ประมวลธรรม ๗๙ : มหามาลุงกโยวาทสูตร (ต่อหน้า ๓/๗)
๓๔."อนาคาฯ"อยู่แล้....................................เจริญูธรรม เดินไป
ลุนิพพานเสร็จหนำ.........................................ล่วงแล้ว
มิคืนเกิดอีกนำ................................................ณโลก
"สังโยชน์โอรัมฯ"แป้ว......................................ครบห้าตัดผอง
๓๕.พุทธ์เจ้าสิตรัส"ทุติยฌาน".......................ผิสงฆ์พานหทัยผ่อง
"ธรรมเอก"อุบัติจะอนะครอง............................วิตก,ตรองสงบไกล
๓๖.ใจคงเหลือสุขท้น..................................เพราะสมาธิ์ ปีติมี
ถึงล่วงฌานสามครา........................................อุเบกฯน้อม
"ปีติ"จบ"สติ"มา...............................................มีครบ "สัมปชัญฯ"
เสวยสุขนามกายพร้อม....................................รับพร้องสรรเสริญ
๓๗.แลสงฆ์ลุแล้ว"จตุตถ์ฌาน"......................ละทุกข์พานลิสุขเพลิน
เหลือ"อุเบกขะ,สติ"เดิน....................................สะอาดอยู่ตลอดแฉ
๓๘.แลพุทธ์องค์ตรัสน้อม.............................."อรูปฌาน" บ รูป
สงฆ์ล่วง"อากาฯ"พาน.......................................จ่อล้ำ
"อากาศไม่มี"ขาน.............................................แลดับ "จำ"หยาบ
"จำ"หลากหลายดับย้ำ......................................จิตรู้กุศลหนา
๓๙.ครันสงฆ์ลุ"วิญยตนฌานฯ"......................เพราะย้ำขานกะ"คำ"กล้า
วิญญาณมิสุดลุมหึมา........................................"อุเบกขะ"อารมณ์
๔๐.ลุฌานสมล่วงก้าว...................................."อากิญ- จัญญาฯ"
ขานไม่มีใดผลิน...............................................ว่างแท้
สงบนิ่งสบายจินต์.............................................จิตละเอียด
สังโยชน์โอรัมฯแล้............................................ตัดได้หมดหนำ
๔๑.อานนท์สิถามปฏิปทา...............................ละทั้งห้าซิโอรัมฯ
ไยเรียกสิต่างเจาะทวินำ....................................วะ"ปัญญะวิมุตติ์"แฉ
๔๒.แฉ"เจโตวิมุติ"พ้น....................................เพราะสมาธิ์ กำลัง
อีกหนึ่งคือ"ปัญญา-...........................................วิมุติ"ด้วย
ปัญญาเลิศจริงหนา...........................................จิตล่วง อริยสัจ
อาสวะรานม้วย..................................................ไม่ใช้สมาธิ์แฉ
๔๓.ทรงตรัสเพราะอินทริยะชี้.........................ปะสงฆ์มีซิต่างแน่
อินทรีย์สิห้าเจาะตบะแล.....................................จะควบคุมหทัยเผย
๔๔.เปรย"ศรัทธา"เชื่อแท้................................ผลกรรม
"วิริยินฯ"เพียรนำ................................................มุ่งพร้อม
"สตินทรีย์,สติ"ทำ...............................................คุมจิต มิเผลอ
เป็นใหญ่"สมาธินฯ"น้อม......................................มั่นกล้าจิตคง
๔๕."ปัญญินฯ"จะพาหทยะชัด..........................."อรีย์สัจ"ซิรู้ตรง
ตัดไวลิ"อาสวะ"ประสงค์.....................................อวิชชาสิสิ้นไป
๔๖.อินทรีย์ไวเด่นแล้ว....................................วิมุติหนา
"สังโยชน์โอรัมฯ"ครา..........................................ตัดพร้อม
พุทธ์องค์ตรัสจบพา............................................รตียิ่ง อานนท์
ภาษิตแจงละเอียดน้อม.......................................กระจ่างแท้จำเอย ฯ|ะ
แสงประภัสสร
๔. มหามาลุงกยโอวาทสูตร โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ : [เล่มที่ ๒๐] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้า ๓๐๘ - ๓๑๕ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
https://share.google/rKWKZXx8c6o0DfB9S๔. มหามาลุงกยโอวาทสูตร
[ก] โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ = หรือสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ คือกิเลสหยาบที่ผูกมัดจิตใจให้ติดอยู่กับกามโลก (๑) สักกายทิฏฐิ = ความเห็นผิดว่าร่างกายและขันธ์ ๕ เป็นตัวตนของเรา (๒) วิจิกิจฉา = ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย (๓) สีลัพพตปรามาส = การถือศีลและพรตหรือพิธีกรรมอย่างงมงายด้วยความเข้าใจว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้เพียงแค่นั้น (๔) กามฉันทะ (กามราคะ) = ความกำหนัดและความติดใจในกามคุณ (๕) พยาบาท (ปฏิฆะ) = ความขัดเคืองใจ ความหงุดหงิด หรือความผูกใจเจ็บคิดแค้น