Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม >> ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
หน้า: 1 ... 17 18 [19]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร  (อ่าน 129147 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:6204
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 968



| |
Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
« ตอบ #270 เมื่อ: 05, มกราคม, 2569, 09:38:56 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร

ประมวลธรรม : ๖๒. จูฬธัมมสมาทานสูตร (ว่าด้วยการสมาทานธรรม สูตรเล็ก)

รุมมวดีฉันท์ ๑๐/โคลงสามสุภาพ

    ๑.น้อมอภิวาทน์แด่..........................แลอรหันต์เกล้า
โคตมพุทธ์เจ้า....................................โพธิลุด้วยตน

    ๒.ยลเมตตา,การุณ..........................คุณอดุลย์ยิ่งหล้า
สอนราษฎร์เรียนธรรมกล้า..................สู่ห้วงนิพพาน

    ๓.พุทธะประทับตรง.........................ทรงนยสอนกราน
สงฆ์เจาะสมาทาน................................ธรรมจตุพฤติหนา

    ๔.สมาทานจำแนก............................แจกธรรมเป็นสี่ชี้
"มีสุขขณะนี้........................................ภพหน้าทุกข์"เผย

    ๕."ทุกข์ขณะนี้รุก.............................ทุกข์จรหน้าเกย"
"ทุกข์ขณะนี้เอ่ย..................................แต่สุขะหน้า"แฉ

    ๖.แล"สุขปัจจุบัน..............................ครันเป็นสุขภพหน้า"
ความต่างกันไยคว้า..............................เหตุไซร้เพราะใดเผย

    ๗."หนึ่ง"สุขะครานี้.............................ชี้ทุขะหน้าเอ่ย
มีคติกามเปรย......................................กามนิรโทษไข

    ๘.เขาไวเสพสุขสม............................กายนิยมสุขล้ำ
ปัจจุบันสุขย้ำ.......................................ภพหน้าอบายหนา

    ๙."สอง"ทุขะชาตินี้............................ชี้ทุขะภพหน้า"
ผู้ปฏิบัติฝ่า...........................................เปลือยอนะเสื้อชม

    ๑๐.ซมเซามิรับชัด.............................ภัตรบริจาคไซร้
กินภัตรเรือนตนไคล้..............................ภัตรค้างคืนติง หลายวัน

    ๑๑.ผลชิระหล่นต้น............................ด้นเหมาะเจาะกินจริง
ครองเสาะเลาะผ้าทิ้ง.............................นอนศยะบนหนาม

    ๑๒.ทำความลำบากแล.......................แฉกับตนมุ่งเป้า
ถอนหนวด,ผมปลงเฝ้า...........................ไม่แคล้วนรกหนา

    ๑๓."สาม"ทุขะโลกนี้...........................ชี้รติณหา
โทสะปะแรงกล้า....................................โมหะประจำเผย

    ๑๔.ทุกข์เปรยโทมนัสครอง.................ทุกข์นองมักก่นไห้
ศีลพรตพฤติครบไซร้.............................โลกหน้าสุขผล

    ๑๕."สี่"สุขะโลกนี้................................ชี้รติน้อยยล
โทสะและหลงค้น...................................พึงนิรพบเผย

    ๑๖.เปรยเขาพฤติกุศล........................ดล"ปฐมฌาน"ล่วงแล้ว
พลางต่อ"ฌานสอง"แผ้ว..........................จ่อด้วยฌานสาม

    ๑๗.ถึงจตุฌานสี่.................................รี่เจาะ"อุเบกฯ"ตาม
มีสติพูนงาม...........................................โลกหน้าสุขหนา

    ๑๘.คราพุทธ์องค์ทรงตรัส...................ชัดสมาทานยิ่งล้น
สงฆ์ชื่นชมมากท้น..................................เลิศแล้ธรรมแฉ ฯ|ะ

แสงประภัสสร

มจร. ๕. จูฬธัมมสมาทานสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
https://84000.org/tipitaka/book/m_siri.php?B=12&siri=45


รายนามผู้เยี่ยมชม : ต้นฝ้าย, ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม, หยาดฟ้า

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..

แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:6204
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 968



| |
Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
« ตอบ #271 เมื่อ: 06, มกราคม, 2569, 08:37:27 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร

(ต่อหน้า ๒/๒) ประมวลธรรม : ๖๒. จูฬธัมมสมาทานสูตร

การสมาทานธรรม =  แปลจากคำว่า “ธัมมสมาทาน” คือ ถือปฏิบัติ มี ๔ ประการ ได้แก่
(๑) การสมาทานธรรมที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากในอนาคต เป็นไฉน
~ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า โทษในกามทั้งหลายมิได้มี
~ จึงเป็นผู้ดื่มในกามทั้งหลาย ย่อมบำเรอกับพวกนางปริพาชิกา
 ~ สมณพราหมณ์เหล่านั้น ครั้นถึงความเป็นผู้ดื่มในกามทั้งหลายแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เสวยทุกขเวทนา
~ ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไป
(๒) การสมาทานธรรมที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากในอนาคต เป็นไฉน
~ ปริพาชกบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เปลือยกาย ปล่อยมารยาทดีเสีย (ยืนถ่ายอุจาระ ปัสสาวะ แล้วก็กิน) เช็ดอุจจาระที่ถ่ายด้วยมือ
~ ไม่รับภิกษาตามที่เขาเชิญให้รับ ไม่หยุดตามที่เขาเชิญให้หยุด ไม่ยินดีภิกษาที่เขานำมาให้ ไม่ยินดีภิกษาที่เขาเจาะจงให้ ไม่ยินดีการนิมนต์ ไม่รับภิกษาที่เขาให้แต่ปากหม้อ ไม่รับภิกษาที่เขาให้แต่ปากกระเช้า ไม่รับภิกษาในที่มีธรณี มีสาก หรือมีท่อนไม้คั่นในระหว่าง ไม่รับภิกษาของคน ๒ คนที่กำลังกินอยู่ ไม่รับภิกษาของหญิงมีครรภ์ ของหญิงที่กำลังให้ลูกดื่มนม ของหญิงผู้คลอเคลียบุรุษ ไม่รับภิกษา ที่เขานัดกันทำ ในที่ที่เขาเลี้ยงสุนัข ไม่รับภิกษาในที่มีหมู่แมลงวันตอม
~ ไม่รับปลา ไม่รับเนื้อ ไม่ดื่มสุรา ไม่ดื่มเมรัย ไม่ดื่มน้ำหมักดอง
~ รับภิกษาที่เรือนแห่งเดียว เฉพาะคำเดียวบ้าง สองคำบ้าง ฯลฯ เจ็ดคำบ้าง กลืนอาหารที่เก็บค้างไว้วันหนึ่งบ้าง สองวันบ้าง ฯลฯ เจ็ดวันบ้า
~ เป็นผู้หมั่นประกอบเนือง ๆ ในการกินภัตที่เวียนมาตลอดกึ่งเดือน แม้เช่นนี้ ด้วยประการฉะนี้อยู่
~ ปริพาชกนั้นกินผักดอง กินข้าวฟ่าง กินลูกเดือย กินกากข้าว กินสาหร่าย กินรำ กินข้าวตัง กินข้าวไหม้ กินหญ้า กินโคมัย กินเหง้าไม้ และผลไม้ในป่า กินผลไม้ที่หล่นเองเลี้ยงอัตภาพ
~ ปริพาชกนั้น ครองผ้าปอ ครองผ้าที่มีวัตถุปนกัน ครองผ้าผี ครองผ้าที่เขาทิ้ง ครองผ้าเปลือกไม้ ครองหนังเสือ ฯลฯ
~ เป็นผู้ถอนผมและหนวด หมั่นประกอบเนือง ๆ ในการถอนผมและหนวด ยืนในที่สูง ห้ามอาสนะ
~ เป็นผู้เดินกระโหย่ง ประกอบความเพียรในการกระโหย่ง
~ นอนบนขวาก นอนบนหนาม
~ หมั่นประกอบในการลงน้ำวันละ ๓ ครั้ง
~ ตามประกอบความหมั่นอันทำร่างกายให้ลำบากเดือดร้อนหลายอย่าง เห็นปานนี้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไป
(๓) การสมาทานธรรมที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากในอนาคต
ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากต่อไป เป็นไฉน
~ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีราคะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัส อันเกิดแต่ราคะเนือง ๆ
~ เป็นผู้มีโทสะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนือง ๆ
~ เป็นผู้มีโมหะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนือง ๆ
~ บุคคลนั้นถูกทุกข์บ้าง โทมนัสบ้าง ถูกต้องแล้ว เป็นผู้มีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่
~ แต่ประพฤติพรหมจรรย์บริบูรณ์บริสุทธิ์
~ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลก สวรรค์
ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบาก ต่อไป
(๔) การสมาทานธรรมที่มีสุขในปัจจุบัน และมีสุขเป็นวิบากในอนาคต
ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน และมีสุขเป็นวิบากต่อไป เป็นไฉน
~ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีราคะกล้าโดยปรกติ ย่อมไม่เสวยทุกขโทมนัส อันเกิดแต่ราคะเนือง ๆ
~ เป็นผู้ไม่มีโทสะกล้าโดยปรกติ ย่อมไม่เสวยทุกขโทมนัส อันเกิดแต่โทสะเนือง ๆ
~ เป็นผู้ไม่มีโมหะกล้าโดยปรกติ ย่อมไม่เสวยทุกขโทมนัส อันเกิดแต่โมหะเนือง ๆ
~ บุคคลนั้นสงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์แล้วแลอยู่ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีสุขในปัจจุบัน และมีสุขเป็นวิบากต่อไป
ธรรมสมาทานมี ๔ อย่างเหล่านี้แล


รายนามผู้เยี่ยมชม : ต้นฝ้าย, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม, ลิตเติลเกิร์ล, หยาดฟ้า

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:6204
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 968



| |
Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
« ตอบ #272 เมื่อ: 07, มกราคม, 2569, 09:19:07 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร

ประมวลธรรม : ๖๓.วีมังสกสูตร (ว่าด้วยภิกษุผู้พิจารณาสอบสวน)

รโธทธตาฉันท์ ๑๑/โคลงสามสุภาพ

    ๑.กราบพระพุทธะอรหันต์............................ศรัณย์ประชา
ตรัสรู้สิดนุหนา................................................พระธรรมประเสริฐ

    ๒.เลิศพระศาสดา........................................เมตตาชนเปี่ยมท้น
สอนเหล่าสงฆ์,ชนดั้น.......................................ห่างลี้ทุกข์ผลาม

    ๓.พุทธเจ้าลุศยะพัก.....................................ประจักษ์อะราม
"เชตวันฯ"คฤหนาม..........................................."อนาฯ"วาย

    ๔.พุทธ์องค์กรายสอนชิด..............................วาระจิตอื่นไซร้
หากไม่ทราบตรวจได้.......................................เด่นแล้พิจารณ์ พุทธ์องค์

    ๕.สอบพระองค์ลุภวรุด.................................พระพุทธะบ่ง
จริงรึไม่กะทวิตรง............................................เจาะหูและตา

    ๖.ตถาคตมีธรรม..........................................นำจิตพาหม่นเศร้า
บรรเจิดตา,หูเร้า...............................................เด่นแล้หรือไฉน

    ๗.ผลพระพุทธะนิรหมอง...............................จะผ่องไสว
ตาและหูเจาะศุจิไว...........................................เหมาะตรวจขยาย

    ๘.สอนกรายธรรมหู,ตา..................................ตถาคตดิ่งแล้
ธรรมจุ่ง"ขาว-ดำ"แท้.........................................พรั่งพร้อมเกิดผล มิเกิด

    ๙.ตรวจตถาฯเจาะอนะพราว..........................."ลิขาวกุศล"
"ดำซิชั่ว"ลุหินะดล..............................................มิเจือซิสอง

    ๑๐.ตรองตรวจสอบพุทธ์องค์..........................ทรงมีธรรมผ่องแผ้ว
ดังที่ตา,หูแกล้ว..................................................อุบัติแล้ละหรือ

    ๑๑.พุทธองค์ลุสุจินำ........................................พระธรรมระบือ
ตาและหูสิภวลือ..................................................จะแจ้งพระธรรม

    ๑๒.นำตรวจธรรมตถาคต.................................จรดมากอีกพิศกล้
"กุศลหยุดนานช้า"..............................................."อุบัติน้อยมินาน"

    ๑๓.ตรวจสิแล้วจะประลุผล...............................กุศลละกราน
กาลจิรังสถิรขาน.................................................มิใช่กระจิด

    ๑๔.พิศตรวจตถาคต.........................................ทรงจดมีชื่อล้น
เพราะสั่งสอนชนด้น.............................................โทษพร้อมมีไหม

    ๑๕.สอบพระองค์สินิรโทษ.................................ก็โลดคระไล
ตรวจพินิจเสาะภยภัย............................................เจาะมีรึหนา

    ๑๖."ราคะ,กาม"ปราศหรือ..................................ตรวจสอบคือหมดแล้ว
ภัยไป่มี,ราคะแคล้ว...............................................เพิกพ้นกามไส

    ๑๗.ถูกเจาะถามละภยครัน.................................จะมั่นไฉน
ตอบสิเขาเจาะนยไว..............................................ณ กลุ่มนิกร

    ๑๘.พลางจรมีอามิส...........................................ถูกประชิดเหยื่อแท้
บางพวกมิมีแล้......................................................ย่อมไร้เหยียดเขา

    ๑๙.เราสดับซิวทะรุด..........................................พระพุทธเจ้า
ผู้มิมีสิภยเร้า..........................................................เพราะ"ราคะ"ปลง

    ๒๐.พุทธ์องค์แนะพึงถาม.....................................ความตถาคตมากชี้
ธรรมเกี่ยวตา,หูนี้....................................................โศกแจ้งมีไหม

    ๒๑.เราตถาฯจะภณรี่...........................................มิมีอะไร
ถามเสาะธรรมลุปะทะไกล.......................................ซิ"ขาวและดำ"

    ๒๒.ตอบนำตถาคต..............................................จด"ขาว-ดำ"ห่อนไร้
ธรรมชั่ว,ธรรมดีไซร้.................................................ไม่น้อมเลยหนา มิเจือ


รายนามผู้เยี่ยมชม : ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ต้นฝ้าย, หยาดฟ้า, ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:6204
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 968



| |
Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร
« ตอบ #273 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:08:23 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: ประมวลธรรม: ๘.เกวัฏฏสูตร

(ต่อหน้า ๒/๓) ประมวลธรรม : ๖๓.วีมังสกสูตร

    ๒๓.ถามตถาฯสิพหุพรู......................................กะหูและตา
ธรรมสิผ่องลุรุจิกล้า.............................................จะมีรึไม่

    ๒๔.ตอบไวมีธรรมครัน......................................อันบริสุทธิ์ล้น
ลุสู่ทางเดินพ้น......................................................ห่างแล้วตัณหา

    ๒๕.ศาสดาจะนยสอน .......................................ขจรซิกล้า
ธรรมประณีตเจาะทวิหนา......................................สิขาวและดำ

    ๒๖.สงฆ์นำธรรมประพฤติ..................................ยึดกระทำยิ่งท้น
"ดำ"มุ่งละไกลพ้น..................................................เพิ่มขึ้น"ขาว"กุศล

    ๒๗.พุทธเจ้าเจาะภณชัด....................................ก็ศรัทธะดล
เหตุสิทัสสนะลุผล.................................................ซิมั่นคุณา

    ๒๘.พาสงฆ์,เทพ,พรหมไกล................................มิไหวเบนเบี่ยงแล้
จึงแน่วโสดาฯแท้...................................................เพียบพร้อมสมบูรณ์

    ๒๙.ตรัสตถาฯริตริพิจารณ์.................................ก็ผ่านวิทูร
เป็นซิเยี่ยงเจาะวทะพูน..........................................เจาะถูกซิแฉ

    ๓๐.แลภาษิตพุทธ์องค์.......................................สงฆ์คงชมชื่นน้อม
พึงเลือกเหมาะดีพร้อม...........................................พฤติย้ำทำตาม ฯ|ะ

แสงประภัสสร

มจร. ๗ : วีมังกสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ]มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=47

เชตวันฯ= วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย
วีมังสกสูตร = คือ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้พิจารณาเปรียบเทียบคุณธรรมและการประพฤติปฏิบัติของตัวพระองค์เอง และของภิกษุอื่นๆว่า มีอะไรดีหรือชั่ว มากน้อยแค่ไหน  เพื่อเลือกเอาตัวอย่างที่ดีๆมาใช้เป็นตัวอย่าง แนวทางในการประพฤติปฏิบัติตาม
ภิกษุผู้ตรวจสอบ = มี ๓ จำพวก คือ
(๑) อัตถวีมังสกะ - ผู้พิจารณาประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น
(๒) สังขารวีมังสกะ - ผู้พิจารณาสังขารธรรม โดยลักษณะของธรรมนั่น โดยสามัญญลักษณะ และโดยวิภาคธรรม
(๓) สัตถุวีมังสกะ - ผู้พิจารณาตรวจสอบพระศาสดา เช่น พิจารณาว่า ขึ้นชื่อว่าศาสดาต้องมีคุณเช่นนี้ๆ ในสูตรนี้ หมายเอาสัตถุวีมังสกะ
[ก] การตรวจสอบธรรมของพระตถาคต
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ตรวจสอบ เมื่อไม่รู้วาระจิตของผู้อื่น พึงทำการพิจารณา ดังนี้
(๑) ตรวจสอบตถาคตเพื่อทราบว่า ‘ตถาคตเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่' ในธรรม ๒ ประการ
(๑.๑) ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาอันเศร้าหมองหรือไม่
(๑.๒) ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางหูว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางหูอันเศร้าหมองหรือไม่
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบแล้วก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมิได้มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเศร้าหมอง
(๒) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า
‘ตถาคต มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเจือกันหรือไม่’
~ เจือกัน = คือ เป็นสิ่งผสมกัน กล่าวคือบางครั้งเป็นธรรมดำ บางคราวเป็นธรรมขาว
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมิได้มีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันเจือกัน’
(๓) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้ทางตาและทางหูอันผ่องแผ้วหรือไม่’
-> เมื่อพิจารณาตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ตถาคตมีธรรมที่จะพึงรู้แจ้งทางตาและทางหูอันผ่องแผ้ว’
(๔) จากนั้น ก็พิจารณาตรวจสอบตถาคตให้ยิ่งขึ้นไปว่า ‘ท่านผู้นี้มีกุศลธรรมนี้สิ้นกาลช้านาน หรือมีชั่วกาลนิดหน่อย’
->เมื่อตรวจสอบตถาคตนั้นอยู่ ก็จะรู้อย่างนี้ว่า ‘ท่านผู้นี้มีกุศลธรรมนี้สิ้นกาลช้านาน มิใช่ว่ามีชั่วกาลนิดหน่อย’


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ข้าวหอม

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
หน้า: 1 ... 17 18 [19]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.185 วินาที กับ 59 คำสั่ง
กำลังโหลด...