Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม >> อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
หน้า: 1 ... 29 30 [31]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา  (อ่าน 310604 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8002
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1326



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #450 เมื่อ: 21, กันยายน, 2569, 06:05:53 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๗/๒๗)

    ๑๐๒."คราปัญญาต่ำแล้"...............................รักษ์ตน บ แล
ไกลบาปกรรมผจญ.........................................ไม่ได้
อริย์สัจไกลยล................................................หาทราบ
"พาล"เสื่อมลงแล้วไซร้....................................เหตุแฉ

    ๑๐๓.เจ็ด"มานะ"ถือตนเดช..........................ภวกิเลสละเอียดชัดแล
 มัดสัตว์ซิวนวัฏแล้...........................................อริยมรรคจะนำออกไข

    ๑๐๔.ไว"มานะ"กิเลสไซร้..............................ถือตน เปรียบเขา
"ดีกว่า,เสมอยล...............................................ต่ำแท้"
"มานะอติ"ดล..................................................มีจัด หยามเขา
ยึดอัตตาแกล้วแล้............................................เก่งหนา

    ๑๐๕."โอมานะ"หมิ่นตนเฝ้า...........................มิทยะเท่ากะเขาเลยนา
"มานาติมาฯ"หยิ่งพา........................................ประลุกระด้างจะข่มเขาเลย

    ๑๐๖.เปรยความหลงผิดแท้.........................."อธิมา- นะ"แล
คิดว่าลุธรรมหนา.............................................ยิ่งชั้น
อริยะจบพา.....................................................สูงเลิศ อรหันต์
ปุถุชนอ้างนั้น..................................................ผิดแฉ

    ๑๐๗.คิด"อัสมีมาฯ"ยล..................................ก็สกะตนซิมีอยู่แล
ยึดติดกะขันธ์ห้าแล้.........................................จะประลุเป็นซิตนของตน

     ๑๐๘.ยลถือตัวผิดแล้..................................."มิจฉา- มานะ"
ยึดชื่อ,ลาภ,ยศหนา..........................................มั่นแท้
พูดเท็จเก่งคณา...............................................สามารถ ทางเลว
อาชีพตนกล้าแล้..............................................ชั่วหนา

    ๑๐๙.ธรรมหมวดละแปดแจกสิ่ง....................เจาะประลุดิ่งซิเศร้าหมองครา
เป็นดั่งกิเลสร้อนกล้า........................................และหฤทัยสะสมเก็บไว้นาน

    ๑๑๐.พานโลภ,หลง,โกรธพร้อม......................ถือตน "มานะ"
เห็นผิด"ทิฏฐิ"ยล..............................................."จิตท้อ"
"วิจิกิจฉา"ดล....................................................สนเท่ห์ สงสัย
"อุทธัจฯ"จิตฟุ้งป้อ.............................................ไม่คง

    ๑๑๑.เหตุแปดสิเกียจคร้านนี้..........................ภว"กุสีตวัตฯ"เฉื่อยบ่ง
"เหนื่อยงานก็พักตรง"........................................"เจาะทุรกายก็ขอนอน"แฉ

    ๑๑๒.แล"เดินทางยากแค้น.............................ขอนอน
"รีบแต่เดินทางจร".............................................หนักแท้
"บิณฑบาตรตะลอน...........................................ภัตขาด ขอนอน
"คราภัตมากอ้างแปล้..........................................หลับเผย

    ๑๑๓.สงฆ์เกิดลุอาพาธคราง............................จะอุตุอ้างซิขอพักเอ่ย
หายไข้ก็คิดไม่นานเลย.......................................เจาะภวเพลียก็ขอนอนหนา

    ๑๑๔.คราพักนอนบ่อยครั้ง...............................ขาดเพียร ภาวนา
มิเริ่มเสียทีเรียน..................................................ใฝ่รู้
มิบรรลุธรรมเถียร...............................................โอกาส หมดเฮย
อุปสรรคความคร้านสู้..........................................โชคสลาย

    ๑๑๕.จิตไหวกระทบโลก์ธรรม..........................เจาะภวนำสิแปดเกิดกราย
ยินดี,มิชอบใจฉาย..............................................ริ"สติ"รู้จะดับวายไป

  ๑๑๖.ไว"ยินดี,ลาภ"พร้อม..................................ติดหลง หาคง
"ลาภเสื่อม"สินทรัพย์ปลง....................................จิตเศร้า
"ยินดียศ"ศักดิ์ทรง.............................................."ยศถอด"เสียใจ
"เสริญ,ชอบใจ"แท้เร้า..........................................ชื่นใจ

    ๑๑๗."ยินดีสิฟังนินทา".....................................วจนะกล้าซิใส่ร้ายใคร
ได้ร่วมและบันเทิงไซร้.........................................พหุกิเลสสนุกเห็นงาม

     ๑๑๘."ความยินดีสุขน้อม"................................เห็นเขา สุขพาน
พลอยอิ่มเอมใจเพรา...........................................ร่วมด้วย
"ขัดเคือง,ทุกข์"เกิดเนา........................................จิตวุ่น พึงคิด
คอยแน่ดับไซร้ม้วย.............................................หมดปลง


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ข้าวหอม, ต้นฝ้าย

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..

แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8002
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1326



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #451 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:21:13 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๘/๒๗)

    ๑๑๙."มิจฉัตตะ"ความเห็นผิด...................เจาะภวคิดซิผิดแปดหลง
ข้อวัตรมนุษย์ชีวิตตรง.................................จะปฏิบัติประจำวันแล

    ๑๒๐.แฉ"มิจฉาทิฏฐ์ฯ"พร้อม.....................คิดหนา ผิดเอย
มิเชื่อบาป,บุญพา.........................................วิบากแท้
ปฏิเสธกรรมครา..........................................ทำชั่ว บ ผล
มองโลกผิดเพี้ยนแล้.....................................ว่าสูญ

    ๑๒๑."สังกัปปะ"นึกผิดมัว...........................ลุหินะชั่วกระทำสมบูรณ์
ชอบกามคุณ,ฆาต,เบียนพูน...........................จะภิทะเขาทลายแหลกราญ

    ๑๒๒.กรานคำพูดชั่วย้อม............................"มิจฉา- วาจา"
เท็จ,ส่อเสียด,ยุ,พา.........................................วิวาทแท้
พูดคำหยาบแรงหนา.......................................รุมด่า เขาเจ็บ
คิดพูดเหลวเพ้อแล้..........................................ไม่ควร

    ๑๒๓."กัมมันตะมิจฉา"งานผิด.......................ลุทุจริตประพฤติกายซวน
ฆ่าสัตว์,ขโมยทรัพย์ตรวน................................ประลุละเมิดสตรีเขาหนา

    ๑๒๔.ครา"อาชีวะมิจฯ"ร้อน...........................ผิดแล หลอกลวง
อาชีพโกง,เอาเปรียบแฉ...................................ประโยชน์แปล้
ขายสัตว์ที่ฆาตแป............................................ยาพิษ เสพย์ติด
ขายมนุษย์ด้วยแล้............................................หลอกเขา

    ๑๒๕."วายามะมิจฉา"เพียรด้น........................เจาะอกุศลริบาปไม่เบา
จิตใจสิใฝ่ชั่วเงา................................................ลุคติทุกข์มิมีเลือนหาย

    ๑๒๖.กรายรำลึกผิดแล้ว................................."มิจฉา-สติ"
นึกเรื่องอกุศลหนา.............................................บ่อยแท้
ตาม"โลภ,โกรธ,หลง"พา.....................................กำหนัด
มิตรึกทุกข์พ้นแล้...............................................ห่างไส

    ๑๒๗."มิจฉาสมาธิ์"มั่นผิด................................เจาะประลุชิดสมาธิ์ได้
หวังผลสิฤทธิ์ฆาตไซร้.......................................ซิลุประโยชน์กะตนเองหนา

     ๑๒๘.คราหมวดแจงเริ่มเก้า............................พิฆาตแล กับเขา
"อาฆาตวัตถุ"แฉ................................................เรื่องน้อม
"ทำตนเจ็บ"มิแปร..............................................."ทำกับ คนรัก"
"คนที่เกลียด"ได้พร้อม.......................................ประโยชน์แฉ

    ๑๒๙."ทั้งตนกะคนที่รัก"..................................และนรปักซิ"เกลียด"เขาแล
สามกาลอดีตรวมแน่..........................................ปะขณะนี้และกาลหน้าเผย

    ๑๓๐.เปรยอาฆาตเกิดแล้ว..............................เสียหาย กับเรา
"ขณะจักทำฉาย"...............................................ภาคหน้า
คนรักถูกทำลาย................................................ฆาตเกิด สามกาล
จึงคิดโกรธแค้นกล้า...........................................ยิ่งเผย

    ๑๓๑.ปรุงแต่งเจาะมี,ไม่มี..............................ลุภวชี้กะสัญญาทรง
ภพ"เนวสัญญาฯ"บ่ง.........................................ลุ ณ อรูปภพสุดแฉ

    ๑๓๒.แลจิตปรุงแต่งแท้.................................ยึดตน สังขาร
"จิตแต่งเรามี"ยล..............................................เด่นแท้
"เราเป็น"แน่ขันธ์ดล..........................................ทุกสิ่ง ตัวเรา
ปรุงว่าขันธ์นี้แล้................................................จุ่งเป็น

    ๑๓๓.อาฆาตสิเกิดผู้นี้....................................ลุหิตะชี้กะชนเกลียดเอ่ย
ทั้งกาลอดีต,กาลหน้าเอย...................................และขณะปัจจุบันแน่ยล

    ๑๓๔.แลมี"แสวง"เกิดแล้ว..............................."ลาโภ" จึงมี
"วินิจฉัย"ตรองโข..............................................อุบัติแท้
"ฉันทะฯ"จ่อจดโต..............................................ตามติด
เกิดคลั่งหลงคลุ้มแล้..........................................สิ่งมัว

    ๑๓๕.ยินดีลุจ่อหวงแหน..................................เจาะธุวะแน่นซิของตนรัว
จึงเกิดตระหนี่เหนียวกลัว....................................จะมิบิให้กะใคร
ได้เอย


รายนามผู้เยี่ยมชม : ต้นฝ้าย

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8002
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1326



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #452 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:42:37 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๙/๒๗)

    ๑๓๖.เปรยจำเก็บปกป้อง.......................รักษา เพราะเหนียว
สินทรัพย์เก็บดีหนา...................................ปิดแล้ว
เพราะเก็บรักษ์เกิดพา................................ทะเลาะแบ่ง สินแล
เหตุ"อยาก"แลร้อนแกล้ว............................แย่งผลาม

    ๑๓๗.จิตไหวกิเลส"อยาก"ครัน.................ลุนว"อัญชิตาฯ"หวั่นตาม
มีทิฏฐิคิดผิดลาม........................................หทยะเอียงกะอัตตาตน

     ๑๓๘.ยล"อัญชิฯ"หวั่นแท้........................"เรามี อัตตา"
ไหวหวั่น"เราเป็น"ดี.....................................นั่นโน้น
"เราเป็น"สภาพลี........................................เจาะแน่น
อาจเกิด,คงหน้าโพ้น...................................ภพไกล

    ๑๓๙.ความหวั่นสิเกิดเป็นสัตว์..................ลุภวชัดซิมี"รูป"ไว
หวั่นเกิด"อรูป์ภูมิ"ไซร้.................................เจาะนิร"รูป"จะเห็นได้หนา

    ๑๔๐.คราจิตไหวหวั่นแล้..........................เกิดใน ภูมิแล
เป็นภพมี"จำ"ไว...........................................แน่แล้ว
จิตเราจักเกิดไกล........................................ภูมิไป่ สัญญา
"จำ"ไม่มีไซร้แคล้ว......................................."รูป"คง

    ๑๔๑.จิตหวั่นจะเป็นสัตว์ครัน....................เจาะภว"สัญญะ"ไป่มีส่ง
ถึงภูมิ"อรูป์พรหม"ยง...................................ประลุระดับซิสูงสุดแฉ

    ๑๔๒.แลกระวนวุ่นดิ้น...............................กระวายใจ "ผันทิตะ"
อำนาจกิเลสไว............................................กอปรเก้า
ยึดตนมั่นถือใน............................................พันผูก ขันธ์แล
ตนดั่งขันธ์แท้เฝ้า"........................................ไม่ผัน

    ๑๔๓."ดิ้นรนและปรุงแต่งเนา.....................ก็ภวเราสิมีจริง"ยัน
"ดิ้นรนวะเป็นเรา"ดั้น....................................ประลุสถานะที่เป็นหนา

    ๑๔๔."ถึงครายึดสิ่งนั้น..............................เป็นตน ตัวเอง"
"ทุรนจักอยากมียล.......................................ภาคหน้า"
"อยากเกิดเด่นสัตว์ดล..................................มีรูป" รูปพรหม
"เกิดดั่งสัตว์แกล้วกล้า..................................อรูปฯ"เผย

    ๑๔๕."ดิ้นรนเจาะเกิดในภพ........................ก็ภวครบกะสัญญา"เอย
"ดิ้นรนจะอยู่ภพเอ่ย......................................ลุอนะสัญญะ"จำ,คิดแฉ

    ๑๔๖.แลทุรน"เกิดแท้.................................อยากหนา อรูปภพ"
สภาพจำ,สัญญา...........................................กึ่งแล้
"มีกับไม่มี"พา................................................ไปสู่ เนวสัญฯ
เป็นภพรูปไร้แท้.............................................สุดแฉ

    ๑๔๗.ปรุงแต่ง"ปปัญฯ"เนิ่นช้า......................ปะทุเพราะว่ากิเลสผูกแล
"อยาก,มานะ"เห็นผิดแท้.................................หทยะห่างพระนิพพานหนา

     ๑๔๘.ครา"จิตปรุงแต่งพร้อม.......................เรามี" คิดผิด
"ปรุงแต่งเป็นเรา"ดี.........................................ยึดแล้ว
"เบญจ์ขันธ์แน่เรา"พี.......................................แจงบ่ง
"ปรุงต่อมี"แท้แกล้ว.........................................ต่อไป

    ๑๔๙.ปรุงแต่งจะเกิดเป็นสัตว์.......................ลุภวชัดเจาะรูปขันธ์ไว
"ภายหน้าตริไร้รูปไกล.....................................ลุ ณ อรูปภพ"คงเผย

    ๑๕๐.ปรุงเคยเป็นสัตว์ไร้..............................สัญญา อนาคต
มีคิดจำเชียวหนา.............................................เปี่ยมล้น
"อนาคตเกิดมา................................................จะจ่อ อสัญญีฯ"
จำ,คิดแลไร้พ้น................................................"รูป"คง

    ๑๕๑.ปรุงแต่งเจาะมี,ไม่มี..............................ลุภวชี้กะสัญญาทรง
ภพ"เนวสัญญาฯ"บ่ง.........................................ลุ ณ อรูปภพสุดแฉ

    ๑๕๒.แลจิตปรุงแต่งแท้.................................ยึดตน สังขาร
"จิตแต่งเรามี"ยล..............................................เด่นแท้
"เราเป็น"แน่ขันธ์ดล..........................................ทุกสิ่ง ตัวเรา
ปรุงว่าขันธ์นี้แล้................................................จุ่งเป็น
บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
หน้า: 1 ... 29 30 [31]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.46 วินาที กับ 29 คำสั่ง
กำลังโหลด...