เรารู้คติ และรู้ความรุ่งเรืองของท่านว่า ‘พกพรหมมีฤทธิ์มากอย่างนี้; พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้; พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้’
(๖) พกพรหมถามเราว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านรู้คติและรู้ความรุ่งเรืองของเราว่า
->‘พกพรหมมีฤทธิ์มากอย่างนี้
-> พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้
-> พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้ได้อย่างไร’
(๗) เรากล่าวว่า ‘ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ย่อมโคจรส่องทิศให้สว่างอยู่เท่าใด อำนาจของท่านย่อมเป็นไปใน ๑,๐๐๐ จักรวาลเท่านั้น
-> ท่านย่อมรู้จักสัตว์ที่เลวและสัตว์ที่ประณีต
-> รู้จักสัตว์ที่มีราคะและสัตว์ที่ไม่มีราคะ
-> รู้จักจักรวาลนี้และจักรวาลอื่น
-> และรู้จักการมาและการไปของสัตว์ทั้งหลาย’
-> พรหม เรารู้คติและรู้ความรุ่งเรืองของท่านอย่างนี้ว่า
- ‘พกพรหมมีฤทธิ์มากอย่างนี้ - พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้ - พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้’
(๘) พรหม หมู่พรหมอื่นมีอยู่ ท่านไม่รู้ ไม่เห็นหมู่พรหมนั้น (แต่)เรารู้เห็นหมู่พรหมนั้น
-> หมู่พรหมชื่ออาภัสสรามีอยู่ ท่านเคลื่อนแล้วจากที่ใด มาอุบัติแล้วในที่นี้ ท่านมีสติหลงลืมไปเพราะอยู่อาศัยนานนัก เพราะเหตุนั้น ท่านจึงไม่รู้ไม่เห็นหมู่พรหมนั้น (แต่)เรารู้ เห็นหมู่พรหมนั้น เรากับท่านเทียบกันไม่ได้ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งแม้อย่างนี้
-> ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน
-> โดยที่แท้ เราเท่านั้นเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน
หมู่พรหมชื่อสุภกิณหา มีอยู่ ...หมู่พรหมชื่อเวหัปผลา มีอยู่ ...หมู่พรหมชื่ออภิภู มีอยู่
-> ท่านไม่รู้ ไม่เห็นหมู่พรหมนั้น (แต่)เรารู้ เห็นหมู่พรหมนั้น เรากับท่านเทียบกันไม่ได้ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน โดยที่แท้เราเท่านั้นเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน
(๙) พรหมเรารู้จักดินโดยความเป็นดิน รู้จักนิพพานที่สัตว์เสวยไม่ได้
~ ที่สัตว์เสวยไม่ได้ = หมายถึงที่สัตว์ครอบครองไม่ได้ บรรลุไม่ได้โดยความที่ดินเป็นดิน
-> โดยความที่ดินเป็นดิน แล้วไม่เป็นดิน
~ แล้วไม่เป็นดิน = หมายถึงไม่ยึดถือดินด้วยอำนาจตัณหา ทิฏฐิ และมานะ
-> ไม่ได้มีแล้วในดิน; ไม่ได้มีแล้วจากดิน; ไม่ได้มีแล้วว่าดินเป็นของเรา; ไม่ได้กล่าวเฉพาะดิน เราเทียบไม่ได้กับท่านด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน โดยที่แท้ เราเท่านั้นเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน เรารู้จักน้ำ ... เรารู้จักไฟ ... เรารู้จักลม ... เรารู้จักเหล่าสัตว์ ... เรารู้จักเทวดา ... เรารู้จักปชาบดี ... เรารู้จักพรหม ... เรารู้จักอาภัสสรพรหม ...เรารู้จักสุภกิณหพรหม ... เรารู้จักเวหัปผลพรหม ... เรารู้จักอภิภูพรหม

 54 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 18, มกราคม, 2569, 06:25:50 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

Blowing in the Wind

     เย็นสายลม พัดผ่าน ในยามเช้า
หลากหลายสิ่ง รุมเร้า เศร้าจางหาย
ลมปะทะ ลดไอร้อน ช่วยผ่อนคลาย
ทั้งใจกาย แต่งเติม เสริมพลา
     สัจธรรม เรียนรู้ จากสายลม
สิ่งขื่นขม เจือจาง ห่างปัญหา
ด้วยลมเย็น ฉ่ำชื้น ชื่นอุรา
พระพายพา ร้อนรน พ้นชีวัน
     เหนืออื่นใด ทุกข์ใจ ได้เยียวยา
หลายปัญหา ผ่อนคลาย ไร้โศกศัลย์
พบสุขศรี เปี่ยมฤดี ทุกคืนวัน
กาลอนันต์ เพราะเย็นลม ชมชื่นใจ
     ในชีวิต แต่ละวัน ที่ผันผ่าน
หลายเหตุการณ์ ชื่นบาน สมาสัย
เพราะเรียนรู้ ดูแล รักษาไทย
ให้ก้าวหน้า ยิ่งใหญ่ ในสายลม

คนเรียนไพร
๑๘ มกราคม ๒๕๖๙

 55 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ...-๐ แว้บบบ ๐-...
 เมื่อ: 17, มกราคม, 2569, 07:15:14 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ผีนอนตายรอบสองค่อยโล่งจิต
เราก็ปิดบ้านนอนฝันต่อได้
จะฝันบินขึ้นฟ้าถลาไกล
บินถึงไหนถึงกันในฝันนี้

 
ฝาตุ่ม

 56 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 17, มกราคม, 2569, 07:11:03 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

คงต้องเปลี่ยนเมนูรู้ขนาดปลา   ชุบแป้งทอดกันดีกว่าว่าไหมเธอ 

 57 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 17, มกราคม, 2569, 01:13:23 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ทั้งปลาซิวปลาสร้อยกุ้งฝอยพร้อม    ตัวขนาดย่อมย่อมนั่นแหละหนา
 

 58 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 17, มกราคม, 2569, 10:59:43 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

ไพรสังขาร

     ความทรงจำ ครั้งหนึ่ง ตราตรึงนัก
แจ้งประจัก ฝังใจ ไม่เลือนหาย
แต่ครั้งยัง สุขสดใส สบายกาย
ไร้แหนงหน่าย ชีวิต จิตพร่างพรม
     เที่ยวเร่ไป ในพนา กลางป่าใหญ่
ผืนพงไพร ดั่งเคหา พาสุขสม
ทั้งที่ลุ่ม ที่ดอน ล้วนชื่นชม
ไร้ทุกข์ตรม ขมขื่น ร่มรื่นใจ
     วันเวลา ล่วงผ่าน นานนับปี
ธรรมชาติ วิถี ตามสมัย
สารรูป สังขาร ล้วนเปลี่ยนไป
ทั้งกายใจ เข้าสู่ วัยชรา
     ประสบการณ์ สั่งสม มาเนิ่นนาน
คงถึงกาล ถ่ายทอดไว้ ไพรรักษา
เพื่อส่งให้ คนรุ่นใหม่ ใช้นำพา
ดุจตำรา แข็งแกร่ง แห่งตำนาน

คนเรียนไพร
๑๗ มกราคม ๒๕๖๙

 59 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 17, มกราคม, 2569, 07:48:33 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร

(๒ ) ครั้งนั้น เรารู้ความคิดคำนึงของพกพรหมด้วยใจแล้ว จึงอันตรธานจากโคนต้นสาละใหญ่ในสุภควันใกล้เมืองอุกกัฏฐา ไปปรากฏในพรหมโลกนั้น เปรียบเหมือนคนแข็งแรงเหยียดแขนออก หรือคู้แขนเข้าฉะนั้น
(๓) พกพรหมได้เห็นเราผู้มาแต่ไกล แล้วได้กล่าวกับเราว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ เชิญเสด็จมาเถิด ขอรับ ท่านได้พูดว่า ‘จะมาที่นี้นานมาแล้ว ท่านผู้นิรทุกข์ พรหมสถานนี้ เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง มีความไม่เคลื่อนไปเป็นธรรมดา พรหมสถานนี้ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ก็แลการสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่ง นอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี
~ พรหมสถาน = คือ พกพรหมมีความเห็นว่า พรหมสถานพร้อมทั้งร่างกายเป็นภาวะที่เที่ยง
~ พกพรหม ( พะ-กะ-พฺรม ) = คือ ชื่อของมหาพรหมตนหนึ่งในพระพุทธศาสนาที่มีความเชื่อว่าตนเป็นอมตะและเป็นผู้สร้างโลก แต่แท้จริงแล้วมี มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด) ในเรื่องไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) จนพระพุทธเจ้าต้องแสดงฤทธิ์ปราบปรามและแสดงธรรมให้จน ท้าวพกพรหม บรรลุโสดาบัน
[ข] มารเข้าสิงกายพรหม
(๑) พระพุทธเจ้าทรงเล่า = ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น มารใจบาปเข้าสิงกายพรหมปาริสัชชะผู้หนึ่ง
(๒) แล้วกล่าวกับเราว่า ‘ภิกษุ อย่ารุกรานพกพรหมนี้เลย เพราะว่าพรหมผู้นี้เป็นมหาพรหม เป็นใหญ่ คณะพรหมฝ่าฝืนไม่ได้ โดยที่แท้เป็นผู้รู้ทั่วไป ยังสรรพสัตว์ให้เป็นไปในอำนาจ เป็นอิสระ เป็นผู้สร้างโลก นิรมิตโลก เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้แต่งสัตว์ เป็นผู้ใช้อำนาจ เป็นบิดาของเหล่าสัตว์ที่เกิดแล้วและที่กำลังจะเกิด
(๓) สมณพราหมณ์พวกก่อนท่าน เป็นผู้ติเตียนดิน เกลียดดิน; เป็นผู้ติเตียนน้ำ เกลียดน้ำ; เป็นผู้ติเตียนไฟ เกลียดไฟ; เป็นผู้ติเตียนลม เกลียดลม; เป็นผู้ติเตียนสัตว์ เกลียดสัตว์; เป็นผู้ติเตียนเทวดา เกลียดเทวดา; เป็นผู้ติเตียนปชาบดี เกลียดปชาบดี; เป็นผู้ติเตียนพรหม เกลียดพรหมในโลก; หลังจากตายแล้ว สมณพราหมณ์เหล่านั้นจะไปเกิดในพวกที่เลว
(๔) ส่วนสมณพราหมณ์พวกก่อนท่าน เป็นผู้สรรเสริญดิน ชมเชยดิน; เป็นผู้สรรเสริญน้ำ ชมเชยน้ำ; เป็นผู้สรรเสริญไฟ ชมเชยไฟ; เป็นผู้สรรเสริญลม ชมเชยลม; เป็นผู้สรรเสริญสัตว์ ชมเชยสัตว์; เป็นผู้สรรเสริญเทวดา ชมเชยเทวดา; เป็นผู้สรรเสริญปชาบดี ชมเชยปชาบดี; เป็นผู้สรรเสริญพรหม ชมเชยพรหม; หลังจากตายแล้ว สมณพราหมณ์เหล่านั้น จะไปเกิดในพวกที่ดี
(๕) เพราะเหตุนั้น เราจึงบอกกับท่านว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ เชิญเถิด ท่านจงทำตามคำที่พรหมบอกแก่ท่านเท่านั้น ท่านจงอย่าฝ่าฝืนคำของพรหมเลย ถ้าท่านจักฝ่าฝืนคำของพรหม โทษจักมีแก่ท่าน เปรียบเหมือนบุรุษเอาท่อนไม้ไล่ตีสิริที่มาหา หรือเปรียบเหมือนบุรุษผู้ตกเหวลึก ชักมือ และเท้าให้ห่างแผ่นดินเสีย
ฉะนั้น ท่านผู้นิรทุกข์ เชิญเถิด ท่านจงทำตามคำที่พรหมบอกแก่ท่านเท่านั้น ท่านจงอย่าฝ่าฝืนคำของพรหมเลย ภิกษุ ท่านเห็นพรหมบริษัทประชุมกันแล้วมิใช่หรือ’ มารใจบาปเปรียบเรากับพรหมบริษัทนี้ ดังนี้แล
(๖) ภิกษุทั้งหลาย เมื่อมารกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวกับมารผู้ใจบาปนั้นว่า
‘มารผู้ใจบาป เรารู้จักท่าน ท่านอย่าเข้าใจว่า ‘พระสมณะไม่รู้จักเรา’ ท่านเป็นมาร, พรหมก็ดี พรหมบริษัทก็ดี, พรหมปาริสัชชะก็ดี, ทั้งหมดนั้นอยู่ในมือของท่าน ตกอยู่ในอำนาจของท่าน และท่านก็มีความดำริว่า ‘แม้พระสมณะก็ต้องอยู่ในมือของเรา ต้องอยู่ในอำนาจของเรา’ แต่ว่า เราไม่ได้อยู่ในมือของท่าน ไม่ได้ตกอยู่ในอำนาจของท่านเลย’
~ พรหมปาริสัชชะ = คือ รูปพรหมชั้นต่ำสุดใน ๑๖ ชั้น ดังนี้
๑) พรหมปาริสัชชา - พวกบริษัทบริวารมหาพรหม ๒) พรหมปุโรหิตา - พวกปุโรหิตมหาพรหม ๓) มหาพรหมา - พวกท้าวมหาพรหม ๔) ปริตตาภา - พวกมีรัศมีน้อย ๕) อัปปมาณาภา - พวกมีรัศมีประมาณไม่ได้ ๖) อาภัสสรา - พวกมีรัศมีสุกปลั่งซ่านไป ๗) ปริตตสุภา - พวกมีลำรัศมีงามน้อย ๘) อัปปมาณสุภา - พวกมีลำรัศมีงามประมาณมิได้ ๙) สุภกิณหา - พวกมีลำรัศมีงามกระจ่างจ้า ๑๐) เวหัปผลา - พวกมีผลไพบูลย์ ๑๑) อสัญญีสัตว์ - พวกสัตว์ไม่มีสัญญา ๑๒) อวิหา - เหล่าท่านผู้ไม่เสื่อมจากสมบัติของตน หรือผู้ไม่ละไปเร็ว, ผู้คงอยู่นาน ๑๓) อตัปปา - เหล่าท่านผู้ไม่ทำความเดือดร้อนแก่ใคร หรือผู้ไม่เดือดร้อนกับใคร ๑๔) สุทัสสา - เหล่าท่านผู้งดงามน่าทัศนา ๑๕) สุทัสสี - เหล่าท่านผู้มองเห็นชัดเจนดี หรือผู้มีทัศนาแจ่มชัด ๑๖) อกนิฏฐา - เหล่าท่านผู้ไม่มีความด้อยหรือเล็กน้อยกว่าใคร, ผู้สูงสุด
[ค] พกพรหมหายไปจากพระผู้มีพระภาคเจ้า
(๑) ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรากล่าวอย่างนี้แล้ว พกพรหมได้กล่าวว่า
->‘ท่านผู้นิรทุกข์ เรากล่าวสิ่งที่เที่ยงว่า ‘เที่ยง’
-> กล่าวสิ่งที่มั่นคงว่า ‘มั่นคง’
->กล่าวสิ่งที่ยั่งยืนว่า ‘ยั่งยืน’
-> กล่าวสิ่งที่แข็งแรงว่า ‘แข็งแรง’
-> กล่าวสิ่งที่ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดาว่า ‘ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดา’
-> ก็แลสัตว์ย่อมไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติในพรหมสถานใด
-> เรากล่าวถึงพรหมสถานนั้นว่า ‘พรหมสถานนี้ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ และกล่าวการสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นซึ่งไม่มีว่า ‘การสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นไม่มี’

 60 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป / โลกดิจิตัล
 เมื่อ: 16, มกราคม, 2569, 10:34:18 PM 
เริ่มโดย กรกช - กระทู้ล่าสุด โดย กรกช




ผมเห็นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสามารถรื้อเกียร์รถทั้งลูกได้แม้ปิดตา ถูกทำให้อับอายโดยแคชเชียร์วัยรุ่น เพียงเพราะเรื่องไข่หนึ่งแผง ความผิดของเขาเหรอ? เขาไม่มีสมาร์ตโฟน
มันเป็นเวลา 5 โมง 15 นาทีเย็น วันศุกร์ ที่เมก้ามาร์ตใกล้บ้าน กลิ่นไก่อบหมุนกับความตึงเครียดลอยปะปนกันในอากาศ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงหึ่งต่ำ ๆ แบบที่เหมือนจะเจาะเข้าไปถึงขมับ โดยเฉพาะหลังจากทำงานที่โรงงานมา 10 ชั่วโมงเต็ม
ผมยืนอยู่ในแถวแคชเชียร์ช่องสี่ ช่องเดียวที่ยังมีพนักงานเป็นมนุษย์อยู่ ตะกร้าผมมีเบียร์แพ็กหนึ่งกับพิซซ่าแช่แข็งหนึ่งถาด รองเท้าบู๊ตของผมเปื้อนน้ำมันไฮดรอลิก และความอดทนก็แทบจะหมดถัง
ข้างหน้าผมคือชายชราคนหนึ่ง เรียกเขาว่าแฟรงก์ก็แล้วกัน
แฟรงก์เป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่หดเล็กลงตามวัย เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตที่ผ่านการซักมานับไม่ถ้วนจนลายแทบเลือนหาย หมวกทรักเกอร์ที่มีโลโก้สหภาพแรงงานท้องถิ่นซึ่งยุบไปแล้วกว่ายี่สิบปี มือของเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมด ข้อนิ้วบวมจากโรคข้ออักเสบ ผิวหนังเหมือนหนังฟอกแดด และรอยแผลเป็นสีขาวจาง ๆ ที่บอกเล่าหลายทศวรรษของแรงงานใช้มือ
เขาค่อย ๆ วางของลงบนสายพาน นมหนึ่งแกลลอน ขนมปังยี่ห้อร้าน ไข่หนึ่งโหล และอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมถุงใหญ่ แบบแพง ๆ แบบที่ทุกวันนี้แพงกว่าสเต๊กดี ๆ มื้อหนึ่งเสียอีก
ยอดรวมขึ้นมา 42.50 ดอลลาร์
แฟรงก์กะพริบตา เขาล้วงกระดาษโฆษณายับยู่ยี่จากกระเป๋าเสื้อด้านหน้า คลี่มันออกบนเคาน์เตอร์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“หนูครับ” เขาพูดด้วยเสียงแหบแต่สุภาพ “ในใบปลิวนี้บอกว่าไข่ราคา 3.99 แล้วผงซักฟอกก็ลดราคา แต่เครื่องคิด 7.00”
แคชเชียร์สาวที่ดูเหมือนอยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้ยกเว้นตรงนี้ เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วชี้นิ้วที่ตกแต่งเล็บสวยไปยังป้ายเล็ก ๆ ที่แปะอยู่บนแผ่นพลาสติกใส
“นั่นเป็นดีลดิจิทัลค่ะ คุณต้องกดคูปองในแอป”
แฟรงก์มองป้าย แล้วมองกลับมาที่เธอ
“แอป?”
“ค่ะ ต้องดาวน์โหลดแอปเมก้ามาร์ต สมัครบัญชี สแกนคิวอาร์โค้ดที่ชั้น แล้วกดคูปอง จากนั้นสแกนไอดีดิจิทัลที่แคชเชียร์ ไม่งั้นต้องจ่ายราคาเต็มค่ะ”
แฟรงก์ล้วงโทรศัพท์ออกมา มันไม่ใช่สมาร์ตโฟน แต่เป็นโทรศัพท์ฝาพับ สีดำ เก่า ๆ ที่ติดเทปไฟฟ้าไว้
“เครื่องนี้เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ครับหนู ผมมีแค่… โทรศัพท์ แต่ผมมีกระดาษนี่นะ มันเขียนว่า 3.99”
“หนูเปลี่ยนราคาเองไม่ได้ค่ะ ระบบล็อกไว้ ต้องใช้แอปเท่านั้น”
ความเงียบที่ตามมาหนักอึ้ง ผมเห็นไหล่ของแฟรงก์ตกลง มันไม่ใช่เรื่องเงินสามดอลลาร์ แต่มันคือการตระหนักว่าโลกได้สร้างกำแพงที่เขาปีนไม่ไหว และล็อกมื้อเย็นของเขาไว้หลังมัน
ด้านหลังผม ผู้ชายในสูทพอดีตัวถอนหายใจ เขามองนาฬิกา Apple Watch แล้วกระทืบเท้า จังหวะสากลของคำว่า “เวลาฉันสำคัญกว่านาย”
“เอาน่า” ชายในสูทพึมพำดังพอให้ได้ยิน “ไม่กี่เหรียญเอง ลุง จ่ายไปเถอะหรือไม่ก็หลบไป คนอื่นเขารีบ”
แฟรงก์นิ่งไป ความอับอายแผ่ออกมาจากตัวเขาเหมือนความร้อน เขามองกระเป๋าสตางค์ ผมเห็นธนบัตรใบหนึ่ง ใบห้า เรียงอย่างเป็นระเบียบ เขากำลังคำนวณในหัว และผลลัพธ์มันไม่ลงตัว
“โอเค” แฟรงก์กระซิบ เขาเอื้อมมือไปหยิบนม “งั้นเอานมออก แล้วก็ไข่”
เขาเก็บอาหารสุนัขไว้
ตอนนั้นเองที่เลือดผมเริ่มเดือด ไม่ได้โกรธแคชเชียร์ เธอก็แค่เด็กที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้โกรธชายในสูทเป็นหลักด้วย แม้เขาจะน่ารำคาญ แต่ผมโกรธระบบอัตโนมัติอันเย็นชาทั้งหมดนี่
ขณะที่แฟรงก์กำลังจะส่งนมคืน ผมก้าวออกไปข้างหน้า
“เอาไว้เถอะ” ผมพูด เสียงดังเกินกว่าที่ตั้งใจ
ผมเดินไปยืนข้างแฟรงก์ หยิบสมาร์ตโฟนของผมออกมา อุปกรณ์ที่ควบคุมชีวิตผม ติดตามตำแหน่งผม และดูเหมือนจะเป็นตัวตัดสินว่าใครได้กินไข่ราคาย่อมเยาหรือไม่ ผมเปิดแอปงี่เง่านั่น
“สแกนของผม” ผมบอกแคชเชียร์
เธอสแกนโทรศัพท์ผม ยอดรวมบนจอเปลี่ยนจาก 42.50 เหลือ 28.00
สิบสี่ดอลลาร์ พวกเขาคิดราคาเกินเขาไปสิบสี่ดอลลาร์ เพียงเพราะเขาไม่อยากแลกข้อมูลส่วนตัวกับส่วนลด
“ที่เหลือผมจัดการเอง” ผมพูด พลางวางธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ลงบนเคาน์เตอร์ ครอบคลุมของผมและส่วนต่างที่เหลือของเขา
แฟรงก์มองผมด้วยดวงตาสีฟ้าอ่อนที่คลอ “ลูกเอ๋ย ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้—”
“ผมไม่ได้ทำเพื่อการกุศลครับ” ผมพูด พร้อมมองไปที่ชายในสูทด้านหลัง “ผมทำเพราะระบบมันไม่ยุติธรรม”
ผมหยิบพิซซ่าของตัวเอง แล้วรอให้แฟรงก์เก็บถุงของเขา ชายในสูทไม่ยอมสบตาผม เขาหันไปสนใจฉลากโภชนาการบนหมากฝรั่งอย่างจริงจังขึ้นมาทันที
ผมเดินไปส่งแฟรงก์ที่ลานจอดรถ พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงสีส้มทอดเงายาวบนพื้นยางมะตอย เขาเดินกะเผลก แบบที่ได้มาจากการกระโดดลงจากท่าโหลดของมานานสามสิบปี
เขาหยุดที่รถ Ford F-150 รุ่นเก่า ตัวถังเหลี่ยม มีสนิมรอบซุ้มล้อ แต่เครื่องยนต์สะอาดพอจะกินข้าวจากมันได้
“ขอบคุณนะ” แฟรงก์พูด มือวางบนประตูรถ “ผมจ่ายราคาเต็มได้ แต่… ผมมีรายได้ตายตัว เงินประกันสังคมไม่ค่อยขึ้น แต่ของทุกอย่างขึ้นหมด”
“ผมเข้าใจ” ผมพูด “ทำไมถึงคืนแต่นมกับไข่ ไม่คืนอาหารหมาล่ะ คุณกินอาหารหมาไม่ได้นะ”
แฟรงก์ยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มเศร้าแต่สวยงาม
“บัสเตอร์” เขาพูดเบา ๆ “บัสเตอร์เป็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อายุสิบสองแล้ว เป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม”
แฟรงก์ก้มมองรองเท้าบู๊ตของตัวเอง
“เมียผม มาร์ธา… เธอเสียเมื่อพฤศจิกาปีก่อน มะเร็ง ช่วงท้าย ๆ ตอนที่เธอลุกจากเตียงไม่ได้ บัสเตอร์ไม่เคยไปไหนจากข้างเตียงเลย มันเฝ้าเธอตลอด เลียมือเธอเวลาเธอเจ็บ ตอนเธอจากไป ผมสัญญากับเธอว่าจะดูแลหมาตัวนี้เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของเราเอง”
เขาลูบถุงอาหารหมาราคาแพงนั้น
“ผมดื่มน้ำก๊อกได้ ผมงดไข่ได้ แต่บัสเตอร์ต้องได้กินของดี นั่นคือข้อตกลง ลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด”
ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ในคอใหญ่เท่าผลเกรปฟรุต
นี่คือผู้ชายที่ถูกสังคมลงโทษเพียงเพราะเขา “ล้าสมัย” อัลกอริทึมของบริษัทมองเขาเป็นความไร้ประสิทธิภาพ ชายในสูทมองเขาเป็นสิ่งกีดขวาง
แต่เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาผู้ล่วงลับ มากกว่าความหิวของตัวเอง เขาเป็นคนที่ขับรถที่ซ่อมเองได้ เพราะไม่ไว้ใจเครื่องจักรที่เขาไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนแบบคุณแล้วนะ แฟรงก์” ผมพูด
“ใช่” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะปีนขึ้นรถ “และบางทีนั่นอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ผมใช้แอปไม่เป็น แต่ผมรู้วิธีทำงาน”
เขาสตาร์ตรถ เสียงมันไม่ใช่เสียงนุ่ม ๆ แต่มันคำราม เป็นเสียงกลไกจริง ๆ เขาโบกมือแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่
ผมยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง มองไฟท้ายรถเขาค่อย ๆ หายไปกับการจราจร ผมก้มมองสมาร์ตโฟนของตัวเอง มันสั่นแจ้งเตือนขึ้นมา
“ให้คะแนนประสบการณ์ช็อปปิ้งของคุณ!”
ผมยัดมันกลับลงกระเป๋า
เรากำลังสร้างโลกที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเชื่อมต่อถึงกัน เรามีแอปซื้อของ แอปหาคู่ แอปติดตามการนอน แต่ในความเร่งรีบที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นดิจิทัล เรากำลังทิ้งคนที่สร้างรากฐานให้โลกใบนี้ไว้ข้างหลัง
เรากำลังแทนที่การจับมือด้วยข้อตกลงผู้ใช้ แทนที่คุณค่าคนด้วยเครดิตสกอร์ และแทนที่ความมีน้ำใจธรรมดา ๆ ด้วย “ข้อเสนอพิเศษเฉพาะดิจิทัล”
ครั้งหน้าถ้าคุณยืนต่อแถวอยู่หลังผู้สูงอายุที่กำลังนับเหรียญ หรือกำลังงงกับเครื่องอ่านบัตร อย่าถอนหายใจ อย่ากลอกตา
จงจำไว้ว่ามือที่สั่นเหล่านั้น อาจเคยเชื่อมเหล็กในสะพานที่คุณขับรถผ่าน อาจเคยถือปืนในป่า เพื่อปกป้องอิสรภาพที่ทำให้คุณยืนอยู่ตรงนั้นอย่างใจร้อน
เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเร็วขึ้น แต่มีเพียงความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น ที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย
อย่าปล่อยให้แสงจากหน้าจอสว่างจนมันทำให้หัวใจของคุณมืดลง
Weird_World
Ramet Tanawangsre ถอดความ


หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.176 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...