ค่าครองชีพบีบคั้นวันคืนคล้อย
เงินเหลือน้อยค่าข้าวหาจากไหน
แม้อดออมยอมทนจนทุกข์ใจ
จะหยิบใช้ใจคิดถึงค่ากิน
ข้าวจมน้ำช้ำหนักยากจักฟื้น
ต้องทนฝืนยืนสู้กู้หนี้สิน
เสียงท้องร้องก้องดังหวังใครยิน
ทั่วแผ่นดินสิ้นทุนวุ่นทุกวัน
ต้นฝ้าย
♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥
|
71
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 02:23:12 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ค่าครองชีพบีบคั้นวันคืนคล้อย เงินเหลือน้อยค่าข้าวหาจากไหน แม้อดออมยอมทนจนทุกข์ใจ จะหยิบใช้ใจคิดถึงค่ากิน ข้าวจมน้ำช้ำหนักยากจักฟื้น ต้องทนฝืนยืนสู้กู้หนี้สิน เสียงท้องร้องก้องดังหวังใครยิน ทั่วแผ่นดินสิ้นทุนวุ่นทุกวัน ต้นฝ้าย ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ |
||
|
72
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 02:10:02 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
ช่วยกันพายกันร้องทำนองวาง ขาชี้กางขึ้นฟ้าน่าอายจัง ![]() |
||
|
73
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 18, ตุลาคม, 2569, 07:00:50 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๑/๖๖) ๕๓๖.กราน"มนายะฯ"จิตน้อม........................มีวิจาร ปราศวิตก เรียก"อวิตักมัตต์ฯ"ชาญ...................................ละเอียดแล้ มนายะฯยาตรกราน........................................."อวิตัก- กาวิจาร" ปราศวิตก,วิจารแท้...........................................สงบแล้วจิตเผย ๕๓๗."ธัมมายะฯ"สิ่งหทยะรู้...........................เลิศชู"สวิตักฯ"เอย กอปร"ตรึก,วิจาร"กะมนะเชย............................เจตสิกลุปฐมฌาน ๕๓๘.พาน"ธัมมาฯ"สิ่งแล้...............................จัดเป็น "อวิตักมัตต์ฯ" มีแต่"วิจาร"เห็น................................................."วิตก"ไร้ จิต,เจตสิกเย็น..................................................เกิดยิ่ง ฌานสอง จิตสงบ,ประณีตไซร้..........................................สุขล้ำ ปฐมฯหนา ๕๓๙.สามสัจจะคือลุ"สมุทัย"...........................เหตุไซร้ลิ"นิโรธฯ"ครา "มัคค์สัจ"ก็มรรคอริยะกล้า.................................สามอย่างก็"อรูปธรรม" ๕๔๐.คำสมุทัยสัจน้อม....................................ทราบหนา เหตุทุกข์ คือ"อยาก"เกิดตัณหา.........................................เดือดร้อน "นิโรธสัจ"ดับครา...............................................เหตุทุกข์ ดับเหตุทุกข์หมดจ้อน.........................................จิตแล้สงบเผย ๕๔๑.มัคค์สัจสิทางลุปฏิบัติ.............................ด้วยชัดทุขะจริงเอย ทางกลางก็มรรคอริยะเชย.................................มรรคอัฏฐะลุแจ้งแฉ ๕๔๒.แลทุกข์สัจชัดแล้ว.................................."รูปธรรม, อรูปธรรม" เป็นรูปขันธ์เกิดหนำ...........................................จากแท้ มหาภูตรูปนำ.....................................................ดิน,อุทก.. รูปอาศัย สภาพเกิด,ดับแล้................................................ไม่ได้คงหนา ๕๔๓.ส่วนธรรม"อรูปะฯ"ภวครัน.......................นาม์ขันธ์จตุ"เวท์นา" "สัญญากะสังขตะ" กล้า......................................"วิญญาณ"ซิเจาะรู้ดี ๕๔๔."อินทรีย์สิบสี่"แล้....................................รูปธรรม มีจิต,มนินทรีย์นำ...............................................รับรู้ อินทรีย์สุข,ทุกข์คลำ..........................................โทมนัส, โสมนัส เพียร,เชื่อ,สติ,สมาธิ์สู้.........................................กอปรแล้ปัญญินฯ ๕๔๕.โลกุตต์ระอินทริยะแจง...........................เพื่อแจ้งอริย์สัจชิน "อัญญินฯ,อนัญญะฯ"ลุผลิน................................."อัญญาฯ"นิรวาณแฉ ๕๔๖.แล"ชีวิตินฯ"ใหญ่แท้...............................มีสอง รูป,นาม "ชีวิตินฯรูป"ครอง................................................รักษ์ป้อง "กัมมชรูป"ปอง....................................................เกิดจาก กรรมแล รูปอยู่คงรอดพร้อง..............................................ชีพย้ำยืนยาน ๕๔๗.นาม"ชีวิตินทริยะ"นำ...............................นาม์ธรรมรึ"อรูป"กราน เป็นเจตสิกจะอนุบาล..........................................นาม์ขันธ์ระยะเกิด,ปลง ๕๔๘.คงมีขันธ์สี่น้อม......................................โลกีย์ โลกุตต์ คราจิตเกิดกิเลสมี..............................................เรียกแล้ โลกียธรรมพี......................................................เวียนว่าย วัฏวน โลกุตตร์มรรคผลแล้...........................................มุ่งก้าวนิพพาน ๕๔๙. มี"สองสิอายตนะ"กล้า............................."ธรรมมายะฯ"มนาฯ"กราน โลกุตต์ระ,โลกิยะลุฉาน.......................................เหนือโลกและ ณ โลกแฉ ๕๕๐.แล"มนายะฯ"จิตรู้....................................อารมณ์ รูป..สัมผัส กิจอยู่โลกีย์ชม....................................................กิเลสท้น ในโลกุตต์จิตสม..................................................มรรคจิต ผลจิต กิจฆ่ากิเลสหมดพ้น.............................................หลุดลี้วัฏเผย ๕๕๑."ธัมมายะฯ"สิ่งสิมนะรู้..............................."รูป"ชู"นิรวาณ"เชย เจต์สิกก็มีกิจะเฉลย.............................................อารมณ์เจาะ ณ โลกีย์ ๕๕๒."ธัมมาฯ"ดี,ชั่วพร้อม.................................เกิดปรุง เวียนเกิด ยังอยู่โลกีย์ผดุง..................................................เที่ยวแล้ โลกุตต์,นิพพานจรุง.............................................เกิดจิต มรรคผล กิเลสทลายแท้....................................................ทุกข์พ้นดับแฉ ๕๕๓."สองสัจจะ"โลกิยะถนัด............................"ทุกข์สัจและสมุทย์ฯแล โลกุตต์ก็มรรคลุธุระแน่........................................ดับทุกข์ซิ"นิโรธฯ"เผย |
||
|
74
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:35:21 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
75
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:31:14 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
ชวนยกขาขึ้นเรือเพื่อหนีน้ำ แล้วพายจ้ำจ๋อมจ๋อมออกคลองกว้าง ![]() |
||
|
76
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 08:53:36 PM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก | ||
|
ยิ่งเดินตลาดก็ยิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น อาหารกับข้าว ไข่ ผักที่ต้องซื้อกินอยู่ทุกวัน ราคาขึ้นไปมาก เมื่อก่อนยังพอเลือกได้ว่าอะไรแพงก็ซื้ออย่างอื่นแทน แต่เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน ก็แทบไม่มีอะไรให้รู้สึกว่าถูกเลยค่ะ ฉันพยายามประหยัดแล้ว ซื้อเฉพาะที่จำเป็น แต่ของที่จำเป็นนี่แหละ ที่แพงขึ้นจนเหนื่อยใจ จะลดอีกก็ไม่รู้จะลดตรงไหน เพราะทุกคนในบ้านยังต้องกินข้าวทุกวัน บางวันนั่งคิดว่า ถ้าข้าวของยังแพงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เงินที่มีใช้ยังเท่าเดิม เราจะอยู่กันอย่างไร วันนี้ยังพอหมุนพอจ่าย แม้จะเหลือติดกระเป๋าน้อยลง แต่วันข้างหน้า หากมีเรื่องจำเป็นแทรกเข้ามาอีกสักอย่าง เงินที่เคยพออย่างเฉียดฉิว จะยังพออยู่ไหม เพื่อนบ้านอื่น คงเจอปัญหาแบบนี้ไม่น้อยเลยนะคะ คนไทยเรา ชนรากหญ้ามีมากกว่าคนรวย ขอให้เหตุการณ์แบบนี้ผ่านไปโดยเร็วเถอะนะ ![]() |
||
|
77
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 05:15:19 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๐/๖๖) ๕๑๘.กรานธาตุสิบสภาพน้อม..........................ตัณหา ยึดครอง เรียก"อุปาทินฯ"พา.............................................วิบากแท้ อารมณ์เหนี่ยวจิตหนา........................................ยึดมั่น ปัจจุบัน ธรรมจ่ออุปาทินแล้.............................................พรั่งพร้อมอุปาทาน ๕๑๙."สมุทยสัจ"สิเป็นลุ"อนุปาฯ"......................ตัณหามิเจาะยึดกราน ผลกรรมวิบากลุอนะฉาน.....................................แต่"อยาก"ธุวะยึดแฉ ๕๒๐.แลทุกขสัจชัดน้อม..................................ปัญจมขันธ์ นามรูป เกิดจากกรรมแลครัน...........................................เริ่มต้น ความ"อยาก"ยึดเกิดพลัน.....................................มีร่วม อารมณ์ เป็นอุปาทานท้น..................................................เรียกพร้อง"อุปาทิน" ๕๒๑.อินทรีย์สิเก้าประลุ"อุปาฯ"........................เกี่ยวหนาภวรูปชิน ผลกรรมเกาะ"อยาก"เจาะธุวะสิ้น..........................อารมณ์ก็จะมีเผย ๕๒๒.เปรย"มโนวิญญ์ธาตุ"นั้น...........................สภาพธรรม มีสอง เป็น"อุปาทินฯ"นำ.................................................ยึดแล้ ผลกรรมเก่า"อยาก"ทำ.........................................คุมจิต มีเผลอ เป็นธาตุอารมณ์แท้..............................................เกิดซ้ำอุปาทาน ๕๒๓."วิญญ์ธาตุมโน"เจาะ"อนุปาฯ"....................ไป่หนาธุวะยึดกราน แต่เป็นอะรมณ์เพราะวสะฉาน...............................เข้ายึดมนะครอบครอง ๕๒๔.ตรอง"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นั้น........................."อนุปา-ทินนาฯ" "ความอยาก,อารมณ์หนา.......................................ปราศไร้ มโนวิญญ์ฯเด่นเหนือครา.......................................โลกุตตร มรรคผล แลอุปาทานไซร้....................................................ปราศย้ำยึดเผย ๕๒๕.จิตห้าซิผลเจาะลุอุปาฯ..............................ยึดหนา"วสะอยาก"เอย อารมณ์รตีจะธุวะเคย............................................ยึดต่อเกาะกิเลสฟู ๕๒๖.ดู"รูปขันธ์"ไป่แล้ว.....................................วิตก, วิจาร "อวิตักฯ" เป็นรูปธรรมเห็นพาน.............................................จิตไร้ มิมี"ตรึก,ตรอง"ขาน...............................................เลยแน่ จึงต่างนามข้นธ์ไซร้...............................................มุ่งทั้ง มีสอง ๕๒๗."จำ,ปรุงและรู้"ก็เจาะสินาม-........................ขันธ์สามระบุฌานครอง จิตตรึก,วิจาร"ลุภวปอง...........................................ฌานหนึ่งประลุ"สองแล ๕๒๘.แฉนามขันธ์เด่นพร้อม................................"อวิตักกา-วิจารมัตต์ฯ" จิตไป่วิตกหนา.......................................................จ่อแล้ วิจารอยู่ฌานครา...................................................ระดับ ฌานสอง จำแนกฌานขยายแท้.............................................มุ่งห้าฌานเผย ๕๒๙."ขันธ์สาม"สิจิตลุ"อวิตักฯ"...........................จ่อปักอนะสองเอย ทั้ง"ตรึกวิจาร"หทยะเชย.........................................ฌานสาม,จตุฌานแฉ ๕๓๐.แลสังขารร่วมพร้อม....................................พบพาน จิต,เจตสิก เป็น"สวิตักวิจาร".....................................................เกิดแล้ว วิตก,วิจารกราน......................................................กับจิต "กามาวจร" จิตปฐมฌานแผ้ว....................................................ตรึกทั้งตรองหนา ๕๓๑.สังขารและจิตลุ"อวิตัก-..............................มัตต์ฯ"จักมิ"วิตก"ครา ยังมี"วิจาร"สิตริคณา..............................................ในฌานทุติย์จิตเผย ๕๓๒.เปรยสังขารกลุ่มนี้.....................................ทำงาน เจตสิก "อวิตักวิจาร"..........................................................เลี่ยงพ้น วิตก,วิจารกราน.....................................................เพิกหมด ฌานสี่,สามอุบัติท้น................................................ปราศทั้งสองแฉ ๕๓๓.สังขารสิอื่นมิภณะเด่น...............................ว่าเป็นตติไหนแล ตรึก,ตรองสภาพตติยะแล้......................................หรือปราศอนะทั้งสาม ๕๓๔.ความสังขารแต่งน้อม................................คิดปรุง สภาพเหมือน วิตก,วิจารผดุง......................................................คิดไซร้ ดุจเจตสิกจรุง.......................................................ก็กลุ่ม สังขาร หาร่วมสัมปยุตได้..................................................กล่าวพ้นมิเป็น ๕๓๕.ผองจิต"มนายตนะ"ครอง...........................มีสอง"สวิตักฯ"เน้น มีตรึก,วิจาร"ตริวิเคราะห์เห็น..................................ในกาลซิปฐมฌาน |
||
|
78
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 03:46:04 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
ความเจ็บปวดฝังลึกเฝ้าตรึกตรอง ใครจะมองความช้ำช่วยนำทาง ![]() |
||
|
79
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 11:18:50 AM
|
||
| เริ่มโดย หยาดฟ้า - กระทู้ล่าสุด โดย หยาดฟ้า | ||
![]() น้ำมันแพง ในวันธรรมดาของฉัน เมื่อก่อนจะออกไปตลาด ฉันคิดแค่ว่าวันนี้จะซื้ออะไรมาทำกับข้าว แต่พอน้ำมันแพงขึ้น กลับต้องคิดก่อนว่าจะไปดีไหม ของที่ขาดพอจะรอได้หรือเปล่า เรื่องธรรมดาในชีวิตเริ่มมีค่าใช้จ่ายให้ลังเลอยู่เสมอ ฉันยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซื้อของไม่ได้มากกว่าเก่า ไปไหนก็ไม่ได้ไกลกว่าเดิม แต่เงินกลับเหลือน้อยลง บางวันมองของในถุงแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า จ่ายไปตั้งเท่านี้ ได้กลับมาแค่นี้เองหรือ ฉันไม่ได้อยากมีชีวิตหรูหรา แค่อยากไปตลาดโดยไม่ต้องกังวลทั้งค่าของและค่าน้ำมัน อยากซื้อของที่ชอบติดมือกลับมาบ้าง โดยไม่ต้องรู้สึกว่าเงินส่วนนี้ควรเก็บไว้เติมน้ำมันรถ ความสุขเล็ก ๆ ของฉันยังเท่าเดิม เพียงแต่ทุกวันนี้มันแพงขึ้นเท่านั้นเอง ![]() หยาดฟ้า |
||
|
80
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 17, ตุลาคม, 2569, 08:59:25 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๒๙/๖๖) ๕๐๐.ครา"อายตนะสิบ"นั้น................................จัดเป็น "เนววิปากฯ" มิใช่วิบากเห็น......................................................เหตุไร้ อายต์นะสิบรู้ป่ระเด็น...........................................บ จิต บ อารมณ์ มิก่อกรรมผลไซร้................................................ปราศแท้วิบากผล ๕๐๑.เชื่อม"สิบสิอายตนะ"พร่ำ.........................รูป์ธรรมอนะรู้ยล เป็น"เนว์วิปากนะวิฯ"พ้น.......................................ไป่เหตุและวิบากหนา ๕๐๒.ครา"วิญญาณธาตุห้า".............................เป็นนา วิบากธรรม "ตา..กาย"รับอารมณ์หนา....................................เกิดแท้ ทำดี,ชั่ว,กิริยา.....................................................ในอดีต กรรมเก่าผลเกิดแล้.............................................วิบากแท้อันเดียว ๕๐๓.จิตคือ"มโนฯ"จะประลุบ่ม.........................อารมณ์ก็จะรับเทียว จาก"จักขุวิญญ์ฯ.."ลุพละเปรียว...........................ผลเก่า ณ อดีตเผย ๕๐๔.เปรย"มโนธาตุ"แน่วแท้............................"วิปากธรรม" ผลวิบากจิตนำ....................................................เกิดแล้ว เป็น"เนววิปากฯ"กรรม..........................................วิบาก,เหตุ มิเป็น เป็นรูป,กิริยาแผ้ว.................................................สภาพน้อมนิพพาน ๕๐๕.ธรรม"สัจนิโรธ"เจาะประลุเตร่...................เป็น"เนววิปากฯ"กราน จัดเป็นพระนิพฯ บ มนะฉาน..................................กรรมใหม่อนะเกิดหนา ๕๐๖.ครา"ทุกขสัจ"ชัดแล้ว...............................มีสาม เป็น"วิปากธรรม"นาม...........................................ฝ่ายน้อม โลกีย์ก่อดี,เลวลาม..............................................ผลเกิด มีวิบากเห็นพร้อม.................................................รับถ้วนสุดหนี ๕๐๗.ทุกข์สัจสิเหตุประลุ"วิปาก-......................ธัมม์ฯ"มากภวชั่ว,ดี จิตปรุงและแต่งเจาะพละชี้...................................ให้ผลจิระภพไกล ๕๐๘.ไวทุกขสัจจุ่งชี้........................................ผลกรรม มิมี" "เนววิปากฯ"ทำ....................................................ไม่แล้ โลกีย์กิริยานำ.....................................................จิต,รูป จึงไม่มีผลกรรมแท้...............................................ภาคหน้าเกิดแฉ ๕๐๙."อินทรีย์สิสาม"ก็เจาะ"วิปาก-.....................ธรรมฯ"ยากเฉพาะ"นาม"แล จิตสุข"สุขินทริยะฯ"แน่.........................................ทำแต่ ณ อดีตเผย ๕๑๐.เปรย"ทุกขินฯ"ทุกข์แปล้...........................ผลอกุศล ณ อดีต กายเกิดทุกข์ตรงดล.............................................เจ็บพร้อม "อัญญาตาวินฯ"ผล...............................................อริยสัจ จึงจ่อนิพพานน้อม.................................................กิเลสไร้หมดหนำ ๕๑๑."เหตุสองสิอินทริยะ"แน่..............................เหตุแท้ก็"วิปากธัม ม์ฯ" โทมนัสฯสิทุกข์หทยะจำ........................................จากผลอกุศลแฉ ๕๑๒.แล"อนัญญาฯ"ยิ่งแล้..................................ปัญญา โสดาฯ เป็นกุศลธรรมหนา.................................................หนึ่งน้อม จึงเป็นเหตุเกิดครา................................................."วิปาก-ธัมมธรรม" โลกุตต์จิตนำพร้อม................................................มรรคชี้ผลตาม ๕๑๓.เหตุธรรม"วิปากะฯ"หินะ,ดี...........................ผลชี้ฉกะเกิดลาม "โลภ,โกรธกะหลง"และอนะสาม..............................ไม่โลภนิรโกรธ,หลง ๕๑๔.รูปขันธ์ตรงยึดแท้......................................อุปาทาน "อุปาทินฯ" กายสัตว์เกิดแลกราน.............................................เหตุพร้อม ผลกรรมเก่าบันดาล...............................................เหตุร่วม ยึดมั่นพอใจน้อม....................................................ที่ตั้งยึดแฉ ๕๑๕.รูปขันธ์สิก่อเจาะ"อนุปาฯ"...........................ไม่หนานิรยึดแล ไม่เกิดเพราะกรรมเจาะรสะแน่................................แต่ยังเกาะอุปาทินฯ ๕๑๖.ชิน"อายตะฯ"ร่วมห้า..................................."ตา,หู จมูก..กาย" เป็นรูป,อารมณ์หรู.................................................."อยาก"ท้น ตัณหายึดแลพรู.....................................................ถูกเรียก "อุปาทินฯ" กับ"นุปาทานฯ"ล้น..................................................ที่ตั้งอารมณ์ ๕๑๗."สัททายะฯเสียงก็อนุปาฯ"..........................ไม่หนาพละกรรมบ่ม แต่เป็นอะรมณ์ลุภวสม............................................ยึดได้เกาะอุปาทาน |
||