เลิกแคะปลากันเถอะไม่เจอะแน่ ไปนั่งแพรับลมชื่นชมกลิ่น

|
31
เมื่อ: 21, มกราคม, 2569, 07:55:23 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
เลิกแคะปลากันเถอะไม่เจอะแน่ ไปนั่งแพรับลมชื่นชมกลิ่น ![]() |
||
|
32
เมื่อ: 21, มกราคม, 2569, 07:50:30 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
พยายามตามคำพี่พร่ำสอน หมั่นเขียนกลอนบ่อยครั้งฟังเหตุผล ขอบคุณพี่กุ้งนามาเยี่ยมยล พี่หญิงคนใจดีที่ชื่นชม ฝาตุ่ม |
||
|
33
เมื่อ: 21, มกราคม, 2569, 11:05:45 AM
|
|||
| เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
34
คำประพันธ์ แยกตามประเภท / กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม / Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
เมื่อ: 21, มกราคม, 2569, 08:42:45 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
อภิธรรมปิฎก : ๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์ (แจกความเพียรชอบ) มโนรมาฉันท์ ๑๐/โคลงสามสุภาพ ๑.หทยะขอประณต............................จรดพระพุทธ์ฯ พระอรหันต์วรุตม์...................................เพราะโพธิญาณ ๒.เมตตากรานปวงชน.........................ทรงสอนคนมุ่งรู้ ตัดกิเลสปลงจู้........................................ห่างพ้นทุกข์ขาม เกิดลา ๓.พิริยะ"สัมม์ปธานฯ"..........................ก็ขานเจาะสาม ก็ภณะ"สุตต์ตะฯ"ความ............................พระธรรมปฐม ๔.สดมภ์"อภิธรรมภาฯ"........................คราโลกุตร์ยากแท้ แล"ปุจฉะฯ",ตอบแล้................................ง่ายซึ้งใจหนา ๕.เจาะวทะ"สุตต์ตะฯ"พร่ำ....................ก็"สัมม์ปะฯ"พา ลุจตุเพียรสิกล้า.......................................กิเลสลิปลง ๖.แรกคงเพียร"ปิด"ชัด.........................สอง"กำจัด"หมดแคล้ว ละบาปสิงอุบัติแล้ว...................................มุ่งสร้างกุศล สามครือ ๗.พิริยะรักษ์ตริ"ดี"................................ทวีวิมล จตุเจริญสิผล...........................................ลุปัญญะหนา ๘.มาระวังกันบาปเพริด..........................มิเกิดเลยแน่ไซร้ เหตุโลภ,โกรธ,หลงใกล้.............................สี่ฟุ้งนามขันธ์ ๙.จตุเจาะ"รู้"และ"จำ"............................ตริซ้ำซิพลัน มนะจะแจ้งประชัน.....................................ก็"วิญญะฯ"นาม ๑๐.ทำตาม"กาย,พูด,ใจ"........................อิงไวบาปแน่แท้ ยังไม่เกิดมาแล้.........................................ปกป้องระวัง บาปครัน ๑๑.ลุรติ"ฉันทะ"นำ................................กระทำพลัง เจาะภวสร้างลุขลัง....................................ซิมั่นกะเพียร ๑๒.วิเชียร"พยายาม".............................ความขยันทางจิตล้น มุ่ง"สัมมาวาฯ"ท้น......................................หมั่นสู้เพียรหนา ๑๓."วิริยะใจ"กระทำ..............................เจาะ"สัมมะวาฯ" พหุเจริญสิกล้า.........................................ก็เรียกขยัน ๑๔.ครัน"ประคองจิต"นำ........................อุปถัมภ์ชูช่วยค้ำ จนจิตดำรงย้ำ...........................................มั่นแล้วเพียรสม ๑๕.ก็วจะ"มุ่งและมั่น"..............................ประชันเหมาะชม เจาะประลุเพียรระดม.................................มุเรื่อยคระไล ๑๖.เพียรไวบาปเกิดโลด.........................โลภ,โกรธ,หลงตัดถ้วน บาปกอปร"นามขันธ์"ล้วน............................ร่วมพร้อมวาจา กายใจ ๑๗.ลุรติ"ฉันทะ"ครัน...............................ขยันปะหนา หทยะแน่วเจาะฆ่า......................................ลิบาปมลาน ๑๘.กรานทำกุศลเกิด..............................อันประเสริฐก่อตั้ง เพียรแน่วจิตคงยั้ง......................................มั่นแม้นธรรมดี เกิดมา ๑๙.พิระกุศลสิโข....................................อโลภะชี้ ภวอโทสะคลี่..............................................อโมหะหนา ๒๐.ครากุศลอิงตาม.................................นามขันธ์แลสี่แท้ "เวทนา,จำ"แล้............................................."แต่งพร้อมสังขาร" "วิญญาณ" ๒๑.ลุปฏิบัติกุศล......................................กมลพะพาน "วจะ"และ"กาย"ประสาน...............................กุศลอุบัติ ๒๒.ชัดกรรมดีบังเกิด................................เทิดเพียร,จิตมุ่งพร้อม รักษ์มั่นเจริญน้อม........................................เปี่ยมท้นธรรมขยาย |
||
|
35
เมื่อ: 20, มกราคม, 2569, 08:09:50 PM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
ให้เพลงนี้ทำหน้าที่ที่เคยรัก เป็นที่พักยามเหงาคล้ายเงาข้าง ขอบคุณความทรงจำที่นำวาง อยู่ในทุกระยะห่างของหัวใจ ลิตเติลเกิร์ล เทียนไขไฟฟ้า นุ้ย สุวีณา อาร์สยาม |
||
|
36
เมื่อ: 20, มกราคม, 2569, 08:04:21 PM
|
|||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | |||
|
|||
|
37
เมื่อ: 20, มกราคม, 2569, 02:22:35 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
สามวันผ่านยังแคะแกะแป้งนี้ คงไม่มีทีท่าว่าได้กิน ![]() |
||
|
38
เมื่อ: 20, มกราคม, 2569, 02:20:17 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ขวัญฤทัย (กุ้งนา) | ||
|
บ้านกลอนน้อยกันเองอย่าเกรงขาม โปรดมองข้ามความกลัวหมองมัวไหม้ กลอนจะถูกจะผิดอย่าคิดไกล กลอนสไตล์ลิตเติลเกิร์ลเพลินอารมณ์ ต่อได้หมดทุกกระทู้ของผู้ใหญ่ ถ้าต่อได้ต่อไปให้เหมาะสม ค่อยค่อยคิดประดิษฐ์คำตามนิยม ไม่นานล้ำคำชมพรมพร่างตา ![]() กุ้งนา |
||
|
39
เมื่อ: 20, มกราคม, 2569, 01:44:27 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๗/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร ๗) สมณพราหมณ์เหล่านั้น มิได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปฏิญญาว่า ‘เราทั้งหลาย เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า’ เราเป็นสัมมาสัมพุทธะ ย่อมปฏิญญาว่า ‘เราเป็นสัมมาสัมพุทธะ’ ~ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า = ชื่อของพระพุทธเจ้า เพราะทรงรู้แจ้งสรรพธรรม กล่าวคืออริยสัจธรรม ๔ ด้วยพระองค์เอง มิได้ทรงศึกษาเล่าเรียนหรือฟังจากผู้อื่นมาก่อน แต่สรรพธรรมเหล่านี้เกิดปรากฏแก่พระองค์เองด้วยอำนาจการได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ~ โพธิ์ = โพธิ คือตรัสรู้ (๘) มาร ตถาคตแม้เมื่อแสดงธรรมแก่สาวกทั้งหลาย ก็เป็นเช่นนั้น; แม้เมื่อไม่แสดงธรรมแก่สาวกทั้งหลายก็เป็นเช่นนั้น (๙) ตถาคตแม้เมื่อแนะนำสาวก ก็เป็นเช่นนั้น; แม้เมื่อไม่ได้แนะนำสาวกก็เป็นเช่นนั้น (๑๐) ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะตถาคตละอาสวะ อันทำให้เศร้าหมอง ให้เกิดในภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีวิบากเป็นทุกข์ ให้มีชาติ ชรา มรณะต่อไปได้แล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้ว เหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้; ต้นตาลที่ถูกตัดยอดแล้วไม่อาจงอกขึ้นอีกได้ แม้ฉันใด ตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน (๑๑) เวยยากรณภาษิตนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยมารมิได้เรียกร้อง และโดยที่พรหมเชื้อเชิญดังนี้ เพราะเหตุนั้น เวยยากรณภาษิตนี้ จึงมีชื่อว่า พรหมนิมันตนิกสูตร ดังนี้แล พรหมนิมันตนิกสูตรที่ ๙ จบ |
||
|
40
เมื่อ: 19, มกราคม, 2569, 06:48:02 PM
|
||
| เริ่มโดย ฝาตุ่ม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
![]() อยากต่อกลอนบางบทก็อดคิด หากต่อผิดเนื้อหาพาผิดหวัง กลัวต่อแล้วแนวเนื้อดูเรื้อรัง คนจะชังเราไหมก็ไม่รู้ กลัวต่อแล้วกลอนเขาไม่เข้าท่า กลัวโดนว่าเสียหมดใจหดหู่ กลัวกลอนเสียแล้วว่าไม่น่าดู กลัวกระทู้เขาหมองคนมองเอา ยังเขียนกลอนอ่อนหัดถนัดมั่ว ยังเกรงกลัวความผิดสะกิดเขลา ได้แต่นั่งแอบอ่านอยู่นานเนา อยากเขียนกลอนได้อย่างเขาคงดีใจ ฝาตุ่ม |
||