Username:
Password:
บ้านกลอนน้อยฯ
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล
>>
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
>>
นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป
>>
กระสือ ประภาส ชลศรานนท์
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: กระสือ ประภาส ชลศรานนท์ (อ่าน 53 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กรกช
ที่ปรึกษาเว็บ
จำนวนผู้เยี่ยมชม:
25680
ออฟไลน์
ID Number: 68
จำนวนกระทู้: 1904
แม้มิเคยพบหน้า เชื่อเถอะว่า ที่นี่มีรัก
|
|
กระสือ ประภาส ชลศรานนท์
«
เมื่อ:
เมื่อวานนี้
เวลา 09:21:17 PM »
บ้านกลอนน้อยฯ
Permalink:
กระสือ ประภาส ชลศรานนท์
“กระสือ ปฏิบัติการกบฏต่อกฎฟิสิกส์“
ในโลกของวิญญาณ ไม่มีผีตัวไหนที่ตบหน้ากฎฟิสิกส์ของไอแซก นิวตัน ได้ฉาดใหญ่เท่ากับ “กระสือ”อีกแล้ว ขณะที่ผีตัวอื่นอาจเป็นเพียงมวลพลังงานที่จับต้องไม่ได้ หรือซอมบี้ก็เป็นแค่ซากศพที่เดินทื่อ ๆ อยู่บนถนน แต่ผีสาวกระสือกลับเลือกทางสายฮาร์ดคอร์ ด้วยการแยกชิ้นส่วนอวัยวะที่หนักอึ้งให้ลอยละล่องไปในอากาศ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสยองขวัญ แต่มันคือ “นวัตกรรมทางจินตนาการ” ที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่สิ ผมว่าเอาเข้าจริง ๆ นี่มันระดับโลกได้เลย
อันที่จริง กระสือไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเดียวดายแต่ในไทย กระสือมีญาติอยู่ในภูมิภาคนี้แทบทุกประเทศ ที่มาเลเซียและอินโดนีเซียก็มีคล้าย ๆ กัน พวกเขาเรียกว่า“ปินังกาลัน” ส่วนฟิลิปปินส์มี “มานานังกัล“ และเวียดนามมี ”ม่าไล๋“ นี่คือสมาคมหัวลอยแห่งอาเซียน ที่ไม่มีใครพูดถึงในที่ประชุมผู้นำระดับชาติ และนี่เป็นหลักฐานว่าก่อนจะมี AEC ผู้คนแถบนี้ส่งออกวัฒนธรรมหัวลอยไปมาหากันเรียบร้อยแล้ว
1. อากาศพลศาสตร์แห่งความหิว (The Aerodynamics of Hunger)
หากเราวิเคราะห์กระสือผ่านหลักวิศวกรรมการบิน เราจะพบว่านี่คืออากาศยานที่ทรงประสิทธิภาพอย่างประหลาด ในทางฟิสิกส์ การที่หัวมนุษย์ซึ่งมีน้ำหนักมหาศาลจะลอยได้โดยไม่มีปีกหรือไอพ่นถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กระสือกลับมี “หางเสือ” ที่สมบูรณ์แบบนั่นคือ “พวงไส้”
ไส้ที่ขดไปมาและห้อยยาวลงมาคงทำหน้าที่เป็น ลูกตุ้มถ่วง (Pendulum) ช่วยรักษาจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) ไม่ให้ส่วนหัวหมุนคว้างกลางอากาศขณะโดนลมปะทะ
ซึ่งนับเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพโดยลำไส้ (Intestinal Stability Control) ที่มีประสิทธิภาพมาก
การเคลื่อนที่วูบวาบของกระสืออาจไม่ใช่การบินแบบใช้ลมยกปีก แต่เป็นการ “ว่ายอากาศ” โดยใช้กล้ามเนื้อหลอดอาหารและลำไส้ในการโบกสะบัดเพื่อขับเคลื่อนมวลอากาศ (Propulsion) ให้พุ่งไปข้างหน้า นี่ถ้าเรื่องนี้ถึงหู NASA ทำเล่นไปนะครับ ROSCOSMOS ของรัสเซียอาจจะถูกตัดหน้าโดนแย่งตัวกระสือไปศึกษาก่อน
2. พลังงานแสงเย็น (Bioluminescence & Thermodynamics)
หนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดคือ “แสงวูบวาบ” สีเขียวที่ใต้คอ ตามกฎเทอร์โมไดนามิกส์ การสร้างแสงสว่างต้องใช้พลังงานสูงและมักเกิดความร้อน แต่กระสือกลับสร้าง “แสงเย็น”ได้เหมือนหิ่งห้อย นี่คือการแปรเปลี่ยนระบบทางเดินอาหารให้กลายเป็นห้องแล็บเคมีชั้นยอด
ในเชิงชีววิทยาทางเลือก เราอาจตีความได้ว่ากระสือคือการที่มนุษย์ติดเชื้อ “แบคทีเรียเรืองแสงพิเศษ” ที่อาศัยอยู่ร่วมกับเราแบบ Symbiosis โดยมันจะช่วยย่อยสลายของสดคาวให้กลายเป็นพลังงานโฟตอน (Photon) เพื่อใช้ในการนำทางและพรางตัวในที่มืด ซึ่งเป็นนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่มนุษย์ปัจจุบันยังทำไม่ได้ และถ้ากระสือยื่นบทวิจัยนี้เข้าไปในระดับนานาชาติ รางวัลโนเบลสาขาพลังงานจะมีชื่อกระสือเป็นผู้รับแน่ ๆ
3. ทำไมต้องเป็นผู้หญิง (The Aesthetics of Terror)
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราไม่เคยเห็น “กระสือชาย” ลอยหัวอวดไส้บ้าง ในเชิงมานุษยวิทยาและศิลปะ นี่คือการเลือกใช้ Contrast (ความแตกต่าง) ที่รุนแรงที่สุด
ความงามของใบหน้าสตรี คือสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและการให้กำเนิด เมื่อถูกดึงกระชากออกมาพร้อมกับพวงไส้ที่พะรุงพะรัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดิบเถื่อนและความตาย มันสร้างความรู้สึก Uncanny หรือความประหลาดล้ำที่สะเทือนอารมณ์มนุษย์ได้ลึกที่สุด หากเป็นผู้ชายที่มีไส้ห้อย ตัดผมเกรียน ๆ ภาพที่ออกมาจะดูเป็น “จักรกล” หรือ “ซากศพในสงคราม” มากกว่าจะเป็น “งานศิลปะแห่งความหลอน” ที่มีความสุนทรีย์ปนอยู่อย่างกระสือ หรือแย่สุดคือกระสือผู้ชายอาจดูเหมือนอุบัติเหตุในโรงงานไส้กรอกมากกว่า ทีนี้กระสือชายก็คงไม่ได้จัดอยู่ในหมวด “สยองขวัญ”แล้ว แต่จะถูกจัดอยู่ในหมวด “อนาจาร” ไปเลย
และที่ดูลงตัวกับการออกแบบมากที่สุดก็คือ ผมที่สยายของผู้หญิงมันให้ความ harmony กับตับไตไส้พุงที่ไม่เป็นระเบียบด้วย
4. จากดวงไฟในตำนาน สู่สยองขวัญแบบ Cinematic
ความจริงหนึ่งที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยมีคนรู้คือ ภาพจำของกระสือที่มี “หัวกับไส้” นั้นไม่ได้มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาหรือสุโขทัย กระสือมักปรากฏในนิทานพื้นบ้านเป็นเพียง “ดวงไฟวูบวาบ” เท่านั้น แต่ภาพลักษณ์ที่เราเห็นกันจนชินตานี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาไม่นานนี้เอง ปี พ.ศ.2511 อาจารย์ทวี วิษณุกร นักวาดการ์ตูนชื่อดังได้ให้กำเนิดภาพลักษณ์กระสือที่มีหัวเป็นหญิงสาวมีตับไตไส้พุงลอยได้ในการ์ตูนเรื่อง“กระสือสาว” ในนิตยสารหนูจ๋า และหลังจากนั้นภาพยนตร์ไทยยุค 70 ก็นำมาผลิตต่อจนโด่งดัง
นี่คือหลักฐานว่า คนไทยไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความเชื่อเดิม แต่เรามีการ “Re-design” ผีของเราให้เข้ากับยุคสมัย จากไฟดวงกลมๆ ที่ดูเหมือนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ถูกเปลี่ยนให้เป็น “สิ่งมีชีวิตกึ่งชีวะกึ่งไสยะ” ที่มีโครงสร้างกายภาพชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงในระบบภาพและเสียง
5. ปัญหา Logistics ของการกลับบ้าน
เนื่องจากกระสือต้องกลับร่างก่อนฟ้าสาง มิฉะนั้นเธออาจจะตายได้ จึงมีคำถามว่าแล้ว GPS ของไส้ทำงานอย่างไร หรือถ้าลมพัดผิดทิศเธอจะหาร่างเจอไหม เธอจะมีสัญชาตญาณหาทางกลับบ้าน (Homing Instinct)เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นไหมในขณะที่นกอพยพใช้สนามแม่เหล็กโลกในการนำทาง กระสืออาจใช้กลิ่นของร่างตัวเองที่ซ่อนไว้ใต้ถุนบ้าน แต่ก็เถอะ ถ้าเป็นวิธีนี้ อาจทำให้เกิดคำถามสำคัญทางนิเวศวิทยาว่า ถ้ามีกระสือสองตัวซ่อนร่างใกล้กัน ระบบจะ crash ไหม
และคงเป็นเหตุผลว่าทำไมในหมู่บ้านหนึ่งถึงไม่ค่อยมีกระสือเกินหนึ่งตัว เพราะมันคือปัญหาเรื่อง Bandwidth ของกลิ่นนั่นเอง
อีกปัญหาหนึ่งที่น่าศึกษาคือ ถ้ากระสือยุคนี้ลอยมาเจอโดรนตรวจการในยามค่ำคืน เธอจะคิดว่าเธอเจอเพื่อนกระสือหรือเปล่า
6. สรีรวิทยาแห่งความเป็นตัวตน (The Identity Problem)
หากเราตั้งคำถามพื้นฐานที่สุดในชีววิทยา “อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรายังเป็นตัวเรา” กระสืออาจเป็นคำตอบที่ยอกย้อนที่สุด
ในทางการแพทย์ สมองคือศูนย์กลางของตัวตน ความทรงจำ และการตัดสินใจ ร่างกายเป็นเพียงระบบสนับสนุน แต่กระสือกลับ “พิสูจน์” สมมติฐานนี้อย่างสุดโต่ง ด้วยการทิ้งร่างทั้งหมดไว้ข้างหลัง แล้วพาตัวตนลอยออกไปเผชิญโลกตามลำพัง
มันคือสิ่งมีชีวิตที่ประกาศว่า “ฉันไม่ต้องการร่างกาย…เพื่อจะเป็นตัวฉัน”
และในโลกที่มนุษย์พยายามอัปโหลดจิตสำนึกเข้าสู่คอมพิวเตอร์ หรือฝันถึงการมีชีวิตอมตะในรูปแบบดิจิทัล กระสืออาจเป็นเวอร์ชั่นไซไฟพื้นบ้านที่เกิดขึ้นก่อนยุคอินเทอร์เน็ตนานเป็นร้อยปี
เราบางคนอาจหัวเราะดูแคลนกระสือว่า นี่มัน“ผิดธรรมชาติ”อย่างแรง แต่ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมว่าในชีวิตจริง เราก็แยก “หัว” ออกจาก “ร่างกาย” อยู่ทุกวันอยู่แล้ว นั่นคือ เรามักคิดอย่างหนึ่ง และทำอีกอย่างหนึ่งอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่เราเลื่อน TikTok ในห้องน้ำเวลาตีสอง จนใจลอยไปไกลแต่ขายังนั่งอยู่บนโถ เรากำลังมีปฏิบัติการเดียวกับกระสือ เพียงแค่เราใช้ WiFi แทนไส้ในการลอย แม้เราจะไม่เรืองแสงสีเขียว แต่เราก็สะท้อนแสงจอมือถืออยู่ตลอดเวลา
ใช่แล้ว กระสืออยู่แถวนี้เอง ไม่ไกลเลย
รายนามผู้เยี่ยมชม :
หยาดฟ้า
,
ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก
บันทึกการเข้า
..
สารบัญบทกลอน "กรกช"
..
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บ้านกลอนน้อย ลิตเติลเกิร์ล - มยุรธุชบูรพา
-----------------------------
=> อ่านข้อกำหนด กฎระเบียบต่าง ๆ - สมาชิกใหม่ ทักทาย แนะนำตัวที่นี่
=> ห้องกลอน คุณอภินันท์ นาคเกษม
=> ห้องกลอน คุณคนบอ มือสี่
=> สารบัญกลอน สมาชิกนักกลอน
-----------------------------
ห้องเรียน
-----------------------------
=> ห้องเรียนรู้คำประพันธ์ ประเภทกลอน
=> ห้องเรียนฉันท์
=> ห้องเรียน กลบท
=> ห้องเรียน โคลงกลบท
=> ห้องศึกษา ภาพโคลงกลบท
=> ห้องศึกษา กาพย์ โคลง ร่าย
=> ห้องหนังสือ บ้านกลอนน้อย
=> ห้องฟัง การขับ เสภา และอื่น ๆ
-----------------------------
คำประพันธ์ แยกตามประเภท
-----------------------------
=> กลอน ร้อยกรองหลากลีลา
=> คำประพันธ์เนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
=> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม
=> กลอนเปล่าสบาย ๆ
=> กลอนจากที่อื่น และจากกวีที่ชื่นชอบ
=> โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต
=> กลบท
=> นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป
=> ห้องนั่งเล่นพักผ่อน
===> เส้นคั่นสวย ๆ
===> รูปภาพน่ารัก
กำลังโหลด...