Username:
Password:
บ้านกลอนน้อยฯ
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล
>>
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
>>
นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป
>>
โลกดิจิตัล
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: โลกดิจิตัล (อ่าน 15 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กรกช
ที่ปรึกษาเว็บ
จำนวนผู้เยี่ยมชม:
25590
ออฟไลน์
ID Number: 68
จำนวนกระทู้: 1897
แม้มิเคยพบหน้า เชื่อเถอะว่า ที่นี่มีรัก
|
|
โลกดิจิตัล
«
เมื่อ:
เมื่อวานนี้
เวลา 10:34:18 PM »
บ้านกลอนน้อยฯ
Permalink:
โลกดิจิตัล
ผมเห็นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสามารถรื้อเกียร์รถทั้งลูกได้แม้ปิดตา ถูกทำให้อับอายโดยแคชเชียร์วัยรุ่น เพียงเพราะเรื่องไข่หนึ่งแผง ความผิดของเขาเหรอ? เขาไม่มีสมาร์ตโฟน
มันเป็นเวลา 5 โมง 15 นาทีเย็น วันศุกร์ ที่เมก้ามาร์ตใกล้บ้าน กลิ่นไก่อบหมุนกับความตึงเครียดลอยปะปนกันในอากาศ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงหึ่งต่ำ ๆ แบบที่เหมือนจะเจาะเข้าไปถึงขมับ โดยเฉพาะหลังจากทำงานที่โรงงานมา 10 ชั่วโมงเต็ม
ผมยืนอยู่ในแถวแคชเชียร์ช่องสี่ ช่องเดียวที่ยังมีพนักงานเป็นมนุษย์อยู่ ตะกร้าผมมีเบียร์แพ็กหนึ่งกับพิซซ่าแช่แข็งหนึ่งถาด รองเท้าบู๊ตของผมเปื้อนน้ำมันไฮดรอลิก และความอดทนก็แทบจะหมดถัง
ข้างหน้าผมคือชายชราคนหนึ่ง เรียกเขาว่าแฟรงก์ก็แล้วกัน
แฟรงก์เป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่หดเล็กลงตามวัย เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตที่ผ่านการซักมานับไม่ถ้วนจนลายแทบเลือนหาย หมวกทรักเกอร์ที่มีโลโก้สหภาพแรงงานท้องถิ่นซึ่งยุบไปแล้วกว่ายี่สิบปี มือของเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมด ข้อนิ้วบวมจากโรคข้ออักเสบ ผิวหนังเหมือนหนังฟอกแดด และรอยแผลเป็นสีขาวจาง ๆ ที่บอกเล่าหลายทศวรรษของแรงงานใช้มือ
เขาค่อย ๆ วางของลงบนสายพาน นมหนึ่งแกลลอน ขนมปังยี่ห้อร้าน ไข่หนึ่งโหล และอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมถุงใหญ่ แบบแพง ๆ แบบที่ทุกวันนี้แพงกว่าสเต๊กดี ๆ มื้อหนึ่งเสียอีก
ยอดรวมขึ้นมา 42.50 ดอลลาร์
แฟรงก์กะพริบตา เขาล้วงกระดาษโฆษณายับยู่ยี่จากกระเป๋าเสื้อด้านหน้า คลี่มันออกบนเคาน์เตอร์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
“หนูครับ” เขาพูดด้วยเสียงแหบแต่สุภาพ “ในใบปลิวนี้บอกว่าไข่ราคา 3.99 แล้วผงซักฟอกก็ลดราคา แต่เครื่องคิด 7.00”
แคชเชียร์สาวที่ดูเหมือนอยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้ยกเว้นตรงนี้ เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วชี้นิ้วที่ตกแต่งเล็บสวยไปยังป้ายเล็ก ๆ ที่แปะอยู่บนแผ่นพลาสติกใส
“นั่นเป็นดีลดิจิทัลค่ะ คุณต้องกดคูปองในแอป”
แฟรงก์มองป้าย แล้วมองกลับมาที่เธอ
“แอป?”
“ค่ะ ต้องดาวน์โหลดแอปเมก้ามาร์ต สมัครบัญชี สแกนคิวอาร์โค้ดที่ชั้น แล้วกดคูปอง จากนั้นสแกนไอดีดิจิทัลที่แคชเชียร์ ไม่งั้นต้องจ่ายราคาเต็มค่ะ”
แฟรงก์ล้วงโทรศัพท์ออกมา มันไม่ใช่สมาร์ตโฟน แต่เป็นโทรศัพท์ฝาพับ สีดำ เก่า ๆ ที่ติดเทปไฟฟ้าไว้
“เครื่องนี้เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ครับหนู ผมมีแค่… โทรศัพท์ แต่ผมมีกระดาษนี่นะ มันเขียนว่า 3.99”
“หนูเปลี่ยนราคาเองไม่ได้ค่ะ ระบบล็อกไว้ ต้องใช้แอปเท่านั้น”
ความเงียบที่ตามมาหนักอึ้ง ผมเห็นไหล่ของแฟรงก์ตกลง มันไม่ใช่เรื่องเงินสามดอลลาร์ แต่มันคือการตระหนักว่าโลกได้สร้างกำแพงที่เขาปีนไม่ไหว และล็อกมื้อเย็นของเขาไว้หลังมัน
ด้านหลังผม ผู้ชายในสูทพอดีตัวถอนหายใจ เขามองนาฬิกา Apple Watch แล้วกระทืบเท้า จังหวะสากลของคำว่า “เวลาฉันสำคัญกว่านาย”
“เอาน่า” ชายในสูทพึมพำดังพอให้ได้ยิน “ไม่กี่เหรียญเอง ลุง จ่ายไปเถอะหรือไม่ก็หลบไป คนอื่นเขารีบ”
แฟรงก์นิ่งไป ความอับอายแผ่ออกมาจากตัวเขาเหมือนความร้อน เขามองกระเป๋าสตางค์ ผมเห็นธนบัตรใบหนึ่ง ใบห้า เรียงอย่างเป็นระเบียบ เขากำลังคำนวณในหัว และผลลัพธ์มันไม่ลงตัว
“โอเค” แฟรงก์กระซิบ เขาเอื้อมมือไปหยิบนม “งั้นเอานมออก แล้วก็ไข่”
เขาเก็บอาหารสุนัขไว้
ตอนนั้นเองที่เลือดผมเริ่มเดือด ไม่ได้โกรธแคชเชียร์ เธอก็แค่เด็กที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้โกรธชายในสูทเป็นหลักด้วย แม้เขาจะน่ารำคาญ แต่ผมโกรธระบบอัตโนมัติอันเย็นชาทั้งหมดนี่
ขณะที่แฟรงก์กำลังจะส่งนมคืน ผมก้าวออกไปข้างหน้า
“เอาไว้เถอะ” ผมพูด เสียงดังเกินกว่าที่ตั้งใจ
ผมเดินไปยืนข้างแฟรงก์ หยิบสมาร์ตโฟนของผมออกมา อุปกรณ์ที่ควบคุมชีวิตผม ติดตามตำแหน่งผม และดูเหมือนจะเป็นตัวตัดสินว่าใครได้กินไข่ราคาย่อมเยาหรือไม่ ผมเปิดแอปงี่เง่านั่น
“สแกนของผม” ผมบอกแคชเชียร์
เธอสแกนโทรศัพท์ผม ยอดรวมบนจอเปลี่ยนจาก 42.50 เหลือ 28.00
สิบสี่ดอลลาร์ พวกเขาคิดราคาเกินเขาไปสิบสี่ดอลลาร์ เพียงเพราะเขาไม่อยากแลกข้อมูลส่วนตัวกับส่วนลด
“ที่เหลือผมจัดการเอง” ผมพูด พลางวางธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ลงบนเคาน์เตอร์ ครอบคลุมของผมและส่วนต่างที่เหลือของเขา
แฟรงก์มองผมด้วยดวงตาสีฟ้าอ่อนที่คลอ “ลูกเอ๋ย ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้—”
“ผมไม่ได้ทำเพื่อการกุศลครับ” ผมพูด พร้อมมองไปที่ชายในสูทด้านหลัง “ผมทำเพราะระบบมันไม่ยุติธรรม”
ผมหยิบพิซซ่าของตัวเอง แล้วรอให้แฟรงก์เก็บถุงของเขา ชายในสูทไม่ยอมสบตาผม เขาหันไปสนใจฉลากโภชนาการบนหมากฝรั่งอย่างจริงจังขึ้นมาทันที
ผมเดินไปส่งแฟรงก์ที่ลานจอดรถ พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงสีส้มทอดเงายาวบนพื้นยางมะตอย เขาเดินกะเผลก แบบที่ได้มาจากการกระโดดลงจากท่าโหลดของมานานสามสิบปี
เขาหยุดที่รถ Ford F-150 รุ่นเก่า ตัวถังเหลี่ยม มีสนิมรอบซุ้มล้อ แต่เครื่องยนต์สะอาดพอจะกินข้าวจากมันได้
“ขอบคุณนะ” แฟรงก์พูด มือวางบนประตูรถ “ผมจ่ายราคาเต็มได้ แต่… ผมมีรายได้ตายตัว เงินประกันสังคมไม่ค่อยขึ้น แต่ของทุกอย่างขึ้นหมด”
“ผมเข้าใจ” ผมพูด “ทำไมถึงคืนแต่นมกับไข่ ไม่คืนอาหารหมาล่ะ คุณกินอาหารหมาไม่ได้นะ”
แฟรงก์ยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มเศร้าแต่สวยงาม
“บัสเตอร์” เขาพูดเบา ๆ “บัสเตอร์เป็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อายุสิบสองแล้ว เป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม”
แฟรงก์ก้มมองรองเท้าบู๊ตของตัวเอง
“เมียผม มาร์ธา… เธอเสียเมื่อพฤศจิกาปีก่อน มะเร็ง ช่วงท้าย ๆ ตอนที่เธอลุกจากเตียงไม่ได้ บัสเตอร์ไม่เคยไปไหนจากข้างเตียงเลย มันเฝ้าเธอตลอด เลียมือเธอเวลาเธอเจ็บ ตอนเธอจากไป ผมสัญญากับเธอว่าจะดูแลหมาตัวนี้เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของเราเอง”
เขาลูบถุงอาหารหมาราคาแพงนั้น
“ผมดื่มน้ำก๊อกได้ ผมงดไข่ได้ แต่บัสเตอร์ต้องได้กินของดี นั่นคือข้อตกลง ลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด”
ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ในคอใหญ่เท่าผลเกรปฟรุต
นี่คือผู้ชายที่ถูกสังคมลงโทษเพียงเพราะเขา “ล้าสมัย” อัลกอริทึมของบริษัทมองเขาเป็นความไร้ประสิทธิภาพ ชายในสูทมองเขาเป็นสิ่งกีดขวาง
แต่เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาผู้ล่วงลับ มากกว่าความหิวของตัวเอง เขาเป็นคนที่ขับรถที่ซ่อมเองได้ เพราะไม่ไว้ใจเครื่องจักรที่เขาไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนแบบคุณแล้วนะ แฟรงก์” ผมพูด
“ใช่” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะปีนขึ้นรถ “และบางทีนั่นอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ผมใช้แอปไม่เป็น แต่ผมรู้วิธีทำงาน”
เขาสตาร์ตรถ เสียงมันไม่ใช่เสียงนุ่ม ๆ แต่มันคำราม เป็นเสียงกลไกจริง ๆ เขาโบกมือแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่
ผมยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง มองไฟท้ายรถเขาค่อย ๆ หายไปกับการจราจร ผมก้มมองสมาร์ตโฟนของตัวเอง มันสั่นแจ้งเตือนขึ้นมา
“ให้คะแนนประสบการณ์ช็อปปิ้งของคุณ!”
ผมยัดมันกลับลงกระเป๋า
เรากำลังสร้างโลกที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเชื่อมต่อถึงกัน เรามีแอปซื้อของ แอปหาคู่ แอปติดตามการนอน แต่ในความเร่งรีบที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นดิจิทัล เรากำลังทิ้งคนที่สร้างรากฐานให้โลกใบนี้ไว้ข้างหลัง
เรากำลังแทนที่การจับมือด้วยข้อตกลงผู้ใช้ แทนที่คุณค่าคนด้วยเครดิตสกอร์ และแทนที่ความมีน้ำใจธรรมดา ๆ ด้วย “ข้อเสนอพิเศษเฉพาะดิจิทัล”
ครั้งหน้าถ้าคุณยืนต่อแถวอยู่หลังผู้สูงอายุที่กำลังนับเหรียญ หรือกำลังงงกับเครื่องอ่านบัตร อย่าถอนหายใจ อย่ากลอกตา
จงจำไว้ว่ามือที่สั่นเหล่านั้น อาจเคยเชื่อมเหล็กในสะพานที่คุณขับรถผ่าน อาจเคยถือปืนในป่า เพื่อปกป้องอิสรภาพที่ทำให้คุณยืนอยู่ตรงนั้นอย่างใจร้อน
เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเร็วขึ้น แต่มีเพียงความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น ที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย
อย่าปล่อยให้แสงจากหน้าจอสว่างจนมันทำให้หัวใจของคุณมืดลง
Weird_World
Ramet Tanawangsre ถอดความ
บันทึกการเข้า
..
สารบัญบทกลอน "กรกช"
..
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บ้านกลอนน้อย ลิตเติลเกิร์ล - มยุรธุชบูรพา
-----------------------------
=> อ่านข้อกำหนด กฎระเบียบต่าง ๆ - สมาชิกใหม่ ทักทาย แนะนำตัวที่นี่
=> ห้องกลอน คุณอภินันท์ นาคเกษม
=> ห้องกลอน คุณคนบอ มือสี่
=> สารบัญกลอน สมาชิกนักกลอน
-----------------------------
ห้องเรียน
-----------------------------
=> ห้องเรียนรู้คำประพันธ์ ประเภทกลอน
=> ห้องเรียนฉันท์
=> ห้องเรียน กลบท
=> ห้องเรียน โคลงกลบท
=> ห้องศึกษา ภาพโคลงกลบท
=> ห้องศึกษา กาพย์ โคลง ร่าย
=> ห้องหนังสือ บ้านกลอนน้อย
=> ห้องฟัง การขับ เสภา และอื่น ๆ
-----------------------------
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
-----------------------------
=> กลอน ร้อยกรองหลากลีลา
=> คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
=> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม
=> กลอนเปล่าสบาย ๆ
=> กลอนจากที่อื่น และจากกวีที่ชื่นชอบ
=> โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต
=> กลบท
=> นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป
=> ห้องนั่งเล่นพักผ่อน
===> เส้นคั่นสวย ๆ
===> รูปภาพน่ารัก
กำลังโหลด...