Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
 81 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 02, เมษายน, 2569, 12:28:55 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


ขนมเค้กวางล่อท้อใจนัก   แค่ชิมสักหนึ่งชิ้นกินเลยพี่  

 82 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 02, เมษายน, 2569, 09:47:34 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๐/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

ฌานวิภังค์
สุตตันตภาชนีย์
มาติกา = แม่บท
[ก] ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้สำรวมด้วย
(๑) ปาติโมกขสังวรอยู่ ถึงพร้อมด้วย อาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษที่มีประมาณน้อย
~ อาจาระ = คือความประพฤติอันไม่ล่วงทางกายทุจริต ทางวจีทุจริต แต่เป็นกายสุจริต วจีสุจริต
~โคจร = การเที่ยวไปในที่สมควร ไม่เที่ยวไปในที่ไม่สมควร
(๒) สมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย
(๓) คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย; รู้จักประมาณในการบริโภค; หมั่นประกอบความเพียรเป็นเครื่องตื่นอยู่ตลอด
(๔) คราปฐมยามและปัจฉิมยาม หมั่นประกอบความเพียรในการเจริญโพธิปักขิยธรรมอย่างต่อเนื่อง; มีปัญญาเป็นอุบายในกิจทั้งปวง
~ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ = ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ คือ เกื้อกูลแก่การตรัสรู้, ธรรมที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรค ได้แก่
สติปัฏฐาน ๔; สัมมัปปธาน ๔; อิทธิบาท ๔; อินทรีย์ ๕; พละ ๕; โพชฌงค์ ๗; มรรคมีองค์ ๘
(๕) ภิกษุนั้นทำความรู้สึกตัว -> ในการก้าวไป; การถอยกลับ; -> ในการแลดู; การเหลียวดู; -> ในการคู้เข้า; การเหยียดออก; -> ในการครองผ้าสังฆาฏิ; บาตร และจีวร; -> ในการฉัน; การดื่ม; การเคี้ยว; การลิ้ม; -> ในการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ; -> ในการเดิน; การยืน; การนั่ง; การนอน; การตื่น; การพูด; และการนิ่ง
(๖) ภิกษุนั้นอาศัยเสนาสนะที่สงัด เช่น ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ดง ที่แจ้ง กองฟาง ที่สงัดมีเสียงน้อย มีเสียงอึกทึกน้อย ไม่มีคนสัญจรไปมา ไม่มีคนพลุกพล่าน เหมาะเป็นที่หลีกเร้น ภิกษุนั้นอยู่ป่า อยู่โคนไม้ หรืออยู่เรือนว่าง
-> นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรงดำรงสติมั่นมุ่งเฉพาะกรรมฐาน
(๗) ภิกษุนั้นละอภิชฌาในโลกได้
-> มีจิตปราศจากอภิชฌา (โลภ) อยู่
-> ชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอภิชฌา
(๘) ละความพยาบาทและความคิดประทุษร้ายได้แล้ว
-> มีจิตไม่พยาบาทอยู่ เป็นผู้อนุเคราะห์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งมวล
-> ชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความพยาบาทและความคิดประทุษร้าย
(๙) ละถีนมิทธะได้แล้ว เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะอยู่
-> เป็นผู้ได้อาโลกสัญญา; มีสติสัมปชัญญะ ชำระจิตให้บริสุทธิ์จากถีนมิทธะ
~ อาโลกสัญญา = ความสำคัญในแสงสว่าง, กำหนดหมายแสงสว่าง คือ ตั้งความกำหนดหมายว่ากลางวันไว้ในใจ ให้เหมือนกันทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เป็นวิธีแก้ง่วงอย่างหนึ่ง
(๑๐) ละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้ว
-> เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่านอยู่; มีจิตสงบภายในตน  ชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอุทธัจจกุกกุจจะ
(๑๑) ละวิจิกิจฉาได้แล้ว เป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉาได้แล้ว ไม่มีความสงสัยในกุศลธรรมอยู่ ชำระจิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉา
(๑๒) ภิกษุนั้นละนิวรณ์ ๕ เหล่านี้
-> ที่เป็นเหตุทำให้จิตเศร้าหมอง ทอนกำลังปัญญา
-> นิวรณ์ ๕ = สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม, ธรรมที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุคุณความดี, อกุศลธรรมที่ทำจิตให้เศร้าหมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลัง ได้แก่ (๑๒.๑) กามฉันทะ = ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ (๑๒.๒) พยาบาท = ความคิดร้าย, ความขัดเคืองแค้นใจ (๑๓.๓) ถีนมิทธะ = ความหดหู่และเซื่องซึม (๑๒.๔) อุทธัจจกุกกุจจะ = ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล (๑๒.๕) วิจิกิจฉา = ความลังเลสงสัย
(๑๓) สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว
(๑๓.๑) บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดจากวิเวกอยู่
(๑๓.๒) เพราะวิตกวิจารสงบระงับไปแล้ว
-> บรรลุทุติยฌานที่มีความผ่องใสในภายใน มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดจากสมาธิอยู่
(๑๓.๓) เพราะปีติจางคลายไป ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย
~ นามกาย = การประชุมแห่งนามธรรม หรือกองแห่งเจตสิก ในบางกรณี นามกาย หมายถึงนามขันธ์หมดทั้ง ๔ คือ ทั้ง เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ หรือ ทั้งจิตและเจตสิก
-> บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายกล่าวสรรเสริญว่า ผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข
(๑๓.๔) เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว
-> บรรลุจตุตถฌานที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะ ละสุขและทุกข์ได้ มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่
(๑๓.๕) เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาได้โดยประการทั้งปวง
~ รูปสัญญา คือ สัญญาที่เกิดขึ้นยึดรูปเป็นอารมณ์
-> เพราะความดับไปแห่งปฏิฆสัญญา
~ สัญญาอันเกิดขึ้นเพราะการกระทบของวัตถุมีจักษุเป็นต้น และของอารมณ์มีรูปเป็นต้น
-> เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญา
~ นานัตตสัญญา คือ สัญญา การจำ ที่ต่างๆ กัน อันหมายถึง สัญญา ความจำ ที่เกิดกับจิต แตกต่างกันไป
-> จึงได้บรรลุอากาสานัญจายตนะ โดยบริกรรมว่า “อากาศไม่มีที่สุด” ดังนี้
~อากาสานัญจายตนะ = ฌานอันกำหนดอากาศ คือช่องว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ หรือภพของผู้เข้าถึงฌานนี้

 83 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 02, เมษายน, 2569, 07:04:45 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 AddEmoticons0094

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

โลกใหม่

     เมื่อสงคราม สิ้นสุด หยุดเข่นฆ่า
ทั่วโลกา ทุกข์ตรม ล่มสลาย
สันติภาพ สันติสุข กลับมลาย
ดูคลับคล้าย อเวจี บนแผ่นดิน
     ทั้งตึกราม อาคาร สถานที่
เคยดูดี กลับพินาศ สิ้นทรัพย์สิน
อีกข้าวยาก หมากแพง แหล่งทำกิน
ชีพสูญสิ้น เพราะพิษร้าย ภัยสงคราม
     จักรบรา ฆ่าฟัน กันทำไม
เพราะเหตุใด จิตใจ ไร้เกรงขาม
เคยคบค้า สมาคม ทั่วเขตคาม
ทุกโมงยาม พบพาน ความร่มเย็น
     ร่วมมือกัน ผันเปลี่ยน เวียนมาใหม่
สร้างสดใส แก่กัน ให้ได้เห็น
เพื่อสรรค์สร้าง สังคม ไร้ลำเค็ญ
พร้อมบำเพ็ญ เพื่อโลกใหม่ ไร้สงคราม

คนเรียนไพร
๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙

 84 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ღ "ค่อยค่อย" ก้าวข้ามความรู้สึก ღ
 เมื่อ: 01, เมษายน, 2569, 01:14:20 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


ꕥ  บทเรียนแผลเก่าบนเส้นทางใหม่  ꕥ

กระเป๋าเดินทางใบเก่าถูกปัดฝุ่นอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อหนีความจริง
แต่เพื่อออกไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโลกกว้าง
การได้เห็นภูเขาที่สูงชันและขอบฟ้าที่ไม่มีสิ้นสุด
ทำให้เรารู้ว่าปัญหาที่เคยแบกไว้นั้นช่างเล็กน้อยเหลือเกิน
ทุกกิโลเมตรที่รถเคลื่อนผ่านไป คือการทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง
และรับเอาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็ม
หัวใจที่เคยถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแห่งความเศร้า
บัดนี้ ได้กางปีกออกบินไปพร้อมกับสายลมที่พัดพาอิสรภาพมาให้ในทุกลมหายใจ
 
    ✧・゚: *✧・゚:*

ค่อยค่อยรัดเป้ใหญ่ให้กระชับ
ค่อยค่อยพับแผนที่ที่ใฝ่ฝัน
ค่อยค่อยจองตั๋วท่องที่ละอัน
ค่อยค่อยกั้นทางเศร้าที่เนานาน

ค่อยค่อยก้าวขาย่างสู่ทางกว้าง
ค่อยค่อยสร้างความจำที่ฉ่ำหวาน
ค่อยค่อยชมทิวทัศน์ที่ตระการ
ค่อยค่อยผ่านป่าเขาลำเนาไพร

ค่อยค่อยพบคนแปลกแรกเริ่มทัก
ค่อยค่อยตักความสุขที่รุกไล่
ค่อยค่อยเติมพลังเพื่อก้าวไป
ค่อยค่อยท่องโลกไกลเหมือนได้พร

ค่อยค่อยมองแผลเก่าที่เคยร้าว
ค่อยค่อยนับเรื่องราวตอนเก่าก่อน
ค่อยค่อยเรียนรู้เจ็บเก็บทุกตอน
ค่อยค่อยผ่อนปรนใจไม่โกรธใคร

ค่อยค่อยลูบรอยนูนที่นูนเด่น
ค่อยค่อยเห็นคุณค่าว่าแค่ไหน
ค่อยค่อยพบแสงดาวพร่างพราวไกล
ค่อยค่อยเปรื่องปราชญ์ใจในบทเรียน

ค่อยค่อยยิ้มให้แผลแลเงากล้า
ค่อยค่อยอ้าแขนรับกับรอยเปลี่ยน
ค่อยค่อยจบตำนานที่ผ่านเวียน
ค่อยค่อยเขียนบทใหม่ใจที่เย็น

       ✧・゚: *✧・゚:*

"จงภูมิใจในรอยแผลเป็นของคุณ
เพราะมันคือหลักฐานชั้นดีว่าความเจ็บปวดฆ่าคุณไม่ได้"

       ༭  ลิตเติลเกิร์ล  ༭

 85 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 01, เมษายน, 2569, 12:29:16 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ขนมหวานมากมายได้แต่มอง     เอ๊ะหรือลองลิ้มกินสักชิ้นดี
 

 86 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 01, เมษายน, 2569, 07:39:35 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๙/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

    ๑๘๔."จตุตถ์ฌาน"..................................พานวัฏฏทุกข์สืบแล้
เพราะใฝ่"โลกีย์ฯแท้...................................ย้ำซ้ำเวียนวน เกิดตาย

    ๑๘๕."ฌานสิสี่"จะจระชัด........................มละวัฏฯด้น
มรรคลิเกิดอริยะดล....................................ภวโลกุตฯ

    ๑๘๖.รุด"จตุตถฌาน"..............................จิตพานอิง"รูป"แล้
ยังท่อง"รูปาฯ"แปล้.....................................จิตล้วนจรใน "รูปภูมิ"

    ๑๘๗."ฌานสิสี่"จะภวจ้วง.........................กิจะล่วงไกล
ถึง"อรูปะวจะฯ"ไข......................................จระ"เนว์สัญฯ"

    ๑๘๘.ครัน"จตุตถ์ฌาน"...........................กรานรับผลแน่แท้
มิเสื่อมขณะตายแล้....................................สู่ชั้น"รูปพรหม"

    ๑๘๙.ผลมิแน่เพราะปะทะ"กาม"...............ภวลามตรม
ฌานสิเสื่อมจะลุระทม.................................มิลุดังหวัง

    ๑๙๐.ฟังธรรมเหนือ"จตุต์ฌาน"................พาน"กามาฯ"ยิ่งแล้
จิตเด่น"รูปาฯ"แท้........................................มุ่งน้อมมีเหนือ

    ๑๙๑."ฌานสิสี่"จะนิรมี.............................มนะชี้เจือ
จิตเจาะ"รูปะวจะฯ"เชื่อ................................และ"อรูปาฯ

    ๑๙๒.ครา"จตุตถ์ฌาน"............................มิพานทำสัตว์ไห้
ฌานสี่"โทมนัส"ไร้,......................................เพรียบพร้อมวางเฉย "อุเบกขา"

    ๑๙๓.ฌานสิ"รูปะและอรู-..........................ปะจะชูเชย
มรรคและผลหิตะเฉลย................................ลิกิเลสราน

    ๑๙๔.รูปฌานมีจตุแล................................แฉ"ปฐมยามหนึ่ง"พร้อม
"สอง"ผ่าน"สาม"ตามน้อม..............................สี่คล้อยผลหนา

    ๑๙๕.รูปฌานจะริกระชั้น...........................ภวขันธ์ห้า
สิ่งมิเที่ยงเจาะทุขะกล้า.................................นิรตัวตน

    ๑๙๖.สงฆ์ดลจิตยะยง...............................คงสละกิเลสแล้
สังโยชน์ละครบแท้.......................................สู่ห้วงนิพพาน

    ๑๙๗.แม้ละ"อาสวะ"มิหมด..........................ก็จรดผ่าน
"อุปปาติกะ"ทะยาน.......................................นิรวานแฉ

    ๑๙๘.แล"อรูปฌาน"ลี................................."มิมีรูป"สี่ชี้
จะดับ"ปฏิฆะ"ลี้.............................................คิดไซร้"อากา มิสุด"

    ๑๙๙.น้อมหทัยตริ"จตุขันธ์"........................ธุระดั้นหนา
"เวทนา ฯ..เจาะภวกล้า...................................และลุวิญญาณ"
 
    ๒๐๐.สงฆ์พิจารณ์ตรึกธรรม.......................ตรองนำมิเที่ยงแท้
มิใช่"อนัตตา"แล้............................................จิตน้อมนิพพาน

    ๒๐๑.สงฆ์ลิ"อาสวะ"มิสิ้น............................จะผลินผ่าน
"อุปปาติกะ"เจาะกราน..................................."อมต์ธาตุ"สรรค์

    ๒๐๒.ครันสงฆ์ไกล"อากาฯ"........................."วิญญานัญฯ"ล่วงแล้ว
ตรึกว่าวิญญาณแพร้ว.....................................ไม่สิ้นสุดครัน

    ๒๐๓.ไกลซิ"วิญยตนะฯ"ยิน..........................ลุ"อะกิญจัญฯ"
ตรึกอะไรก็นิรผัน............................................ผิวะ"หน่อย"เผย

    ๒๐๔.เปรยลุ"เนวสัญญาฯ"............................"จำ"หนามี,ไม่ชี้"
"หรือไม่มี"ฉะนี้.................................................ทราบไร้เชียวหนา

    ๒๐๕."ฌานอรูป"มิผละกิเลส..........................มระเฉดพา
"อุปปาติกะ"ทกล้า............................................ประลุนิพพาน

    ๒๐๖."อรูปฌาน"คือฐาน................................การละกิเลสพ้น
หาใช่ทางตรงด้น.............................................เยี่ยงแท้มรรคหนา ฯ|ะ

แสงประภัสสร

มจร.มาติกา : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=35&siri=47&fontsz=0

 87 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 31, มีนาคม, 2569, 11:05:23 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)


ตั้งสติดีดีอย่ามีเผลอ   ไก่ย่างเจอที่ไหนอย่าไปจ้อง 

 88 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 31, มีนาคม, 2569, 07:46:42 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๘/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

    ๑๖๑.สงฆ์ลุ"ฌานทุติยะ"ปอง....................ภวผ่องบ่ง
"จิตเจาะหนึ่ง"ลุปะทะตรง.............................ละ"วิตก"เผย

    ๑๖๒.เปรยละ"วิจาร,ตรอง".......................ครอง"ปีติ,สุข"แท้
อันเกิดจากสมาธิ์แล้....................................ประณีตน้อมจิตเผย

    ๑๖๓.สงฆ์ลุ"ฌานตติยะ"วาง....................."ปิติ"จางเอย
มี"อุเบกขะ,สติ"เชย.....................................สุขะนามกาย

    ๑๖๔.กราย"สัมปชัญญะ".........................อริยะกล่าวน้อม
มี"อุเบกขา"พร้อม........................................อยู่ล้นสุขแฉ

    ๑๖๕.สงฆ์ลุ"ฌานจตุต์ถะ"รุก....................นิรทุกข์แล
สุขมิมีเจาะสติแน่.........................................ลุ"อุเบกขา"

    ๑๖๖.ครา"ณานจตุตถะ"...........................ปะกุศลอย่างนี้
เป็น"อัพยาฯ"กลางชี้....................................เกิดได้มีฉาน

    ๑๖๗.สงฆ์ลุ"ฌานตติยะ"ชี้........................นิรมีพาน
ทั้ง"วิตก"และเจาะ"วิจาร"..............................ลุสะอาดใจ

    ๑๖๘.ไว"ฌานจตุตถะ"..............................ปะเป็น"วิบาก"แล้
"เป็นเหตุก็มีแท้"..........................................."ไม่ทั้งมีสอง"

    ๑๖๙.ฌานสิสาม"สหรคต"........................."สุขะ"จดจอง
เว้น"อุเบกขะ"ภวครอง..................................ตติย์ฌานเผย

    ๑๗๐.เปรย"จตุตถ์ฌาน"............................มิประหาณฆ่าได้
โดย"มรรคโสดาฯ"ไซร้..................................ร่วมทั้งมรรคดล สามเหนือ

    ๑๗๑."ฌานสิสี่"ปจยะไร้............................ภิทะได้ยล
ทั้งสิมรรคตติยะบน......................................รึเจาะโสดาฯ

    ๑๗๒.ครา"จตุตถ์ฌาน".............................กรานเหตุ"เกิดแน่แล้ว
ตาย,นิพพานมีแผ้ว.......................................ไม่ทั้งเหตุไหน ก็มี

    ๑๗๓."ฌานมหัคคตะ"เพราะสี่....................ภวชี้ใหญ่
"อัปปมาณะ"อธิไข.......................................ประลุโลกุตฯ

    ๑๗๔.รุด"จตุตถ์ฌาน"...............................เสาะชาญเรียนร่ำแท้
"อเสขะ"บรรลุแล้.........................................ไม่ทั้งสองครัน ก็มี

    ๑๗๕.ฌานสิสามมิภณะคิด........................เจาะปริตฯดั้น
หรือ"มหัคคตะ"ลุพลัน...................................ภวอารมณ์

    ๑๗๖.ปม"จตุตถฌาน"...............................พานผลถูกแน่แล้ว
ผลไม่ถูกมีแคล้ว..........................................ไม่พร้อมจริงผล

    ๑๗๗."ฌานสิสี่ลุอุปบัติ".............................ภวชัดยล
"ไม่อุบัติ"ตะจะลุด้น......................................เจาะซิแน่หนา

    ๑๗๘.ครา"จตุตถ์ฌาน".............................เป็นกาลอดีตแล้
ปัจจุบันมีแท้................................................ภาคหน้ามีแฉ

    ๑๗๙."ฌานสิสี่"มิปะทะ"อา-.......................สวะ"พาแน่
ไป่กิเลซิภวแท้.............................................ณ หทัยหนา

    ๑๘๐.ครา"จตุตถ์ฌาน".............................มิกรานสังโยชน์แท้
"คันถะ,โอฆะ"แล้.........................................ไม่ร้อยรัดเผย

    ๑๘๑."ฌานสิสี่"อนะ"นิวรณ์"......................ซิจะจรเกย
ยึดและมั่นธุวเฉลย.......................................ก็"ปรามาส"

    ๑๘๒.ยาตร"จตุตถ์ฌาน"...........................กรานอารมณ์เลิศได้
มี"อุเบกขา"ไซร้...........................................หนึ่งแล้หทัย "เอกัคค์ตา"

    ๑๘๓.เจตสิก ณ "จตุต์ฌานฯ"....................ภวพานไว
"เวทนาฯ"และธุวะไข....................................ธุระเอกัคฯ

 89 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
 เมื่อ: 31, มีนาคม, 2569, 05:57:36 AM 
เริ่มโดย คนเรียนไพร - กระทู้ล่าสุด โดย คนเรียนไพร
 

ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดย คนเรียนไพร

The End of the World

     หากโลกนี้ ไม่มี มนุษย์ชาติ
คงสะอาด สวยสด หมดเงื่อนไข
สิ่งแวดล้อม สมดุล หนุนเนื่องไกล
ธรรมชาติ สดใส ไร้โศกตรม
     ไฟป่า เผาวนา พาขมขื่น
บรรยากาศ สดชื่น ไร้ขื่นขม
ฝุ่นละออง จางหาย ใจรื่นรมย์
ไพรงามสม แสนสุข ทุกชีวี
     ไร้แก่งแย่ง แข่งขัน ชิงดีเด่น
ตายทั้งเป็น ด้วยสงคราม ตามวิถี
โลกไม่ร้อน เพราะทุรชน คนอัปรีย์
เพลิงอัคคี ร้อนรุ่ม สุมโลกา
     เพราะมีคน จัญไร ใส่ไฟทั่ว
คนเลวชั่ว อหังการ สร้างปัญหา
ตะวันออกกลาง ล่มสลาย ลงกับตา
ช้ำอุรา ทั่วหล้า มหาชน
     ฟ้ามืดมิด ใกล้ชิด อเวจี
ทุกชีวี หมองหม่น ปนสับสน
ทั้งข้าวยาก หมากแพง แล้งกมล
หลากชั้นชน โศกา แสนอาดูร
     เคยสงบ ร่มรื่น ด้วยสมดุล
ต้องหัวหมุน ทั้งโลกา พาสิ้นสูญ
มนุษย์ชาติ ทำร้าย ไร้เกื้อกูล
สุขสมบูรณ์ มลายสิ้น ถิ่นโลกา

คนเรียนไพร
๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙

 90 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 30, มีนาคม, 2569, 09:44:00 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๗/๒๗) อภิธรรมปิฎก :
๑๙.วิภังค์ : ฌานวิภังค์

    ๑๓๘.สงฆ์จักเจริญ"รูปา-..........................กิริยา"จิตแล้ว
คือจิตอรหันต์แผ้ว.......................................อยู่เหย้ากระทำ "สมาบัติ"

    ๑๓๙.ฌานเจริญก็กิริยา...........................นิรหนาพร่ำ
ว่ากุศลหรือลุหินะนำ...................................มิวิบากครอง

    ๑๔๐.ตรองเป็นธรรมสุขครัน....................ปัจจุบันแน่แท้
สงัดจาก"กาม"แล้........................................ชั่วสิ้นหมดหนา

    ๑๔๑."ฌานปฐม"ก็ประลุบ่ง.......................ภวองค์ห้า
มี"วิตก"ลุปิติ"คว้า........................................กะ"วิจาร,ตรอง"

    ๑๔๒.ครอง"สุข,เอกัคคตา".......................พาใจเป็นหนึ่งแล้ว
ธรรมที่เหลือกอปรแพร้ว..............................ร่วมด้วยฌานแฉ

    ๑๔๓.บรรลุ"ฌานทุติยะ"ครอง..................มละสองแล
ตัด"วิตก"มิริตริแน่......................................."ละวิจาร"หนา

    ๑๔๔.ครา"ฌานสามตติยะ"......................."ละปีติ"ห่างแล้
"ฌานสี่"ละสุขแท้.........................................จึ่งน้อมสองเฉลย

    ๑๔๕.มี"อุเบกขะ"ประลุกลาง.....................ภววางเฉย
ครองสิเอกมนะเอ่ย......................................ระยะหนึ่งเดียว

    ๑๔๖.สงฆ์เปรียวณานกิริยา......................"รูปาฯจรท่องไซร้
ไปหนึ่งถึงปัญจม์ฯได้...................................ห่อนแล้ผลกรรม วิบาก

    ๑๔๗.ฌานปฐมจะเจาะคณา......................ภวห้านำ
มี"วิตก,ลุปิติ"หนำ.........................................กะ"วิจาร,ตรอง"

    ๑๔๘.ปอง"สุข,เอกัคคตา".........................พาจิตเป็นหนึ่งแท้
ธรรมที่เหลือกอปรแล้..................................ร่วมด้วยฌานเผย

    ๑๔๙.บรรลุ"ฌานทุติยะ"ปรก....................."ลิวิตก"เอย
เหลือ"วิจาร,ปิติ"สิเชย..................................."สุขะ,เอกัคฯ"

    ๑๕๐.ปัก"ฌานตติยะ"...............................ละ"วิจาร"มุ่งพ้น
เหลือแค่"ปีติ"ล้น..........................................สุขแท้ใจเดียว

    ๑๕๑."ฌานสิสี่จตุต์ถะ"ชัด........................"ปิติ"ตัดเชียว
เหลือสิเพียงสุขะเฉลียว...............................และปะ"เอกัคฯ"

    ๑๕๒.คราจัก"ปัญจมฌาน".......................กรานละ"สุข"หมดแล้ว
มีส่ององค์ฌานแผ้ว.....................................เพ่งแท้องค์สอง

    ๑๕๓.มี"อุเบกขะประลุกลาง"....................ภววางผ่อง
พึงลุเอกะมนะครอง.....................................ระยะ"เอกัคฯ"

    ๑๕๔.สงฆ์จักเจริญฌาน...........................กราน"อรูปฯ"แน่แล้ว
สักแต่กิริยาแจ้ว..........................................ห่อนไซร้กุศล อกุศล

    ๑๕๕.ผล"วิบาก"ก็อนะมี...........................สุขะคลี่ยล
ด้วยลุ"จัญยตนะฯ"ผล.................................ประลุสุขพลัน

    ๑๕๖.ครันสงฆ์ลุ"จตุตถะ"........................พะพานเกิดร่วมแท้
มีจ่อ"เนวสัญฯ"แล้.......................................ห่อนไร้มิมี ทุกข์,สุข

    ๑๕๗.ฌานสิคงเจาะทวิบ่ง........................กิจะองค์ชี้
วาง"อุเบกขะ"ภวรี่.......................................และเจาะ"เอกัคฯ"

    ๑๕๘.ซัก"ปัญหาปุจฉกะ".........................พะพานฌานสี่แล้
ปฐมเริ่มสงัด"กาม"แท้.................................ชั่วไซร้มิพาน

    ๑๕๙."ฌานปฐม"เจาะประลุรี่....................ภวสี่ชาญ
มี"วิตก"และเจาะ"วิจาร"...............................ปิติเอมใจ

    ๑๖๐.หทัย"สุขควบปีติ"...........................ซิจาก"วิเวก"แล้
จึงสงบกาย,ใจแท้.......................................กิเลสพร้อมดับลง

หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.171 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...