Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
 61 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 03:49:07 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

มีเคล็ดลับจะบอกไม่หลอกแน่     แม่นดีแท้เที่ยงคืนตื่นไปถู 

 62 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาเครื่องจิ้มไทย จัดสำรับ กาพย์ห่อโคลง ๐-...
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 01:17:00 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ขอบคุณรูปภาพต้นแบบจาก Internet

-๐ น้ำพริกปลาสลิด ๐-

     ๏   น้ำพริกปลาสลิด         ชวนหมู่มิตรมาร่วมลิ้ม
ดวงหน้าประพรายพิมพ์ยิ้มแย้มยวนอวลสุขสันต์
 
๏   น้ำพริกปลาสลิดตั้งวางเรียง
มวลหมู่มิตรมาเคียงร่วมลิ้ม
ดวงหน้าประพิมพ์เพียงความชื่น รื่นเอย
อวลอาบภาพรอยยิ้มทั่วถ้วนอวลสันต์ ๚ะ๛
- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

• กลับสู่สารบัญ นานาเครื่องจิ้มไทย จัดไว้ในกาพย์ห่อโคลง คลิก

 63 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ที่คั่นหนังสือ-บทกลอน
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 11:52:55 AM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์

#"สบายดีไหม"
เพราะอากาศผันเปลี่ยนปรวนแปรบ่อย
เธอเฝ้าคอยถามไถ่ไม่เมินเฉย
"สบายดีไหม"คำธรรมดามาเช่นเคย
ความนัยเผยยังคงว่าห่วงใย

สายลมร้อนนั้นเยือนเหมือนทุกปี
ปรารถนาดีต่อกันแบ่งปันให้
อ่านหลายรอบชอบนะประทับใจ
สื่อความนัยข้อความถามถึงกัน

ยิ้มให้กับข้อความยามเปิดอ่าน
ใจสื่อสารถึงเสมอเธอและฉัน
คำถามเดิมยังคงส่งทุกวัน
ข้อความนั้นมีค่าตลอดกาล

อุณหภูมิอากาศอาจลด,เพิ่ม
ใจดวงเดิมคงมั่นคืนวันผ่าน
ยากเปลี่ยนแปลงเหมือนเก่าตราบเท่านาน
กัลปาวสานสวยงามความห่วงใย

กันต์กรีนซี


 64 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 09:20:18 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

สงบ

     หนึ่งชีวิต มีหลายหลาก มากอุปสรรค
ใจอยากพัก เพราะปัญหา มาสะสม
เปรียบประดุจ คนตกน้ำ ช้ำระทม
ทนขื่นขม เพราะขัดสน จนปัญญา
     หากแม้นยิ่ง ดิ้นรน ยิ่งจมดิ่ง
สรรพสิ่ง ถาโถม ปมปัญหา
แสนทุกข์ยาก มากมาย ร้าวอุรา
ตรมชีวา เพราะดิ้นรน ให้พ้นภัย
     หากรู้จัก ยับยั้ง ตั้งสงบ
จักพานพบ มรรคา พาสดใส
หยุดดิ้นรน ชอกช้ำ ทำร้ายใคร
ความยิ่งใหญ่ จักบังเกิด ประเสริฐคน
     ถึงเวลา พาให้คิด สติมั่น
อยากฝ่าฟัน ปัญหา ให้เกิดผล
จักดิ้นรน สงบตรอง ครองใจตน
ทุกแห่งหน พ้นปัญหา พาสุขใจ

คนเรียนไพร
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

 65 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 27, กุมภาพันธ์, 2569, 09:11:51 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๖/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๘๙.มรรคแปด"อดีตลุภวหนา"........................"ระยะหน้าก็มี"เผชิญ
เป็น"ปัจจุบัน"ก็ปะเหมาะเดิน..............................ขณะจิตพิจารณ์พระธรรม

    ๙๐.คำมรรคแปดกล่าวไร้...............................ธรรมมี อารมณ์
"อดีต,ปัจจุบัน"ทวี.............................................."มุ่งหน้า
อารมณ์ไม่มีพี....................................................จิตมุ่ง นิพพาน
มิเหนี่ยวนามธรรมคว้า........................................ร่วมทั้งสามกาล

    ๙๑."มรรคแปดสิในเจาะดนุตน"......................."พหิยลซินอก"พะพาน
ที่เป็นสิสองทวิประสาน.......................................ก็ลุมีเจาะมรรคพิบูลย์

    ๙๒.พูนในตนมรรคล้น.....................................จิตเห็น ความจริง
วิปัสสนาเย็น......................................................ล่วงแล้ว
"มรรคภายนอกตน"ประเด็น................................จิตมุ่ง ฟังธรรม
"ใน-นอก"ปัญญาแผ้ว.........................................ร่วมพริ้งทุกข์สลาย

    ๙๓."มรรคแปดเจาะธรรมสิพหุ"ตน...................ภวดลอะรมณ์ปะกลาย
ไตรลักษณ์มิเที่ยงก็ดุจะฉาย...............................ตนุเราเจาะปล่อยละวาง

    ๙๔.พลางองค์มรรคแปดไซร้...........................ตามอง มิเห็น
รูปไป่,เจตสิกผอง...............................................จิตสร้าง
"มรรคมิกระทบครอง".........................................สัมผัส กายา
เป็นยิ่งนามธรรมอ้าง...........................................ประจักษ์ด้วยจิตเผย

    ๙๕."สัมทิฏฐิฯ"เป็นปจยะเหตุ............................เจาะพิเศษจะแจ้งเฉลย
เป็นตัวประธานตริ,วจะเอ่ย..................................ลุกะสัตตะมรรคประสาน

    ๙๖.พาน"สัมมาทิฏฯ"รู้.....................................ความจริง อริยสัจ
เห็นชอบกรรม,ผลอิง..........................................แน่แท้
ความมิเที่ยงทราบติง..........................................มีเหตุ ปัจจัย
คิดถูกวิธีแล้.......................................................หลุดพ้นทุกข์เข็ญ

    ๙๗.มรรคเจ็ดสิเหตุเจาะลุกระทำ.....................ประลุธรรมซิสูงและเด่น
"สังกัปปะฯ"คิดตริเจาะสิเว้น................................เหมาะเจาะเหลือลุงานคระไล

    ๙๘.ไวองค์มรรคเจ็ดนี้.....................................สมาธิ์ครัน สูงแล
กิเลสวาย,ทุกข์พลัน............................................หมดแล้ว
ตัด"สังกัปฯ",คิดสรร............................................วิตก ออกไป
จิตปราศ"กาม"ลงแพร้ว.......................................ทุกข์ลี้จึงสูญ

    ๙๙."มรรคแปดเจาะเหตุปจยะนำ".....................และริสัมปยุตวิบูลย์
อิงเหตุกุศลริจระพูน............................................ประลุมรรคกิเลสมลาน

    ๑๐๐.พานองค์มรรคเจ็ดนั้น..............................ตัดพี ทิฏฐิฯ
"แจงเหตุเป็น,เหตุมี"............................................ไม่ได้
"หรือมีเหตุ"ใดวี..................................................มิเด่น เป็นเหตุ
เพราะถูกปัจจัยไซร้............................................แต่งพร้อมคณา

    ๑๐๑.มรรคเจ็ด บ เหตุภวมิพาน........................บริวารนะร่วมสมาธิ์ฯ
"สัมทิฏฐิฯ"ใหญ่ปจยะกล้า...................................ภวปรุงอุบัติขยาย

    ๑๐๒.กรายองค์มรรคแปดนั้น...........................ปัจจัย เกิดปรุง
ปรุงแต่งเกิดมีไว..................................................ฝึกแท้
โดยบากบั่นเพียรใจ............................................มรรคถูก สายกลาง
กำจัดกิเลสแล้....................................................ห่างพ้นอบายเผย

    ๑๐๓.มรรคแปด บ "รูป"จะมิเจอะผลาม.............จะเจาะ"นามธรรม"ซิเอ่ย
คือเจตสิกภวเฉลย..............................................อุปบัติกะจิตซิแฉ

    ๑๐๔.แลองค์มรรคแปดนี้.................................ธรรมเหนือ โลกเอย
โลกุตต์รธรรมเจือ...............................................หลีกพ้น
ตาย-เกิดดับลงเครือ...........................................จิตแน่ว "มรรคจิต"
"ผลจิต"หลายระดับด้น.......................................สู่ห้วงนิพพาน

    ๑๐๕.มรรคแปด บ "อาสวะ"สะสม.....................มนะบ่มกิเลสมลาน
โลกุตต์ระมรรคลุอติฉาน.....................................ภวเหนือซิภูมิสกล

    ๑๐๖.ยลองค์มรรคแปดไร้................................อารมณ์ "อาสวะ"
กิเลสหมักดองจม................................................ปราศล้อม
สงฆ์ฝึกบ่มจิตสม.................................................ไกลกิเลส ดับลง
บ อาสวะซึมย้อม.................................................ท่วมท้นทุกข์หาย

 66 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 26, กุมภาพันธ์, 2569, 09:16:18 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

พร้อมมาลัยเจ็ดสีมีคล้องคอ     เทแป้งจ่อต้นไม้ลูบไล้ดู
 

 67 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 26, กุมภาพันธ์, 2569, 09:02:23 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๗๑."โพชฌงค์สมาธิ"ฐิติแน่ว............................มนะแกล้วอะรมณ์ซิล้ำ
"ธินทรีย์สมาฯ"ลุธุวะหนำ....................................."พละแกร่งสมาธิ"นา

    ๗๒.ปัญหาแลปุจฉ์ฯพร้อม................................มรรคยล องค์แปด
"ดี,ชั่ว"เป็น"กลาง"ผล...........................................แน่แท้
เป็นเหตุเด่นสัตว์รน..............................................ใจโศก พิไร
หรือไม่เป็นเหตุแล้...............................................สัตว์ไห้ทวี

    ๗๓.มรรคแปดสิเป็นภวกุศล.............................มนะยลกระทำสิ"ดี"
เป็นอัพยาฯก็ประลุมี............................................ขณะพ้นซิบาปและบุญ

    ๗๔.อดุลย์"สังกัปฯ"แล้.....................................คิดหนา ถูกตรง
สัมปยุตสุขเวทนา...............................................กอปรแล้ว
"สังกัปฯคิดชอบ"พา............................................วิจารเด่น มีตรอง
"วิตกตรึก"มิมีแคล้ว.............................................แต่ชี้"วิจาร"มี

    ๗๕."มรรคแปดจะมีภววิบาก"............................วตะมากเจริญทวี
"โลกุตต์ระมรรค"จะประลุชี้..................................ทุขะดับมลานคระไล

    ๗๖.ในโลกียะมรรคแล้....................................."ปัจจัย เกิดวิบาก"
การบ่ม"ศีล"ครองใส...........................................พรั่งพร้อม
"สมาธิแน่ว"หทัย.................................................จึงเกิด ปัญญา
เหตุเกิดวิบากน้อม..............................................รับแล้วผลกรรม

    ๗๗.มรรคแปดสิทิฏฐิ,วสะอยาก.......................จะมุพรากมิยึดถลำ
ไม่มีอะรมณ์ริธุวะนำ...........................................กะอุปาฯซิแน่เฉลย

    ๗๘.เปรยองค์มรรคแปดแท้.............................บัดดล
กิเลสไม่ทำตน....................................................โศกเศร้า
อารมณ์ไป่กิเลสยล............................................มิถูก ครอบงำ
ระดับโลกุตต์ระเหย้า..........................................ไม่ตั้งอุปาทาน

    ๗๙."สังกัปปะฯคิด"ลุภวมี.................................อธิ"ปีติร่วม"สราญ
สังกัปปะฯ"ร่วมกะสุขะ"พาน.................................ตะมิร่วม"อุเบกขะ"แฉ

    ๘๐.แลองค์มรรคแปดแท้.................................มิประหาณ
"พิฆาตจากโสดาฯ"กราน.....................................แน่แล้ว
"หรือสามมรรคบนขาน........................................"สกทามรรคฯ" "อนาคาฯ"
มี"มรรคอรหัตต์ฯ"แผ้ว.........................................ห่างลี้กิเลสหนา

    ๘๑.มรรคแปดเจาะเหตุปจยะกราน...................นิรวาณลุล่วงซิครา
ไร้เหตุจะเกิด,มรณะกล้า......................................รึลุนิพฯก็มีแสดง

    ๘๒.แจงองค์มรรคแปดนี้..................................แจกสอง
"เสขะ"มุ่งศึกษาตรอง..........................................อยู่ชี้
โสดาฯ สกทาฯ"ผอง............................................พายิ่ง "อนาคาฯ"
เจริญมรรคกิเลสลี้...............................................สุดสิ้นหมดผลาญ

    ๘๓. อีกหนึ่ง"อเสขะ"ริเจาะครัน.........................อรหันต์กิเลสมลาน
ศึกษามิต้องเพราะอวสาน.....................................ลิกิเลสมิมีคระไล

    ๘๔.ไกลองค์มรรคแปดแล้................................."อัปปมา- ณะ
แปลไม่มีประมาณหนา..........................................เขตไร้
ธรรมโลกุตต์ระพา................................................เหนือโลก
เลิกว่ายวนเกิดไซร้...............................................ห่างพ้นสงสาร

    ๘๕."มรรคแปดสิผลลุฐิติมั่น"..............................ภวนั้นซิแน่และนาน
"ให้ผลมิแน่"เพราะจะพะพาน.................................เจอะกิเลสจะชั่วทุรน

    ๘๖.ยลองค์มรรคแปดไซร้.................................อารมณ์ มิมี
คราจิตลุธรรมคม.................................................จิตรู้
ตัวมรรคไม่ทราบสม.............................................ตัวเด่น นิพพาน
มรรคแปดรานกิเลสจู้...........................................มุ่งคล้อยนิพพาน

    ๘๗."มรรคแปดอุบัติก็ภวมี"................................และมิชี้อุบัติละลาน
"จักเกิดสิแน่อริยะ"ขาน........................................ลุกระแสพระธรรมคระไล

    ๘๘.ไวองค์มรรคแปดแท้..................................."เหตุมี"
"มีมรรคเป็นอธิบดี"..............................................ใหญ่พริ้ง
สองขานไป่ชัดวจี................................................"เป็นเหตุ, อธิบดี"
เพราะอยู่โลกียะกลิ้ง...........................................ช่วงน้อมมรรคเจริญ

 68 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 25, กุมภาพันธ์, 2569, 06:42:25 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ข้าวหอม

ซื้อหวยไว้สองใบจงให้ถูก     มานั่งผูกผ้าแพรเจ้าแม่ขอ   AddEmoticons00941

 69 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 25, กุมภาพันธ์, 2569, 09:45:21 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๑๖) อภิธรรมปิฎก :
๑๘.วิภังค์ : มรรควิภังค์

    ๕๓."สัมมาวะยามะฯ"พิระไซร้...........................หฤทัยมิหวั่นกระวน
"โพชฌงค์สิเพียรวิริยะ"ผล..................................นิรหย่อนรึตึงระอา

    ๕๔."สัมมาสติ"ระลึกแท้....................................คงจำ มิหลง
"สติโพชฌงค์"นำ.................................................หลุดพ้น
มิปรุงแต่งคิดหนำ................................................มิก่อ ตัณหา
รำลึกคิดทันด้น...................................................ปราศแล้วมิเผลอ

    ๕๕."สัมมาสมาธิ"ฐิติไซร้...................................หฤทัยมิเอนพะเรอ
"โพชฌงค์สมาธิ"มนะเจอ.....................................เจาะสงบลุฌานปฐม

    ๕๖.บรมธรรมเพรียกชี้.....................................มรรคเบญจ์ฯ
"สัมทิฏฐิ"ชอบเห็น...............................................เด่นแท้
"สัมสังกัปปะฯ"เป็น..............................................คิดเยี่ยม
"สติฯ"มั่น"วายาฯ"แล้............................................แน่วพร้อ"สมาธิ์"

    ๕๗.ธรรมเหลือสิร่วมปะสหชาติ.........................ยุรยาตรซิมรรคเจาะห้า
"โลกุตต์ฌาน"ณ ระยะกล้า...................................จะเจริญซิฌานเฉลย

    ๕๘.เปรยเสริมองค์มรรคห้า...............................เจริญฌาน
โลกุตตระธรรมขาน.............................................วัฏฏ์พ้น
ตรองหมายสู่นิพพาน............................................จึงมุ่ง ขจัด"กาม"
สำเร็จปฐมฌานด้น...............................................เนิ่นช้ายากเข็ญ

    ๕๙."สัมมาสมาธิ"มนะมั่น...................................นิรหวั่น,กุศลซิเด่น
"โพชฌงค์สมาธิ"ภวเห็น.......................................สุขะกายเพราะจิตสงัด

    ๖๐.ชัด"สัมมาทิฏฐ์ฯ"ชี้.....................................เห็นตรง
โลกุตต์รธรรมเหตุยง...........................................ออกพ้น
วัฏฏทุกข์หมดลง.................................................หวังสู่นิพพาน
สงฆ์สงัดจาก"กาม"ด้น.........................................มุ่งชั้นแรกเผย

    ๖๑.ได้"ฌานปฐม" "ปฏิปทาฯ"...........................ภวหนาซิช้านะเอย
โพชฌงค์สิ"ธัมมวิจะฯ"เชย...................................หิตะช่วยเสาะเฟ้นพระธรรม

    ๖๒.คำ"สังกัปฯคิด"ไซร้....................................ตรึกตรอง พระธรรม
เพียรมุ่ง"วายาฯ"ครอง.........................................ใช่แล้ว
"สัมมาสติ"นึกผอง...............................................จำแม่น
"สัมสมาธิฯ"แผ้ว..................................................จิตตั้งถูกแฉ

    ๖๓. มรรคแปดสิต่างเจาะภวกราน....................ประลุ"ฌานปฐม"ซิแล
จิตมั่น"อวิกปะฯ"นิรแปร.......................................ปะทุ"สุญญ์ตะ"ว่างเฉลย

    ๖๔.เปรยสงฆ์"กาม"สงัดแล้..............................กุศลกรรม เกิดนา
มรรคแปดครันเกิดนำ..........................................ยิ่งพร้อม
เพราะโลกุตต์ฯกุศลทำ........................................เจริญเปี่ยม
ธรรมที่เหลือกอปรน้อม........................................ร่วมด้วยมรรคผอง

    ๖๕.มรรคปัญจะ"ทิฏฐิฯ"คติชอบ.......................ภวนอบซิ"กัปปะฯ"ตรอง
"วายามะฯ"เพียรกะ"สติ"ครอง..............................และ"สมาธิ"จิตสิตรึง

    ๖๖.พึงเจริญโลกุตต์แท้....................................เหตุพา
ออกวัฏฏ์ทุกข์หนา...............................................วิมุติไซร้
สงฆ์สงัด"กาม"ครา..............................................มาสู่ ปฐมฌาน
"อวิกปะฯ"แปรไร้.................................................ว่างแล้"สุญญตา"

    ๖๗."สัมทิฏฐิฯ"เห็นปะเหมาะเจาะยิ่ง..................ประลุจริงและถูกซินา
"โลกุตต์ระฌาน"จะหิตะหนา................................มละวัฏฏะทุกข์ทุรน

    ๖๘.ยลผลัก"กาม"ห่างแล้.................................สงบหทัย
ละทิฏฐิผิดไว......................................................ผ่องแล้ว
ปฐมฌานเลิศไสว................................................เกิดแต่ มิเร็ว
"อวิกปะฯ"ตรึงแกล้ว............................................ว่างชี้"สุญญตา"

    ๖๙.ปัญญามิหลงภวฉลาด................................นิรพลาดพระธรรมคณา
"โพชฌงค์เจาะธัมมวิจะฯ"หนา..............................วตะเฟ้นพระธรรมซิแฉ

    ๗๐.แลธรรมเหลือเพรียกแล้..............................รวมหนา สัมปยุต
กับ"ทิฏฐิสัมมา"....................................................ร่วมพร้อม
อีกสามมรรคเหมือนครา.......................................สัมปยุต "สังกัปป์ฯ"
เพียรมุ่ง"วายาฯ"น้อม............................................"ระลึกได้สติสัมฯ"

 70 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ในสวนแห่งนี้เคยมี“รัก”
 เมื่อ: 24, กุมภาพันธ์, 2569, 05:55:58 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์



ในสวนแห่งนี้เคยมี“รัก”

รั้วระแนงรอบด้านบนลานกว้าง
และโต๊ะข้างชิงช้า เธอทาสี
ช่วยกันปลูกต้นรักร่วมแรมปี
ในสวนนี้ ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน

วันเวลาเลยผ่านใช่นานนัก
มองต้นรักโรยราอายุสั้น
เพียงรำพังดูแล แต่ละวัน
ทว่ารักนั้นเหี่ยวเฉา ทิ้งเราไป

ตรงที่เดิมเปลี่ยนแปลงเพียงคืนวัน
เลือกเมล็ดพันธุ์สรรหาขึ้นมาใหม่
forget me not สื่อถึงซึ่งบางใคร
เธอผู้ห่างร้างไกล ได้รับรู้

รั้วระแนงโต๊ะ-ชิงช้า รอทาสี
ความหวังแสนริบหรี่ ที่เหลืออยู่
forget me not เย็น-เช้าฉันเฝ้าดู
เ เ ท น รั ก เ ค ย มี อ ยู่ เพียงผู้เดียว

กันต์กรีนซี

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.171 วินาที กับ 19 คำสั่ง
กำลังโหลด...