Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป >> วิทยาการที่ถูกประหาร
หน้า: [1]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วิทยาการที่ถูกประหาร  (อ่าน 10 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กรกช
ที่ปรึกษาเว็บ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:25704
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 68
จำนวนกระทู้: 1908


แม้มิเคยพบหน้า เชื่อเถอะว่า ที่นี่มีรัก


| |
วิทยาการที่ถูกประหาร
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:46:20 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: วิทยาการที่ถูกประหาร






นี่คือวิทยาการ… ที่เกือบจะเปลี่ยนโฉมหน้าอารยธรรมมนุษย์ไปตลอดกาล
ถ้าไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการจากปราชญ์เอกแห่งกรุงโรม… คุณจะคิดว่านี่คือเรื่องแต่ง
เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะได้ยิน คือวัสดุศาสตร์ที่ล้ำหน้าจนวิทยาศาสตร์ยุคนี้ยังต้องใช้เวลาเดินทางร่วมสองพันปีเพื่อเลียนแบบมัน!
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ท่ามกลางความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของจักรวรรดิโรมัน ช่างเป่าแก้วนิรนามคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาในพระราชวังหลวงต่อหน้าพระพักตร์ของจักรพรรดิไทบีเรียส (Tiberius Caesar) ในมือของเขามีผอบแก้วรูปทรงงดงามชิ้นหนึ่ง ซึ่งดูภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องแก้วหรูหราของพวกขุนนาง
แต่สิ่งช่างแก้วคนนี้ทำต่อมา กลับทำให้ทหารองครักษ์ต้องชักดาบออกมาทันที…
เขาทุ่มเครื่องแก้วชิ้นนั้นลงกับพื้นหินอ่อนอย่างสุดแรง! เสียงกระทบดังลั่นไปทั่วท้องพระโรง แต่แทนที่มันจะแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเหมือนแก้วทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันกลับ "บุบ" เหมือนกับขันโลหะ ช่างแก้วยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบฆ้อนขนาดเล็กขึ้นมาเคาะ ๆ รอยบุบนั้นเพียงไม่กี่ครั้ง แก้วชิ้นนั้นก็กลับคืนสู่รูปทรงเดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน
เขากำลังนำเสนอสิ่งปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า "วิทรัม เฟลกซิเล" (Vitrum Flexile) หรือ แก้วยืดหยุ่นทุบไม่แตก
ในยุคโรมันโบราณ แก้วเป็นสิ่งของที่มีราคาสูงและเปราะบางมาก การค้นพบนี้ควรจะทำให้ช่างแก้วคนนี้กลายเป็นมหาเศรษฐีและเป็นวีรบุรุษของจักรวรรดิ บันทึกเรื่องราวประหลาดนี้ไม่ได้ถูกเล่าต่อกันมาแบบนิทานพื้นบ้าน แต่มันถูกจารึกไว้ในหนังสือ Naturalis Historia ของ พลินี อาวุโส (Pliny the Elder) ปราชญ์และผู้บัญชาการทหารที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ รวมถึงบันทึกของ เปโตรนิอุส (Petronius) และกษัตริย์นักประวัติศาสตร์ คาสสิอุส ดิโอ (Cassius Dio)
นักประวัติศาสตร์กระแสหลักในยุคต่อมาต่างพยายามปฏิเสธเรื่องนี้ เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว การจะทำให้แก้วมีความเหนียวและยืดหยุ่นจนดัดงอได้โดยไม่แตกในยุคโบราณนั้น… เป็นไปไม่ได้เลย
แล้วช่างแก้วคนนี้ไปเอาสูตรผสมเคมีลึกลับนี้มาจากไหน?
เมื่อวิเคราะห์จากความรู้ในอดีต โรมมีชื่อเสียงมากเรื่องการผลิตแก้วน้ำบริสุทธิ์สูง แต่การจะเปลี่ยนโครงสร้างซิลิก้า (Silica) ให้มีความยืดหยุ่นเหมือนโพลีเมอร์ในปัจจุบัน จำเป็นต้องใช้สารเติมแต่งเฉพาะและเตาหลอมที่มีอุณหภูมิสูงและควบคุมได้อย่างแม่นยำอย่างยิ่ง
คำถามที่น่ากลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่… หรือว่าช่างแก้วคนนี้ค้นพบสารเร่งปฏิกิริยาบางอย่างที่โลกปัจจุบันยังไม่รู้จัก? สารที่สามารถจัดเรียงโมเลกุลของทรายและออกไซด์ของโลหะให้กลายเป็นโครงสร้างตาข่ายที่ดูดซับแรงกระแทกได้?
ในขณะที่ทุกคนในท้องพระโรงวันนั้นต่างอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง และคิดว่าจักรพรรดิไทบีเรียสจะประทานรางวัลอย่างสมเกียรติ จักรพรรดิกลับทรงนิ่งเงียบ ดวงตาของพระองค์ไม่ได้เต็มไปด้วยความชื่นชม… แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
พระองค์ทรงหันไปถามช่างแก้วด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "มีใครอีกไหมที่รู้สูตรลับในการสร้างแก้วยืดหยุ่นนี้?"
ช่างแก้วตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า "ไม่มีพะยะค่ะ มีเพียงหม่อมฉันผู้เดียวในโลกที่กุมความลับนี้ไว้"
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น จักรพรรดิไทบีเรียสทรงออกคำสั่งทันที… แต่ไม่ใช่คำสั่งให้รางวัล มันคือคำสั่งให้ทหารจับช่างแก้วคนนั้นไป "ตัดศีรษะ" และสั่งให้เผาทำลายโรงงานรวมถึงบันทึกสูตรผสมทั้งหมดของเขาจนสิ้นซาก!
ทำไม? ทำไมจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจต้องทำลายวิทยาการที่จะช่วยให้กองทัพโรมันมีโล่ที่ไม่มีวันแตก หรือมีภาชนะที่ทนทานต่อการเดินทางไกล?
เหตุผลที่ไทบีเรียสทรงอ้างในบันทึกของคาสสิอุส ดิโอ คือ… ความหวาดกลัวทางเศรษฐกิจ พระองค์ทรงตระหนักว่า หากแก้วทุบไม่แตกนี้ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ค่าของมันจะสูงกว่าทองคำและเงิน และจะทำให้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดในท้องพระคลังของโรมันกลายเป็นเพียงเศษโลหะที่ไร้ค่าในพริบตา ระบบเศรษฐกิจของจักรวรรดิที่ค้ำจุนด้วยทองคำจะพังทลายลง
วิทยาการที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัย ถูกสังเวยให้กับความมั่นคงของผู้มีอำนาจและความโลภทางปัญญา
หลังจากการประหารชีวิตช่างแก้วคนนั้น ความลับของ "วิทรัม เฟลกซิเล" ก็เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีช่างแก้วคนไหนในกรุงโรมสามารถผลิตมันได้อีกเลย
และนี่คือความจริงที่ชวนให้ขนลุก… มนุษยชาติต้องใช้เวลาเดินทางต่อมาอีกเกือบ 2,000 ปี จนกระทั่งถึงช่วงศตวรรษที่ 20 และ 21 กว่าที่เราจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยี "แก้วซิลิเกตดัดแปลง" (Chemically Strengthened Glass) หรือกระจกสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้ทั้งห้องแล็บความดันสูง สารเคมีอันตราย และการควบคุมระดับโมเลกุล
คิดดูให้ดี… ความรู้ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ระดับสูงในการคิดค้น กลับเคยเกิดขึ้นมาแล้วในโรงงานเป่าแก้วมืด ๆ ที่ใช้เพียงฟืนและถ่านในยุคโรมัน
มันแปลว่ามีวิทยาการอีกกี่ชิ้นชิ้นบนโลกใบนี้ ที่ไม่ได้สูญหายเพราะภัยธรรมชาติ หรือสงคราม… แต่ถูกตั้งใจ "ลบ" ออกไปจากสารบบโดยน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันเอง เพียงเพื่อรักษาสถานะทางอำนาจและเม็ดเงินของคนบางกลุ่ม
ถ้าในวันนั้น จักรพรรดิไทบีเรียสเลือกที่จะสนับสนุนช่างแก้วคนนั้นแทนที่จะประหารชีวิตเขา โลกในศตวรรษนี้จะเป็นอย่างไร? เราอาจจะมีตึกระฟ้าที่ทำจากแก้วยืดหยุ่นตั้งแต่ยุคกลาง หรือมียานอวกาศที่ทนทานต่ออุกกาบาตไปแล้วใช่หรือไม่?
หรือแท้จริงแล้ว อดีตเคยล้ำหน้ากว่าที่เราคิด… แต่เราถูกทำให้โง่ลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และบางที…
สิ่งนี้อาจเป็นแค่น่าเสียดายชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์
หรือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า…
มีเทคโนโลยีอีกมากมายในอดีต ที่โลกไม่เคยตั้งใจให้คนรุ่นเราได้รู้…
บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "กรกช"
..

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.159 วินาที กับ 20 คำสั่ง
กำลังโหลด...