พอได้เงินมากแล้วพวกเราะจะ เตรียมซื้ออะไรกันแบ่งปันเล่า

ซื้อน้ำยาทาพุงและขัดเงา แบ่งเท่าเท่ากันไปไม่อั้นเลย
.gif)
|
1
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:27:13 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
พอได้เงินมากแล้วพวกเราะจะ เตรียมซื้ออะไรกันแบ่งปันเล่า ![]() ซื้อน้ำยาทาพุงและขัดเงา แบ่งเท่าเท่ากันไปไม่อั้นเลย ![]() |
||
|
2
เมื่อ: วันนี้ เวลา 03:56:36 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
พอได้เงินมากแล้วพวกเราะจะ เตรียมซื้ออะไรกันแบ่งปันเล่า ![]() |
||
|
3
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:38:50 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๖/๗) (๒.๒) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล (๓) ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๓.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะ ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’ (๓.๒) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๓.๓) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล (๔) อนุรุทธะ ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๔.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป เป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’ (๔.๒) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๔.๓) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล [ฉ] การอยู่อย่างผาสุกของอุบาสก (๑) อนุรุทธะ อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๑.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’ (๑.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้...ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๑.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะและปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล (๒) อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๒.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะ ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’ (๒.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๒.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล (๓) อนุรุทธะ อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๓.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป เป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’ (๓.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๓.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล [ช] การอยู่อย่างผาสุกของอุบาสิกา (๑) อนุรุทธะ อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสิกาชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๑.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’ (๑.๒) อุบาสิกานั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๑.๓) อุบาสิกานั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสิกา ด้วยประการฉะนี้แล |
||
|
4
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:17:49 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
พุงกระเพื่อมเลื่อมล้ำระบำกาย เงินมากมายกองสูงเพราะพุงเรา ![]() |
||
|
5
เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:14:47 PM
|
|||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
6
เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:09:47 AM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ | ||
|
แย้ม/สัมผัส ก็แลธัมมะสมัย แย้มนัยอยู่ สัมผัสรู้ เจตจง เร่งส่งเสริม สุขเนื่องแต่ ธรรมรส ครั้นจดเจิม จึงใจเริ่ม แหนงหน่าย จางคลายภพ.. |
||
|
7
เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:34:53 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๕/๗) [ค] การอยู่อย่างผาสุกของภิกษุ (๑) อนุรุทธะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า --‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว -- ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘ท่านรูปนั้นดำรงอยู่ในอรหัตตผล’ (๑.๑) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ~ ผู้มีศีลอย่างนี้ = ในที่นี้หมายถึงศีลที่เป็นทั้ง โลกิยะและโลกุตตระ -- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ~ ผู้มีธรรมอย่างนี้= ในที่นี้หมายถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อสมาธิ -- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ -- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ -- ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๑.๒) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้ (๒) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’ ~ สังโยชน์ = คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดใจสัตว์ไว้กับทุกข์ มี ๑๐ ประการ คือ (๒.๑) สักกายทิฏฐิ (๒.๒) วิจิกิจฉา (๒.๓) สีลัพพตปรามาส (๒.๔) กามฉันทะหรือกามราคะ (๒.๕) พยาบาทหรือปฏิฆะ (๒.๖) รูปราคะ (๒.๗) อรูปราคะ (๒.๘) มานะ (๒.๙) อุทธัจจะ (๒.๑๐) อวิชชา ๕ ข้อต้นชื่อโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ข้อหลังชื่ออุทธัมภาคิยสังโยชน์ -- พระโสดาบันละสังโยชน์ ๓ ข้อต้นได้ -- พระสกทาคามีทำสังโยชน์ข้อ ๔ และข้อ ๕ ให้เบาบาง -- พระอนาคามีละสังโยชน์ ๕ ข้อต้นได้ -- พระอรหันต์ละสังโยชน์ได้หมดทั้ง ๑๐ ข้อ (๒.๒) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๒.๓) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้นก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล (๓) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๓.๑) ‘ท่านรูปนั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียว แล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’ (๓.๒) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ ...ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๓.๓) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล (๔) อนุรุทธะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๔.๑) ‘ท่านรูปนั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไปเป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า (๔.๒) ‘ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ...เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้ (๔.๓) ’ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้นก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล [ง] การอยู่อย่างผาสุกของภิกษุณี (๑) อนุรุทธะ ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้วได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๑.๑) ‘น้องหญิงนั้นดำรงอยู่ในอรหัตตผล’ ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ (๑.๒) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น -> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล (๒) ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’ (๒.๑) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้...น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’ |
||
|
8
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:36:32 PM
|
||
| เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
9
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:29:57 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
แล้วอัดเป็นคลิปไว้ไปเผยแพร่ ยอดวิวโด่งดังแท้เงินมากหลาย ![]() |
||
|
10
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:04:36 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย | ||
|
เจอต้นไม้ก็หมุนวนกันไปมา แล้วโผล่หน้าจ๊ะเอ๋เท่ห๎จะตาย |
||