Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
 71 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: คนรากหญ้าลำบากใจ
 เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 02:23:12 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


ค่าครองชีพบีบคั้นวันคืนคล้อย
เงินเหลือน้อยค่าข้าวหาจากไหน
แม้อดออมยอมทนจนทุกข์ใจ
จะหยิบใช้ใจคิดถึงค่ากิน

ข้าวจมน้ำช้ำหนักยากจักฟื้น
ต้องทนฝืนยืนสู้กู้หนี้สิน
เสียงท้องร้องก้องดังหวังใครยิน
ทั่วแผ่นดินสิ้นทุนวุ่นทุกวัน

 AddEmoticons00949
ต้นฝ้าย

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥

 72 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 02:10:02 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

ช่วยกันพายกันร้องทำนองวาง   ขาชี้กางขึ้นฟ้าน่าอายจัง  

 73 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 07:00:50 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๑/๖๖)

    ๕๓๖.กราน"มนายะฯ"จิตน้อม........................มีวิจาร ปราศวิตก
เรียก"อวิตักมัตต์ฯ"ชาญ...................................ละเอียดแล้
มนายะฯยาตรกราน........................................."อวิตัก- กาวิจาร"
ปราศวิตก,วิจารแท้...........................................สงบแล้วจิตเผย

    ๕๓๗."ธัมมายะฯ"สิ่งหทยะรู้...........................เลิศชู"สวิตักฯ"เอย
กอปร"ตรึก,วิจาร"กะมนะเชย............................เจตสิกลุปฐมฌาน

    ๕๓๘.พาน"ธัมมาฯ"สิ่งแล้...............................จัดเป็น "อวิตักมัตต์ฯ"
มีแต่"วิจาร"เห็น................................................."วิตก"ไร้
จิต,เจตสิกเย็น..................................................เกิดยิ่ง ฌานสอง
จิตสงบ,ประณีตไซร้..........................................สุขล้ำ ปฐมฯหนา

    ๕๓๙.สามสัจจะคือลุ"สมุทัย"...........................เหตุไซร้ลิ"นิโรธฯ"ครา
"มัคค์สัจ"ก็มรรคอริยะกล้า.................................สามอย่างก็"อรูปธรรม"

    ๕๔๐.คำสมุทัยสัจน้อม....................................ทราบหนา เหตุทุกข์
คือ"อยาก"เกิดตัณหา.........................................เดือดร้อน
"นิโรธสัจ"ดับครา...............................................เหตุทุกข์
ดับเหตุทุกข์หมดจ้อน.........................................จิตแล้สงบเผย

    ๕๔๑.มัคค์สัจสิทางลุปฏิบัติ.............................ด้วยชัดทุขะจริงเอย
ทางกลางก็มรรคอริยะเชย.................................มรรคอัฏฐะลุแจ้งแฉ

   ๕๔๒.แลทุกข์สัจชัดแล้ว.................................."รูปธรรม, อรูปธรรม"
เป็นรูปขันธ์เกิดหนำ...........................................จากแท้
มหาภูตรูปนำ.....................................................ดิน,อุทก.. รูปอาศัย
สภาพเกิด,ดับแล้................................................ไม่ได้คงหนา

    ๕๔๓.ส่วนธรรม"อรูปะฯ"ภวครัน.......................นาม์ขันธ์จตุ"เวท์นา"
"สัญญากะสังขตะ" กล้า......................................"วิญญาณ"ซิเจาะรู้ดี

    ๕๔๔."อินทรีย์สิบสี่"แล้....................................รูปธรรม
มีจิต,มนินทรีย์นำ...............................................รับรู้
อินทรีย์สุข,ทุกข์คลำ..........................................โทมนัส, โสมนัส
เพียร,เชื่อ,สติ,สมาธิ์สู้.........................................กอปรแล้ปัญญินฯ

    ๕๔๕.โลกุตต์ระอินทริยะแจง...........................เพื่อแจ้งอริย์สัจชิน
"อัญญินฯ,อนัญญะฯ"ลุผลิน................................."อัญญาฯ"นิรวาณแฉ

    ๕๔๖.แล"ชีวิตินฯ"ใหญ่แท้...............................มีสอง รูป,นาม
"ชีวิตินฯรูป"ครอง................................................รักษ์ป้อง
"กัมมชรูป"ปอง....................................................เกิดจาก กรรมแล
รูปอยู่คงรอดพร้อง..............................................ชีพย้ำยืนยาน

    ๕๔๗.นาม"ชีวิตินทริยะ"นำ...............................นาม์ธรรมรึ"อรูป"กราน
เป็นเจตสิกจะอนุบาล..........................................นาม์ขันธ์ระยะเกิด,ปลง

    ๕๔๘.คงมีขันธ์สี่น้อม......................................โลกีย์ โลกุตต์
คราจิตเกิดกิเลสมี..............................................เรียกแล้
โลกียธรรมพี......................................................เวียนว่าย วัฏวน
โลกุตตร์มรรคผลแล้...........................................มุ่งก้าวนิพพาน

    ๕๔๙. มี"สองสิอายตนะ"กล้า............................."ธรรมมายะฯ"มนาฯ"กราน
โลกุตต์ระ,โลกิยะลุฉาน.......................................เหนือโลกและ ณ โลกแฉ

    ๕๕๐.แล"มนายะฯ"จิตรู้....................................อารมณ์ รูป..สัมผัส
กิจอยู่โลกีย์ชม....................................................กิเลสท้น
ในโลกุตต์จิตสม..................................................มรรคจิต ผลจิต
กิจฆ่ากิเลสหมดพ้น.............................................หลุดลี้วัฏเผย

    ๕๕๑."ธัมมายะฯ"สิ่งสิมนะรู้..............................."รูป"ชู"นิรวาณ"เชย
เจต์สิกก็มีกิจะเฉลย.............................................อารมณ์เจาะ ณ โลกีย์

    ๕๕๒."ธัมมาฯ"ดี,ชั่วพร้อม.................................เกิดปรุง เวียนเกิด
ยังอยู่โลกีย์ผดุง..................................................เที่ยวแล้
โลกุตต์,นิพพานจรุง.............................................เกิดจิต มรรคผล
กิเลสทลายแท้....................................................ทุกข์พ้นดับแฉ

    ๕๕๓."สองสัจจะ"โลกิยะถนัด............................"ทุกข์สัจและสมุทย์ฯแล
โลกุตต์ก็มรรคลุธุระแน่........................................ดับทุกข์ซิ"นิโรธฯ"เผย

 74 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาประสาสัตว์คำโคลง ๐-...
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:35:21 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

Photo By บ้านกลอนน้อยฯ©
วันประมงน้อมเกล้า 2569 ครั้งที่ 36

-๐ ปลาปีกแดง (ปลาปากหนวด) ๐-

๏   เงินงามห่มหุ้ม              เรือนกาย
ปลาปีกแดงแดงชายครีบกล้า
เวียนว่องคล่องเริงสายน้ำสนุก
ปลอบปลุกใจอ่อนล้าเร่งฟื้นคืนพลัง ๚ะ๛

- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

• กลับสู่สารบัญ นานาประสาสัตว์คำโคลง คลิก

 75 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:31:14 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ชวนยกขาขึ้นเรือเพื่อหนีน้ำ   แล้วพายจ้ำจ๋อมจ๋อมออกคลองกว้าง
 

 76 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / Re: น้ำมันแพง ในวันธรรมดาของฉัน
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 08:53:36 PM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

ยิ่งเดินตลาดก็ยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น
อาหารกับข้าว ไข่ ผักที่ต้องซื้อกินอยู่ทุกวัน ราคาขึ้นไปมาก
เมื่อก่อนยังพอเลือกได้ว่าอะไรแพงก็ซื้ออย่างอื่นแทน
แต่เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน ก็แทบไม่มีอะไรให้รู้สึกว่าถูกเลยค่ะ

ฉันพยายามประหยัดแล้ว ซื้อเฉพาะที่จำเป็น
แต่ของที่จำเป็นนี่แหละ ที่แพงขึ้นจนเหนื่อยใจ
จะลดอีกก็ไม่รู้จะลดตรงไหน
เพราะทุกคนในบ้านยังต้องกินข้าวทุกวัน

บางวันนั่งคิดว่า ถ้าข้าวของยังแพงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เงินที่มีใช้ยังเท่าเดิม เราจะอยู่กันอย่างไร
วันนี้ยังพอหมุนพอจ่าย แม้จะเหลือติดกระเป๋าน้อยลง
แต่วันข้างหน้า หากมีเรื่องจำเป็นแทรกเข้ามาอีกสักอย่าง
เงินที่เคยพออย่างเฉียดฉิว จะยังพออยู่ไหม

เพื่อนบ้านอื่น คงเจอปัญหาแบบนี้ไม่น้อยเลยนะคะ
คนไทยเรา ชนรากหญ้ามีมากกว่าคนรวย
ขอให้เหตุการณ์แบบนี้ผ่านไปโดยเร็วเถอะนะ

             

 77 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 05:15:19 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๐/๖๖)
   
    ๕๑๘.กรานธาตุสิบสภาพน้อม..........................ตัณหา ยึดครอง
เรียก"อุปาทินฯ"พา.............................................วิบากแท้
อารมณ์เหนี่ยวจิตหนา........................................ยึดมั่น ปัจจุบัน
ธรรมจ่ออุปาทินแล้.............................................พรั่งพร้อมอุปาทาน

    ๕๑๙."สมุทยสัจ"สิเป็นลุ"อนุปาฯ"......................ตัณหามิเจาะยึดกราน
ผลกรรมวิบากลุอนะฉาน.....................................แต่"อยาก"ธุวะยึดแฉ

    ๕๒๐.แลทุกขสัจชัดน้อม..................................ปัญจมขันธ์ นามรูป
เกิดจากกรรมแลครัน...........................................เริ่มต้น
ความ"อยาก"ยึดเกิดพลัน.....................................มีร่วม อารมณ์
เป็นอุปาทานท้น..................................................เรียกพร้อง"อุปาทิน"

    ๕๒๑.อินทรีย์สิเก้าประลุ"อุปาฯ"........................เกี่ยวหนาภวรูปชิน
ผลกรรมเกาะ"อยาก"เจาะธุวะสิ้น..........................อารมณ์ก็จะมีเผย

    ๕๒๒.เปรย"มโนวิญญ์ธาตุ"นั้น...........................สภาพธรรม มีสอง
เป็น"อุปาทินฯ"นำ.................................................ยึดแล้
ผลกรรมเก่า"อยาก"ทำ.........................................คุมจิต มีเผลอ
เป็นธาตุอารมณ์แท้..............................................เกิดซ้ำอุปาทาน

    ๕๒๓."วิญญ์ธาตุมโน"เจาะ"อนุปาฯ"....................ไป่หนาธุวะยึดกราน
แต่เป็นอะรมณ์เพราะวสะฉาน...............................เข้ายึดมนะครอบครอง

    ๕๒๔.ตรอง"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นั้น........................."อนุปา-ทินนาฯ"
"ความอยาก,อารมณ์หนา.......................................ปราศไร้
มโนวิญญ์ฯเด่นเหนือครา.......................................โลกุตตร มรรคผล
แลอุปาทานไซร้....................................................ปราศย้ำยึดเผย

    ๕๒๕.จิตห้าซิผลเจาะลุอุปาฯ..............................ยึดหนา"วสะอยาก"เอย
อารมณ์รตีจะธุวะเคย............................................ยึดต่อเกาะกิเลสฟู

    ๕๒๖.ดู"รูปขันธ์"ไป่แล้ว.....................................วิตก, วิจาร "อวิตักฯ"
เป็นรูปธรรมเห็นพาน.............................................จิตไร้
มิมี"ตรึก,ตรอง"ขาน...............................................เลยแน่
จึงต่างนามข้นธ์ไซร้...............................................มุ่งทั้ง มีสอง

     ๕๒๗."จำ,ปรุงและรู้"ก็เจาะสินาม-........................ขันธ์สามระบุฌานครอง
จิตตรึก,วิจาร"ลุภวปอง...........................................ฌานหนึ่งประลุ"สองแล

    ๕๒๘.แฉนามขันธ์เด่นพร้อม................................"อวิตักกา-วิจารมัตต์ฯ"
จิตไป่วิตกหนา.......................................................จ่อแล้
วิจารอยู่ฌานครา...................................................ระดับ ฌานสอง
จำแนกฌานขยายแท้.............................................มุ่งห้าฌานเผย

    ๕๒๙."ขันธ์สาม"สิจิตลุ"อวิตักฯ"...........................จ่อปักอนะสองเอย
ทั้ง"ตรึกวิจาร"หทยะเชย.........................................ฌานสาม,จตุฌานแฉ

    ๕๓๐.แลสังขารร่วมพร้อม....................................พบพาน จิต,เจตสิก
เป็น"สวิตักวิจาร".....................................................เกิดแล้ว
วิตก,วิจารกราน......................................................กับจิต "กามาวจร"
จิตปฐมฌานแผ้ว....................................................ตรึกทั้งตรองหนา

    ๕๓๑.สังขารและจิตลุ"อวิตัก-..............................มัตต์ฯ"จักมิ"วิตก"ครา
ยังมี"วิจาร"สิตริคณา..............................................ในฌานทุติย์จิตเผย

    ๕๓๒.เปรยสังขารกลุ่มนี้.....................................ทำงาน เจตสิก
"อวิตักวิจาร"..........................................................เลี่ยงพ้น
วิตก,วิจารกราน.....................................................เพิกหมด
ฌานสี่,สามอุบัติท้น................................................ปราศทั้งสองแฉ

    ๕๓๓.สังขารสิอื่นมิภณะเด่น...............................ว่าเป็นตติไหนแล
ตรึก,ตรองสภาพตติยะแล้......................................หรือปราศอนะทั้งสาม

    ๕๓๔.ความสังขารแต่งน้อม................................คิดปรุง สภาพเหมือน
วิตก,วิจารผดุง......................................................คิดไซร้
ดุจเจตสิกจรุง.......................................................ก็กลุ่ม สังขาร
หาร่วมสัมปยุตได้..................................................กล่าวพ้นมิเป็น

    ๕๓๕.ผองจิต"มนายตนะ"ครอง...........................มีสอง"สวิตักฯ"เน้น
มีตรึก,วิจาร"ตริวิเคราะห์เห็น..................................ในกาลซิปฐมฌาน

 78 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 03:46:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ความเจ็บปวดฝังลึกเฝ้าตรึกตรอง   ใครจะมองความช้ำช่วยนำทาง 

 79 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / ห้องนั่งเล่นพักผ่อน / น้ำมันแพง ในวันธรรมดาของฉัน
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:18:50 AM 
เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า




น้ำมันแพง ในวันธรรมดาของฉัน

เมื่อก่อนจะออกไปตลาด ฉันคิดแค่ว่าวันนี้จะซื้ออะไรมาทำกับข้าว
แต่พอน้ำมันแพงขึ้น กลับต้องคิดก่อนว่าจะไปดีไหม ของที่ขาดพอจะรอได้หรือเปล่า
เรื่องธรรมดาในชีวิตเริ่มมีค่าใช้จ่ายให้ลังเลอยู่เสมอ

ฉันยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซื้อของไม่ได้มากกว่าเก่า
ไปไหนก็ไม่ได้ไกลกว่าเดิม แต่เงินกลับเหลือน้อยลง
บางวันมองของในถุงแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า
จ่ายไปตั้งเท่านี้ ได้กลับมาแค่นี้เองหรือ

ฉันไม่ได้อยากมีชีวิตหรูหรา
แค่อยากไปตลาดโดยไม่ต้องกังวลทั้งค่าของและค่าน้ำมัน
อยากซื้อของที่ชอบติดมือกลับมาบ้าง
โดยไม่ต้องรู้สึกว่าเงินส่วนนี้ควรเก็บไว้เติมน้ำมันรถ
ความสุขเล็ก ๆ ของฉันยังเท่าเดิม
เพียงแต่ทุกวันนี้มันแพงขึ้นเท่านั้นเอง

 
หยาดฟ้า

 80 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 08:59:25 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๒๙/๖๖)

    ๕๐๐.ครา"อายตนะสิบ"นั้น................................จัดเป็น "เนววิปากฯ"
มิใช่วิบากเห็น......................................................เหตุไร้
อายต์นะสิบรู้ป่ระเด็น...........................................บ จิต บ อารมณ์
มิก่อกรรมผลไซร้................................................ปราศแท้วิบากผล

    ๕๐๑.เชื่อม"สิบสิอายตนะ"พร่ำ.........................รูป์ธรรมอนะรู้ยล
เป็น"เนว์วิปากนะวิฯ"พ้น.......................................ไป่เหตุและวิบากหนา

    ๕๐๒.ครา"วิญญาณธาตุห้า".............................เป็นนา วิบากธรรม
"ตา..กาย"รับอารมณ์หนา....................................เกิดแท้
ทำดี,ชั่ว,กิริยา.....................................................ในอดีต
กรรมเก่าผลเกิดแล้.............................................วิบากแท้อันเดียว

    ๕๐๓.จิตคือ"มโนฯ"จะประลุบ่ม.........................อารมณ์ก็จะรับเทียว
จาก"จักขุวิญญ์ฯ.."ลุพละเปรียว...........................ผลเก่า ณ อดีตเผย

    ๕๐๔.เปรย"มโนธาตุ"แน่วแท้............................"วิปากธรรม"
ผลวิบากจิตนำ....................................................เกิดแล้ว
เป็น"เนววิปากฯ"กรรม..........................................วิบาก,เหตุ มิเป็น
เป็นรูป,กิริยาแผ้ว.................................................สภาพน้อมนิพพาน

    ๕๐๕.ธรรม"สัจนิโรธ"เจาะประลุเตร่...................เป็น"เนววิปากฯ"กราน
จัดเป็นพระนิพฯ บ มนะฉาน..................................กรรมใหม่อนะเกิดหนา

    ๕๐๖.ครา"ทุกขสัจ"ชัดแล้ว...............................มีสาม
เป็น"วิปากธรรม"นาม...........................................ฝ่ายน้อม
โลกีย์ก่อดี,เลวลาม..............................................ผลเกิด
มีวิบากเห็นพร้อม.................................................รับถ้วนสุดหนี

     ๕๐๗.ทุกข์สัจสิเหตุประลุ"วิปาก-......................ธัมม์ฯ"มากภวชั่ว,ดี
จิตปรุงและแต่งเจาะพละชี้...................................ให้ผลจิระภพไกล

    ๕๐๘.ไวทุกขสัจจุ่งชี้........................................ผลกรรม มิมี"
"เนววิปากฯ"ทำ....................................................ไม่แล้
โลกีย์กิริยานำ.....................................................จิต,รูป
จึงไม่มีผลกรรมแท้...............................................ภาคหน้าเกิดแฉ

    ๕๐๙."อินทรีย์สิสาม"ก็เจาะ"วิปาก-.....................ธรรมฯ"ยากเฉพาะ"นาม"แล
จิตสุข"สุขินทริยะฯ"แน่.........................................ทำแต่ ณ อดีตเผย

    ๕๑๐.เปรย"ทุกขินฯ"ทุกข์แปล้...........................ผลอกุศล ณ อดีต
กายเกิดทุกข์ตรงดล.............................................เจ็บพร้อม
"อัญญาตาวินฯ"ผล...............................................อริยสัจ
จึงจ่อนิพพานน้อม.................................................กิเลสไร้หมดหนำ

    ๕๑๑."เหตุสองสิอินทริยะ"แน่..............................เหตุแท้ก็"วิปากธัม ม์ฯ"
โทมนัสฯสิทุกข์หทยะจำ........................................จากผลอกุศลแฉ

    ๕๑๒.แล"อนัญญาฯ"ยิ่งแล้..................................ปัญญา โสดาฯ
เป็นกุศลธรรมหนา.................................................หนึ่งน้อม
จึงเป็นเหตุเกิดครา................................................."วิปาก-ธัมมธรรม"
โลกุตต์จิตนำพร้อม................................................มรรคชี้ผลตาม

    ๕๑๓.เหตุธรรม"วิปากะฯ"หินะ,ดี...........................ผลชี้ฉกะเกิดลาม
"โลภ,โกรธกะหลง"และอนะสาม..............................ไม่โลภนิรโกรธ,หลง

    ๕๑๔.รูปขันธ์ตรงยึดแท้......................................อุปาทาน "อุปาทินฯ"
กายสัตว์เกิดแลกราน.............................................เหตุพร้อม
ผลกรรมเก่าบันดาล...............................................เหตุร่วม
ยึดมั่นพอใจน้อม....................................................ที่ตั้งยึดแฉ

    ๕๑๕.รูปขันธ์สิก่อเจาะ"อนุปาฯ"...........................ไม่หนานิรยึดแล
ไม่เกิดเพราะกรรมเจาะรสะแน่................................แต่ยังเกาะอุปาทินฯ

    ๕๑๖.ชิน"อายตะฯ"ร่วมห้า..................................."ตา,หู จมูก..กาย"
เป็นรูป,อารมณ์หรู.................................................."อยาก"ท้น
ตัณหายึดแลพรู.....................................................ถูกเรียก "อุปาทินฯ"
กับ"นุปาทานฯ"ล้น..................................................ที่ตั้งอารมณ์

     ๕๑๗."สัททายะฯเสียงก็อนุปาฯ"..........................ไม่หนาพละกรรมบ่ม
แต่เป็นอะรมณ์ลุภวสม............................................ยึดได้เกาะอุปาทาน

หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.173 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...