(ต่อหน้า ๓/๗) ประมวลธรรม : ๖๕.พรหมนิมันตนิกสูตร
๔๕.นิรวาณสิครัน..............................ภว"อนันตะ" ณ หล้า
อนะ"เกิด"ละหนา...................................และจระ"ดับ"มิอุบัติ
๔๖.พรหมชัดทูลพุทธ์องค์...................ตรงหายตัวลับแล้
แลพุทธ์องค์ตรัสแท้................................เมื่อพร้อมไปเลย อันตรธาน
๔๗.พกพรหมมิหาย.............................เพราะภวกายธุวะเอย
และพระพุทธ์ฯสิเอ่ย................................จะมละกายซิพระองค์
๔๘.ทรงดลหายวรกาย.........................มิกรายเห็นแน่ดั้น
แลหมู่พรหมทุกชั้น...................................แน่วแท้ยินเสียง ศาสดา
๔๙.และพระองค์สิพา............................วจะ"พระคาถะ"เผดียง
ภย"ภพ"สิเกรียง.......................................ปะทะมนุษย์เจอะเฉวียน
๕๐.ควรเรียนมิยึดครัน..........................."ภวตัณหา"อยากแท้
พึงหน่าย"ภพ"เคยแล้.................................ไม่ปลื้ม"ภพ"ครัน
๕๑.คณะพรหมอุทาน.............................วะนิรพานสิกระนั้น
ลุมหัศจรรย์...............................................อติพระโคตมะเผย
๕๒.เปรยสมณโคดม...............................บรมฤทธียิ่งหล้า
ยังไม่พบใครกล้า........................................เพิกแล้ว"ภพ"อิง
๕๓.และพระพุทธ์ฯสิพาน.........................เจอะหินะมารปะทะสิง
เจาะพระพรหมลุดิ่ง.....................................ริวจะ"เว้นนิระสอน"
๕๔.มารวอนพุทธ์องค์..............................ทรงงดธรรมแผ่ไซร้
สาวก,ฝูงชนใกล้.........................................อย่าให้เปรมปรีดิ์
๕๕.หินะมารสิรุด.....................................จะเสาะพระพุทธะและชี้
นยสอนทวี..................................................มรณะแล้วทุระหนา
๕๖.คราสัมมาสัมพุทธ์ฯ............................มิรุดสอนมุ่งรู้
และไม่ยินดีจู้..............................................ชีพคล้อยสุขเผย
๕๗.วทะมารสิทูล.....................................ลุสุขะพูนศยะเฉย
เจาะมิพูดมิเอ่ย............................................มินยสอนนฤชน
๕๘.พุทธ์องค์ยลมารคิด............................จิตมินึกช่วยกู้
พาลกริ่งเกรงชนรู้........................................หวั่นเปลี้ยพลัง อำนาจ
๕๙.เพราะพระองค์สิโข.............................ลุภวโพธิ์วปุยัง
เจาะ"พระสัมมะฯ"ขลัง..................................และตริ"ปฏิญญะ"วะเป็น
๖๐.ประเด็นสอนมิสอนธรรม......................แนะนำหรือไม่ดั้น
ทรงจุ่งเป็นดังนั้น...........................................ไม่แล้แปรหนา
๖๑.ก็พระองค์สิชี้......................................มิหินะ,ดีประลุคว้า
เพราะตถาฯละกล้า.......................................ระดะกิเลสดับลิประหาร
๖๒.พุทธองค์พาน"ภพ"เพิก........................เลิกเกิดวิบากสิ้น
เหมือนดั่งยอดตาลปลิ้น.................................ไม่แล้งอกเผย ฯ|ะ
แสงประภัสสร
มจร.๙.พรหมนิมันตนิกสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=49เชตะฯ = วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ตั้งอยู่ที่สวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง ๑๘ โกฏิ วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุดถึง ๑๙ พรรษา เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย
[ก] ว่าด้วยการเชื้อเชิญของพรหม
“ภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราอยู่ที่โคนต้นสาละใหญ่ในสุภควัน ใกล้เมืองอุกกัฏฐา ในสมัยนั้น พกพรหมมีทิฏฐิชั่วเช่นนี้เกิดขึ้นว่า
(๑) ‘พรหมสถาน นี้เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง แข็งแรง มีความไม่เคลื่อนไปเป็นธรรมดา พรหมสถานนี้ ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ก็แลเหตุเครื่องสลัดออกจากทุกข์อย่างยิ่ง นอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี'