รอยสัญญาฝังทรวงทุกห้วงจิต ครวญคร่ำคิดทุกข์ทนจนใจหาย พี่ทำเหมือนอย่างเช่นซ่อนเร้นกาย หรือแหนงหน่ายรักเก่าเฝ้าแรมรา ღ ลิตเติลเกิร์ล ღ ° :. ° .☆ . ● .° °★ ♫ คิดถึงพี่ ♫ วิภา จันทรกูล |
|
31
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 10:58:52 AM
|
||
| เริ่มโดย ลิตเติลเกิร์ล - กระทู้ล่าสุด โดย ลิตเติลเกิร์ล | ||
|
|
||
|
32
เมื่อ: 30, กรกฎาคม, 2569, 08:39:28 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๓/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร ๙. พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ [ก] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวนาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ~ เชตวนาฯ= วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย (๑) ครั้งนั้น นายช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ เข้าไปหาท่านพระอุทายี นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง [ข] กถาว่าด้วยเวทนา (๑) นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กล่าวกะท่านพระอุทายีว่า ท่านพระอุทายี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้เท่าไร (๒) ท่านพระอุทายีตอบว่า : ดูก่อนคฤหบดี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการ คือ สุขเวทนา ๑; ทุกขเวทนา ๑; อทุกขมสุขเวทนา ๑ (๓) ปัญจกังคะ กล่าว : ข้าแต่ท่านพระอุทายี พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาไว้ ๒ ประการ คือ สุขเวทนา ๑; ทุกขเวทนา ๑; เพราะอทุกขมสุขเวทนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในสุขอันสงบ อันประณีตแล้ว ปัญจกังคะ : กล่าวยืนคําเป็นครั้งที่ ๒ (๔) ท่านพระอุทายี : ได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๓ (๕) นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ : ได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๓ (๖) ท่านพระอุทายีไม่สามารถจะให้นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะยินยอมได้ นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะก็ไม่สามารถจะให้ท่านพระอุทายียินยอมได้ (๗) ท่านพระอานนท์ได้สดับถ้อยคําเจรจาของท่านพระอุทายีกับนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ -> จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้กราบทูลถ้อยคําเจรจาของท่านพระอุทายีกับนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะทั้งหมด -> พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของพระอุทายี และพระอุทายีก็ไม่ยอมตามบรรยายอันมีอยู่ของนายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ดูก่อน -> ท่านพระอุทายีได้กล่าวเป็นครั้งที่ ๒ ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ตรัสเวทนาไว้ ๒ ประการ แต่ตรัสไว้ ๓ ประการ คือ สุขเวทนา ๑, ทุกขเวทนา ๑, อทุกขมสุขเวทนา ๑ (๘) พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกับพระอานนท์ (๘.๑) แม้เวทนา ๒ เราได้กล่าวแล้วโดยปริยาย -> ถึงเวทนา ๓ เวทนา ๔ เวทนา ๕ เวทนา ๖ เวทนา ๑๘ เวทนา ๓๖ เวทนา ๑๐๘ เราก็กล่าวแล้วโดยปริยาย (๘.๒) ดูก่อนอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยายอย่างนี้แล ผู้ใดไม่รู้ตามด้วยดี; ไม่สําคัญตามด้วยดี; ไม่ยินดีตามด้วยดี; ซึ่งคําที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกัน ในธรรมที่เราแสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว -> ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักบาดหมาง ทะเลาะวิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอก คือ ปากอยู่ (๘.๓) ดูก่อนอานนท์ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยายอย่างนี้ ผู้ใดรู้ตามด้วยดี; สําคัญตามด้วยดี; ยินดีตามด้วยดี ซึ่งคําที่กล่าวดี พูดดี ของกันแลกัน ในธรรมที่เราแสดงโดยปริยายอย่างนี้แล้ว -> ผู้นั้นจะได้ผลอันนี้ คือ จักพร้อมเพรียง บันเทิง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมระคนกับน้ำ แลดูกันด้วยสายตาเป็นที่รักอยู่ [ค] กามคุณ ๕ (๑) ดูก่อนอานนท์ กามคุณ ๕ นี้เป็นไฉน -> คือ รูปอันจะพึงรู้ด้วยจักษุ อันสัตว์ปรารถนา ใคร่ พอใจ เป็นที่รัก ประกอบด้วยกามเป็นที่ตั้งแห่งความกําหนัด -> เสียงอันจะพึงรู้โดยโสตะ... -> กลิ่นอันจะพึงรู้ด้วยฆานะ.. -> รสอันจะพึงรู้ด้วยชิวหา... -> โผฏฐัพพะอันจะพึงรู้ด้วยกาย อันสัตว์ปรารถนา ใคร่พอใจ เป็นที่รัก ประกอบด้วยกามเป็นที่ตั้งแห่งความกําหนัด (๒) ดูก่อนอานนท์ นี้แลกามคุณ ๕ -> สุขโสมนัสอันใดย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามคุณ ๕ นี้ สุขและโสมนัสนี้ เรากล่าวว่ากามสุข ~ กามสุข = สุขโสมนัสที่เกิดขึ้นเมื่อได้เสพ ได้พบเห็น หรือเสวยอารมณ์จากกามคุณ ๕ เหล่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่ากามสุขเป็นสุขที่เบาบาง ไม่ยั่งยืน และ ไม่ใช่สุขอย่างยอดเยี่ยม เพราะมีโทษ คือทำให้คนเราต้องเหนื่อยยากในการหาทรัพย์มาปรนเปรอ และยังมีความสุขที่ประณีตกว่าคือกามสุขในทางธรรม เช่น สุขจากการออกจากกาม |
||
|
33
เมื่อ: 29, กรกฎาคม, 2569, 10:07:08 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
วิ่งอย่างไวคล้ายแข่งโอลิมปิค เหงื่อแตกซิกผุดกระจายทั่วใบหน้า ![]() |
||
|
34
เมื่อ: 29, กรกฎาคม, 2569, 07:38:47 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
จะโกรธนานอีกไหมรีบไปซี เดี๋ยวจะมีเรี่ยราดจะบาดตา ![]() |
||
|
35
เมื่อ: 29, กรกฎาคม, 2569, 03:50:15 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๒/๕) ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร ๒๓.สงฆ์พลันลุ"ปฐมฌาน".......................พลันตรึกกะ"วิจาร"กล้า อิ่มใจ,สุขะเกิดหนา.....................................แต่สุขซิประณีตเหนือ ๒๔.แลพุทธ์องค์ตรัสพลัน........................สุขอันเลิศกว่านี้ มีอยู่ประณีตชี้............................................เหนือแล้เป็นไฉน ๒๕.ตรัสสงฆ์ประลุ"ฌานสอง".................."ตรึก,ตรองสละ"โดยไว ธรรมเอก ณ หทัยไซร้.................................ผ่องใส"ปิติ"เกิดเผย ๒๖.เปรยฌานสองสุขเกิด........................เลิศจากสมาธิ์แน่วพร้อม มากกว่ากาม์สุขน้อม....................................สุขแล้อันเหนือ ยังมี ๒๗.สงฆ์ล่วงตติย์ฌานไว..........................อิ่มใจปิติไม่เหลือ สัมป์ชัญฯสติอยู่เจือ.....................................ใจคง ณ อุเบกขา ๒๘.คราฌานสามสุขหลาย........................จาก"นามกาย"แน่แล้ว มากกว่ากามสุขแป้ว.....................................สุขล้นอันเหนือ ยังมี ๒๙.สงฆ์ล่วงจตุฌานฯชุก..........................ทุกข์,สุขสละปลงเถือ จิตจ่อ ณ อุเบกฯเจือ.....................................เหตุให้สติแผ้วหนา ๓๐.คราพุทธ์องค์มิรุก...............................กามสุขจะเลิศได้ สุขประณีตเหนือไซร้....................................ย่อมแท้มีแฉ ๓๑.พุทธ์เจ้าภณะอานนท์..........................สุขด้นเจาะประณีตแล ยิ่งกว่าภวกามฯแท้........................................ยังมีก็"อรูปฌาน" ๓๒.สงฆ์พาน"อากาสาฯ"............................ใจตริอากาศแล้ มิสุดเขตโดยแท้...........................................รูปไร้ตรึกเผย ๓๓."สัญญาปฏิฆาฯ"เลิก............................"จำ"เพิกสละหมดเอย "รูป,เสียง,รสะ,กลิ่น"เชย................................"โผฏฐัพฯ"มละทิ้งหนา ๓๔.ตัดจำ,"นานัตสัญฯ".............................เกิดครันกับจิตแล้ หลายหลากประเภทแท้................................จึ่งน้อม"อากาฯ" ๓๕.อานนท์สุตะให้ดี.................................สุขที่ปะทะเหนือกว่า กาม์สุขก็จะมีคว้า.........................................คราสงฆ์ประลุ"วิญญาฯ" ๓๖.คราสงฆ์จงใจพาน..............................วิญญาณมิสุดแล้ จิตเพ่งทราบโดยแท้.....................................แผ่ไร้เขตเผย ๓๗.พุทธ์เจ้าวทะอานนท์...........................สุขดลอภิรมย์เอ่ย ยังมีสุขะเหนือเชย........................................"อากิญฯ"นิรใดแฉ ๓๘.แล"อากิญจัญฯ"หนา...........................หามีใดอยู่พร้อม "นิด"ก็มิมีน้อม..............................................ปราศแท้อารมณ์ ๓๙.พุทธ์เจ้าวจะอานนท์............................สุขยลซิประเสริฐชม ยิ่งกว่าก็ปะมีสม............................................คือ"เนวะนะสัญญาฯ" ๔๐.คราเนวสัญญาฯ..................................ภาวะจิตสงบแท้ "จำ"ไม่มี,มีแล้................................................ห่อนเอื้อนแจงหนา ๔๑.พุทธ์เจ้าภณะสุขมา.............................ยิ่งกว่าภวะมีกล้า "สัญเวทยิฯ"ดับหนา......................................เวท์นาและระลึกปลง ๔๒.คงระงับจิต,กาย..................................วจีฉาย,ชีพช้อย ความสุข"อนาฯ"พร้อย...................................พักแท้อรหันต์ ๔๓."สัญเวทยิฯ"สุขยิ่ง................................ดีจริงเจาะประณีตดั้น เลิศกว่าสุขะกามฯสรรค์.................................ดับ"จำ"มละเวท์นา ๔๔.คราระงับกายสังขาร............................กรานวจี,จิตแล้ เหลือสงบโดยแท้..........................................สุขพร้อม,ฌานไหน มิเทียม ๔๕.พุทธ์เจ้าเจาะแนะอานนท์......................หากคนวทะถามไกล "สัญเวทยิฯ"จัดไซร้.......................................เกิดสุขภวมีแฉ ๔๖.แลควรตอบความครบ..........................สงบ,ประณีตพร้อม หนีห่างทุกข์สุขน้อม......................................สุขแท้เรียกไข ๔๗.พุทธ์องค์มิคะเน..................................."สุขเวทะนะ"กาย,ใจ เพียงหนึ่งตะจรดไซร้.....................................ทุกแห่งสุขะเกิดหนา ๔๘.คราพุทธ์องค์ตรัสจบ............................อานนท์นบชื่นน้อม ภาษิตชัดเจนพร้อม........................................ลึกซึ้งพระธรรม ฯ|ะ แสงประภัสสร ๙. พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ : พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา https://share.google/boBD9TLOyIK5K1MM3 |
||
|
36
เมื่อ: 29, กรกฎาคม, 2569, 11:40:45 AM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
ประมวลธรรม : ๗๕.พหุเวทนิยสูตร (ว่าด้วยช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ) ตนุมัชฌาฉันท์ ๖/โคลงสามสุภาพ ๑.กราบน้อมอติพุทธ์เจ้า............................ปกเกล้านฤชนสงฆ์ ทรงล่วงอรหันต์บ่ง........................................ตรัสรู้ดนุเองหนา ๒.เมตตา,การุณแล....................................แฉสอนอริย์สัจแท้ ธรรมตัดกิเลสหมดแล้...................................เกิดนั้นหยุดพลัน ๓.วัด"เชตวนาฯ"บ่ง....................................พุทธ์องค์ศยะพักครัน ช่างไม้ประลุนามสรรค์..................................."ปัญจาฯ"ปะ"อุทายี" ๔.ปัญจาฯมีเคลือบแคลง............................ขอจงแจงแน่วชี้ "เวทนา"ทรงแจกนี้.........................................กล่าวแล้ประมาณใด ๕.ตอบเร็ว"พระอุทายี"................................ทรงชี้ตติสามไซร้ "สุขล้วน,ประลุทุกข์ไว"...................................ทุกข์-สุขนิรมีเฉย ๖.ปัญจาฯเปรยพุทธ์องค์.............................คงเพียงสองแค่นั้น คือสุข,ทุกข์แลดั้น..........................................นอกนี้แจกหนา สุขแล ๗.ปัญจาฯภณะยืนตาม...............................สอง-สามธุระกล้า ครบสามก็อุทาฯฝ่า........................................เวท์นาก็ติสามแฉ ๘.แลสองรายมิยอม....................................ออมชอมพาขัดแย้ง ความสดับไปไกลแจ้ง.....................................ถ่องแท้อานนท์ ๙.อานนท์ภณะพุทธ์องค์.............................ทูลตรงซิสกลด้น เวท์นาเจาะแจรงผล........................................สองหรือตติสามหนา ๑๐.คราพุทธ์องค์เปรยพลัน.........................ทรงบรรยายแจกแล้ว "สองจ่อถึงหก"แกล้ว.......................................นับร้อยยังมี ๑๑.พุทธ์เจ้าภณะทรงแจก...........................ธรรมแยกพหุหลายชี้ ผู้ใดอนะรู้ดี.....................................................ไม่รู้รติด้วยกัน ๑๒.ครันเขาเกิดบาดหมาง............................คลางแคลงใจยอกย้อน วิวาทเสียดสีช้อน.............................................ปากแท้ตัวเดียว ๑๓.พุทธ์องค์วจะธรรมไซร้...........................เข้าใจซิประจักษ์เชียว ชนร่วมรติใจเจียว............................................เขาแท้ปิยะกันแฉ ๑๔.แลดุจ"นม"ปน"ชล".................................ยลผสมร่วมเนื้อ เป็นที่รักกันเอื้อ................................................แนบแท้เจือจุน ๑๕.พุทธ์เจ้าวจะอานนท์................................แลยลภวะกาม์คุณ ห้าอย่างประลุ"รูป"ผลุน.....................................พึงรู้ก็เพราะ"ตา"เผย ๑๖.เปรยสัตว์ปรารถนา.................................พายินดี,รักล้น เป็นที่กำหนัดท้น...............................................ติดแล้วตรึงใจ "อยากอีก" ๑๗."เสียงรู้ก็เพราะหู"สม................................"กลิ่นดมซิจมูก"ไว "รสชาติสิอร่อยใกล้"........................................."ลิ้นรู้รสะเด็ด"แฉ ๑๘.แล"โผฏฐัพพะ"หนา.................................กายพาสัมผัสพร้อม "ความอยากในกาม"น้อม...................................สุขแท้ติดฤดี ๑๙.อานนท์สุตะโสม์นัส.................................สุขชัดเพราะซิ"กามฯ"นี้ สำคัญสิจะเรียกชี้............................................."กาม์สุข"นิรคงทน ๒๐.ยลพุทธ์องค์ตรัสนำ................................มิรับคำกล่าวแล้ กามสุขเป็นเลิศแท้...........................................สุขเหนืออุปบัติเผย ๒๑.อานนท์สิสดับแล....................................สุขแฉอติเลิศเอ่ย คือสุขลุ ณ "รูปฯ"เชย.......................................ไร้รูปก็"อรูปฌาน" ๒๒.พานสุขประณีตเครือ..............................เหนือ"กามสุข"เด่นล้ำ ทำอย่างไรบอกย้ำ............................................เพิกแล้"กาม"นา เลวปลง |
||
|
37
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 10:19:55 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย Black Sword | ||
|
โกรธแม่ค้าแล้วล่ะอย่ามาง้อ อุตส่าห์รอครึ่งวันยอมอั้นฉี่ ![]() |
||
|
38
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 07:21:58 PM
|
||
| เริ่มโดย บ้านกลอนน้อย - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
พอถึงคิวของตนจนชื่นใจ เหลือเพียงป้าย "หมดแล้ว" แห้วทันที ![]() |
||
|
39
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 07:19:49 PM
|
||
| เริ่มโดย ปลายฝน คนงาม - กระทู้ล่าสุด โดย ฝาตุ่ม | ||
|
ฝนเอ๋ยฝนพรำ มวลเมฆดำครอบฟ้าพาหวั่นไหว สายชลชุ่มชโลมรัวทั่วพฤกษ์ไพร พงไศลเย็นฉ่ำทุกอัมพร เสียงหยดน้ำพร่างพรมระงมแผ่ว ดุจสำเนียงเจื้อยแจ้วแว่วสังหรณ์ แม้ฟ้าหม่นคนเหงาเฝ้าอาวรณ์ ยังอุ่นอ้อนด้วยฝนหล่นโลม เอย ฝาตุ่ม |
||
|
40
เมื่อ: 28, กรกฎาคม, 2569, 06:59:36 PM
|
||
| เริ่มโดย แสงประภัสสร - กระทู้ล่าสุด โดย แสงประภัสสร | ||
|
(ต่อหน้า ๕/๕) ประมวลธรรม : ๗๔.อภยราชกุมารสูตร (๓) พระพุทธเจ้า : ดูก่อนราชกุมาร พระองค์จะสําคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ชนทั้งหลายเข้าไปเฝ้าพระองค์แล้วพึงทูลถามอย่างนี้ว่า -> ส่วนน้อยใหญ่ของรถอันนี้ ชื่ออะไร การพยากรณ์ปัญหาของชนเหล่านั้น -- พระองค์ตรึกด้วยใจไว้ก่อนว่า ชนทั้งหลายเข้ามาหาเราแล้ว จักถามอย่างนี้ -- เราอันชนเหล่านั้นถามอย่างนี้ จักพยากรณ์อย่างนี้ -- หรือว่าการพยากรณ์นั้นพึงแจ่มแจ้งกะพระองค์โดยทันที (๔) อภัยราชกุมาร : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะหม่อมฉันเป็นทหารรถ รู้จักดี ฉลาดในส่วนน้อยใหญ่ของรถ ส่วนน้อยใหญ่ของรถทั้งหมด หม่อมฉันทราบดีแล้ว ฉะนั้น การพยากรณ์ปัญหานั้น แจ่มแจ้งกะหม่อมฉันโดยทันทีทีเดียว (๕) พระพุทธเจ้า : ฉันนั้นเหมือนกันแล ราชกุมาร กษัตริย์ผู้บัณฑิตก็ดี; พราหมณ์ผู้บัณฑิตก็ดี; คฤหบดีผู้บัณฑิตก็ดี; สมณะผู้บัณฑิตก็ดี; ผูกปัญหาแล้วจักเข้ามาถามตถาคต -> การพยากรณ์ปัญหานั้น ย่อมแจ่มแจ้งกะตถาคตโดยทันที -> ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความที่ธรรมธาตุนั้น ตถาคตแทงตลอดดีแล้ว ~ ธรรมธาตุ = คือ สภาพธรรมที่บริสุทธิ์และรู้ได้ทางใจ (มโนวิญญาณธาตุ) ได้แก่ เจตสิก ๕๒, สุขุมรูป ๑๖, และนิพพาน ในบริบทของการปฏิบัติคือจิตที่สะอาดหลุดพ้นจากกิเลส -> การพยากรณ์ปัญหานั้น จึงแจ่มแจ้งกะตถาคตโดยทันที [จ] อภัยราชกุมารแสดงตนเป็นอุบาสก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว อภัยราชกุมารได้กราบทูลว่า -> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก -> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ -> ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกัน ~ อเนกปริยาย = โดยหลายวิธี หมายถึง การบรรยาย หลายแง่หลายมุม หลายวิธี หรือหลายเหตุผล ไม่ใช่แค่แง่มุมเดียว -> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงจําหม่อมฉัน ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้แล จบอภยราชกุมารสูตรที่ ๘ |
||
.gif)


