มองนภาฟ้ากว้างทางตรงหน้า เหนื่อยก็พักกายามิล้าถอย ความเงียบเหงาที่เคยงะเง้อคอย ถูกปลดปล่อยหายลับไปกับลม จะกี่ทิศถิ่นทางที่ย่างก้าว บันทึกทุกเรื่องราว อย่างเหมาะสม อิสรภาพหอมชื่นชวนชื่นชม ลืมความขมขื่นเคืองจากเมืองไกล พรมสีเขียวเรียวรวงยวงระย้า สุขล้ำค่ากว่าทองอันผ่องใส ผูกชีวิตเรียบง่ายด้วยสายใย โอบกอดโลกกว้างใหญ่ด้วยใจตน ทิ้งพันธะคล้องจองที่จ้องจับ ไม่รองรับความหมองซ้ำหมองหม่น สยายปีกพุ่งทะยานผ่านเมฆวน พร้อมหลุดพ้นโลกเก่าที่เงาบัง ![]() ลิตเติลเกิร์ล ✧・゚: *✧・゚:* |
|
91
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 08:45:52 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
|
||
|
92
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 09:34:56 AM
|
|||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | |||
|
|||
|
93
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 04:21:14 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๑๐/๑๑) อภิธรรมปิฎก : ๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ โพชฌงค์ ๗ คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา (๑) บรรดาโพชฌงค์ ๗ โพชฌงค์เท่าไรเป็นกุศล; เท่าไรเป็นอกุศล; เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ; เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้; เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ติกมาติกาวิสัชนา กุสลติกาทิวิสัชนา = คำตอบด้านกุศล (๑) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นกุศลก็มี; ที่เป็นอัพยากฤตก็มี (๒) ปีติสัมโพชฌงค์ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา (๓) โพชฌงค์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี; ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี (๔) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นวิบากก็มี; ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี (๕) โพชฌงค์ ๗ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๖) โพชฌงค์ ๗ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส (๗) โพชฌงค์ ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี; ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี; ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๘) ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยปีติ แต่สหรคตด้วยสุข ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา (๙) โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี; ที่สหรคตด้วยสุขก็มี; ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี (๑๐)โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๑๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ (๑๒) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี; ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี (๑๓) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี; ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี (๑๔)โพชฌงค์ ๗ เป็นอัปปมาณะ (๑๕) โพชฌงค์ ๗ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ (๑๖) โพชฌงค์ ๗ เป็นชั้นประณีต (๑๗) โพชฌงค์ ๗ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี; ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี (๑๘) โพชฌงค์ ๗ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ (๑๙) โพชฌงค์ ๗ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี; ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี; ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี (๒๐) โพชฌงค์ ๗ ที่เกิดขึ้นก็มี; ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี; ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี (๒๑) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นอดีตก็มี; ที่เป็นอนาคตก็มี; ที่เป็นปัจจุบันก็มี (๒๒) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์; มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์;หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ (๒๓) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นภายในตนก็มี; ที่เป็นภายนอกตนก็มี; ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี (๒๔) โพชฌงค์ ๗ มีธรรมเป็นภายนอกตนเป็นอารมณ์ (๒๕) โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ทุกมาติกาวิสัชนา เหตุโคจฉกวิสัชนา =คำตอบด้านเหตุ (๑) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุ (๒) โพชฌงค์ ๖ สัมปยุตด้วยเหตุ (๓) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุและมีเหตุ (๔) โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ; และมีเหตุ; หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ (๕) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุ และสัมปยุตด้วยเหตุ (๖) โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ; หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ (๗) โพชฌงค์ ๖ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ (๘) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ; หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ จูฬันตรทุกวิสัชนา (๑) โพชฌงค์ ๗ มีปัจจัยปรุงแต่ง (๒) โพชฌงค์ ๗ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง (๓) โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้ (๔) โพชฌงค์ ๗ กระทบไม่ได้ (๕) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นรูป (๖) โพชฌงค์ ๗ เป็นโลกุตตระ (๗) โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ได้ (๘) โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ไม่ได้ อาสวโคจฉกวิสัชนา = คำตอบด้านกิเลส (๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอาสวะ (๒) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ (๓) โพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ (๔) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะ; หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ (๕) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ; หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ (๖) โพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ (๗) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา = คำตอบเกี่ยวกับธรรมที่เป็นเครื่องร้อยรัด ผูกมัด (๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ |
||
|
94
เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 09:41:31 PM
|
|||
| เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์ | |||
|
|||
|
95
เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 09:24:51 PM
|
||
| เริ่มโดย นายใบชา - กระทู้ล่าสุด โดย นายใบชา | ||
|
~ก็แค่คนธรรมดา~ ไม่มีมนต์มายา .. ดลบันดาลทุกสิ่ง ไร้หลักให้พักพิง เมื่อความเดียวดายเข้าแอบอิง .. ก็เหงาใจ ![]() ~ได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้~ ณ.จุดที่ .. มีแค่ความอ่อนไหว บางครั้ง..แอบคิดถึงใคร แต่ไม่รู้ .. ว่าอีกคนแสนไกล.. จะมองกัน ![]() ~ หวังลม~ลม..แล้ง~แล้ง ~ เหมือนกำลังโดนแกล้ง .. แม้ในยามฝัน เธอจ๋า .. ฉันเพ้อรำพัน เมื่อไหร่? .. จะมองเห็นความรักเราบ้างสักวัน ~ใจร้ายจัง~ ~นายใบชา~ |
||
|
96
เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 01:25:33 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
มีหูเบี้ยวปากบิดสะกิดมา จมูกแหงนขึ้นฟ้าไม่น่าดู ![]() |
||
|
97
เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 01:23:13 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
![]() ปีกเสรี ถ้าได้เกิดเป็นนกจะโผผิน จะละสิ้นพันธะที่กักขัง สยายปีกท้าทายทุกกำลัง ทิ้งเบื้องหลังโลกหมองที่หม่นเทา มุ่งหน้าสู่ขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ ทิ้งหัวใจดวงเดิมที่ซึมเศร้า เลิกแบกโลกที่กร่อยด้วยรอยเงา ปล่อยเรื่องเก่าลวงโลกให้เลือนลาง จะโบยบินเหนือเมฆขาวสะอาด อย่างองอาจเหนือยิ่งสิ่งกรีดขวาง มองโลกต่ำใต้ปีกหลบหลีกทาง เพื่อหาจุดมุ่งวางซึ่งตัวตน ![]() ฝาตุ่ม |
||
|
98
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 08:44:36 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๙/๑๑) อภิธรรมปิฎก : ๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์ เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย [ข] โพชฌงค์ ๗ คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ในสภาวธรรมเหล่านั้น =โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน (๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ~ ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา = ข้อปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้า ->ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล ~ อวิกเขปะ = ความตั้งมั่นของจิต; ความไม่ฟุ้งซ่าน; ความสงบแห่งจิต; ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสมาธิ (๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด ~ สุญญตะ = สภาวะที่ว่างจากความเป็นตัวตนหรืออัตตา ได้แก่เบญจขันธ์ อายตนะ และธาตุ ซึ่งเป็นอนัตตา เป็นสภาวะที่ว่างหรือปราศจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง คือราคะ โทสะ โมหะ -> ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ก็เกิดขึ้น (๓) บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น (๓.๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน -> สติ ความตามระลึก ฯลฯ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรคนับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ (๓.๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน -> อุเบกขา ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง; อุเปกขาสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์ (๓.๘) สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า โพชฌงค์ ๗ (๓.๙) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยโพชฌงค์ ๗ [ค] โพชฌงค์ ๗ คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น (๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน (๑.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด (๑.๒) ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล (๑.๓) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด (๑.๔) ในสมัยนั้น สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์ (๑.๕) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิริยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปีติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ -> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยสมาธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ (๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน (๗.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานเป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล (๗.๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ซึ่งเป็นวิบาก; เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด (๗.๓) ในสมัยนั้น อุเบกขา; ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง อุเปกขาสัมโพชฌงค์ นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์ (๗.๔) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยอุเปกขาสัมโพชฌงค์ อภิธรรมภาชนีย์ จบ |
||
|
99
เมื่อ: 17, กุมภาพันธ์, 2569, 08:27:32 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
หากว่าแมวไม่มองต้องคิดหนัก แมวไม่ทักต้องไวตรวจใบหน้า ![]() |
||
|
100
เมื่อ: 17, กุมภาพันธ์, 2569, 08:14:12 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||







