(ต่อหน้า ๒/๓) ประมวลธรรม : ๖๓.วีมังสกสูตร
๒๓.ถามตถาฯสิพหุพรู......................................กะหูและตา
ธรรมสิผ่องลุรุจิกล้า.............................................จะมีรึไม่
๒๔.ตอบไวมีธรรมครัน......................................อันบริสุทธิ์ล้น
ลุสู่ทางเดินพ้น......................................................ห่างแล้วตัณหา
๒๕.ศาสดาจะนยสอน .......................................ขจรซิกล้า
ธรรมประณีตเจาะทวิหนา......................................สิขาวและดำ
๒๖.สงฆ์นำธรรมประพฤติ..................................ยึดกระทำยิ่งท้น
"ดำ"มุ่งละไกลพ้น..................................................เพิ่มขึ้น"ขาว"กุศล
๒๗.พุทธเจ้าเจาะภณชัด....................................ก็ศรัทธะดล
เหตุสิทัสสนะลุผล.................................................ซิมั่นคุณา
๒๘.พาสงฆ์,เทพ,พรหมไกล................................มิไหวเบนเบี่ยงแล้
จึงแน่วโสดาฯแท้...................................................เพียบพร้อมสมบูรณ์
๒๙.ตรัสตถาฯริตริพิจารณ์.................................ก็ผ่านวิทูร
เป็นซิเยี่ยงเจาะวทะพูน..........................................เจาะถูกซิแฉ
๓๐.แลภาษิตพุทธ์องค์.......................................สงฆ์คงชมชื่นน้อม
พึงเลือกเหมาะดีพร้อม...........................................พฤติย้ำทำตาม ฯ|ะ
แสงประภัสสร
มจร. ๗ : วีมังกสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ]มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=47เชตวันฯ= วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย
วีมังสกสูตร = คือ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้พิจารณาเปรียบเทียบคุณธรรมและการประพฤติปฏิบัติของตัวพระองค์เอง และของภิกษุอื่นๆว่า มีอะไรดีหรือชั่ว มากน้อยแค่ไหน เพื่อเลือกเอาตัวอย่างที่ดีๆมาใช้เป็นตัวอย่าง แนวทางในการประพฤติปฏิบัติตาม
ภิกษุผู้ตรวจสอบ = มี ๓ จำพวก คือ
(๑) อัตถวีมังสกะ - ผู้พิจารณาประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น
(๒) สังขารวีมังสกะ - ผู้พิจารณาสังขารธรรม โดยลักษณะของธรรมนั่น โดยสามัญญลักษณะ และโดยวิภาคธรรม
(๓) สัตถุวีมังสกะ - ผู้พิจารณาตรวจสอบพระศาสดา เช่น พิจารณาว่า ขึ้นชื่อว่าศาสดาต้องมีคุณเช่นนี้ๆ ในสูตรนี้ หมายเอาสัตถุวีมังสกะ
[ก] การตรวจสอบธรรมของพระตถาคต
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ตรวจสอบ เมื่อไม่รู้วาระจิตของผู้อื่น พึงทำการพิจารณา ดังนี้
(๑) ตรวจสอบตถาคตเพื่อทราบว่า ‘ตถาคตเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่' ในธรรม ๒ ประการ
(๑.๑) ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาอันเศร้าหมองหรือไม่
(๑.๒) ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางหูว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางหูอันเศร้าหมองหรือไม่
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบแล้วก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมิได้มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเศร้าหมอง
(๒) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า
‘ตถาคต มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเจือกันหรือไม่’
~ เจือกัน = คือ เป็นสิ่งผสมกัน กล่าวคือบางครั้งเป็นธรรมดำ บางคราวเป็นธรรมขาว
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมิได้มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเจือกัน’
(๓) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้ทางตาและทางหูอันผ่องแผ้วหรือไม่’
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันผ่องแผ้ว’
(๔) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า ‘ท่านผู้นี้มีกุศลธรรมนี้สิ้นกาลช้านาน หรือมีชั่วกาลนิดหน่อย’
->เมื่อตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ท่านผู้นี้มีกุศลธรรมนี้สิ้นกาลช้านาน มิใช่ว่ามีชั่วกาลนิดหน่อย’