เหมือนโดนว่าอย่างไรไม่รู้นะ ใครพอจะอธิบายความหมายนี้

|
61
เมื่อ: 20, ตุลาคม, 2569, 03:15:36 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
เหมือนโดนว่าอย่างไรไม่รู้นะ ใครพอจะอธิบายความหมายนี้ ![]() |
||
|
62
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 20, ตุลาคม, 2569, 07:25:46 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๕/๖๖) (๒.๙) ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุสัมผัส..โสตสัมผัส..มโนธาตุสัมผัส.. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๒.๑๐) เวทนา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ.. มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๑) สัญญา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๒) เจตนา ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ.. มโนวิญญาณธาตุ (๒.๑๓) จิต ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ [๓] อรูปธาตุ (๓.๑) ในอรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในอรูปธาตุ มีขันธ์ ๔..อายตนะ ๒..ธาตุ ๒.. สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๑๑..เหตุ ๘..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑ (๓.๒) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์ (๓.๓) อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มนายตนะ..ธัมมายตนะ ~ มนายตนะ = ได้แก่ จิตทั้งหมดในอรูปภูมิ ~ ธัมมายตนะ = ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ (เจตสิกที่ประกอบกับจิต) (๓.๔) ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ~ มโนวิญญาณธาตุ = ธรรมชาติที่เป็นตัวจิตหรือวิญญาณที่ทำหน้าที่รับรู้เรื่องราวทางใจ คิดนึก และรู้อารมณ์ต่างๆ ในอรูปภูมิ ~ ธัมมธาตุ = ธรรมชาติที่เป็นเจตสิก (ความรู้สึก ความคิดปรุงแต่งต่างๆ ที่ประกอบกับจิต) และสุขุมรูปหรือธรรมารมณ์ที่จิตรู้ได้ในภูมิเหล่านั้น (๓.๕) สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ ~ มัคคสัจจะ ในอรูปธาตุ = มีแค่ ๕ (ไม่ครบแปดเหมือนใน รูปธาตุ) โดยเกี่ยวในหมวดศีล จะไม่เกิดขึ้นในโลกุตตรมรรคของอรูปภูมิ ได้แก่ สัมมาวาจา (วาจาชอบ)..สัมมากัมมันตะ (การงานชอบ)..สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) เนื่องจากในอรูปภูมิไม่มีทวารกายและทวารวาจาให้ต้องงดเว้นจากกายทุจริตหรือวจีทุจริต (๓.๖) อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์.. สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ (๓.๗) เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๒..อัพยากตเหตุ ๓ (๓.๘) อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร (๓.๙) ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๓.๑๐) เวทนา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๑) สัญญา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๒) เจตนา ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ (๓.๑๓) จิต ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ [๔] โลกุตตระ [๑] ในโลกุตตระ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในโลกุตตระ มีขันธ์ ๔..อายตนะ ๒..ธาตุ ๒.. สัจจะ ๒..อินทรีย์ ๑๒..เหตุ ๖..อาหาร ๓..ผัสสะ ๑..เวทนา ๑..สัญญา ๑..เจตนา ๑..จิต ๑ (๑) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์.. วิญญาณขันธ์ (๒) อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มนายตนะ..ธัมมายตนะ ~ ขณะที่เกิดโลกุตตรธรรม มนายตนะ จะทำหน้าที่เป็นผู้รู้ ~ โดยมี ธัมมายตนะ (พระนิพพาน) เป็นสิ่งที่ถูกรู้ และมี ธัมมายตนะ (เจตสิก ๓๖) เป็นกำลังสนับสนุนร่วมกัน ทำงานพร้อมกันในขณะจิตเดียวเพื่อทำลายอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป (๓) ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มโนวิญญาณธาตุ..ธัมมธาตุ ~ มโนวิญญาณธาตุ = หมายถึง โลกุตตรจิต (จิตที่พ้นจากโลก ออกจากวัฏสงสาร ได้แก่ มรรคจิต ๔ และผลจิต ๔) ทำหน้าที่เป็นธาตุรู้แจ้งอารมณ์อันประณีต คือพระนิพพาน ~ ธัมมธาตุ = ธรรมารมณ์ที่ประกอบร่วมและรองรับ ได้แก่ เจตสิกธรรมที่เกิดร่วมกับโลกุตตรจิต (เช่น สติ ปัญญา ศรัทธา) และพระนิพพาน (นิโรธสัจจะ) (๔) สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉน? คือ มัคคสัจจะ..นิโรธสัจจะ |
||
|
63
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 09:45:07 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ตีลังกาพาพลาดเรืออาจล่ม แต่หุ่นกลมลอยล่องตุ๊บป่องจ้ะ ![]() |
||
|
64
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 04:08:10 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๔/๖๖) [ข] อุปปัตตานุปปัตติวาระ = คือ วาระว่าด้วยการแสดงความเกิดขึ้นและความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมทั้งหลาย ในกามธาตุเป็นต้น ~ กามธาตุ = สภาวะหรือธาตุคือกาม ความตรึก ความดำริ หรือความอยากในกาม รวมถึงภพภูมิที่เป็นที่อยู่ของสัตว์ผู้ยังเกี่ยวข้องด้วยกาม [๑] กามธาตุ (๑) ในกามธาตุมีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร? ในกามธาตุ มีขันธ์ ๕..อายตนะ ๑๒..ธาตุ ๑๘.. สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๒๒..เหตุ ๙..อาหาร ๔..ผัสสะ ๗..เวทนา ๗..สัญญา ๗..เจตนา ๗..จิต ๗ (๑.๑) บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์ ฯลฯ..วิญญาณขันธ์ (๑.๒) อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ; โสตายตนะ..สัททายตนะ; ฆานายตนะ..คันธายตนะ; ชิวหายตนะ.. รสายตนะ; กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ; มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๑.๓) ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..ฯลฯ มโนธาตุ.. ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๑.๔) สัจจะ ๓ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ (๑.๕) อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์..ฯลฯ..อัญญาตาวินทรีย์ (๑.๖) เหตุ ๙ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๓..อัพยากตเหตุ ๓ (๑.๗) อาหาร ๔ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ กพฬิงการาหาร..ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร (๑.๘) ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุสัมผัส.. ฯลฯ..มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๙) เวทนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส...เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส...เวทนาเกิดแต่ฆานสัมผัส...เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส...เวทนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...เวทนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๐) สัญญา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส...สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส...สัญญาเกิดแต่ฆานสัมผัส...สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส... สัญญาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๑) เจตนา ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส...เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส...เจตนาเกิดแต่ฆานสัมผัส...เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส...เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส...เจตนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส...เจตนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑.๑๒) จิต ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..ฯลฯ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ ในกามธาตุ (๑.๑๓) ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..ฯลฯ มโนธาตุ.. ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ [๒] รูปธาตุ (๒.๑) ในรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ในรูปธาตุ มีขันธ์ ๕..อายตนะ ๖..ธาตุ ๙..สัจจะ ๓..อินทรีย์ ๑๔..เหตุ ๘..อาหาร ๓..ผัสสะ ๔.. เวทนา ๔..สัญญา ๔..เจตนา ๔..จิต ๔ (๒.๒) ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์..ฯลฯ..วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ (๒.๓) อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ..รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..มนายตนะ..ธัมมายตนะ (๒.๔) ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ; โสตธาตุ..สัททธาตุ..โสตวิญญาณธาตุ; มโนธาตุ..ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ (๒.๕) สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ (๒.๖) อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..มนินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์.. วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์..อัญญินทรีย์.. อัญญาตาวินทรีย์ (๒.๗) เหตุ ๘ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๒..อัพยากตเหตุ ๓ (๒.๗.๑) บรรดาเหตุ ๘ ในรูปธาตุนั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุคืออโลภะ..กุศลเหตุคืออโทสะ.. กุศลเหตุคืออโมหะ (๒.๗.๒) อกุศลเหตุ ๒ เป็นไฉน? คือ อกุศลเหตุคือโลภะ..อกุศลเหตุคือโมหะ (๒.๗.๓) อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ อโลภะ..อโทสะ..อโมหะ..ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย..หรือ ในกิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย (๒.๘) อาหาร ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉน? คือ ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร...วิญญาณาหาร |
||
|
65
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 11:34:28 AM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
ค่อยหยิบขาลงวางอย่างระวัง หากตีลังกาไปเสียใจนะ ![]() |
||
|
66
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 11:32:26 AM
|
||
| เริ่มโดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
ถ้อยคำนี้มีค่ากว่าที่คิด ให้ดวงจิตพ้นห้วงแห่งคำถาม เคยมองผ่านความสุขทุกโมงยาม มัวแต่ตามสิ่งไกลจนใจลืม เพียงข้าวอุ่นกับคนที่เป็นห่วง ก็เต็มทรวงด้วยสุขจนใจปลื้ม สุขเช่นนี้มีได้ไม่ต้องยืม เพียงได้ดื่มรสหวานของบ้านเรา กุ้งนา |
||
|
67
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 19, ตุลาคม, 2569, 06:40:33 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๓/๖๖) (๔) ธาตุ ๑๘ เป็นไฉน? คือ จักขุธาตุ..รูปธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..โสตธาตุ..สัททธาตุ..โสตวิญญาณธาตุ..ฆานธาตุ..คันธธาตุ..ฆานวิญญาณธาตุ..ชิวหาธาตุ..รสธาตุ..ชิวหาวิญญาณธาตุ..กายธาตุ.. โผฏฐัพพธาตุ..กายวิญญาณธาตุ..มโนธาตุ.. ธัมมธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ ~ กายวิญญาณธาตุ = ธาตุรู้แจ้งการสัมผัสทางกาย ทำหน้าที่รับรู้ความรู้สึกเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ตึง หรือไหว ที่มากระทบกายผ่านทางกายประสาท ~ มโนธาตุ = จิตที่ทำหน้าที่รับรู้อารมณ์ ๕ ทางทวาร (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) ~ ธัมมธาตุ = สภาพธรรมะที่เป็นความจริงแท้ตามธรรมชาติ ซึ่งทรงไว้ซึ่งลักษณะของตนเอง ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน ~ มโนวิญญาณธาตุ = สภาพธรรมที่เป็นธาตุรู้แจ้งทางใจ หรือหมายถึง จิต ส่วนใหญ่รวม ๗๖ ดวง ที่ทำหน้าที่รู้อารมณ์ทางใจ นอกเหนือจากวิญญาณที่รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า (๕) สัจจะ ๔ เป็นไฉน? คือ ทุกขสัจจะ..สมุทยสัจจะ..มัคคสัจจะ..นิโรธสัจจะ (๖) อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉน? คือ จักขุนทรีย์..โสตินทรีย์..ฆานินทรีย์..ชิวหินทรีย์..กายินทรีย์..มนินทรีย์..อิตถินทรีย์..ปุริสินทรีย์..ชีวิตินทรีย์..สุขินทรีย์..ทุกขินทรีย์..โสมนัสสินทรีย์..โทมนัสสินทรีย์..อุเปกขินทรีย์..สัทธินทรีย์..วิริยินทรีย์..สตินทรีย์..สมาธินทรีย์..ปัญญินทรีย์..อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์..อัญญินทรีย์..อัญญาตาวินทรีย์ ~ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ = ปัญญาของพระเสขะผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมที่ยังไม่เคยรู้ (โสดาปัตติมรรคญาณ) ~ อัญญินทรีย์ = ปัญญาของผู้รู้ทั่วถึงแล้วในเบื้องกลาง (ตั้งแต่โสดาปัตติผลญาณถึงอรหัตตมัคคญาณ) ~ อัญญาตาวินทรีย์ = ปัญญาของพระอรหันต์ผู้รู้แจ้งและจบกิจแล้ว ไม่ต้องทำกิจใดๆ เพื่อความหลุดพ้นอีก (อรหัตตผลญาณ) (๗) เหตุ ๙ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุ ๓..อกุศลเหตุ ๓..อัพยากตเหตุ ๓ (๗.๑) กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ กุศลเหตุคือ อโลภะ..กุศลเหตุคือ อโทสะ..กุศลเหตุคือ อโมหะ (๗.๒) อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ อกุศลเหตุคือ โลภะ..อกุศลเหตุคือ โทสะ..อกุศลเหตุคือ โมหะ (๗.๓) อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน? คือ อโลภะ..อโทสะ..อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หรือในกิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย เหล่านั้นเรียกว่า อัพยากตเหตุ (๘) อาหาร ๔ เป็นไฉน? คือ กพฬิงการาหาร..ผัสสาหาร..มโนสัญเจตนาหาร..วิญญาณาหาร ~ กพฬิงการาหาร = หรือ กวฬิงการาหาร หมายถึง "อาหารคือคำข้าว" หรืออาหารสำหรับกลืนกินทางปาก ~ ผัสสาหาร = อาหารคือผัสสะ หรือการกระทบกันระหว่างอายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์) และวิญญาณ (การรับรู้) ทำหน้าที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจและเป็นปัจจัยให้เกิดความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือเฉยๆ ~ มโนสัญเจตนาหาร = อาหารคือความจงใจหรือความตั้งใจคิด คอยค้ำจุนชีวิต ตลอดจนทำให้สัตว์โลกต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ ~วิญญาณาหาร = อาหารคือวิญญาณ หรือวิญญาณเป็นอาหาร ทำหน้าที่เป็นปัจจัยค้ำจุน หล่อเลี้ยง และอุดหนุนให้จิตใจรวมถึงนามรูป (ขันธ์ ๕) ดำรงอยู่และเจริญงอกงามในภพชาติต่างๆ (๙) ผัสสะ ๗ เป็นไฉน? คือ จักขุสัมผัส..โสตสัมผัส..ฆานสัมผัส..ชิวหาสัมผัส..กายสัมผัส..มโนธาตุสัมผัส..มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑๐) เวทนา ๗ เป็นไฉน? คือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส..เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส..เวทนาเกิดแต่ฆานสัมผัส..เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส..เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส..เวทนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส..เวทนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑๑) สัญญา ๗ เป็นไฉน? คือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส..สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส..สัญญาเกิดแต่ฆานสัมผัส..สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส..สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส.. สัญญาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส..สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ~ สัญญาเกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส = ความจำที่เกิดจากมโนธาตุ (การรับรู้หมวดหมู่อารมณ์ชั้นต้นทางใจ) ~ สัญญาเกิดแต่ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส = ความจำที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุ (การคิดอ่านวิเคราะห์ทางใจขั้นสูง) (๑๒) เจตนา ๗ เป็นไฉน? คือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส..เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส..เจตนาเกิดแต่ฆานสัมผัส..เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส..เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส..เจตนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส..เจตนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส (๑๓) จิต ๗ เป็นไฉน? คือ จักขุวิญญาณ..โสตวิญญาณ..ฆานวิญญาน..ชิวหาวิญญาณ..กายวิญญาณ..มโนธาตุ..มโนวิญญาณธาตุ |
||
|
68
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 11:10:56 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
หยิบขาลงเถิดนะจะดีกว่า เดี๋ยวอาจตีลังกาคาที่นั่ง ![]() |
||
|
69
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 04:05:23 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๒/๖๖) ๕๕๔.เปรย"สัจจะ"แน่แล้ว...............................มีสอง "นิโรธสัจจะ"ตรอง.............................................ทุกข์ขว้าง "มัคคสัจ"หวังปอง..............................................ออกจาก วัฏฏะ ตัดกิเลสหมดร้าง...............................................มุ่งแล้นิพพาน ๕๕๕.อินทรีย์สิเก้าลุอุปบัติ..............................เกิดชัดจตุภูมิขาน มีจิตสิโลกิยะสราญ............................................โลกุตตระมรรคผล ๕๕๖.ยล"อาหาร"จุ่งน้อม.................................มีสาม "โลกุตต์,โลกีย์"ความ..........................................ต่างได้ สภาพ"ผัสสาฯ"ตาม............................................ใจแน่ว "มโนสัญฯ" สภาพ"วิญญาฯ"ไซร้...........................................จิตแล้ทำงาน ๕๕๗.เป็น"โลกิย์ธรรม"ก็ตติภัต........................ร่วมจัดมนะพบพาน ดี,ชั่ว ณ "รูปะวจะฯ"ชาญ....................................."กามาฯและอรูปาฯ" ๕๕๘.คราเป็นโลกุตต์นั้น..................................อาหาร สัมปยุต กับจิตขณะพาน..................................................มรรคพร้อม อริยผลสาน........................................................ผลสี่ ภัตช่วยหนุนจิตน้อม............................................สู่ห้วงนิพพาน ๕๕๙."หกผัสสะ"โลกิยะลุพลัน..........................ทางปัญจมะ"ตา.."ชาญ จิตรู้กระทบวสะประสาน......................................ถูกดึงเจาะ ณ โลกีย์ ๕๖๐.มีธาตุสัมผัสแท้........................................"มโนวิญญ์ฯ" โลกุตต์,โลกีย์ชิน.................................................เกิดได้ มโนวิญญ์จ่อภพผลิน...........................................มีเกิด สามแล โลกุตต์เพราะผัสสะไซร้.......................................ร่วมด้วยมรรคผล ๕๖๑."หกเจตนา"เพราะมนะไซร้........................จงใจลุอะรมณ์ผล ยึด"รูปและเสียง.."เจาะฉกะด้น.............................คิดอ่านระบุโลกีย์ ๕๖๒.มี"มโนวิญญ์ธาตุ"พร้อม............................เป็นสอง โลกุตต์,โลกีย์ครอง..............................................ต่างแท้ "มโนวิญญ์ธาตุ"ประคอง.......................................เจริญจิต โลกีย์ มีชั่ว,ดีจิตแล้........................................................ภพถ้วนสามกราย ๕๖๓.จิตเป็นสิโลกิยะเจาะชี้..............................หน้าที่ภวเกิด,ตาย ไตร่ตรองอะรมณ์กิริยะฉาย..................................รับรู้ประลุภพสาม ๕๖๔.ความ"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นี้...........................เกิดแล อริยมรรค มรรคสี่โสดาฯ..แฉ................................................เริ่มต้น จัดโลกุตต์ธรรมแด...............................................เกิดสี่ อริยผล เกิดนิพพานจิตด้น................................................มุ่งข้ามวัฏแฉ ๕๖๕.หัวข้อสิ"ธัมม์หทยะฯ"ย้ำ............................"อารัมมณะ"แจกแล "เวท์นา,อภิญญะ"อติแน่.........................................เรื่อง"รูป,ลุกุศล หนา ๕๖๖.คราเกิด"วิบาก"แท้....................................ผลกรรม มี"อุปาทานหนำ....................................................ยึดแล้ว "วิตก"เรื่องคิดถลำ................................................โลกุตต์ โลกีย์ เห็น"ทิฏฐะ"ทราบแจ้ว...........................................พรั่งพร้อมจบเผย ฯ|ะ แสงประภัสสร ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ : พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้า ๙๖๙ - ๑๐๒๗ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/QDS6sftneCDDIYtTu ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ [ก] สัพพสังคาหิกวาระ = วาระว่าด้วยการรวบรวมธรรมทั้งปวงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้มีหมวดธรรม ๑๒ หมวด เริ่มตั้งแต่ขันธ์เป็นต้นไป [๑] ขันธ์มีเท่าไร?..อายตนะมีเท่าไร?..ธาตุมีเท่าไร?..สัจจะมีเท่าไร?..อินทรีย์มีเท่าไร?..เหตุมีเท่าไร?..อาหารมีเท่าไร?..ผัสสะมีเท่าไร?..เวทนามีเท่าไร?..สัญญามีเท่าไร?.. เจตนามีเท่าไร?.จิตมีเท่าไร? (๑) ขันธ์มี ๕...อายตนะมี ๑๒..ธาตุมี ๑๘...สัจจะมี ๔..อินทรีย์มี ๒๒..เหตุมี ๙..อาหารมี ๔..ผัสสะมี ๗..เวทนามี ๗..สัญญามี ๗..เจตนามี ๗..จิตมี ๗ (๒) ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน? คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์ (๓) อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน? คือ จักขายตนะ...รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..ฆานายตนะ..คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ |
||
|
70
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 02:27:06 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
อารมณ์ / ประสาน อารมณ์รักเรียงร้อยเป็นถ้อยหวาน ร่วมประสานรักมั่นรับวันใหม่ แม้คืนวันผันผ่านอีกนานไกล ฝากฤทัยเคียงคู่มิรู้ลา ![]() ต้นฝ้าย ส่งต่อค่ะ วิกฤติ / อาการ |
||