|
แสงประภัสสร
|
Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
อภิธรรมปิฎก : ๒๕.วิภังค์ : ธัมมหทยวิภังค์ (หน้า ๕๖/๖๖)
[๕] อายุของเทวดา พรหม (๑) อายุของเหล่าเทวดาอสัญญสัตว์ และเหล่าเทวดาชั้นเวหัปผลา มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๕๐๐ กัป (๒) อายุของเหล่าเทวดาชั้นอวิหา มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๑,๐๐๐ กัป (๓) อายุของเหล่าเทวดาชั้นอตัปปา มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๒,๐๐๐ กัป (๔) อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสา มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๔,๐๐๐ กัป (๕) อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสี มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๘,๐๐๐ กัป (๖) อายุของเหล่าเทวดาชั้นอกนิฏฐา มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๑๖,๐๐๐ กัป [๖] ประมาณแห่งอายุของอรูปพรหม (๑) อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ มีประมาณ เท่าไร? มีประมาณ ๒๐,๐๐๐ กัป (๒) อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงวิญญานัญจายตนภพ มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๔๐,๐๐๐ กัป (๓) อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๖๐,๐๐๐ กัป (๔) อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ มีประมาณเท่าไร? มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ กัป -> เหล่าสัตว์ที่มีอำนาจแห่งบุญส่งเสริม ไปแล้วสู่กามภพ และรูปภพ หรือแม้ไปสู่ภวัคคพรหม ย่อมกลับสู่ทุคติอีกได้ เหล่าสัตว์ มีอายุยืนถึงเพียงนั้น ก็ยังจุติเพราะสิ้นอายุ ภพไหนๆ ชื่อว่า เที่ยง ไม่มี -> พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นแล เหล่านักปราชญ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบคอบ คำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเจริญมรรคอันอุดมเพื่อพ้นจากชรามรณะ ครั้นเจริญมรรคอันบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งมีปกติยังสัตว์ให้หยั่งถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เพราะกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงฉะนี้แล [ฉ] อภิญเญยยาทิวาระ = วาระว่าด้วยธรรมที่พึงรู้ยิ่ง [๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นอภิญเญยยธรรม, ขันธ์ไหนชเป็นปริญเญยยธรรม, ขันธ์ไหนเป็นปหาตัพพธรรม, ขันธ์ไหนเป็นภาเวตัพพธรรม, ขันธ์ไหนเป็นสัจฉิกาตัพพธรรม, ขันธ์ไหนไม่ใช่ปหาตัพพธรรม, ขันธ์ไหนไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม, ขันธ์ไหนไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหนเป็นอภิญเญยยธรรม, จิตไหนเป็นปริญเญยยธรรม, จิตไหนเป็นปหาตัพพธรรม, จิตไหนเป็นภาเวตัพพธรรม, จิตไหนเป็นสัจฉิกาตัพพธรรม, จิตไหนไม่ใช่ปหาตัพพธรรม, จิตไหนไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม, จิตไหนไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม (๑) รูปขันธ์ เป็นอภิญเญยยธรรม.. เป็นปริญเญยยธรรม..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ~ อภิญเญยยธรรม = ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ~ ปริญเญยยธรรม = ธรรมที่ควรกำหนดรู้ (เช่น ตัวทุกข์). ~ ปหาตัพพธรรม = ธรรมที่ควรละ (เช่น สมุทัยหรือกิเลส) ~ ภาเวตัพพธรรม = ธรรมที่ควรทำให้เจริญหรือเกิดขึ้น (เช่น มรรค) ~ สัจฉิกาตัพพธรรม = ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง (เช่น นิพพาน) (๒) ขันธ์ ๔ เป็นอภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..เป็นปหาตัพพธรรมก็มี..เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี..เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี (๓) อายตนะ ๑๐ เป็นอภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ~ อายตนะ ๑๐ = ตา หู จมูก ลิ้น กาย (อายตนะภายใน ๕) และ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (อายตนะภายนอก ๕) ซึ่งจัดเป็นสภาพธรรมที่จิตและเจตสิกต้องเข้าไปรู้และทำความเข้าใจด้วยปัญญา (๔) อายตนะ ๒ เป็น อภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..เป็นปหาตัพพธรรมก็มี..เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี..เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ~ อายตนะ ๒ = มนายตนะ..ธรรมยตนะ (๕) ธาตุ ๑๖ เป็นอภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ~ กลุ่มธาตุ ๑๖ = จักขุธาตุ..โสตธาตุ..ฆานธาตุ..ชิวหาธาตุ..กายธาตุ..รูปธาตุ..สัททธาตุ..คันธธาตุ..รสธาตุ..โผฏฐัพพธาตุ..จักขุวิญญาณธาตุ..โสตวิญญาณธาตุ..ฆานวิญญาณธาตุ..ชิวหาวิญญาณธาตุ..กายวิญญาณธาตุ..มโนธาตุ (๖) ธาตุ ๒ เป็นอภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..เป็นปหาตัพพธรรม..เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี.. เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี ~ ธาตุ ๒ = มโนวิญญาณธาตุ และ ธรรมธาตุ (๗) สมุทยสัจ เป็นอภิญเญยยธรรม..เป็นปริญเญยยธรรม..เป็นปหาตัพพธรรม..ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม (๘) มัคคสัจ เป็นอภิญเญยยธรรม.. เป็นปริญเญยยธรรม..ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม.. เป็นภาเวตัพพธรรม..ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
|