(ต่อหน้า ๗/๑๔) อภิธรรมปิฎก :
๒๑.วิภังค์ : สิกขาปทวิภังค์
๑๐๗.ศีลห้าสิเป็น"ปริยะปันฯ"...................ยังดั้นจระโลกีย์
ภพสามสิเกิด,มรณะชี้.................................ในวัฏฏสงสาร
๑๐๘.กรานสิกขาบทห้า..........................."อนิยยา- นิกะ"
ศีลไม่เป็นเหตุพา........................................ออกแล้
จากวัฏฏทุกข์หนา.......................................ไปสู่ นิพพาน
เป็นแค่ฐานวิปัสฯแท้....................................เท่านั้นเชียวหนา
๑๐๙.ศีลห้าซิ"กามะวจะจิต"......................ยังชิดกะ"กาม"พา
"รูป,รสและกลิ่น.."วิรติกล้า............................ชั่วไร้จะสุขเผย
๑๑๐.เปรยสิกขาบทห้า............................."นรูปา- วจร"
จิตไป่"รูปฌาน"หนา.....................................แม่นแล้ว
ศีลทำจิตกุศลพา.........................................คงมั่น
สมาธิ์ไม่ทำเลยแคล้ว...................................เช่นแล้รูปฌาน
๑๑๑.ศีลห้าสิไม่เจาะ"นอรู-........................ปาฯ"สู่"อรูปฯ"พาน
พรหมชั้นซิเหนือวจระขาน............................ต่างภพกะ"กามฯ"แฉ
๑๑๒.แลสิกขาบทห้า................................เป็นเอย "สอุตตระ"
ธรรมอื่น"วิมุตติ"เผย.....................................เลิศดั้น
สิกขาบทมิเกย"............................................ทำสัตว์ "อรณะ"
มิโศกหมองกระชั้น.......................................ร่ำไห้ทุกข์หนอ ฯ|ะ
แสงประภัสสร
๑๔. สิกขาปทวิภังค์ : [เล่มที่ 78] พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
https://share.google/0qzpgTlzpY41NfZMY๑๔. สิกขาปทวิภังค์
อภิรรมภาชนีย์
[ก] แจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ (นัยที่ ๑)
~ กามาวจรกุศลจิต ๘ ดวง = คือ
(๑) กุศลจิตดวงที่ ๑ = เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา (ญาณสมฺปยุตฺตํ) คือ มีปัญญา (อโมหะ) เจตสิกเกิดร่วมด้วย เป็นจิตมีกำลัง เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยการชักจูง
(๒) กุศลจิตดวงที่ ๒ = เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นโดยอาศัยการชักจูง
(๓) กุศลจิตดวงที่ ๓ = เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลัง เกิดขึ้นโดยไม่อาศัยการชักจูง
(๔) กุศลจิตดวงที่ ๔ = เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นโดยอาศัยการชักจูง
(๕) กุศลจิตดวงที่ ๕ = เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลัง เกิดขึ้นโดยไม่อาศัยการชักจูง
(๖) กุศลจิตดวงที่ ๖ = เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นโดยอาศัยการชักจูง
(๗) กุศลจิตดวงที่ ๗ = เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลัง เกิดขึ้นโดยไม่อาศัยการชักจูง
(๘) กุศลจิตดวงที่ ๘ = เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นโดยอาศัยการชักจูง
[๑] สิกขาบท ๕ คือ
(๑) ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท = เป็นไฉน?
-> กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นในสมัยใด
~ กุศลจิตดวงที่ ๑ เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา
-> การงด การเว้น การเลิกละ การงดเว้น จากปาณาติบาต กิริยาไม่ทำปาณาติบาต การไม่ทำปาณาติบาต การไม่ล่วงละเมิดปาณาติบาต การไม่ล่วงเลยขอบเขตแห่งปาณาติบาต การกำจัดต้นเหตุแห่งปาณาติบาต ในสมัยนั้นอันใดของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต นี้เรียกว่า ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท
-> ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี
(๒) ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท = เป็นไฉน?
-> กามาวรจกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นในสมัยใด
~ กุศลจิต ดวงที่ ๒ เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นโดยอาศัยการชักจูง
-> การจงใจ (เจตนา) กิริยาที่จงใจ (สญฺเจตนา) ความจงใจ (สญฺเจตยิตตฺตํ) ในสมัยนั้น อันใด ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต นี้เรียกว่า ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท
-> ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา