อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๓๒/๖๖)
๕๕๔.เปรย"สัจจะ"แน่แล้ว...............................มีสอง
"นิโรธสัจจะ"ตรอง.............................................ทุกข์ขว้าง
"มัคคสัจ"หวังปอง..............................................ออกจาก วัฏฏะ
ตัดกิเลสหมดร้าง...............................................มุ่งแล้นิพพาน
๕๕๕.อินทรีย์สิเก้าลุอุปบัติ..............................เกิดชัดจตุภูมิขาน
มีจิตสิโลกิยะสราญ............................................โลกุตตระมรรคผล
๕๕๖.ยล"อาหาร"จุ่งน้อม.................................มีสาม
"โลกุตต์,โลกีย์"ความ..........................................ต่างได้
สภาพ"ผัสสาฯ"ตาม............................................ใจแน่ว "มโนสัญฯ"
สภาพ"วิญญาฯ"ไซร้...........................................จิตแล้ทำงาน
๕๕๗.เป็น"โลกิย์ธรรม"ก็ตติภัต........................ร่วมจัดมนะพบพาน
ดี,ชั่ว ณ "รูปะวจะฯ"ชาญ....................................."กามาฯและอรูปาฯ"
๕๕๘.คราเป็นโลกุตต์นั้น..................................อาหาร สัมปยุต
กับจิตขณะพาน..................................................มรรคพร้อม
อริยผลสาน........................................................ผลสี่
ภัตช่วยหนุนจิตน้อม............................................สู่ห้วงนิพพาน
๕๕๙."หกผัสสะ"โลกิยะลุพลัน..........................ทางปัญจมะ"ตา.."ชาญ
จิตรู้กระทบวสะประสาน......................................ถูกดึงเจาะ ณ โลกีย์
๕๖๐.มีธาตุสัมผัสแท้........................................"มโนวิญญ์ฯ"
โลกุตต์,โลกีย์ชิน.................................................เกิดได้
มโนวิญญ์จ่อภพผลิน...........................................มีเกิด สามแล
โลกุตต์เพราะผัสสะไซร้.......................................ร่วมด้วยมรรคผล
๕๖๑."หกเจตนา"เพราะมนะไซร้........................จงใจลุอะรมณ์ผล
ยึด"รูปและเสียง.."เจาะฉกะด้น.............................คิดอ่านระบุโลกีย์
๕๖๒.มี"มโนวิญญ์ธาตุ"พร้อม............................เป็นสอง
โลกุตต์,โลกีย์ครอง..............................................ต่างแท้
"มโนวิญญ์ธาตุ"ประคอง.......................................เจริญจิต โลกีย์
มีชั่ว,ดีจิตแล้........................................................ภพถ้วนสามกราย
๕๖๓.จิตเป็นสิโลกิยะเจาะชี้..............................หน้าที่ภวเกิด,ตาย
ไตร่ตรองอะรมณ์กิริยะฉาย..................................รับรู้ประลุภพสาม
๕๖๔.ความ"มโนวิญญ์ธาตุฯ"นี้...........................เกิดแล อริยมรรค
มรรคสี่โสดาฯ..แฉ................................................เริ่มต้น
จัดโลกุตต์ธรรมแด...............................................เกิดสี่ อริยผล
เกิดนิพพานจิตด้น................................................มุ่งข้ามวัฏแฉ
๕๖๕.หัวข้อสิ"ธัมม์หทยะฯ"ย้ำ............................"อารัมมณะ"แจกแล
"เวท์นา,อภิญญะ"อติแน่.........................................เรื่อง"รูป,ลุกุศล หนา
๕๖๖.คราเกิด"วิบาก"แท้....................................ผลกรรม
มี"อุปาทานหนำ....................................................ยึดแล้ว
"วิตก"เรื่องคิดถลำ................................................โลกุตต์ โลกีย์
เห็น"ทิฏฐะ"ทราบแจ้ว...........................................พรั่งพร้อมจบเผย ฯ|ะ
แสงประภัสสร
๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ : พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้า ๙๖๙ - ๑๐๒๗ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
https://share.google/QDS6sftneCDDIYtTu๑๘. ธัมมหทยวิภังค์
[ก] สัพพสังคาหิกวาระ = วาระว่าด้วยการรวบรวมธรรมทั้งปวงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้มีหมวดธรรม ๑๒ หมวด เริ่มตั้งแต่ขันธ์เป็นต้นไป
[๑] ขันธ์มีเท่าไร?..อายตนะมีเท่าไร?..ธาตุมีเท่าไร?..สัจจะมีเท่าไร?..อินทรีย์มีเท่าไร?..เหตุมีเท่าไร?..อาหารมีเท่าไร?..ผัสสะมีเท่าไร?..เวทนามีเท่าไร?..สัญญามีเท่าไร?.. เจตนามีเท่าไร?.จิตมีเท่าไร?
(๑) ขันธ์มี ๕...อายตนะมี ๑๒..ธาตุมี ๑๘...สัจจะมี ๔..อินทรีย์มี ๒๒..เหตุมี ๙..อาหารมี ๔..ผัสสะมี ๗..เวทนามี ๗..สัญญามี ๗..เจตนามี ๗..จิตมี ๗
(๒) ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
คือ รูปขันธ์..เวทนาขันธ์..สัญญาขันธ์..สังขารขันธ์..วิญญาณขันธ์
(๓) อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน?
คือ จักขายตนะ...รูปายตนะ..โสตายตนะ..สัททายตนะ..ฆานายตนะ..คันธายตนะ..ชิวหายตนะ..รสายตนะ..กายายตนะ..โผฏฐัพพายตนะ.. มนายตนะ..ธัมมายตนะ