Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
 91 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ปีกเสรี
 เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 08:45:52 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



มองนภาฟ้ากว้างทางตรงหน้า
เหนื่อยก็พักกายามิล้าถอย
ความเงียบเหงาที่เคยงะเง้อคอย
ถูกปลดปล่อยหายลับไปกับลม

จะกี่ทิศถิ่นทางที่ย่างก้าว
บันทึกทุกเรื่องราว อย่างเหมาะสม
อิสรภาพหอมชื่นชวนชื่นชม
ลืมความขมขื่นเคืองจากเมืองไกล

พรมสีเขียวเรียวรวงยวงระย้า
สุขล้ำค่ากว่าทองอันผ่องใส
ผูกชีวิตเรียบง่ายด้วยสายใย
โอบกอดโลกกว้างใหญ่ด้วยใจตน

ทิ้งพันธะคล้องจองที่จ้องจับ
ไม่รองรับความหมองซ้ำหมองหม่น
สยายปีกพุ่งทะยานผ่านเมฆวน
พร้อมหลุดพ้นโลกเก่าที่เงาบัง

          

        ลิตเติลเกิร์ล
 
       ✧・゚: *✧・゚:*

 92 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ปีกเสรี
 เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 09:34:56 AM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


อิสระโบยบินต่างถิ่นไกล
เกาะพักพิงกิ่งไผ่ก้านใบสน
สู่โลกกว้างเรียนรู้ไร้ผู้คน
ฟ้าหลังฝนหมอกบางห่างเมืองกรุง

ยินเสียงลมอ้อนออด ทิวยอดไผ่
เช้าหนึ่งแสนสดใสที่ท้ายทุ่ง
โค้งเคียวสุดสายป่านสะพานรุ้ง
แดดสางรุ่งฉายฉานวิมานดิน

ข้าวใบเรียวเขียวขจีที่ท้ายทุ่ง
หยาดน้ำค้างสางรุ่งจรุงกลิ่น
จากรังนอนตอนเช้าเราคล้อยบิน
ต่างโผผินร่อนถลาอย่างท้าทาย

แดดทอแสงสาดส่องของเช้านี้
ในวันที่ ฟ้าหลังฝนหล่นเป็นสาย
ขอซึมซับรับอรุณกรุ่นกลิ่นอาย
กับสหายเพื่อนพ้อง บินล่องลอย

กันต์กรีนซี




 93 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 19, กุมภาพันธ์, 2569, 04:21:14 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๑๐/๑๑) อภิธรรมปิฎก :
๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์

ปัญหาปุจฉกะ
โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์  ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
(๑) บรรดาโพชฌงค์ ๗ โพชฌงค์เท่าไรเป็นกุศล; เท่าไรเป็นอกุศล; เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ; เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้; เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
ติกมาติกาวิสัชนา
กุสลติกาทิวิสัชนา = คำตอบด้านกุศล
(๑) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นกุศลก็มี; ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
(๒) ปีติสัมโพชฌงค์ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
(๓) โพชฌงค์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี; ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี
(๔) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นวิบากก็มี; ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี
(๕) โพชฌงค์ ๗ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
(๖) โพชฌงค์ ๗ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส
(๗) โพชฌงค์ ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี; ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี; ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
(๘) ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยปีติ แต่สหรคตด้วยสุข ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา
(๙) โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี; ที่สหรคตด้วยสุขก็มี; ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี
(๑๐)โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
(๑๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
(๑๒) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี; ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี
(๑๓) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี; ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี
(๑๔)โพชฌงค์ ๗ เป็นอัปปมาณะ (๑๕) โพชฌงค์ ๗ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ (๑๖) โพชฌงค์ ๗ เป็นชั้นประณีต (๑๗) โพชฌงค์ ๗ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี; ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี (๑๘) โพชฌงค์ ๗ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์
(๑๙) โพชฌงค์ ๗ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี; ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี; ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี
(๒๐) โพชฌงค์ ๗ ที่เกิดขึ้นก็มี; ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี; ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี
(๒๑) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นอดีตก็มี; ที่เป็นอนาคตก็มี; ที่เป็นปัจจุบันก็มี
(๒๒) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์; มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์;หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์
(๒๓) โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นภายในตนก็มี; ที่เป็นภายนอกตนก็มี; ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี
(๒๔) โพชฌงค์ ๗ มีธรรมเป็นภายนอกตนเป็นอารมณ์
(๒๕) โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
ทุกมาติกาวิสัชนา
เหตุโคจฉกวิสัชนา =คำตอบด้านเหตุ
(๑) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุ (๒) โพชฌงค์ ๖ สัมปยุตด้วยเหตุ (๓) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุและมีเหตุ (๔) โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ; และมีเหตุ; หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ (๕) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุ และสัมปยุตด้วยเหตุ (๖) โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ; หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ (๗) โพชฌงค์ ๖ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ
(๘) ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ; หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ
จูฬันตรทุกวิสัชนา
(๑) โพชฌงค์ ๗ มีปัจจัยปรุงแต่ง (๒) โพชฌงค์ ๗ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง (๓) โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้
(๔) โพชฌงค์ ๗ กระทบไม่ได้ (๕) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นรูป (๖) โพชฌงค์ ๗ เป็นโลกุตตระ (๗) โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ได้ (๘) โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ไม่ได้
อาสวโคจฉกวิสัชนา = คำตอบด้านกิเลส
(๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอาสวะ (๒) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ (๓) โพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ (๔) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะ; หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ
(๕) โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ; หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ
(๖) โพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ (๗) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา = คำตอบเกี่ยวกับธรรมที่เป็นเครื่องร้อยรัด ผูกมัด
(๑) โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ

 94 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / หนังสือเล่มนั้น
 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 09:41:31 PM 
เริ่มโดย กรกันต์ - กระทู้ล่าสุด โดย กรกันต์


หนังสือเล่มนั้น

หนังสือมีมากมายวางขายนั้น
ความสำคัญขึ้นอยู่ผู้เห็นค่า
ถูกวางทิ้งละเลยผ่านกาลเวลา
เห็นเพียงปกสะดุดตาซื้อมาครอง

อยากเป็นเช่นหนังสือถืออ่านบ่อย
อมยิ้มน้อยน้อย จากเขานามเจ้าของ
หยิบหลายหนสุดท้ายคิดหมายปอง
ใจจดจ้องมองเรา ตราบเท่านาน

 ฝันเล็ก-เล็กเธอสืบค้นดั้นด้นหา
มองเห็นความคุ้มค่า ซื้อมาอ่าน
เปิดหน้าแรกถึงสุดท้ายตลอดกาล
ทุกลายสือสื่อสารผ่านเยื่อใย

อ่านหลายหนจนจบครบทั้งเล่ม
เธออิ่มเอมเผลอชอบ อ่านรอบใหม่
โปรดรักษาหนังสือหรือเก็บไว้
อย่าวางฉันทิ้งไปไม่เหลียวแล

กันต์กรีนซี




 95 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนเปล่าสบาย ๆ / Re: ~คิดถึง~
 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 09:24:51 PM 
เริ่มโดย นายใบชา - กระทู้ล่าสุด โดย นายใบชา


~ก็แค่คนธรรมดา~
ไม่มีมนต์มายา .. ดลบันดาลทุกสิ่ง
ไร้หลักให้พักพิง
เมื่อความเดียวดายเข้าแอบอิง .. ก็เหงาใจ




~ได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้~
ณ.จุดที่ .. มีแค่ความอ่อนไหว
บางครั้ง..แอบคิดถึงใคร
แต่ไม่รู้ .. ว่าอีกคนแสนไกล.. จะมองกัน





~ หวังลม~ลม..แล้ง~แล้ง ~
เหมือนกำลังโดนแกล้ง .. แม้ในยามฝัน
เธอจ๋า .. ฉันเพ้อรำพัน
เมื่อไหร่? .. จะมองเห็นความรักเราบ้างสักวัน

~ใจร้ายจัง~


~นายใบชา~




 96 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 01:25:33 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม


มีหูเบี้ยวปากบิดสะกิดมา   จมูกแหงนขึ้นฟ้าไม่น่าดู 

 97 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / ปีกเสรี
 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 01:23:13 PM 
เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม





ปีกเสรี

ถ้าได้เกิดเป็นนกจะโผผิน
จะละสิ้นพันธะที่กักขัง
สยายปีกท้าทายทุกกำลัง
ทิ้งเบื้องหลังโลกหมองที่หม่นเทา

มุ่งหน้าสู่ขอบฟ้าอันกว้างใหญ่
ทิ้งหัวใจดวงเดิมที่ซึมเศร้า
เลิกแบกโลกที่กร่อยด้วยรอยเงา
ปล่อยเรื่องเก่าลวงโลกให้เลือนลาง

จะโบยบินเหนือเมฆขาวสะอาด
อย่างองอาจเหนือยิ่งสิ่งกรีดขวาง
มองโลกต่ำใต้ปีกหลบหลีกทาง
เพื่อหาจุดมุ่งวางซึ่งตัวตน

 
ฝาตุ่ม

 98 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์, 2569, 08:44:36 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

(ต่อหน้า ๙/๑๑) อภิธรรมปิฎก :
๑๗.วิภังค์ : โพชฌังควิภังค์

เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย
[ข] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์   ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์
ในสภาวธรรมเหล่านั้น =โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน
(๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
~ ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา = ข้อปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้า
->ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
~ อวิกเขปะ = ความตั้งมั่นของจิต; ความไม่ฟุ้งซ่าน; ความสงบแห่งจิต; ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสมาธิ
(๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
~ สุญญตะ = สภาวะที่ว่างจากความเป็นตัวตนหรืออัตตา ได้แก่เบญจขันธ์ อายตนะ และธาตุ ซึ่งเป็นอนัตตา เป็นสภาวะที่ว่างหรือปราศจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง คือราคะ โทสะ โมหะ
-> ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ก็เกิดขึ้น
(๓) บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น
(๓.๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> สติ ความตามระลึก ฯลฯ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรคนับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
        ฯลฯ
(๓.๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
-> อุเบกขา ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง; อุเปกขาสัมโพชฌงค์; นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๓.๘) สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า โพชฌงค์ ๗
(๓.๙) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยโพชฌงค์ ๗
[ค] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์ ๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ ๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ บรรดาโพชฌงค์ ๗ เหล่านั้น
(๑) สติสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
(๑.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
(๑.๒) ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
(๑.๓) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาซึ่งเป็นวิบาก เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
(๑.๔) ในสมัยนั้น สติ; ความตามระลึก ฯลฯ; สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์; อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สติสัมโพชฌงค์
(๑.๕) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิริยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปีติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ
-> สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยสมาธิสัมโพชฌงค์
ฯลฯ
(๗) อุเปกขาสัมโพชฌงค์ = เป็นไฉน
(๗.๑) ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน; เพื่อละทิฏฐิ; เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น; สงัดจากกาม ฯลฯ; บรรลุปฐมฌานเป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ ก็เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
(๗.๒) ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌานที่เป็นสุญญตะ; เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ซึ่งเป็นวิบาก; เพราะได้ทำได้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตรกุศลนั้นนั่นแหละอยู่ในสมัยใด
(๗.๓) ในสมัยนั้น อุเบกขา; ความวางเฉย; ความเพ่งเฉย; ความวางจิตเป็นกลาง อุเปกขาสัมโพชฌงค์ นี้เรียกว่า อุเปกขาสัมโพชฌงค์
(๗.๔) สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยอุเปกขาสัมโพชฌงค์
อภิธรรมภาชนีย์ จบ

 99 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: 17, กุมภาพันธ์, 2569, 08:27:32 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


หากว่าแมวไม่มองต้องคิดหนัก    แมวไม่ทักต้องไวตรวจใบหน้า


 100 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: - เล่น..กลอนสักวา -
 เมื่อ: 17, กุมภาพันธ์, 2569, 08:14:12 PM 
เริ่มโดย ลินดา - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล



สักวาคืนบ้านมาขานรับ
ที่นานนับล่วงลาผ่านมานั่น
ประกายไฟในอกสุมอนันต์
กลับมาปลุกความฝันอันพร่างพราย
ถึงวันคืนเลื่อนลับนับนานนี้
รสกวีมิได้เลือนหรือเหือดหาย
เปรียบเพชรดีที่ฝังดั่งคมคาย
จะกรีดกรายฉายแสงแห่งใจเอย

 AddEmoticons00918

ลิตเติลเกิร์ล


หน้า: 1 ... 8 9 [10]
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.134 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...