Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
 91 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 02, กันยายน, 2569, 06:50:11 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม

ต้องรีบจัดปลาทูใส่ขันโตก    แล้วคอยโบกพัดวีข้างที่นั่ง  AddEmoticons00941

 92 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 02, กันยายน, 2569, 01:08:15 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๖/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

(๔) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อปริยาปันนปัญญา - ปัญญาที่ไม่ได้จัดอยู่ในวัฏสงสาร หรือเรียกอีกอย่างว่าปัญญาในโลกุตตรธรรม (ปัญญาในมรรค ๔ และผล ๔ ที่นำไปสู่การหลุดพ้น)
[๕] ญาณ ๔ = ความรู้แจ้งในทางธรรม
(๑) ธัมมญาณ เป็นไฉน?
ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า ธัมมญาณ - ปัญญาความรู้ในสัจธรรม
-> พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ทรงส่งนัยคือปัจจเวกขณญาณไปในอดีตและอนาคตด้วยธรรมนี้ที่พระองค์ทรงรู้แล้ว ทรงเห็นแล้ว ทรงบรรลุแล้ว ทรงรู้แจ้งแล้ว ทรงหยั่งถึงแล้วว่า
~ ปัจจเวกขณญาณ = ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณาทบทวน เป็นปัญญาทางธรรมที่ใช้ตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานหรือการบรรลุมรรคผล
-> ในอดีตกาล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งได้รู้ทุกข์แล้ว ได้รู้ทุกขสมุทัยแล้ว ได้รู้ทุกขนิโรธแล้ว ได้รู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาแล้ว
-> สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็ได้รู้ทุกข์นี้เอง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็ ได้รู้ทุกขสมุทัยนี้เอง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ก็ได้รู้ทุกขนิโรธนี้เอง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็ได้รู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้เอง
-> ในอนาคตกาล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง จักรู้ทุกข์ จักรู้ทุกขสมุทัย จักรู้ทุกขนิโรธ จักรู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็จักรู้ทุกข์นี้เอง
-> สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็จักรู้ทุกขสมุทัยนี้เอง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็จักรู้ทุกขนิโรธนี้เอง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นก็จักรู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้เอง
(๒) ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในการส่งนัยคือปัจจเวกขณญาณไปนั้น อันใด นี้เรียกว่า อันวยญาณ - ปัญญาความรู้ในการคิดพิจารณาคล้อยตามเหตุผล เป็นการรู้ตามความเป็นจริงว่า สิ่งทั้งหลายไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ก็ล้วนเป็นไปตามกฎแห่งเหตุผล
(๓) ปริจจญาณ เป็นไฉน? = ปัญญาความรู้ในการกำหนดรู้ชัดในสภาพจิตของผู้อื่น
-> ภิกษุในศาสนานี้ กำหนดรู้จิตของสัตว์เหล่าอื่นของบุคคลเหล่าอื่นด้วยจิต (ของตน)
-- คือ จิตมีราคะ ก็รู้ชัดว่า จิตมีราคะ
-- จิตปราศจากราคะ ก็รู้ชัดว่า จิตปราศจากราคะ
-- จิตมีโทสะ ก็รู้ชัดว่า จิตมีโทสะ
-- จิตปราศจากโทสะ ก็รู้ชัดว่า จิตปราศจากโทสะ, จิตมีโมหะ ก็รู้ชัดว่า จิตมีโมหะ
-- จิตปราศจากโมหะ ก็รู้ชัดว่า จิตปราศจากโมหะ
-- จิตหดหู่ ก็รู้ชัดว่า จิตหดหู่
-- จิตฟุ้งซ่าน ก็รู้ชัดว่า จิตฟุ้งซ่าน
-- จิตเป็นมหัคคตะ ก็รู้ชัดว่า จิตเป็นมหัคคตะ
-- จิตไม่เป็นมหัคคตะก็รู้ชัดว่า จิตไม่เป็นมหัคคตะ
-- จิตเป็นสอุตตระ ก็รู้ชัดว่า จิตเป็นสอุตตระ
-- จิตเป็นอนุตตระ ก็รู้ชัดว่า จิตเป็นอนุตตระ
-- จิตตั้งมั่น ก็รู้ชัดว่า จิตตั้งมั่น
-- จิตไม่ตั้งมั่น ก็รู้ชัดว่า จิตไม่ตั้งมั่น
-- จิตหลุดพ้นก็รู้ชัดว่า จิตหลุดพ้น
-- จิตยังไม่หลุดพ้น ก็รู้ชัดว่าจิตยังไม่หลุดพ้น
-> ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในจิตของสัตว์เหล่าอื่นของบุคคลเหล่าอื่นนั้น อันใด นี้เรียกว่า ปริจจญาณ
(๔) ยกเว้นธัมมญาณ อันวยญาณ ปริจจญาณ = ปัญญาที่เหลือ เรียกว่า สัมมติญาณ - เป็นความรู้ความเข้าใจในระดับสมมติต่างๆ
[๖] แจกประเภทของปัญญาตามการทำงานของจิต
(๑) ปัญญาในกามาวจรกุศลธรรม ชื่อว่า อาจยโนอปจยปัญญา - ปัญญาที่เกิดกับกุศลจิตในระดับกามาภูมิ
(๒) ปัญญาในมรรค ๔ ชื่อว่า อปจยโนอาจยปัญญา
(๓) ปัญญาในรูปาวจรกุศลธรรมและอรูปาวจรกุศลธรรม ชื่อว่า อาจยอปจยปัญญา - ปัญญาในฌานขั้นรูปพรหมและอรูปพรหม
(๔) ปัญญาที่เหลือชื่อว่า เนวาจยโนอปจยปัญญา

 93 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 02, กันยายน, 2569, 10:57:10 AM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

คงต้องเจอเธอป่วนอันธพาล       ทั้งผ้าม่านหลุดร่วงเป็นห่วงจัง 

 94 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 02, กันยายน, 2569, 08:19:32 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๕/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

(๓) อัชฌัตตพหิทธารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด
-- ปรารภธรรมทั้งภายในและภายนอกเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อัชฌัตตพหิทธารัมมณปัญญา -  ปัญญาที่รู้ชัด ธรรมทั้งภายในและภายนอกรวมกัน
ญาณวัตถุ หมวดละ ๓ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
จตุกกนิทเทส
[ฑ] ในญาณวัตถุหมวดละ ๔ นั้น
[๑] จำแนกญาณทั้ง ๔ ตาม ระดับของปัญญาตั้งแต่โลกิยะ ไปจนถึงระดับสูงสุดที่เป็นโลกุตตระ
(๑) กัมมัสสกตาญาณ เป็น ไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- มีลักษณะรู้อย่างนี้ว่า ทานที่ให้แล้วมีผล การบูชาพระรัตนตรัยมีผล โลกนี้มีอยู่ โลกหน้ามีอยู่ มารดามีคุณ บิดามีคุณ สัตว์ผู้จุติและปฏิสนธิมีอยู่ สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ รู้ยิ่งเห็นจริงประจักษ์ซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง แล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ทั่วกัน มีอยู่ในโลกนี้ ดังนี้ นี้เรียกว่า กัมมัสสกตาญาณ
-- ยกเว้นสัจจานุโลมิกญาณ กุศลปัญญาที่เป็นสาสวะแม้ทั้งหมด ชื่อว่า กัมมัสสกตาญาณ
(๒) สัจจานุโลมิกญาณ เป็นไฉน?
-- อนุโลมิกญาณ ขันติญาณ ทิฏฐิญาณ รุจิญาณ มุติญาณ เปกขญาณ ธัมมนิชฌานขันติญาณ อันใด
-- มีลักษณะรู้อย่างนี้
: ว่ารูปไม่เที่ยงดังนี้บ้าง
: ว่าเวทนาไม่เที่ยงดังนี้บ้าง
:ว่าสัญญาไม่เที่ยงดังนี้บ้าง
: ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยงดังนี้บ้าง
: ว่าวิญญาณไม่เที่ยงดังนี้บ้าง
นี้เรียกว่า สัจจานุโลมิกญาณ
(๓) ปัญญาในมรรค ๔ ชื่อ มัคคสมังคิญาณ - ในขณะที่เกิดเป็นมรรคญาณทั้ง ๔ ปัญญาจะทำหน้าที่ประหารกิเลสในขณะรู้แจ้งอริยสัจ
(๓.๑) โสดาปัตติมรรคญาณ - ประหารกิเลสละสังโยชน์ ๓ ได้แก่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส รู้แจ้งอริยสัจ (๓.๒) สกทาคามิมรรคญาณ - ประหารกิเลส ทำกามราคะและปฏิฆะให้เบาบางลงอย่างมาก (๓.๓) อนาคามิมรรคญาณ - ประหารกิเลสละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ได้หมดสิ้น (รวมถึงกามราคะและปฏิฆะ) (๓.๔) อรหัตตมรรคญาณ - ประหารกิเลสละสังโยชน์เบื้องสูงที่เหลือทั้งหมด (รูปราคะ, อรูปราคะ, มานะ, อุทธัจจะ, อวิชชา) ตัดขาดจากวัฏสงสารอย่างสิ้นเชิง
(๔) ปัญญาในผล ๔ ชื่อว่า ผลสมังคิญาณ - ปัญญาในขณะที่เกิดเป็นผลญาณทั้ง ๔ ที่เสวยวิมุตติสุขจากการตัดกิเลสแล้ว
(๔.๑) โสดาปัตติผลญาณ - ปัญญาของพระโสดาบัน (๔.๒) สกทาคามิผลญาณ - ปัญญาของพระสกทาคามี (๔.๓) อนาคามิผลญาณ - ปัญญาของพระอนาคามี (๔.๔) อรหัตตผลญาณ - ปัญญาของพระอรหันต์
[๒] มัคคสมังคิฌาณ = หรือ มรรคสามัคคี คือ ภาวะที่องค์ประกอบของอริยมรรคมีองค์ ๘ รวมตัวและทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในจิตขณะที่เกิด มรรคญาณ (ปัญญาที่ตัดกิเลส) เพื่อนำไปสู่การบรรลุมรรค ผล นิพพาน ได้แก่
(๑) ความรู้แม้ในทุกข์นี้ = สภาพที่ทนได้ยาก
(๒) ความรู้แม้ในทุกขสมุทัยนี้ = เหตุแห่งความทุกข์
(๓) ความรู้แม้ในทุกขนิโรธนี้ = ความดับทุกข์
(๔) ความรู้แม้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้ = ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ (มรรค)
[๓] ญาณเหล่านี้เรียกว่า "สัจจญาณการหยั่งรู้ความจริง
(๑) ทุกขญาณ เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภทุกข์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุกขญาณ
(๒) ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิ.ทุกขสมุทัยเกิดขึ้น
นี้เรียกว่า ทุกขสมุทยญาณ ฯลฯ
(๓) ปรารภทุกขนิโรธเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธญาณ ฯลฯ
(๔) ปรารภทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ -  ปัญญาหยั่งรู้ในข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับทุกข์ (มรรค)
[๔] แจกปัญญาตามภูมิและการหลุดพ้นจากกิเลส
(๑) ปัญญาในกามาวจรกุศลธรรมและกามาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า กามาวจรปัญญา - ปัญญาที่เกิดในกามาวจรกุศล (กุศลในขั้นกามภูมิ) และกามาวจรอัพยากตธรรม
(๒) ปัญญาในรูปาวจรกุศลธรรมและรูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า รูปาวจรปัญญา - ปัญญาที่เกิดในรูปาวจรกุศล (กุศลของผู้ได้รูปฌาน) และรูปาวจรอัพยากตธรรม
(๓) ปัญญาในอรูปาวจรกุศลธรรมและอรูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า อรูปาวจรปัญญา - ปัญญาที่เกิดในอรูปาวจรกุศล (กุศลของผู้ได้อรูปฌาน) และอรูปาวจรอัพากตธรรม

 95 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 10:41:03 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

ถ้าคุณนายขัดเคืองจะเรื่องใหญ่     ทิชชู่มีเท่าไหร่เลอะทั่วบ้าน
 AddEmoticons00949

 96 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 04:21:40 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๔/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

(๒) มหัคคตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภมหัคคตธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มหัคคตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "มหัคคตธรรม" (อารมณ์อันยิ่งใหญ่ เช่น รูปาวจรจิต, อรูปาวจรจิต หรือฌานสมาบัติ)
(๓) อัปปมาณารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภอัปปมาณธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อัปปมาณารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "อัปปมาณธรรม" (อารมณ์อันหาประมาณมิได้ เช่น มรรค ๔ ผล ๔ หรือนิพพาน)
[๑๒] แจกลักษณะของปัญญาที่เกิดขึ้นตามอริยมรรค (ทางดับทุกข์)
(๑) มัคคารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภอริยมรรคเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มัคคารัมมณปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นโดยมี "มรรค" (ทางปฏิบัติ) เป็นอารมณ์
(๒) ปัญญา ในมรรค ๔ ชื่อว่า มัคคเหตุกปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นใน "มรรค ๔" (โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค) โดยมีองค์ธรรมของมรรคเป็นเหตุ
(๓) มัคคาธิปตินีปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด กระทำอริยมรรคให้เป็นอธิบดีเกิดขึ้น นี้เรียกว่า มัคคาธิปตินีปัญญา - ปัญญาที่เกิดขึ้นโดยมี "มรรค" เป็นอธิบดี คือเป็นธรรมประธานหรือเป็นใหญ่ในการเป็นผู้นำจิตไปสู่การรู้แจ้ง
[๑๓] ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ = จิตและเจตสิกที่เป็นผลของกรรม ในภูมิ ๔ นั้น สามารถจำแนกการเกิดขึ้นได้ตามสภาวธรรม
(๑) เป็นอุปปันนะก็มี = คือ ปัญญาที่เป็นวิบากซึ่งกำลังเกิดขึ้นและตั้งอยู่ ณ ขณะนั้น (ในอดีต อนาคต หรือปัจจุบัน)
(๒) เป็นอุปปาทินีก็มี = คือ ปัญญาที่เป็นผลของกรรมที่จัดให้เกิด (กัมมปัจจัย) ซึ่งจะนำส่งผลให้ปฏิสนธิและก่อให้เกิดความเจริญเติบโตสืบต่อกันไป
(๓) กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอนุปปันนะ = เพราะปัญญาที่เกิดร่วมกับวิปากจิตจัดเป็นสภาพธรรมที่มีอยู่จริง เป็นผลของกรรมที่เกิดและตั้งอยู่ ไม่ใช่สภาพที่ไม่มีหรือยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย
[๑๔] ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓
(๑) เป็นอุปปันนะก็มี
(๒) เป็นอนุปปันนะก็มี
(๓) กล่าว ไม่ได้ว่า เป็นอุปปาทินี
[๑๕] ปัญญาทั้งหมดนั้นแล
(๑) เป็นอตีตปัญญาก็มี
(๒) เป็นอนาคตปัญญาก็มี
(๓) เป็นปัจจุปปันนปัญญาก็มี
[๑๖]
(๑) อตีตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภธรรมอันเป็นอดีตเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อตีตารัมมณปัญญา
(๒) อนาคตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด ปรารภธรรมอันเป็นอนาคตเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อนาคตารัมมณปัญญา
(๓) ปัจจุปันนารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภธรรมอันเป็นปัจจุบันเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปัจจุปปันนารัมมณปัญญา
[๑๗] ปัญญาทั้งหมดนั้นแล
(๑) เป็นอัชฌัตตปัญญาก็มี
(๒) เป็นพหิทธาปัญญาก็มี
(๓) เป็นอัชฌัตตพหิทธาปัญญาก็มี
[๑๘] จัดหมวดหมู่ปัญญาตามลักษณะของ "อารมณ์" (สิ่งที่จิตเข้าไปรู้)
(๑) อัชฌัตตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภธรรมอันเป็นไปภายในเกิดขึ้น นี้เรียกว่า อัชฌัตตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่รู้ชัด ธรรมที่เป็นไปภายใน (อารมณ์ภายในตน)
(๒) พหิทธารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิอันใด ปรารภธรรมอันเป็นภายนอกเกิดขึ้น นี้เรียกว่า พหิทธารัมมณปัญญา - ปัญญาที่รู้ชัด ธรรมที่เป็นภายนอก (อารมณ์ภายนอกตน)

 97 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / ๛ โลกกว้าง ทางของเรา ๛
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 02:55:52 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


๛ โลกกว้าง ทางของเรา ๛

คราใครเมินหมิ่นให้           ใจหมอง
ใจย่อมเจ็บครามอง           สิ่งร้าย
ยามทุกข์ขุ่นเข้าครอง         คืนค่ำ
อย่าด่วนนำใจคล้าย          แบกถ้อยเกินทน

บางคราวคนย่อมไร้           ไมตรี
แม้หมื่นชนฤๅมี                 รักถ้วน
เพชรงามเด่นยังมี              คนหมิ่น
ยากแน่จักชอบล้วน            ทุกผู้ในสกล

บนโลกโศกย่อมพ้น            เมื่อคลาย
ใจจึ่งเบาทุกข์หาย               จากเศร้า
รอยคุณค่ายังฉาย                เหนืออื่น
ยืนเด่นมิข้องเคล้า                สิ่งด้อยคอยทำลาย

“ผู้ใดมองไม่เห็นความงาม มิได้หมายความว่าความงามนั้นไม่มี”

                    ღ ลิตเติลเกิร์ล ღ

¸.·✩·.¸¸.·¯⍣✩ บ้านกลอนน้อย ✩⍣¯·.¸¸.·✩·.¸


 98 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ๛ เค้กส้มล้มกลางทาง ๛
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 02:19:59 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


คำแนะนำดูดีมีเหตุผล
จะต้องทนทำตามคำเสนอ
แต่แปดโลหลายวันนานนะเธอ
ขาก็เง้อแขนก็งอคอก็ค้าง

พอถึงบ้านเค้กทรงยังคงอยู่
แต่มีรูราเกาะกระเทาะข้าง
นานเกินไปอยู่ทนบนหนทาง
ปัญหาบางปัญหาไม่น่ามี

ไหนไหนก็ไหนไหนอย่าไปห่วง
เค้กส้มร่วงยังคงเป็นเค้กที่-
น่าอร่อยอยู่หรอกบอกอีกที
ขอเชิญพี่ และน้อง มาลองกิน

อร่อยน๊าาา



ลิตเติลเกิร์ล

 99 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 12:37:04 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

มีใครบ้างกล่องถือลงชื่อมา      หากชักช้าคุณนายเคืองเรื่องจะบาน 

 100 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 01, กันยายน, 2569, 11:03:14 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๕๓/๖๘) อภิธรรมปิฎก : ๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์

[๔] สภาวะของธรรม เกี่ยวกับวิบาก
(๑) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ชื่อว่า วิปากปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้ในผลของกรรม (วิบาก)
(๒) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๔ ชื่อว่า วิปากธัมมธรรมปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล
(๓) ปัญญาในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนววิปากนวิปากธัมมธรรมปัญญา - ปัญญาที่หยั่งรู้ในธรรมที่ไม่ใช่วิบากและไม่ใช่เหตุให้เกิดวิบาก (เช่น กิริยาจิตของพระอรหันต์)
[๕] อุปาทินนติกะ = หมวด ๓ เกี่ยวกับความยึดมั่น
(๑) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อุปาทินนุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๓ (วิบากของจิตที่ถูกอุปาทานยึดครอง)
(๒) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อนุปาทินนุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ และในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ (สภาพธรรมที่กรรมไม่ได้ยึดครอง แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานได้)
(๓) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อนุปาทินนานุปาทานิยปัญญา - ปัญญาในมรรค ๔ และผล ๔
[๖] จำแนก "ปัญญา" ตามองค์ฌานคือ วิตก (การตรึก) และ วิจาร (การประคองจิต)
(๑) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยวิตกวิจาร ชื่อว่า สวิตักกสวิจารปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับทั้งวิตกและวิจาร
(๒) ปัญญาอันวิปปยุตด้วยวิตกแต่สัมปยุตด้วยวิจาร ชื่อว่า อวิตักกวิจารมัตตปัญญา - ปัญญาที่ไม่มีวิตก (ปราศจากการตรึก) แต่ยังมีวิจารอยู่
(๓) ปัญญาอันวิปปยุตด้วยวิตกวิจาร ชื่อว่า อวิตักกาวิจารปัญญา - ปัญญาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร (จิตเป็นอุเบกขา)
[๗] จำแนกปัญญาตาม เวทนา (ความรู้สึกที่เกิดร่วมกับจิตในขณะนั้น
(๑) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยปีติ ชื่อว่า ปีติสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับปีติ (ความอิ่มใจ แช่มชื่น)
(๒) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยสุข ชื่อว่า สุขสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับสุข (ความสบายกายหรือสบายใจ)
(๓) ปัญญาอันสัมปยุตด้วยอุเบกขา ชื่อว่า อุเปกขาสหคตปัญญา - ปัญญาที่เกิดร่วมกับอุเบกขา
[๘] จำแนกปัญญา ตามหน้าที่และการส่งผลต่อกิเลสและวัฏสงสาร
(๑) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า อาจยคามินีปัญญา - ปัญญาที่เกิดในกุศลธรรมระดับโลกียภูมิ ๓ เป็นปัญญาที่ยังวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร เปรียบเสมือนการสั่งสมหรือเพิ่มพูน
(๒) ปัญญาในมรรค ๔ ชื่อว่า อปจยคามินีปัญญา - ปัญญาในมรรค ๔ ซึ่งเป็นปัญญาทำลายกิเลส เป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน เปรียบเสมือนการตัดละหรือลดทอนกิเลสให้เบาบางลง
(๓) ปัญญาในวิปากธรรมในภูมิ ๔ ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนวาจยคามินีนาปจยคามินีปัญญา - ปัญญาในวิบากธรรม (ผลของกรรม) และกิริยาอัพยากตธรรม เป็นปัญญาที่เป็นกลางๆ ไม่เป็นไปเพื่อการสั่งสมวัฏสงสาร และไม่ได้เป็นไปเพื่อการตัดละกิเลส
[๙] จำแนกตามบุคคลผู้มีปัญญา
(๑) ปัญญาในมรรค ๔ ในผล ๓ ชื่อว่า เสกขปัญญา - ปัญญาที่เป็นของพระเสกขะ คือ ปัญญาของผู้ที่ยังต้องศึกษาปฏิบัติธรรม (ตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันตมรรค)
(๒) ปัญญาในอรหัตตผลอันเป็นส่วนเบื้องสูง ชื่อว่า อเสกขปัญญา - ปัญญาที่เป็นของพระอเสกขะ คือ ปัญญาของผู้ที่ไม่ต้องศึกษาแล้ว หรือพระอรหันต์ผู้จบกิจในพรหมจรรย์
(๓) ปัญญาในกุศลธรรมในภูมิ ๓, ในวิปากธรรมในภูมิ ๓,ในกิริยาอัพยากตธรรมในภูมิ ๓ ชื่อว่า เนวเสกขานาเสกขปัญญา - ปัญญาที่ไม่ใช่ของพระเสกขะ และไม่ใช่ของพระอเสกขะ (มักหมายถึง ปัญญาของปุถุชนทั่วไป รวมถึงกิริยาจิตและปัญญาทางโลก)
[๑๐] แจกปัญญาตามระดับภูมิของจิตและการรับรู้
(๑) ปัญญาในกามาวจรกุศลธรรมและกามาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า ปริตตปัญญา -  ปัญญาขั้นต้น เป็นความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการรับรู้ในระดับกามาวจรภูมิ (โลกียปัญญาในระดับกามคุณ)
(๒) ปัญญาในรูปาวจรกุศลธรรม รูปาวจรอัพยากตธรรม อรูปาวจรกุศลธรรม และอรูปาวจรอัพยากตธรรม ชื่อว่า มหัคคตปัญญา - ปัญญาขั้นกลาง ความหยั่งรู้ที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนาในระดับรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ (ระดับฌาน)
(๓) ปัญญาในมรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่า อัปปมาณปัญญา - ปัญญาขั้นสูงสุด ที่รู้แจ้งในมรรคและผล (โลกุตตรปัญญา) ซึ่งเป็นความรู้ที่หาประมาณมิได้
[๑๑] แจกตาม "อารมณ์" (สิ่งที่จิตรู้) ที่ปัญญาเหล่านั้นเข้าไปรับรู้
(๑) ปริตตารัมมณปัญญา เป็นไฉน?
-- ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ
-- ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ อันใด
-- ปรารภปริตตธรรมเกิดขึ้น นี้เรียกว่า ปริตตารัมมณปัญญา - ปัญญาที่กำหนดรู้ "ปริตตธรรม" (อารมณ์เล็กน้อย เช่น กามาวจรจิต ๕๔, เจตสิก ๕๒, รูป ๒๘)

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.18 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...