Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม >> อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
หน้า: 1 ... 3 4 [5]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา  (อ่าน 10858 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #60 เมื่อ: 19, สิงหาคม, 2568, 07:57:01 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๕ /๖) ๔.วิภังค์


 (๙) รูปกัมมัญญตา = เป็นภาวะที่ควรแก่การงานของรูป ดังเช่น ทองคำที่หลอมไว้ดีแล้ว (๑๐) รูปอุปจยะ = รูปเกิดขึ้นขณะแรก (๑๑) รูปสันตติ = ขณะที่รูปเจริญขึ้น (๑๒) รูปชรตา = ขณะที่รูปเสื่อมลง (๑๓) รูปอนิจจตา = ขณะที่รูปดับ (๑๔) กวฬิงการาหาร = อาหาร (๑๕) อาโปธาตุ = ธาตุน้ำ (๑๖) หทยรูป = คือ รูปที่เป็นที่ตั้งอาศัยเกิดของจิตและเจตสิก เพื่อทำกิจให้สำเร็จ เป็นกุศลหรืออกุศล หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ในที่ไม่ใกล้ ในที่ไม่ใกล้ชิด ในที่ไกล ในที่ไม่ใกล้ นี้เรียกว่า รูปไกล
รูปใกล้ เป็นไฉน = ได้แก่
(๑) จักขายตนะ - คือ ตาซึ่งเป็นที่ประชุม เป็นที่เกิด (๒)โสตายตนะ - หู ฯลฯ (๓) ฆานายตนะ - จมูก (๔) ชิวหายตนะ - ลิ้น (๕) กายายตนะ - กาย (๖) รูปายตนะ - สี (๗) สัททายตนะ - เสียง (๘) คันธายตนะ - กลิ่น (๙) รสายตนะ - รส
โผฏฐัพพายตนะ ซึ่งเป็นที่ประชุมที่เกิด
(๑๐) สัมผัส เย็น,ร้อน ด้วยธาตุไฟ (๑๑) อ่อน,แข็ง ด้วยธาตุดิน (๑๒) ตึง,ไหว ด้วยธาตุลม
หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ในที่ใกล้ ในที่ใกล้ชิดในที่ไม่ไกล ในที่ใกล้ นี้เรียกว่า รูปใกล้
รูป แจกตาม อภิธัมมภาชนียะ = รูปได้แก่ มหาภูตรูป  ๔ และอุปาทายรูป ๒๔ (รูปที่ต้องอาศัยมหาภูตรูปเกิด) แจกออกเป็น ๑๑ หมวด คือ
(๑) เอกกะ = แจกออกเป็น ๑
รูปทุกชนิด "มิใช่เหตุ" (มิใช่เหตุฝ่ายดี เพราะมิใช่ อโลภะ,อโทสะ,อโมหะ และมิใช่เหตุฝ่ายชั่ว เพราะมิใช่ โลภะ,โทสะ,โมหะ)
"ไม่มีเหตุ" (ไม่มีโลภะ,โทสะ,โมหะ หรือ อโลภะ,อโทสะ,อโมหะ เป็นมูลเหมือน อกุศล หรือ กุศล เพราะเป็นกลางๆ)
(๒) ทุกะ = แจกออกเป็น ๒
(๒.๑) "รูปที่อาศัยมีอยู่"- คืออุปาทยรูป
(๒.๒) "รูปที่มิได้อาศัยมีอยู่" - คือ มหาภูตรูป
 มีเพิ่มอีก ๑๐๓ คู่ รวมเป็น ๑๐๔ คู่
(๓) ติกะ = แจกออกเป็น ๓
(๓.๑) "รูปใดเป็นไปในภายใน รูปนั้นเป็น อุปาทยรูป"
(๓.๒) "รูปใดเป็นไปในภายนอก รูปนั้นเป็น อุปาทยรูป"
(๓.๓) "รูปใดเป็นไปในภายนอก รูปนั้นเป็น นโนอุปาทยรูป (มิใช่รูปอาศัย)"
มีรูปกลุ่ม ๓ อีก ๓๐๒ รวมเป็น ๓๐๓
(๔) จตุกะ = แจกออกเป็น ๔
(๔.๑) "รูปใดเป็นรูปอาศัย รูปนั้นถูกยึดถือ"
(๔.๒) "รูปใดเป็นรูปอาศัย รูปนั้นไม่ถูกยึดถือ"
(๔.๓) "รูปใดไม่เป็นรูปอาศัย รูปนั้นถูกยึดถือ"
(๔.๔) "รูปใดไม่เป็นรูปอาศัย รูปนั้นไม่ถูกยึดถือ"
 (๕) ปัญจกะ = แจกออกเป็น ๕
คือ ธาตุดิน,ธาตุน้ำ,ธาตุไฟ,ธาตุลม และ รูปอาศัย
(๖) ฉักกะ = แจกออกเป็น ๖ คือ
รูปที่พึงรู้ด้วย จักขุวิญญาณ คือตา, ด้วยโสตวิญญาณ คือหู, ด้วยฆานวิญญาณ คือจมูก, ด้วยชิวหาวิญญาณ คือลิ้น, ด้วยกายวิญญาณ, และมโนวิญญาณ ด้วยใจ
(๗) สัตตกะ = แจกออกเป็น ๗ คือ
(๗.๑) รูปที่พึงรู้ด้วย จักขุวิญญาณ คือ ตา (๗.๒) รูปที่พึงรู้ด้วย โสตวิญญาณ คือหู (๗.๓) รูปที่พึงรู้ด้วย ฆานวิญญาณ คือจมูก (๗.๔) รูปที่พึงรู้ด้วย ชิวหาวิญญาณ คือลิ้น (๗.๕) รูปที่พึงรู้ด้วย กายวิญญาณ คือกาย  (๗.๖) รูปที่พึงรู้ด้วย มโนธาตุ(ธาตุคือใจ) (๗.๗) รูปที่พึงรู้ด้วย มโนวิญญาณธาตุ(ธาตุรู้ทางใจ


รายนามผู้เยี่ยมชม : ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ลิตเติลเกิร์ล, ฝาตุ่ม, ข้าวหอม, ต้นฝ้าย, หยาดฟ้า

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..

แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #61 เมื่อ: 19, สิงหาคม, 2568, 05:07:48 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๖/๖) ๔.วิภังค์

(๘) อัฏฐกะ = แจกออกเป็น ๘
(๘.๑) รูปที่พึงรู้ด้วย จักขุวิญญาณ คือ ตา (๘.๒) รูปที่พึงรู้ด้วย โสตวิญญาณ คือ หู (๘.๓) รูปที่พึงรู้ด้วย ฆานวิญญาณ คือจมูก (๘.๔) รูปที่พึงรู้ด้วย ชิวหาวิญญาณ คือลิ้น (๘.๕) รูปที่พึงรู้ด้วย กายวิญญาณ มีสัมผัสเป็นสุข (๘.๖) รูปที่พึงรู้ด้วย กายวิญญาณ มีสัมผัสเป็นทุกข์ (๘.๗) รูปที่พึงรู้ด้วย มโนธาตุ (๘.๘) รูปที่พึงรู้ด้วย มโนวิญญาณธาตุ
(๙) นวกะ = แจกออกเป็น ๙
อินทรีย์ ธรรมชาติอันเป็นใหญ่ คือ จักขุนทรีย์ - ตา, โสตินทรีย์ - หู, ฆานินทรีย์ - จมูก, ชิวหินทรีย์ - ลิ้น, กายินทรีย์ - กาย, อิตถินทรีย์ - ภาวะหญิง, ปุริสินทรีย์ - ภาวะเพศชาย, ชีวิตินทรีย์ - ชีวิต, และรูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ คือ ธรรมชาติ
(๑๐) ทสกะ = แจกออกเป็น ๑๐
(๑๐.๑) อินทรีย์ คือ ตา (๑๐.๒) อินทรีย์คือ หู (๑๐.๓) อินทรีย์คือ จมูก (๑๐.๔) อินทรีย์ คือ ลิ้น (๑๐.๕) อินทรีย์คือ กาย (๑๐.๖) อินทรีย์คือ หญิง (๑๐.๗) อินทรีย์คือ ชาย (๑๐.๘) อินทรีย์คือ ชีวิต (๑๐.๙) ธรรมชาติซึ่งมิใช่อินทรีย์อันถูกต้องได้ (สัปปฏิฆะ) (๑๐.๑๐) ธรรมชาติซึ่งมิใช่อินทรีย์อันถูกต้องไม่ได้ (อัปปฏิฆะ)
(๑๑) เอกาทสก ๑๑ = แจกออกเป็น ๑๑ คือ
(๑๑.๑) จักขายตนะ - ที่ต่อหรือบ่อเกิด คือ ตา (๑๑.๒) โสตายตนะ คือ หู (๑๑.๓) ฆานายตนะ คือ จมูก (๑๑.๔) ชิวหายตนะๅ คือ ลิ้น (๑๑.๕) กายายตนะ คือ กาย (๑๑.๖) รูปายตนะ คือ รูป (๑๑.๗) สัททายตนะ คือ เสียง (๑๑.๘) คันทายตนะ คือ กลิ่น (๑๑.๙) รสายตนะ คือ รส
(๑๑.๑๐) โผฏฐัพพายตนะ คือ โผฏฐัพพะ - สิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยกาย (๑๑.๑๑) รูปที่เห็นไม่ได้ (เอนิทัสสนะ) และถูกต้องไม่ได้ (อัปปฏิฆะ) เป็นของเนื่องด้วย ธัมมายตนะ (รู้ได้ด้วยใจ)
ปัญหาปุจฉกะ = หมวดถามตอบปัญหา ในเรื่อง รูปขันธ์ มีสรุป เช่น
(๑) กองรูป = เป็น อัพยากฤต เป็นกลางๆ ไม่เป็นฝ่ายกุศล และอกุศล
(๒) รูป = มีสภาวะธรรม เป็น กามาวจร - ท่องอยู่ในกามคุณ ๕
(๓) รูป = มีสภาวะธรรม เป็นปริยาปันนะ - นับเนื่องในวัฏฏะทุกข์
(๔) รูป = มีสภาวะธรรม เป็น อนิยยานิกะ - ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏะทุกข์ 
(๕) รูป = มีสภาวะธรรม เป็น อัปปีติกะ -ไม่มีปีติ
(๖) รูป = มีสภาวะธรรม เป็น อวิตักกะ - ไม่มีวิตก (ความตรึก)
(๗) รูป = มีสภาวะธรรม เป็น อวิจาระ - ไม่มีวิจาร(ความตรอง)


รายนามผู้เยี่ยมชม : ลิตเติลเกิร์ล, ข้าวหอม, ต้นฝ้าย, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), หยาดฟ้า

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #62 เมื่อ: 28, สิงหาคม, 2568, 09:01:33 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๕.วิภังค์ (ว่าด้วยขันธวิภังค์ : เวทนาขันธ์)

กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒

   ๑."เวทนา"ส่วนหนึ่ง....................................ของขันธ์ห้าถึง
"รูป,เวทนา"พึง............................................."สังขาร,สัญญา"
และ"วิญญาณขันธ์"......................................ห้าครันล้วนหนา
สร้างกายสัตว์พา..........................................ชีพสืบต่อไป

    ๒.เวทนารู้สึก............................................พอใจสุขลึก
ไม่พอใจนึก..................................................เกิดทุกข์ก่อไข
ไม่สุขไม่ทุกข์...............................................ก่อซุกเฉยไป
อุเบกขาไซร้.................................................อารมณ์กลางกลาง

   ๓.ความรู้สึกเกิด.........................................จากผัสสะเชิด
ประสาทห้าเปิด.............................................ได้"เห็น,ยิน"ผาง
"กลิ่น,ลิ้ม,สัมผัส"............................................ผ่านชัด"ตา"บ้าง
"หู,จมูก,ลิ้น"กร่าง...........................................กาย,ใจตนเอย

   ๔.ใจรับรู้สึก................................................สบายใจนึก
หรือไม่สบายตรึก...........................................หรือเฉยเฉยเลย
เกิดเวทนารู้....................................................พร่างพรูมากเผย
เวทนา"สอง"เปรย...........................................สาม,ห้า,หก,..มี

   ๕.เวทนาขันธ์กราน......................................เจาะแยกหลายกาล
อดีต,อนาคตพาน...........................................ปัจจุบันที
เวทนา"ภายใน"..............................................."นอก"ไซร้มีคลี่
"หยาบ-ละเอียด"รี่...........................................ทราม-ประณีต"แล

   ๖.เวทนาไกล-ใกล้........................................รวมหมดเรียกไข
เวทนาขันธ์ไว.................................................สภาวะหลายแช
เวทนาอดีตคือ................................................ชื่อดับแล้วแฉ
ต้องมีเปลี่ยนแปร............................................รวมเป็นอดีตเอย

   ๗.มี"สุขเวทนา"............................................"ทุกข์เวทนา"กล้า
"อทุกข์สุขฯ"พา..............................................รู้สึกสามเอย
เรียกว่าอดีต...................................................มีขีดคั่นเผย
ความไม่เที่ยงเกย............................................มีปัจจัยนา

   ๘.เวทนาหนึ่ง"..............................................สัมปยุตพึง
ประกอบด้วยตรึง............................................กับผัสสะมา
เวทนาสอง......................................................ความตรองรู้กล้า
"มีเหตุ"นำมา...................................................และ"ไร้เหตุ"แล

   ๙.เวทนาสาม................................................มี"กุศล"ตาม
"อกุศล"ลาม....................................................."อัพยากฤต"แว
สี่เวทนา...........................................................กามาวจร"แน่
อยู่ท่องกามแท้.................................................รูป,รส,กลิ่นเอย

   ๑๐."รูปาว์จฯ"ชม............................................เป็นรูปพรหม
ในรูปภาพคม...................................................."อรูปาว์ฯ"เกย
ใน"อรูปภพ"ไซร้................................................พรหมไร้รูปเอ่ย
"พ้นวัฏฏะ"เชย..................................................ทุกข์จะพ้นแล


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ลิตเติลเกิร์ล, ต้นฝ้าย, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #63 เมื่อ: 28, สิงหาคม, 2568, 09:34:53 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๒/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๑๑.เวทนาห้า............................................"สุขินทรีย์"หนา
"ทุกข์,ทุกขินฯ"มา........................................."เศร้า,โทมนัส"แว
"โสมนัสสินฯ"เอก.........................................อุเบกขินฯ"แน่
วางเฉยโดยแท้............................................ไม่รู้สึกเลย

    ๑๒.หกเวทนา...........................................รู้สัมผัสหนา
สัมผัสด้วย"ตา"............................................."หู,โสตสัมฯ"เอย
ทาง"จมูกฆานสัมฯ".......................................รู้พร่ำ"ลิ้น"เอ่ย
"กายสัมผัสฯ"เกย.........................................รู้ทางกายรอ

   ๑๓."มโนสัมผัสส์ฯ".....................................รู้ด้วยใจชัด
เวทนาเจ็ดคัด...............................................เกิดสัมผัสจ่อ
"ตา,จักขุฯ"โดด.............................................ด้วย"โสตสัมฯ"ขอ
"จมูก,ฆาน์สัมฯ"พอ........................................."ลิ้น,ชิวหาฯ"แล

   ๑๔."กายสัมผัสส์ชา"...................................เกิดทางกายหนา
"มโนธาตุสัมฯ"กล้า........................................เกิดทางใจแด
"มโนวิญญาณฯ"............................................ใจขานรู้แน่
เกิดหกทวารแล้.............................................รวมหกอารมณ์

   ๑๕.แปดเวทนา...........................................เกิดสัมผ้สหนา
"ตา,จักขุฯ"กล้า.............................................."หู,โสตสัมฯชม
"จมูก,ฆานสัมฯ"พริ้ว........................................"ลิ้น,ชิวหาฯ"ขม
"กายสัมผัสฯ"ร่ม.............................................เกิดเป็นสุขเอย

   ๑๖."กายสัมผัส"ล้น......................................เกิดเป็นทุกข์ขาน
"มโนธาตุสัมฯ"ดล...........................................กระทบรู้เลย
"มโนวิญญ์สัมฯ"..............................................ใจพร่ำรู้เผย
จิตรู้มากเชย..................................................หลายอารมณ์แล

   ๑๗.เวทนากล้า............................................เกิดรู้หลายเร้า
"จักขุสัมฯ"เฝ้า................................................รู้ด้วยตาแน่
"โสตสัมผัสฯ".................................................หูชัดยิ่งแฉ
"ฆานสัมผัส"แท้..............................................."ลิ้น,ชิวหาฯ"เอย

   ๑๘."กายสัมผัสฯ"แล้ว...................................ใจรู้แน่แน่ว
"มโนธาตุสัมฯ"แคล่ว........................................จิตรู้ซึ้งเลย
"มโนวิญญ์สัมฯ"ล้น..........................................กุศลเด่นเผย
"มโนวิญญ์สัมฯ"เกย.........................................อกุศลด้วยนา

   ๑๙."มโนวิญญ์สัมฯวาง..................................เกิดเป็นกลางกลาง
ไม่บ่งเพราะพราง.............................................กรรมชั่ว,ดีพา
เวทนาสิบพร่ำ..................................................รู้สัมผัส"ตา"
"โสตสัมผัส"หนา..............................................จมูกสัมผัสแล

   ๒๐.ชิวหาสัมผัส............................................กายสัมผัสชัด
รู้สองอย่างจัด..................................................เกิดสุข,ทุกข์แว
"มโนธาตุสัมฯ"มาก...........................................เกิดจากใจแฉ
"มโนวิญญ์ฯแท้.................................................เกิดกุศลวาง


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ลิตเติลเกิร์ล, ต้นฝ้าย, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #64 เมื่อ: 29, สิงหาคม, 2568, 12:32:29 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
(ต่อหน้า ๓/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๒๑."มโนวิญญ์ฯวิ่ง.....................................อกุศลดิ่ง
"มโนวิญญ์ฯ"นิ่ง............................................อัพ์ยากฤตกลาง
สิบแปดเวทนา..............................................จิตหนารู้ขวาง
จิตมั่วสุมบ้าง................................................"โสมนัสหก"เอย

    ๒๒.ทางตา,จมูก,หู....................................ลิ้น,กาย,ใจพรู
รุม"โทมนัส"ชู...............................................หกทางแน่เลย
อุเบกขาเด่น.................................................รู้เป็นกลางเผย
หกทางเหมือนเกย........................................เช่นเดียวกันแล

   ๒๓."ร้อยแปดเวทนา".................................อดีต,อนาฯ
ปัจจุบันคว้า.................................................สามกาลนี้แล้
มีเท่ากันกริบ................................................สามสิบหกแฉ
เวทนาหลายแท้............................................ง่ายต่อสอนชน

   ๒๔.สุขเวทนา............................................เสวยอารมณ์หนา
ทั้งกาย,ใจฝ่า...............................................สุขตั้งอยู่ล้น
แต่จะเกิดทุกข์.............................................ถูกบุกเปลี่ยนผล
เมื่ออารมณ์ดล.............................................ถูกแปรเปลี่ยนไป

   ๒๕.ทุกข์เวทนา.........................................เสวยอารมณ์หนา
เกิดทุกข์ทนกล้า..........................................ต้องหมองกาย,ใจ
ไม่สำราญจัง................................................ทุกข์ตั้งอยู่ไซร้
จะเกิดสุขไว.................................................เมื่อทุกข์แปรเอย

   ๒๖.อทุกข์สุขเวทน์ฯ...................................ไร้สองประเภท
ทั้งสุข,ทุกข์เจตน์...........................................ไม่สำราญเลย
หรือสำราญกราย..........................................ทั้งกาย,ใจเผย
"สุขรู้ชอบ"เปรย............................................"ทุกข์รู้ผิด"แล

   ๒๗.ราคานุสัย............................................กิเลสนอนไซร้
สุขเวทนาไว..................................................สงฆ์ละกามแช
อกุศลล่ม......................................................ลุปฐมฌานแฉ
ราคานุฯแท้...................................................มิตามนอนเอย

   ๒๘.ปฏิฆานุสัย...........................................ฉุกโกรธเกิดไว
ทุกข์เวทนาไส...............................................มุ่งวิโมกข์เกย
โทมนัสเกิดชัด..............................................ต้องปัดทิ้งเผย
ปฏิฆานุฯเปรย...............................................หลักโทมนัสนา

   ๒๙.อวิชชานุฯไซร้.......................................นอนเนื่องอยู่ใน
อทุกข์สุขเวทน์ฯใกล้......................................สงฆ์ละสองพา
ทั้งสุข,ทุกข์เอก..............................................อุเบกขานา
เศร้า,โสมนัสล้า..............................................สติใสเอย

   ๓๐.มิหลงมัวใน............................................กามราคาฯไซร้
ลุฌานสี่ใส.....................................................บริสุทธิ์เลย
อวิชชานุฯทราม..............................................มิตามนอนเผย
ในฌานสี่เปรย................................................เวทนาดับปลง

   ๓๑.เวทนามีต่าง...........................................ด้วยอามิสขวาง
สุขเวทนาพราง..............................................ไร้สิ่งล่อทรง
สุขเวทนามี....................................................เจือคลี่อามิสบ่ง
ทุกข์เวทนาส่ง...............................................ไร้อามิสปน


รายนามผู้เยี่ยมชม : ลิตเติลเกิร์ล, ต้นฝ้าย, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #65 เมื่อ: 29, สิงหาคม, 2568, 07:55:36 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๔/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๓๒.ทุกข์เวทนามี.....................................อามิสอยู่รี่
อทุกข์สุขเวทน์ฯปรี่....................................อามิสระคน
อทุกข์สุขเวทน์ฯหนา..................................ไร้อามิสดล
หมดสิ่งล่อผล............................................เวทนาคลาย

   ๓๓.วิบากเวทนา......................................ผลเวทนาหนา
ก่อบุญ,บาปกล้า.........................................แก่ตัวตนปลาย
ดับเวทนาชัด..............................................ดับผัสสะวาย
ดับเวทนาหน่าย..........................................ดัวยมรรคแปดพาน

   ๓๔.สงฆ์รู้เวทนา.......................................เหตุเกิดดับหนา
ผล,ทางดับมา.............................................เวทนาสามราน
มีปัญญายิ่ง.................................................พร้อมดิ่งสลัดผลาญ
เป็นสงฆ์จริงสาน.........................................ประโยชน์สงฆ์เอย

   ๓๕.เวทนาเกิด..........................................เพราะผัสสะเพริด
ตัณหาเหตุเชิด............................................เวทนาเกิดเปรย
ดับเวทนาชัด...............................................ดับผัสสะเผย
ทางจะดับเกย..............................................ด้วยมรรคแปดแล

   ๓๖.อะไรเป็นคุณ.......................................แห่งเวทนาหนุน
สุข,โสมนัสดุน..............................................ที่เอ่ยแน่แท้
ใดโทษเวทนา...............................................ด้วยหนาความแปร
สิ่งไม่เที่ยงแน่...............................................เปลี่ยนแปลงธรรมดา

   ๓๗.ใดเป็นอุบาย........................................ทิ้งเวทนาวาย
"ฉันทราคะ"กราย..........................................ขจัดออกมา
ติดใจแรงตาม................................................เพิ่มความอยากหนา
ละออกไปพา.................................................เวทนาหมดไป

   ๓๘.ชนนึกอดีตว่า........................................เคยมีเวทนา
สงฆ์ย่อมคิดหนา............................................เวทนากินไซร้
ในอดีตเหมือนลุ.............................................ปัจจุบันไว
อนาคตยังใกล้...............................................ถูกกินเช่นกัน

   ๓๙.คิดไม่ยินดี............................................ทั้งสามกาลคลี่
เกิดเบื่อหน่ายรี่..............................................คลายกำหนัดครัน
ไม่ชื่นพอใจ...................................................เลิกไซร้หยุดสรรค์
ดับเวทนาพลัน...............................................ปัจจุบันแล

   ๔๐.ชนผู้สดับธรรม,.....................................มิสดับเลยหนำ
สุขเวทนานำ..................................................ทุกข์เวทนาแน่
อทุกข์สุขเวทน์ฯ............................................ซึ้งเจตน์บ้างแฉ
ใดต่างกันแน่.................................................ผู้ฟัง,ไม่ยิน

   ๔๑.ผู้ไม่สดับ..............................................ทุกข์เวทนาตรับ
ย่อมโศกเศร้านับ...........................................คร่ำครวญผลิน
เกิดงมงายเจตน์............................................เสวยเวทนาสิ้น
มีสองอย่างวิ่น...............................................ทั้งใจและกาย

    ๔๒.เขาขัดเคืองพา....................................ทุกข์เวทนา
โกรธ,ปฏิฆา..................................................ย่อมนอนมิคลาย
เพลินกามสุขอยู่............................................ไม่รู้อุบาย
สลัดทุกข์เวทน์ฯวาย......................................มีแต่สุขนอน


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ลิตเติลเกิร์ล, ข้าวหอม, ขวัญฤทัย (กุ้งนา)

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #66 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:22:20 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๕/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๔๓.ราคานุสัย....................................ติดกามเพลินไซร้
ย่อมนอนเนื่องไว...................................มิรู้เหตุจร
คุณ,โทษ,ดับวาย...................................อุบายจะถอน
เวทนาซับซ้อน.......................................ตามความเป็นจริง

   ๔๔.ไม่รู้วิธี..........................................สกัดเวทนารี่
อวิชชานุฯคลี่.........................................หลงติดกามดิ่ง
อทุกข์สุขเวท์นา.....................................จำพานอนนิ่ง
มีกิเลสสิง..............................................เสพ"อทุกข์สุขฯ"ชิน

   ๔๕.ไม่สดับเวทนา...............................มีกิเลสพา
เสพ"สุขเวทนาฯ"กล้า.............................."สุขเวทนาฯ"ยิน
"อทุกข์สุขเวทน์ฯ"เร้า..............................พุทธ์เจ้าตัดสิน
กอปรชาติ,ชราสิ้น..................................ตายเศร้าเสียใจ

   ๔๖.ผู้ได้สดับ.......................................ทุกข์เวทนาครัน
ไม่โศกครวญนับ.....................................เสวยเวทนาใด
แค่กายเท่านั้น........................................เว้นครันจิตใส
ไม่โกรธเคืองไกล....................................ปฏิฆาฯไม่มี

   ๔๗.ผู้สดับรุก.......................................มิเพลินกามสุข
รู้อุบายชุก..............................................ผละทุกข์เวทน์ฯปรี่
กามสุขมิเพลิน........................................จึงเดินพ้นหนี
ราคานุฯลี้...............................................กามมิแค่นอนเอย

   ๔๘.รู้เกิด,ดับปรี่...................................คุณ,โทษวิธี
ละเวทนารี่..............................................ความเป็นจริงเปรย
อวิชชานุฯชิด..........................................หลงติดกามเผย
อทุกข์สุขเวทน์ฯเกย................................มินอนเนื่องแล

   ๔๙.แม้เสพสุขเวทน์ฯ.............................ทุกข์เวทนาเจตน์
อทุกข์สุขเวทน์ฯ......................................ปราศกิเลสแล้
ผู้สดับแล้ว...............................................เรียกแน่วปราศแฉ
ชาติ,ชราแท้.............................................ตาย,โศก,ทุกข์วาย

   ๕๐.สงฆ์ผู้สดับ......................................สุข,ทุกข์ไม่รับ
เพราะไม่เที่ยงนับ.....................................เสื่อมดับแปรกลาย
เวทนาอนัตตา..........................................ไม่หนาตัวตนฉาย
จักพินาศวาย...........................................สงฆ์คลายยินดี

   ๕๑.ผู้ไม่ละไซร้.....................................ราคานุสัย
เพราะยังติดใจ.........................................สุขเวทนาลี
ปฏิฆาฯมิรุก..............................................กับทุกข์เวทน์ฯชี้
เพราะยังเศร้าคลี่......................................ปฏิฆาฯจึงนอน

    ๕๒.ผู้ยังไม่ทิ้ง.......................................อวิชชานุฯจริง
ยังยินดียิ่ง................................................อทุกข์สุขเวทน์ฯจร
มิรู้โทษยับ................................................ทางดับสิ้นถอน
อวิชชานุฯยอน..........................................จึงนอนเนื่องเอย

   ๕๓.ผู้ยังไม่ละ.........................................ไม่อยู่ฐานะ
จะตัดทุกข์ฉะ............................................ให้สิ้นไปเลย
ถ้าละสามหนา...........................................ราคานุฯเผย
ปฏิฆาฯ,อวิชช์ฯเปรย..................................ดับทุกข์ได้ครัน


รายนามผู้เยี่ยมชม : ขวัญฤทัย (กุ้งนา), หยาดฟ้า, ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #67 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:33:52 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๖/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๕๔."ผัสสะ"ปัจจัย...........................เกิดเวทนาไซร้
เสวยอารมณ์ไว.................................สุข,ทุกข์บ้างเอ่ย
ไม่สุข,ไม่ทุกข์...................................มิบุกเพราะเฉย
เวทนาอยู่เกย....................................เพราะผัสสะเจริญ

   ๕๕.เวทนารู้สึก...............................เป็น"อนัตตา"ตรึก
"ไม่ใช่ตัวตน"นึก................................ทำใดได้เพลิน
ถ้าเวทนาเป็น....................................."ตน"เด่นแน่เถิน
ไม่มีป่วยเดิน......................................สั่งหยุดได้แล

   ๕๖.ผู้กล่าวเวทนา............................เป็นตน,อัตตา
คำพูดนั้นหนา.....................................มิสมควรแน่
เวทนามีเกิด........................................มีเพริดเสื่อมแฉ
ตนอัตตาแท้.......................................ต้องเกิด,ดับลง

   ๕๗.ชนเห็นอัตตา.............................เป็นของตนหนา
เสพสุขเวทนา.....................................ทุกข์เวทนาตรง
อทุกข์สุขเวทน์ฯลาม...........................ทั้งสามนี้บ่ง
เวทนาดับลง.......................................แค่ปัจจุบัน

   ๕๘.เห็นเวทนาตรอง.........................ไม่เป็นตนครอง
ตัวเราไม่ต้อง......................................เสพเวทนาพลัน
แต่ก็มิใช่............................................ยังได้เสพผลัน
ตัวเรามีครัน........................................เวท์นาธรรม์ดา

   ๕๙.กล่าวเวทนาแล...........................มิเป็นตนแน่
แต่ยังเสพแท้.......................................ธรรมดาซินา
ถูกซักเวทนา.......................................ดับพร่าหมดหนา
ยังคิด"ตน"ว่า.......................................เป็นเราได้ไย

   ๖๐.สงฆ์ไม่ตรึกยล............................เวทนาเป็นตน
ไม่เล็งเสวยล้น.....................................มิคิดเสพไว
ว่าเวทนา.............................................ธรรมดาไซร้
สงฆ์ไม่ยึดไกล.....................................ย่อมลุนิพพาน

   ๖๑.พุทธ์เจ้าทรงคลี่..........................สติปัฏฐานสี่
เจริญสติทวี........................................."กายในกาย"ชาญ
มีสติเพียรดั้น.......................................สัมปชัญญะฉาน
กำจัด"โลภะ"ซาน.................................โทมนัสหมดลง

    ๖๒.พิจารณ์"เวทนา...........................ในเวทนา"กล้า
"จิตในจิต"หนา....................................."ธรรมในธรรม"ตรง
สติปัฏฐานล้ำ........................................จะกำหนดบ่ง
รู้เวทนาส่ง............................................ทั้งสามนี้เอย

   ๖๓.เห็น"เวทนาใน...............................เวทนา"เป็นใด
สงฆ์กำลังใฝ่.........................................สุขเวทน์ฯรู้เอ่ย
กำลังทุกข์เวทน์ฯ...................................รู้เดชมันเผย
อทุกข์สุขเวทน์ฯเกย..............................ก็รู้ยิ่งแล

   ๖๔.สุขเวทนามี...................................อามิสเจือคลี่
สุขเวทนาที่...........................................ไม่มีเจือแท้
ทุกข์เวทนาติด.......................................อามิสเจือแฉ
ทุกข์เวทนาแน่.......................................ไม่เจือชัดเอย


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:5005
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 735



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #68 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:58:57 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

(ต่อหน้า ๗/๑๗) ๕.วิภังค์

   ๖๕.อทุกข์สุขเวทน์ฯมี..............อามิสเจือคลี่
อทุกข์สุขเวทนาฯที่.....................ไม่มีเจือเลย
สงฆ์พิจารณ์หนา........................เวทนารู้เผย
ภายใน-นอกเชย.........................เกิด,เสื่อมถ้วนนา

   ๖๖.สงฆ์มีสติชู.........................เวทนามีอยู่
ไร้ตัณหาพรู...............................ไร้ทิฏพา
ไม่ถือมั่นใจ.................................ที่ในโลกหนา
เรียกเห็น"เวทนา..........................ในเวทนา"เลย

   ๖๗.สงฆ์มีสติรู้..........................ใจพากเพียรชู
สุขเวทนาพรู................................อาศัยกามเกย
ผัสสะเกิดไว.................................ซึ่งไม่เที่ยงเผย
มีเสื่อม,ดับเอ่ย..............................ต้องสลัดแล

   ๖๘.ทิ้งผัสสะใน..........................สุขเวทนาไซร้
ราคานุสัย.....................................ละ"ติดกาม"แท้
สุขเวทนาดับ.................................หายลับตามแฉ
ตรึกเยี่ยงนี้แล้...............................อีกสองเวทนา

   ๖๙.ราคานุสัย............................สงฆ์ละเลิกไซร้
เลิกติดกามไว................................จากสุขเวทน์ฯพา
ปฏิฆานุฯโกรธ...............................กระโดดพ้นหนา
จากทุกข์เวทน์ฯมา.........................ละเสียได้เอย

   ๗๐.อวิชชานุสัย..........................สงฆ์ละเร็วไกล
เลิกหลงรู้ไว...................................จากอทุกข์สุขฯเปรย
พุทธ์เจ้าตรัสว่า..............................ผู้กล้าเก่งเผย
ตัดตัณหาเสย................................ตัดสังโยชน์แล

   ๗๑.ดำริถูกต้อง...........................มีความเพียรครอง
สติสัมป์ชัญฯผ่อง...........................เรียกบัณฑิตแท้
ย่อมจดรู้หนา.................................เวทนาหลายแฉ
หมดกิเลสแน่..................................มิหลงคราวตาย

   ๗๒.ผู้ศรัทธาธรรม........................เชื่อมั่นยิ่งล้ำ
ไม่หวั่นไหวถลำ...............................ตา,หู..แปรกลาย
ไม่เที่ยงธรรมดา..............................ด้วยตา,รูปฉาย
สัมผัสเกิดกราย...............................จักขุเวทน์ฯเอย

   ๗๓.โสตสัมผัสเวทนาฯ...................ฆานสัมผัสหนา
ชิวหาเวทน์ฯพา................................กายสัมผัสฯเกย
มโนสัมผัสฯปรก...............................ทั้งหกแปรเผย
ผู้ไม่หวั่นเอ่ย....................................."สัทธานุฯแล

   ๗๔.พุทธ์เจ้าตรัสเล่า.......................ผู้เพ่งธรรมเคล้า
ด้วยปัญญาเนา................................."ธัมมานุฯ"แว
เป็นโสดาบัน......................................มิหวั่นต่ำแฉ
ผู้เที่ยงซิแน่.......................................ตรัสรู้ต่อไป

   ๗๕.เวทนาสาม................................สุขเวทนาตาม
ทุกข์เวทนาลาม..................................อทุกข์สุขเวทน์ฯใด
เกิดด้วยเด่นชัด..................................มีผัสสะไข
เป็นมูล,เหตุไว....................................รวมปัจจัยแล
บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
หน้า: 1 ... 3 4 [5]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.107 วินาที กับ 88 คำสั่ง
กำลังโหลด...