(ต่อหน้า ๔/๑๐) อภิธรรมปิฎก :
๑๕.วิภังค์ : สัมมัปปฐานวิภังค์
๖๙.วิริยะสี่จะมี......................................ซิ"ปีติ"สม
และนิร"ปีติ"ชม.........................................มิไปกะเพียร
๗๐.เนียนสัมมปธาน..............................กรานธรรมขยันยิ่งหล้า
ธรรมเดินสัตว์มิคว้า..................................ร่ำไห้เลยหนา ฯ|ะ
แสงประภัสสร
มจร. สัมมัปปธาน ๔ เป็นต้น : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์
https://share.google/KeBQBJR5ggFPaj6QQสุตตันตภาชนีย์
สัมมัปปธาน ๔ = ความเพียรชอบ ได้แก่
(๑) สังวรปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรระวังหรือเพียรปิดกั้น
(๒) ปหานปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรละหรือเพียรกำจัด
-> คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
(๓) ภาวนาปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพียรเจริญ หรือเพียรก่อให้เกิด
-> คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น
(๔) อนุรักขนาปธาน = สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่น
-> คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น และให้เจริญยิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์
[ก] เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น เป็นอย่างไร
(๑) อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ในฐานเดียวกับอกุศลมูลนั้น ได้แก่ เวทนาขันธ์ (รู้); สัญญาขันธ์ (จำ) ; สังขารขันธ์ (คิดปรุงแต่ง); และวิญญาณขันธ์ (จิตรู้แจ้ง) ที่สัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น
~ นามขันธ์ ๔ = เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญญาณขันธ์
(๒) และกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่มีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน
ธรรมเหล่านี้เรียกว่า บาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด
[ข] สร้างฉันทะ นั้น ฉันทะ = เป็นไฉน
-> ความพอใจ การทำความพอใจ -> ความเป็นผู้ประสงค์จะทำ
-> ความฉลาด -> ความพอใจในธรรม
-> ภิกษุทำฉันทะนี้ให้เกิด ให้เกิดด้วยดี ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นด้วยดี ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า สร้างฉันทะ
[ค] คำว่า พยายาม นั้น = เป็นไฉน
-> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความพยายาม
-> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว; เข้าไปถึงแล้วด้วยดี; เข้ามาถึงแล้ว; เข้ามาถึงแล้วด้วยดี; เข้าถึงแล้ว; เข้าถึงแล้วด้วยดี; ประกอบแล้วด้วยควาพยายามนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า พยายาม
[ง] คำว่า ปรารภความเพียร นั้น = เป็นไฉน
-> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความเพียร
-> ภิกษุปรารภ ปรารภด้วยดี เสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งความเพียรนี้ จึงเรียกว่า ปรารภความเพียร
[จ] ในคำว่า ประคองจิต นั้น = จิต เป็นไฉน
-> จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต
-> ภิกษุประคอง ประคองด้วยดี อุปถัมภ์ค้ำชูจิตนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าประคองจิต
[ฉ] คำว่า มุ่งมั่น นั้น = เป็นไฉน
~ ความมุ่งมั่น - เป็น สาตัจจกิริยา หมายถึงการกระทำอย่างต่อเนื่อง
-> การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ นี้เรียกว่า ความมุ่งมั่น
-> ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ; ประกอบแล้วด้วยความมุ่งมั่นนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า มุ่งมั่น
[ช] เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นอย่าไร
(๑) ภิกษุสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตมุ่งมั่นเพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นอย่างไร
-> บาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เป็นไฉน
(๑.๑) อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะและกิเลสที่ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับอกุศลมูลนั้น ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น
~ นามขันธ์ ๔ = เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญญาณขันธ์
(๑.๒) และกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่มีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน
ธรรมเหล่านี้เรียกว่า บาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว
ภิกษุสร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต มุ่งมั่นเพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้วเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้