Username:
Password:
บ้านกลอนน้อยฯ
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล
>>
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
>>
กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม
>>
อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
หน้า:
1
...
26
27
[
28
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา (อ่าน 296267 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
จำนวนผู้เยี่ยมชม:
7693
ออฟไลน์
ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1260
|
|
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
«
ตอบ #405 เมื่อ:
เมื่อวานนี้
เวลา 08:50:19 PM »
บ้านกลอนน้อยฯ
Permalink:
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
(ต่อหน้า ๓๐/๖๘) อภิธรรมปิฎก :
๒๓.วิภังค์ : ญาณวิภังค์
(๒๒) สวิตักกปัญญา = ปัญญาหรือความรู้ที่เกิดขึ้นร่วมกับ "วิตก" (ความตรึกหรือการคิดคิดคำนึง)
-- อวิตักปัญญา = ปัญญาที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยการคิดนึกตรึกตรอง (วิตก) ซึ่งเป็นปัญญาในระดับสูงทางพระพุทธศาสนา ที่เกิดจากการที่จิตเป็นสมาธิดิ่งลึกจนข้ามพ้นกระบวนการคิดในใจไปแล้ว
(๒๓) สวิจารปัญญา = ปัญญาหรือความรู้แจ้งที่ยังต้องอาศัย "วิตก" (ความตรึก/การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์) และ "วิจาร" (ความตรอง) ร่วมด้วย เป็นระดับปัญญาที่เกิดขึ้นในขณะที่จิตยังมีกระบวนการคิดวิเคราะห์ ค้นหาเหตุผล หรืออยู่ในสมาธิระดับเริ่มต้น เช่น ปฐมฌาน
-- อวิจารปัญญา = ปัญญาอันปราศจากวิจาร หรือปัญญาญาณระดับลึกที่ไม่ต้องอาศัยการคิด หรือตรึกตรองในใจอีกต่อไป
(๒๔) สัปปีติกปัญญา = ปัญญาที่เกิดร่วมกับปีติ (ความอิ่มใจ ชื่นบาน หรือความปลาบปลื้มใจ)
-- อัปปีติกปัญญา = ปัญญาที่เกิดร่วมกับอุเบกขา (ความวางเฉย) โดยปราศจากปีติ
(๒๕) ปีติสหคตปัญญา = ปัญญาที่เกิดร่วมกับปีติ เป็นสภาวะที่จิตรู้เห็นความจริงหรือมีความเข้าใจในธรรมด้วยความอิ่มใจ เบิกบาน ปราโมทย์ และความปลาบปลื้มใจ
-- นปีติสหคตปัญญา = ไม่มีปีติสหคตปัญญา
(๒๖) สุขสหคตปัญญา = สุขสหคตปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดร่วมกับความสุข (สุขเวทนา) หรือจิตใจที่ผ่องใส เบิกบาน ปลอดโปร่งในขณะที่เกิดการเรียนรู้ การคิดพิจารณา หรือขณะทำสมาธิภาวนา
-- นสุขสหคตปัญญา = ปัญญาอันปราศจากสุข หรือ ปัญญาที่ไม่ได้เกิดร่วมกับความสุขทางกายหรือทางใจ (โสมนัสเวทนา)
(๒๗) อุเปกขาสหคตปัญญา = ปัญญาที่สัมปยุต (ประกอบ)
ด้วยอุเบกขา
-- นอุเปกขาสหคตปัญญา = ปัญญาที่ไม่ได้สัมปยุตด้วยอุเบกขา (คือเกิดร่วมกับเวทนาอื่น เช่น สุขเวทนา หรือ โสมนัสเวทนา)
(๒๘) กามาวจรปัญญา = ปัญญา ที่ยังอยู่ในระดับ กามภูมิ หรือเป็นความรู้ในทางโลก
-- นกามาวจรปัญญา = ปัญญาที่ไม่ใช่ปัญญาในระดับกามภูมิ โดยครอบคลุมปัญญาขั้นสูง คือ รูปาวจรปัญญา (ปัญญาในระดับฌาน), อรูปาวจรปัญญา (ปัญญาในระดับอรูปฌาน), และ อปริยาปันนปัญญา (ปัญญาในระดับโลกุตตรภูมิ หรืออริยมรรคอริยผล)
(๒๙) รูปาวจรปัญญา = คือ จิตในระดับรูปฌานขั้นที่ ๕ (ปญจมฌาน) ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของรูปาวจรภูมิ โดยจิตในขั้นนี้จะมีความสงบประณีตอย่างยิ่ง ละองค์ฌานอื่นไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงองค์ธรรมหลัก ๒ ประการ เท่านั้น
-- นรูปาวจรปัญญา = ไม่ใช่ปัญญาใน รูปาวจรปัญญา แต่จะครอบคลุมระดับปัญญาอีก ๓ กลุ่มใหญ่ ดังนี้
(๒๙.๑) กามาวจรปัญญา (๒๙.๒) อรูปาวจรปัญญา = ปัญญาในระดับอรูปฌาน (๒๙.๓) โลกุตตรปัญญา หรือ อปริยาปันนปัญญา = ปัญญาที่เหนือกิเลสและพ้นจากวัฏสงสาร เป็นปัญญาเพื่อการดับกิเลสและบรรลุพระนิพพาน
(๓๐) อรูปาวจรปัญญา = ปัญญาที่เกิดร่วมกับอรูปาวจรกุศลธรรมและอรูปาวจรอัพยากตธรรม เป็น ปัญญาในระดับอรูปฌาน หรือความรู้ชัดที่เกิดขึ้นจากการเจริญภาวนาที่ก้าวข้ามการเพ่งวัตถุหรือนิมิตที่เป็นรูปธรรม ไปสู่อารมณ์ที่เป็นนามธรรมอันละเอียดและประณีตขั้นสูง
-- นอรูปาวจรปัญญา = ไม่ใช่ปัญญาใน อรูปาวจรปัญญา
(๓๑) ปริยาปันนปัญญา = ปัญญาในสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอัพยากฤตในภูมิ ๓
-- อปริยาปันนปัญญา = ปัญญาขั้นสูงที่ไม่นับเนื่องในวัฏสงสาร ไม่ถูกจำกัดด้วยภูมิ ๓ (กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ) โดยหมายถึง ปัญญาในอริยมรรค ๔ และอริยผล ๔ ซึ่งเป็นปัญญาของพระอริยบุคคลที่ช่วยตัดมูลแห่งวัฏฏะ นำพาจิตหลุดพ้นสู่นิพพาน
(๓๒) นิยยานิกปัญญา= ปัญญาเครื่องนำสัตว์ออกจากวัฏสงสารหรือความทุกข์ เป็นปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) ที่สามารถดับกิเลส และนำพาผู้ปฏิบัติให้หลุดพ้นจากอำนาจของกิเลสสู่ความพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง
-- อนิยยานิกปัญญา = ปัญญาที่ไม่ได้นำสัตว์ออกจากวัฏสงสารโดยตรง หรือไม่ได้เป็นตัวตัดกิเลส เป็นปัญญาในระดับโลกียธรรม
(๓๓) นิยตปัญญา = ความรู้แจ้งที่เที่ยงแท้ เป็นปัญญาในทางธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนสามารถรู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง เป็นผลของการพัฒนาปัญญาในระดับสูงสุด
-- อนิยตปัญญา = ปัญญาในสภาพธรรมที่เป็นกุศลและอัพยากฤตในภูมิ ๓ เป็นปัญญาที่เกิดขึ้นโดยไม่แน่นอนว่าจะมีความละเอียดลึกซึ้งในระดับใด ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยและสภาวธรรมที่เข้าประกอบ
(๓๔) สอุตตรปัญญา = ปัญญาที่มีปัญญาอื่นยิ่งกว่า หรือปัญญาที่ยังมีธรรมอื่นเหนือกว่า เป็นระดับปัญญาทางโลกที่ยังไม่สูงสุด ซึ่ง
-- อนุตตรปัญญา = ปัญญาอันสูงสุดที่ไม่มีสิ่งใดยิ่งกว่า คือ ปัญญาที่ช่วยให้จิตหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด (สังสารวัฏ) โดยตัดละกิเลสและตัณหาได้อย่างสิ้นเชิง
บันทึกการเข้า
..
สารบัญบทกลอน "แสงประภัสสร"
..
หน้า:
1
...
26
27
[
28
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บ้านกลอนน้อย ลิตเติลเกิร์ล - มยุรธุชบูรพา
-----------------------------
=> อ่านข้อกำหนด กฎระเบียบต่าง ๆ - สมาชิกใหม่ ทักทาย แนะนำตัวที่นี่
=> ห้องกลอน คุณอภินันท์ นาคเกษม
=> ห้องกลอน คุณคนบอ มือสี่
=> สารบัญกลอน สมาชิกนักกลอน
-----------------------------
ห้องเรียน
-----------------------------
=> ห้องเรียนรู้คำประพันธ์ ประเภทกลอน
=> ห้องเรียนฉันท์
=> ห้องเรียน กลบท
=> ห้องเรียน โคลงกลบท
=> ห้องศึกษา ภาพโคลงกลบท
=> ห้องศึกษา กาพย์ โคลง ร่าย
=> ห้องหนังสือ บ้านกลอนน้อย
=> ห้องฟัง การขับ เสภา และอื่น ๆ
-----------------------------
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
-----------------------------
=> กลอน ร้อยกรองหลากลีลา
=> คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
=> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม
=> กลอนเปล่าสบาย ๆ
=> กลอนจากที่อื่น และจากกวีที่ชื่นชอบ
=> โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต
=> กลบท
=> นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป
=> ห้องนั่งเล่นพักผ่อน
===> เส้นคั่นสวย ๆ
===> รูปภาพน่ารัก
กำลังโหลด...