Username:

Password:


  • บ้านกลอนน้อยฯ
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
บ้านกลอนน้อย - กลอนสบายๆ สไตล์ลิตเติลเกิร์ล >> คำประพันธ์ แยกตามประเภท >> กลอนธรรมะ-สุภาษิต-ปรัชญา-คำคม >> อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
หน้า: 1 ... 29 30 [31]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา  (อ่าน 310878 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8015
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1328



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #450 เมื่อ: 21, กันยายน, 2569, 06:05:53 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๗/๒๗)

    ๑๐๒."คราปัญญาต่ำแล้"...............................รักษ์ตน บ แล
ไกลบาปกรรมผจญ.........................................ไม่ได้
อริย์สัจไกลยล................................................หาทราบ
"พาล"เสื่อมลงแล้วไซร้....................................เหตุแฉ

    ๑๐๓.เจ็ด"มานะ"ถือตนเดช..........................ภวกิเลสละเอียดชัดแล
 มัดสัตว์ซิวนวัฏแล้...........................................อริยมรรคจะนำออกไข

    ๑๐๔.ไว"มานะ"กิเลสไซร้..............................ถือตน เปรียบเขา
"ดีกว่า,เสมอยล...............................................ต่ำแท้"
"มานะอติ"ดล..................................................มีจัด หยามเขา
ยึดอัตตาแกล้วแล้............................................เก่งหนา

    ๑๐๕."โอมานะ"หมิ่นตนเฝ้า...........................มิทยะเท่ากะเขาเลยนา
"มานาติมาฯ"หยิ่งพา........................................ประลุกระด้างจะข่มเขาเลย

    ๑๐๖.เปรยความหลงผิดแท้.........................."อธิมา- นะ"แล
คิดว่าลุธรรมหนา.............................................ยิ่งชั้น
อริยะจบพา.....................................................สูงเลิศ อรหันต์
ปุถุชนอ้างนั้น..................................................ผิดแฉ

    ๑๐๗.คิด"อัสมีมาฯ"ยล..................................ก็สกะตนซิมีอยู่แล
ยึดติดกะขันธ์ห้าแล้.........................................จะประลุเป็นซิตนของตน

     ๑๐๘.ยลถือตัวผิดแล้..................................."มิจฉา- มานะ"
ยึดชื่อ,ลาภ,ยศหนา..........................................มั่นแท้
พูดเท็จเก่งคณา...............................................สามารถ ทางเลว
อาชีพตนกล้าแล้..............................................ชั่วหนา

    ๑๐๙.ธรรมหมวดละแปดแจกสิ่ง....................เจาะประลุดิ่งซิเศร้าหมองครา
เป็นดั่งกิเลสร้อนกล้า........................................และหฤทัยสะสมเก็บไว้นาน

    ๑๑๐.พานโลภ,หลง,โกรธพร้อม......................ถือตน "มานะ"
เห็นผิด"ทิฏฐิ"ยล..............................................."จิตท้อ"
"วิจิกิจฉา"ดล....................................................สนเท่ห์ สงสัย
"อุทธัจฯ"จิตฟุ้งป้อ.............................................ไม่คง

    ๑๑๑.เหตุแปดสิเกียจคร้านนี้..........................ภว"กุสีตวัตฯ"เฉื่อยบ่ง
"เหนื่อยงานก็พักตรง"........................................"เจาะทุรกายก็ขอนอน"แฉ

    ๑๑๒.แล"เดินทางยากแค้น.............................ขอนอน
"รีบแต่เดินทางจร".............................................หนักแท้
"บิณฑบาตรตะลอน...........................................ภัตขาด ขอนอน
"คราภัตมากอ้างแปล้..........................................หลับเผย

    ๑๑๓.สงฆ์เกิดลุอาพาธคราง............................จะอุตุอ้างซิขอพักเอ่ย
หายไข้ก็คิดไม่นานเลย.......................................เจาะภวเพลียก็ขอนอนหนา

    ๑๑๔.คราพักนอนบ่อยครั้ง...............................ขาดเพียร ภาวนา
มิเริ่มเสียทีเรียน..................................................ใฝ่รู้
มิบรรลุธรรมเถียร...............................................โอกาส หมดเฮย
อุปสรรคความคร้านสู้..........................................โชคสลาย

    ๑๑๕.จิตไหวกระทบโลก์ธรรม..........................เจาะภวนำสิแปดเกิดกราย
ยินดี,มิชอบใจฉาย..............................................ริ"สติ"รู้จะดับวายไป

  ๑๑๖.ไว"ยินดี,ลาภ"พร้อม..................................ติดหลง หาคง
"ลาภเสื่อม"สินทรัพย์ปลง....................................จิตเศร้า
"ยินดียศ"ศักดิ์ทรง.............................................."ยศถอด"เสียใจ
"เสริญ,ชอบใจ"แท้เร้า..........................................ชื่นใจ

    ๑๑๗."ยินดีสิฟังนินทา".....................................วจนะกล้าซิใส่ร้ายใคร
ได้ร่วมและบันเทิงไซร้.........................................พหุกิเลสสนุกเห็นงาม

     ๑๑๘."ความยินดีสุขน้อม"................................เห็นเขา สุขพาน
พลอยอิ่มเอมใจเพรา...........................................ร่วมด้วย
"ขัดเคือง,ทุกข์"เกิดเนา........................................จิตวุ่น พึงคิด
คอยแน่ดับไซร้ม้วย.............................................หมดปลง


รายนามผู้เยี่ยมชม : หยาดฟ้า, ข้าวหอม, ต้นฝ้าย, ลิตเติลเกิร์ล, ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..

แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8015
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1328



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #451 เมื่อ: 22, กันยายน, 2569, 08:21:13 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๘/๒๗)

    ๑๑๙."มิจฉัตตะ"ความเห็นผิด...................เจาะภวคิดซิผิดแปดหลง
ข้อวัตรมนุษย์ชีวิตตรง.................................จะปฏิบัติประจำวันแล

    ๑๒๐.แฉ"มิจฉาทิฏฐ์ฯ"พร้อม.....................คิดหนา ผิดเอย
มิเชื่อบาป,บุญพา.........................................วิบากแท้
ปฏิเสธกรรมครา..........................................ทำชั่ว บ ผล
มองโลกผิดเพี้ยนแล้.....................................ว่าสูญ

    ๑๒๑."สังกัปปะ"นึกผิดมัว...........................ลุหินะชั่วกระทำสมบูรณ์
ชอบกามคุณ,ฆาต,เบียนพูน...........................จะภิทะเขาทลายแหลกราญ

    ๑๒๒.กรานคำพูดชั่วย้อม............................"มิจฉา- วาจา"
เท็จ,ส่อเสียด,ยุ,พา.........................................วิวาทแท้
พูดคำหยาบแรงหนา.......................................รุมด่า เขาเจ็บ
คิดพูดเหลวเพ้อแล้..........................................ไม่ควร

    ๑๒๓."กัมมันตะมิจฉา"งานผิด.......................ลุทุจริตประพฤติกายซวน
ฆ่าสัตว์,ขโมยทรัพย์ตรวน................................ประลุละเมิดสตรีเขาหนา

    ๑๒๔.ครา"อาชีวะมิจฯ"ร้อน...........................ผิดแล หลอกลวง
อาชีพโกง,เอาเปรียบแฉ...................................ประโยชน์แปล้
ขายสัตว์ที่ฆาตแป............................................ยาพิษ เสพย์ติด
ขายมนุษย์ด้วยแล้............................................หลอกเขา

    ๑๒๕."วายามะมิจฉา"เพียรด้น........................เจาะอกุศลริบาปไม่เบา
จิตใจสิใฝ่ชั่วเงา................................................ลุคติทุกข์มิมีเลือนหาย

    ๑๒๖.กรายรำลึกผิดแล้ว................................."มิจฉา-สติ"
นึกเรื่องอกุศลหนา.............................................บ่อยแท้
ตาม"โลภ,โกรธ,หลง"พา.....................................กำหนัด
มิตรึกทุกข์พ้นแล้...............................................ห่างไส

    ๑๒๗."มิจฉาสมาธิ์"มั่นผิด................................เจาะประลุชิดสมาธิ์ได้
หวังผลสิฤทธิ์ฆาตไซร้.......................................ซิลุประโยชน์กะตนเองหนา

     ๑๒๘.คราหมวดแจงเริ่มเก้า............................พิฆาตแล กับเขา
"อาฆาตวัตถุ"แฉ................................................เรื่องน้อม
"ทำตนเจ็บ"มิแปร..............................................."ทำกับ คนรัก"
"คนที่เกลียด"ได้พร้อม.......................................ประโยชน์แฉ

    ๑๒๙."ทั้งตนกะคนที่รัก"..................................และนรปักซิ"เกลียด"เขาแล
สามกาลอดีตรวมแน่..........................................ปะขณะนี้และกาลหน้าเผย

    ๑๓๐.เปรยอาฆาตเกิดแล้ว..............................เสียหาย กับเรา
"ขณะจักทำฉาย"...............................................ภาคหน้า
คนรักถูกทำลาย................................................ฆาตเกิด สามกาล
จึงคิดโกรธแค้นกล้า...........................................ยิ่งเผย

    ๑๓๑.ปรุงแต่งเจาะมี,ไม่มี..............................ลุภวชี้กะสัญญาทรง
ภพ"เนวสัญญาฯ"บ่ง.........................................ลุ ณ อรูปภพสุดแฉ

    ๑๓๒.แลจิตปรุงแต่งแท้.................................ยึดตน สังขาร
"จิตแต่งเรามี"ยล..............................................เด่นแท้
"เราเป็น"แน่ขันธ์ดล..........................................ทุกสิ่ง ตัวเรา
ปรุงว่าขันธ์นี้แล้................................................จุ่งเป็น

    ๑๓๓.อาฆาตสิเกิดผู้นี้....................................ลุหิตะชี้กะชนเกลียดเอ่ย
ทั้งกาลอดีต,กาลหน้าเอย...................................และขณะปัจจุบันแน่ยล

    ๑๓๔.แลมี"แสวง"เกิดแล้ว..............................."ลาโภ" จึงมี
"วินิจฉัย"ตรองโข..............................................อุบัติแท้
"ฉันทะฯ"จ่อจดโต..............................................ตามติด
เกิดคลั่งหลงคลุ้มแล้..........................................สิ่งมัว

    ๑๓๕.ยินดีลุจ่อหวงแหน..................................เจาะธุวะแน่นซิของตนรัว
จึงเกิดตระหนี่เหนียวกลัว....................................จะมิบิให้กะใคร
ได้เอย


รายนามผู้เยี่ยมชม : ต้นฝ้าย, ข้าวหอม, ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8015
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1328



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #452 เมื่อ: 22, กันยายน, 2569, 01:42:37 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๙/๒๗)

    ๑๓๖.เปรยจำเก็บปกป้อง.......................รักษา เพราะเหนียว
สินทรัพย์เก็บดีหนา...................................ปิดแล้ว
เพราะเก็บรักษ์เกิดพา................................ทะเลาะแบ่ง สินแล
เหตุ"อยาก"แลร้อนแกล้ว............................แย่งผลาม

    ๑๓๗.จิตไหวกิเลส"อยาก"ครัน.................ลุนว"อัญชิตาฯ"หวั่นตาม
มีทิฏฐิคิดผิดลาม........................................หทยะเอียงกะอัตตาตน

     ๑๓๘.ยล"อัญชิฯ"หวั่นแท้........................"เรามี อัตตา"
ไหวหวั่น"เราเป็น"ดี.....................................นั่นโน้น
"เราเป็น"สภาพลี........................................เจาะแน่น
อาจเกิด,คงหน้าโพ้น...................................ภพไกล

    ๑๓๙.ความหวั่นสิเกิดเป็นสัตว์..................ลุภวชัดซิมี"รูป"ไว
หวั่นเกิด"อรูป์ภูมิ"ไซร้.................................เจาะนิร"รูป"จะเห็นได้หนา

    ๑๔๐.คราจิตไหวหวั่นแล้..........................เกิดใน ภูมิแล
เป็นภพมี"จำ"ไว...........................................แน่แล้ว
จิตเราจักเกิดไกล........................................ภูมิไป่ สัญญา
"จำ"ไม่มีไซร้แคล้ว......................................."รูป"คง

    ๑๔๑.จิตหวั่นจะเป็นสัตว์ครัน....................เจาะภว"สัญญะ"ไป่มีส่ง
ถึงภูมิ"อรูป์พรหม"ยง...................................ประลุระดับซิสูงสุดแฉ

    ๑๔๒.แลกระวนวุ่นดิ้น...............................กระวายใจ "ผันทิตะ"
อำนาจกิเลสไว............................................กอปรเก้า
ยึดตนมั่นถือใน............................................พันผูก ขันธ์แล
ตนดั่งขันธ์แท้เฝ้า"........................................ไม่ผัน

    ๑๔๓."ดิ้นรนและปรุงแต่งเนา.....................ก็ภวเราสิมีจริง"ยัน
"ดิ้นรนวะเป็นเรา"ดั้น....................................ประลุสถานะที่เป็นหนา

    ๑๔๔."ถึงครายึดสิ่งนั้น..............................เป็นตน ตัวเอง"
"ทุรนจักอยากมียล.......................................ภาคหน้า"
"อยากเกิดเด่นสัตว์ดล..................................มีรูป" รูปพรหม
"เกิดดั่งสัตว์แกล้วกล้า..................................อรูปฯ"เผย

    ๑๔๕."ดิ้นรนเจาะเกิดในภพ........................ก็ภวครบกะสัญญา"เอย
"ดิ้นรนจะอยู่ภพเอ่ย......................................ลุอนะสัญญะ"จำ,คิดแฉ

    ๑๔๖.แลทุรน"เกิดแท้.................................อยากหนา อรูปภพ"
สภาพจำ,สัญญา...........................................กึ่งแล้
"มีกับไม่มี"พา................................................ไปสู่ เนวสัญฯ
เป็นภพรูปไร้แท้.............................................สุดแฉ

    ๑๔๗.ปรุงแต่ง"ปปัญฯ"เนิ่นช้า......................ปะทุเพราะว่ากิเลสผูกแล
"อยาก,มานะ"เห็นผิดแท้.................................หทยะห่างพระนิพพานหนา

     ๑๔๘.ครา"จิตปรุงแต่งพร้อม.......................เรามี" คิดผิด
"ปรุงแต่งเป็นเรา"ดี.........................................ยึดแล้ว
"เบญจ์ขันธ์แน่เรา"พี.......................................แจงบ่ง
"ปรุงต่อมี"แท้แกล้ว.........................................ต่อไป

    ๑๔๙.ปรุงแต่งจะเกิดเป็นสัตว์.......................ลุภวชัดเจาะรูปขันธ์ไว
"ภายหน้าตริไร้รูปไกล.....................................ลุ ณ อรูปภพ"คงเผย

    ๑๕๐.ปรุงเคยเป็นสัตว์ไร้..............................สัญญา อนาคต
มีคิดจำเชียวหนา.............................................เปี่ยมล้น
"อนาคตเกิดมา................................................จะจ่อ อสัญญีฯ"
จำ,คิดแลไร้พ้น................................................"รูป"คง

    ๑๕๑.ปรุงแต่งเจาะมี,ไม่มี..............................ลุภวชี้กะสัญญาทรง
ภพ"เนวสัญญาฯ"บ่ง.........................................ลุ ณ อรูปภพสุดแฉ

    ๑๕๒.แลจิตปรุงแต่งแท้.................................ยึดตน สังขาร
"จิตแต่งเรามี"ยล..............................................เด่นแท้
"เราเป็น"แน่ขันธ์ดล..........................................ทุกสิ่ง ตัวเรา
ปรุงว่าขันธ์นี้แล้................................................จุ่งเป็น


รายนามผู้เยี่ยมชม : ข้าวหอม, ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8015
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1328



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #453 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:17:14 AM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๑๐/๒๗)

    ๑๕๓."ปรุงแต่งวะจักมีจ่อ......................จะประลุต่ออนาคต"เด่น
"ปรุงแต่งวะเกิดดังเช่น.............................เจาะภวสัตว์ซิมีรูป"หนา

    ๑๕๔ "คราจิตปรุงแต่งน้อม...................เกิดคง อรูปภพ"
"ขอมุ่งมีจำตรง........................................คิดได้"
"ขอเกิดไป่คิดยง.....................................เกิดห่าง สัญญา"
"มีคิดหรือไร้ไซร้".....................................ไม่ขาน

    ๑๕๕.ธรรมหมวดประเภทสิบเดช............ปะทุกิเลสซิก่อเศร้าพาน
สิ่งก่อหทัยหมองผลาญ.............................เพราะนฤชนซิร้อนใจกาย

    ๑๕๖.ฉาย"กิเลสวัตฯ"สิบพร้อม...............หทัยหมอง
"โลภ,โกรธ,หลง,ซึม"ครอง.........................ซ่านฟุ้ง
"เห็นผิด,สงสัย"ตรอง.................................มาดหยิ่ง, อหิริกะ"
"อโนตฯ"กลัวไร้สะดุ้ง.................................พินาศไข

    ๑๕๗.ทำชั่วสิสิบทางยล..........................เจาะอกุศลวจี,กาย,ใจ
"ฆ่า,เท็จ,ขโมย,ฆาต"ไว..............................."วจนะหยาบกะส่อเสียด"เผย

     ๑๕๘.เปรยกามฯละเมิดพร้อม.................ในกาม
"สัมผัปปลาฯ"พูดผลาม...............................พล่ามจ้อ
"อภิชฌา"โลภอยากลาม.............................เกิดอยาก ของเขา
เห็นผิดธรรมล้วนคล้อ.................................เสื่อมแฉ

    ๑๕๙.สังโยชน์กิเลสกักสัตว์.....................ศยณะวัฏฏะสงสารแล
"กามราคสังโยชน์".....................................ลุรติเพลินกะตา,หู..เผย

    ๑๖๐.เปรยขัดเคืองยิ่งแล้ว.......................ในใจ "ปฏิฆะ"
"มานะฯ"ถือตนไว........................................จิตล้ำ
"ทิฏฐิ"ผิดยึดไกล........................................โลกเที่ยง  มิคลาด
"พิศวงธรรม"แย้งย้ำ....................................ห่อนพัฒนา

    ๑๖๑."สีลัพพะฯงมงายพรต".....................จะมิจรดพระธรรมเทิดกล้า
"รัดสัตว์ประกบภพหล้า................................ก็ภวราคสังโยชน์"เผย

    ๑๖๒.เปรย"อิสสาฯ"เกิดแล้.......................อิจฉา
"เหนียวแน่น,มัจฉะฯ"หนา.............................ตระหนี่น้อม
"อวิชชาฯ"บ่งหลงพา....................................มิทราบ ความจริง
"อริยสัจ"แจ้งพร้อม......................................จึ่งงม

    ๑๖๓."มิจฉัตตะ"ธรรมสิบผิด.....................นรมิชิดกะมรรคผลชม
พลาดจากพระนิพพานสม............................จะอุปบัติและเวียนวัฏนาน

    ๑๖๔.กราน"มิจฉาทิฏฐิ"ไซร้......................เห็นธรรม ผิดทาง
มิเชื่อบุญ,บาปนำ..........................................จิตแย้ง
"มิจสังกัปปะฯ"คำ.........................................ผิดแน่ว ดำริ
คิดมุ่งเบียนร้ายแกล้ง....................................ฆาตเขา

    ๑๖๕."มิจฉาวจีฯ"ถ้อยผิด...........................วจนะติดสิ"เท็จ,หยาบ"เนา
"ส่อเสียดและเพ้อเจ้อ"เมา..............................จะนิรใครซิเคารพหนา

    ๑๖๖.คราพฤติกายชั่วไซร้........................."มิจฉา- กัมมันตะ"
"พาลฆ่า,ผิดกาม"หนา..................................."ทรัพย์ปล้น"
"อาชีวะมิจฯ"พา............................................อาชีพ ผิดธรรม
อาวุธ,มนุษย์ค้าด้น........................................สัตว์ขาย

    ๑๖๗."วายามะมิจฉา"ผิด............................พิริยะบิดเพราะพฤติชั่วกราย
มิได้กุศลผลฉาย...........................................เพราะประลุใฝ่ซิทางผิดแล

     ๑๖๘.แฉรำลึกผิดแท้................................."มิจฉา- สติ"
ระลึกอกุศลพา..............................................วิบัติแล้ว
"สมาธิ์มิจฯ"จิตถลา........................................มิมั่น กุศล
กลับมั่นบาปด้อยแคล้ว...................................พลาดเผย

    ๑๖๙.รู้ผิดเพราะ"มิจฉาญาณ".....................จะมิพะพานกะความจริงเลย
เขัาใจสิคลาดเคลื่นเอย..................................มิประลุทางซิหลุดพ้นแฉ


รายนามผู้เยี่ยมชม : ลิตเติลเกิร์ล, ขวัญฤทัย (กุ้งนา), ถ้าเขารักอยู่เฉยๆเขาก็รัก

บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
แสงประภัสสร
ผู้มีจินตนาการ
****

จำนวนผู้เยี่ยมชม:8015
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1076
จำนวนกระทู้: 1328



| |
Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา
« ตอบ #454 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:20:38 PM »
บ้านกลอนน้อยฯบ้านกลอนน้อยฯ

Permalink: Re: อภิธรรมปิฎก : ๑.พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ~ กาพย์ทัณฑิกา

อภิธรรมปิฎก : ๒๔.วิภังค์ : ขุททกวัตถุวิภังค์ (หน้า ๑๑/๒๗)

    ๑๗๐.แลเข้าใจผิดไซร้........................."มิจฉา- วิมุตติ"
ตนวิมุตติ์จบนา.......................................หลุดพ้น
เป็นเพียงชั่วคราวหนา.............................กิเลสอยู่ มีเหลือ
จิตจ่อกิเลสต้องด้น.................................ถูกทาง

    ๑๗๑."สิบวัตถุมิจฉาทิฏฐ์"....................ก็ประลุคิดซิบิดเบือนพลาง
คิดชั่วมโนกรรมกร่าง..............................เจาะทุษะยิ่งเจริญไร้หนา

    ๑๗๒.ครา"ทาน"ชนจ่อให้.....................มิมี ผลบุญ
การแบ่งปันมิดี........................................ประโยชน์ไร้
"บูชาไม่เกิดผล"พี...................................พระไตรรัตน์
หรือสิ่งใดร้างไซร้...................................ตอบแทน

    ๑๗๓."สักการะ,บวงสรวง"ยล.................จะนิรผลอะไรเป็นแก่น
เห็นว่าประโยชน์แร้นแค้น.........................มรณะแล้วก็สูญเปล่าเผย

    ๑๗๔ เปรยกรรมวิบากพร้อม..................ปราศแล
ผลชั่ว,ดีปลาตแฉ.....................................กฏไร้
"ปฏิเสธการแปร.......................................ตายเกิด เวียนวน"
เห็นว่าโลกนี้ไซร้.......................................ไป่มี

    ๑๗๕.โลกหน้ามิมี,ตายแล้ว.....................จะภวแคล้วมิเกิดอีกชี้
ตายแล้วก็สูญไปดี....................................เพราะอนะภพจะไปเกิดแฉ

    ๑๗๖.แล"ปฏิเสธไซร้..............................พระคุณ  มารดา"
จิตไม่แทนคุณอดุลย์.................................ยิ่งหล้า
"บิดาปราศคุณ"หนุน..................................กรรมชั่ว
จิตคิดผิดแท้กล้า.......................................บาปทุรน

    ๑๗๗.สัตว์"โอปะปาฯ"หลังตาย................จะอนะกรายเจาะผุดเกิดยล
ตายแล้วมิเกิดอีกผล..................................ลุปฏิเสธกับความจริงแล

     ๑๗๘.แฉคิดผิดว่าผู้...............................ลุธรรม สูงสุด
จบแน่วเพราะตนนำ....................................โลกนี้
ยังประกาศชนทราบหนำ............................หาไม่ มีแล
จึงคิดผิดแล้วชี้...........................................พลาดเอย

    ๑๗๙."สิบอันตคาฯ"เห็นสุด.......................จะประลุรุดสิสองข้างเอ่ย
เกี่ยวโลกและอัตตาเผย..............................เจาะภวโลกวะเที่ยง,สูญหนา

    ๑๘๐.คราครรลองเรื่องนี้.........................พุทธ์องค์ มิทาย
เพราะห่อนประโยชน์ตรง............................จุ่งเว้น
บ ทางดับทุกข์ปลง.....................................ลุวิมุตติ
เพียรมุ่งธรรมแท้เฟ้น..................................ยิ่งเผย

    ๑๘๑."เห็นโลกและอัตตาเที่ยง"................ลุฐิติเกรียงตลอดไปเอย
เรียก"ทิฏฐิมิจฉา"เอ่ย..................................ภวมิเที่ยงอนิจจังแฉ

    ๑๘๒.แล"โลกมิเที่ยงแท้...........................ชีวา มิคง"
มีแตกสลายสูญหนา...................................หมดไร้
"เห็นโลกว่าสุด"ครา....................................มีเขต" จำกัด
"โลกไม่สุดกว้างไซร้"..................................จุ่งขยาย

    ๑๘๓.เห็น"ชีวะชีพอย่างเดียวชี้.................วทะ",สรีระ"ตัวร่างกาย
เกิดดับสิพร้อมกันฉาย.................................จะอนะมีซิวิญญาณแฉ

    ๑๘๔.แลคิดเห็นชีพแล้.............................สรีระ,กาย แยกกัน
กายเมื่อตายก็สลาย....................................หมดถ้วน
วิญญาณ,ชีพคงฉาย....................................ไปต่อ
เห็นผิดขันธ์ห้าล้วน......................................แตกผอง

    ๑๘๕.เห็นว่าสิ"หลังตายชัด........................จะอุปบัติซิอัตตา"ครอง
ตัวตนเจาะเที่ยงแท้จอง................................จะจระเวียนและเกิดอีกหนา

    ๑๘๖.ครา"หลังตายคิดแล้.........................ตัวตน มิเกิด"
คิดว่าขาดสูญยล.........................................แน่แล้ว
"ความเห็นว่าตายผล....................................ตนแน่ มีเกิด"
"แลไม่เกิด"คล้อยแคล้ว................................หลากสอง
บันทึกการเข้า

..
สารบัญบทกลอน  "แสงประภัสสร"
..
หน้า: 1 ... 29 30 [31]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.461 วินาที กับ 54 คำสั่ง
กำลังโหลด...