Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:27:13 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword
อ้างจาก: ต้นฝ้าย ที่ วันนี้ เวลา 03:56:36 PM


พอได้เงินมากแล้วพวกเราะจะ     เตรียมซื้ออะไรกันแบ่งปันเล่า  


ซื้อน้ำยาทาพุงและขัดเงา       แบ่งเท่าเท่ากันไปไม่อั้นเลย
 

 2 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 03:56:36 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย


พอได้เงินมากแล้วพวกเราะจะ     เตรียมซื้ออะไรกันแบ่งปันเล่า 

 3 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:38:50 PM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๖/๗)

(๒.๒) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล
(๓) ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๓.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะ ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’
(๓.๒) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๓.๓) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล
(๔) อนุรุทธะ ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๔.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป เป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’
(๔.๒) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๔.๓) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล
[ฉ] การอยู่อย่างผาสุกของอุบาสก
(๑) อนุรุทธะ อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๑.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’
(๑.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้...ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๑.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะและปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล
(๒) อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า (๒.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะ ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’
(๒.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๒.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล
(๓) อนุรุทธะ อุบาสกในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสกชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๓.๑) ‘ท่านผู้นั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป เป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’
(๓.๒) อุบาสกนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านผู้นั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๓.๓) อุบาสกนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านผู้นั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสก ด้วยประการฉะนี้แล
[ช] การอยู่อย่างผาสุกของอุบาสิกา
(๑) อนุรุทธะ อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ฟังว่า ‘อุบาสิกาชื่อนี้ตายแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๑.๑) ‘น้องหญิงนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’
(๑.๒) อุบาสิกานั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๑.๓) อุบาสิกานั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่อุบาสิกา ด้วยประการฉะนี้แล

 4 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:17:49 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


พุงกระเพื่อมเลื่อมล้ำระบำกาย     เงินมากมายกองสูงเพราะพุงเรา


 5 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 01:14:47 PM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล


คุณลายเมฆ ลืมส่งต่อค่ะ น้องขออนุญาตโยนเองนะคะ  

ล่วง / แสวง

ใบไม้ร่วงล่วงลับกับลมอ่อน
เพียงหยุดร้อนผ่อนใจก็สงบ
มิแสวงแห่งใดให้แอบซบ
ทุกสิ่งจบเหลือเพียงเสียงสายลม

ลิตเติลเกิร์ล

ส่งต่อค่ะ

บริวาร / บริเวณ

 6 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: เล่นกลอนโยนคำ - เพื่อนโยนให้...เราโยนต่อ
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:09:47 AM 
เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ

แย้ม/สัมผัส


ก็แลธัมมะสมัย แย้มนัยอยู่
สัมผัสรู้ เจตจง เร่งส่งเสริม
สุขเนื่องแต่ ธรรมรส ครั้นจดเจิม
จึงใจเริ่ม แหนงหน่าย จางคลายภพ..


 7 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:34:53 AM 
เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร

ประมวลธรรม ๘๐ : นฬกปานสูตร (ต่อหน้า ๕/๗)

[ค] การอยู่อย่างผาสุกของภิกษุ
(๑) อนุรุทธะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า
--‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว
-- ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘ท่านรูปนั้นดำรงอยู่ในอรหัตตผล’
(๑.๑) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้
~ ผู้มีศีลอย่างนี้ = ในที่นี้หมายถึงศีลที่เป็นทั้ง โลกิยะและโลกุตตระ
-- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้
~ ผู้มีธรรมอย่างนี้= ในที่นี้หมายถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อสมาธิ
-- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้
-- ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้
-- ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๑.๒) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้
(๒) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’
~ สังโยชน์ = คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดใจสัตว์ไว้กับทุกข์ มี ๑๐ ประการ คือ (๒.๑) สักกายทิฏฐิ (๒.๒) วิจิกิจฉา (๒.๓) สีลัพพตปรามาส (๒.๔) กามฉันทะหรือกามราคะ (๒.๕) พยาบาทหรือปฏิฆะ (๒.๖) รูปราคะ (๒.๗) อรูปราคะ (๒.๘) มานะ (๒.๙) อุทธัจจะ (๒.๑๐) อวิชชา
๕ ข้อต้นชื่อโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ข้อหลังชื่ออุทธัมภาคิยสังโยชน์
-- พระโสดาบันละสังโยชน์ ๓ ข้อต้นได้
-- พระสกทาคามีทำสังโยชน์ข้อ ๔ และข้อ ๕ ให้เบาบาง
-- พระอนาคามีละสังโยชน์ ๕ ข้อต้นได้
-- พระอรหันต์ละสังโยชน์ได้หมดทั้ง ๑๐ ข้อ
(๒.๒) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๒.๓) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้นก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล
(๓) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๓.๑) ‘ท่านรูปนั้นเป็นสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จักกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเดียว แล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้’
(๓.๒) ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ...เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ... เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ ...ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๓.๓) ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล
(๔) อนุรุทธะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๔.๑) ‘ท่านรูปนั้นเป็นโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไปเป็นผู้ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า
(๔.๒) ‘ภิกษุนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า ‘ท่านรูปนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ ... เป็นผู้มีธรรมอย่างนี้ ...เป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้ ... เป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้ ท่านรูปนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้
(๔.๓) ’ภิกษุนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่านรูปนั้นก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุ ด้วยประการฉะนี้แล
[ง] การอยู่อย่างผาสุกของภิกษุณี
(๑) อนุรุทธะ ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้วได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า
(๑.๑) ‘น้องหญิงนั้นดำรงอยู่ในอรหัตตผล’ ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’
(๑.๒) ภิกษุณีนั้นเมื่อระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของน้องหญิงนั้น ก็จะน้อมจิตไปเพื่อศรัทธาเป็นต้นนั้น
-> การอยู่อย่างผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุณี ด้วยประการฉะนี้แล
(๒) ภิกษุณีในธรรมวินัยนี้ได้ฟังว่า ‘ภิกษุณีชื่อนี้มรณภาพแล้ว ได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่า ‘น้องหญิงนั้นเป็นโอปปาติกะ เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป จักปรินิพพานในภพนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก’
(๒.๑) ภิกษุณีนั้นได้เห็นเองหรือได้ฟังมาว่า... ‘น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีศีลอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีธรรมอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีปัญญาอย่างนี้... น้องหญิงนั้นเป็นผู้มีวิหารธรรมอย่างนี้...น้องหญิงนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้’

 8 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / โคลง-กาพย์-ฉันท์-ร่าย-ลิลิต / Re: ...-๐ นานาประสาสัตว์คำโคลง ๐-...
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:36:32 PM 
เริ่มโดย Black Sword - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

Photo By บ้านกลอนน้อยฯ©
วันประมงน้อมเกล้า 2569 ครั้งที่ 36

-๐ ปลากะพงเหลืองขมิ้น ๐-

๏   ปลากะพงเหลืองขมิ้นว่าย      สลับวน
แลแถบเหลืองดั่งกลพาดข้าง
พิศวงจิตดุจมนตร์มาสะกด
ผองเผ่าเทพใดสร้างประดับไว้ในชเล ๚ะ๛

- Black Sword -
(หมู มยุรธุชบูรพา)

• กลับสู่สารบัญ นานาประสาสัตว์คำโคลง คลิก

 9 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:29:57 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword

แล้วอัดเป็นคลิปไว้ไปเผยแพร่     ยอดวิวโด่งดังแท้เงินมากหลาย
 

 10 
 คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอน ร้อยกรองหลากลีลา / Re: ..ขอบาทเดียว..
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:04:36 PM 
เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ต้นฝ้าย

เจอต้นไม้ก็หมุนวนกันไปมา     แล้วโผล่หน้าจ๊ะเอ๋เท่ห๎จะตาย  AddEmoticons00935

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.144 วินาที กับ 18 คำสั่ง
กำลังโหลด...