Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
 61 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 25, กรกฎาคม, 2569, 01:07:52 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕/๖) ประมวลธรรม : ๗๓.กุกกุโรวาทสูตร

๕) ดูก่อนปุณณะ ก็กรรมทั้งดําทั้งขาว มีวิบากทั้งดําทั้งขาว = เป็นไฉน
(๕.๑) ดูก่อนปุณณะ บุคคลบางคนในโลกนี้
-- ประมวลกายสังขาร อันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง;
-- ประมวลวจีสังขาร อันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง;
-- ประมวลมโนสังขาร อันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง
(๕.๒) ครั้นแล้ว เขาย่อมเข้าถึงโลกอันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง
-- ผัสสะอันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง
-- ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลก อันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง
-- เขาอันผัสสะที่มีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้างถูกต้องแล้ว
-- ย่อมเสวยเวทนาอันมีความทุกข์บ้าง ไม่มีความทุกข์บ้าง
-- มีทั้งสุขและทุกข์ระคนกัน
-- ดุจพวกมนุษย์ เทพบางเหล่าและสัตว์วินิบาตบางเหล่าฉะนั้น
~เทวดาบางเหล่า = ในที่นี้หมายถึงกามาวจรเทวดา ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี  และ ปรนิมมิตวสวัตดี
~วินิปาติกะ = สัตว์วินิบาทบางเหล่า หมายถึงเวมานิกเปรต ได้แก่ เปรตผู้อยู่ในวิมาน เสวยสุขและทุกข์สลับกันไป บางตนข้างแรมเสวยทุกข์; ข้างขึ้นเสวยสุข; บางตนกลางคืนเสวยสุข กลางวันเสวยทุกข์; เวลาเสวยสุขอยู่ในวิมานมีร่างสวยเป็นทิพย์สวยงาม; แต่เวลาจะเสวยทุกข์ก็ต้องออกจากวิมานนี้ไป และร่างกายก็กลายเป็นร่างที่น่าเกลียดน่ากลัว
(๕.๓) ดูก่อนปุณณะ เพราะกรรมที่มีดังนี้แล ความอุปบัติของสัตว์จึงมี สัตว์ทํากรรมใดไว้ ย่อมเข้าถึงเพราะกรรมนั้น ผัสสะย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงแล้ว
(๕.๔) ดูก่อนปุณณะ แม้เพราะอย่างนี้ เราจึงกล่าวว่า สัตว์มีกรรมเป็นทายาท ข้อนี้เรากล่าวว่า กรรมทั้งดําทั้งขาว มีวิบากทั้งดําทั้งขาว
~ มีวิบากทั้งดำและขาว หมายถึงกรรมมีวิบากทั้งเป็นสุขและเป็นทุกข์
(๖) ดูก่อนปุณณะ ก็กรรมไม่ดําไม่ขาว มีวิบากไม่ดําไม่ขาว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรมนั้น = เป็นไฉน
(๖.๑) ดูก่อนปุณณะ บรรดากรรม ๓ ประการนั้น เจตนาเพื่อละกรรมดํา มีวิบากดํา; เจตนาเพื่อละกรรมขาว มีวิบากขาว; เจตนาเพื่อละกรรมทั้งดําทั้งขาว มีวิบากทั้งดําทั้งขาวนั้นเสีย;
~เจตนา = ในที่นี้หมายถึงเจตนาในอริยมรรค ที่เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงวัฏฏะคือพระนิพพาน
(๖.๒) ข้อนี้เรากล่าวว่า กรรมไม่ดําไม่ขาว มีวิบากไม่ดําไม่ขาว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม
(๖.๓) ดูก่อนปุณณะ กรรม ๔ ประการนี้แล เราทําให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตาม
~ มีวิบากทั้งไม่ดำและไม่ขาว = หมายถึงเจตนากรรมในมรรคทั้ง ๔ ซึ่งทำให้สิ้นกรรม
[จ] ปุณณโกลิยบุตรแสดงตนเป็นอุบาสก
(๑) ปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโค ได้กราบทูลว่า
-> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ํา เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าผู้มีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ฉันใด
-> พระโคดมผู้เจริญ ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายฉันนั้นเหมือนกัน
-> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ
-> ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงจําข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
[ฉ] เสนิยอเจละขอบรรพชาอุปสมบท
(๑) เสนิยอเจละ ผู้ประพฤติวัตรดังสุนัขได้กราบทูลว่า
-> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก
-> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ํา เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ฉันใด
-> พระโคดมผู้เจริญ ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายฉันนั้นเหมือนกัน
(๒) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ข้าแต่พระองค์ผู้
(๓) ข้าพระองค์พึงได้บรรพชาอุปสมบทในสํานักของพระผู้มีพระภาคเจ้า
-> พุทธเจ้า : ดูก่อนเสนิยะ ผู้ใดเคยเป็นอัญญเดียรถีย์ หวังการบรรพชาอุปสมบทในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นต้องอยู่ปริวาส ๔ เดือนก่อน ต่อล่วง ๔ เดือน ภิกษุทั้งหลาย มีจิตอันอัญญเดียรถีย์ให้ยินดีแล้ว จึงจะให้บรรพชาอุปสมบทเพื่อความเป็นภิกษุ
-> ก็แต่ว่า เราทราบความต่างแห่งบุคคลในข้อนี้

 62 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 25, กรกฎาคม, 2569, 07:39:20 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๔/๖) ประมวลธรรม : ๗๓.กุกกุโรวาทสูตร

(๗) อนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า เราจักเป็นเทวดาหรือเทพองค์ใดองค์หนึ่ง ด้วยศีล วัตร ตบะ หรือพรหมจรรย์นี้ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด
(๘) ดูก่อนเสนิยะ เรากล่าวคติของผู้เห็นผิดว่ามี ๒ อย่าง คือ นรกหรือกําเนิดสัตว์ดิรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง
-> ดูก่อนเสนิยะ โควัตรเมื่อถึงพร้อม ย่อมนําเข้าถึงความเป็นสหายของโค เมื่อวิบัติย่อมนําเข้าถึงนรก ด้วยประการฉะนี้
(๙) เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ปุณณโกลิยบุตร ผู้ประพฤติวัตรดังโค ร้องไห้น้ำตาไหล
(๑๐) ลําดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะเสนิยอเจละ ผู้ประพฤติวัตรดังสุนัขว่า
(๑๑) ดูก่อนเสนิยะ เราไม่ได้คํานี้จากท่านว่า อย่าเลยเสนิยะ จงงดข้อนั้นเสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนั้นเลย
(๑๒) ดังนี้ ปุณณโกลิยบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้ามิได้ร้องไห้ถึงการพยากรณ์นั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะข้าพเจ้า
(๑๓) แม้ข้าพเจ้าสมาทานโควัตรนี้อย่างบริบูรณ์มาช้านาน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้ว่า
(๑๔) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสามารถแสดงธรรมโดยประการที่ให้ข้าพเจ้าพึงละโควัตรนี้ได้
(๑๕) และเสนิยอเจละผู้ประพฤติวัตรดังสุนัข พึงละกุกกุรวัตรนั้นได้
(๑๖) ดูก่อนปุณณะ ถ้ากระนั้น ท่านจงฟัง จงมนสิการให้ดี เราจักกล่าว ปุณณโกลิยบุตร ผู้ประพฤติวัตรดังโค ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
[ง] กรรมดํากรรมขาว ๔
(๑) พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า
-> ดูก่อนปุณณะ กรรม ๔ ประการนี้ เราทําให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม ๔ ประการนั้นเป็นไฉน
(๒) ดูก่อนปุณณะ
-> กรรมดํามีวิบากดํามีอยู่
-> กรรมขาวมีวิบากขาวมีอยู่
-> กรรมทั้งดําทั้งขาว มีวิบากทั้งดําทั้งขาวมีอยู่
-> กรรมไม่ดําไม่ขาว มีวิบากไม่ดําไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรมมีอยู่
(๓) ดูก่อนปุณณะ ก็กรรมดํามีวิบากดํา = เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้
(๓.๑) ประมวลกายสังขาร อันมีความทุกข์
(๓.๒) ประมวลวจีสังขาร อันมีความทุกข์
(๓.๓) ประมวลมโนสังขาร อันมีความทุกข์
(๓.๔) ครั้นแล้ว เขาย่อมเข้าถึงโลกอันมีความทุกข์; ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลกอันมีทุกข์; เขาอันผัสสะประกอบด้วยทุกข์ถูกต้อง ย่อมเสวยเวทนาอันประกอบด้วยทุกข์ อันเป็นทุกข์โดยส่วนเดียว ดุจสัตว์นรก
(๓.๕) ฉะนั้น ดูก่อนปุณณะ เพราะกรรมที่มีดังนี้แล ความอุปบัติของสัตว์จึงมี
(๓.๖) สัตว์ทํากรรมใดไว้ ย่อมเข้าถึงเพราะกรรมนั้น
(๓.๗) ผัสสะ ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงแล้ว
คือการกระทบกันของ อายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) และอายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์) เมื่อยังมีกายและใจ ย่อมหนีไม่พ้นการกระทบของอารมณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นวิบาก (ผล) ที่เกิดจากกรรมที่ทำไว้ในอดีต
(๓.๘) ดูก่อนปุณณะ แม้เพราะอย่างนี้ เราจึงกล่าวว่าสัตว์มีกรรมเป็นทายาท ข้อนี้ เรากล่าวว่า กรรมดํามีวิบากดํา
คือต้องรับผลของกรรมที่ตนทำไว้ โดย "กรรมดำมีวิบากดำ" หมายถึง บุคคลทำกายสังขาร วจีสังขาร และมโนสังขารที่เบียดเบียนตนหรือผู้อื่น และเข้าถึงโลกที่เป็นทุกข์ เสวยทุกข์โดยส่วนเดียว (เช่น สัตว์นรก)
~ กรรมดำ = หมายถึงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ มีวิบากดำ หมายถึงเป็นเหตุให้เกิดในอบาย
~ อกุศลกรรมบถ  ๑๐ = ประกอบด้วย:
-- กายกรรม ๓ - ความชั่วทางกาย: ปาณาติบาต- ฆ่าสัตว์; อทินนาทาน -ลักทรัพย์; กาเมสุมิจฉาจาร - ประพฤติผิดในกาม
-- วจีกรรม ๔ - ความชั่วทางวาจา : มุสาวาท - พูดเท็จ; ปิสุณาวาจา - พูดส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน;  ผรุสาวาจา - พูดคำหยาบ; สัมผัปปลาปะ - พูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระ
-- มโนกรรม ๓ - ความชั่วทางใจ : อภิชฌา - โลภอยากได้ของผู้อื่น; พยาบาท - ผูกใจเจ็บ คิดร้ายผู้อื่น; มิจฉาทิฏฐิ - เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม
(๔) ดูก่อนปุณณะ ก็กรรมขาว มีวิบากขาว = เป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้
(๔.๑) ประมวลกายสังขาร อันไม่มีความทุกข์
~ กายสังขาร หมายถึงสภาพปรุงแต่งการกระทำทางกายหรือกายสัญเจตนา คือ ความจงใจทางกาย
(๔.๒) ประมวลวจีสังขาร อันไม่มีความทุกข์
~ วจีสังขาร =สภาพปรุงแต่งการกระทำทางวาจา ได้แก่ วิตกและวิจาร หรือวจีสัญเจตนา คือ ความจงใจทางวาจา
(๔.๓) ประมวลมโนสังขาร อันไม่มีความทุกข์
~ มโนสังขาร = สภาพปรุงแต่งการกระทำทางใจ ได้แก่ สัญญาและเวทนา หรือมโนสัญเจตนา คือความจงใจทางใจ
(๔.๔) ครั้นแล้ว เขาย่อมเข้าถึงโลกอันไม่มีความทุกข์; ผัสสะอันไม่มีความทุกข์ ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงโลกอันไม่มีความทุกข์
(๔.๕) เขาอันผัสสะไม่มีความทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาอันไม่มีความทุกข์ เป็นสุขโดยส่วนเดียว ดุจเทพชั้นสุภกิณหาฉะนั้น
(๔.๖) ดูก่อนปุณณะ เพราะกรรมที่มีดังนี้แล ความอุปบัติของสัตว์จึงมี สัตว์ทํากรรมใดไว้ ย่อมเข้าถึงเพราะกรรมนั้น ผัสสะย่อมถูกต้องเขาผู้เข้าถึงแล้ว
(๔.๗) ดูก่อนปุณณะ แม้เพราะอย่างนี้ เราจึงกล่าวว่า สัตว์มีกรรมเป็นทายาท ข้อนี้ เรากล่าวว่า กรรมขาวมีวิบากขาว
~ กรรมขาว หมายถึง กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ มีวิบากขาว หมายถึงเป็นเหตุให้เกิดในสวรรค์

 63 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: - สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดน้องหญิง ลิตเติลเกิร์ล 18 กรกฎาคม -
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 10:06:20 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ชลนา ทิชากร


ขอให้เธอสุขสันต์ในวันเกิด
พรประเสริฐเลิศใดให้สุขสม
จงสัมฤทธิ์คิดใดได้ภิรมย์
พรพระพรหมสมถวิลจินตนา
♥.♥
กุหลาบหรูชมพูเด่นเป็นกลีบซ้อน
ทุกขั้นตอนซ้อนทับซับคุณค่า
กุหลาบซ้อนอ่อนหวานซ่านวิญญา
ตรึงอุราพาใจให้จดจำ
♥.♥
ความปรารถนาดีที่มีให้
ด้วยหัวใจไมตรีที่ชุ่มฉ่ำ
มอบกุหลาบช่อน้อยร้อยถ่อยคำ
เป็นลำนำคำกลอนอวยพรเธอ
♥.♥
ชลนา  ทิชากร



 64 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 04:25:17 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ


เบื้อง / เหตุการณ์


เพียงแสงน้อย หรี่เรือง ในเบื้องหน้า
จะฟันฝ่า มุ่งไป แม้ใดขวาง
ถึงเรี่ยวแรง โรยล้า ตาฝ้าฟาง
จักเพียรสร้าง เหตุการณ์ เพื่อพานแพร้ว

ส่งต่อครับ
คุณค่า / ยกย่อง

 65 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: - สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดน้องหญิง ลิตเติลเกิร์ล 18 กรกฎาคม -
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 04:20:14 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ




ขอให้มีความสุขมากมาย สุขภาพกายใจแข็งแรงทุกๆวันครับ

 66 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 02:11:11 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๓/๖) ประมวลธรรม : ๗๓.กุกกุโรวาทสูตร

๗. กุกกุโรวาทสูตร
ว่าด้วยปุณณโกลิยบุตรและเสนิยอเจละ
[ก] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
-> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ในโกลิยชนบท ทรงทํานิคมของชาวโกลิยะ ชื่อว่าหลิททวสนะให้เป็นโคจรคาม
~ หลิททวสนนิคม (นิคมบ้านหลิททวะ) ในโกลิยชนบท
~ โคจรคาม = คือ หมู่บ้านที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นที่เที่ยวบิณฑบาต หรือหมู่บ้านที่เป็นแหล่งโคจรไปเพื่อรับอาหารบิณฑบาตเป็นประจำในช่วงที่ประทับอยู่การเสด็จเข้าไปบิณฑบาตและโปรดสัตว์ในนิคม แห่งนั้น เพื่อให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์จากการเห็นสมณะและได้ถวายอาหาร
-> ครั้งนั้น ปุณณโกลิยบุตร ผู้ประพฤติวัตรดังโค และเสนิยอเจละ ผู้ประพฤติวัตรดังสุนัข เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ แล้วปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโค ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฝ่ายเสนิยอเจละผู้ประพฤติวัตรดังสุนัข ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ก็คุ้ยเขี่ยดุจสุนัขแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
~ ปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโค (หรือโควัตร) = คือ ผู้ปฏิบัติตนตามแนวทางทำวัตรแบบวัว เช่น กิน หญ้า หรือพฤติกรรมบางอย่างคล้ายวัว เพื่อหวังผลการเกิดเป็นวัวหรือไปสู่คติที่ดี แต่ภายหลังได้รับฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนเข้าใจเรื่องกรรมและยอมรับพระรัตนตรัย
~ เสนิยอเจละ = คือ อเจละ (นักบวชเปลือยกาย) ที่สมาทานกุกกุรวัตร คือการประพฤติวัตรปฏิบัติตนเลียนแบบสุนัข เช่น การกินอาหารบนพื้น การคุ้ยเขี่ย การนอนตามกิริยาของสุนัขอย่างเคร่งครัดและยาวนาน เชื่อว่าจะทำให้บริสุทธิ์หรือได้เป็นเทวดา แต่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ ว่าเป็นการเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ซึ่งนำไปสู่การเกิดเป็นสุนัขหรือนรก
[ข] คติของผู้ประพฤติวัตรดังสุนัข
(๑) ปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโค =ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
-> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เสนิยอเจละนี้ ประพฤติวัตรดังสุนัข ทํากรรมยากที่ผู้อื่นจะทําได้ บริโภคโภชนะที่วางไว้ ณ พื้นดิน เขาสมาทานกุกกุรวัตรนั้นอย่างบริบูรณ์ สิ้นกาลนาน คติของเขาจะเป็นอย่างไร ภพหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร
~ กุกกุรวัตร = ผู้ประพฤติกุกกุรวัตร หมายถึงผู้ประพฤติเลียนแบบสุนัข หรือทำกิริยาอาการเหมือนสุนัขทุกอย่าง
(๒) พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสห้ามว่า อย่าเลย ปุณณะ จงงดข้อนี้เสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนี้เลย ปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโค ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นครั้งที่ ๒,๓
(๓) ดูก่อนปุณณะ เราไม่ได้จากท่านเป็นแน่ซึ่งคํานี้ว่า อย่าเลยปุณณะ จงงดข้อนั้นเสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนั้นเลย ดังนี้
(๔) แต่เราจักพยากรณ์แก่ท่าน = ดูก่อนปุณณะ บุคคลบางคนในโลกนี้บําเพ็ญกุกกุรวัตร บําเพ็ญปกติของสุนัข บําเพ็ญกิริยาอาการของสุนัขให้บริบูรณ์ ไม่ขาดสาย ครั้นแล้วเมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสุนัข
(๕) อนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า เราจักเป็นเทวดาหรือเทพองค์ในองค์หนึ่ง ด้วยศีล วัตร ตบะ หรือพรหมจรรย์นี้ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด
(๖) ดูก่อนปุณณะ เรากล่าวคติของผู้เห็นผิดว่ามี ๒ อย่าง คือ นรกหรือกําเนิดสัตว์ดิรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง
(๗) ดูก่อนปุณณะ กุกกุรวัตรเมื่อถึงพร้อม ย่อมนําเข้าถึงความเป็นสหายของสุนัข เมื่อวิบัติย่อมนําเข้าถึงนรก ด้วยประการฉะนี้
(๘) เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว เสนิยอเจละผู้ประพฤติวัตรดังสุนัข ร้องไห้น้ำตาไหล
[ค] คติของผู้ประพฤติวัตรดังโค
ลําดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะปุณณโกลิยบุตรผู้ประพฤติวัตรดังโคว่า ดูก่อนปุณณะ เราไม่ได้คํานี้จากท่านว่า อย่าเลยปุณณะ จงงดข้อนั้นเสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนั้นเลย
~ ผู้ประพฤติโควัตร = ผู้ประพฤติเลียนแบบโค คือ ผูกเขา ผูกหางเที่ยวไปกับฝูงโค ดังนี้
(๑) เสนิยอเจละทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้ามิได้ร้องไห้ถึงการพยากรณ์นั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าได้สมาทานกุกกุรวัตรนี้อย่างบริบูรณ์มาช้านานแล้ว
(๒) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปุณณโกลิยบุตร ประพฤติวัตรดังโค เขาสมาทานโควัตรนั้นอย่างบริบูรณ์มาช้านาน คติของเขาจะเป็นอย่างไร ภพหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร
(๓) พุทธเจ้า : อย่าเลย เสนิยะ จงงดข้อนั้นเสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนั้นเลย
(๔) เสนิยอเจละ ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นครั้งที่ ๒... เป็นครั้งที่ ๓ ว่า
(๕) พุทธเจ้า : ดูก่อนเสนิยะ เราไม่ได้จากท่านเป็นแน่ซึ่งคํานี้ว่า อย่าเลยเสนิยะ จงงดข้อนั้นเสียเถิด อย่าถามเราถึงข้อนั้นเลย
(๖) ดังนี้ แต่เราจักพยากรณ์แก่ท่าน ดูก่อนเสนิยะ บุคคลบางคนในโลกนี้ บําเพ็ญโควัตร บําเพ็ญปกติของโค บําเพ็ญกิริยาอาการของโคอย่างบริบูรณ์ ไม่ขาดสาย ครั้นแล้วเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของโค

 67 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ / Re: - สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดน้องหญิง ลิตเติลเกิร์ล 18 กรกฎาคม -
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 11:25:51 AM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



ขอบคุณค่ะคุณฝาตุ่ม
เช่นกันนะคะ วันนี้จนถึงตลอดไป
ก็ขอให้คุณฝาตุ่มมีแต่ความสุข
สิ่งที่สำคัญคือ ร่ำรวยเงินทอง นะคะ

 

 68 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 10:12:40 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ลูกชุบนี้ของใครภาพคุ้นตา    ทั้งถ้วยวางเรียงหน้าคุ้นตาจัง
 

 69 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: 24, กรกฎาคม, 2569, 08:41:39 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๒/๖) ประมวลธรรม : ๗๓.กุกกุโรวาทสูตร

    ๑๗.ทรงตรัสกะ"ปุณณะ"พหุสัตว์.......................อุปบัติซิกรรมดล
กรรม,มรดกสิดนุตน.............................................จะตริรับมิเลี่ยงหนี

    ๑๘.มี"กรรมดำ"ก่อพร้อม...................................วิบากดำ ตามมา
คนเบียดเบียนเขานำ............................................ทุกข์ท้น
ทางกาย,พูด,มโนทำ.............................................ปรุงแต่ง สังขาร
พึงรับวิบากด้น.....................................................นรกแล้รับยาว

    ๑๙.ทรงตรัสกะ"ปุณณะ"นฤชัด.........................."ปฏิบัติซิกรรมขาว"
"พลอยรับวิบาก"ชระสกาว.....................................มนะ,กาย,วจีเผย

    ๒๐.เปรยเขาถึงโลกแท้......................................ทุกข์หนา มิมี
มีสุขเวทนา...........................................................แค่นั้น
ประดุข"เทพสุภหาฯ".............................................สุขยิ่ง กรรมขาว
มีวิบากขาวดั้น......................................................สัตว์แล้มรดกกรรม

    ๒๑.ตรัส,"ปุณณะ"กรรมสิทวิสอง........................ภวครองก็ขาว-ดำ
"ดำ-ขาววิบาก"ทุขะถลำ........................................รึมิทุกข์ปะปนกัน

    ๒๒.ครันเหมือนกับเทพแล้.................................."เปรต"เอย "มนุษย์"
สลับทุกข์,สุขเผย..................................................ก่นเฝ้า
หลังตายจึ่งเกิดเกย...............................................ทายาท รับกรรม
กรรมก่อจำรับเข้า..................................................เกิดแล้วยลฉาว

    ๒๓.ตรัส"ปุณณะ"กรรมสิอนะทำ.........................ทวิกรรมซิดำ-ขาว
ไม่มีวิบากทุติยะพราว............................................ภวสิ้นและสุดกรรม

    ๒๔.คำ"กรรมสามสิ่ง"แท้....................................."ดำ,ขาว ระคน"
มีเจตน์ละออกพราว...............................................จุ่งพริ้ง
อริยมรรคยาว.......................................................ปฏิบัติ
ออกวัฏฏะแลทิ้ง....................................................ล่วงแล้วนิพพาน

    ๒๕.พุทธ์เจ้าสิตรัส"ตติยกรรม"............................ดนุทำจะแจ้งชาญ
ปัญญาปะยิ่งแนะนยะฉาน......................................นฤชนเจาะรู้ตาม

    ๒๖.ความ"ปุณณะฯ"จ่อแท้..................................แสดงตน  อุบาสก
พฤติวัตรโคปุณณะยล...........................................กล่าวถ้อย
พุทธ์ภาษิตชัดผล..................................................เห็นกระจ่าง
เปรียบบอกทางเขาช้อย.........................................แจ่มแจ้งจริงหนา

    ๒๗.ธรรมแจงเอนกสิปริยาย................................พหุหลายเหมาะง่ายนา
ขอรัตนตรัยสรณะกล้า...........................................สกะข้าฯซิชีพวาย

    ๒๘."เสนิฯ"กรายมุ่งแล้ว.......................................บวชหนา
พุทธองค์ตรัสนา.....................................................บ่งไว้
ชนนอกพุทธ์ศาสน์คราง..........................................ลองสี่ เดือนยง
จนเหล่าสงฆ์ยอมไซร้..............................................บวชนี้จิตรตี

    ๒๙.ครา"เสนิฯ"ขอลุปริวาส...................................ยุรยาตรกะสี่ปี
สงฆ์หลายสิจ่อลุรติชี้...............................................ประลุบวชซิข้าฯแฉ

    ๓๐.ครา"เสนิฯ"วัตรแท้..........................................สุนัขเผย
คราบวชก็ปลีกเอย...................................................วิเวกน้อม
เพียรธรรมยิ่งเจริญเกย............................................วิมุติ
จึงล่วงอร์หันต์พร้อม.................................................กิจนี้สมบูรณ์ ฯ|ะ

แสงประภัสสร

๗. กุกกุโรวาทสูตร ว่าด้วยปุณณโกลิยบุตรและเสนิยอเจละ : [เล่มที่ ๒๐] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ https://share.google/Ls3BNwe6gBDvt4YoO

 70 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 23, กรกฎาคม, 2569, 11:45:15 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

มีลูกชุบกินไหมใครหม่ำบ้าง    เลือกสีอย่างสุดหรูดูเข้าท่า
 



หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.454 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...