Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> นิยาย-เรื่องสั้น-บทความ-ความเรียง-เรื่องเล่าทั่วไป >> ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร
หน้า: [1]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร  (อ่าน 7692 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลิตเติลเกิร์ล
.ผู้มีจินตนาการ.
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:50755
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 58
จำนวนกระทู้: 3992



| |
ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร
« เมื่อ: 15, มีนาคม, 2559, 05:14:08 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร


   

                     ทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร
                            ...............

สมัยที่ทำงานในสำนักงาน เพื่อนคนหนึ่งชอบหยิบขนมบนโต๊ะเพื่อนใส่ปากเลย
ไม่ถามเจ้าของสักคำว่ากินได้ไหม...

พวกที่ชอบทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไรส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนรักของเรานี่แหละ!

นักอ่านหลายคนบอกผมว่า เพื่อนถือวิสาสะหยิบยืมหนังสือไปอ่านแล้วไม่คืน
 จึงต้องซื้อใหม่ เพราะคนเป็นเพื่อนมักถือคติ “ไม่เป็นไรหรอก ซี้กัน!”

เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เพื่อนโทรศัพท์มาหาแล้วพูดเลย
สรุปเสร็จสรรพว่าเราว่าง และอยากคุยด้วย

เพื่อนบางคนเปิดเพลงที่เขาชอบดังไปทั่วออฟฟิศ
เพราะทึกทักเอาว่าคนอื่นชอบเพลงแบบนั้นเหมือนเขา

อยู่หอพักหรือบ้านเช่าหลังเดียวกัน เพื่อนก็ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้า
หยิบเสื้อผ้าของเราไปใช้เลย

เหล่านี้คือการถือวิสาสะหรือทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร

การไม่คืนหนังสือสักเล่มหรือกินขนมสักชิ้นสองชิ้นไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
แต่บางครั้งการถือวิสาสะอาจไปไกลกว่าขอบเขตที่สมควร

เคยไหมที่เพื่อนบางคนมาเคาะประตูเยี่ยมโดยไม่บอกล่วงหน้า
การคิดถึงเพื่อนแล้วไปเยี่ยมก็เป็นเรื่องดี แต่หากโผล่เขามาผิดจังหวะอาจไม่ค่อยดี!

เพื่อนบางคนมาเยี่ยมพร้อมเด็กเล็ก บอกว่า “ฝากดูเด็กหน่อยซี รู้ว่าเธออยู่บ้านทั้งวัน”

บางคนยกกระเป๋ามาหนึ่งใบ บอกว่า
“เธอกำลังจะไปเยี่ยม (ชื่อคน) ที่ (ชื่อจังหวัดหรือชื่อประเทศ) ใช่ไหม?
ฝากของให้เขาหน่อย”

เพื่อนอาจไม่ทันคิดว่า บางทีเราอาจมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ

บ้างเมื่อรู้ว่าเราจะเดินทาง ก็ยื่นรายการของฝากซื้อทันที

การถือวิสาสะบางอย่างเป็นเรื่องประจำวัน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นทุกวัน ก็คิดว่าเราเป็น ‘ของตาย’

บางคนมักมีนิสัยตัดสินใจให้คนอื่นเสร็จสรรพ เพราะคิดเอาเองว่าดีแล้ว หรือดีสำหรับเขาแล้ว

นานมาแล้ว ผมเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง
เพื่อนบ้านที่อยู่ไกลออกไปกรุณาส่งคนงานมาตัดต้นไม้หน้าบ้านให้
โดยไม่บอกกล่าวหรือขออนุญาต เพราะทนความรำคาญตาไม่ไหว
ที่ต้นไม้โตเกินมาตรฐานความงามของเขา เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

การทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไรยังปรากฏในเรื่องมารยาทพื้นฐาน
ที่เห็นบ่อยที่สุดคือการเอ่ยคำขอบคุณ

สังเกตไหมว่าบ่อยครั้งเราแสดงมารยาทที่ดีต่อคนแปลกหน้ามากกว่า
กับเพื่อนสนิทของเราเอง บางคนพูดจากับคนแปลกหน้าสุภาพมาก
แต่พูดกับคนรักห้วนเป็นมะนาวไม่มีน้ำ หรือมะนาวตากแห้งมาสามปี

สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันนานๆ ไม่มากคู่ที่ยังเอ่ยคำขอบคุณเมื่ออีกฝ่ายช่วยทำอะไรให้

ภรรยาดูแลสามีอย่างดี แต่สามีกลับมองไม่เห็น
เพราะคิดว่าคู่ครองของตนเป็น ‘ของตาย’ หรือ “ก็เป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้วนี่นา”

ยิ่งน้อยคนขอบคุณคนรับใช้ ทึกทักเอาเองว่าไม่ต้อง ก็เป็นคนใช้นี่นา!

หลายคนไม่เคยขอบคุณพนักงานร้านอาหารเมื่อยกของกินมาเสิร์ฟ “ก็เป็นหน้าที่ของเขานี่”

ทว่าหน้าที่ก็คือหน้าที่ มารยาทก็คือมารยาท เป็นคนละเรื่องกัน

พ่อแม่ก็มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก แต่มิได้หมายความว่าเราไม่แสดงออกความขอบคุณเมื่อท่านทำอะไรให้เรา

ผมโชคดีได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนหลายคนหลายชาติในต่างประเทศหลายปี
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องอยู่อาศัยร่วมกับคนอื่น เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน ใช้ห้องครัวห้องน้ำร่วมกัน

เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะต่างคนต่างนิสัยกันเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในภาคปฏิบัติ
มันช่วยให้เข้าใจเรื่องเอาใจเขามาใส่ใจเราดีขึ้น

คนทุกคนที่หัวใจ แม้แต่คนที่สังคมจัดว่าอยู่ในระดับล่างที่สุด ก็มีความรู้สึก

มารยาทเป็นเรื่องสากล มันมีสองด้านคือมีมารยาทกับไม่มีมารยาท
ไม่มีกลางๆ เคยสังเกตไหมว่าคนจำนวนมากเมื่อเผลอเหยียบเท้าคนแปลกหน้า
จะขอโทษทันที แต่เมื่อเหยียบเท้าลูกแล้วทึกทักเอาว่าไม่เป็นไร
 ลูกไม่ถือสา คนกันเอง ไม่ต้องขอโทษ

อย่าทึกทักเอาเองว่าไม่เป็นไร เพราะมันเท่ากับว่าเราให้ราคาคนที่เรารักน้อยกว่าคนที่เราไม่รู้จัก

การทึกทักเอาเองอาจสร้างความเข้าใจผิด หรือส่งสารผิดๆ ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้
ควรเอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ คิดเสมอว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร

สมัยที่ทำงานในสำนักงาน เพื่อนคนหนึ่งชอบหยิบขนมบนโต๊ะเพื่อนใส่ปากเลย
ไม่ถามเจ้าของสักคำว่ากินได้ไหม

วันหนึ่งเขาเห็นขนมปัง โอรีโอ ไส้ขาวบนโต๊ะ ก็คว้าหมับยัดใส่ปากทันที
เพื่อนๆ หัวเราะ เพราะขนมปัง โอรีโอนั้นถูกปาดไส้ขาวออก บีบยาสีฟันแทนไส้

คงเข็ดขนมปังยาสีฟันไปอีกนาน!

ขอบคุณบทความจาก
วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

12 มีนาคม 2559



รายนามผู้เยี่ยมชม : รพีกาญจน์, ปลาย อักษร, กร กรวิชญ์, ปลายฝน คนงาม, Paper Flower, ลมหนาว ในสายหมอก, Black Sword, น้ำหนาว, ก้าง ปลาทู, หนูหนุงหนิง, กรกช, ณดาอินทร์, 1p, หญิงหนิง พราววลี, อิงดาว พราวฟ้า, Mr.music

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "ลิตเติลเกิร์ล"
รวมบทกลอน  "เสียงเพลงกับรอยปากกา"
..

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 51 คำสั่ง
กำลังโหลด...